For friends , with love
13
งานเลี้ยงฉลองต้อนรับโอรสเพียงคนเดียวของอดีตกษัตริย์เฟรดเดอริกซึ่งจัดที่พระราชวังฟีลีเบอร์กดำเนินไปอย่างคึกคัก
ด้วยมีบุคคลสำคัญของประเทศเข้าร่วมงานจำนวนมาก รวมทั้ง รมว.มหาดไทย
ซึ่งเป็นบิดาของท่านหญิงอลิเซียด้วย (เนื่องจากแมทไปขอร้องด้วยตัวเอง)
" ไง แมท มีอะไรอึดอัดมั้ย " ร่างสูงศักดิ์ไต่ถามหลานรัก
บุตรชายเพียงคนเดียวของพี่ชายที่เค้ารักที่สุด
" หม่อมฉันสบายดี ขอบพระทัยฝ่าบาท " ร่างบางทูลกลับ
" เรียกว่าอาฟรังซัวร์เหมือนเดิมดีกว่านะ ไม่งั้นอาโกรธจริง ๆ ด้วย "
กษัตริย์ฟรังซัวร์แกล้งทำหน้าเข้ม เมื่อได้ยินคำราชาศัพท์จากหลานรัก
" ครับ อาฟรังซัวร์ แล้วนี่เซบาสเตียนไม่มาด้วยเหรอครับ "
แมทธิวถามถึงญาติผู้พี่
" เดี๋ยวคงมาแหละ ช่วงบ่ายอาให้เซบาสเตียนไปเปิดงานนิดหน่อย
นี่พอรู้ว่าหลานมาก็อิดออด ไม่อยากไปงานซะเฉย ๆ "
ร่างสูงพูดถึงบุตรชายคนโตอย่างขำ ๆ
ชั่วครู่ใหญ่ ๆ มกุฎราชกุมารเซบาสเตียนก็เสด็จมาถึงงาน ร่างสูงสง่าเดินมาหาพระบิดา และแมทธิวญาติผู้น้องที่ยืนสนทนากัน
ภาพการพูดคุยในวงศ์ญาติอยู่ในสายตาของเรียว คาโอรุ และนิโคไล มาตลอด
เรียวเพิ่งรู้ถึงประวัติของแมทธิวจากนิโคไลในช่วงเช้านี้เอง
ว่าร่างบางนั้นเป็นถึงโอรสเพียงคนเดียวของอดีตกษัตริย์เฟรดเดอริก ที่ทรงประกาศสละราชสมบัติเนื่องจากปฏิเสธที่จะอภิเษกกับบุคคลที่บรรดาองคมนตรีเลือกไว้ให้
(ซึ่งก็คือท่านหญิงอลิเซีย ทำให้ท่านหญิงโกรธแค้นมาก)
แต่ทรงเลือกจะปฏิบัติตามหัวใจรักที่พระองค์ปรารถนา
ด้วยการหมั้นหมายและสมรสกับเลดี้มาดเดอลีนที่ทรงรู้จักเมื่อครั้งศึกษาต่อ ณ สหรัฐอเมริกา แต่ด้วยเหตุที่เลดี้มาดเดอลีนมีเชื้อสายของยายซึ่งเป็นคนเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศต้องห้ามในกฎมณเฑียรบาล
เนื่องจากประวัติดั้งเดิมที่เคยรุกรานซิลลาเวียเมื่อครั้งอดีต และในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คณะองคมนตรีไม่อาจยอมรับการอภิเษกครั้งนั้นได้
ท่านพ่อของแมทธิวก็เลยประกาศสละราชสมบัติ และยกให้น้องชายดำรงตำแหน่งกษัตริย์องค์ต่อไป
" นี่ก็คุยกับอามานานแล้ว ไปอยู่กับเพื่อน ๆ เถอะ แล้วเซบาสเตียน ดูแลน้องด้วยล่ะ "
กษัตริย์ฟรังซัวร์พูดขึ้นเมื่อเห็นหลานรักหันไปมองกลุ่มเพื่อน ๆ บ่อยครั้ง
มาซิลลาเวียครั้งนี้ แมทธิวที่เงียบขรึมลงเมื่อสิ้นท่านพ่อกลับมาร่าเริงอีกครั้ง
แถมคราวนี้ก็พาเพื่อนสนิทมาด้วยถึง 3 คน
ตัวแมทธิวนั้นเขาเห็นอยู่เป็นประจำแล้ว ที่น่าประหลาดใจน่าจะเป็นเด็กหนุ่มชาวญี่ปุ่นอีก 2 คนมากกว่า
ไม่รู้ว่าใครคนไหนที่ทำให้หลานรักของเค้ากลับมามีชีวิตชีวาแบบนี้ได้
" ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ อ้อ เซบาสเตียน เดี๋ยวผมจะแนะนำเพื่อน ๆ ให้รู้จัก " ร่างบางทูลลาท่านอา ก่อนจะพาเซบาสเตียนไปหาเพื่อนสนิท
**************************************
นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาจ้องมองหน้าเนียนใสในกรอบผมสีน้ำตาลอ่อนที่ยืนอยู่กับแมทธิว และเรียวในมุมหนึ่ง
ร่างเล็กซึ่งหันมามองกลับไม่รู้อะไรเรื่องอะไรก็ยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน
นิคหน้าหงิกขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสายตาแบบนั้นของเซบาสเตียน
" นาย...มองอะไรน่ะ " เสียงห้าวเอ่ยรอดไรฟัน ไม่ไว้ใจเจ้านี่เลย
มกุฎราชกุมารภาษาอะไร เห็นคนหน้าตาน่ารักหน่อยเป็นไม่ได้ รี่เข้ามาเชียว
" ก็รู้อยู่ ก็มองเหมือนที่นายมองแหละ " เสียงกวนเอ่ยกลับไม่แพ้กัน
" อย่ายุ่งกับคาโอรุนะ " นิคขึ้นเสียงพร้อมมองหน้าเซบาสเตียน
ถึงจะเป็นเจ้าชายประเทศไหนก็เหอะ แต่เล่นมองคาโอรุซะส่องทะลุขนาดนั้น
แถมยังทำหน้าตาลามกอีก ถ้าทำอะไรขึ้นมาจะต่อยให้หน้าหงายเลย
" อย่าขี้หวงขนาดนั้นเลยน่า ชั้นไม่แย่งแฟนเพื่อนหรอก " เซบาสเตียนพูดขำ ๆ
แหม ตอนแรกนิคก็มาก่อร้อก่อติกกับแมทธิวน้องเค้าอยู่ดี ๆ
พอหายหัวไปญี่ปุ่นหน่อยเดียว ก็พาแฟน (?) กลับมาด้วย
ถ้าเจ้าตัวน้อยนี่ไม่ใช่แฟนเพื่อนนะ เค้าจับลากขึ้นห้องนานแล้ว
" แล้วนั่นนายจะไปไหน " อะไรฟะ ไหนว่าไม่อยากยุ่ง แล้วเดินไปหาคาโอรุ (ของเค้า) ทำไม
" อ้าว ก็เค้าจะเปิดฟลอร์กันแล้ว ชั้นก็ต้องไปหาคู่ควงสิ " หน้าคมยักคิ้วกวนๆ ก่อนที่จะเดินไปหาร่างเล็ก
" แมท ให้เกียรติเต้นรำกับพี่ซักเพลงนะ " หน้าเข้มถามพร้อมยื่นมือให้แมทธิว
ไม่ได้สังเกตุใบหน้าที่เริ่มหงิกของชายหนุ่มอีกคน
ส่วนนิคที่รีบเดินมาเพราะกลัวเจ้าชายมือไวจะแย่งคาโอรุของเค้าไปก็ยืนอึ้งเล็กน้อย
(นึกว่าจะโดนฉกคาโอรุไปซะอีก) ร่างบางหัวเราะเล็กน้อย
ก่อนจะยิ้มรับและออกไปเปิดฟลอร์กับพี่ชาย ส่วนนิคก็ยืนวน ๆ อยู่ซักพักก่อนจะขอคาโอรุเต้นรำ ร่างเล็กทำหน้าเหวอหน่อย ๆ ก่อนจะถูกเพื่อนสนิทซึ่งรู้ใจชายหนุ่มอีกคนผลักไปสู่อ้อมแขนของนิโคไล
ตอนนี้ก็เหลือแต่เรียวคนเดียวที่ไม่มีคู่เต้นรำ ร่างสูงทำหน้าเบื่อ ๆ ก่อนจะปลีกตัวไปสูดอากาศที่ระเบียงคนเดียว
**************************************
" ขอยืนด้วยได้มั้ยคะ "
เสียงหวานใสเอ่ยถามก่อนจะเข้ามายืนแนบเคียงได้ไม่รอคำอนุญาตจากร่างสูง
" มากับท่านแมทธิวใช่มั้ยคะ ชั้นเห็นคุณยืนคุยกับท่านอยู่ "
ใบหน้าหวานฉีกยิ้มทอดสายตาให้หน้าเข้มตรงหน้า
ถึงเรียวจะไม่หล่อเท่เหมือนมกุฎราชกุมารเซบาสเตียน แต่หน้าคมเข้มบาดใจแบบตะวันออกก็ทำให้สาว ๆ ซิลลาเวียแอบกรี๊ดกร๊าดไปหลายคน
" ชั้นชื่อโดมินิคค่ะ ไม่ทราบว่าคุณ... "
" เรียวครับ มัตสึซาวะ เรียว " หน้าเข้มเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ารอยยิ้มแบบนี้มันละลายหัวใจใครบ้าง
" เรียว นายมาอยู่นี่เองเหรอ อ๊ะ...ขอโทษที่มารบกวน "
ร่างบอบบางทำสีหน้าเจื่อน ๆ เมื่อเห็นร่างอวบอัดในชุดราตรีเกาะอกสีน้ำเงินยืนเบียดกระแซะหนุ่มหน้าเข้ม
หน้านวลมองค้อนร่างสูงอย่างเคือง ๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับข้างในแต่ก็ไม่ทันที่มือแกร่งจะจับยึดไว้ได้
" รบกวนอะไรกัน แล้วนายมีอะไรเหรอแมท " หน้าเข้มถามกลับพร้อมจ้องตาอำพันสวย
ร่างโปร่งไม่พูดอะไรได้แต่มองค้อนกลับวิบ ๆ
โดมินิครู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินของคนคู่นี้ก็รีบถอยฉากไปทันที
แถมกลัวว่าเกิดมีใครมาเห็นว่าเธออยู่กับเรียวแล้วนำเรื่องไปบอกคู่หมั้นเธอล่ะก็
ไม่รู้ว่าจะโดนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดไหน
" ว่าไงล่ะแมท เอาแต่เงียบแบบนี้ชั้นไม่รู้เรื่องหรอกนะ "
" ชั้นแค่จะมาตามนายเข้าไปข้างใน เห็นหายออกมานานขนาดนี้ ไม่นึกว่านายมีธุระสำคัญอยู่ " เสียงพูดตัดพ้อน้อย ๆ
แค่เค้าไปเต้นรำกับเซบาสเตียนเพลงเดียว หมอนี่ก็มีคนตามจีบขนาดนี้แล้ว
ถ้าเค้าไม่เข้ามา ป่านนี้ไม่ไปถึงไหนกันแล้วล่ะ
" นาย ...งอนอะไรน่ะ " เสียงทุ้มพูดอ่อนโยน
พร้อมกับสูดจมูกดอมดมกลิ่นหอมของร่างบาง
กลิ่นกายของแมทธิวไม่ฉุนฟุ้งเหมือนตกน้ำหอมเหมือนบรรดาสาว ๆ ในงาน
แต่ก็ไม่ใช่กลิ่นแป้งเด็กเหมือนคาโอรุ แมทธิวมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่เหมือนจะเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่เค้าไม่เคยรู้สึกจากใครมาก่อน
" ใครงอนนายกัน ชั้นไม่พูดด้วยแล้ว กลับเข้าข้างในดีกว่า ยืนอยู่ได้ยังไงตรงนี้ตั้งนาน หนาวจะตาย " หน้านวลตวัดตาสีอำพันใส่
ร่างสูงไม่พูดอะไร แต่แขนยาวโอบร่างบางมาไว้แนบอก
ร่างเล็กพยายามดิ้นออกแต่ก็สู้วงแขนแกร่งไม่ได้ ต้องยอมยืนพิงอ้อมอกกว้างอบอุ่นนั้น
" หายหนาวรึยังล่ะ " เสียงทุ้มดังขึ้นข้าง ๆ หู แมทธิวก้มหน้างุด ไม่ยอมสบตาหรือตอบคำถามใด ๆ
ใบหน้านวลร้อนผ่าวเมื่อนึกว่าหน้าคมเข้มอยู่ห่างจากเค้าไม่ถึงเซนต์
" ป...ปล่อยได้แล้ว " มือเล็กพยายามดึงแขนแข็งแรงออก
เรียวคลายอ้อมแขนเล็กน้อยก่อนจะหันให้ร่างบางหมุนมาเผชิญหน้าตัวเอง พลางทอดสายตาอ่อนโยนมองหน้าร่างบาง
ก่อนที่จะจรดริมฝีปากบนกลีบปากเต็มตึงของอีกฝ่าย พร้อมทั้งสอดลิ้นเรียวเกี่ยวกระชับดึงอารมณ์
เป็นนานก่อนที่เรียวปากบางจะถอนตัวออกไปเมื่อร่างเล็กเริ่มทรงตัวไม่อยู่
หน้าเนียนใสแดงก่ำขณะยืนซบแผ่นอกกว้าง
เรียวอดยิ้มไม่ได้ก่อนจะก้มลงหอมแก้มนุ่ม ๆ นั่นทีนึง
" ลงโทษที่นายทิ้งชั้นไว้คนเดียว "
มือแกร่งจับกระชับข้อมือเล็กบอบบางก่อนจะดึงเข้าไปข้างในด้วยกัน
แมทธิวไม่พูดอะไร แต่ก็ยอมตามเรียวไปต้อย ๆ
ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่ออ้อมแขนนั้นหันมาโอบกระชับเอวเล็ก
" ทำอะไรของนายน่ะ ปล่อยนะ " เสียงใสพูดห้วน ๆ อะไรกัน
เมื่อกี้ก็จูบเค้าแบบไม่ทันตั้งตัว นี่ยังจะโอบเอวเค้าอีก คนเค้ามีพ่อมีแม่นะ ทำอะไรไม่เกรงใจมั่งเลย (ถ้าขอแล้วก็ว่าไปอย่าง) หน้าเข้มหันมามองยิ้ม ๆ
ก่อนจะเอ่ยประโยคกวนประสาทเหมือนเก่า
" ก็ชั้นกลัวหลงนี่ เกิดนายหายไปกับใครอีก ชั้นจะทำยังไงล่ะ "
นัยน์ตาดำคมจ้องกลับดวงตาอำพันสวย คนตั้งคำถามอึ้งปนเขินกับคำตอบที่ได้รับ
ไม่กล้ากล่าวอะไรอีก ต้องยอมให้วงแขนแกร่งโอบประคองไปอย่างเดิม
เมื่อมาเข้ามาในงาน ทั้งคู่ก็เห็นนิโคไลยืนหน้าบึ้ง
ขณะที่เซบาสเตียนจับจองการสนทนากับคาโอรุ พอเห็นเรียวและแมท นิคก็รีบเดินมาหาพร้อมกับขอให้ช่วยเหลือทันที ทั้งสองคนรับฟังอย่างเห็นใจ
เซบาสเตียนเป็นหนุ่มรูปงามแถมด้วยนัยน์ตาเจ้าชู้แบบฉบับดอนฮวน
ใครอยู่ใกล้ย่อมหลงเสน่ห์นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งนิคและแมทต่างก็รู้ในข้อนี้อย่างดี
แต่ที่มาเดือดเนื้อร้อนใจก็เมื่อพบว่าเซบาสเตียนเริ่มจะหว่านเสน่ห์ให้เด็กหนุ่มร่างเล็กที่มาด้วย แถมเจ้าตัวเล็กยังไม่รู้ตัวอีกว่ากำลังถูกจีบอยู่
" เซบาสเตียน ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ " เมื่อเห็นญาติผู้น้องเดินเข้ามา
ร่างสูงศักดิ์ก็พยักหน้าก่อนจะหลบมุมไปคุยด้วย
ทั้งสามคนมองการสนทนาอยู่ซักพัก ก่อนที่จะเห็นเซบาสเตียนทำหน้าเจื่อน ๆ แล้วรีบจ้ำหายไปทันที
" นายบอกอะไรเจ้านั่นน่ะ " นิคกระซิบถามเมื่อแมทกลับเข้ามาในวงสนทนาใหม่
" ไม่มีอะไร แค่บอกเบลินด้าก็มาในงานนี้ด้วย " นิคร้องอ๋อกลับทันที มิน่าล่ะ ถึงได้รีบหนีไปขนาดนั้น
ก็เจ้านั่นจีบเบลินด้าซึ่งเป็นหลานสาวคนโปรดของท่านองคมนตรีเออร์เนสต์มาตั้งนาน
แต่สาวเจ้าก็ยังไม่ยอมตกลงซะที ด้วยรู้กิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของมกุฎราชกุมารรูปงาม
แถมยังเล่นหนีไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษอีกตังหาก
แล้วนี่ถ้าเกิดเบลินด้าเห็นว่าเซบาสเตียนมาจีบแฟนของเพื่อนสนิทอย่างนิคแล้วล่ะก็
ชาตินี้เจ้าเซบาสเตียนสมหวัง (แห้ว) แน่ ๆ
***************************************
For friends , with love 14
14
" เรียวล่ะ " ร่างบางถามองครักษ์
หลังพบว่าเรียวไม่ได้ร่วมทานอาหารเช้าด้วยกัน จะถามจากนิโคไล หรือคาโอรุ
ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าทั้งสองคนไปไหน สงสัยว่าจะพากันเที่ยวที่ต่าง ๆ ซะกระมัง
" เข้าวังขอรับ องค์กษัตริย์ให้คนมาเชิญคุณเรียวไปพระราชวังบานสไตน์ขอรับ "
องครักษ์ชี้แจง ร่างบางทำหน้าพิศวง
เข้าวังบานสไตน์ซึ่งเป็นที่ประทับขององค์กษัทตริย์เนี่ยนะ
ปกติถ้าไม่มีกิจอันใดท่านอาจะไม่ทรงอนุญาตให้สามัญชนเข้าเฝ้าในพระตำหนักเลยนี่นา
ท่านอามีอะไรกันถึงเชิญเรียวไปพบด้วย
หรือว่าไม่พอใจที่พาคนต่างชาติมาพักด้วยกัน แต่ก็ไม่น่าใช่นะ
ท่านอาไม่ใช่คนเข้มงวดอะไรนี่นา หน้าสวยวิตกกังวลคนเดียวเงียบ ๆ
ขอให้ไม่เป็นอะไรก็พอแล้วกัน
" งั้นเตรียมรถให้หน่อยนะ ผมจะเข้าพระราชวังบานสไตน์ "
ระหว่างนั้น หนุ่มหน้าเข้มที่มีคนเฝ้าคะนึงถึงกำลังนั่งอยู่หน้าพระพักตร์ของกษัตริย์เฟรดเดอริก
" เราห่วงหลานมากนะ " องค์กษัตริย์พูดขึ้นหลังจากเงียบมาพักใหญ่
ตาสีน้ำเงินเข้มจ้องสบนัยน์ตาคมดำสนิท
" ขอรับ กระหม่อมทราบดี " เสียงทุ้มตอบรับ
ก็ในเมื่อแมทธิวเป็นหลานชายเพียงคนเดียว
แถมยังเป็นบุตรชายโทนของพี่ชายที่รักยิ่งเนี่ย จะไม่ให้รักให้ห่วงก็แย่แล้ว
แต่ในใจก็เฝ้าประเมินสถานการณ์ เชิญมาเพื่อพูดเรื่องนี้เนี่ยนะ หรือว่ามีจุดประสงค์อื่นใดแฝงเร้นอยู่ (คนกำลังเกร็ง ก็คิดไปเรื่อยแหละ)
" เธอ เรียวสินะ เรารู้จากท่านหญิงมาดเดอลีนว่าเธอเป็นคนช่วยแมทธิวออกมา "
เสียงเรียบเอ่ยลอย ๆ พระพักตร์ไม่แสดงสีหน้า หรืออารมณ์ใด ๆ
เพียงเฝ้ามองเด็กหนุ่มอย่างเงียบ ๆ
" ขอรับ เพื่อนย่อมช่วยเพื่อนอยู่แล้ว " คำตอบสร้างความพอใจยิ่งนัก
พระพักตร์ที่บ่งบอกความสูงวัยยิ้มสรวล นั่นสินะ เพื่อน...
ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนยิ่งกว่าคนรักกัน ช่วยเหลือกันทั้งยามทุกข์ยามสุข
" ดีจริง แมทธิวโชคดีที่ได้รู้จักคนอย่างเธอ "
หลังจากนั้น กษัตริย์เฟรดเดอริกก็ถามเรียวเกี่ยวกับครอบครัว การเรียน ความเป็นอยู่ของร่างบางเมื่ออยู่ที่ญี่ปุ่น ความสนิทสนมกับทั้งแมทธิวและนิโคไล
พระองค์สังเกตุได้จากงานเลี้ยงรับรองเมื่อคืนว่าแมทธิวร่าเริงขึ้นมาก ไม่มีท่าทางเย็นชา หรือปิดกั้นตัวเองเหมือนในอดีต
ซึ่งก็คงเป็นเพราะเด็กหนุ่มคนนี้เองที่ทำให้หลานของพระองค์เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
พระองค์สบายพระทัยขึ้นที่แมทธิวจะมีคนดูแลขณะพำนักอยู่ในญี่ปุ่น
ขณะที่เรียวก็รู้สึกปลาบปลื้มที่องค์กษัตริย์ทรงไม่ถือพระองค์
แถมยังซักถามเรื่องเกี่ยวกับตัวเองด้วย ในตอนท้าย กษัตริย์เฟรดเดอริกตรัสกับเรียวว่า
" ฝากดูแลแมทธิวด้วยนะ เด็กคนนี้ไม่ใช่คนเข้มแข็งอะไรนัก
แล้วถ้าจะทำอะไรก็ขอให้รู้ว่าเรามีหลานชายเพียงคนเดียว
ถ้าใครทำให้หลานเราเสียใจ เราก็มีวิธีจัดการคนผู้นั้นให้ลืมไม่ลงเป็นแน่ "
พระสุรเสียงเยือกเย็นตรัสต่อร่างสูงแถมคำขู่ช่วงท้ายกลาย ๆ เรียวน้อมรับสั่ง
ร่างสูงวัยลุกจากที่นั่ง เป็นสัญญาณอนุญาตให้เรียวกลับไปได้
เด็กหนุ่มให้คำมั่นกับตัวเอง จะอย่างไรก็จะปกป้องดูแลแมทธิวให้ได้
แต่แม้ไม่มีรับสั่ง
เรียวก็พร้อมจะดูแลแมทไปจนกว่าเจ้าตัวจะต้องการคนอื่นที่ไม่ใช่เขา
*************************************************
" อ้าว แมท มาทำอะไรน่ะ "
เรียวทักเมื่อเห็นร่างบางเดินรีบเร่งเข้ามาในพระราชวัง ร่างเล็กชะงัก เมื่อเห็นหน้าคนที่มองหาอยู่
" ก็มาหานายน่ะแหละ นึกว่า... " หน้าสวยก้มหลบ
เมื่อเห็นนัยน์ตาคมพราวที่จ้องราวกับจะทะลุไปถึงหัวใจ
หน้าเนียนเป็นสีระเรื่อเมื่อนึกได้ว่าเมื่อคืนเรียวทำอะไรกับเค้ามั่ง
" นึกว่าอะไรล่ะ นึกว่าชั้นจะโดนเนรเทศ หรือโดนประหารดีล่ะ "
หน้านวลค้อนควับเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย
" ท่านอาไม่ใช่พวกกษัตริย์ในยุคโบราณนะ จะได้ทำอย่างงั้นน่ะ " เสียงใสกระชาก
ถ้ารู้ว่าจะกวนยังงี้ รู้งี้ไม่ห่วงดีกว่า
" อ้าว ไม่รู้เหรอ เห็นทำหน้าเหมือนชั้นจะโดนประหาร แล้วตกลงนี่มาทำไมล่ะ
ไหนว่าจะพาพวกชั้นทัวร์ซิลลาเวียไง " เสียงทุ้มกล่าวล้อ ๆ
" ก็ชั้นห่วงนายนี่ ไม่รู้ว่าโดนเรียกมาเรื่องอะไร "
พูดแล้วก็เมินหน้าไปทางอื่น เรียวยิ้มกว้าง กว่าจะพูดได้นะแมท
มือใหญ่จับจูงข้อมือเล็กลากไปยังระเบียงกว้างซึ่งมองไปได้รอบพระราชวัง
ร่างโปร่งฮึดฮัดนิดหน่อย ก่อนจะเดินตามไปด้วยดี
" ไม่มีอะไรหรอก ท่านอาของนายเรียกมาถามอะไรนิดหน่อยน่ะ " หน้าเนียนแหงนมอง
ตาสีอำพันทองฉายแววสงสัยเต็มเปี่ยม
" แล้วท่านก็ฝากนายไว้กับชั้นด้วย ทำไงดี ชั้นดันตอบรับไปแล้วสิ "
พูดพร้อมกระชับวงแขนรอบร่างบาง หน้าเนียนร้อนผ่าว
รู้สึกเหมือนว่าที่เจ้าสาวที่มีคนมาสู่ขอแล้วพ่อแม่ก็ยกให้ง่าย ๆ
พยายามกลั้นความรู้สึกดีใจไม่ให้คนข้าง ๆ มองเห็น แต่มีหรือจะรอดพ้น
ก็เรียวน่ะก้มมองหน้าสวยตลอดเวลา
แถมยังทำให้แมทธิวใจเต้นเล่นด้วยการก้มจมูกโด่งมาแนบแก้มเนียน แถมด้วยข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นว่า
" ชั้นนึกว่าหน้านายมีกระน่ะ แต่ดูแล้วเนี้ยนเนียน สงสัยคงมองผิดไป "
พูดพร้อมกับหัวเราะหึ หึ ในลำคอเมื่อเห็นหน้าเนียนแดงก่ำ
กำปั้นเล็กตุ้ยท้องเรียวเบา ๆ ร่างสูงร้องโอ้ย แถมแกล้งโอบหนักเข้า ร่างบางงอนก่อนจะเดินหนีไปที่รถ
ภาพที่เห็นไกล ๆ ก็เหมือนคู่รักหวานแหววคู่นึง กษัตริย์เฟรดเดอริกยืนมองอยู่เงียบ ๆ
ความสัมพันธ์ที่เริ่มพัฒนาจากความเป็นเพื่อน
จะเป็นอย่างไรต่อไปก็ขอให้คนทั้งคู่เป็นผู้ตัดสินอนาคตกันเอาเอง
การมีความรักย่อมดีกว่าไม่มีเลยนี่นา แม้จะมีคำพูดที่ว่า 'ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์' ก็เถอะ ที่สำคัญ ความสุขนั้นไม่จีรังยั่งยืน หากผลั้งเผลอ ความทุกข์ก็อาจมาเยือน
พระองค์จะไม่ขอไปก้าวก่ายสิ่งใด อะไรที่แมทธิวทำอะไรแล้วมีความสุข พระองค์ก็แสดงยินดีด้วยอย่างจริงใจ
*********************************************
มาดูอีกคู่นึงดีกว่า นิโคไลพาหนุ่มน้อยคาโอรุมายังพิพิธภัณฑ์คลอฟเฟล็ต
ซึ่งแต่ก่อนเคยเป็นพระราชวังของราชวงศ์ซิลลาเวียมาก่อน
คาโอรุดูโน่นดูนี่อย่างเพลิดเพลิน แน่ล่ะ ก็เล่นรวมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมในยุครุ่งเรืองทางอารยธรรมของซิลลาเวียตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเอาไว้
นิโคไลเดินไปอมยิ้มไปเมื่อหนุ่มน้อยลากมือนิคไปมุมโน้นมุมนี้ไม่หยุด ทำให้ร่างสูงต้องดึง ๆ เอาไว้บ้าง เดี๋ยวเจ้าตัวน้อยจะหมดแรงซะก่อน
" นิค ที่นี่ยอดมากเลย รวมอะไรหลาย ๆ อย่างของซิลลาเวียมาไว้หมด แถมรูปนี้ด้วยผมชอบจัง " คาโอรุหยุดยืนอยู่หน้าภาพวาด My Lover ของศิลปินมีชื่อชาวซิลลาเวีย
เป็นภาพหญิงสาววัยกำดัดเดินเล่นในยามบ่าย
ด้านขวาของภาพเป็นลำคลองที่ทอดยาวไปไกล ส่วนด้านซ้ายเป็นสวนสาธารณะ ดอกไม้นานาออกดอกบานสะพรั่ง มีภาพชายหนุ่มยืนมองไกล ๆ และมีคิวปิดกำลังจะแผลงศรไปที่หญิงสาว
บรรยากาศในภาพเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิทำให้ศิลปินแต่งแต้มผ้าใบในสีสันพาสเทล
" แล้วนายรู้มั้ย ศิลปินคนนี้เขียนบทกวีประกอบภาพวาดของเค้าด้วย "
ร่างเล็กมองอย่างทึ่งน้อย ๆ ไม่นึกว่าคนอย่างนิคจะรู้เรื่องศิลปะพวกนี้ด้วย
นึกว่าเป็นพวกหนุ่มเจ้าสำราญอย่างเดียวซะอีก
" แล้วเค้าเขียนว่าไงล่ะ "
" อยากรู้เหรอ " ร่างสูงถามยิ้ม ๆ ศรีษะเล็กพยักรับทันควัน แถมรอยยิ้มอ้อน ๆ ที่ทำให้คนจ้องมองใจอ่อน
" เค้าบรรยายถึงชายหนุ่มที่เฝ้ามองความงดงามของหญิงสาวแรกรุ่น และหญิงสาวก็รู้ตัวว่าถูกแอบมองอยู่ ซึ่งดูได้จากภาพที่เจ้าหล่อนหันกลับมามองด้านหลังเล็กน้อย
บรรยากาศในช่วงฤดูใบไม้ผลิแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้ใบหญ้า
ความร่าเริงแจ่มใส และความรักที่รายล้อมอยู่ก็เห็นได้จากคิวปิดน้อย
และชายหนุ่มที่เฝ้ารอ โดยรวมก็คือ ชายหนุ่มเฝ้าคะนึงหาสาวงาม
ไม่รู้ว่าสาวเจ้ามีคู่หมายหรือยัง ทำได้เพียงแอบมองเงียบ ๆ และคอยปกป้องดูแลเท่านั้น ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงรักแท้ต่อไป "
" โรแมนติกจัง " หน้านวลกล่าวอย่างฝัน ๆ ถ้ามีคนมาทำแบบนี้ให้เค้า
เค้าคงรักคน ๆ นั้นมากทีเดียว
" ชอบเหรอ ชั้นดีใจนะที่นายชอบ " ตาสีน้ำเงินเข้มทอดมองอ่อนโยน
ตาสีน้ำตาลหันมาสบ ก่อนจะหันไปมองข้าง ๆ อย่างเก้อ ๆ
อีกครั้งแล้วที่ไม่อาจสู้สายตาที่ส่งความนัยนั้นได้ ปรารถนา มาดหมายในสิ่งที่ตนมิอาจหลีกเลี่ยงได้ แม้จะมิรู้ถึงความหมายนั้นก็ตาม
" ไว้ไปถึงเยอรมนี ชั้นจะพาไปดูพิพิธภัณฑ์ที่โน่นนะ "
เสียงทุ้มพูดขณะจับจูงร่างเล็กไปยังมุมอื่น ๆ อุ้งมือใหญ่กุมมือเล็กไม่วาง
ความอบอุ่นอ่อนโยนที่มีทำให้เจ้าตัวน้อยเต็มใจกับการเกาะกุมนั้น
แต่ก็อย่างว่า รักแท้ย่อมมีอุปสรรคเป็นธรรมดา
ใครจะไปรู้ว่าวันนั้นมกุฏราชกุมารเซบาสเตียนจะมาเดินเล่นพิพิธภัณฑ์กับเค้าด้วย
ร่างสูงสง่ารีบเดินเข้ามาทันทีที่เห็นเพื่อนรัก
" โชคดีจังที่ได้เจอนายวันนี้ด้วย แล้วเป็นไงบ้างคาโอรุ หลับสบายดีมั้ย ถ้าไม่ดีไปพักกับชั้นละกัน " ร่างสูงศักดิ์ทักทายตามประสาคนรู้ใจ
แต่ประโยคท้ายดันทอดเสียงอ่อนโยนปนอ้อนนิด ๆ แถมทำหน้าเย้ย ๆ เมื่อเห็นคนตัวใหญ่เริ่มมีน้ำโห (ไทษฐานที่แกล้งชั้นในวันงานนะนิค แค่จีบเด็กนายหน่อยเดียว ดันโทร.ไปฟ้องเบลินด้าซะได้ แล้วทีนี้ชั้นจะเข้าหน้ายังไงฟะ)
" หลับสบายดีครับ แล้วท่านเซบาสเตียนมาทำธุระแถวนี้เหรอครับ "
ร่างเล็กหน้าเหวอกับคำชวนแปลก ๆ นั้น แต่ก็ยังยิ้มหวานขณะโต้ตอบบทสนทนา
" ใช่ แต่กำลังจะกลับแล้วล่ะ ว่าแต่นายล่ะนิค จะกลับพร้อมกันมั้ย ชั้นจะได้ไปส่ง " ปากถามเพื่อน แต่ตาน่ะ จ้องคนตัวเล็กที่ยืนมองตาแป๋ว
นิโคไลเห็นไม่ได้การ รีบดึงคาโอรุมาประชิดทันควัน พร้อมกับส่งสายตาประมาณว่า
'กลับไปคนเดียวเลยไป ไอ้เพื่อนเฮงซวย'
" นายกลับไปก่อนเถอะ ชั้นเอารถ (ประจำทาง) มาด้วย เดี๋ยวชั้นกลับเองได้ "
แต่มีหรือที่คนอย่างเซบาสเตียนจะรู้สึก ร่างสูงยังก่อกวนไม่เลิก
แถมทำท่าจะดึงแขนคาโอรุกลับด้วยกันอีก ดีที่นิโคไลไหวตัวทัน
พร้อมกับเล่นมุขเดิม ๆ ด้วยการเบิกตามองข้างหลังเซบาสเตียน พร้อมกับพูดดัง ๆ ว่า 'เบลินด้า' เซบาสเตียนชะงักกึก ก่อนจะหันไปมองข้างหลังอย่างช้า ๆ
อ้าว เวร ! โดนหลอกนี่หว่า พอจะหันกลับไปด่า ก็ไม่เห็นสองคนนั่นซะแล้ว หายไปไหนนะ ไวจริง ๆ
'แฮ่ก ๆ' เสียงหอบปนเหนื่อยดังขึ้นหลังจากนิคพาวิ่งมาไกล
ร่างสูงหยุดยืนจ้องมองร่างเล็ก คงจะเหนื่อยจริง ๆ เล่นพาวิ่งมาซะเร็ว
แถมช่วงก้าวที่ไม่เท่ากันทำให้คาโอรุต้องเร่งสปีดกว่าปกติ
นิโคไลพาคาโอรุไปพักเหนื่อยที่ม้านั่งข้างๆ
" เหนื่อยมั้ย โทษทีนะ " ถามพลางซับเหงื่อใบหน้าเล็ก
หน้าขาวใสแดงระเรื่อด้วยความร้อน ไม่รู้ว่าด้วยแดดจัดยามบ่าย หรือฝ่ามืออบอุ่นที่กำลังซับเหงื่อให้นี่
" ไม่เป็นไร ว่าแต่ทำไมต้องหนีท่านเซบาสเตียนด้วยล่ะ " ถามอย่างงง ๆ ที่อยู่ๆ นิโคไลก็จับมือวิ่งมาที่นี่
" เดี๋ยวโดนเจ้านั่นแกล้งเอา " คาโอรุพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ
แต่ยังนึกสงสัยว่าจะโดนหนุ่มผู้นั้นแกล้งเอายังไง นั่งพักเหนื่อยอยู่ครู่ใหญ่
ทั้งสองก็สังเกตุว่าตนเองตกเป็นเป้าสายตาของม้านั่งในบริเวณใกล้เคียง
คาโอรุกับนิโคไลหันมามองหน้ากันงง ๆ ก่อนจะถึงบางอ้อ
เมื่อสังเกตุว่าม้านั่งเหล่านั้นจะมีหนุ่มสาวชาวซิลลาเวียมานั่งกันเป็นคู่ ๆ
แถมสวีตหวานแหววกันอีกตังหาก คาโอรุหน้าแดงก่ำ ไม่กล้าหันไปมองหน้านิโคไล
แต่เจ้าตัวก็หาสาเหตุความอายนี้ไม่ได้
นิโคไลเห็นคาโอรุนั่งหน้าแดงก็หันมาถามเก้อ ๆ
" หายเหนื่อยหรือยัง จะได้กลับกัน " เสียงทุ้มพูดอ่อนโยน หน้านวลผงกศรีษะเบา ๆ ก่อนที่ร่างสูงจะจับมือไปขึ้นรถประจำทางกลับที่พักด้วยกัน ระหว่างอยู่บนรถ
ร่างเล็กนิ่งคิดมาตลอดถึงความรู้สึกเมื่ออยู่ใกล้นิโคไล
นิโคไลไม่ปฏิบัติต่อเค้าเหมือนกับพี่คิริว หรือเพื่อนคนอื่น ๆ
ไม่ทำให้เค้ารู้สึกเป็นเด็กที่ต้องคอยดูแลอยู่เสมอ แต่ให้ความรู้สึกอบอุ่น
ปกป้องดูแลอยู่ข้าง ๆ แล้วยังเป็นที่ปรึกษาเรื่องการเรียนได้อีกตังหาก
แต่ที่คิดไม่ตกก็คือ ร่างสูงแสดงท่าทีต่อเค้าผิดแปลกไปจากความเป็นพี่ หรือเพื่อน... เหมือนคนรัก คนรัก ! หน้าเล็กก้มงุด เค้าสองคนเป็นผู้ชายนะ จะคิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง (แต่นี่มันนิยายโฮโมนะ )
นิโคไลก็ชอบอยู่กับแมทธิวอยู่ไม่ใช่เหรอ (เค้าเลิกชอบกันแล้วหนู แถมนิโคไลเป็นฝ่ายชอบเค้าข้างเดียวอีก)
แถมตัวเค้าก็ยังเด็กเกินไปที่จะมีความรักอีก (เด็กกว่านี้เค้ายังมีแฟนกันแล้วเลย)
ไม่เอาแล้ว เลิกคิดดีกว่า
ตาสีน้ำตาลอ่อนทอดมองทิวทัศน์ข้างทางไปเรื่อย ๆ ไม่ปริปากพูดสิ่งใดอีก
นิโคไลสังเกตุเห็นความผิดปกติของร่างบางที่ตั้งแต่ขึ้นรถก็นั่งเงียบมาตลอด
จะสอบถามก็ไม่อยากรบกวนสมาธิ เลยปล่อยให้นั่งคิดไปคนเดียว
**********************************************
For friends , with love
15
หลังจากพักในซิลลาเวียเกือบ 2 อาทิตย์ นิโคไลก็พาคาโอรุ แมทธิว และเรียว เดินทางมายังบ้านเกิด หรือจะเรียกให้ถูกก็คืออาณาจักรของครอบครัวฮาชิมอฟนั่นเอง
บอร์น เยอรมนี
คฤหาสน์ตระกูลฮาชิมอฟ
" นิค ย่าคิดถึงเจ้ามากเลย " ท่านหญิงนอร์ร่าพูดพลางโอบกอดหลานชายสุดที่รัก
ก่อนจะหันไปทักทายบุคคลที่เหลือ อันประกอบด้วย แมทธิว เรียว และคาโอรุ
หญิงชรายิ้มแย้มแจ่มใสตั้งแต่ได้ทราบข่าวว่าหลานชายคนโปรดจะกลับบ้านในช่วงปิดเทอมใหญ่
" ผมก็คิดถึงท่านย่าครับ " ร่างสูงยิ้มตอบ
ก่อนจะก้มลงหอมแก้มญาติผู้ใหญ่ของตน
" ไม่ต้องมาพูดดีเลย ย่าโทรไปหาหลายครั้งแล้วก็ไม่ยอมกลับมาซะที
ไม่รู้ว่าที่ญี่ปุ่นมีดีอะไร แล้วนี่ใช่ไหม เพื่อนชาวญี่ปุ่นของเจ้าน่ะ "
ท่านหญิงนอร์ร่าต่อว่าต่อขานหลานชาย ก่อนจะหันมายิ้มทักทายเรียว และคาโอรุ
ส่วนแมทนั่น ทั้งสองคนรู้จักกันดีแล้ว เพราะเอิร์ลลุดวิก
ซึ่งเป็นท่านตาของแมทธิวกับสามีนางเป็นเพื่อนรักกัน
" หน้าตาดีทั้งคู่เลย ว่าแต่คนไหนล่ะ ที่เป็นคู่หมายเจ้าน่ะ "
ประโยคถัดมาทำเอานิโคไลแทบจะมุดดินหนีไม่ทัน
พลางนึกเข่นเขี้ยวว่าไอ้คนติดตามคนไหนนะ ที่ดันมาปูดข่าวเรื่องเขาไปชอบคนญี่ปุ่นเข้าให้
แถมท่านย่านะท่านย่าจะพูดตอนไหนไม่พูด ดันมาพูดตอนที่เจ้าตัวอยู่ต่อหน้าอีก
(แถมพูดภาษาอังกฤษอีกตะหาก จะใช้ภาษาเยอรมันหน่อยก็ไม่ได้ อย่างน้อยก็รู้กันแค่สองคน - นายลืมไปนะว่าชั้นก็ฟังออก : แมทธิว) ส่วนแมทธิว กับเรียวน่ะ ทั้งสองคนแอบหันไปอมยิ้มให้กัน
เพราะสังเกตุได้ตั้งแต่งานเลี้ยงรับแมทธิวแล้วว่า นิโคไลมีท่าทีหึงหวงคาโอรุผิดปกติ แต่เจ้าตัวน้อยจะรู้ตัวหรือไม่ อีกหน่อยก็เห็นเอง
ทางด้าน 'คู่หมายของเจ้า' น่ะเหรอ หน้าแดงแป๊ด จนแทบจะเรียกได้ว่าแดงไปถึงเนื้อในเลยกระมัง
ท่านหญิงนอร์ร่าเริ่มรู้ตัวว่าหลานชายคงจะแอบชอบเค้าฝ่ายเดียว แต่ เอ๊ะ ! คงไม่นา เพราะพ่อหนุ่มน้อยนั่นหน้าแดงก่ำขนาดนั้น
คงจะเขินอายที่คนแก่รู้ทันมากกว่า เหอๆๆ แหม ถ้าดูจากท่าทางทั้งสองฝ่ายที่ยืนเขิน ๆ ให้กันอยู่เนี่ย หลานชายนางก็คงมีสิทธิ์อยู่บ้างแหละ
แต่ดูเจ้านี่มันไม่เวิร์กเหมือนปู่มันเลยแฮะ มัวแต่มองเค้าอยู่ได้ แล้วเมื่อไหร่จะได้แอ้มล่ะลูกเอ๊ย มองอยู่สักพัก
ท่านหญิงนอร์ร่าก็คิดแผนการช่วยเหลือหลานชาย
เพราะถึงนิโคไลจะเจ้าชู้แล้วก็รูปงามขนาดไหนก็เถอะ
แต่ถ้าต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบล่ะก็ ก็เหมือนไก่อ่อนดี ๆ นี่เอง
แล้วเมื่อไหร่ย่าจะมีหลานล่ะลูก (โอ้ ผู้ชาย กะผู้ชาย คุณย่าจะให้คาโอรุเอาตรงไหนไปท้องอ่ะ)
**************************************************
" นิค พ่อกับแม่นายไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอ "
เรียวถามขึ้นหลังจากเก็บข้อสงสัยไว้ไม่ไหว ก็เล่นให้คนแก่อยู่คนเดียวแบบนี้ เป็นใครก็สงสัยทั้งนั้นล่ะฟะ
" อืม ตอนนี้ไปทำธุระที่ลอนดอนน่ะ เค้าไปดูโรงแรมเปิดใหม่ที่นั่นกัน
สงสัยจะหาเรื่องฮันนีมูนอีกรอบด้วยแหละ แล้วไหน ๆ ก็คงเห็นว่าชั้นจะมานี่ ก็เลยให้ชั้นกลับมาดูแลคุณย่าด้วย "
นิไคไลตอบข้อซักถามขณะนั่งดูวีดีโอสยองขวัญที่คุณย่าอภินันทนาการให้มาเปิดดูด้วยกัน ทั้ง I know what you did last summer เอย The silence of the lambs แถมภาคต่ออย่าง Hannibal อีก The Others เอย แถมด้วยอารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต อีกตะหาก (มันไปโผล่ได้ไงฟะ)
เรียวกับแมทธิวน่ะไม่เท่าไหร่หรอก พวกนี้มันใจแข็ง แถมคนเย็นชาอย่างแมทคงไม่มีอะไรมาทำให้กลัวได้ง่าย ๆ แต่คาโอรุนี่สิ
ร่างบางนั่งเบียดชิดตัวติดนิโคไลเป็นที่สุด แถมในช่วงไคลแมกซ์ ก็ผวาเข้ากอดทำให้นิโคไลต้องโอบปลอบขวัญอีกตะหาก (ขอบคุณครับย่า ที่ส่งวีดีโอนี่มาให้) หลังจากดูจบ ทั้งหมดก็ไปเข้านอน
ห้องของนิโคไล และคาโอรุ อยู่ปีกขวาของบันได จึงต้องเดินไปด้วยกัน ส่วนของเรียว กับแมทธิวก็อยู่อีกปีกนึง
ร่างเล็กเดินตามนิโคไลต้อย ๆ กลัวก็กลัว จะขอไปนอนกับเรียวก็ไม่กล้า เดี๋ยวจะโดนล้อว่าเป็นเด็กอีก
หน้าสวยทำหน้ากระอักกระอ่วนเมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง
นิโคไลทำหน้าสงสัยก่อนจะสังเกตุท่าทางร่างเล็ก เห็นหน้าตื่น ๆ ก็รู้แล้ว ดูท่าจะเป็นคนขี้กลัวแฮะ
" ไม่ต้องกลัวนะ ถ้ามีอะไรมาเคาะประตูห้องผมก็ได้ "
นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มมองอย่างอ่อนโยน
พร้อมกับจับมือร่างเล็กมาแนบอกแสดงความจริงใจ (แต่แต๊ะอั๋งอยู่หน่อย ๆ)
คาโอรุพยักหน้าน้อย ๆ รู้สึกอายที่แสดงความเป็นเด็กออกไป
ก่อนจะยืนอึ้งเมื่อนิโคไลดึงตัวเข้าไปไว้ในอ้อมกอด พร้อมกับจุมพิตที่หน้าผากมน
" ฝันดีนะครับ " หน้าเนียนร้อนผ่าว ใบหูเล็กแดงก่ำ พยักหน้าช้า ๆ แล้วจะรีบเดินเข้าห้องไป
ส่วนเรื่องจุมพิตแล้วจะนอนหลับฝันดีหรือใจเต้นตึกตักจนนอนไม่หลับทั้งคืนนั้น
มันก็อีกเรื่องนึง คู่แรกเดินหายกันไปแล้ว เรามาดูคู่หลังกันดีกว่า
เรียวเดินไปส่งแมทธิวถึงหน้าประตูห้อง ทั้งที่จริงจะแยกกันเข้าห้องก็ได้
ในเมื่อห้องติดกันขนาดนั้น ร่างสูงจ้องมองคนตัวเล็กส่องประกายความนัย
ก่อนจะก้มลงสัมผัสกลีบปากบาง
ลิ้นอุ่นเกี่ยวกระหวัดพันลิ้นเล็กพร้อมควานหาความหวานจากร่างบาง
มือใหญ่ลากไล้จากแผ่นหลังจรดสะโพกเต็มตึง แมทธิวร้องฮื้อเบา ๆ แต่ก็ไม่ยอมเป็นฝ่ายผละออก
ปล่อยให้ร่างสูงจะเปิดประตูพร้อมโอบประคองร่างบางเข้าห้องไป
เรียวผลักแมทธิวให้นอนบนเตียงกว้าง จมูกโด่งก้มลงสูดกลิ่นหอมจากร่างบาง
ริมฝีปากร้อนผ่าวแตะต้องไปทั่วใบหน้า ก่อนจะลากลงมาที่ซอกคอขาว ขณะที่นิ้วเรียวยาวก็ปลดเปลื้องอาภรณ์จากร่างบางไปพร้อมกัน
ในที่สุด ความพยายามก็สัมฤทธิ์ผลเมื่อร่างเปลือยเปล่าปรากฎสู่สายตา
เรียวมองด้วยแววตาวาววับ
ลิ้นสากลากไล้ทั่วแอ่งชีพจรพร้อมขบกัดแสดงความเป็นเจ้าของทุกบริเวณที่มุมปากลากผ่าน
ลิ้นเรียวดูดดุนติ่งเล็ก สีอมชมพูบนยอดอกสลับไปมาทั้งสองข้างจนเริ่มแข็งเป็นไตได้ที่
มือใหญ่ลากวนแผ่นอกบาง นิ้วร้อนผ่าวลูบคลึงยอดอกบดบี้ติ่งเนื้อน้อยไปมา
ก่อนจะไล้วนไปที่ท้องน้อย แมทธิวรู้สึกเขินอาย แต่ก็ยังอยากรับสัมผัสจากเรียวให้มากไปกว่านี้
ร่างเล็กแอ่นอกพรางเกร็งตัวรับการแตะต้อง
ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมือใหญ่ลากลงต่ำพร้อมปลดชุดตัวเองไปด้วย
แมทธิวมองร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสมส่วนของเรียวอย่างเขินอาย
ก่อนจะสังเกตุช่วงกลางลำตัวของร่างสูงเริ่มแสดงปฏิกิริยา
หน้าเนียนแดงก่ำหันหนีสายตาเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม
ร่างหนาหนักทาบทับผิวเนื้อเนียนขาว พร้อมกับอุ้งมือร้อนผ่าวลูบไล้กลางลำตัวของร่างเล็ก ก่อนจะเริ่มขยับมือขึ้นลง เรียกเสียงครางอ่อนหวานออกมา
ก่อนจะครางดังขึ้นเมื่อเรียวเร่งมือจนแมทธิวปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมา มือใหญ่ขยำขยี้สะโพกนุ่มตึงก่อนจะปลุกเร้าช่วงกลางลำตัวอีกครั้ง
ลิ้นสากต่ำไล้กลางลำตัวก่อนครอบครองเข้าไปทั้งหมด
ลิ้นร้อนเลียไล้ดูดดุนกระตุ้นความเสียวกระสันต์
ก่อนกลืนกินความหอมหวานที่พรั่งพรูจากร่างโปร่ง
เรียวเงยหน้าขึ้นเห็นแมทธิวหน้าแดงก่ำ ฝ่ามือเล็กจิกดึงหมอนนุ่มจนยับย่น
เรียวประกบจูบเจ้าตัวน้อยพร้อมกับใช้ฝ่ามือปัดขาแมทธิวแยกออก
นิ้วเรียวยาวสอดเข้าไปในช่องหลืบเร้น
ขาผอมเพรียวเกร็งแน่นเมื่อเรียวสอดนิ้วที่สองเข้าไป ทำให้เรียวต้องปลุกเร้าช่วงกลางลำตัวเพื่อให้แมทธิวผ่อนคลาย
เมื่อร่างบางหายเกร็ง เรียวขยับนิ้วเข้าออกช้า ๆ ก่อนจะเริ่มเร็วขึ้นเมื่อช่องทางเริ่มขยาย
แขนแกร่งตวัดรั้งต้นขาเพรียวขึ้นพาดบ่ากว้าง
มือแข็งจับยึดสะโพกกลมกลึงกระชับแน่น แมทธิวมองหน้าแล้วเริ่มสะอื้นน้อย ๆ เมื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ทำให้เรียวต้องก้มประกบจูบอีกครั้งเรียกความเชื่อมั่นจากร่างบาง
ก่อนจะแทรกกายเข้าหาความอบอุ่นภายใน
" อึ๊ก...เจ็บบบ ฮือออ " แมทธิวกรีดร้องเมื่อเรียวสอดแทกเข้าไปได้ครึ่งทาง
ช่องทางคับแคบแม้ว่าจะได้เบิกทางไปก่อนหน้านี้แล้ว น้ำตาใสไหลอาบแก้มเนียน
เรียวหยุดค้างชั่วครู่เพื่อให้ร่างบางได้ปรับตัว
ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ปลุกเร้าร่างบางอีกรอบก่อนจะฝืนตัวเข้าไปอีกครั้ง
ร่างเล็กร้องวี้ดเสียงดังเมื่อร่างแกร่งแทรกกายเข้าไปจนสุด
นิ้วมือเล็กกรีดตะกุยบ่ากว้างเรียกรอยเลือดเป็นทาง
แมทธิวสะอื้นฮักเมื่อรู้สึกเจ็บปวดสุดแสน เหมือนถูกคมมีดกรีดแยกร่างออกจากกัน
น้ำตาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ไหลพราก ๆ อาบหน้านวล ฟันเล็กขบริมฝีปากแน่นสะกดกลั้นความเจ็บปวด เรียวเกร็งแน่นก่อนจะขยับอย่างเชื่องช้า
ฝ่ามือใหญ่จับกระชับสะโพกมนไม่ให้แข็งขืน
แก่นกายขยับเข้าออกเสียดสีผนังในช่องทาง
ร่างเล็กส่งเสียงครางเครือเมื่อความปั่นป่วนรัณจวนใจเข้าแทนที่ความปวดร้าวในตอนแรก
ขาขาวนวลแยกออกกว้างให้ร่างสูงปฏิบัติการได้สะดวกขึ้น
เรียวเร่งจังหวะแรงขึ้นพร้อมกับสะโพกมนแอ่นรับสัมผัสอย่างขัดเขิน
" อ๊ะ อ๊าาาา.... " เมื่อถึงขีดสุด ร่างสูงก็ปลดปล่อยความต้องการออกมาท่วมท้นร่างเล็ก
ขณะที่บั้นท้ายมนยกสูงขึ้นรับสัมผัสสุดท้ายอย่างเต็มใจ
เรียวค้างตัวอยู่ชั่วครู่ก่อนจะถอดถอนออกมาเรียกเสียง 'อื้อ' จากร่างเล็กเบา ๆ ขาเพรียวเกร็งแน่นก่อนจะเลื่อนลงจากบ่ากว้างช้า ๆ
เรียวยิ้มกว้างเมื่อในที่สุดเค้าก็ได้ครอบครองร่างสวยในที่สุด
แมทธิวหน้าร้อนผ่าวเมื่อตระหนักถึงความอ่อนหวานที่ได้รับจากเรียว
เจ็บปวดเจียนตายแต่ก็มีความสุขสุดแสน
เรียวล้มตัวลงนอนข้างๆ ดึงร่างเล็กมากอดแนบอก จุมพิตหน้าผากมนก่อนจะลากต่ำยังกลีบปากแดงช้ำ
ฝ่ามือใหญ่ลูบคลำไปทั่วและคงจะลากลงต่ำกว่านี้ถ้าแมทธิวไม่หยิกมือซุกซนนั่นก่อน
ตาสีอำพันทองปรือลงเล็กน้อยหลังผ่านมรสุมลูกใหญ่
หน้านวลซุกซบแนบอกอุ่นอย่างเต็มใจก่อนนิทราไปด้วยกัน
******************************************************
'ก๊อก ๆ' คนตัวเล็กหยุดยืนหน้าห้องพักเพื่อนอยู่พักใหญ่
แต่เคาะยังไงเรียวก็ไม่ออกมาซะที ว่าจะชวนออกไปสูดอากาศยามเช้าซะหน่อย
พอจะหันกลับไปก็ดันได้ยินเสียงครางจากห้องข้าง ๆ
" อื้อ...เรียว ไม่เอานะ ชะ...เช้าแล้วด้วย ลุกออกไปได้แล้ว ชั้นยังเจ็บอยู่นะ "
" ยังไม่มีใครตื่นหรอกน่า แล้วชั้นก็ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย "
เสียงเจ้าเรียวนี่นา มันไปทำอะไรในห้องของแมทธิวเนี่ย
" พอได้แล้ว ชั้นยังเจ็บอยู่นะ อือออ... " จากนั้นก็มีเสียงครางอ่อนหวานออกมา
คาโอรุหน้าซีดสลับแดงไปพร้อมกัน นี่เรียวกับแมทธิวเป็น ... กันแล้ว
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน สองคนนี่ไม่ถูกกันไม่ใช่เหรอ
ถึงแม้ความสัมพันธ์จะดีขึ้นในตอนที่เรียวบาดเจ็บจากอุบัติเหตุก็เถอะ
แต่ก็ไม่น่าจะก้าวหน้าไวขนาดนี้นี่นะ ขาเล็กขยับก้าวถอยหลัง
ก่อนจะสะดุดแผ่นอกกว้างอุ่น
" โอ๊ะ ! นิโคไล มาตะ...ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ " หน้าคมราบเรียบเฉยชา ไม่ตอบคำถามร่างบาง
คาโอรุรู้สึกผิดเมื่อนึกได้ว่าไปสะกิดความรู้สึกของนิโคไลเข้า
นิโคไลชอบแมทธิวนี่นา แล้วดันมารู้ว่าคนที่ตัวชอบตกเป็นของคนอื่นไปแล้ว
แถมคนอื่นที่ว่านั่นก็ดันเป็นเพื่อนสนิทเค้าซะอีก
" เป็นอะไรรึเปล่าครับ " มือเล็กบางลูบปลอบขวัญร่างสูง
หน้าสวยมีแววขอโทษแทนเพื่อนอย่างเห็นได้ชัด
นิโคไลส่ายหน้าก่อนจะลากคาโอรุไปจากตรงนั้นด้วยกัน
" ตื่นแต่เช้า จะไปไหนน่ะ " ถามขึ้นเมื่อทิ้งระยะมาได้พักใหญ่
" จะออกไปสูดอากาศครับ คือจะมาชวนเรียว แต่ว่า... "
ละคำตอบตอนท้ายด้วยเข้าใจด้วยกันสองคน
" งั้นชั้นออกไปเป็นเพื่อนเอง " ร่างสูงกล่าวเรียบ ๆ
น้ำเสียงติดจะโกรธอยู่นิดหน่อย คาโอรุหน้าจ๋อย นิโคไลโกรธเพื่อนเค้าจริง ๆ ด้วย ทำไงดีล่ะเนี่ย แล้วจะเที่ยวกันสนุกได้เหรอ
เจ้าตัวน้อยครุ่นคิดอยู่คนเดียวเงียบ ๆ
ร่างสูงเมื่อเห็นร่างบางหน้าเศร้าก็ขบกรามแน่น แต่ในใจนี่สิ คิดไปคนละเรื่องเลย
'จริง ๆ ด้วย คาโอรุชอบเรียวจริง ๆ มิน่า แสดงออกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมรู้ตัวซักที ที่แท้ก็มีเรียวในหัวใจตลอด' ตาสีน้ำเงินเข้มจ้องเขม็งไปข้างหน้า ปล่อยความคิดอยู่ในภวังค์
ไม่ทันสังเกตุเห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่ทอประกายอ่อนหวานปนเศร้าอยู่ข้าง ๆ
ในใจเจ็บแปลบโดยไม่มีสาเหตุเมื่อนึกขึ้นว่านิโคไลยังรักร่างบางอยู่
***********************************