Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

For friends , with love

19.

เช้าวันเสาร์ เวลา 09.30 น.

คาโอรุยืนกระสับกระส่ายอยู่ในห้องตั้งแต่เช้า

อีกเพียงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลานัดหมาย

แต่จนบัดนี้พี่คิริวก็ยังไม่ออกไปจากบ้านซะที โอ้...ไม่นะ ช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้ไม่มีมาให้เจอได้ง่าย ๆ

ถ้าไม่ออกไปวันนี้แล้วเค้าจะได้ไปวันไหนอีกเนี่ย ไม่ได้การล่ะ

" คาโอรุ...จะออกไปไหนล่ะ วันหยุดแท้ ๆ "

ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ทักขึ้น

เมื่อเห็นน้องชายคนเดียวแต่งตัวออกไปจากบ้าน

" ผมจะไปดูหนังสือหน่อยน่ะครับ "

" งั้น เดี๋ยวพี่ไปส่ง จะได้เลยไป ร.พ.เลย "

พูดขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบกุญแจรถ ร่างเล็กอมยิ้มคนเดียวเงียบ ๆ

'รู้งี้เดินลงมาตั้งนานแล้ว มัวแต่วนเวียนอยู่ในห้องจนเกือบถึงเลยเวลานัดแล้ว'

ชั่วครู่ใหญ่ ๆ คิริวก็เดินลงมาพร้อมสัมภาระบางอย่าง สงสัยเตรียมเอาไปค้างคืนที่ ร.พ.แหง ๆ

" วันนี้กินข้าวเย็นคนเดียวนะ แล้วพี่จะรีบกลับบ้าน ปิดประตูดี ๆ ด้วยล่ะ " คุณหมอหนุ่มสั่งน้องชาย ก่อนจะขับรถออกไป

คาโอรุมองตามก่อนจะยกนาฬิกาขึ้นดู

" ตายล่ะ เลยนัดมา 10 นาทีแล้ว พวกนั้นจะยังรออยู่ไหมเนี่ย "

ว่าแล้วก็รีบต่อรถประจำทางไปโรงแรม Grand de Vier ของเรียวทันที

**************************************

" แมท...เรียว รอนานมั้ย " เสียงใสเอ่ยถามปนหอบ

เนื่องจากรีบวิ่งมาจากป้ายรถประจำทาง

หน้าผากชื้นเหงื่อพร้อมพวงแก้มสีแดงระเรื่อบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าตัวรีบวิ่งมาขนาดไหน

" ก็สักพักหน่ะ เอ้า ! มานั่งพักก่อน เดี๋ยวจะเป็นลมตายซะเปล่า ๆ

ชั้นไม่อยากให้โรงแรมชั้นมีชื่อเสียงด้านชมรมขนหัวลุก

หรือเป็นแบคกราวนด์หนังสยองขวัญหรอกนะ " เรียวพูดกลั้วหัวเราะ

คาโอรุนั่งพักเหนื่อยอยู่ครู่ ก่อนจะสอดส่ายสายตาเหมือนหาใครบางคน

เรียวมองหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า

" มองหานิคอยู่เหรอ เห็นว่ามีธุระนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวคงตามมาสมทบ "

" ปละ...เปล่าหาซักหน่อย " พูดตะกุกตะกัก หน้าเล็กก้มงุด เขินหน่อย ๆ ที่เพื่อนรู้ทัน

ก่อนจะแสร้งกลบเกลื่อนด้วยการถามถึงธุระที่เพื่อนทั้งสองนัดมาเจอกัน

" ก็ไม่มีอะไรหรอก เรียวเห็นว่านายไม่ค่อยได้มาเจอเพื่อนฝูง

ก็เลยหาโอกาสอันดีที่จะได้มาพบกัน แล้วจะได้ไปไหนกันด้วยไง "

แมทธิวอธิบายสาเหตุที่เรียกตัวหนุ่มน้อยมาที่นี่ ขืนให้เรียวบอกแทน กว่าจะพูดจบ คงหาเรื่องแซว หรือไม่ก็แขวะพี่คิริวเป็นแน่

พักเหนื่อยชั่วครู่ใหญ่ ๆ

เรียวก็เรียกให้รถนำพวกเค้าไปยังสวนสนุกขนาดใหญ่ก่อนจะบอกคาโอรุว่านัดเจอนิโคไลกันที่นั่น

******************************************

" เฮ้ ! นิค ทางนี้ ๆ " เรียวโบกไม้โบกเรียกนิโคไล

ที่จริงไม่ต้องทำขนาดนั้น ทั้งสามก็เป็นจุดสนใจอยู่แล้ว มีอย่างที่ไหน

หนุ่มหล่อลากดิน 1 คน ควงกะ...เอ่อ...สาว (หรือหนุ่ม ?) สวย

ก็คงเรียกไม่ผิด อีก 2 คน ไม่เด่นตอนนี้แล้วจะไปเด่นตอนไหน

อีกหนึ่งหนุ่มที่เดินเข้ามาหาก็ไม่แพ้กัน

ร่างสูงใหญ่แถมด้วยโครงหน้าระดับนายแบบบนเวทีแมวเดิน (หรือ cat walk) ทำให้คาโอรุใจเต้นตึ่กตั่กโดยไม่มีสาเหตุ ทั้ง ๆ ที่เค้าสองคนก็รู้จักสนิทสนมกันดีอยู่

แต่พอนึกถึงข้อความที่ได้รับจากนิโคไลเกือบทุกคืน ก็ทำเอาเจ้าตัวใจเต้นทุกที

" ไง...รอกันนานมั้ย โทษทีนะ พอดีมีธุระด่วนนิดหน่อยน่ะ

ไป...เข้าไปข้างในกันเถอะ " พูดจบก็กึ่งลากกึ่งจูงเพื่อนทั้งสามไป

แต่...เอ๊ะ !

ดูให้ดีต้องเรียกว่าจับจูงมือเล็กบางของหนุ่มอีกคนนึงไปซะมากกว่า

ทิ้งให้บรรดาบอดี้การ์ดมองตามอย่างขัน ๆ

ค่าที่นายน้อยของตนหลังเสร็จธุระและขึ้นรถได้

ก็สั่งให้เหยียบคันเร่งจนมิดทีเดียว ทีแรกก็นึกว่ามีปัญหาอะไรอีก

ที่ไหนได้ แค่ให้รีบมาสวนสนุกเนี่ยนะ

**************************************

" สวยจัง "

ตาสีน้ำตาลใสภายใต้กรอบแว่นสีอ่อนทอดมองไปยังทิวทัศน์เบื้องล่าง

หลังจากเข้ามาในสวนสนุก เรียวกับแมทธิวก็แยกย้ายออกไป

แล้วนัดหมายให้มาพบกันตอนบ่ายสาม เวลาที่เหลือ

นิโคไลก็พาคาโอรุเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ ก่อนจะมานั่งที่ชิงช้าสวรรค์นี่

" อืม...สวย สวย...มาก " ตาคมกริบสีน้ำเงินเข้มเออออตอบ

ไม่รู้ว่าชื่นชมวิวต่าง ๆ หรือเพราะภาพตรงหน้าดูน่าประทับใจกว่าก็ไม่รู้

ใครจะไปคิดว่าตอนนี้เค้าจะได้มานั่งอยู่กับคาโอรุในที่แบบนี้

ในเมื่อพี่ชายของร่างตรงหน้าตามติดแถมกีดกันคาโอรุกะผู้ชายอื่นๆ อย่างกับอะไรดี

" นิค ดูโน่นสิ...อ๊ะ... " หน้าเนียนเสหลบ

ทีแรกตั้งใจจะชี้ชวนให้นิโคไลดูที่ปราสาทเทพนิยาย

แต่พอสบนัยน์ตาคมเข้มเข้า คำพูดที่คิดไว้ก็ติดอยู่ริมฝีปาก รู้สึกร้อนวูบทั่วใบหน้า

นิโคไลยิ้มบางๆ ที่เห็นร่างโปร่งก้มหน้าไม่ยอมจ้องตา หรือพูดอะไรอีก

เค้าไม่ได้พบคาโอรุอย่างใกล้ชิดขนาดนี้นานเท่าไหร่แล้ว

จะว่าไปก็ตั้งแต่ตอนเจ้าพี่ชายตัวดีนั่นรู้ว่าน้องชายสุดที่รักไปท่องเที่ยวกับไอ้หนุ่มที่เกลียดขี้หน้าเท่านั้นหละ

ระเบิดก็ลงบ้านฟูจิวาระทันที

แถมยังเผื่อแผ่มาถึงไอ้คนสมรู้ร่วมคิดที่โรงแรม Grand de Vier ด้วย

ยังโชคดีที่คิริวไม่กีดกันแมทธิวด้วย

เค้าก็เลยมีโอกาสติดต่อร่างเล็กนี้ผ่านทางแมทธิวโดยปริยาย

" คิดอะไรอยู่เหรอครับ " เสียงใสที่กล่าวแทรกมาในภวังค์ เรียกสตินิโคไล

" หืม...เปล่านี่ ว่าแต่วันนี้สนุกหรือเปล่า "

" ครับ วันนี้ผมสนุกมากเลย " ตอบพลางยิ้มสดใสให้ นิโคไลยิ้มตอบ

ก่อนที่สายตาอันดีเกินคาดจะสอดส่ายไปยังซอกคอขาวนวล (มานคิดอารายอยู่ฟะ)

ก็พบจี้ห้อยคอรูปนกฟีนิกซ์งาช้างอันจ้อย ...

อยู่กับตัวตลอดเวลาเลยหรือ...ตาคู่คมจ้องนิ่ง...นาน...ปลาบปลื้มใจที่ร่างเล็กให้ความสำคัญกับของชิ้นนั้น

" นิค...ยิ้มอะไรเหรอครับ " ตาสีน้ำตาลหลังแว่นใสมองงง ๆ ไม่พูดอะไร

แต่จ้องหน้าเค้าเงียบ ๆ แบบนี้ มัน...

" ดีใจน่ะ "

" ดีใจอะไรเหรอครับ ? " คาโอรุถามอย่างอึ้ง ๆ มองแล้วยิ้ม

แล้วบอกว่าแค่ดีใจเนี่ยนะ

" ดีใจที่คาโอรุยังเก็บนกฟีนิกซ์ของชั้นน่ะสิ " พูดยิ้ม ๆ

ใบหน้านวลก้มงุด

แต่ก็ยังเห็นได้ชัดว่ามีสีระเรื่อเจือที่ปรางค์แก้มขาวเนียนนั่น

มือเล็กบิดไปมาอย่างไม่รู้จะทำอะไรกับตัวดี

ถ้าเป็นที่อื่นเค้าคงเดินหนีไปแล้ว แต่นี่มันบนชิงช้าสวรรค์นี่นะ แล้วจะให้หนีไปไหนพ้น

" กะ...ก็...ก็นิคอุตส่าห์ให้ผมนี่ครับ " ตอบตะกุกตะกุกเล็กน้อย

มือใหญ่เอื้อมมากุมมือเล็กบางไว้แน่น

พร้อมกับปล่อยคำพูดที่แทบทำให้คนฟังหน้าร้อนเข้าไปอีก

" ใช้คำผิดแล้วนะ...ไม่ใช่ 'อุตส่าห์' สิ... แต่ต้อง 'เต็มใจ' ให้คาโอรุคนเดียวต่างหาก "

คราวนี้หน้านวลแดงจัดฟันซี่เล็กกัดริมฝีปากสะกดกลั้นความอายไว้

ก่อนที่ข้อมือใหญ่จะออกแรงดึงให้คาโอรุมานั่งในฝั่งเดียวกันคาโอรุใจสั่นเมื่อนิ้วเรียวยาวเชยคางมนขึ้น

แล้วริมฝีปากอุ่นก็จุมพิตที่หน้าผากกลมมนนั้น

" สุขสันต์วันเกิดล่วงหน้านะ ขอให้คาโอรุของผมมีความสุขตลอดไป แล้วนี่...

" มือใหญ่ล้วงกล่องสีน้ำเงินขนาดกระทัดรัดมายื่นให้ร่างเล็ก

" อะไรน่ะครับ ? " อย่าบอกนะว่าจะให้ของขวัญเค้าอีก

แค่คำอวยพรเมื่อกี้ก็เพียงพอแล้ว เค้าไม่ได้คาดหวังจะได้อะไรอีกหรอกนะ

" ของขวัญวันเกิดไง ...เมื่อกี้คือคำอวยพร

ส่วนนี่...เป็นสิ่งที่ชั้นอยากให้คาโอรุนะ

...โปรดรับไว้ด้วยครับ...เจ้าหญิง" พูดพลางคุกเข่าแบบอัศวิน

เจ้าหญิงร่างเล็กหน้าแดงแต่ก็ต้องยอมรับเอามา แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว

ยังมาทำแบบนี้ให้เห็นอีก ดีนะว่าอยู่กันแค่สองคน ไม่งั้นล่ะก็...

นิโคไลหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะคะยั้นคะยอให้คาโอรุแกะห่อของขวัญออกมา

นัยน์ตาใสเบิกกว้างเมื่อเห็นของที่อยู่ข้างใน

มือเล็กดึงดันจะคืนให้ได้แต่ถูกมือใหญ่ยุดไว้

ปล่อยให้นิโคไลสวมใส่ที่ข้อมือเล็กเรียว นาฬิกาเรือนเงินหน้าปัดเหลี่ยม

มีเพชรเม็ดเล็กกลิ้งอยู่ตรงกลาง

เมื่อมาอยู่ที่ข้อมือขาวนวลแล้วก็ดูช่างเหมาะเจาะพอดิบพอดีอะไรเช่นนี้

คาโอรุทำหน้าไม่ถูก ของขวัญคราวนี้สูงค่าเกินไปจริง ๆ ที่จะนำมามอบให้เพื่อนคนนึง (ยังจะคิดว่าเป็นแค่เพื่อนอีกเหรอเนี่ย)

" อย่าคิดมากสิ นี่เป็นการตอบแทนที่เกิดมาบนโลกใบนี้ แล้วได้มาพบกันนะ "

คาโอรุน้ำตาซึม คำพูดที่ไม่เคยมีใครเอ่ยกับเค้ามาก่อน

ฟังแล้วรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก

" ผมก็ดีใจที่ได้พบกันนิโคไลครับ...อ๊ะ... " ไม่ทันตั้งตัว

แขนแกร่งก็กอดกระชับรอบลำตัวบาง

ร่างเล็กนิ่งเกร็งตกใจกับการกระทำของนิโคไล

" ขอเป็นค่าตอบแทนจากของขวัญได้มั้ย " เสียงทุ้มนุ่มกระซิบข้างใบหูกลม

" ก็...ก็ทำไปแล้วนี่ครับ จะให้บอกว่าไม่ได้ยังไงล่ะ " ตอบอุบอิบ

แต่ก็ซบศรีษะเล็กกับอ้อมอกกว้าง อบอุ่นไปถึงหัวใจเลยเชียว

แขนแกร่งกอดรัดแน่นเข้า ไม่ว่าเวลาจะผันผ่านไปแค่ไหน

แต่เจ้าของวงแขนนั้นได้ให้สัญญากับตัวเองว่า

จะไม่มีวันปล่อยร่างเล็กบางนั้นไว้คนเดียว

แม้ในวันที่เจ้าตัวนั้นจะไม่ต้องการเค้าก็ตาม

***************************************

" พวกนาย ... ชั้นรอตั้งนานแน่ะ "

เรียวต่อว่าเมื่อนิโคไลเดินจูงมือคาโอรุมาที่จุดนัดพบ

" โทษที ... เพลินไปหน่อยน่ะ ... นี่ก็เลทแค่ 2 - 3 นาทีเอง อย่าทำเป็นเคร่งไปหน่อยน่ะ " นิโคไลยิ้มกว้าง ไม่สนใจคำพูดของเรียว ในเมื่อตอนนี้มันอิ่มอกอิ่มใจ (แอบไปกินข้าวกันมาเหรอ ...อิ อิ)

อยากจะพูด จะแขวะอะไรก็ทำไปเหอะ ... ยังไงก็ไม่สนใจร๊อก

" เฮ้ย ! ... นั่นอะไรน่ะ ... อุ๊บ ! ... เจ็บนะแมท "

เรียวตะโกนเสียงดังเมื่อสังเกตุเห็นประกายอะไรแว้บ ๆ ที่ข้อมือเพื่อนสนิทร่างเล็ก ก่อนจะพูดอ่อย ๆ เมื่อโดนนิ้วเรียว ๆ หยิกเข้าให้ เนื้อเขียวหรือเปล่าก็ไม่รู้ ... วันนี้โดนไปกี่รอบแล้วฟะ

" บ้าเหรอนาย ... ตะโกนซะดัง " แมทธิวดุเข้าให้ เจ้านี่นิ ทำยังกะอยู่ในตลาดสด (คู่นี้ ฝ่ายหญิงเป็นใหญ่เจรง ๆ)

ก่อนจะเหล่มองหน้านิโคไล ร่างสูงทำหน้าเหรอหรา ...

แต่ประกายตาสดใสแบบนั้นน่ะ มันปิดชั้นไม่ได้หรอกนะนิค ...

" ว่าแต่นั่นอะไรน่ะ ... อย่าบอกนะว่านาย ... " เรียวหันไปมองหน้านิโคไล

หนุ่มเยอรมนียิ้มเย็น ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ

" อืม ... ของขวัญวันเกิดคาโอรุน่ะ "

" ไปแอบให้ของขวัญกันเรอะ ... ตัดหน้าพวกชั้นได้ไงฟะ " เรียวโวยวาย

เค้ากะจะเป็นคนแรกที่ให้ของขวัญคาโอรุซะอีก อุตส่าห์เตี๊ยมกับพวกเจ้าจุนกะชินอิจิ ว่าจะเซอร์ไพรซ์คาโอรหลังกลับไปที่โรงแรมซะหน่อย แห้วเลยตู

" พวกนายอยากช้าเองทำไม " นิโคไลต่อปากต่อคำ แต่ไม่ได้สังเกตุเล้ย ว่าคนที่เป็นหัวข้อการสนทนาจะยืนหน้าแดงขนาดไหน แถมแมทธิวยังมายิ้ม ๆ แบบรู้ทันให้อีก ... โอย ... อยากจะแทรกแผ่นดินหนีจริง ๆ

" นี่ ๆ จะคุยกันอีกนานมั้ย กลับกันได้แล้ว " แมทธิวห้ามทัพสงครามน้ำลาย

ไอ้เจ้าสองคนนี่ โตแต่ตัวจริง ๆ

" ขอรับ ๆ กระหม่อมน้อมรับบัญชาองค์หญิงแล้วขอรับ "

เรียวกับนิโคไลประสานเสียงพร้อมกัน

ก่อนที่นิโคไลจะดึงมือไม่ให้คาโอรุกลับกับเรียว และแมทธิว นั่งรถกลับกับตัวเอง

" อย่าไปเป็น กขค.คู่นั้นเลย " ให้เหตุผลที่ดูเหมาะมากกก ... แต่จริง ๆ คงกลัวอีกคู่จะเป็น กขค. เค้าซะมากกว่า

***********************************

มาดูในรถอีกคันนึงดีกว่า

" แมท ... เมื่อกี้หยิกทำไมล่ะ " เมื่อเข้ามาในรถแล้ว

เรียวก็ถามถึงสิ่งที่ยังสงสัยทันที

" ก็นายตะโกนทำไมล่ะ ... เสียงนายปกติธรรมดาก็ดังอยู่แล้ว

ตะโกนแบบนี้เค้าได้ยินกันหมด ... ไม่เห็นหรือไงว่าคนมองกันขนาดไหน "

แมทธิวดุเข้าให้ ตาสีอำพันวาว ๆ เอาเรื่อง ...

นี่ชั้นยังไม่ได้คิดบัญชีที่เหลือกับนายนะว่าทำอะไรไว้มั่งน่ะ

" แต่วันนี้นายหยิกชั้นทั้งวันเลยนะ ... เกิดเนื้อเขียวไปจะว่ายังไงล่ะ "

เรียวพูดอ่อย ๆ

" หึ ... ก็สมควรแล้ว ... แค่นี้ยังน้อยไป ทำอะไรไว้น่ะจำมั่งมั้ย "

หน้าเข้ม ๆ ทำท่านึก ... ไม่เห็นทำอะไรผิดซักหน่อย

ก็แค่ตอนรอคาโอรุอยู่ที่โรงแรมก็ลากแมทธิวไปห้องน้ำแล้วก็ทำรอยที่คอนิด ๆ หน่อย ๆ (ทำแต่รอยนะจ๊ะ ... อย่าคิดมาก) เอ ... หรือว่า ...

ตอนที่พออีกฝ่ายเผลอก็แอบหอมแก้ม ... แตะ ๆ จับ ๆ พอไม่ให้สึกหรอ ...

ส่วนที่เหลือก็จูจุ๊บกันตอนอยู่ในบ้านผีสิงก่อนที่เจ้าตัวจะหยิกแล้วก็บิด ๆ จนร้องโอ้ย ! เสียงดัง ... ดีนะว่ามันมืด กับบรรยากาศทะมึน ๆ หน่อย ๆ ก็เลยไม่มีใครสนใจว่าจะมีผู้พิศวาสที่มืด ๆ มาแอบสวีทหวานแหววกันอยู่แค่เนี้ย (โรแมนติกมากเลยพี่) ...

เอ ... อารายหว่า ... ไม่เห็นมีอะไรไม่น่าพอใจนี่นา ... นึกไม่ออกแฮะ

" ไม่รู้นี่นา ... ก็ไม่ได้ทำอะไรนิ " อืมมมม ... มานไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ ไม่ได้ทำเล้ยยย

" ก็ที่วันนี้นายน่ะ ... " อยากพูดออกไปแต่ก็อายเอง ...

จะว่าไปถ้าเค้าไม่ยอม เจ้าคนทะเล้นนี่ก็ทำอะไรไม่ได้นี่นะ ...

คิดแล้วก็หน้าแดง ... ทำไมพอเจ้านี่ทำแบบนั้นถึงไม่มีแรงปัดป้องนะ

แถมยังโอนอ่อนไปกับเค้าอีก ... เรียวเห็นหน้าสวย ๆ เป็นสีระเรื่อก็เข้าใจ

... ถึงเค้าทั้งคู่จะมีอะไร ๆ กันแล้ว

แต่ร่างโปร่งบางนี่ก็เป็นคนขี้อายนี่เนอะ เล่นโดนจู่โจมในที่สาธารณะ (ถึงตอนในบ้านผีสิงจะมืดก็เหอะ) เป็นใคร ๆ ก็อาย

แม้ในตอนแรกที่พบกันจะทำตัวเย็นชาก็เถอะ แต่พอเป็นแฟนกันแล้ว

เค้าก็รู้ดีเลยว่าแมทธิวทำเป็นเฉยชากลบเกลื่อนความขี้อายของตัวเอง

" ขอโทษครับ ... ต่อไปจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วนะ ... หายโกรธนะครับ "

พูดพลางยื่นนิ้วก้อยง้อคนรักแบบเด็ก ๆ เล่นกัน

" นายนี่นะ ... บ้าจริง ๆ เลย ทำเป็นเด็กไปได้ "

เสียงใสต่อว่าคนรักไม่จริงจังอะไร

แถมยังยกนิ้วก้อยคืนดีด้วยเรียวหัวเราะเบา ๆ

ก่อนที่แขนแกร่งจะกอดรัดร่างเล็กจนแทบจะกลืนหายเข้าไปในอกกว้าง

พร้อมลักจูบแก้มอีกฟอดใหญ่

" นาย เรียว ! ... อีกแล้วนะ " ตาบ้านี่ เผลอเป็นไม่ได้เลยเชียว

วันนี้เสียนวลแก้มไปกี่หนแล้วนะ

***********************************

" ลัล ๆ ...ลา... " คาโอรุฮึมฮำทำนองเพลงโปรดเบา ๆ

ขณะเดินเข้าประตูบ้านมา ... ตอนนี้ก็สามทุ่มกว่าแล้ว

คุณพ่อคงขึ้นนอนแล้วกระมัง พี่คิริวก็คงอยู่เวร

เห็นตอนเช้าหอบกระเป๋าเสื้อผ้าใบย่อมไปด้วยนี่นะ ...

จะว่าไปวันนี้เค้าสนุกมากเลยเชียว พอกลับถึงโรงแรม

ก็เจอเซอร์ไพรส์วันเกิดล่วงหน้า 1 วัน

เมื่อเห็นกล่องของขวัญขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางล็อบบี้

พอแกะดูก็เจอจุน กะชินอิจิ ในชุดตุ๊กตาหมีเท็ดดี้แบร์ตัวยักษ์ปิดตาแถมจูงแขนเค้าคนละข้างพาไปห้อง

พอเปิดตาออกมาก็เจอเค้กวันเกิดปอนด์ใหญ่วางกลางห้อง

พร้อมกล่องของขวัญจากเพื่อน ๆ ทั้งหมด

โดยมีเรียวตัวต้นคิดอวยพรวันเกิดให้คนแรก ตามมาด้วยจุน ชินอิจิ และมีแมทธิวปิดท้าย (หุ หุ จริง ๆ เจ้าพวกนี้ก็อยากอวยพรแบบชิดเชื้อหรอกนะ ถ้าไม่ติดไอ้ตรงตาสีน้ำเงินเข้มที่มองอย่างกับเชือดนั่นน่ะ)

เสร็จพิธีมอบก็เป็นการกินอาหารค่ำในหมู่เพื่อนสนิท

แล้วก็แกะของขวัญของทุกคน

เจ้าพวกนี้ให้สมุดรวมอัลบั้มภาพร่างเล็กที่ชินอิจิเป็นคนถ่าย

ไม่รู้ไปถ่ายไว้ตั้งกะตอนไหน มีรูปพวกเค้าตั้งแต่ประถมเลยเชียว (มีแววนักข่าวแต่เด็ก) ทำให้ได้รำลึกถึงอดีตครั้งเยาว์วัย

แล้วก็มามีรูปหมู่ของพวกเค้ากับแมทธิวในตอน ม.ปลาย (มีรูปนิโคไลมาแจมด้วยเล็ก ๆ) พอเลิกงาน นิโคไลก็อาสามาส่งให้ที่บ้าน แรก ๆ ก็นั่งคุยกันดี ๆ อยู่หรอก แต่เอาไปเอามาก็กลับเงียบลง ๆ ทั้งคู่

พอถึงบ้านคาโอรุก็รีบลงจากรถหนีบรรยากาศแปลก ๆ ที่ล้อมรอบอยู่นั่น

แต่ก็มีมือใหญ่ยึดเอาไว้ พร้อมกับมอบจุมพิตที่หน้าผากมนเบา ๆ นั่น

ก่อนที่จะขับกลับบ้าน (ตั้งกะกอดได้นี่เอาใหญ่เลยนะ)

ทำเอาเค้าหน้าแดงอีกรอบ ... (วันนี้นู๋หน้าแดงบ่อยจัง)

' แกร้ก'

' พรึ่บ '

" อ๊ะ ... พี่คิริว! "

***************************************

 

For friends , with love

20.

คาโอรุอุทานอย่างตกใจ

เมื่อเปิดไฟในห้องแล้วพบพี่ชายคนเดียวนั่งกอดอกหน้าเคร่งเครียดอยู่กลางห้อง

คิ้วเข้มขมวดมุ่น เสียงทุ้มตวาดดัง

" วันนี้หายไปไหนมาคาโอรุ ! "

" ... "

" พี่ถามว่าไปไหนมา ... แล้วนี่ยังคบกับเจ้านั่นอยู่อีกรึ "

คิริวสูดหายใจลึก ๆ กลั้นโทสะที่เริ่มคุกกรุ่น

อุตส่าห์หลอกน้องชายคนดีว่าวันนี้จะนอนค้าง ร.พ.

แล้วก็รีบกลับมารอที่บ้านตั้งแต่สี่โมงเย็น เตรียมเค้ก เตรียมอาหารไว้เซอร์ไพรซ์น้องรัก แต่กลับเจอเซอร์ไพรซ์ซะเอง

เมื่อรอคาโอรุจนถึงหนึ่งทุ่มเจ้าตัวเล็กก็ยังไม่มีแววว่าจะกลับมา

อาหารที่ฝึกปรือไว้นานเพื่องานนี้ต้องเป็นหมัน

ปล่อยให้เค้ากับพ่อนั่งกินกัน 2 คน

แถมยังได้เห็นฉากเด็ดที่เค้าไม่คิดว่าจะได้เจอ ... ที่สำคัญคือ ...

คนที่จูบคาโอรุยังเป็นไอ้ฝรั่งขี้นกนั่นอีก

" พี่ถามว่าหายไปไหนมา ... ทำไมไม่ตอบ "

เสียงเริ่มกร้าวตามโทสะที่ทวีขึ้น แม้จะไม่ถึงกับระเบิดลง

แต่ในเมื่อที่ผ่านมาคิริวไม่เคยมีปฏิกิริยากับร่างเล็กแบบนี้มาก่อน ก็สร้างความตื่นตระหนกได้เหมือนกัน

" ผม... ผม ... " เสียงใสตะกุกตะกักอย่างเห็นได้ชัด

หนุ่มน้อยยืนก้มหน้านิ่งเมื่อพี่ชายยืนทำหน้าถมึงทึงใส่

" บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้นะฟูจิวาระ คาโอรุ ! "

เสียงทุ้มเยียบเย็นพร้อมเอ่ยชื่อเต็มของน้องชาย

น้องน้อยของบ้านรู้ได้ทันทีว่าอารมณ์ของคิริวใกล้ถึงจุดเดือดเต็มทีแล้ว

" ผม...ผมไปงานเลี้ยงวันเกิดมาครับ ก็เลยกลับดึก " เสียงใสสั่นเครือ

มือขาวนวลบีบกันแน่น ถึงจะไม่อยากโกหกพี่ชาย ...

แต่ถ้าบอกความจริงไปก็เป็นเรื่องอยู่ดี

" แค่นั้น ?... "

" ครับ ... " คิริวหน้าเครียด

เพียงแค่คบกับไอ้ฝรั่งหัวทองนั่นไม่เท่าไหร่

น้องชายที่น่ารักของเค้าก็หัดโกหกเสียแล้ว

ถ้าปล่อยให้นานออกไปก็คงไม่เชื่อฟังเค้าอีกต่อไป ... คงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเสียที

***************************************

" ฝากให้นิคด้วยนะ "

" อืม ได้... ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่า "

แมทธิวทำท่าสงสัยเมื่อรับกล่องขนาดย่อมที่คาโอรุยื่นมาให้ เป็นของตอบแทนนาฬิกาสุดสวยเรือนนั้นรึเปล่าน๊า ... ไม่เลวแฮะเพื่อนเรา

คืบหน้าขึ้นมาหน่อย ... วันนี้เจ้าตัวเล็กเงียบขรึม ไม่ร่าเริงเหมือนเคย

แต่หนุ่มหน้าสวยก็ไม่ติดใจอะไร

พลางคิดว่าคงจะเครียดเรื่องการสอบในวิชาที่ผ่านมาหรือเปล่า ที่จู่ ๆ อาจารย์ก็งดการเรียนการสอนและจัดสอบย่อยขึ้นมาซะเฉย ๆ

" ปิ๊ป ๆ " สัญญาณ message ดังขึ้นที่มือถือของแมทธิว ทำให้เจ้าตัวต้องควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเป้ใบย่อม

ทำให้ไม่ทันได้พูดคุยกับคาโอรุมากนัก เจ้าตัวก็เดินล่วงหน้าไปแล้ว

' พักเที่ยงแล้วให้รอที่หน้าคณะ จะมารับไปกินข้าว ...เรียว '

ข้อความที่ส่งมาเรียกรอยยิ้มที่มุมปากอิ่ม อีกตั้ง 2 คาบกว่าจะพัก ...

ชวนคาโอรุไปด้วยดีกว่า ...

คิดได้ดังนั้นก็รีบเดินตามเพื่อนสนิทเข้าเรียนวิชาต่อไป

***************************************

" แมท ... แมท ... รอนานมั้ย "

เสียงทุ้มร้องเรียกขณะเร่งฝีเท้าสุดฤทธิ์มาหาคนรักที่ยืนหน้างออยู่หน้าคณะ

" นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ... นายนัดชั้นตอนเที่ยงนะ ... ไม่ปล่อยให้หิวตายไปเลยล่ะ " เสียงใสแหวใส่

นัดเค้าตอนเที่ยงแต่มาเกือบบ่าย 2 แล้วยังไอ้คดีที่ไปก่อไว้อีก

ถ้าแก้ตัวไม่ได้ล่ะก็ .... น่าดูชม ...

แล้วนี่ยังดีนะที่วันนี้ไม่มีเรียนบ่าย ถ้าชั้นต้องโดดเรียนเพราะนายล่ะก็ ... เป็นเรื่องแน่ !

" น่า ๆ ๆ ... ขอโทษแล้วไงครับ ... อย่าโกรธนักเลยน่า

เดี๋ยวน้ำย่อยทำงานไม่ปกติหรอก ... ไปเหอะ ไปกินข้าวกัน

รอนานแบบนี้เดี๋ยวเป็นโรคกระเพาะหรอก "

มือใหญ่ฉุดแขนเล็กดึงไปยังรถที่จอดรออยู่

พ่อหนุ่มเยอรมนีทำหน้าเหรอหราเมื่อไม่พบคนที่คาดว่าจะมากับแมทธิวด้วย

แต่ก็ไม่กล้าถามกับเจ้าตัวเมื่อสังเกตุเห็นหัวคิ้วที่ขมวดเป็นปมอยู่

หันไปหาเรียวก็พบทำหน้าปั้นยากอยู่ใกล้ ๆ นิโคไลทำท่าเข้าใจ คู่นี้นี่น๊า

เดี๋ยวก็สวีทหวานจนน่าหมั่นไส้ เผลอแป๊บ ๆ งอนกันอีกละ

เจ้าเรียวก็ตกที่นั่งลำบากตามเคย

เรื่องตามง้อเจ้าชายสุดสวยนี่เหนื่อยใช่ย่อยซะเมื่อไหร่

****************************************

" อารมณ์ดีรึยังครับ " หน้าสวยหันไปยิ้มตอบ ...

ได้ฟังคำแก้ตัวจากคนรักแล้วค่อยคลายอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมาหน่อย

ทีแรกก็จะไม่โกรธหรอกนะเพราะรู้อยู่ว่าคณะวิศวะชอบปล่อยไม่เป็นเวลา

แต่มันมาควันออกหูตรงที่ดันมีเพื่อนในคณะเห็นร่างบางยืนรอใครอยู่

พอสอบถามไป เจ้าเพื่อนผู้หวังดี (หรือเปล่า ?) ก็บอกไปว่า พ่อหนุ่มที่สาวเจ้ารออยู่น่ะ กำลังช่วยแบกอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปให้บรรดาสาว ๆ คณะบริหาร แถมยังเดินไปหัวร่อต่อกระซิกกันไปอีก

ได้ยินแบบนี้จะไม่ให้ฉุนยังไงไหว

ดีนะที่มีนิโคไลมาช่วยพูดให้อีกแรงว่าเป็นเพราะทั้งสองคณะจะมีกิจกรรมร่วมกัน

แล้วคณะบริหารน่ะผู้ชายมันน้อย นิโคไลก็เลยไปชวนเรียว กับเพื่อนวิศวะมาช่วยแบกเอกสารกับโต๊ะเก้าอี้ไปไว้บริเวณที่จัดงาน

แต่กว่าจะอธิบายกันได้ ก็ทำเอาเจ้าเรียวหน้าเสียไปหลายยกเลยเชียว

" ผมขอโทษจริง ๆ นะ ... แต่มันบอกแมทไม่ทันน่ะ " จมูกโด่ง ๆ คลอเคลียบริเวณแก้มใส นึกคราแรกว่าจะโดนโกรธโดนงอนไปหลายวันซะอีก

ขนาดตอนนัดกันครั้งแรกแล้วเค้าไปสาย 10 นาที

เจ้าตัวยังงอนไม่พูดไม่จาไปตั้ง 1 ชม .

แถมคราวนี้ดันโดนข้อหาไปจีบสาวบริหารอีก

เกิดโกรธขึ้นมาแล้วหนีกลับบ้านล่ะ มิต้องบินไปตามง้อถึงซิลลาเวียหรอกรึ

" แล้วทำไมไม่โทร.มาล่ะ " เอนศรีษะเล็กซบไหล่กว้าง

" แบตหมดน่ะ ... แล้วก็ไม่นึกว่ามันจะเลทไปซะขนาดนั้น "

พูดพลางจุมพิตหน้าผากมน ตาสีอำพันเงยหน้าขึ้นมอง

ก่อนจะเอนตัวออกห่างเมื่อนึกได้ว่ายังมีบุคคลที่สามนั่งอยู่ด้วย

" เอ่อ ... นิค ... นี่คาโอรุฝากมาให้ " มือขาวนวลยื่นกล่องให้นิโคไล

ปรางค์แก้มมีสีระเรื่อ หนุ่มผมบลอนด์ทำหน้ายิ้ม ๆ

นึกว่าจะอยู่ในห้วงอารมณ์รักของเราสองจนไม่สนใจไอ้คนที่นั่งหัวโด่อยู่นี่ซะอีก

... มือใหญ่รับของมาแกะดู

ก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจะสั่นระริกอย่างตกตะลึง

" เป็นอะไร ได้รับจดหมายรักเรอะไง "

เรียวเอ่ยแซวโดนไม่ทันได้สังเกตุใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดของเพื่อนสนิท

นิโคไลผลุนผลันลุกจากโต๊ะก่อนจะรีบไปสตาร์ทรถออกไปทันที

" เกิดอะไรขึ้นน่ะ ? " สองหนุ่มหันมามองหน้ากัน ดูจากสีหน้าเมื่อกี๊

คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ๆ คิดได้ก็รีบไปสตาร์ทรถตามนิโคไลออกไป

*************************************

1 อาทิตย์แล้วที่คาโอรุไม่ยอมรับโทรศัพท์ของใคร ถ้ามีใครมาที่บ้าน ก็จะมีคิริวคอยสกรีนไว้ตลอด กับแมทธิวก็คุยกันได้แค่ในชั้นเรียน

นอกจากนั้นแล้ว คิริวไม่ให้น้องชายสนิทสนมกับใครเป็นพิเศษนอกจากคนที่เค้าอนุญาต

เจ้าตัวเล็กนั่งเหม่อในห้องนอน นัยน์ตากลมโตมีหยาดน้ำคลอคลอง

มือเล็กบางจับจี้ที่ห้อยคออย่างทะนุถนอม ...

จะต้องเป็นแบบนี้อีกนานเท่าไหร่กันนะ นิโคไล ... ผมอยากเจอคุณเหลือเกิน

...

อีกฟากหนึ่งของเมืองก็มีสภาพไม่แพ้กัน

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มหรี่มองนาฬิกาเรือนสวย ที่ครั้งหนึ่งเคยร้อยรัดในข้อมือของผู้เป็นที่รัก

แต่บัดนี้ต้องกลับมาอยู่ ณ ที่เดิมที่เคยเป็นมา ...

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ คาโอรุ ... ถึงได้ส่งหัวใจของผมคืนกลับมาแบบนี้

... ทั้งทีวันนั้นเราน่าจะเข้าใจกันดีแล้วนี่นา ...

แกร๊ก !

" ทำอะไรอยู่หือม์ ... หนุ่มน้อย ... ยังไม่นอนอีก "

เสียงประตูและคำทักทายไม่ได้เรียกให้ร่างเล็กหลุดจากภวังค์

ตากลมโตเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ขณะที่นิ้วเรียวเล็กยังคงลูบคลำนกฟีนิกซ์ตัวสวย

เห็นครั้งแรกคิริวก็ติดใจเจ้านกตัวสวยนั่นอยู่มาก จี้ห้อยคอแบบนั้น

เค้าไปดูมาหลายแห่งทั้งในและนอกประเทศ

แต่ก็ไม่เคยเห็นของที่ไหนจะความละเอียดและสวยงามเหมือนของคาโอรุเลย

มันก็ไม่น่าแปลกที่เจ้าตัวเล็กจะชื่นชอบเอามาก ๆ จนถึงกับใส่ติดคอไม่ยอมถอด ต่างจากสร้อยเส้นอื่น ๆ ที่เค้าเคยซื้อให้เจ้าตัวเล็ก

แต่เจ้าตัวก็เพียงแค่ใส่พอให้พี่ชายดีใจชั่วครู่ชั่วยาม ก่อนจะถอดเก็บไปอย่างไม่ใยดี

" อ๊ะ... พี่ ... " คาโอรุรู้สึกตัวเมื่อมือใหญ่ลูบแผ่ว ๆ บริเวณศรีษะ

ขนตางอนยาวกระพริบปริบ ๆ พยายามไล่ละอองน้ำตาไม่ให้พี่ชายคนเดียวได้เห็น

แต่ถึงกระนั้นคิริวก็ยังสังเกตุเห็นจนได้

" เป็นอะไรน่ะ...คาโอรุ ... แสบตาหรือเปล่า ... หรือว่าแสงในห้องไม่พอ

พี่จะได้ให้เรียกให้ช่างมาเปลี่ยนไฟให้ใหม่ " คิริวถามด้วยความเป็นห่วง

แต่เจ้าตัวเล็กก็เอาแต่ส่ายหน้า

บอกแต่ว่าคงเป็นเพราะเพ่งมองท้องฟ้านานเกินไปเลยทำให้ตาล้า

คิริวส่ายหัวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ...

น้องยังเด็กขนาดนี้ ใครจะยอมให้ไปยุ่งเกี่ยวกับคนต่างชาติไม่น่าไว้วางใจอย่างเจ้านั่น

ขืนปล่อยให้เนิ่นนานกว่านี้เจ้านั่นก็คงจะเกลี้ยกล่อมให้คาโอรุหัวแข็ง และก็ดื้อรั้นกับครอบครัวเป็นแน่

ขนาดแค่พบกันไม่เท่าไหร่ยังหัดให้น้องชายเค้าต้องกลับบ้านดึก และไม่ยอมเรื่องที่เจ้านั่นมาส่งอีก ...

ป่านนี้ก็คงรู้สำนึกแล้วสิว่าการมายุ่งกับน้องชายคนอื่นเค้าแล้วจะเป็นยังไง

... หึ ... ในที่สุดแล้วคาโอรุก็ต้องเชื่อฟังพี่ชายอย่างเค้าอยู่ดี ...

แต่คิริวคงลืมเลือนบางสิ่งไป ... ใจคนไม่ใช่สิ่งของ

ถึงจะพยายามกีดกั้นสักเพียงใด ... แต่ในที่สุดแล้ว ...

ความผูกพันที่ก่อตัว เป็นดั่งสายใยที่เชื่อมรักไว้คงมั่นนิรันดร์

****************************************

" ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ แล้ววันนี้ไม่มีเรียนเหรอ ? "

" ... " คาโอรุเงยหน้าขึ้นมอง สั่นศรีษะเล็กน้อยก่อนจะก้มลงมองพื้นตามเดิม

ผู้มาใหม่เห็นสีหน้าสลดของหนุ่มน้อยก็ทรุดลงนั่งข้าง ๆ

ร่างสูงใหญ่กว่าพูดไปเรื่อย ๆ

" มีอะไรไม่สบายใจก็บอกผมได้นะ ... เก็บเอาไว้แบบนี้รังแต่จะหนักใจเองซะเปล่า ๆ บางครั้งการได้ระบายอะไร ๆ ออกมาบ้างก็ดีเหมือนกันนะ " ใบหน้าสวยผงกขึ้นมาจ้องตาผู้พูด

ก็เห็นดวงหน้ายิ้มละไมจ้องตอบกลับมา คาโอรุรู้สึกอึดอัดใจ

อยากจะพูดออกไปแต่ก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกไม่ดีกับพี่ชาย

" ปรึกษาผมได้นะ... ทั้งเรื่องเรียนและก็เรื่องอื่นๆ "

ดวงตาคมจ้องมองตาสีน้ำตาลอ่อนของคนข้าง ๆ

มานั่งหน้าเศร้าแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องเรียนเป็นแน่ ... ใคร ๆ ก็รู้ว่าปีนี้คณะแพทย์ได้เด็กที่ทั้งสวยทั้งเก่งมาถึง 2 คน

และหนึ่งในนั้นก็คือหนุ่มน้อยฟูจิวาระ คาโอรุนี่เอง

ดังนั้นเรื่องเรียนคงไม่ใช่ปัญหาหนักอกของเจ้าตัวซักเท่าไหร่ ...

" เอ่อ ... สมมตินะครับว่าอาจารย์มีเพื่อนที่คุยกันถูกคอคนนึง ... แต่ .... เอ่อ ... ถ้ามีใครบอกว่าคน ๆ นั้นไม่ดี ไม่ควรสนิทด้วย

...แล้วอาจารย์จะทำยังไงครับถ้าถูกห้ามไม่ให้พบกับเค้า "

หึ หึ... ที่มานั่งหน้าเศร้าแบบนี้เป็นเพราะเรื่องความรักหรอกรึ ...

แล้วคนที่ว่ากีดกันก็คงเป็นเจ้าคิริวล่ะสิ ...

เรื่องชอบตัดสินความเป็นไปของชาวบ้านนี่เป็นงานถนัดของมันรึไง

" ก็ต้องดูว่าที่เค้าบอกว่าเป็นคนไม่ดีน่ะ จริงรึเปล่า ... ลองไปไตร่ตรองให้ดี ...

แล้วผมก็คิดว่าคุณเองก็มีเหตุผลที่จะเชื่อฟังคำพูดนั้นรึเปล่าล่ะนะ ...

แต่ผมก็อยากให้คุณรู้ไว้ ... ไม่มีใครรู้จักใครดีพอที่จะมาตัดสินไม่ให้ใครพบกับใครหรอกนะ ...

แล้วเหตุผลที่จะห้ามไม่ให้ใครพบกับใครน่ะ ... ก็ต้องดูว่าใครมีเหตุผลดีกว่ากัน ...

ผมไม่ได้บอกให้คุณไม่เชื่อฟังพี่ชายหรอกนะ ... แต่ก็อยากให้คุณแข็งขืนกับเค้าบ้าง ... บางครั้งถ้าเรามีเหตุผลที่ดีกว่า เค้าก็ควรที่จะรับฟัง "

" อาจารย์รู้ ... " นัยน์ตาสวยเบิกโพลง

" อืม ... ก็พอรู้มาบ้าง แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ผมก็ไม่รู้อะไรลึกซึ้งนักหรอก ... ว่าแต่ลองไปทบทวนที่ผมพูดดูแล้วกันนะ เผื่อจะมีทางออกที่สบายใจขึ้นบ้าง " ร่างสูงลุกขึ้นยืน พลอยทำให้คาโอรุต้องลุกตามด้วย ... ได้ฟังแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย

คาโอรุยิ้มให้กับศิราณีชั่วคราว แต่ก่อนที่จะกล่าวคำขอบคุณใด ๆ

เสียงห้าวทุ้มของคนที่เป็นหัวข้อสนทนาก็แทรกเข้ามา

" คาโอรุ ... มาทำอะไรตรงนี้ ทำไมไม่ไปรอพี่ที่ห้อง ... อ้อ... แล้วนาย .... " คิริวหันกลับมาหาบุคคลที่ 3

ตาคมเข้มกวาดขึ้นลงสร้างความขัดเคืองให้ผู้ถูกมองยิ่งนัก

" ไม่มีงานทำรึไงครับ ... คุณหมอ ทาคาอากิ เท็ตสึยะ ... ถึงได้มีเวลาว่างมาพูดคุยกับน้องชายชาวบ้านเค้าแบบนี้ "

นึกว่าชั้นไม่รู้รึไง เจ้าเท็ตสึยะ คิดจะมาเกลี้ยกล่อมให้คาโอรุแข็งข้อกับชั้นรึ ...

" เผอิญช่วงนี้ที่ห้องกำลังว่างน่ะครับ ... เลยมีเวลามาเตร็ดเตร่แถวนี้ได้ ...

ว่าแต่คุณหมอคิริวไม่มีผ่าตัดเหรอครับถึงได้วิ่งหน้าเริ่ดมาหาน้องชายได้แบบนี้

... ระวังนะครับ ... เครียดมาก ๆ ระวังจะเป็นอันตรายต่อคนไข้ เดี๋ยวต้องมาลำบากคนอย่างผมอีก " เสียงโต้กลับยียวนไม่แพ้กัน

คิริวชักสีหน้า ไอ้หมอผ่าศพนี่มันชักจะมากไปแล้วนะ ... มือใหญ่กำหมัดแน่น

... ไอ้โรคเกลียดโฮโมนี่... สาเหตุใหญ่ก็มาจากไอ้หมอนิติเวชนี่หละ ...

ไม่ได้ ๆ ต้องกันคาโอรุออกห่างจากเจ้านี่ด้วย ...

เกิดติดโรคเดียวกันขึ้นมาจะยุ่ง ... กันไอ้ฝรั่งขี้นกนั่นไปได้แล้ว ยังต้องมากันไอ้บ้านี่อีก ... แถมดูท่าจะโหดหินกว่ามาก เพราะเจ้านี่ดันเป็นอาจาย์สอนเสียด้วย

เกิดมันไม่พอใจอะไรขึ้นมาแล้วแกล้งน้องเค้าล่ะก็ .... โอย... เกลียดมันเฟ้ย

" พี่ ... ไปกันเถอะครับ ... อาจารย์ทาคาอากิ ... ขอบคุณสำหรับคำปรึกษานะครับ "

คาโอรุรีบลากพี่ชายออกมาจากบรรยากาศที่อึมครึมนั้น ...

พี่กับอาจารย์ไม่ถูกกันเหรอเนี่ย ... ไหนใคร ๆ เค้าบอกว่าพี่กับอาจารย์เรียนรุ่นเดียวกันไง ... แล้วอาจารย์ก็ดูใจดีออก

ทำไมถึงไม่ถูกกันได้นะ ....

****************************************

For friends , with love

21

" ริว ... คิริว ... เป็นอะไรรึเปล่าคะ มีปัญหาอะไรก็บอกชั้นได้นะคะ "

" กลุ้มเรื่องน้องนิดหน่อยน่ะ " พูดพลางกุมมือสาวคนรัก เค้ากับคุโด มิยาโกะ คบกันมาได้เกือบ 3 ปีแล้ว และก็มีโครงการแต่งงานกันในอีกไม่ช้า

เรื่องงาน และคนรักก็ไปได้สวยทุกอย่าง

จะมีไอ้ที่ไม่ได้ดั่งใจก็เรื่องน้องชายนี่หล่ะ

จะไม่ว่าอะไรเลยถ้าผู้ที่จะมาเป็นคนรักของน้องชายมันเป็นผู้หญิงธรรมดา

แต่นี่อะไร ... ชายทั้งแท่ง แถมน้องเค้าต้องเป็นฝ่ายรับอีกต่างหาก ...

เรื่องแบบนี้จะให้ยอมรับได้ยังไงไหว

" คาโอรุเป็นอะไรเหรอคะ " .... พอเล่าเรื่องไป มิยาโกะก็หาว่าเค้าคิดมากไปเอง ... แล้วการที่น้องจะได้คบคนดี ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องหวงห้ามอะไรนี่ ... ถ้าคาโอรุมีความสุข ไม่ทำตัวเสียหาย ผลการเรียนไม่เสียก็น่าจะดีนี่นา ...

พูดเหมือนพ่อไม่มีผิด ... นี่มันอะไรกัน ... การที่เค้าห่วงน้อง รักน้อง นี่มันแย่นักหรือไง ...

หรือจะต้องรอให้เจ้าตัวเล็กเป็นเกย์ไปซะก่อนถึงจะตาสว่างกันซักที

****************************************

" คาโอรุ ... นายจะไปงานบายเนียร์พี่บัณทิตหรือเปล่า " โชตารุ เพื่อนร่วมคณะกล่าวขึ้นเมื่อสวนกับหนุ่มน้องที่ระเบียงชั้น 2

" อืม ... ไม่รู้เหมือนกัน คงต้องถามพี่คิริวก่อนน่ะ "

" เฮ้ย ... ได้ไง ... นี่เป็นงานเลี้ยงให้พี่ ๆ เค้านะ ต่อไปเราก็จะไม่ได้เจอพวกพี่ ๆ เค้าแล้ว ... 1 ปีมีครั้ง ... ยังไงก็ต้องไปให้ได้ล่ะน่า "

" อืม ... งั้นจะลองไปขอพี่คิริวดูละกัน " ... 1 ปีมีครั้งเหรอ ...

นั่นสินะ ... กว่าจะฝ่าฝันจนจบปริญญาได้ก็ใช้เวลาไม่น้อยเลย ...

ดูอย่างพวกเค้าซิ ... นับจากที่มาเรียนก็ 1 ปีแล้ว ...

อีกไม่นานก็คงต้องมีงานเลี้ยงฉลองก่อนจบกับบรรดาเพื่อน ๆ และน้อง ๆ อีก

... คิดพลางก็ฉุกใจได้ ... อีกเพียงแค่ปีเดียว ...

นิโคไลก็จะจบปริญญาตรีที่นี่ และต้องบินกลับเยอรมนีตามสัญญาที่ให้ไว้กับครอบครัว...

ถ้าถึงวันนั้นแล้วเค้าต้องจากกันจริง ๆ เหรอ ... ทำยังไงดี ...

แอ๊ด ....

" เลิกเรียนแล้วเหรอคาโอรุ "

คิริวทักทายน้องชายขณะนั่งอ่านประวัติผู้ป่วยรายล่าสุดอยู่

หน้าเข้มขมวดคิ้ว ... รายที่ 3 ในรอบ 2 อาทิตย์ ... ยังหนุ่มอยู่แท้ ๆ แต่อาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ... คนยุคนี้ไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพนัก ทำงานหนัก กินอาหารไม่เป็นเวลาแถมไม่มีประโยชน์อีกตังหาก

พอบอกให้ออกกำลังกายก็ไม่เอา ... เอะอะก็หาหมอ ๆ แล้วก็รอผ่าตัดกันลูกเดียว ...

ทำไมไม่นึกถึงการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานกันมั่งนะ...

" พี่ครับ " เสียงใสเอ่ยกล้า ๆ กลัว ๆ ตั้งแต่งานวันเกิดคราวนั้น

คิริวไม่ให้คาโอรุไปไหนคนเดียวอีกเลย ... ถ้าไม่ไปกับพี่ชาย ก็ต้องไปกับพี่มิยาโกะ ... ซึ่งยังดีที่พี่มิยาโกะเป็นคนมีจิตวิทยาดี ... รู้ว่าคาโอรุรู้สึกอย่างไร ... เวลาไปไหนก็ปล่อย ๆ เค้าบ้าง ทำให้ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนอยู่กับพี่คิริวเท่าไรนัก ...

แถมบางครั้งยังทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นบ้างเมื่อมีโทรศัพท์จากเรียว หรือแมทธิวเข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะถามข่าวคราวของเค้า หรือไม่ก็เล่าเรื่องของนิโคไลด้วย ...

" มีอะไร " นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำจ้องมองน้องชาย ...

ทำเสียงแบบนี้ แถมกิริยาแบบนี้นี่จะขอไปไหนอีกล่ะสิ ...

แต่ถ้าคิดจะไปเจอไอ้ฝรั่งบ้านั่นล่ะก็ ... ฝันไปเหอะ

" ผมขอไปงานบายเนียร์พี่บัณทิตได้ไหมครับ " พูดพลางกลืนน้ำลายเอื๊อก ...

" ได้สิ ... จัดกันอาทิตย์หน้าใช่มั้ย ... เพื่อนพี่เค้าก็บอกเหมือนกัน

... ก็ว่าจะไปงานนี้ด้วยซักหน่อย ... เจ้าพวกนี้เค้าก็ชวนพี่เหมือนกัน "

คิริวยิ้มน้อย ๆ ... นึกว่าเรื่องอะไร ...

นี่คิดว่าเค้าจะหวงห้ามขนาดไม่ให้ไปงานเลี้ยงฉลองจบของพวกนั้นเลยเรอะ ...

ยังไง ๆ เค้าก็เป็นเด็กกิจกรรมเก่าล่ะน่า แถมไอ้เด็กพวกนี้ บางส่วนก็เคยสัมผัสประสบการณ์โหดเมื่อเค้ามาช่วยรุ่นน้องรับบทพี่ว้ากระดับตำนาน

... นึกว่าจะกลัวกันหัวหดซะแล้ว ...

แต่ก็ยังมีบางคนใจกล้าชวนเค้ามางานนี้กันอีก ... ในเมื่อคาโอรุไป เค้าก็ไป แถมนี่ก็เป็นงานของคณะแพทย์

ไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวนั่นคงไม่มีปัญญามาด้วยหรอก ...

แต่ถึงมันมาเค้าก็ไม่กล้ว ... ให้มันรู้ซะมั่งว่างานคณะใคร

*************************************

คืนวันงาน

" มางานพวกนี้กะเค้าเป็นด้วยเรอะ "

เสียงยียวนกวนยั่วต่อมประสาทดังขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ และร่างเล็กบางเดินเข้ามาในงาน

คิริวปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าอนุญาตให้คาโอรุเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ... งานเลี้ยงที่ไหน ๆ ก็เหมือนกันหมด มีแต่คนวัยหนุ่มสาวมาสนุกสนานกัน

... ที่จริงบรรยากาศก็ครึกครื้นล่ะนะ ...

ถ้าไม่ติดว่าต้องมาเจอไอ้คนที่ไม่อยากเห็นหน้าเห็นตานี่ล่ะ

" ไม่เกี่ยวกะนายนี่หว่า ... แล้วขอโทษ ... งานนี้ไม่ใช่งานของนาย เพราะฉะนั้นนายไม่มีสิทธิ์มาห้ามไม่ให้ใครไปใครมา ... เข้าใจ๋ "

กวนมาก็กวนกลับเช่นกัน ...

คาโอรุมองภาพเหตุการณ์นั่นเมื่ออยู่กับผองเพื่อน ... ไหนว่าพี่คิริว กะอาจารย์ทาคาอากิเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันไง ...

แต่ดูบรรยากาศแวดล้อมสองคนนั่นสิ ... มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่านะ ... ดูไม่มีใครยอมใครกันเลย

" ก็ไม่ได้อยากจะห้ามนักหรอก ... ขอแค่อย่ามาทำให้บรรยากาศเสียก็พอแล้ว

... ตามติดกันแบบนี้น้องนายอึดอัดตายพอดี ... หัดปล่อยวางซะมั่งสิวะ "

พูดก่อนเดินจากไป แต่ไม่ทันมือใหญ่ที่เอื้อมมาจับไหล่ซะก่อน

" อย่ายุ่งเรื่องชาวบ้านให้มันมากนัก ... ชั้นไม่อยากมีเรื่องกะใครในงานแบบนี้ " เสียงทุ้มกล่าวรอดไรฟัน

เท็ตสึยะยักไหล่ ทำท่าไม่สนใจ

" ก็ดี ... ชั้นก็ไม่อยากเห็นคนงี่เง่ามาทำให้งานมันกร่อยเหมือนกัน "

ดวงตาสีนิลจ้องกลับดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่คมอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินจากไป

" โธ่ ... ไอ้บ้าเอ๊ย " คิริวยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ตรงนั้น

จนกระทั่งมีรุ่นน้องที่เป็นหน่วยกล้าตายและไม่รู้ว่าบริเวณนั้นเพิ่งเป็นสมรภูมิปะทะฝีปากอยู่หยกๆ ก็มาลากตัวรุ่นพี่สุดหล่อแต่ขี้โมโหไปฉลองกัน

************************************

" คาโอรุ " เสียงหวานใสร้องเรียกเพื่อนสนิท คาโอรุหันกลับก่อนจะหยุดชะงัก

... ร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้านั่น ...

ผมสีบลอนด์และนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มที่ฉายแววอบอุ่นคู่นั้น ...

อีกฝ่ายหนึ่งก็มีท่าทางไม่แตกต่างกันนัก ... แมทธิวกระซิบข้างหูนิโคไล

ก่อนจะลากร่างสูงให้เข้ามาหาร่างโปร่งบางที่ยืนตะลึงอยู่

" เอ่อ ... นิคมาได้ยังไงครับ " น้ำเสียงตะกุกตะกัก ... ดีใจที่ได้พบหน้า

ได้เจอ ได้พูดคุยกันอีก ... แต่จะทำยังไงดี ... งานนี้พี่คิริวก็มาด้วย ...

ถึงจะอยากเจออีกฝ่ายหนึ่งแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากให้สองคนนี้เผชิญหน้ากันนัก

... ไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นอีกเลย แค่นี้ก็แทบจะอยู่กันคนละโลกอยู่แล้ว

" แมทชวนมาน่ะ " นิโคไลยิ้มละไม ...

คำพูดที่เตรียมไว้ว่าจะพูดยังไงดีกับร่างเล็ก แต่เมื่อพบกันจริง ๆ ทำไมมันหายไปหมดนะ

" ไปคุยกันทางโน้นดีมั้ย " พูดพร้อมจูงมือเล็กไปยังมุมที่เลือกไว้แล้ว

แต่ไม่วายมีเสียงแซวจากแมทธิวแว่ว ๆ ว่าอย่าไปทำอะไรน้องเค้าล่ะ ...

เดี๋ยวจะโดนพี่ชายเค้าแหกอกเอาไม่รู้ตัว เมื่ออยู่ในมุมสงบแล้ว ยังไม่มีใครพูดอะไรออกมา

จะด้วยว่าทั้งสองฝ่ายอับจนคำพูดหรืออะไรก็เหลือจะเดา

" ... เอ่อ ... " ... พอจะพูดขึ้นมาก็ดันเอ่ยพร้อมกันอีก

ทั้งสองคนหัวเราะให้กันก่อนที่นิโคไลจะเป็นฝ่ายคะยั้นคะยอให้คาโอรุพูดก่อน ( lady first ๆ )

" ผม ... ดีใจมากเลยที่ได้เจอนิคคราวนี้ " พูดออกไปแล้วก็อายเอง ...

พูดแบบนั้นไปได้ไงนะเรา ... ยังงี้ก็เหมือนกับบอกเค้าสิว่าเราคิดถึงเค้าแค่ไหน นิโคไลยิ้มกว้าง

" ชั้นก็ดีใจเหมือนกันนะที่ได้เจอคาโอรุน่ะ ... แต่ที่ดีใจยิ่งกว่าก็คือ... " หน้าขาวนวลเงยขึ้นสบเมื่อนิโคไลพูดค้างก่อนจบประโยค

แต่ก็ต้องเสหลบเมื่อเจอสายตาแวววาวของคนตรงหน้า

" ก็ ... ตรงที่คาโอรุยังใส่สร้อยเส้นนี้อยู่ไง "

พูดพลางมือใหญ่ก็เอื้อมสัมผัสจี้ลวดลายละเอียด ...

วันนี้คาโอรุใส่เสื้อคอลึกกว่าปกติ

คอเสื้อเลยเปิดกว้างโชว์จี้อันงามที่ได้มาจากนิโคไล ... หน้านวลแดงก่ำ

ไม่ใช่เพราะคำพูดหรอกนะ แต่เป็นไอ้มือใหญ่ ๆ ที่มาป้วนเปี้ยนแถวซอกคอเค้าเปล่า ๆ

" ก็ ... ก็นิคให้ผมนี่ครับ ... จะไม่ใส่ก็เมื่อนิคทวงคืนมากกว่า "

แค่นี้ล่ะ ... ปากฉีกกว้างแทบจะถึงรูหูเลยเชียว ...

เวลาเนิ่นนานที่ไม่ได้พบกันทำให้คิดจะตัดใจตั้งหลายหน

แถมยังเจอพี่ชายคนรัก (?) กีดกันซะขนาดนั้น ... แค่ได้ยินคำพูดหวาน ๆ แบบนี้ขึ้นมาก็ ... ฮึ่ม ... มีปัญญาขัดขวางอีกก็เชิญเลยนะ ฟูจิวาระ คิริว

" จะทวงคืนได้ไงล่ะ ... ไม่ฝากของสำคัญแบบนี้ไว้กับหัวใจตัวเองแล้วจะให้ฝากไว้ที่ไหน "

พูดพร้อมกับกุมมือเล็ก ... โอย ... พูดออกมาได้ยังไงนะ

คำพูดน่าอายแบบนั้น ... ไม่คิดถึงคนฟังบ้างเลยนะว่าใครเค้าจะเขินแค่ไหน

... เมื่อคุยกันจนจุใจแล้ว ทั้งสองก็ระลึกได้ว่าเวลาล่วงมา 2 ชั่วโมงแล้ว

... คาโอรุกระสับกระส่าย ไม่รู้ว่าคิริวจะตามหาเค้าในช่วงนั้นรึเปล่า

นิโคไลบีบมือคนรักปลอบใจ ...แม้ความรู้สึกดี ๆ จะกลับมาแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังไม่กล้าเดินด้วยกัน ...

วันนี้เป็นวันฉลองให้ว่าที่บัณฑิตแพทย์ศาสตร์

เค้ายังไม่อยากให้พี่คิริวอาละวาดในงานนี้ แม้จะรู้ดีว่าคิริวระงับอารมณ์ได้เสมอเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ...

พักใหญ่ๆ เพื่อนร่วมคณะก็เดินมาบอกว่าคิริวนั่งอยู่ที่โต๊ะใหญ่ทำให้คาโอรุใจชื้นขึ้น

เพราะนั่นย่อมแสดงว่าคิริวอาจติดพันจะไม่สนใจว่าคาโอรุจะสังสรรค์ที่ไหนกับเพื่อนชั่วคราว

********************************************

" วันนี้สนุกดีนะครับ " คาโอรุยิ้มระรื่นเมื่อถึงบ้าน .... ได้เจอเพื่อนๆ พี่ ๆ แล้วที่สำคัญ ... ยังได้เจอกับนิโคไลด้วย ...

คิดแล้วก็ต้องหน้าแดงระเรื่อ ... วันนี้เป็นวันที่เค้าเสีย first kiss ให้กับนิโคไล ... โดยในช่วงที่หามุมสงบนั่งคุยกันอยู่นั้น จู่ ๆ ฝ่ามือใหญ่ก็เอื้อมมาโอบไหล่เค้าไว้ พอเงยหน้าจะไปถาม ก็ได้รับจูบที่อ่อนหวานกลับมา ...

ถึงจะเป็นจูบแรกในชีวิต ... แต่มันก็นุ่มนวลละมุนละไม ไม่มีอาการจาบจ้วง หรือรุกรานเช่นที่เคยอ่านในนิยายแปลทั่วไป ...

แถมพอจูบเสร็จนิโคไลก็ขอโทษที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อน ...

คิดแล้วก็หน้าแดงอีก ... ทำไมตอนนั้นถึงไม่ปัดป้อง แล้วก็เต็มใจรับการรุกรานด้วยอีก ... แล้วยิ่งเป็นที่สาธารณะแบบนั้นด้วย ถึงจะลับหูลับตาไปหน่อยก็เถอะ

" เหรอ ... คงสนุกมากล่ะสิ "

น้ำเสียงประชดประชันทำให้คาโอรุเงยหน้ามองพี่ชาย ... อะไรกัน น้ำเสียงแบบนั้น ... แล้วยังใบหน้าแบบ ... กึ่งเหยียด กึ่งเสียใจ ...

เกิดอะไรขึ้นกันนะ

" พี่ ... เป็นอะไร " พอเห็นใบหน้าใสซื่อของน้องชาย

อารมณ์เดือดบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอลล์ที่มีจาง ๆ ทำให้โทสะที่สะกดกลั้นไว้ระเบิดออกมา

" เป็นอะไร ... คงจะซาบซึ้งที่ได้เห็นฉากเด็ด ๆ ไง ...

ไม่เจอกันแค่ไม่เท่าไหร่ ... ก้าวหน้าขึ้นแล้วนี่ ...

พี่บอกหลายครั้งหลายหนแล้วไม่เคยฟังเลยใช่มั้ย ...

วันนี้ยังมานัดแนะกับมันอีก ... แล้วนี่อะไร ... ใส่ติดคอกันนักนี่ ...

ของเก่าจากเยอรมนีนั้นเหรอ ... พี่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอะไรที่เป็นของ ๆ มันไม่ต้องเอาไว้ที่บ้านนี้ ... ในเมื่อมันทิ้งยากทิ้งเย็นนัก ... พี่จะทิ้งให้เอง ! " พูดจบ... มือใหญ่ก็กระชากจี้อันน้อยออกจากลำคอขาว

... ไม่ได้นึกถึงความรู้สึกของน้องชายแม้แต่น้อยนิด

" พี่ ! ... เอาของผมคืนมานะ " เสียงเล็กสะอื้นไห้

ขณะที่มือเล็กก็พยายามไขว่คว้าสร้อยกลับคืนมา ...

คราวนาฬิกาเรือนนั้นยังไม่เสียดายเท่าไหร่ ... แต่สร้อยนี่ ...

มันเป็นสิ่งเดียวที่ยังยืนยันว่าความสัมพันธ์กับชายคนนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง

... พี่คิริวทำแบบนี้ได้ยังไง

" พี่ไม่ให้ ... ของแบบนี้อย่าเก็บมันไว้เลย " พูดจบ มือใหญ่ก็ขว้างสร้อยสุดแรงเกิดออกไปกลางสวน ...

ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะมีพื้นที่เพียงน้อยนิด แถมที่ดินทุกตารางนิ้วมีค่ายิ่งกว่าทองคำ ...

แต่ความที่ตระกูลฟูจิวาระเป็นตระกูลเก่าแก่ แถมยังเป็นราชาที่ดินเมื่อครั้งอดีต ... อาณาเขตบ้านขนาด 6 เอเคอร์ที่รกเรื้อไปด้วยต้นไม้ใหญ่มากมายและสระน้ำ

การจะขว้างของที่มีขนาดเล็กออกไปในสภาพแบบนั้น

ถ้าจะหาอะไรขึ้นมาก็ไม่ต่างกับการงมเข็มในมหาสมุทรทีเดียว

" พี่คิริวใจร้าย " ... คาโอรุร้องไห้โฮ ถลันจะออกไปค้นหาสร้อยคืน

แต่มือใหญ่ก็ฉุดกระชากเจ้าตัวเล็กขึ้นห้องพร้อมล็อคประตูอีก

ได้ยินเพียงเสียงสะอึกสะอื้นร่ำไห้ไม่รู้จบ ...

ดีนะว่านี่ปิดเทอมใหญ่แล้ว ... แล้วนี่อะไรกัน ... รักในวัยเรียน แถมยังวิปริตผิดเพศแบบนี้อีก ... ใครมันจะรับได้ ... แต่ก็เอาเถอะ ... รักของวัยรุ่นเดี๋ยวมันก็ลืม ๆ กันไปเอง ใช่ว่าจะเป็นรักแท้เท่าไหร่เชียว

" คิริว ... มีอะไรกันน่ะ ... ทะเลาะอะไรกับน้อง " ฟูจิวาระ ไซริว เปิดประตูออกจากห้องพัก ทีแรกก็ว่าจะปล่อยให้พี่น้องเค้าตกลงกันเอง

แต่นี่เสียงดังขนาดคาโอรุร้องไห้โฮเป็นครั้งแรกแบบนี้ ต่อให้ไว้ใจลูกชายคนโตยังไงก็เถอะ

" ไม่มีอะไรครับพ่อ ... ขึ้นเสียงกันนิดหน่อยน่ะ " ไซริวส่ายหน้า ...

ใช่ว่าเค้าจะไม่รู้ว่าคิริวเผด็จการกับน้องชายแค่ไหน แต่ในเมื่อที่ผ่าน ๆ มาคิริวดูแลน้องได้ในช่วงที่เค้าไม่ค่อยอยู่ที่บ้านมากนักทำให้ไม่อยากจะพูดอะไรมากนักหรอก

... แต่ถ้าถึงขนาดทำให้คาโอรุร้องไห้หนักขนาดนี้ จะไม่ใส่ใจเลยมันก็คงไม่ดีนัก

" พ่ออยากให้แกปล่อย ๆ น้องบ้างนะ น้องโตแล้ว ... น้องก็ควรที่จะตัดสินใจอะไรเองได้บ้าง "

" ไม่มีอะไรหรอกพ่อ ... ผมรู้ว่าอะไรที่เหมาะกับคาโอรุ "

ไซริวมองอย่างหนักใจนิด ๆ ... ลูกชายคนโตที่เกิดมาสมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง

ทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ วิชาความรู้ หน้าที่การงาน และความมั่นใจในทุก ๆ เรื่อง ... ถ้าอะไร ๆ ไม่เป็นไปดั่งใจนึกนี่จะเป็นยังไงนะ ... จะผิดหวังมากสักเพียงไหนกัน

******************************************