For friends , with love
10
" ...อือ " เสียงใสครางแผ่ว ๆ รู้สึกปวด ๆ บริเวณท้ายทอย
ดวงตาอำพันสวยเพ่งมองไปรอบ ๆ เค้าถูกมัดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมขนาดปานกลาง
มีคนเฝ้าอยู่ 2 คน ผู้ชายเหล่านั้นท่าทางถูกฝึกมาอย่างดี สักพักใหญ่ ๆ ก็มีเสียงขานรับบริเวณภายนอก แล้วร่างของคนที่คาดว่าเป็นหัวหน้าก็ปรากฎตัว
" ท่านหญิงอลิเซีย " แมทธิวตะลึง ท่านหญิงอลิเซีย บุตรสาวเพียงคนเดียวของ รมต. มหาดไทย ในสมัยกษัตริย์แห่งซิลลาเวียพระองค์ก่อน และยังคงดำรงตำแหน่งจนถึงกษัตริย์องค์ปัจจุบัน
" ท่านทำแบบนี้ทำไม " ร่างโปร่งเอ่ยอย่างทดท้อ
เหตุผลใดกันที่ท่านหญิงอลิเซียทำกับเค้าถึงขนาดนี้
ทั้งที่ทั้งสองต่างไม่มีข้อบาดหมางต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวทั้งสองฝ่ายต่างก็รักใคร่กันดี ถึงขนาดพ่อของเค้ายอมเป็นพ่อทูนหัวให้กับบุตรชายเพียงคนเดียวของสตรีม่าย
สตรีชั้นสูงแห่งราชสำนักซิลลาเวียยิ้มเย็น
ดวงตาสีเขียววาวโรจน์ก่อนจะกลับมาสดสวยตามเดิม
" ก็ไม่มีอะไร แค่ทำอย่างที่ควรจะทำตั้งนานแล้ว "
ประโยคคำตอบไม่ได้ช่วยสร้างความกระจ่างให้แมทธิวมากนัก ทำไมกัน
อะไรเป็นเหตุให้สตรีที่อ่อนหวานผู้นั้นเปลี่ยนแปลงได้เพียงนี้ ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาคนตรงหน้าจะให้ความเอ็นดูร่างบางมาตลอด
" ไม่เข้าใจล่ะสิ ชั้นเกลียดพวกแกมาตลอด โดยเฉพาะนังมาดเดอลีนแม่ของแก
มันแย่งทุกอย่างไปจากชั้น ทั้งพ่อของแก ทั้งเกียรติยศศักดิ์ศรีสูงสุดในชีวิตของลูกผู้หญิง น่าเสียดายนะ ที่พ่อแกชิงลาตายไปซะก่อน ไม่ทันได้มาเห็นชะตากรรมที่น่าสมเพศของคนที่เป็นที่รักทั้งคู่ "
ท่านหญิงอลิเซียยิ้ม***มเกรียม บทสนทนาที่กล่าวออกมา ทำให้ร่างบางเริ่มจับประเด็นได้เลา ๆ
แสดงว่าที่แม่ของเค้าระแคะระคายถึงความปลอดภัยของตนและบุตรชาย จนถึงขนาดพาเค้าไปอยู่กับตาที่อังกฤษ และญาติใกล้ชิดที่ออสเตรีย ก็เป็นเรื่องจริง ความโลภและความมักใหญ่ใฝ่สูงสามารถเกิดได้กับทุกผู้คน
แต่แมทธิวไม่นึกเลยว่าจะเกิดกับบุคคลที่สมบูรณ์พร้อมเช่นสตรีผู้นี้
" ชั้นอยากจะรู้นักว่านังนั่นจะทำยังไง ถ้าต้องทรมานจนถึงตายน่ะ "
" อย่าทำอะไรท่านแม่นะ " ร่างเล็กร้องตะโกน
รู้ดีว่าสตรีผู้นี้มีอิทธิพลเพียงใด คิดแล้วก็สงสารท่าน รมต.มหาดไทยท่านจะทราบไหมว่าบุตรีซึ่งเป็นที่ภูมิใจจะกระทำการร้ายกาจเยี่ยงนี้
" หึ ! ไม่หรอก ชั้นจะให้นังนั่นตายทั้งเป็น ให้มันรู้รสชาติของการที่ต้องสูญเสียทุกสิ่ง ชั้นยังจัดการพ่อแกมาแล้ว ทำไมชั้นจะทำอีกไม่ได้ " ร่างโปร่งบางตะหนก อะไรนะ ! จัดการกับท่านพ่อ อะไร ทำอะไร ผู้หญิงคนนี้ทำอะไรกับท่านพ่อ ทำไม***มโหดถึงเพียงนี้
" พ่อแกมันผิดเอง ไม่เลือกคนที่เหมาะสมอย่างชั้น
ไปสนใจนังผู้หญิงต่างศาสนาต่างเชื้อชาติคนนั้น เป็นไงล่ะ แทนที่จะได้เป็นความหวังของคนทั้งประเทศ สมบูรณ์พร้อมด้วยยศศักดิ์ กลับเลือกที่จะอยู่อย่างสามัญ แต่น่าเสียดายนะ ที่ตอนตายยังอุตส่าห์ไปตายในบริเวณราชวังที่ตัวเองเกิดมา "
ใบหน้าที่มีเค้าสวยในอดีตเริ่มกราดเกรี้ยว แต่แมทธิวก็ทำอะไรไม่ได้เลย
ได้แต่ฟังไปอย่างนั้น เริ่มหาทางแก้ปมเชือกที่มัดได้
แต่ความที่มันรัดไว้แน่นเกินไปทำให้แก้ปมลำบาก ประกอบกับเริ่มมีอาการชาบริเวณแขนขา
" ท่านทำอะไรท่านพ่อ " ร่างบางพยามพูดถ่วงเวลา กับแก้ปมปริศนาถึงสาเหตุการตายของบิดา
" หึ หึ ก็แค่วางยาพิษนิดหน่อย พ่อแกมันใจเสาะเอง นิดเดียวก็อุตส่าห์ตาย
น่าเสียดายนะ น่าจะตายกันทั้งตระกูลถ้าแกไม่บังเอิญง่วงนอนเลยต้องให้นังมาดเดอลีนพากลับก่อนล่ะก็
ความแค้นของชั้นคงไม่ต้องรอกว่า 10 ปีหรอก " ท่านพ่อถูกวางยา ทั้ง ๆ ที่ร่างบางพยายามคิดว่าเป็นเพราะท่านพ่อมีสุขภาพอ่อนแอ
หลังกลับจากงานเลี้ยงถึงได้มีท่าทางเหนื่อย ๆ ก่อนจะสิ้นใจเมื่อใดไม่ทราบในตอนย่ำรุ่ง
" ชั้นอดทนกับแกมากพอแล้ว จัดการมันได้แล้ว อีก 3 ชม. ชั้นจะกลับมาดูผลงาน "
ท่านหญิงอลิเซียกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะหมุนตัวออกจากห้องไป
จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าห่างออกไปเรื่อย ๆ ว่าแต่จะจัดการอะไร จัดการยังไง
ขณะที่ร่างบางกำลังคิดอยู่นั้น
ชายฉกรรจ์ที่เฝ้าเค้าอยู่ก็ตรงเข้ามาพร้อมกดตัวเค้าราบลงกับพื้น
ร่างเล็กดิ้นเร่า ๆ แต่ไม่อาจสู้แรงได้
ประกอบกับถูกมัดอยู่ก็เหมือนยอมนอนให้ร่างหนาหนักทำตามอำเภอใจ
มือกร้านลูบคลำไปตามลำตัวสร้างความพะอืดพะอมให้ร่างบางยิ่งนัก
หน้าเนียนสวยกรีดร้อง พร้อมกับพยายามพลิกหนีการจู่โจมของริมฝีปากร้อน
เสื้อแสงเริ่มหลุดลุ่ย ขณะที่อีกคนก็ลากลิ้นสากทั่วอกเรียบเนียน
ทำให้ร่างบางขยะแขยงเป็นที่สุด มือสากเริ่มลูบต่ำลงจนไปหยุดที่กลางลำตัว
พร้อมกับพยายามปลดอาภรณ์ชิ้นล่างออกไป ร่างเล็กสะอื้นไห้
เริ่มรู้ถึงชะตากรรมอันอัปยศของตน ทำไมเค้าต้องเจอแบบนี้ ที่ผ่านมาเค้าทำผิดอะไร
แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป เสียงตุ๊บตั้บภายนอกทำให้ร่างทั้งสองหยุดกิจกรรมเบื้องหน้า มือคลำหาอาวุธประจำกาย
แต่เสียงภายนอกที่เงียบสนิททำให้คนหนึ่งตัดสินใจออกไปดูลาดเลาภายนอก
ก่อนจะส่งเสียงเรียกให้คนข้างในตามออกมา
**************************************
" เสียงอะไรวะ กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม " คนร่างใหญ่ตะโกนถามเพื่อนอย่างหัวเสีย
ก่อนจะถูกหมัดสวนเข้าปลายคางจนสลบ พอจัดการกับพวกข้างนอกได้แล้ว
เรียวก็รีบตรงเข้ามาในห้อง ภาพที่เห็นคือร่างบอบบางนอนร้องไห้อย่างปวดร้าว
ท่อนบนเปลือยเปล่า แผ่นอกเต็มไปด้วยรอยจ้ำแดง ส่วนด้านล่าง
ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ กางเกงยังอยู่ครบ ไม่เกิดอะไรขึ้นก็ดีแล้วล่ะ
ก่อนจะรีบแก้มัด และหาเสื้อคลุมให้แมทธิวโดยไว
" เรียว ! " เสียงใสครางสะอื้น ใบหน้างามเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา
ก่อนที่แขนเรียวเล็กสวมกอดร่างสูงแน่นด้วยความกลัว เรียวบดกรามแน่น
รู้สึกถึงความโกรธที่ปะทุขึ้น ใครกันที่ทำกับร่างบางขนาดนี้
มือแกร่งโอบกอดปลอบประโลมให้คนในอ้อมแขนคลายความหวาดกลัว
" ดีขึ้นหรือยัง รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นจะตื่นซะก่อน "
แมทธิวพยักหน้าหงึก ๆ แม้ว่าตาคู่สวยจะยังเต็มไปด้วยหยาดน้ำใสคลอคลอง
เรียวรีบพยุงแมทธิวให้ออกไปโดยไว
แต่โชคร้ายที่คนร้ายหนึ่งในนั้นเกิดรู้สึกตัวขึ้นก่อน พร้อมกับหันอาวุธปืนมายังคนทั้งคู่
" เรียว ระวัง ! "
" ปัง " เสียงกระสุนแหวกอากาศไม่ทราบเป้าหมาย
พร้อมกับที่ร่างสูงขว้างมีดปักคอมือลั่นไกตรงเป้า ร่างหนาหนักฟุบลงขาดใจตายทันที
" รีบหนีเถอะ เดี๋ยวคนที่เฝ้าอยู่รอบ ๆ จะแห่ออกมากันหมด "
เรียวฉุดมือแมทธิวไปตามทางที่เค้าหลบเข้ามา
แต่แย่ตรงที่มีคนร้ายในกลุ่มไปยืนดักเส้นทางเดิม ทำให้ร่างสูงต้องดึงร่างเล็กไปซ่อนในมุมลับสายตา
บรรยากาศที่กดดัน ประกอบกับเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นทำให้แมทธิวสะอื้นขึ้นมาอีก
ใบหน้าสวยซบลงกับอกกว้าง รู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาที่พรั่งพรูไม่ขาดสาย ร่างบอบบางในตอนนี้ดูน่าสงสารเป็นที่สุด
ไม่เคยพบกับเรื่องเลวร้ายก็ต้องเจอ แถมยังเจอในสภาพที่เจ้าตัวไม่เคยคิดมาก่อน
ร่างสูงไม่รู้จะปลอบโยนอย่างไร ทำได้เพียงอยู่นิ่ง ๆ จนกว่าอารมณ์คนตรงหน้าจะเข้าสู่ภาวะปกติ เป็นนานกว่าเสียงสะอื้นจะค่อยซาลง
ใบหน้าเรียวผละจากแผ่นอกกว้าง แต่สองแขนเล็กเรียวยังสวดกอดร่างสูงใหญ่ไม่คลาย
ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ ริมฝีปากถูกขบเม้มจนแดงช้ำ เรียวถอนหายใจ ถ้าเค้าอยู่ใกล้ ๆ ร่างเล็กบางคงไม่ต้องเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้
ถ้าเพียงเค้าอยู่เคียงข้างเท่านั้น ! วงแขนกว้างโอบรอบตัวร่างเล็ก
คิดเพียงว่าต่อไปจะคอยปกป้องคนในอ้อมแขนให้ดีที่สุด
ไม่เคยรู้เลยว่าแมทธิวจะเปราะบางเช่นนี้
เสียงสะอื้นที่ดังเป็นพัก ๆ ดวงตาช้ำ จมูกแดง พร้อมกับร่างบอบบางที่ยังสั่นอยู่น้อย ๆ ทำให้เรียวนึกโกรธบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เลวร้ายของร่างเล็ก
********************************************
" นายมาได้ยังไง " เสียงในอ้อมกอดเอ่ยแผ่ว ๆ
หลังจากทั้งสองคนหาทางหลบมาอยู่ในห้องเล็ก ๆ
ไม่ไกลจากอาคารร้างที่แมทถูกลักตัวมา แต่บริเวณภายนอกยังมืดมิด และเป็นที่ว่างโล่ง ทำให้ทั้งสองคนไม่กล้าออกไปเพราะเกรงจะเป็นจุดสนใจของคนที่ตามหาร่างบาง
" นิคบอกว่านายหายไป แล้วคนของชั้นเค้าก็บอกว่ามีคนพานายขึ้นรถไป ชั้นกับนิคก็เลยตามหา "
เรียวตอบพร้อมกับกระชับวงแขนแน่นขึ้นเพื่อคลายความหนาวของอากาศในยามค่ำคืน
" เราต้องอยู่อย่างนี้อีกนานแค่ไหนน่ะเรียว "
เสียงใสกล่าวขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ ๆ
" คงรอจนกว่าจะมีคนมาช่วยน่ะ แต่นายไม่ต้องห่วงนะ ชั้นติดต่อคนของชั้นเรียบร้อยแล้ว คงอีกซักพักน่ะ ...โอ๊ย ! "
ตอบกลับก่อนจะกัดฟันข่มความเจ็บปวดแน่น
" นายเป็นอะไรน่ะ กลิ่นเลือดนี่ เรียว...นายถูกยิงเหรอ " ร่างบางร้อง
ตาสีอำพันพยายามเพ่งมองในความมืดแต่ก็มองไม่เห็นอะไร
มือเล็กสัมผัสพบน้ำเหนียวเหนอะบริเวณต้นแขนร่างสูง
ก่อนจะฉีกแขนเสื้อมัดบริเวณบาดแผลเพื่อห้ามเลือด
" ชั้นขอโทษ " เสียงใสเอ่ยเครือที่สร้างความลำบากให้เรียว
เป็นเรื่องของตัวเองแท้ ๆ แต่ยังลากให้คนอื่นมาลำบากกับตนด้วย
แถมยังทำให้คนตรงหน้าเกือบตายอีก
" ไม่เป็นไรหรอก ชั้นเป็นเพื่อนนายนี่นะ แล้วนี่ก็บาดแผลเล็กน้อย กระสุนไม่ฝังในด้วย " ร่างสูงเอ่ยขึ้นทำลายความรู้สึกผิดของร่างเล็ก ก่อนจะดึงแมทธิวมาแนบอ้อมอกของตน
ร่างบางเกือบดิ้นออกถ้าไม่เพราะเสียงทุ้มกระซิบพร้อมกระชับแขนแกร่ง
" ชั้นเหนื่อยแล้ว แล้วอากาศก็เย็นด้วย นายอยู่นิ่ง ๆ เถอะ "
ร่างเล็กบางหยุดดิ้นทันที ก่อนจะผลอยหลับไปด้วยความเพลีย
************************************
For friends , with love
11
" แมท เป็นยังไงบ้าง " ใครน่ะ ใครเรียกชั้น เรียว... เรียวหรือเปล่า
ตาสีอำพันสวยกระพริบช้า ๆ ก่อนจะลืมเต็มสองตาเมื่อได้ยินเสียงนิโคไล
ที่นี่ที่ไหนกันอีกล่ะ ห้องเพดานสูง ม่านสีขาวครีมปิดกั้นแสงแดดอ่อน ๆ ที่หน้าต่าง โรงพยาบาล ? แล้วเค้ามาอยู่นี่ได้ยังไง
เมื่อคืนก็ไปร่วมงานเลี้ยงที่โรงเรียน หลังจากนั้นก็ ...
ก่อนจะนึกได้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เรียว นายจะเป็นยังไงบ้าง
" ชั้นไม่เป็นไร...แล้วเรียวล่ะ " เสียงใสถามอย่างทุกข์ร้อน
ใบหน้าเผือดสีขณะรอฟังคำตอบจากหนุ่มร่างสูง
" หมอนั่นไม่เป็นไรหรอก สบายดีแล้วล่ะ " แต่สิ่งที่ไม่ได้พูดออกไปก็คือ
'แต่ก็เกือบตายเหมือนกัน กว่าพวกชั้นจะหานายกะหมอนั่นเจอ ก็เสียเลือดไปเยอะเหมือนกัน'
" ไม่เป็นไรแล้วนะแมท "
ร่างโปร่งบางของสตรีต่างชาติที่อยู่ในห้องด้วยกล่าวขึ้นก่อนจะลุกจากโซฟาตัวใหญ่มาที่ร่างของบุตรชายเพียงคนเดียว
" ท่านแม่ ท่านแม่มาที่นี่ได้ยังไง "
" แม่ทราบข่าวจากองคมนตรีเออร์เนสต์
ท่านเออร์เนสต์เอะใจเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของทางนั้น แต่แม่ไม่คิดเลยว่าสาเหตุทั้งหมดมีเรื่องราวมาจากแม่ ทำให้ท่านหญิงอลิเซียกระทำการขาดสติถึงเพียงนั้น
แต่ดีจริงที่ลูกของแม่ไม่เป็นอะไร " เลดี้มาดเดอลีนลูบหัวบุตรชายแผ่วเบา
" แล้วทุกคนตามหาผมเจอได้ยังไงครับ "
" เราตามหาสัญญาณจากเครื่องติดตามตัวของเด็กผู้ชายคนที่ช่วยลูกไว้จ๊ะ
แปลกดีนะที่เด็กคนนั้นเค้าติดเครื่องดักฟังและเครื่องจับสัญญาณไว้ที่ตัวตลอด
ต้องขอบใจเค้าจริง ๆ ที่ทำให้ช่วยลูกของแม่ไว้ได้ " เลดี้มาดเดอลีนยิ้มน้อย ๆ
ขณะตอบคำถามบุตรชาย แต่ละเว้นที่จะเอ่ยถามถึงสิ่งที่ร่างบางได้ประสบ
แค่นั้นก็เป็นความทรงจำอันเลวร้ายแล้ว ควรจะลืมการกระทำที่น่ารังเกียจเหล่านั้นมากกว่า
ขณะที่แมทธิวนิ่งคิดเงียบ ๆ
นั่นสินะ...เรียวเป็นคนจัดการด้านรักษาความปลอดภัยของงานเลี้ยงเมื่อคืน ก็คงจะมีอุปกรณ์แปลก ๆ เหล่านั้นอยู่หรอก
คิดถึงเรื่องเมื่อคืนร่างบางก็หน้าแดงระเรื่อ
เค้ากอดเรียวไว้แน่นก่อนจะหลับไปด้วยกันในท่านั้น
ไม่เคยทำแบบนั้นกับใครมาก่อน
ไม่รู้ว่าร่างสูงจะคิดยังไงที่เห็นเค้าเผยความเป็นเด็กออกมา
" นอนพักก่อนเถอะนะแมท ลูกเหนื่อยมามากแล้ว "
" ท่านแม่อยู่กับผมนะครับ " แมทธิวจับมือมารดาของตนแน่น
เลดี้มาดเดอลีนยิ้มเอ็นดูก่อนจะพยักหน้าช้าๆ แล้วลากเก้าอี้มานั่งเคียงข้างร่างโปร่งบาง
***********************************
สองวันมาแล้วที่แมทธิวได้แต่นอนนิ่งบนเตียง แม้ว่าร่างกายจะแข็งแรงขึ้นแล้ว
แต่ร่างบางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล
ด้วยเลดี้มาดเดอลีนต้องการให้แมทธิวได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
วันนี้ก็เป็นเหมือนทุกวันที่เลดี้มาดเดอลีนและนิโคไลมาเยี่ยม พร้อมกับนำจดหมายจากท่านอาที่ฝากมาให้ร่างบาง ก่อนที่เลดี้มาดเดอลีนจะลากลับไปเนื่องจากมีธุระด่วน เนื้อความในจดหมายก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากบอกว่า 'จัดการเรื่องนั้น' เรียบร้อยแล้ว
พร้อมกับให้พาชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตหลานชายเพียงคนเดียวเดินทางมาเที่ยวซิลลาเวียด้วย เพื่อตอบแทนที่เสี่ยงชีวิตช่วยแมทธิวกลับมาอย่างปลอดภัย
ร่างบางอ่านจดหมายไปพร้อมกับทำหน้ายิ้ม ๆ พาเรียวไปซิลลาเวียเนี่ยนะ
ขี้หงุดหงิดแล้วก็ปากจัดขนาดนั้น กลัวว่าถ้าพาไปจริง ๆ คนที่นั่นคงภาวนาให้เรียวรีบกลับจะไม่ทัน ว่าแต่เรียวเป็นยังไงบ้างนะ ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลเค้าก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเลย
ถึงแม้จะอยู่โรงพยาบาลเดียวกันก็เหอะ ถามจากนิค ๆ ก็ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไร ๆ
แถมบางครั้งยังทำหน้าหงุดหงิดใส่อีก เห็นแล้วก็แปลก
ที่ผ่านมานิคไม่เคยแสดงกิริยาแบบนั้นให้เค้าเห็นเลยแม้แต่น้อย อารมณ์ดี ขี้เล่นมาตลอด อะไรทำให้นิคแสดงสีหน้าแบบนั้นได้นะ
" นิค ชั้นอยากไปเยี่ยมเรียวจังเลย ไม่รู้ว่าถูกยิงอาการเป็นยังไงบ้าง "
" นายจะไปทำไม เจ้านั่นน่ะมีคนดูแลอย่างดีแล้วนี่ " เอาอีกล่ะ อาการหงุดหงิดโผล่มาอีกล่ะ เป็นอะไรไปอีกนะ
" ถ้านายไม่สะดวก เดี๋ยวชั้นให้พยาบาลพาไปก็ได้ "
" อย่าไปรบกวนคนอื่นเค้าเลย เดี๋ยวชั้นพาไปเอง "
นิโคไลพูดพร้อมกับให้ร่างบางนั่งรถเข็นก่อนจะพาไปยังห้องของเรียว
ภาพที่ทั้งสองคนเปิดประตูเข้าไปสร้างความแสลงใจให้ใครบางคนยิ่งนัก (ใครเอ่ย ?)
ภาพประธานนักเรียนร่างบางที่กำลังคีบอาหารป้อนหนุ่มหน้าเข้มอย่างตั้งอกตั้งใจ
พร้อมกับเสียงใส ๆ ที่คะยั้นคะยอให้ร่างสูงอ้าปากแต่โดยดี
ก่อนจะหันมายิ้มหวานเมื่อเห็นแมทธิว และนิโคไลเข้ามาในห้อง
" เรียว นายอย่าดื้อสิ ยกแขนจะไม่ขึ้นแล้วยังจะจะคีบอาหารกินเองอีก
เกิดเดี้ยงไปอีกรอบนะ ชั้นจะให้พี่เข้าเฝือกแขนนายเลย "
คาโอรุกล่าวอย่างหน่าย ๆ เมื่อเพื่อนตัวดีดื้อดึงจะคีบอาหารกินเองให้ได้ ทั้งๆ ที่ยกแขนขวาจะไม่ขึ้นอยู่แล้ว
" ชั้นไม่ใช่เด็กนะ ที่ต้องให้นายป้อนให้น่ะ ชั้นจะกินเองเฟ้ย "
ร่างสูงตะโกนเสียงดัง
สงสัยเจ้านี่จะแก้แค้นที่ที่ผ่านมาเค้าทำกับร่างบางเหมือนเป็นเด็กมาตลอด
เจ้านี่เลยเอาคืนมั่ง แถมดันมาป้อนอาหารให้คนอื่นเห็นอีก เขินนะเฟ้ย มาตอนไหนไม่มา ดันมาเห็นตอนถูกป้อนอาหารเป็นเด็กแบบนี้
" พวกนายดูนะ เจ้าบ้านี่ยกแขนตัวเองยังจะไม่ขึ้น
แล้วยังจะฝืนคีบอาหารกินเองแบบนี้ เกิดแผลฉีกขึ้นมาจะทำไง " เสียงใสฟ้องฉอด ๆ
ก่อนที่หน้าจะมีสีระเรื่อไปเฉย ๆ เมื่อเห็นหนุ่มผมทองจ้องมองด้วยสายตาแปลก ๆ
หลายครั้งแล้วที่นิโคไลจะจ้องมองเค้าด้วยสายตาแบบนี้
สายตาที่แปลความหมายไม่ออก แต่ก็ทำให้คนถูกจ้องรู้สึกขัดเขินขึ้นมา
ร่างบางก้มหน้างุดหลบนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มแวววาวคู่นั้น
ก่อนจะพึมพำขอตัวไปทำธุระข้างนอก ขณะที่นิโคไลก็ขอตัวออกมาส่ง
พร้อมกับอ้างว่าต้องการเปิดโอกาสให้เรียว และแมท สนทนากัน
****************************************
" นายเป็นยังไงบ้าง " หน้าเนียนสวยเอ่ยถามเป็นประโยคแรก
พร้อมกับสบตาคมเข้มที่จ้องอยู่ก่อนแล้ว
" ไม่เป็นไรแล้วล่ะ เหลือแค่ยกแขนลำบากหน่อย นายล่ะ หายตกใจรึยัง "
เสียงทุ้มไต่ถามอย่างอ่อนโยน
" อื้ม หายแล้วล่ะ ขอบใจมากนะที่ไปช่วย "
" ชั้นเป็นเพื่อนของนายนี่นะ เพื่อนตกอยู่ในอันตรายก็ต้องไปช่วยสิ " เพื่อน
จริงสินะ ร่างสูงเป็นเพื่อนของเค้ามาตลอด มีแต่เค้าที่ปิดตัวเอง กันคนอื่นออกห่างไปหมด มารู้จักคำ ๆ นี้ก็ตอนเกือบจะเสียเพื่อนคนนี้ไปซะแล้ว
คิดขึ้นมาน้ำตาก็รื้นขึ้นมา
เค้าเคยปฏิเสธความหวังดีของคนตรงหน้ามาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ไม่รู้ว่าเรียวจะยกโทษให้เค้าหรือเปล่า
" นายไม่เป็นอะไรแล้วนะ ทุกคนอยู่เคียงข้างนายแล้ว ไม่มีใครมาทำอะไรนายได้อีกแล้วนะแมท "
ร่างสูงเชยคางมนพร้อมกับใช้นิ้วเรียวกรีดน้ำตาให้ร่างบาง
อีกครั้งแล้วที่แมทร้องไห้ให้ร่างสูงได้เห็น
ความอ่อนแอที่ไม่เคยแสดงออกให้ใครได้รับรู้แม้แต่ท่านแม่
แต่กลับต้องมาพ่ายให้หนุ่มหน้าเข้มคนนี้
" ขอบคุณนะเรียว ขอบคุณที่ไปช่วยชั้น " หน้าเนียนยิ้มให้ร่างสูง
รอยยิ้มกระจ่างใสที่มีให้เห็นเป็นครั้งแรก
ถึงแม้ว่าดวงตาจะยังมีหยาดน้ำอยู่คลอ ๆ แต่แค่นี้ก็ทำให้เรียวรู้ว่า ต่อไปนี้ แมทธิวจะเลิกปิดกั้นตัวเอง และยอมเป็นเพื่อนกับพวกเค้าตลอดไป
" ไม่เป็นไรหรอก แต่ตอนนี้ได้เวลาที่นายต้องตอบแทนบุญคุญชั้นแล้วแล้วล่ะ "
ร่างเล็กทำหน้าเหวอเล็กน้อย ก่อนจะมองตามสายตาของร่างสูงใหญ่
ถาดอาหารที่ยังมีอยู่เต็มจาน คงจะหิวล่ะสิ
มีคนป้อนให้แล้วยังเรื่องมากแล้วจะมาใช้อะไรเราอีกเนี่ย
" ป้อนชั้นหน่อยสิ ชั้นยกแขนไม่ขึ้นหรอกนะ " หน้าเข้มพูดยิ้ม ๆ
จริง ๆ ก็เขินแหละ แต่อยากดูว่าคุณชายเรื่องมากป้อนข้าวคนเป็นยังไง
อีกส่วนนึงก็หิวด้วยล่ะ กินได้ไม่กี่คำเอง ก็มีคนมาเยี่ยมแล้ว
" ทีเมื่อกี้ยังบอกจะกินเองอยู่เลย แต่ก็ได้ ๆ อ้าปากหน่อยสิ ไม่งั้นจะกินได้ไงล่ะ " ร่างบางพูดเขิน ๆ
ตั้งกะเกิดมาไม่เคยต้องทำแบบนี้ให้ใคร ยอมให้คนเดียวก็ได้
ก่อนจะก้มหน้าก้มตาคีบอาหารเอาใจคุณชายจอมเรื่องมากอีกคน ที่ปากก็กินไป
แต่ยังส่งเสียงบอกให้เค้าคีบอันนู้น อันนี้ ไม่กินไอ้นั่น ไอ้นี่อีก
แถมยังทำตาพราวยิ้มขำเมื่อเห็นร่างบางคีบอาหารถูก ๆ ผิด ๆ
(ก็มันเป็นอาหารญี่ปุ่น แล้วแมทก็ไม่ได้รู้จักทุกอย่างอีก)
กว่าจะกินเสร็จก็กินเวลาไปยกใหญ่
" นายนี่มันเลือกกินเหมือนกันนะ นึกว่าจะกินง่าย ๆ ซะอีก " แมทธิวบ่น ๆ
เลือกกินแล้วดันตัวสูงใหญ่อีก ทีเค้ากินแสนจะง่าย ทำไมยังตัวเล็กแค่นี้นะ
" หิวน้ำแล้ว " อะไร ว่าไปแล้วไม่สำนึกเลยนะ ยังมาขอน้ำกินอีก
เมื่อเห็นแมทเอาแต่นั่งเฉย
เรียวผู้ถือคติไม่ง้อก็ได้ฟะก็พยายามเอื้อมมือไปหยิบน้ำกินเอง
แต่ความที่ยังฝืนใช้แขนข้างที่ถนัด ก็ทำให้สะเทือนบาดแผลจนต้องส่งเสียงครางด้วยความเจ็บปวดออกมา
" จะบ้าเหรอไง เรื่องแค่นี้ก็บอกชั้นสิ ฝืนยกแขนขึ้นมาเกิดแผลฉีกจะว่ายังไง "
ร่างเล็กหน้าเสีย แล้วรีบกุลีกุจอรินน้ำให้คนตรงหน้า เรียวทำหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะดื่มน้ำที่อีกฝ่ายป้อนให้แต่โดยดี
นัยน์ตาคมเข้มพราวระยับทำให้หน้าเนียนใสหันหนีไปทางอื่น
ไม่อยากสบตาคู่นั้นเลย มันเหมือนดูดกลืนทุกอย่างลงไป เป็นนานที่แมท และเรียวไม่พูดอะไรออกมา
ก่อนที่ร่างบางจะทนอยู่ในความเงียบไม่ได้ขอตัวกลับออกมา
แต่ก็มีเสียงทุ้มตามหลังที่ว่า
" ชั้นจะรอนายพรุ่งนี้นะ " ไม่มีคำตอบมาจากร่างโปร่งบาง นอกจากการพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเข็นรถออกจากห้องไป
*********************************
For friends , with love
12
หลังจากรักษาตัวเกือบ 1 อาทิตย์ เรียวก็ออกจากโรงพยาบาลได้ซะที
ใจจริงเจ้าตัวอยากจะเผ่นออกตั้งกะ 2 วันแรกแล้ว ถ้าไม่เป็นเพราะได้พยาบาลดี
คอยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำให้ คนป่วยก็เลยอิดออด
ขี้เกียจออกจากโรงพยาบาลเสียไปเฉย ๆ จนคนดูแลเริ่มรู้แกว
หนุ่มหน้าเข้มก็เลยได้กลับมาอยู่บ้านสมใจอยาก (ในตอนแรก ๆ แต่มาเปลี่ยนใจในตอนหลัง)
ณ โรงแรม Grand de Veir
สามหนุ่มสามมุม อันประกอบด้วย แมทธิว นิโคไล และเรียวนั่งคุยกันในลอบบี้ของโรงแรม ตอนนี้นิคย้ายออกจากโรงแรมของเรียวแล้ว
แต่ก็ยังอุตส่าห์ไปเช่าเพนท์เฮาส์ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวเรียวซึ่งใกล้กับมหาวิทยาลัยที่เค้าศึกษาอยู่
" ไปซิลลาเวีย ! "
" อืม ท่านอาอยากตอบแทนที่นายช่วยชั้นไว้น่ะ... หรือว่านายไม่สะดวก "
ใบหน้าสวยหมองลง คิดแล้วเชียวว่าเรียวคงไม่ไป
ก็ที่ผ่านมาเค้าก็แสดงกิริยาไม่ดีกับคน ๆ นี้ไว้มาก (ถึงจะได้รับการตอบสนองในระดับที่สูสีกันก็เหอะ)
เสียงพูดที่เริ่มค่อยพร้อมกับก้มหน้าเนียนเล็กน้อย
" ไม่ใช่อย่างนั้น ชั้นแค่ตกใจนิดหน่อย ว่าแต่ชวนเพื่อนไปได้มั้ยล่ะ "
เรียวพูดขึ้น เห็นหน้าเศร้า ๆ แล้ว วิญญาณของพระเอกทนไม่ด้าย
ในใจก็นึกถึงคาโอรุขึ้นมา ที่ผ่านมาเจ้าตัวเล็กก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนเท่าไหร่ ด้วยเหตุว่าที่บ้านหวงจัด
แถมจะไปไหนทีก็ดันมีสายรายงานความเคลื่อนไหวของเจ้าตัวอีกตะหาก
การไปซิลลาเวียคราวนี้ อาจทำให้คาโอรุรู้สึกผ่อนคลายกว่าอยู่ญี่ปุ่นก็ได้
" ได้สิ เอาไปกี่คนก็ได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายนะ เพราะท่านอาจะออกให้เองทั้งหมด " ใบหน้าสวยกลับเป็นยิ้มแย้มทันควัน
ก่อนจะหน้าเศร้าลงอีก เมื่อนึกได้ว่าคนที่ร่างสูงจะพาไปด้วยเป็นใคร
ผิดกะอีกคน ที่ในใจกระดี๊กระด๊าขึ้นมาเฉย ๆ เมื่อนึกถึงใบหน้าเนียนใส ตากลมโตบ๊องแบ๊วน่ารักนั่น ถ้าเรียวพาคาโอรุไปด้วยก็ดีเนอะ จะได้พาไปกันเที่ยวเป็นคู่ ๆ เลย (หุ หุ)
" ดีแฮะ เที่ยวฟรีแบบเนี้ย ชั้นชอบ แต่ก็คงมีเวลาเที่ยวไม่เท่าไหร่สิ อีก 3 เดือนมหาวิทยาลัยก็เปิดแล้ว "
" ตั้ง 3 เดือน นายยังคิดว่าจะได้เที่ยวไม่กี่ที่อีกเหรอ แค่เนี้ยมันก็พอจะท่องยุโรปแล้วนะ " นิคร้องออกมา มันกะจะเที่ยวตลอดปิดเทอมเหรอไงฟะ
" ว่าแต่จะไปกันตอนไหนล่ะ ชั้นจะได้ไปขอวีซ่าเข้าประเทศนายก่อน " แหม ไปซิลลาเวีย ได้ยินตะชื่อ ไม่รู้ว่าขั้นตอนการขอวีซ่าเข้าประเทศจะยากหรือเปล่า
ยิ่งในช่วงที่กระแสก่อการร้ายฮิตอยู่ทั่วโลกขนาดนี้
ประเทศในแถบยุโรปยิ่งเข้มงวดกะการให้วีซ่าชาวเอเชียอยู่ด้วย
ถึงแม้ญี่ปุ่นจะไม่มีปัญหาการก่อการร้ายเหมือนประเทศในตะวันออกกลางก็เหอะ
" อาทิตย์หน้าดีมั้ย นายเตรียมตัวทันหรือเปล่า " หน้าสวยถามยิ้ม ๆ
พอพูดเรื่องเที่ยวเนี่ย คนตรงหน้าก็ดูเหมือนเด็กหนุ่มคนนึง ไม่เห็นมีท่าทีเหมือนตอนกวนประสาทเราเลย
" มั้ง หวังว่าสถานทูตนายคงยอมให้ชั้นง่าย ๆ ละกัน "
" ดี งั้นตามนี้ละกัน ชั้นจะได้ไปจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินด้วย "
นิคกล่าวสรุปการสนทนา จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินแล้ว ก็ต้องแจ้งทางบ้านด้วย
ไม่รู้ว่าที่บ้านจะว่าไง เล่นดื้อตามแมทมาถึงญี่ปุ่นนี่โดยไม่ติดต่อกลับไปที่บ้าน แถมบทจะกลับไปที ก็พาคนรู้ใจกลับไปอีก (?)
คิดแล้วก็นั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวถึงหน้าตาคนทางบ้านถ้าเห็นเค้าพาเพื่อนน่ารัก ๆ กลับไปด้วย ทำให้อีก 2 คนนั่งมองหน้ากันยกใหญ่ ที่อยู่ ๆ นิคก็นั่งหน้าเปื้อนยิ้มโดยไม่มีสาเหตุอยู่คนเดียว
************************************
" พี่ไม่ให้ไป " เสียงห้าวทุ้มกล่าวเยียบเย็น ทำให้ร่างสูงนั่งกลืนน้ำลายเงียบ ๆ บรรยากาศเริ่มมาคุขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อมาที่บ้านนี้ หน้าเข้มหันไปมองหน้าเพื่อนสนิท ก็เห็นตาสีน้ำตาลอ่อนมองกลับจ๋อย ๆ ตอบ
" โธ่ พี่คิริว ไปแค่นี้เอง ผมก็ไปด้วย ไม่มีใครทำอะไรเจ้านี่หรอก "
เด็กหนุ่มขอร้องอย่างอ่อนใจ มันจะอะไรกันน้า น้องก็โตจนจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ยังจะหวงเป็นเด็กเล็ก ๆ อีก
" ยังไงก็ไม่ให้ไป " หน้าเข้มขึ้นเสียงอย่างเข้มงวด มีอย่างที่ไหน
จะพาน้องเค้าไปไหนก็ไม่รู้ แล้วจะไปกันยังไง ผู้ใหญ่ไปด้วยเหรอเปล่า
เกิดอะไรกับน้องเค้าขึ้นมา เจ้าเด็กนี่รับผิดชอบไหวเหรอ
" โธ่ พี่คิริว ไปแค่ซิลลาเวียนี่เอง แล้วพวกญาติ ๆ ของแมทธิวเค้าก็รับรองเป็นอย่างดีด้วย " เด็กหนุ่มกล่าวอย่างเซ็ง ๆ
ทั้งขอร้องแกมอ้อนวอนอย่างนี้มา 2 วันแล้ว แต่ชายหนุ่มก็ยังยืนกรานคำเดิม
ถอนหายใจอย่างเบื่อ ๆ พลางหันไปมองหน้าเรียวที่สบตากลับจ๋อย ๆ
ก็รู้อยู่หรอกว่าพี่คิริวทั้งหวงทั้งห่วงคาโอรุอย่างมาก แต่ไม่นึกว่าจะอาการหนักขนาดนี้ ตอนคาโอรุเด็ก ๆ ว่าแย่แล้วนะ
พอเจ้าตัวเล็กโตขึ้นยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ กว่าพวกเขาจะเข้าใกล้คาโอรุ และมาบ้านหลังนี้ได้ ก็โดนพี่คิริวแกล้งไปสารพัด
" เออ นั่นแหละ แล้วจะไปกันยังไง ไปพักที่ไหน ไม่รู้ที่อยู่แน่นอนชั้นไม่ให้ไปพักหรอกนะ และที่สำคัญ ชั้นไม่ยอมให้คาโอรุไปกับไอ้เจ้าฝรั่งหัวทองนั่นหรอกนะ "
" ฝรั่ง ? ฝรั่งที่ไหนอีกล่ะพี่ " เรียวถามอย่างเบื่อ ๆ โรคหวงน้องเนี่ย เมื่อไหร่จะหายซักทีนะ
" ไม่รู้จักเฟ้ย ชั้นเจอมันตอนไปหานายโรงพยาบาล ชั้นเห็นนะ สายตามันมองคาโอรุยังไง ถ้าไอ้หมอนี่ไป ชั้นก็ไม่ให้คาโอรุไปหรอก "
" โธ่ พี่ ไอ้ฝรั่งของพี่น่ะเค้าชื่อนิโคไล แล้วเค้าก็มาเยี่ยมแมทธิวนะ
ไม่ได้มาทำอะไรเจ้าตัวเล็กซะหน่อย จะคิดมากอะไรนักหนา คาโอรุเองก็โต ๆ แล้ว
เจ้านี่จะคบกะใครมันก็เป็นสิทธิ์ของเค้านะพี่ " เรียวแก้แทนนิโคไล
มันจะหวงอะไรไม่เข้าเรื่อง พูดจนปากเปียกปากแฉะก็แล้ว
ทั้งยกแม่น้ำมาจนจะทั่วญี่ปุ่นอยู่แล้ว (ยกแม่น้ำทั้งห้ามันน้อยไป)
คิริวก็ยังยืนกรานคำเดิม จนเรียวอ่อนใจ
ท่าทางจะต้องไปซิลลาเวียคนเดียวซะกระมัง
เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะลากลับที่พัก
***************************************
" นิค นายซื้อตั๋วเครื่องบินเหรอยัง "
" ซื้อแล้ว (ทำไมเร็วจัง) มีอะไรเหรอเรียว "
นิคพูดขึ้นเมื่อเรียวโทรหาเค้าในวันต่อมา
" ท่าทางชั้นคงต้องไปเที่ยวกับพวกนายคนเดียวแล้วล่ะ เพราะที่บ้านคาโอรุเค้าไม่อนุญาตน่ะ "
" ทำไมล่ะ " เสียงห้าวถามกลับ ในใจรู้สึกโหวง ๆ อุตส่าห์เตรียมตัวอย่างดี
กะจะพาร่างเล็กไปแนะนำให้ที่บ้านรู้จักด้วย
"..." เสียงอีกฝ่ายเงียบไป จะให้บอกได้ไงล่ะ
ว่าเหตุผลหนึ่งที่พี่คิริวไม่ให้ไปก็มีสาเหตุจากนายนั่นแหละ
" ไม่เป็นไร เดี๋ยวชั้นจะบอกแมทให้ละกัน ว่านายจะไปคนเดียว "
" อืม ขอบใจนะ " เสียงทุ้มตอบอย่างอึดอัด เรียวรู้สึกแย่หน่อย ๆ ที่พอมีโอกาสได้ไปประเทศที่มีทิวทัศน์เหมือนเทพนิยายแบบซิลลาเวีย ก็ไม่อาจพาเพื่อนสนิทไปด้วยได้
ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งก็มีความรู้สึกในแบบเดียวกัน
โอกาสที่จะพาร่างเล็กเที่ยวซิลลาเวีย และเยอรมนีประเทศบ้านเกิดพลอยเป็นหมันโดยปริยาย
***************************************
1 อาทิตย์ผ่านไปเร็วเหมือนโกหก
ชายหนุ่มทั้ง 4 คนก็มายืนอยู่ที่สนามบินระหว่างประเทศเฟรดเดอริกในซิลลาเวีย
เพียงลงจากเครื่อง อาของแมทธิวก็ส่งคนมารับทันที
ทั้งเรียวและคาโอรุก็รู้ได้ทันทีว่าแมทไม่ใช่บุคคลสำคัญธรรมดา ๆ
เพราะสามารถทำให้คิริวซึ่งหวงน้องชายจัดยอมอนุญาตให้พาคาโอรุมาได้
(ก็เล่นให้ท่านทูตซิลลาเวียไปขออนุญาตด้วยตัวเอง พร้อมด้วยหนังสือรับรองจากรัฐบาลซิลลาเวียที่จะดูแลชายหนุ่มทั้ง 4 คนเป็นอย่างดี)
แถมเมื่อลงจากเครื่อง ก็มีพนักงานนำพวกเค้าไปยังห้องรับรองพิเศษ
ส่วนรถที่มารับเค้านั้นมีขนาดถึง 3 ตอน กับขบวนติดตามอีก 2 คัน
แมทมีสีหน้าผ่อนคลายขณะทอดสายตามตามถนนสายหลักที่มุ่งหน้าเข้าที่พัก
ใบหน้ายามนี้ของร่างบางดูอ่อนโยนจนเรียวอดที่จะละสายตาไปไม่ได้
ขณะที่อีกคู่นึง นิคก็ชี้ชวนให้คาโอรุดูสถานที่ต่าง ๆ ที่รถยนต์แล่นผ่าน
นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองตามคำบอกเล่าที่ได้รับ
พร้อมกับทำหน้าดีใจเมื่อนิคบอกว่าจะพาไปบ้านที่เยอรมนีเพราะนั่นก็เป็นโอกาสจะได้เที่ยวในประเทศใกล้เคียงด้วย (ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของคนข้าง ๆ ไปซะนี่)
" ถึงแล้ว " เสียงหวานใสปลุกเรียวออกจากภวังค์
แต่ทว่าเจ้าของเสียงไม่ยอมสบตาคนที่พูดด้วย
แถมด้วยใบหน้าที่มีสีระเรื่อนั่นอีก เรียวทำหน้างง ๆ เล็กน้อย
ก่อนจะเริ่มเข้าใจ ก็เค้าเล่นจ้องแมทตลอดทางเลยนี่นา
แถมดูท่าร่างบางจะรู้ตัวซะด้วย จะไม่เขินได้ไงไหว (แต่คนจ้องไม่รู้สึกหรอกนะ)
แต่เอ๊ะ ! นี่ที่พักพวกเค้าเหรอเนี่ย มองยังไงมันก็ปราสาทชัด ๆ
ถึงจะไม่ใหญ่โตเท่าพระราชวังแวร์ซายในฝรั่งเศส หรือพระราชวังบักกิ้งแฮมในอังกฤษก็เหอะ ร่างโปร่งบางเห็นหน้าเอ๋อ ๆ ของหนุ่มร่างสูง และเพื่อนร่างเล็กก็หัวเราะออกมาเล็กน้อย ก่อนจะนำทั้ง 3 คนไปยังห้องพักที่จัดเตรียมไว้
***************************************