For friends , with love
7.
" เอ่อ ... เกิดเหตุวุ่นวายที่ซิลลาเวีย "
" ขอรับ...มีกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายพยายามปลุกปั่นประชาชนเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง
โดยกล่าวหาว่ากษัตริย์ฟรังซัวร์พยายามแย่งชิงราชสมบัติจากอดีตกษัตริย์เฟรดเดอริก และอยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของพระองค์"
องคมนตรีเออร์เนสต์ชี้แจงสาเหตุที่ต้องเดินทางมาโตเกียวอย่างลับ ๆ
" แต่ทุกคนก็รู้นี่นาว่าไม่เป็นความจริง กษัตริย์ฟรังซัวร์ทรงขึ้นครองราชย์ภายหลังมีการสละราชสมบัติด้วยซ้ำ "
แมทธิวกล่าวด้วยความมึนงง อะไรกัน เหตุการณ์ที่ผ่านมากว่า 10 ปี ทำไมถึงย้อนกลับมาอีก
" แล้วท่านทราบหรือไม่ว่าพวกนั้นเป็นใคร "
" จากการสอบสวนในทางลับ กระหม่อมคาดว่าผู้บงการคงจะเป็นบุคคลสำคัญ มีการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ... แต่ไม่ต้องห่วงนะขอรับ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบกับการปลุกปั่นครั้งนี้ ทำให้สถานการณ์ไม่ร้ายแรงเท่าใดนัก
แต่ที่กระหม่อมเป็นห่วงคือความปลอดภัยของท่าน และเลดี้มาดเดอลีนมากกว่า "
" ของท่านแม่กับผม...ทำไม "
" เพราะพวกมันรู้จุดอ่อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังรักและเคารพอดีตกษัตริย์เฟรดเดอริก รวมทั้งความเป็นไปก่อนการสละราชสมบัติก็ยังเป็นปริศนาอยู่ในหมู่ประชาชน ทำให้ประชาชนบางส่วนยังมีความระแวงสงสัยในกษัตริย์ฟรังซัวร์
ประกอบกับมีคนบางกลุ่มต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการเมืองการปกครอง
แล้วท่านกับเลดี้มาดเดอลีนซึ่งเป็น... "
" นั่นสินะ ผมลืมไป ซิลลาเวียเคยเกิดปัญหามาแล้วครั้งหนึ่งซึ่งมีสาเหตุจากผมกับท่านแม่ "
ดวงตาอำพันสวยหม่นหมอง
ถ้าไม่มีเขากับท่านแม่ก็คงไม่เกิดปัญหาเช่นนี้อีกในซิลลาเวีย ทั้ง ๆ ที่หลบมาไกลแสนไกลขนาดนี้ก็ยังสร้างปัญหาให้กับคนที่นั่นอยู่อีก
" กระหม่อมขอประทานอภัย...กระหม่อมไม่ได้ตั้งใจ "
องคมนตรีเออร์เนสต์ก้มหน้าสำนึกผิด
ไม่ควรเลยที่จะไปสะกิดความรู้สึกของท่านแมทธิว
ถึงอย่างไรเหตุการณ์ก็ผ่านไปแล้ว ไม่มีใครสามารถเรียกคืนมาได้ ที่ต้องทำต่อไปคือพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นดีกว่า
" เอ่อ...กระหม่อมมารบกวนนานแล้ว คงต้องขอตัวไปห้องพักเสียก่อน
เชิญท่านแมทธิวพักผ่อนตามสบายเถอะ กระหม่อมขอลา "
" เดี๋ยวก่อนครับ " เสียงใสกล่าวเรียก ทำให้ชายชราหยุดชะงักไปชั่วครู่
" ผมอยากให้ท่านเออร์เนสต์ปฏิบัติต่อผม และเรียกผมว่าแมทธิวเหมือนอย่างคนอื่น ๆ ได้ไหมครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่ญี่ปุ่น และก็เป็นเพียงประชาชนซิลลาเวียธรรมดา ๆ
ไม่ควรที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะมาเรียกผมอย่างยกย่องขนาดนั้น "
" แต่ ... ได้ขอรับ เอ้อ...ครับ "
องคมนตรีเออร์เนสต์รับคำเมื่อสบดวงตาที่จริงจังคู่นั้น
ช่างเหมือนท่านพ่ออะไรเช่นนี้ ไม่ถือยศศักดิ์ หรือดูหมิ่นผู้ใด
สิ่งที่ขอในตอนนี้คืออย่ามีอันตรายใด ๆ มากล้ำกลายท่านแมทธิวของเขาเลย
" งั้นเดี๋ยวผมไปส่งที่ห้อง "
นิโคไลกล่าวขึ้นหลังจากนั่งฟังบทสนทนาของชาวซิลลาเวียทั้งคู่
" ฝากท่านแมทธิวด้วยนะ นิโคไล " องคมนตรีเออร์เนสต์พูดขึ้นเมื่อมาถึงห้องแล้ว
" ครับ จะรับรองไว้ด้วยชีวิต " ชายหนุ่มรับคำ
ถึงไม่ต้องมีคำขอร้องของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ นิโคไลก็ตั้งมั่นไว้ในใจแล้ว
ว่าจะรักษาร่างบางนี้ไว้ด้วยชีวิต จะไม่ให้มีสิ่งใดมากล้ำกลายเด็ดขาด
************************************
" แมท ! กลับบ้านกันเถอะ "
นิโคไลร้องเรียกเมื่อเห็นแมทเดินออกจากประตูโรงเรียน
ก่อนจะพาร่างบางขึ้นรถกลับด้วยกัน ปล่อยให้กลุ่มของเรียวมองตาม
3 อาทิตย์ผ่านไปหลังจากองคมนตรีเออร์เนสต์เดินทางมาโตเกียวตามคำเชิญของกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นเพื่อฉลองครบรอบ 35 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรทั้งสองฝ่าย
นิโคไลซึ่งในตอนแรกมีแผนเพียงเดินทางมาท่องเที่ยวญี่ปุ่น
กลับโอนหน่วยกิตมาเรียนต่อปี 2 ที่มหาวิทยาลัยนานาชาติ T (ซึ่งก็แน่นอนว่ามีอาณาเขตเดียวกับโรงเรียนเตรียม ฯ ที่หนุ่ม ๆ ทั้งหลายเรียนอยู่)
การเรียนการสอนในเทอมสุดท้ายของปี 3 ที่เคร่งเครียดขึ้นทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ไม่มีเวลาว่างมากนัก ด้วยต่างต้องมุ่งมั่นกับตำรับตำราเพื่อที่จะสอบเข้าให้ได้ในคณะดี ๆ
หรือบางคนที่มีทุนก็ต้องทำเกรดดี ๆ เพื่อให้มหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศตอบรับ
จะมีก็แต่กลุ่มของเรียวกับคาโอรุที่ยังมีท่าทีสบายอยู่
ซึ่งก็ไม่รู้เป็นเพราะว่าหนุ่ม ๆ กลุ่มนี้มีมันสมองอันเป็นเลิศ หรือจะด้วยวางใจที่มหาวิทยาลัย T ตอบรับการสมัครเข้าเรียนไปแล้วกันแน่
" เจ้านั่นมารับแมทอีกแล้วนะ " โอโนะ ชินอิจิ นักหนังสือพิมพ์ประจำโรงเรียน กล่าวขึ้นลอย ๆ
" ก็นั่นสิ ... แต่มันก็เรื่องของเค้า มาสนใจเรื่องงานในสภานักเรียนดีกว่า "
เรียวพูดขึ้น เรียกสติทุกคนให้มาสนใจงานในหน้าที่ ถึงแม้ตัวเองจะดูลอย ๆ ไปหน่อยก็เหอะ แล้วก็คิดถึงช่วงหลังจากปิดเทอมอันแสนสุข
เปิดเทอมมาใหม่พวกเค้าก็ได้คุยกับแมทธิวมากกว่าเดิมจนสามารถเรียกชื่อเล่นกันได้แล้ว
แมทก็มีท่าทีผ่อนคลายมากกว่าเดิม (ไม่รู้เป็นเพราะช่วงที่แมทย้ายมาอยู่โรงแรมแล้วเค้าจิกกัดร่างบางเกือบทุกวันหรือเปล่า)
แม้จะยังเย็นชาอยู่ดีก็เหอะ แต่ที่ดูแปลกตาของเหล่านักเรียนอื่น ๆ ก็คือการ์ดร่างยักษ์ที่รายล้อมอยู่นอกโรงเรียนนี่แหละ
ถึงจะพอเข้าใจว่าร่างบางคงจะเป็นคนสำคัญ แต่มันก็ดูแปลก ๆ ไปอยู่ดี
ก็โรงเรียนนี้มันมีลูกท่านหลานเธอมาเรียนอยู่ก็เยอะ ไหนจะลูกนายก ฯ นายธนาคาร หรือปลัดกระทรวงต่าง ๆ
ไอ้ที่จะมีการ์ดเยอะเหมือนเจ้านี้ก็เพิ่งมีเป็นคนแรก
แถมยังไอ้หนุ่มเยอรมนีตัวใหญ่นั่นอีก (นิโคไลไงล่ะ)
เล่นมารับแบบเช้าถึงเย็นถึง ทำยังกะ ... อะไร นี่เราเป็นอะไร
เรื่องของเจ้านั่น จะไปสนใจทำไม มันก็แค่เพื่อนร่วมห้อง โว้ย ! เรียกสมาธิกลับมาเดี๋ยวนี้นะ ไอ้บ้านี่
" เรียว ... เป็นอะไรน่ะ " คาโอรุสะกิดหลังจากมองหน้าเพื่อนสนิท
เห็นทำหน้ายุ่งยาก หรือว่ามีเรื่องไม่สบายใจ ชักห่วงจังเลย
จะมีอะไรให้ช่วยไหมนะ ประธานนักเรียนที่แสนดีเริ่มทำหน้าที่อีกแล้ว
" หา ... อะไร ... ไม่มีอะไร ชั้นสบายดี ทำหน้าเอ๋อแบบนี้อีกแล้ว เลิกกังวลได้แล้วน่า ไม่มีอะไรหรอก "
ชายหนุ่มพูดพลางใช้มือใหญ่ขยี้หัวเพื่อนสนิท
ร่างโปร่งบางกว่าเห็นหน้าสบายใจของเพื่อนแล้วก็โล่งใจ ไม่มีอะไรก็ดี
ไม่ชอบเลยถ้าเห็นเพื่อนไม่สบายใจ
สงสัยวิญญาณประธานนักเรียนที่แสนดีจะเข้าสิงละมัง
" มองอะไรน่ะ แมท " เสียงทุ้มที่แทรกเข้ามาทำให้ร่างบางหลุดจากภวังค์
" ไม่มีอะไร กลับกันเถอะ "
ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบตอบเสียงเรียบก่อนจะหันหลังทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม
นิโคไลไม่พูดอะไรแต่ก็หันไปมองตามสายตาของแมท
ภาพที่เห็นคือชายหนุ่มหน้าคมเข้มจนพูดได้ว่าหล่อ
กำลังหยอกล้อกับเพื่อนสนิทร่างบาง ท่าทางเป็นเด็กคงแก่เรียนน่าดู คนอื่น ๆ ในกลุ่มก็หน้าตาดีล่ะนะ
แต่ที่สะดุดตาคงเป็นเด็กหนุ่มใส่แว่นท่าทางคงแก่เรียนคนนั้นมากกว่า
ผมสีน้ำตาลอ่อน ๆ ดูนุ่มมือบัดนี้ยุ่งกระเซิงด้วยน้ำมือของชายหนุ่มอีกคน
แถมรอยยิ้มสดใสนั่นก็ทำให้โลกกระจ่างอีกเยอะ เห็นแล้วก็อยากให้คนข้าง ๆ มีรอยยิ้มแบบนั้นมั่งจัง
ร่างสูงส่ายศรีษะไล่ความคิดชั่ววูบก่อนจะจูงมือร่างบางไปที่รถ
***********************
For friends , with love
8.
" อ๊ะ ... เหวออออ " ร่างโปร่งบางถลาเมื่อชนกับร่างสูงใหญ่
หนังสือและเอกสารการประชุมร่วงกระจายเต็มพื้น
" ขอโทษ ... เป็นไงมั่ง " ร่างสูงกว่าช่วยเก็บของก่อนจะก้มมองหน้ากระจ่างใส
" ไม่เป็นไรครับ มารับแมทหรือครับ " คาโอรุพูดขึ้นหลังจากเก็บเอกสารต่างๆ เรียบร้อย
ความที่อาจารย์ปล่อยเลิกเรียนช้าทำให้ต้องรีบเดินไปห้องประชุมสภาโดยเร็วจนกระทั่งมาชนกับร่างสูงใหญ่ตรงหน้านี่
" ใช่ ...ว่าแต่รู้จักผมด้วยเหรอ "
" ครับ ก็คุณมารับแมทประจำเลย ผม ... ฟูจิวาระ คาโอรุ ครับ เป็นเพื่อนร่วมห้องของแมท " ประธานนักเรียนร่างบางแนะนำตัวต่อคนตรงหน้า
" เอ่อ ... ผม นิโคไล ฮาชิมอฟ เป็นเพื่อนของแมท เรียนอยู่ปี 2 มหาวิทยาลัย T " นิโคไลแนะนำตัวด้วยความขัดเขินเล็กน้อย รู้สึกแปลก ๆ ที่ต้องมาแนะนำตัวกับคนเด็กกว่า ก็ไม่เด็กเท่าไหร่หรอก (แค่ 2 ปีเอง)
แต่ไอ้ตาแป๋ว ๆ นั่น มองแล้วเหมือนเด็กกว่าเค้าเกือบ 10 ปี
" งั้นผมไม่รบกวนคุณแล้ว ขอตัวนะครับ " คาโอรุพูดก่อนจะหอบเอกสารต่าง ๆ ไปห้องประชุม เป็นประธานก็ลำบากยังงี้ล่ะ ต้องเตรียมรายงานการประชุม
ไหนจะเอกสารต่าง ๆ จะใช้เลขา ฯ ก็ไม่กล้า (เกรงใจเค้าง่ะ)
" เดี๋ยวผมช่วย เอกสารเยอะแบบนี้ ถือคนเดียวไม่ไหวหรอก "
ร่างสูงดึงเอกสารรวมทั้งแฟ้มประชุมจากมือ
จะว่าไปที่ทำแบบนี้ให้คนอื่นก็เป็นครั้งแรก (ยกเว้นแมทคนเดียว)
แค่เห็นคนตรงหน้าถือเอกสารกองเยอะเกือบท่วมหัวขนาดนั้น (เว่อร์ไป ๆ แค่หนังสือ 3 - 4 เล่ม แฟ้มหนา ๆ 2 แฟ้ม กับเอกสารอีก 5 ปึกเอง)
จะถือไปไหวเร้อ เดี๋ยวก็ไปชนใครเค้าที่ไหนหรอก
" เอ่อ ... ขอบคุณฮะ " ดีแฮะ มีคนช่วยถือ ไม่เหมือนเจ้าพวกนั้น
เลิกเรียนปุ๊บไม่รู้หายหัวไปที่ไหน จะมาช่วยขนอะไรหน่อยเป็นไม่มี
" ถึงแล้วครับ ขอบคุณมาก " คาโอรุพูดขึ้นเมื่อนิโคไลช่วยถือเอกสารต่าง ๆ มาถึงห้องสภานักเรียน
" .... ไม่รีบไปรับแมทหรือครับ " ร่างบางมองหน้าคนตัวใหญ่
ร่างสูงรู้สึกตัวก่อนจะยิ้มแหย ๆ แล้วรีบเดินออกจากห้องไป
ปล่อยให้หน้าเนียนทำหน้างงเล็ก ๆ ก็จะไม่งงได้ไง
วางของเสร็จแล้วแทนที่จะรีบเดินไปหาแมทกลับมายืนจ้องหน้าแบบนั้น พูดก็ไม่พูด
ศรีษะเล็กส่ายน้อย ๆ ด้วยความไม่เข้าใจปฏิกิริยาของร่างสูง
กลับมาดูที่อีกฝ่ายนึงมั่งดีกว่า
" ทำอะไรไปวะเรา ไปจ้องหน้าเค้าแบบนั้น เดี๋ยว (ไก่) ตื่นกันพอดี เฮ้ย ! กี่โมงแล้วเนี่ย ป่านนี้แมทรอเก้อแล้วมั้ง " คิดได้ก็รีบจ้ำไปทันที
**************************************
" คอยหมอนั่นอ่ะดิ "
เสียงทุ้มยียวนกวนประสาทที่ได้ยินบ่อยครั้งเมื่ออยู่ในห้องเรียน
แมทธิวหันไปมองก่อนจะหันควับกลับไปเหมือนเดิม
" นายนี่น้า คนเค้าทักก็หัดทักตอบมั่งดิ "
" แล้วมีอะไร ไม่รีบไปประชุมสภาหรือไง " ร่างบางเอ่ยทักอย่างเสียไม่ได้
" รู้ด้วยเหรอว่าวันนี้มีประชุมสภา " หน้าคมเข้มกล่าวขึ้นยิ้ม ๆ ทำให้ร่างบางรู้สึกตัวก่อนกัดปากตัวเอง
ยังงี้ก็แสดงว่าเค้าสนใจความเป็นไปของคนตรงหน้าอะดิ
" ... นายน่ะ รีบไปได้แล้ว เดี๋ยวเพื่อนนายก็รอหรอก "
หน้าเนียนเอ่ยปากไล่แก้เขิน ผิวแก้มเป็นสีระเรื่อขึ้น
" เออน่า ชั้นไม่อยู่กวนนายหรอก บอดี้การ์ดประจำตัวนายมาโน่นแล้วแหละ "
เสียงเรียบกลายเป็นขุ่นทันทีเมื่อเห็นนิโคไลก้าวยาว ๆ มาหา
" แมท ... โทษที ไปธุระมานิดหน่อย อ้าว เรียว หวัดดี " นิโคไลขอโทษขอโพย
แต่ไม่ยอมบอกว่าอะไรที่ทำให้มาช้า
" หวัดดี เพิ่งเลิกเรียนเหรอ "
" อืม ... งั้นชั้นไปก่อนนะ บาย "
" บาย "
*************************************
" จัดงานเลี้ยงฉลองหลังสอบเสร็จ " เสียงห้าวของเพื่อนร่วมห้องตะโกนดัง
หลังจากประธานนักเรียนคนเก่งเปิดเผยแผนงานหลังการสอบปลายภาคที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
" ใช่ คณาจารย์ก็เห็นชอบกับสภานักเรียนแล้วด้วย "
คาโอรุอธิบายให้เพื่อนร่วมห้องเข้าใจ ใกล้สอบแล้ว พวกเค้าซึ่งอยู่ปี 3 และต้องเตรียมขึ้นมหาวิทยาลัย
นี่จะเป็นการทำงานในหน้าที่ครั้งสุดท้ายก่อนจะออกจากรั้วโรงเรียน
" พวกนายไม่ชอบเหรอ " ใบหน้าเนียนสลด
อุตส่าห์จัดงานนี้ขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงกันครั้งสุดท้าย
" ใครบอกเล่า เจ้าหนู ! ดีมากสุด ๆ ตะหาก ใจมั้ยพวกเรา .เย้ ยยยยยยยยยยย "
เสียงตะโกนโห่ร้องด้วยความดีใจผสานกันทั่วห้อง ทุกคนก็คิดเหมือนกันหมด
จะจากกันแล้ว มีความทรงจำที่ดีร่วมกันก็ดีเหมือนกัน หลังจบปี 3 แล้ว หลาย ๆ คนอาจต้องแยกย้ายออกไปหลังการเรียนร่วมกันมากว่า 6 ปี
นักเรียนบางคนมีแผนจะเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ
บ้างก็ต้องเลิกเรียนไปช่วยงานที่บ้าน
การจัดงานครั้งนี้จะเป็นการสนุกสนานร่วมกันก่อนจะออกไปเผชิญโลกกว้างนอกห้องเรียน
*************************************
" เรื่องคราวนี้ ชั้นไม่อยากให้พลาดอีกนะ "
" ครับ "
" ปัง " คล้อยหลังไปชั่วครู่ ใบหน้าสวยแม้จะมีร่องรอยสูงวัยเหยียดยิ้ม
ต้องให้ลงมืออีกจนได้ หลับตาลงพลางย้อนคิดไปถึงเรื่องราวเมื่อ 20 ปีก่อน
ถ้าไม่มีมัน 'เขา' คนนั้นก็จะเป็นของเธอโดยสิ้นเชิง ไม่ต้องรู้สึกอับอายถึงเดี๋ยวนี้ แม้ว่าจะได้แก้แค้น 'เขา' ไปแล้ว แต่มันกับลูกก็ยังทำให้ต้องขุ่นข้องหมองใจอีก หน้าเรียวกรีดยิ้มเย็น
แต่...อีกไม่นานหรอก ในครั้งนี้ พวกมันจะต้องได้รับรู้ถึงความโกรธเกรี้ยวชิงชังที่บังอาจมาแย่งชิงสิ่งที่ควรจะเป็นของๆ หล่อน
*************************************
For friends , with love
9.
" มา ชั้นช่วย " เรียวพูดขึ้นเมื่อเห็นคาโอรุหอบข้าวของจัดงานกองใหญ่
ตัวก็เล็กแล้วยังจะหอบของขนาดนี้ เจ้านี่นี่น๊า เอ่ยปากให้เพื่อนช่วยซักคำมันจะอะไรกันนักกันหนา
" ขอบใจ " ร่างเล็กยิ้มแหย
รู้ดีว่าคนตรงหน้าเริ่มหงุดหงิดเมื่อเห็นเค้าถือของหนัก ๆ รู้ว่าเพื่อน ๆ ต้องเข้ามาช่วยเมื่อเห็นร่างเล็กทำอะไรเกินตัว
แต่บางทีเค้าก็อยากทำอะไรเองบ้างนี่เนอะ จะมากินแรงคนอื่นอยู่ได้ไง
" ถ้าอยากจะหอบหิ้วอะไรก็ดูตัวเองบ้างดิ ไม่ก็เรียกเจ้าจุนก็ได้
นายน่ะเป็นประธานนักเรียนนะ จะเรียกใช้คนอื่นน่ะ มันก็ไม่ผิดหรอก "
ร่างสูงได้ทีรีบสั่งสอน ใครจะคิดว่าประธานนักเรียนที่สุดแสนเพอร์เฟคคนนี้น่ะ
จะขี้เกรงใจคนยิ่งกว่าอะไร อะไรทำได้ก็รีบทำเองตลอด บางครั้งก็เลยทำให้คนอื่นๆ ได้ใจ (รวมทั้งพวกเค้าด้วย) ที่ร่างบางจะคอยทำให้ตลอด
แต่ไอ้เรื่องให้ไปแบกอะไรหนัก ๆ นี่ก็เตือนตั้งหลายครั้งแล้วนะว่าไม่ให้ทำ
แต่ก็ยังจะฝืนทำอีกจนได้ ร่างโปร่งบางทำหน้าจ๋อย ๆ เหมือนเด็กทำผิดแล้วโดนพ่อดุ
ทุกทีเลย เรียวชอบทำเหมือนเค้าเป็นเด็กที่ต้องคอยดูแลตลอด ถึงจะรู้ว่าเพื่อนๆ ห่วงก็เหอะ แต่นี่มันก็หน้าที่เค้านะ ยกของนิดหน่อยจะเป็นไรไป
" เฮ้ย ! เรียว ดุอะไรคาโอรุอีกล่ะ " ชิราคาวะ จุน รองประธานมาดเท่เข้ามาช่วยกู้สถานการณ์หลังจาก (อู้งาน) แอบมองมานาน
เห็นคาโอรุยืนตัวลีบให้เจ้าเรียวจอมโหดสั่งสอนแล้ว รองประธานสุดหล่อคนนี้ทนไม่ด๊ายยยย
" ชั้นจะไปทำอะไรเจ้านี่ แค่จะมาช่วยถือของซะหน่อย " หน้าเข้มพูดขัด
" อ้าวเหรอ นึกว่าจะทะเลากันซะอีก อุตส่าห์รีบมาดู " ร่างสูงพูดกวน ๆ
หนุกดีออก เห็นเพื่อนทะเลาะกัน (อ้าว) จะได้เลือกเชียร์ข้างถูก
" เออ ไม่มีอะไรแล้ว รีบไปทำงานต่อได้ นายก็ด้วยจุน รองประธานอะไรวะ
ดันอู้งานอีก (ชั้นเห็นนะเฟ้ย) " เรียวตัดบทสนทนาก่อนแขวะรองประธานจอมอู้
ใครเลือกมันมาวะ (เอ็งอ่ะแหละ) โคตรขี้เกียจเลย
**********************************
บรรยากาศในช่วงหลังสอบเสร็จดูคึกคัก โดยในช่วงเช้าจะมีการออกร้านขายของต่าง ๆ
ส่วนในช่วงเย็นก็จะเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ของหนุ่ม ๆ ทั้งหลาย นักเรียนปี 3 ห้องต่าง ๆ ตระเตรียมการออกร้านกันอย่างสนุกสนาน มีทั้งร้านน้ำชา ร้านขนมปัง ไอศกรีม ลูกชิ้นปิ้ง และร้านถ่ายรูปโบราณ
รายได้ทั้งหมดก็จะสมทบเป็นทุนสำหรับสภานักเรียนปีต่อไปในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ถือเป็นการหารายได้ให้พวกน้อง ๆ
พวกเด็กปี 1 ปี 2 ที่ไม่ต้องจัดงานออกร้านด้วยก็มีส่วนในการทำงานร่วมกับพี่ ๆ เป็นครั้งสุดท้ายด้วยการเป็นทาสแรงงานในการขนของ หรือแบกอุปกรณ์ต่าง ๆ
การเตรียมงานเป็นไปอย่างสนุกสนาน
หนุ่มบางคนก็เนื้อเต้นเนื่องด้วยเป็นโอกาสที่เปิดให้เด็กต่างโรงเรียนมาร่วมงานด้วย
บางคนก็ถือโอกาสเปิดตัวแฟน ๆ หรือไม่ก็ลองหาแฟนจากต่างโรงเรียน
และก็คงมีบางคู่แหละที่จะมีการสารภาพรักกันในโรงเรียนด้วยแหละ ถึงจะเป็นชายล้วนก็เหอะ (เหอ เหอ)
สำหรับที่ห้องของคาโอรุลงมติว่าจะทำร้านไอศกรีม โดยให้หนุ่ม ๆ ในห้องทุกคนเป็นคนเสิรพ์ ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่มีใครมีอภิสิทธิ์เกี่ยงงอนไปได้ รวมทั้งแมทธิวที่ไม่เคยร่วมงานอะไรที่ห้องด้วย
ส่วนไอศกรีมก็ได้ร้านยอดเยี่ยมของพ่อเจ้าจุน (จริง ๆ เลือกมันเป็นรองประธานก็เพราะติดใจไอศกรีมของที่บ้านอ่ะแหละ)
************************************
" กรี๊ด ... คนเสิร์พคนนั้นหล่อจังเลย "
" คนสูง ๆ หน้าเข้ม ๆ คนนั้นก็หล่อ โอย ... ใจจะละลาย "
" ต๊าย คนนั้นเค้าหันมามองชั้นด้วย " เอาแล้ว
แม่สาวนักเรียนย่านใกล้เคียงส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดเมื่อเห็นหนุ่มหล่อมาบริการตัวเอง
บางคนก็ส่งสายตาหยาดเยิ้มให้ บ้างก็แอบเขียนเบอร์โทร. ยื่นให้เลย
ส่วนคนที่ถูกแอบมองนี่สิ
" น่าเบื่อชะมัด ยายพวกนั้น มองแต่เจ้าเรียวกับนิโคไลอยู่ได้ " จุนบ่นขึ้น
ที่จริงเค้าก็หน้าตาดีอ่ะนะ แต่พอเจอรัศมีสองคนนี่ดิ
เค้าเลยกลายเป็นหนุ่มหล่อไม่เต็มร้อยไปเลย (อิจฉามัน) ส่วนอีกฟากนึงก็
" นิค นายไม่ต้องมาช่วยก็ได้ นายเป็นแขกของร้านนะ " แมทธิวพูดขึ้นหลังจากแรกๆ นิโคไลก็เข้ามานั่งกินไอติมอยู่ดี ๆ
ต่อมาก็นึกเพี้ยนอะไรไม่รู้เข้ามาช่วยเสิร์พใหญ่
จะว่าช่วยเรียกลูกค้าก็ดีน่ะนะ แต่ดูท่าหมอนี่จะมันส์กับการเป็นบริกรอย่างมาก
ก็อย่างว่า เป็นคุณหนูมาตลอด มาเจอของแปลกก็เลยสนุกใหญ่
" เถอะน่า ชั้นอยากทำ เห็นพวกนายทำแล้วมันก็สนุกดีนี่ " นิคพูดติดตลก
ใจจริงก็ไม่ค่อยสนใจจะช่วยเท่าไหร่หรอก
แต่พอเห็นคาโอรุถือถาดไอติมถาดใหญ่เดินไปเสิร์พตามโต๊ะต่าง ๆ
คนแข็งแรงอย่างเค้าก็ต้องช่วยอ่ะดิ พูดพลางก็สอดส่ายสายตามองหาตาแป๋ว ๆ หลังแว่นใส นั่นไง !
ร่างบอบบางยืนหันหลังขณะกำลังเสิร์พไอติมให้กลุ่มนักเรียนชายโรงเรียนใกล้เคียง
เจ้าพวกนั้นก็ทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยเหลือเกิ๊น มีส่งตาหวานให้อีกตะหาก
พอเห็นร่างเล็กจะโดนหนุ่มโรงเรียนอื่นฉกไปแล้วก็อดรนทนไม่ได้ ขอตัวไปช่วยทันที
" คาโอรุ โต๊ะ 3 รอออเดอร์อยูน่ะ " เสียงทุ้มกระซิบข้างหู
ร่างเล็กยืนเหวอเล็กน้อย (โผล่มาตอนไหนน่ะ) ก่อนจะปลีกตัวแต่โดยดี
พอเห็นคาโอรุเดินไปแล้ว นิโคไลก็หันมาถลึงตาให้หนุ่ม ๆ ทั้งกลุ่ม
ทำเอาหน้าจ๋อยกันเป็นแถว ก่อนจะพึมพำเบา ๆ ในทำนองว่า 'มีแฟนแล้วก็ไม่บอก ปล่อยให้จีบได้ตั้งนาน'
ส่วนอีกมุมนึงของร้าน
" earthquake ได้แล้วครับ "
" ขอบคุณค่ะ ชื่ออะไรคะ "
คำถามเรียกเสียงกรี๊ดให้กับเพื่อนในกลุ่มได้เป็นอย่างดี
" เรียวครับ มัตสึซาวะ เรียว "
" ตอนเย็นมีนัดรึยังคะ " สาวสวยในกลุ่มเปิดบทสนทนาพร้อมสบตาคมเข้มบาดใจ
" เอ่อ..คือผมต้องเตรียมงานเลี้ยงน่ะครับ ต้องขอโทษด้วย "
เสียงทุ้มเอ่ยอย่างลำบากใจปนเหงื่อตกเล็กน้อย ไม่เคยถูกผู้หญิงรุกมาก่อนเลย
ก็ที่ผ่านมาเค้าเป็นฝ่ายออกปากก่อนเสมอ ทำไมผู้หญิงยุคนี้กล้างี้ฟะ
" ว้า...เสียดายจัง งั้นชั้นอยู่รอตอนงานเลี้ยงได้มั้ยคะ " เสียงใสออดอ้อน ทำเอาคนฟังใจอ่อน
" ก็ได้ครับ ผมขอตัวไปเสริฟ์โต๊ะอื่นก่อนนะครับ " หาทางปลีกตัวมาจนได้
" ค่ะ แล้วเจอกันตอนเย็น " สาวสวยยังส่งยิ้มบาดใจไล่หลัง
พอกลับมาที่เคาน์เตอร์
" เฮ้ย เจ๋งนี่หว่า จีบแม่โยชิซาวะ เรโกะได้ " หนุ่ม ๆ ในห้องไต่ถามเซ็งแซ่
" ใครอ่ะ โยชิซาวะ เรโกะ " คนถูกจีบยังไม่รู้เรื่องราวอะไร
" ก็เด็กโรงเรียนสตรี S ไง ดาวโรงเรียนเชียวนะเฟ้ย สวย เก่ง ตระกูลดี เรียว นายมันแน่นี่หว่า " ร่างสูงไม่พูดอะไร แค่ทำหน้ายิ้ม ๆ ปล่อยให้เพื่อน ๆ ไปตีความเอาเอง ซึ่งทั้งหมดก็ลงความเห็นว่า
เจ้าเรียวมันเนื้อหอมแบบนี้ก็คงมีสาวติดเป็นธรรมดา
***********************************
และแล้วช่วงเย็นก็มาถึง
บรรยากาศงานเลี้ยงฉลองเรียนจบ ม.ปลายของ โรงเรียนเตรียม ม. T เป็นไปอย่างคึกคัก แม้จะเป็นแค่งานฉลองเรียนจบ
แต่ทุกคนก็มีคอนเซปพ์ให้นักเรียนแต่งชุดสูทอย่างเป็นทางการ
เนื่องจากถือว่าการเรียนจบม.ปลาย ก็เสมือนการก้าวจากเด็กเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่
ส่วนทีเหลือก็ให้ทุกคนไปหาเอาจากการเรียนในมหาวิทยาลัย
งานช่วงนี้ก็เป็นเวลาที่พวก ปี 3 มาสนุกกัน ส่วนเด็กปี 1-2 ก็อาจมีการแสดงให้พวกพี่ในโอกาสเรียนจบ
ส่วนกลุ่มที่หนีไม่พ้นต้องทำงานหนักก็พวกสภานักเรียนอีกนั่นแหละที่ต้องเตรียมงานล่วงหน้ากว่า 1 อาทิตย์ ไหนจะต้องประสานงานด้านการจราจรให้พร้อม ไหนจะด้านอาหาร
และการรักษาความปลอดภัย ซึ่งสองประการหลังเรียวก็รับไปดูเรียบร้อย
" เรียว นายหล่อจัง " คาโอรุชมเพื่อนจากใจจริง
เมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าเข้มใส่สูทอย่างเท่
ร่างสูงผึ่งผายเข้ากันได้ดีกับสูทแบบผู้ใหญ่ เท่าที่เห็นก็คงทำให้สาว ๆ ที่มาร่วมงานหลายคนแอบกรี๊ดเล็ก ๆ ไปก็หลายกลุ่ม
อันที่จริงเรียวก็หน้าตาดีที่สุดในกลุ่มอยู่แล้ว เกือบจะได้เป็นดาราก็หลายหน
ถ้าไม่ติดที่ว่าหมอนี่ไม่สนใจ กับนิสัยขี้รำคาญ ปากจัด แล้วก็กวนสุด ๆ ทำให้บรรดาแมวมองทั้งหลายถอนตัวออกไปหมด
" นายก็น่ารักนะ คาโอรุ " ร่างสูงพูดยิ้ม ๆ ใส่เพื่อนสนิท
สูทสีขาวที่เหมาะสมกับร่างเล็กบอบบาง หน้าใสทำแก้มป่อง ทุกทีเลย ชอบทำเหมือนเค้าเป็นเด็กทุกทีเลย
คนตัวโตทำหน้าล้อเลียน ประมาณว่า นายเป็นประธานนักเรียนนะ ทำแบบนี้เดี๋ยวรุ่นน้องก็ไม่กลัวหรอก
คนตัวเล็กกว่าทำหน้าเอ๋อ (ตีความหมายรอยยิ้มไม่ออก)
ที่จริงเจ้าตัวก็เป็นคนเรียนเก่งนะ แต่ฉลาดก็ในด้านตำราเรียนเท่านั้น
ไอ้เรื่องตีความสีหน้า หรือท่าทางเนี่ย ไม่ได้เท่าทันคนตรงหน้าเล้ย ไม่รู้คบกันมาได้ไง
" เฮ้ย จีบกันอยู่นั่นหละ คาโอรุ นายต้องขึ้นกล่าวสุนทรพจน์นะ เตรียมตัวได้แล้ว " เจ้าจุนเข้ามาขัดจังหวะ (หรือเปล่า)
" จีบบ้าอะไร ชั้นไปก่อนนะเรียว " ปากอิ่มส่งเสียงแว้ด ไอ้เจ้าพวกบ้าเนี่ยะ
ไม่น่าหลวมตัวไปคบกับพวกมันเลย เห็นเราเป็นเด็กยังไม่พอ ยังมาแซวเรื่องบ้า ๆ นั่นอีก ชั้นเป็นผู้ชายนะ
ร่างเล็กรีบเดินไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้สองหนุ่มยืนขำกันเงียบ ๆ
ท่าทางคาโอรุจะไม่รู้ตัวเท่าไหร่ว่าหน้าตาตัวเองน่ารักขนาดไหน
เมื่อกี้ตอนเดินออกมาก็ทำให้หนุ่ม ๆ ทั้งใน และนอกโรงเรียนยืนเพ้อไปหลายคน
ค่าที่ว่าสวย น่ารัก เรียนเก่ง แถมอุปนิสัยที่อ่อนโยน และสุภาพสุด ๆ
ส่วนอีกด้านนึงนี่สิ
" ...แมท "
" ... "
" ...แมท "
" หา อะไรเหรอ " ตาสีอำพันสวยกระพริบปริบ ๆ หลังจากจมอยู่ในภวังค์เนิ่นนาน
นิโคไลยืนมองอ่อนใจ ยืนอยู่กับเค้าแต่ไม่รู้คนตรงหน้าใจหลุดลอยไปที่ไหน
ยิ่งพอเห็นหนุ่ม ๆ กลุ่มนั้นยืนคุยกัน หน้าสวยก็จะมองเหม่อ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
" ไม่มีอะไรหรอก นายไม่ไปนั่งที่โต๊ะล่ะ "
ริมฝีปากกลีบกุหลาบหยักยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะส่ายศรีษะช้า ๆ
" ชั้นไปนั่งด้วยก็จะทำให้เค้ากร่อยกันเปล่า ๆ " ส่วนอีกใจนึงก็คือ
'แล้วเค้าก็คงไม่อยากให้ชั้นไปอยู่ด้วยนักหรอก สู้อยู่กับ 'เพื่อนสนิทมาก' คนนั้นไม่ดีกว่าเหรอ' ทั้งสองคนยืนดูงานเลี้ยงอย่างเงียบ ๆ จนกระทั่งคาโอรุกล่าวสุทรพจน์ในฐานะตัวแทนของนักเรียนปีสุดท้าย
งานเลี้ยงฉลองเป็นไปอย่างอบอุ่นและซาบซึ้ง เพราะแต่ละคนต่างรู้สึกว่า บรรยากาศแบบนี้จะมีให้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้มีโอกาสมาพบกันพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างนี้อีก
" ชั้นกลับดีกว่า นายล่ะ จะกลับรึยัง นิค " แมทหันมาถามนิค
หลังจากงานเลี้ยงเริ่มไปได้พักใหญ่ ๆ เค้าไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก
ทำให้รู้สึกเบื่อหน่ายเล็ก ๆ ส่วนหนุ่มเยอรมนีร่างสูงก็ยื่นใจลอยเล็กน้อย
ก่อนจะสะดุ้งเมื่อคนข้าง ๆ แทบตะโกนใส่
" ชั้นถามว่าเราจะกลับกันรึยัง หรือถ้านายจะอยู่ต่อ ชั้นก็จะได้กลับก่อน "
" กลับ ๆ กลับสิ มาด้วยกันก็กลับด้วยกันสิ งั้นรอแป๊ปนึงนะ เดี๋ยวชั้นไปเอารถก่อน " ร่างสูงใหญ่พูดแล้วไม่รอคำตอบรับ รีบเดินดุ่ม ๆ ไปยังที่จอดรถโดยไว เพราะขืนโอ้เอ้ เดี๋ยวคนเย็นข้าง ๆ จะเปลี่ยนเป็นร้อนได้ฉับพลัน ร่างโปร่งบางมองตามหลังเพื่อนสนิท
ก่อนจะรู้สึกแปลก ๆ ทางด้านหลัง เงาดำ ๆ 2-3 ร่างที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างหลังทำให้ร่างบางรู้สึกถึงอันตราย
ก่อนที่สติทั้งมวลจะดับวูบไป
*******************************