Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

For friends , with love

4.

ร่างที่เปิดประตูเข้ามายังโรงแรมทำให้พนักงานสาว ๆ

รวมทั้งแขกในล๊อบบี้หลายคนตะลึงงัน นิโคไล ฮาชิมอฟ เป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่

ดวงตาคมกริบสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับเรือนผมสีบลอนด์ทอง จมูกโด่งเป็นสัน และริมผีปากหยักลึก ดู ๆ แล้วเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาเอาการ

" สะ...สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่ Grand de Veir "

เรียวกล่าวต้อนรับแขกคนใหม่ หมอนี่มันตัวใหญ่จริง ตัวเท่าเค้าเลยแฮะ

ดีนะเนี่ยที่ตอนอยู่ชมรมบาสได้ฝึกซ้อมบ่อย ๆ ไม่งั้นโดนหมอนี่ยืนข่มตายเลย

" สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณ... "

" เรียวครับ...มัตสึซาวะ เรียว ผมจะเป็นคนดูแลคุณในช่วงที่พักอยู่โรงแรมนี้ "

หลังจากทั้งสองคนแนะนำตัวเองเสร็จ เรียวก็พานิโคไลไปยังห้องพัก

ระหว่างทางเค้าสังเกตุว่านิโคไลมีการ์ดติดตามกว่าสามสิบคน

แถมยังกระจายพักอยู่ในชั้นเดียวกันจนแทบจะยกให้ทั้งชั้นเลยด้วย

ท่าทางไอ้หมอนี่จะไม่ใช่แค่มหาเศรษฐีธรรมดา ๆ ซะแล้ว

" เรียว...วันนี้ชั้นไม่ออกไปไหนนะ เดี๋ยวจะมีแขกมาพบน่ะ " นิโคไลกล่าวขึ้นในวันที่สามหลังจากให้เรียวพาเที่ยวสถานที่ต่างๆ ในโตเกียว

" ได้ ว่าแต่แขกนายจะมากี่โมงล่ะ เผื่อเค้ามาชั้นจะได้บอกนายถูก "

เรียวถามขึ้น เผื่อแขกเจ้านี่จะเป็นมหาเศรษฐีเหมือนกัน เค้าจะได้รับรองถูก

" ประมาณสิบเอ็ดโมงน่ะ ชั้นกะจะกินอาหารด้วยกันที่นี่ ถ้ายังไงเผื่อเค้ามา นายก็บอกให้ขึ้นไปหาชั้นที่ห้องเลยนะ"

" ได้สิ ว่าแต่เค้าหน้าตายังไงล่ะ ชั้นจะได้บอกถูก " เรียวพูดขึ้น แหม ขืนไม่ถามกันก่อน เกิดทักผิดขึ้นมา หน้าแตกตาย (เสียเงินไม่ว่า แต่ถ้าเสียฟอร์ม ขอลาโลกดีกว่า)

" อ๊ะ มาแล้วนี่ ทางนี้ ๆ " พูดปุ๊บก็มาปั๊บเชียว

วินาทีที่ได้ใบหน้านั้นทำเอาเรียวอึ้งไปพักใหญ่ นั่นมันเจ้าแมทธิว วาแลนเบอร์ก ' ไอ้หนุ่มเย็นชา ' คู่กัดเค้าที่โรงเรียนนี่หว่า

นี่มันรู้จักกับตระกูลเศรษฐีแบบนี้ด้วยเรอะ

" เรียว ! นี่แมทธิว วาแลนเบอร์ก ญาติเราเอง เรียกสั้น ๆ ว่า 'แมท' ก็ได้

แล้วก็นี่ มัตสึซาวะ เรียว เค้าช่วยดูแลในช่วงที่เราพักที่โรงแรมนี้ "

นิโคไลแนะนำให้เรียวรู้จักกับแมทธิว แมทธิวไม่พูดอะไรแต่จับมือทักทายเรียวด้วยดี แต่สีหน้านั้นก็ทำเอาเรียวหมั่นใส้แมทธิวเข้าไปอีก

ใบหน้าที่ทำเหมือนว่าเค้าทั้งสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำให้เรียวคิดว่า ในเมื่อจะเล่นกันแบบนี้ เค้าก็จะทำเหมือนไม่รู้จักแมทธิวเหมือนกัน

" นิค นายมีธุระอะไรกับชั้น ถึงเรียกให้มาพบที่นี่ " แมทธิวพูดขึ้น

น้ำเสียงมะนาวไม่มีน้ำเหมือนเดิม แต่ดูท่าทางนิโคไลจะชินเสียแล้ว

เพราะร่างสูงตรงหน้าไม่มีท่าทีโกรธเคืองแม้แต่น้อย

" ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากเห็นหน้านายเท่านั้นแหละ เราขึ้นไปคุยกันบนห้องเถอะ "

" นายเรียกชั้นมาแล้วบอกว่าไม่มีอะไรเนี่ยนะ

ถ้ามีอะไรก็ไปพูดที่ห้องอาหารโน่น หรือไม่ชั้นก็จะกลับ " แมทพูดตัดบทสนทนา

พร้อมกับหมุนตัวกลับทันที แต่มีหรือที่ร่างสูงจะปล่อยให้เดินกลับไปอย่างนั้น

นิโคไลคว้าข้อมือบางไว้ได้

ก่อนจะประคองกึ่งลากจูงให้ร่างบางไปกินอาหารอาหารเที่ยงด้วยกัน

" ปล่อยชั้นนะ นายไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้ อยากเดือดร้อนรึไง " แมทพูดขึ้น

ทำเอาร่างสูงชะงักกึก ก่อนจะปล่อยมือแต่โดยดี ในขณะที่เรียวก็งงเล็กน้อย

เจ้าแมทธิวมันมีดีอะไรนะ ถึงกล้าขู่นิโคไลได้

" ปล่อยแล้ว ๆ ทีนี้เราก็มากินกันได้แล้วนะ หิวจะแย่แล้ว แถมนาน ๆ เจอกันที อย่าทำตัดรอนแบบนี้สิ " นิโคไลใช้ลูกอ้อนเข้าช่วย ทำให้แมทเดินตามไปยังห้องอาหาร

ระหว่างนั้นเรียวก็สังเกตว่า บริเวณโรงแรมมีชายฉกรรจ์อีกกว่ายี่สิบคนกระจายอยู่ทั่วบริเวณลอบบี้

ทำให้เค้าเรียกผู้จัดการโรงแรมเข้ามาสอบถาม ซึ่งก็ทราบแต่เพียงว่า กลุ่มคนเหล่านี้อาจเป็นการ์ดของนิโคไล แต่เรียวก็ไม่แน่ใจนัก เพราะกลุ่มคนดังกล่าวไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

*********************************************

" เรียว ๆ มานั่งด้วยกันสิ "

นิโคไลร้องเรียกให้เรียวที่มัวแต่สังเกตุกลุ่มคนดังกล่าว จนทั้งตัวเค้าและแมทเข้านั่งประจำที่โต๊ะแล้ว

" ไม่เป็นไรหรอก พวกนายเชิญตามสบายเถอะ เดี๋ยวเราจะคอยดูแลแล้วกัน " เรียวตอบ

ใจจริงคือไม่อยากนั่งกับแมทธิวเท่าไหร่นัก เพราะตอนอยู่โรงเรียน

เจ้าหนุ่มนี่ก็ทำท่าไม่อยากคุยกับเค้านัก

" ทำไม...แต่ถ้ารังเกียจ จะไม่นั่งด้วยกันก็ได้ " แมทธิวพูดขึ้น ทำให้เรียวต้องนั่งร่วมกลุ่มด้วย

เพราะขืนไม่นั่งร่างบางตรงหน้าคงหาทางจิกกัดเขาจนได้

ท่าทางจะแก้แค้นคืนที่ตอนเขาอยู่โรงเรียนแล้วเคยกัดร่างบางเอาไว้มาก

ทั้งสามคนนั่งกินอาหารไปอย่างเงียบ ๆ

ระหว่างนั้นเรียวก็สังเกตว่านิโคไลนั่งมองแมทธิวตลอด

ขณะที่หน้าเนียนใสนั้นไม่มีท่าทางที่จะสนใจใครเลย

" นิค นายจะนั่งอย่างนั้นอีกนานมั้ย "

ใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นหันไปจ้องกับนิโคไลบ้าง

ทำไมเค้าจะไม่รู้ว่านิครู้สึกอะไรกับเค้า แต่ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้

แล้วเค้าก็ไม่เคยคิดอะไรกับชายหนุ่มด้วย

" ไม่หรอก ว่าแต่วันนี้นายมีเวลาคุยกับชั้นเท่าไหร่ล่ะ " นิโคไลถามกลับ

ถึงขนาดขัดใจคนในตระกูลจนถึงกับดั้นด้นตามหาร่างบางมาถึงญี่ปุ่นนี่

คนตรงหน้าจะไม่รู้สึกอะไรกับเค้าบ้างเลยเหรอ

" ก็ไม่มาก ว่าแต่ถ้าจะคุยเรื่องนั้นอีก ก็พอได้เลยนะ ยังไงชั้นก็ไม่ตกลงด้วย "

" ได้ เราจะคุยเฉพาะเรื่องที่ทำให้นายสบายใจเท่านั้น ตกลงมั้ย "

" ก็ดี ชั้นก็ไม่อยากมีปัญหากับทางบ้านนายเกี่ยวกับเรื่องนั้นอีกนะนิค...ว่าแต่นายมาญี่ปุ่นทำไมล่ะ หรือว่ามีงานอะไรที่นี่ " แมทถามกลับบ้าง

" ก็ไม่มีอะไร แค่อยากมาเที่ยวเท่านั้นเอง เออ...เรียว นายช่วยหาโปรแกรมเที่ยวซัก 3-4 วันหน่อยสิ ชั้นไม่ได้ไปไหนกับแมทตั้งนานแล้ว " นิโคไลเปิดบทสนทนากับบุคคลที่นั่งเงียบตลอดเวลาที่เค้าพูดคุยกับแมท

" ได้ ว่าแต่นายจะไปไหนล่ะ ถ้าสนใจด้านประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ชั้นแนะนำให้ไปเกียวโต

โรงแรมชั้นมีสาขาที่นั่นด้วย ยังไงการจองห้องพัก หรือจัดหาไกด์ก็สะดวกหน่อย "

" ดี ๆ ว่าไงล่ะแมท นาน ๆ เจอกันทั้งที ตกลงนะ " ชายหนุ่มหันกลับมาถามร่างบาง

หวังว่าคนตรงหน้าเค้าคงไม่ปฏิเสธนะ

ไม่งั้นที่ตามมาถึงญี่ปุ่นนี่ก็คงล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

" ก่อนจะทำอะไร หัดถามชั้นก่อนซักครั้งน่ะเป็นมั้ย แต่ยังไงชั้นไปก็ได้ ไม่อยากถูกหาเรื่องจากใครบางคน " แมทตอบตกลง

แต่ประโยคนั้นยังกินนัยกัดไปถึงอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะสนทนาด้วย

" ถ้างั้นชั้นจะเตรียมจองที่พักเลยนะ ว่าแต่พวกนายพร้อมจะไปกันวันไหนล่ะ จะได้เตรียมตัวถูก " เรียวถามกลับ ไม่อยากจะใส่ใจกับคำพูดแดกดันนั้น

ก็ในเมื่อตอนนี้ทั้งสองคนเป็นแขกที่เค้าต้องรับรองโรงแรม การจะพูดจาจิกกัด หรือแดกดันร่างบางเหมือนตอนอยู่โรงเรียนย่อมทำไม่ได้

" วันมะรืนละกัน นายเตรียมตัวพร้อมมั้ย แมท "

" พร้อม งั้นวันมะรืนเจอกันนะนิค " ร่างบางพูดจบก็ลุกเดินจากโต๊ะทันที

ทำให้นิโคไลต้องลุกออกมาบ้าง

ระหว่างนั้นเรียวก็สังเกตุว่ากลุ่มชายฉกรรจ์บริเวณล้อบบี้โรงแรมอีก 20 คนนั้น เข้ามากระจายห่าง ๆ อยู่รอบร่างบาง ทำให้เรียวรู้สึกว่าทั้งนิโคไล และแมทธิวต้องเป็นคนสำคัญ ถึงขนาดมีการ์ดส่วนตัวขนาดนี้

สำหรับนิโคไลนั้น เรียวไม่สงสัยเลย เพราะการเป็นทายาทตระกูลฮาชิมอฟของเยอรมนี ที่มีธุรกิจในเครือทั่วทั้งยุโรป และบางส่วนในสหรัฐฯ แต่สำหรับร่างบางนี่ เขายังสงสัยว่าเป็นใครกันแน่ ถึงได้มีการ์ดติดตามมากเท่า ๆ กับนิโคไล

แถมยังมีท่าทีบางอย่างที่ทำให้นิโคไลเกรงใจอีกต่างหาก

******************************

For friends , with love

5.

สองวันต่อมาก็ถึงวันเดินทางไปเกียวโต

แมทธิวเดินทางมาถึงโรงแรมพร้อมการ์ดประจำตัว 20 คน

ขณะที่นิโคไลก็มีการ์ดอีกเกือบ 30 คน

แถมยังมีไปรออยู่ที่โรงแรมของเค้าในเกียวโตอีกเกือบครึ่งร้อย

คนจำนวนมากขนาดนี้ทำให้เรียวรู้สึกพิกล ๆ

ก็ตะละคนก็ตัวสูงใหญ่และท่าทางจะฝึกศิลปะป้องกันตัวมาแล้วทุกรูปแบบ

แถมยังตามติดกันขนาดนี้ มันชักจะดูเหมือนกลุ่มมาเฟีย + ยากูซ่าชอบกล

" นิค ... นายต้องมีการ์ดติดตามขนาดนี้เสมอเลยเหรอ " เรียวถามขึ้นมาในที่สุด

ความสงสัยของเค้ามันสุดจะกลั้นแล้วจริง ๆ เล่นตามติดกันขนาดนั้น

เดี๋ยวก็ส่งผลต่อแขกคนอื่นที่มองว่าโรงแรมของเค้ามีหุ้นกับกลุ่มมาเฟียหรอก

" อืม ของชั้นน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่ของ... "

" นิค ! " แมทยุติบทสนทนาทันควัน ขณะที่นิคก็ทำท่าเหมือนขอโทษแมทอยู่ในที

ทำไมนะ กะอีแค่พูดเรื่องการ์ดติดตามตัว ทำยังกะจะเปิดเผยความลับสำคัญงั้นแหละ

และแล้วทั้งหมดก็เดินทางมาถึงเครือโรงแรม Grand de Veir ในเกียวโต

**********************************************

" ไม่ ! " แมทสะดุ้งตื่นขึ้นในกลางดึก อะไรกันความฝันนั่น

ทำไมยังตามมาตอกย้ำเค้าอีก ทั้งที่ไม่ได้ฝันถึงมาตั้งนานแล้ว

เวลาที่ผ่านมาหลายปีคงทำให้อะไร ๆ ดีขึ้น

ร่างบางพยายามสงบจิตใจตนเองก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

เช้าวันต่อมา

" นายเป็นอะไรหรือเปล่า ท่าทางไม่ดีเลย เดี๋ยวชั้นยกเลิกโปรแกรมเที่ยววันนี้ก็ได้ " เรียวถามร่างบางด้วยความเป็นห่วง

ถึงจะไม่ค่อยกินเส้นหรืออยากพูดกับคนตรงหน้าอย่างไร

แต่เมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวอีกฝ่าย ก็ทำให้ลืมความขัดแย้งที่โรงเรียนไปชั่วขณะ

" ชั้นไม่เป็นไร นายไม่ต้องมายุ่ง "

" ชั้นก็ไม่อยากยุ่งนักหรอก ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ชั้นต้องรับรองนิคกับนายที่เป็นแขกของโรงแรมน่ะ (จริง ๆ ก็กลัวพ่อด่าข้อหาบริการแขกที่มาพักบกพร่องด้วยแหละ) " ร่างสูงขึ้นเสียง

อะไรกัน คนเค้าอุตส่าห์เป็นห่วง ยังจะมาทำตัวเป็นคุณชายเรื่องมากอยู่ที่นี่อีก

แต่ก่อนที่ใบหน้าสวยจะโต้ตอบอะไรนั้น

" เฮ้ ! ทั้งสองคนลงมากันตั้งนานแล้วเหรอ ไม่เรียกกันเลยนะแมท "

หนุ่มผมลอนด์ทองตะโกนมาแต่ไกล

ก่อนจะรีบเดินมาหาร่างบางที่ตอนนี้จ้องใบหน้าคมเข้มของร่างสูงถมึงทึง (หงุดหงิดที่ยังไม่ได้โต้กลับ ) นิคทำท่าแปลกใจเล็กน้อย

ร่างบอบบางตรงหน้าที่ปกติไม่ค่อยจะแสดงอารมณ์ใดง่าย ๆ บัดนี้กลับมายืนทำตาวาว ๆ ใส่คนที่เพิ่งรู้จักกัน 2-3 วัน (ในความคิดของนิค ขณะที่ความจริงทั้งสองเป็นคู่กัดที่โรงเรียนตั้งแต่ช่วงแรกที่ร่างบางย้ายมา )

" จะออกเดินทางกันตอนไหนล่ะ มีบางคนทำท่าอยากไปจนตัวสั่นอยู่แล้ว "

เรียวถามนิค หลังจากที่ทั้งสามกินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย

ประโยคนั้นทำให้ใบหน้าสวยหันควับมาอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะสะบัดหน้าไปทันทีเมื่อสบตาคมที่จ้องมองเค้าอยู่ก่อน

" ตอนไหนดีล่ะแมท เดี๋ยวนี้เลยดีมั้ย " นิคถามแมทกลับ

ยังไงก็ต้องขอความเห็นจากใบหน้าเนียนใส

เกิดไม่พอใจอะไรขึ้นมาแล้วยกเลิกทริปหนีกลับโตเกียวล่ะก็ โปรแกรมต่าง ๆ ที่วางไว้เป็นพังหมด

" ก็ดี ชั้นก็ไม่อยากนั่งอยู่อย่างนี้นานนักหรอก " หน้าสวยใสพูดขึ้น

ก่อนจะลุกเดินไปรอที่ลอบบี้ ปล่อยให้สองหนุ่มนั่งเอ๋อกันอยู่

แต่ถ้าดูให้ดีก็จะเห็นว่ามีหนึ่งหนุ่มแอบอมยิ้มด้วยเหตุที่ทำให้คนที่ลุกไปก่อนหน้าจนมุม

(ก็ที่ผ่านมาเวลาปะทะคารมกันทีไร เรียวจะตอบโต้กลับร่างบางไม่ได้ซักที เพราะคาโอรุมาห้ามไว้หมด)

" ...ที่นี่คือวัดเรียวอันจิ "

เรียวอธิบายให้สองหนุ่มต่างชาติฟังถึงประวัติความเป็นมาของวัด รวมทั้งสวนหินเรียวอันจิ ซึ่งเป็นสวนหินในศิลปะเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น

ซึ่งทั้งคู่ก็จ้องมองอย่างสนใจ ดู ๆ ไปทั้งหมดก็ดูเหมือนนักท่องเที่ยวธรรมดาล่ะนะ

ถ้าไม่ติดไอ้กลุ่มการ์ดติดตามกว่า 30 คน ดีที่คุณโชประสานไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เค้าจะมากันเรียบร้อย ไม่งั้นคงได้โดนตรวจค้นกันวุ่นล่ะ

หลังการชมวัดเรียวอันจิ เรียวก็พานิคและแมทไปยังวัดกินกากูจิ และวัดงินกากูจิที่มีชื่อเสียง

บริเวณโดยรอบของวัดซึ่งเคยเป็นปราสาทเก่าของเมืองเกียวโตเต็มไปด้วยดงเมเปิ้ลสีแดงสลับเหลือง แถมด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบทำให้ร่างบางเหมือนตกอยู่ในภวังค์

" ระวัง " เรียวรั้งเอวบางเอาไว้เมื่อคนตรงหน้าก้าวพลาดขณะเดินลงบันได

ทำให้ร่างบอบบางเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม

" เดินยังไงไม่ระวัง เกิดล้มหน้าคว่ำลงไปจะทำยังไง

ชั้นไม่อยากมาแก้ตัวกับนิคนะ ว่าทำยังไงให้เพื่อนของเค้าล้มหัวฟาดพื้นตาย "

หน้าเข้มเปรยประโยคสนทนาที่กระทบใจร่างโปร่งบาง

ตาคมสีน้ำตาลเข้มจ้องสบตาอำพันสวย

เพิ่งมาสังเกตุเอาก็ตอนนี้ว่าคนในอ้อมแขนมีใบหน้าสวยไม่เบา (ที่ผ่านมาเจอหน้าแล้วจิกกัดกันตลอด) ไม่สงสัยเลยว่าทำไมบรรดาหนุ่ม ๆ ในโรงเรียนถึงได้ตั้งแฟนคลับลับ ๆ ให้

" ปล่อย ชั้นเดินเองได้ " ใบหน้านวลหลุบตาก่อนเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา

ก่อนจะขืนตัวออกจากอ้อมแขนอุ่น แล้วรีบเดินไปหานิคที่หลบมุมไปหาวิวถ่ายรูป

**********************************

เย็นวันนั้นเอง

" โอย...เมื่อยสุด ๆ แต่ก็สนุกมากเลย ขอบใจนะเรียว "

นิคพูดขึ้นเมื่อกลับมาถึงโรงแรม

ใครจะไปรู้ว่าเกียวโตจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากขนาดนี้ (ก็ญี่ปุ่นน่ะเล็กจะตาย พื้นที่ราบก็น้อย ยังอุตส่าห์มาสร้างปราสาทในพื้นที่แคบ ๆแบบเกียวโตได้อีก)

ไหนจะวัด ปราสาทต่าง ๆ แถมยังพิพิธภัณฑ์ แล้วก็สวนพฤกษศาสตร์

นี่ถ้าอยู่จนครบสามวัน แล้วจะเที่ยวทั่วมั้ยเนี่ย

" ก็สมควรอยู่หรอก ลองถ้ารถแล่นผ่านที่ไหนแล้วนายเห็น ก็คิดแต่จะลงไปที่นั่นหมด ไม่ล้าก็เกินไป " ร่างบางพูดขึ้น

หลังจากที่นั่งเงียบมาตลอดทาง ก่อนจะลุกอย่างช้า ๆ แล้วเดินกลับห้องพัก

ก็อก ๆ

" ใครน่ะ " แมทตะโกนถาม

หลังจากที่เค้าแช่บ่อน้ำร้อนแล้วกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย

" ชั้นเอง เรียว "

" นายมีอะไร " แมทเปิดประตูออกมา

ใบหน้าสวยบอบบางในชุดยูกาตะทำให้ดูเหมือนเจ้าหญิงที่หลุดมาจากยุคโบราณ

ถึงแม้หน้าตาแบบตะวันตกจะดูขัดโดยสิ้นเชิงกับเครื่องแต่งกายแบบพื้นเมืองของญี่ปุ่นก็ตาม

" ขานายเป็นอะไรน่ะ " เรียวถามขึ้น

ทำไมเค้าจะไม่สังเกตุว่าร่างบางเดินช้าลงหลังจากกลับจากวัดกินกากูจิ

" มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนาย "

" อย่าเรื่องมากน่า เกิดเป็นอะไรขึ้นมาเดี๋ยวนิคจะว่าชั้นได้ว่าไม่ดูแลแขกของเค้าให้ดี "

เรียวพูดขึ้นพร้อมกับจับให้ร่างบางนั่งลง

" โอ๊ย " ข้อเท้าเล็กพยายามขยับหนีให้พ้นมือใหญ่ เล่นจับโดนตรงที่เคล็ดพอดี

" เป็นไงล่ะ บวมขนาดนี้ เดินกลับถึงที่พักได้ก็บุญแล้ว

ทีหลังเป็นอะไรก็ช่วยกรุณาบอกกันหน่อย ชั้นไม่อยากแบกนายกลางทางนะ "

" ยังไงชั้นก็ไม่ได้ขอร้องซะหน่อย ออกไปได้แล้ว ชั้นจะนอน "

เรียวมองหน้าคนเอาแต่ใจอยู่ครู่ ก่อนจะเดินออกไปแต่โดยดี

ไม่ถึง 10 นาที ก็กลับมาพร้อมอ่างน้ำแข็งและผ้ายืดผืนใหญ่ เพื่อ 'จัดการคนไม่เป็นอะไร' ทันที

"..." เงียบ ไม่มีการพูดอะไรจนกระทั่งเรียวใช้ผ้ายืดพันรอบข้อเท้าเล็ก

ไม่มีแม้แต่คำขอบคุณ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ถือสาอะไร

ในเมื่อมันเป็นนิสัยปกติของคนตรงหน้าอยู่แล้วนี่ และเขาก็มายุ่งกับคนตรงหน้าเอง

" good night "

"..." เงียบเหมือนเดิม ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธ บ้าเหรอเปล่าวะเรา

ไปพูดกับคนแบบนั้นอยู่ได้ หวังว่าพรุ่งนี้อาการเคล็ดของร่างบางคงดีขึ้นนะ

ไม่มีเสียงพูดกวนประสาทแบบนี้ก็เฉาหูเหมือนกันแฮะ

*******************************

For friends , with love

6.

" ขาเป็นไงมั่ง " เรียวถามขึ้นเมื่อเห็นร่างบางเดินออกมาที่รับประทานอาหาร

" ไม่เป็นไรแล้ว " น้ำเสียงยังเย็นชาแต่ตอนท้ายทอดเสียงอ่อนลงเล็กน้อย

ถึงจะไม่มีคำขอบคุณออกมาจากปาก แต่โทนเสียงและแววตาที่แสดงออกมาก็บ่งบอกในความหมายคล้าย ๆ กัน

" ขานายเป็นอะไรเหรอแมท " นิโคไลถามขึ้น

ทำไมเค้าถึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแมท ร่างบางตรงหน้าสำคัญเพียงใด

หากเกิดเหตุอะไรขึ้นมาก็สุดที่เค้าจะรับมือได้

" ไม่มีอะไร แค่..ขาเคล็ดนิดหน่อย "

" งั้นวันนี้งดเที่ยวซักวันเหอะ รอให้ขาของนายหายดีซะก่อน ยังไงเราก็วางโปรแกรมกันไว้ตั้ง 1 อาทิตย์ " เรียวพูดออกมา

" ชั้นไปได้น่า ยังไงก็หายดีแล้ว " ร่างบางพูดขึ้นบ้าง

" งั้นก็ตามใจ แล้ววันนี้จะไปไหนกันดีเรียว "

นิโคไลกล่าวในขณะที่เฝ้ามองทั้งสองคนเงียบ ๆ

แมทธิวซึ่งปกติไม่ค่อยแสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาดูผ่อนคลายมากขึ้น

แสดงความรู้สึกมากกว่าแต่ก่อน ไม่เย็นชาเหมือนอยู่ที่โน่น มันก็คงดีล่ะนะ

ถ้าไม่ใช่เพราะชายหนุ่มอีกคนที่ทำให้แมท 'ของเค้า' มีอาการแบบนี้

" เอ่อ ไป... " ตื๊ด ๆ เสียงโทรศัพท์ของนิโคไลดังขึ้น

นิคปลีกตัวไปหาที่คุยเงียบ ๆ

ท่าทางที่ดูเคร่งเครียดขึ้นทำให้เรียวรู้สึกแปลกใจ ต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ

ถึงทำให้คนขี้เล่น อารมณ์แจ่มใสอย่างนิคมีท่าทีแบบนั้นได้

" มีอะไรนิค " ร่างบางเอ่ยปากเป็นคนแรกหลังจากสังเกตท่าทีของนิค

ถีงแม้ร่างสูงจะพยายามทำหน้าตายิ้มแย้มกลบเกลื่อนก็เถอะ

" ไม่มีอะไรหรอก แค่ที่บ้านโทร.มาถามอะไรนิดหน่อยน่ะ "

" เหรอ...หวังว่าคงไม่มีอะไรที่ปิดบังชั้นหรอกนะ "

ดวงตาสีอำพันสวยจ้องตาสีน้ำเงินเข้ม แต่หนุ่มผมบลอนด์ไม่สบตาตอบ

แค่นั้นก็ทำให้ร่างบางรู้แล้ว แต่ในเมื่อไม่อยากให้เค้ารู้ เค้าก็คงไม่คาดคั้นอะไรร่างสูงนัก

ท่าทีของทั้งสองคนทำให้เรียวรู้สึกสังหรณ์ใจลึก ๆ ว่ามันต้องมีอะไรเกี่ยวกับแมท และนิคเป็นแน่ แต่ในเมื่อเป็นเรื่องของทั้งสองคน และตัวเค้าซึ่งเป็นคนนอก การจะไปก้าวก่ายอะไรมันคงเสียมารยาทน่าดู

***************************************

" เรียว เดี๋ยวชั้นจะไม่อยู่ 2 วัน ฝากแมทด้วยนะ "

นิคพูดขึ้นหลังจากแผนการเที่ยวในวันนี่ล่มโดยปริยาย

ร่างสูงในตอนนี้ถือกระเป๋าใบใหญ่มาด้วย

" ได้ แต่ชั้นไม่รู้ว่าจะรับมือเจ้านั่นได้แค่ไหนนะ "

" ไม่เป็นไร เอ่อ...แล้วช่วงที่ชั้นไม่อยู่ ขอให้นายคอยดูแลแมทใกล้ชิดหน่อยละกัน " นิคพูดขึ้นอย่างลำบากใจ

ใจจริงไม่อยากทิ้งแมทไว้ลำพังเลย แต่จะให้พาไปด้วยก็ไม่ได้ เกิดคน 'ทางนั้น' สืบพบว่าร่างบางอยู่ที่ไหน อันตราย !

" ตกลง ชั้นจะดูแลอย่างดีเลย "

" ฝากด้วยละกัน แล้วชั้นจะรีบกลับ "

หนุ่มผมบลอนด์พูดขึ้นก่อนจะเดินทางกลับโตเกียว ทิ้งให้ชายหนุ่มอีกคนยืนอึ้ง (ปนงง) เล็กน้อย ในใจก็คิดว่าไปแค่ 2 วัน แต่ฝากฝังให้ดูแลเพื่อนอย่างดี

แถมทำท่ายังกะว่าถ้าเจ้านั่นเป็นอะไรขึ้นมา หายนะจะมาเยือนเค้าทั้งครอบครัวอีก (คิดแล้วก็สยอง)

" นิคไปไหนน่ะ " เสียงใสเอ่ยขึ้นด้านหลัง

ร่างบางที่ไม่รู้ว่าเดินมาตอนไหนถามอย่างแปลกใจ

ปกติเวลานิคจะไปไหนก็จะบอกเค้าทุกครั้ง แสดงว่ามันต้องเกี่ยวกับโทรศัพท์นั่นแน่ ๆ

" ไปโตเกียวน่ะ แล้วนายล่ะ เดินออกมาทำไม หรือว่าคิดจะไปไหนอีก ชั้นจะได้เตรียมโปรแกรมถูก "

" ก็ใช่ ชั้นอยากไปดูสวนหินที่วัดนั่นอีก จะไปได้ไหมล่ะ " เออ แปลกแฮะที่เจ้านี่มาพูดกับเค้าก่อน ปกติเห็นแต่ทำหน้าเชิดใส่ สงสัยคงติดใจที่นั่นมากล่ะสิ

" ได้สิ จะไปตอนไหนล่ะ ชั้นจะได้เตรียมรถให้ "

" พรุ่งนี้ละกัน "

*************************************

" ท่าทางนายจะชอบที่นี่นะ "

เรียวเอ่ยขึ้นมาหลังจากเฝ้ามองร่างบางที่ยืนสงบนิ่งเป็นเวลานาน (ทำยังกะไว้อาลัยใครสักคน) สีหน้าที่ดูเยือกเย็นเรียบเฉย ทำให้ร่างสูงไม่อยากต่อปากต่อคำมากนัก (อย่างน้อยก็ในตอนนี้)

" ใช่ ชั้นรู้สึกสงบ ไม่ต้องคิดอะไร ได้ปล่อยวางทุก ๆ อย่าง ก็สบายใจดีเหมือนกัน " ใบหน้านวลพูดยิ้ม ๆ ด้วยสีหน้าที่ดูอ่อนโยน

ดวงตาสีอำพันใสทอดมองไปไกล ก่อนจะสะดุ้งเมื่อคนตัวใหญ่กว่าคลุมเสื้อโค๊ตให้

" อากาศหนาวแล้ว ใส่ซะจะได้อุ่น ๆ "

" ขอบคุณ "

" อ๊ะ..." ร่างโปร่งบางเซถลาในขณะลงบันไดออกจากปราสาทหลังหนึ่ง

ผู้คนที่มามากผิดปกติเบียดร่างบางจะเกือบล้มถ้าไม่มีลำแขนแกร่งมายึดไว้ทัน

" ระวังหน่อยสิ...แต่วันนี้ก็มีคนมาเที่ยวชมเยอะเหมือนกันแฮะ "

"...หืม..." การ์ดคนหนึ่งของแมทสะกิดให้สัญญาณเรียวให้เดินทางกลับโรงแรมทันที

ซึ่งก็ตรงกับใจของเรียว ใช่ ที่นี่มีคนมาเที่ยวเยอะจนผิดสังเกตุ

แล้วก็เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติซะส่วนใหญ่ ถึงแม้จะเป็นช่วงไฮซีซั่นก็เถอะ

แล้วเมื่อกี้ถ้าเค้าคว้าไว้ไม่ทัน คนในอ้อมแขนไม่ขาหัก ก็หัวแตกล่ะ

บันไดสูงขนาดนี้ เกิดเป็นอะไรขึ้นมาเค้าจะไปแก้ตัวกับนิคได้ไง (ว่ามันล้มไปเอง ชั้นไม่รู้เรื่องด้วยนะ)

" แมท กลับกันเถอะ " ใบหน้าสวยหันมามองอย่างแปลกใจ

แต่เมื่อสังเกตุเห็นใบหน้าของบรรดาการ์ด ก็พยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินทางกลับโดยดี

แต่เมื่อไปถึงโรงแรมก็พบนิครออยู่ก่อนแล้ว

ใบหน้าที่พยายามฝืนให้เหมือนปกติแต่ดูเคร่งเครียดของเค้าทำให้เรียวขอปลีกตัวออกมา

" แมท กลับโตเกียวกันเถอะ "

" มีอะไรนิค เกิดอะไรขึ้น " ร่างบางร้องถาม

คราวนี้คนตรงหน้าไม่หลบสายตาอีกต่อไป ก่อนจะกล่าวคำพูดช้าชัด

" ท่านเออร์เนสต์มาโตเกียว "

*********************************************

" ยินดีต้อนรับท่านเออร์เนสต์ "

ชายชราผมขาวหันกลับทันทีที่ได้ยินเสียงทักทายจากเบื้องหลัง

" ท่านแมทธิว กระหม่อมยินดีเหลือเกินที่ได้พบท่านอีกครั้ง "

น้ำเสียงตอบกลับเปี่ยมด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ท่านแมทธิวในตอนนี้เติบโตเป็นหนุ่มสมวัย ท่วงทีดูสง่างามไม่ผิดกับท่านพ่อแม้แต่น้อย

" มีอะไรงั้นหรือท่านเออร์เนสต์ ถึงทำให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เดินทางออกจากซิลลาเวียมาถึงโตเกียวได้

ถ้ามีอะไรที่ผมจะช่วยเหลือได้ก็ขอให้บอกนะครับ อย่างไรเสียผมก็เป็นชาวซิลลาเวียเหมือนกับท่าน "

" กระหม่อม… เอ่อ ผมไม่กล้าอาจเอื้อมถึงเพียงนั้นดอกพะย่ะค่ะ

ผมมาตามคำสั่งของใครคนหนึ่งเท่านั้น "

" งั้นไปคุยที่ห้องของผมแล้วกัน อยู่ตรงนี้ไม่เหมาะ หากมีใครมาได้ยินเข้าจะเป็นภัยได้ " นิคกล่าวตัดบทสนทนา ก่อนจะนำไปยังห้องพัก

โดยมีบรรดาการ์ด และองครักษ์บางส่วนคอยดูแลบริเวณชั้นที่พัก

เรียวหันมองตามคนทั้งสาม บรรยากาศที่ดูเคร่งขรึม อีกทั้งถ้อยคำที่สะดุดหู

แล้วยังชายสูงวัยซึ่งมีตำแหน่งเป็นองคมนตรีของประเทศในยุโรปตะวันออกนั่นด้วย

ชักจะอยากรู้แล้วสิแมท ว่านายเป็นใครกันแน่

ถึงทำให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนักซิลลาเวียเคารพนบนอบขนาดนั้น

*************************