22.
ช่วงนี้ที่ รพ.งานยุ่งทำให้คิริวต้องกลับบ้านดึกบ่อย ๆ ประจวบกับเป็นช่วงที่ไซริวต้องไปทำวิจัยในต่างจังหวัดอีกหลายเดือน
ทำให้คิริวต้องวานมิยาโกะ แฟนสาว มาดูแลคาโอรุที่บ้าน
ซึ่งเหตุผลหนึ่งก็เพื่อให้มิยาโกะเตรียมตัวก่อนแต่งเข้าบ้านฟูจิวาระ
อีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งก็รู้ ๆ กันอยู่ คือ เพื่อเป็นหูเป็นตาไม่ให้นิโคไลติดต่อกับคาโอรุได้
" คาโอรุ ... ไม่สบายรึเปล่าจ๊ะ หน้าซีด ๆ จัง " มิยาโกะร้องทัก ขณะเตรียมอาหารเย็นให้ เพิ่งสังเกตุเห็นชัด ๆ ว่าร่างเล็กซูบซีดลงไปมาก โดยเฉพาะขอบตามีรอยหมองคล้ำเหมือนคนอดนอน
" ผมไม่เป็นไรครับ ... ว่าแต่พี่มิยาโกะไม่น่าต้องลำบากมาทำอาหารเย็นให้เลย รบกวนเปล่า ๆ " หนุ่มน้อยพูดขึ้นด้วยความเกรงใจ
แค่มาอยู่เป็นเพื่อนพอไม่ให้บ้านเงียบเหงาก็ดีมากแล้ว นี่ยังต้องมาลำบากทำอาหารพร้อมเก็บล้างให้อีกตังหาก
" ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ อยู่บ้านก็ไม่ค่อยได้ทำให้ใครกิน กับพี่ชายก็นาน ๆ ถึงจะมีโอกาสกินข้าวด้วยกันซักที " มิยาโกะพูดยิ้ม ๆ คาโอรุพยักหน้าช้า ๆ ...
นั่นสินะ ... พ่อกับแม่พี่มิยาโกะแยกทางกันตั้งแต่พี่มิยาโกะยังเด็ก ๆ
พี่น้องก็เลยไม่ได้ใกล้ชิดกันเท่าไหร่ พี่มิยาโกะอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยง ส่วนพี่ชายก็อยู่กับพ่อ พอพี่มิยาโกะมาเรียนโตเกียวก็ต้องมาอยู่คนเดียว ถึงจะมีพี่ชายคอยดูแลแต่ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เป็นแบบนี้ก็เลยไม่รู้จะทำอาหารให้ใครกินสินะ
" แล้วพี่ชายพี่มิยาโกะเป็นคนยังไงครับ "
" พี่ชายพี่น่ะเหรอ ... ก็เป็นคนใจดี มีเหตุมีผล ไม่ค่อยเกรงกลัวใคร ดูกวน ๆ บางครั้ง บางทีก็ชอบแกล้งน้อง แต่เค้าก็รักพี่มากเลยล่ะ ... แล้วที่สำคัญ ... หน้าตาดีมากเลยจ๊ะ " มิยาโกะทิ้งท้ายพร้อมกับหัวเราะกิ๊ก ๆ
พลอยทำให้คาโอรุหัวเราะตามไปด้วย
" ว่าแต่คุยกันนานแล้ว ... คาโอรุจัง กินข้าวได้แล้วจ๊ะ "
" ผมยังไม่หิวครับ " หน้าเนียนตอบกลับมา ก่อนจะเหม่อมองไปนอกหน้าต่างอีก
ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นเค้าก็ไม่ได้ออกนอกบ้านเลย ไม่ว่าจะโทรศัพท์ หรืออินเตอร์เน็ต ยังดีที่ถ้ามิยาโกะอยู่ด้วย เจ้าตัวจะยอมให้คาโอรุใช้มือถือเพื่อติดต่อกับเพื่อน ๆ บ้าง ...
มิยาโกะมองหน้าเซียว ๆ อย่างเศร้าใจ วัน ๆ เอาแต่มองเหม่อ
ไม่ก็ออกไปเดินในสวน ไม่รู้ว่าเดินหาอะไร พอจะช่วยหา เจ้าตัวก็ส่ายหน้าน้อย ๆ ได้แต่บอกว่าไม่มีอะไร ๆ แถมไม่ค่อยกินค่อยนอนแบบนี้ คงจะล้มป่วยเข้าซักวัน
เห็นแล้วก็อยากจะเตือนคิริวเรื่องกฎระเบียบที่ควรย่อหย่อนบ้าง
แต่เจ้าตัวก็ไม่รับฟังเอาเสียเลย ถ้าไม่เกรงว่าจะทะเลาะกับคนรักล่ะก็ ก็อยากจะบอกไปให้รู้แล้วรู้รอดว่า ยิ่งทำแบบนี้ก็จะทำให้คาโอรุแย่หนักกว่าเดิม ... เฮ้อ ...
สงสัยงานนี้คงต้องปรึกษาพี่อีกตามเคย
******************************************
" ไอ้หมอนั่นอีกแล้วเหรอ ... มันไม่นึกถึงผลที่จะตามมามั่งเหรอวะ "
ศิราณีจำเป็นนั่งฟังคำบอกเล่าของน้องสาวสุดที่รัก ... คิดแล้วก็กลุ้มตัวเอง
เป็นคนนอกแท้ ๆ ทำไมจะต้องมายุ่งกะไอ้บ้านนี้ด้วยนะ ...
" มิยาโกะไม่รู้จะทำยังไงดี มิยาโกะเข้าใจเหตุผลที่เค้าทำลงไป แต่ก็สงสารคาโอรุด้วย ... จะทำยังไงดีคะพี่ "
" ก็น่าเห็นใจทั้งสองฝ่ายนั่นล่ะ แต่เจ้าคิริวมันก็ทำเกินเหตุไป แค่ปราม ๆ ก็พอแล้วนี่นา ตามติดน้องซะออกขนาดนั้น คาโอรุก็ไม่ใช่เด็กเหลวไหลซะหน่อย ...
แต่ตอนนี้ที่น่าห่วงกว่าน่ะคือคาโอรุหรอกนะ ... ลองอาการเป็นแบบนี้ล่ะก็ ซักพักคงได้เข้า รพ.เป็นแน่ "
ใครล่ะจะคิดว่าพ่อคนนี้ปากจะเป็นพระร่วงกะเขาด้วย พูดไปไม่ถึง 2 อาทิตย์ บ้านฟูจิวาระก็ต้องพาบุตรชายคนเล็กเข้า รพ.จริง ๆ ด้วยสาเหตุที่น่าจะทำให้พี่ชายคนโตสำนึกได้ซักที
" ไข้หวัดใหญ่ ! คาโอรุเนี่ยนะ " คิริวถามหมอเวรที่มาตรวจอาการของน้องชาย
" ครับ ... พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ค่อยกินอะไรแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอ
แถมเจอไมเกรนถามหาด้วย คงต้องพักอย่างต่ำก็ 1 อาทิตย์แหละครับ "
หมอเวรบอกก่อนจะขอตัวไปดูคนไข้รายอื่น ... หวนนึกไปถึงเมื่อคืนนี้
มิยาโกะไม่ว่าง จึงไม่สามารถมาดูแลคาโอรุได้ ส่วนเค้าก็ติดผ่าตัด กว่าจะกลับไปถึงบ้านก็มืดค่ำดึกดื่น
ดีที่ก่อนนอนยังแวะไปหาคาโอรุ เลยไปเจอเจ้าตัวเล็กนอนตัวร้อนจี๋กองอยู่บนพื้น หน้าขาวซีด แถมเหงื่อซึมชุดนอนจนแฉะ ... แต่ที่ทำให้รู้สึกแย่ขนาดนั้นก็คือ ... ร่างเล็ก ๆ นั้นสั่นระริกไปทั่วตัว แถมยังเพ้อถึงไอ้สร้อยบ้า ๆ นั่นอีก ...
เห็นดังนั้น เจ้าตัวก็รีบบึ่งรถพาน้องชายมา รพ. ทันที
****************************************
" ฮึก ๆ ... อยู่ไหนนะ ... " คิริวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงครางแผ่ว ๆ
ก่อนจะจับได้ว่าต้นเสียงมาจากคนที่นอนหน้าซีดอยู่บนเตียง
หน้าคร้ามเข้มชะโงกมอง ก่อนจะใจหายเมื่อเห็นหยาดน้ำใส ๆ พรั่งพรูจากเปลือกตาบาง ... ร่างเล็กยังคงเพ้อออกมาเป็นระยะ ๆ
เท่าที่จับใจความได้ก็วนเวียนแต่เรื่องสร้อยที่เค้าขว้างออกไป ...
นี่เค้าทำอะไรลงไปกัน ...
ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่คิดว่าการทำสิ่งดีที่สุดจะทำร้ายคนที่เค้าห่วงใยได้ถึงขนาดนี้
" คาโอรุ ... พี่ขอโทษ ... แต่พี่หวังดีกับน้องจริง ๆ นะ ... รักที่ผิดธรรมชาติน่ะ อย่างไรสังคมก็ไม่รับหรอก " มือใหญ่วางบนหน้าผากมน
ก่อนจะลูบบนผมนุ่มสลวยไปมา ทำให้ร่างเล็กคลายสะอื้นก่อนจะสงบลง ...
คิริวยกมือมองนาฬิกา อีก 2 ชั่วโมงก็จะเช้าแล้ว กว่าจะตื่นคงหิวพอดี
*****************************************
" เจ้าตัวเล็ก ... เป็นไงมั่ง " ตากลมโตลืมขึ้นช้า ๆ
เมื่อได้ยินเสียงที่ห่วงใยอยู่ข้าง ๆ ปากซีดเซียวยิ้มให้แทนคำตอบ
นัยน์ตามองกวาดไปรอบห้องก่อนจะสันนิษฐานได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ... คงจะ รพ.สินะ เมื่อวานออกไปเดินหาสร้อยทั้งวัน ทั้งที่รู้อยู่ว่าตัวรุม ๆ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าอาการจะหนักขนาดนี้ เลยต้องมานอน รพ.จนได้ ...
เอาแต่นอนแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่จะหาเจอเสียทีล่ะ ...
" ตื่นแล้ว กินอะไรหน่อยมั้ย ผลไม้ก็ได้ พี่จะปอกให้ "
คิริวกุลีกุจอเอาใจน้องชาย รู้ว่าเมื่อวานคาโอรุกินอะไรไปนิดหน่อย
เพิ่งฟื้นมาแบบนี้คงหิวแย่ ... แต่ความพยายามก็ต้องสูญเปล่า เมื่อเจ้าตัวส่ายหน้าพร้อมกับบอกว่าไม่อยากกินอะไร ทำเอาพี่ชายอึ้งไปสนิทใจ
ที่ออกไปซื้อข้าวของแต่เช้าหวังจะมาบำรุงน้องชายต้องยกยอดไปเป็นตอนอื่น เมื่อคนไข้แสดงท่าทีไม่อยากรับอาหารที่ไปคัดสรรอย่างดี ...
จะทำอย่างไรกันจึงจะให้คาโอรุกลับมาร่าเริงเหมือนเคย
' พี่ต้องทำยังไง ถึงจะให้น้องกลับมาเหมือนเดิม '
คิริวลูบหัวคาโอรุอย่างอ่อนโยน อยู่ รพ.มา 2 วันแล้ว แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นเลย ...
หมอเวรที่ดูอาการก็แสดงความเป็นห่วงออกมาถึงร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่แบบนี้
พร้อมกับบอกให้อยู่ รพ.ต่ออีก 1 อาทิตย์
" มิยาโกะ ... วันนี้เป็นยังไงบ้าง " คิริวถามเมื่อเจอมิยาโกะนอกทางเดิน
หญิงสาวมองหน้าคมที่มีความเป็นห่วงฉายชัด
รู้ดีว่าคนตรงหน้าห่วงน้องชายมากแค่ไหน แต่ก็ไม่กล้าบอกทางแก้ไขที่แท้จริง
ตราบใดที่คนตรงหน้ายังไม่ยอมรับว่าอาการของคาโอรุที่เป็นอยู่ไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอทางร่างกาย
แต่เกิดจากความเปราะบางทางจิตใจ ... ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ดีแน่
ต่อให้ต้องขัดใจกับคิริว แต่ก็ต้องทำให้คาโอรุอาการดีขึ้นก่อนดีกว่า
คิดแล้วหญิงสาวก็เตรียมปฏิบัติตามแผนที่วางไว้กับพี่ชายันที
***************************************
2 วันต่อมา
" คาโอรุจ๊ะ ... วันนี้พี่ซื้อของมาเพียบเลย ของโปรดคาโอรุทั้งนั้น ... รอแป๊บนะจ๊ะ " เสียงใสเอ่ยพร้อมกับปิดประตูบานใหญ่
ร่างเล็กบอบบางเงยหน้าจากหนังสือในมือก่อนจะยิ้มเศร้า ๆ ตามเคย
อยากจะบอกออกไปว่า ตอนนี้เค้าไม่อยากรับอาหารเท่าไรนัก
แต่จะพูดไปตามตรงก็เกรงใจคนที่ซื้อมาฝาก ด้วยรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าปรารถนาดีกับตนแค่ไหน
" ... ขอบคุณครับ ... " ตอบพร้อมกับเอนตัวนอนลงตามเดิม
มิยาโกะมองร่างเล็กแล้วก็ยิ้ม ๆ
ไม่รู้ว่าที่เสี่ยงวันนี้จะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือเปล่า
แต่ถ้าทำให้คาโอรุดีขึ้นได้ก็ถือว่าสุด ๆ แล้วล่ะ
" ก๊อก ๆ "
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งทำให้หน้าเนียนเงยหน้าจากตัวหนังสือ
ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าบุคคลที่เดินเข้ามา
" ไง ... คุณชาย ... ไม่เจอหน้ากันแค่นี้ น้ำตาซึมเลยเรอะ " เรียวพูดยิ้ม ๆ
ไม่ได้เห็นกันเท่าไหร่ ใครจะคิดว่าคนเราจะซูบลงได้ขนาดนี้
คาโอรุธรรมดาก็ตัวเล็กอยู่แล้วนี่นะ ตอนนี้ยิ่งเล็กบางเหมือนเด็กเข้าไปใหญ่
โชคดีที่พี่มิยาโกะเตรียมแผนนี้ไว้นะเนี่ย ... แต่จะว่าไปก็ต้องขอบคุณคน ๆ นั้นสินะ ... ที่เป็นคนวางแผน แถมยังช่วยสืบตารางงานของคิริวให้อีกตังหาก
" ไม่ได้น้ำตาซึมซะหน่อย " เสียงใสเถียงกลับงอน ๆ
แม้ว่ามือเล็กจะปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมา มิยาโกะมองภาพนั้นอย่างประทับใจ
ร่าเริงได้สักทีนะ แต่ที่สำคัญต้องขอบใจหนุ่มเยอรมนีคนนั้นมากกว่า
พอบอกแผนการปุ๊บ ก็รับปากจะทำตามทันที คงจะรักกันมากสินะ
ตั้งแต่มานี่ไม่ได้ห่างเตียงคนไข้เท่าไหร่เลย
********************************************
" ช่วงนี้คาโอรุอาการดีขึ้นนะ เป็นแบบนี้ไม่กี่วันก็ออกจาก รพ.ได้แล้วสิ "
คิริวเอ่ยขณะขับรถมาส่งมิยาโกะที่บ้าน หญิงสาวได้แต่ยิ้มแหย ๆ ...
ไม่กล้าบอกไปว่าที่อาการคนไข้ดีขึ้นเพราะมีคนมาเยี่ยมเกือบทุกวัน ...
เมื่อสุขภาพจิตดี ก็ส่งผลดีต่อร่างกายด้วย
" ก็ดีแล้วนี่คะ "
" นั่นสินะ " ตาคมจ้องมองทางข้างหน้าตามเดิม ... เมื่อคาโอรุอาการดีขึ้น
เค้าจะได้คิดเรื่องของตัวเองเสียที อยู่เป็นโสดมาตั้งนานแล้ว จะได้หาคนร่วมทุกข์ร่วมสุขสักที จะได้คอยเป็นหูเป็นตาดูแลคาโอรุด้วย
3 วันต่อมา
' ฮะ ๆ ๆ '
เสียงหัวเราะที่ลอดออกมา ทำให้คนที่ยกมือจะเคาะประตูชะงักค้าง เป็นอะไรกัน
ห้องของน้องชายเค้าถึงเต็มไปด้วยเสียงเฮฮาแบบนี้ ... อย่าบอกนะว่า ...
" พวกเธอทำอะไรกัน !!!! ... " เสียงห้าวดังทำลายบรรยากาศดี ๆ ที่เกิดขึ้น
เรียว แมทธิว ชินอิจิ และจุน หยุดนิ่งอยู่กับที่ นิโคไลหันมามองหน้าเจื่อน ๆ
ส่วนคาโอรุหน้าซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
" พี่ ... "
********************************************
23
" นี่มันอะไรกัน !!! " ตาคมมองลอดแว่น พิจารณาใบหน้าทุกคนชัด ๆ ...
เด็กพวกนี้กล้าดียังไง ... แล้วยังไอ้ฝรั่งนั่นอีก
จับมือถือแขนน้องเค้าไม่วางขนาดนั้น แล้วยังมีหน้ามานั่งแนบสนิทกันบนเตียงอีกนะ ... คาโอรุก็ช่างกระไร บอกอะไรไม่คิดจะฟังเลยใช่ไหม ...
ไม่สิ ... เด็กพวกนี้คงไม่กล้าแน่ ๆ ถ้าไม่มีคนออกอุบายขึ้น ... หึ ... มิยาโกะ ... ไม่นึกเลยนะว่าเธอจะทำกับชั้นได้
' แกร๊ก '
" อ้าว ... ทำไมเงียบกันล่ะจ๊ะ ... อ๊ะ ... คิริว "
" มิยาโกะ ... แล้วนาย " คิริวโกรธจนหัวหมุน ...
ตอนแรกก็โกรธที่แฟนสาวทำอะไรไม่เคยบอก แต่ตอนนี้แทบลมออกหูเมื่อเห็นมิยาโกะเดินควงแขนเข้ามากับเจ้าทาคาอากิ เท็ตสึยะ ... มิน่า ... หมู่นี้เจ้านี่ถึงได้มาป้วนเปี้ยนแถวแผนกเค้านัก
พอเจอหน้าจัง ๆ ก็ทำเฉย เดินผ่านไปเหมือนไม่เห็นเค้าอยู่ในสายตาอีก (โธ่ ... ถ้าเค้าทักก็ทำยังกะตัวเองจะทักเค้าตอบงั้นแหละ)
" คิริว ... ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ... ไปคุยกันข้างนอกดีกว่าค่ะ "
หญิงสาวพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ถึงจะรู้อยู่ว่าคนตรงหน้าโกรธใครไม่นานนัก
แต่พายุอารมณ์แต่ละครั้งก็รุนแรงเกินรับไหว ขืนมาระเบิดตอนนี้
คงทำให้บรรยากาศมาคุเป็นแน่
" ใช่ ... ทำตามที่มิยาโกะพูดดีกว่า " เท็ตสึยะพูดเสริมอีกแรง
คิริวฮึดฮัดในลำคอ ก่อนจะตามออกไปด้วยกัน ...
ปล่อยให้หนุ่มน้อยที่เหลือนั่งรอดูสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร
ขณะที่นิโคไลก็กุมมือร่างเล็กแน่น ด้วยรับรู้ว่ามือบางนั้นเย็นเฉียบขนาดไหน
****************************************
" มีอะไรก็พูดมา " เสียงเข้มพูดทันทีที่ออกมายืนริมระเบียง
มิยาโกะหันหลังไปขอกำลังใจจากเท็ตสึยะ ซึ่งชายหนุ่มก็เพียงแต่ยิ้มบาง ๆ ให้
ก่อนจะเลี่ยงไปคอยในห้อง
" ชั้นอยากให้คุณฟังเหตุผลก่อนนะคะ " หญิงสาวพยายามทำให้ชายหนุ่มใจเย็นขึ้น
" ยังจะฟังเหตุผลอะไรอีก ... เคยบอกแล้วใช่มั้ยว่าไม่อยากให้คาโอรุไปยุ่งกะเจ้านั่น ... ดีนี่! ... ไม่เพียงไม่รับฟัง ยังจะช่วยวางแผนให้กันอีก ... ลับหลังชั้นน่ะทำมากี่ครั้งแล้วล่ะ ... " คิริวตวาดใส่ ...
นี่อะไร! ... เธอเป็นแฟนชั้นนะมิยาโกะ ... ไม่เพียงจะช่วยสอดส่องดูแลคาโอรุ กลับไปช่วยไอ้ฝรั่งต่างชาตินั่นอีก ... แล้วยัง ...
" แต่ที่ทำแบบนี้ก็ช่วยให้คาโอรุดีขึ้นนะคะ ... ชั้นอยากให้คุณเข้าใจน้องชายคุณบ้าง ... ถ้าพวกเค้ารักกันจริง เราแค่ดูแลห่างๆ ก็พอแล้ว ให้เค้าอยู่ในสายตายังดีกว่าให้แอบไปทำอะไรกันมากกว่า "
เหมือนถูกตีตรงจุด คิริวฉุนกึ๊กทันทีเมื่อโดนต่อว่ากลาย ๆ ว่าไม่เข้าใจน้องชาย ... ทำไม ... ชั้นเป็นพี่คาโอรุนะ ... ชั้นห่วงน้องแล้วทำแบบนี้มันผิดเรอะ ...
ทำไมทุกคนต้องไปเข้าข้างไอ้ฝรั่งนั่นด้วย ... นี่คงเป็นเพราะไอ้เท็ตสึยะสินะ
" เธอหาว่าชั้นไม่เข้าใจคาโอรุงั้นเหรอ ... แล้วเธอเป็นใครกัน ... ถ้าคิดจะเอาแผนของไอ้แฟนใหม่นั่นมาฝังหัวชั้นล่ะก็ ... ฝันไปเถอะ "
" คิริว ... คุณพูดอะไรคะ ... " หญิงสาวร้องออกมา ... ทำไมคิริวไม่ฟังเหตุผลอะไรบ้างเลย
" กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง ... ไอ้แฟนใหม่ของเธอน่ะเหรอ ... ไอ้เท็ตสึยะไง ... หรือว่ามีหลายคนซะจนจำไม่ได้ว่าไปกับใครมามั่ง "
เมื่ออารมณ์อยู่เหนือเหตุผลก็เริ่มพาลไปทั่ว ...
ความโกรธทำให้ปากพลั้งเผลอพูดอะไรไม่ระวังจนทำลายความรู้สึกของอีกฝ่าย
" ทำไมคุณพูดแบบนี้คะ " มิยาโกะแทบน้ำตาร่วง
ไม่นึกเลยว่าชายหนุ่มจะเป็นคนอารมณ์ร้อน และไร้เหตุผลแบบนี้ ...
แล้วนี่ยังใช้วาจาจาบจ้วงเธอและเท็ตสึยะอีก
" เสียใจที่ชั้นรู้ทันเธอรึไง ... พอกันที ... ชั้นไม่อยากเห็นหน้าเธออีก ... " พูดจบปุ๊บก็หันหลังให้ทันที เสียงฝีเท้าที่เดินจากไปเรื่อย ๆ เหมือนเหยียบย่ำบนหัวใจที่อ่อนล้า ...
หญิงสาวยืนนิ่งเหมือนถูกตรึงก่อนจะเดินไปช้า ๆ ...
ภายในหัวก้องแต่เสียงทุ้มหนักแน่น ' พอกันที ... ชั้นไม่อยากเห็นหน้าเธออีก...' มันจบลงแล้วใช่ไหม ... รักแรกที่ฝังลึกในจิตใจ ...
ชายเดียวที่หวังจะให้เป็นคู่ครอง ... สายสัมพันธ์ที่ยืนนานมากว่า 7 ปี ... จบลงภายในไม่ถึงชั่วโมง ... อา ... น้ำตางั้นหรือ ... หยดลงเมื่อไหร่กัน ... หลั่งรินมาทำไมในเมื่อไม่มีใครเห็นค่าอีกแล้ว ... พี่คะ ... มิยาโกะควรทำยังไงดี
****************************************
" มิยาโกะล่ะ " เท็ตสึยะถามขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินหน้าตึงเข้ามา
คิริวเพียงปรายตามองก่อนจะเงื้อมหมัดชกร่างสูงลงไปกองกับพื้น ทำเอาบุคคลที่เหลือยืนตะลึง
" อยากรู้ก็ออกไปดูเองสิ ... แฟนใครก็ไปดูแลกันเอง ... ส่วนพวกนาย ... กลับไปให้หมด ... น้องชั้นต้องการพักผ่อน " ...
เสียงไล่ไม่ได้ทำให้ทุกคนขยับตัว ด้วยตกใจกับอาการของคิริว
" ใครเป็นแฟนชั้น ... " เท็ตสึยะพูดขึ้นหลังหายมึนงงกับแรงหมัดแล้ว
รับรู้ความเค็มของเลือด ปากคงจะแตกสินะ
" หึ ... ควงมาเย้ยกันถึงห้อง ... ทีหลังถ้าอยากได้ก็บอกกันสิ ... ชั้นยกให้ " ตาคมหรี่มองคนตรงหน้า ... ทำเป็นไขสือเรอะ ...
" นาย ... พูดบ้าอะไร ... แล้วตอนนี้มิยาโกะอยู่ไหน "
ไม่อยากรับฟังคำถากถางจากคนตรงหน้าอีก ... ที่อยากรู้มีเพียงอย่างเดียวคือน้องสาวเค้าอยู่ที่ไหน
" ชั้นจะไปรู้ได้ยัง " สิ้นคำ ... กำปั้นที่แรงกว่าก็กระแทกใบหน้าคุณหมออารมณ์ร้อนเข้าอย่างจัง
ก่อนที่เท็ตสึยะจะรีบวิ่งออกไปจากห้อง
พร้อมกับคำทิ้งท้ายที่คงทำให้อีกฝ่ายเลิกบ้าซะที
" ถ้าน้องชั้นเป็นอะไรไป ... ชั้นไม่เอานายไว้แน่ !!! "
****************************************
ร่างสูงโปร่งวิ่งลงมานอก รพ. ในใจวิตกกังวลถึงน้องสาวคนเดียว
ถึงมิยาโกะเข้มแข็งในเรื่องอื่นแค่ไหน แต่สำหรับความรักนี่ หญิงสาวช่างเปราะบางเสียเหลือเกิน ... เสียงรถหวอที่ดังอยู่ใกล้ ๆ ทำเอาชายหนุ่มใจหายวูบ ...
ก่อนจะโล่งใจขึ้นเมื่อภาพที่เห็นเป็นการซ้อมดับเพลิงของอาคารบริเวณใกล้เคียง
แต่ทันใด ความรู้สึกสังหรณ์ประหลาดก็แล่นวาบเข้ามา
เมื่อเห็นรถหน่วยกู้ชีพวิ่งเข้ามาพร้อมกับเสียงเอะอะเซ็งแซ่ดังขึ้น
จับใจความได้ว่าเกิดอุบัติเหตุที่สี่แยกข้างหน้าเนื่องจากสัญญาณไฟขัดข้อง ทำให้รถยนต์ที่ขับตามกันมาชนกันเป็นโดมิโน
ก่อนจะรับรู้ว่ารู้ว่าหญิงสาวในรถคันหนึ่งอาการสาหัส ...
เท็ตสึยะรีบตามเข้าไปดูทันที ... พระเจ้า ... ขออย่าเป็นน้องสาวของเค้าเลย
... คำขอไม่เป็นผล เมื่อเห็นใบหน้าหญิงสาวชัดเจนก่อนถูกนำไปห้องฉุกเฉิน ...
ไม่จริงใช่ไหม ... ไม่ใช่น้องใช่ไหม ... มันเป็นภาพลวงตาใช่ไหม มิยาโกะ
****************************************
" มิยาโกะเป็นไงมั่ง " หน้าเผือดซีด และเสียงสั่น ๆ ของทาคาอากิ เท็ตสึยะ ทำเอานายแพทย์ที่เพิ่งออกจากห้องผ่าตัดตั้งตัวไม่ทัน
ใครจะนึกว่าคนอย่างเท็ตสึยะที่เยือกเย็นได้ทุกสถานการณ์จะมีท่าทีร้อนรนแบบนี้ได้
ขณะที่ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งก็มีท่าทางไม่แตกต่างกันนัก
" เราพยายามช่วยเต็มที่แล้ว คนแม่อาการสาหัส ส่วนเด็กไม่รอดแล้ว "
" เด็ก !!! " คิริวหน้าเผือดสี มิยาโกะกำลังท้อง !!
เค้าทำร้ายลูกที่กำลังจะลืมตามาดูโลก ขณะที่ใครอีกคนหนึ่งแทบทรุดตัวลงกับพื้น
" ... ทำไม ... "
เสียงทุ้มสั่นพร่าอย่างบอกไม่ถูกว่าผู้พูดอยู่ในอารมณ์เสียใจขนาดไหน
ส่วนคิริวก็ตกอยู่ในความรู้สึกใกล้เคียงกัน ...
ถ้าเพียงแต่เค้าฟังเหตุผลของหญิงสาว ระงับอารมณ์ได้มากกว่านี้ เหตุการณ์ร้ายแรงก็คงไม่เกิดขึ้น
***************************************
ภาพคนวุ่นวายหน้าห้อง ICU ทำให้คิริวกังวลลึก ๆ ก่อนจะใจหายเมื่อเห็นสีหน้าเหมือนเลื่อนลอยของชายหนุ่มที่อยู่ข้าง ๆ
" ... มิยาโกะ ... เป็นอะไร " ไม่มีคำตอบจากเท็ตสึยะ
มีเพียงสายตาที่อ่อนล้าตอบกลับมา
'ปึ้ง'
" คนไข้เป็นยังไงครับ " แพทย์ที่รักษาอาการส่ายศรีษะก่อนจะเดินจากไป
ทำเอาคนที่รออยู่ผวาเข้าไปพร้อมกัน ...
ภาพที่เห็นทำให้คนที่เข้าไปรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอ ...
หญิงสาวนอนหายใจเหนื่อยหอบอยู่บนเตียง รอบข้างเต็มไปด้วยสายระโยงระยางต่างๆ และมีท่อออกซิเจนรองอยู่ปลายจมูก
" ... พี่ ... คิ ... ริว ... " หญิงสาวเอ่ยออกมาช้า ๆ คำพูดสั้น ๆ แต่ต้องใช้พลังอย่างมากมายกว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้
" มิยาโกะ ... ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ... นอนพักซะ ... เดี๋ยวน้องก็หายแล้ว "
แม้จะปากจะพูดออกไปปกติอย่างนั้น แต่เท็ตสึยะก็รู้ตัวดีว่าเสียงของตนสั่นแค่ไหน ...
ฝ่ามือเย็นเฉียบที่เกาะกุมอยู่ และระดับการเต้นของชีพจรบอกเขาได้ว่า ...
เวลาของมิยาโกะใกล้หมดลงทุกที
" ... คิ ... ริว ... มิยา ... โกะ ... รัก ... คุณ ... มาก ... นะ คะ "
ถ้อยคำที่เอ่ยออกมาทำเอาคุณหมอหนุ่มรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ...
ถ้าเพียงแต่ย้อนเวลากลับไปได้ ... เค้าจะไม่พูดใส่หน้าหญิงสาวแบบนั้นเลย
" ผม ก็ รัก มิยาโกะ นะ " เพียงเท่านี้ก็ทำให้หญิงสาวยิ้มได้
" ... รับ ... ปาก ... มิ ... ยาโกะ ... นะ ... คะ ... อย่า ... บัง ... คับ ... คา โอ ... รุ ... มาก ... นัก ... " หน้าคมพยักรับตามคำขอ
รู้สึกเหมือนมีมีดมากรีดกลางหัวใจ ท้ายที่สุด คนผิดคือตัวเค้าเองสินะ
" ... พี่ ... ชาย ... " หน้าเผือดซีดหันมาทางเท็ตสึยะ
" ... มิ ... ยา ... โกะ ... รัก ... พี่ ... มาก ๆ ... เพราะ ... ฉะ นั้น ... อย่า ... โทษ ... ตัว เอง ... อีก ... นะ ... คะ ... "
ดวงตาที่มีแววมรณะจับจ้องเข้าไปในดวงตาสีนิล ... รู้ดีว่าเท็ตสึยะเป็นคนยังไง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงทำให้ชายหนุ่มโทษตัวเองอีกว่าเป็นความผิดของตนที่ออกอุบายจนทำให้คู่รักต้องทะเลาะกัน
... และรุนแรงจนถึงกับให้หญิงสาวต้องมาเป็นแบบนี้
" ... "
" ... นะ ... คะ ... " ฝ่ามือที่กุมแน่นเพิ่มแรงบีบเหมือนตอบรับ
พร้อมจะทำทุกอย่างตาที่มิยาโกะต้องการ แม้จะพยายามปฏิเสธตัวเอง
แต่ก็รู้ดีว่าไอมรณะล้อมรอบตัวมิยาโกะเข้าไปเรื่อย ๆ ...
หญิงสาวยิ้มอย่างเป็นสุข ก่อนจะดึงมือของทั้งคู่เข้าหากัน
" ดี ... กัน ... นะ ... คะ "
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายไม่มีอารมณ์จะต่อล้อต่อเถียงเหมือนเคย
ได้แต่ทำตามความต้องการของคนที่ตนรักปรารถนาทุกประการ
" ... แค่ ... นี้ ... มิ ... ยา ... โกะ ... ก็ ... หมด ห่วง ... แ ... ล้ว " สิ้นคำ ฝ่ามือเล็กขาวซีดก็ตกแนบลำตัว คิริวยืนนิ่ง ขณะเท็ตสึยะฟุบลงทันที
********************************************
24.
งานศพของคุโด มิยาโกะ จัดขึ้นที่บ้านเกิดในฮอกไกโด คิริว และเจ้าหน้าที่ประจำรพ.แห่งมหาวิทยาลัย T.บางส่วนเดินทางมาร่วมงาน
ร่างสูงทักทายครอบครัวของมิยาโกะ และรู้สึกว่ามารดาของหญิงสาวไม่ต้อนรับพวกตนเท่าใดนัก
คิริวเลี่ยงไปนั่งกับแขกกลุ่มหลัง
และสังเกตุเห็นเท็ตสึยะนั่งรวมกับแขกที่มาร่วมงาน
ร่างในชุดสูทสากลสีดำสนิทดูซูบไปถนัดตา ใบหน้าที่เดิมก็ขาวอยู่แล้ว
บัดนี้ขาวซีดจนแทบไร้สีเลือด ... เมื่อเสร็จพิธีสวด
แขกบางกลุ่มทยอยเดินทางกลับ มีเพียงคิริวที่ยืนยันจะอยู่ร่วมจนเสร็จงาน
หลังพิธีฝังศพ
'เพี๊ยะ' คุโด อายาโกะ ตบหน้าบุตรชายคนโตของเธออย่างแรง
ขณะที่เท็ตสึยะยืนนิ่งไม่ตอบโต้
" พอเถอะ อายาโกะ " คุโด เท็นริว เข้าห้ามปรามภรรยา
รู้ว่าเธอไม่ชอบเท็ตสึยะเท่าใดนัก
แถมตลอดวันงานก็เอาแต่โทษชายหนุ่มว่าเป็นต้นเหตุทำให้น้องสาวแท้ ๆ ของตัวเองต้องตาย
" ทำไมกันคะ ... เพราะมันคนเดียว มิยาโกะถึงต้องตาย "
เท็นริวกันไม่ให้ภรรยาเข้าไปตบตีเท็ตสึยะอีก
ในใจก็นึกเห็นใจเท็ตสึยะอย่างยิ่ง รู้ว่าชายหนุ่มรักและห่วงใยมิยาโกะ และน้องๆ ต่างบิดาขนาดไหน แต่จะให้ทำอย่างไร ความเกลียดก็ไม่เคยจางลง
ในเมื่อเท็ตสึยะถอดรูปร่างหน้าตาพร้อมอุปนิสัยบางอย่างมาจากอดีตสามีที่อายาโกะเกลียดนักเกลียดหนานั่นเอง
" อายาโกะ ... กลับบ้านเถอะ ... ทำแบบนี้มิยาโกะไม่สงบสุขหรอกนะ ... ฝากเท็ตสึยะด้วยนะครับ " เท็นริวดึงตัวภรรยากลับบ้าน ก่อนจะฝากกับคิริวที่ยืนรออยู่ด้วยกัน
" นาย ... เป็นไงมั่ง "
ตาคมสีน้ำตาลเข้มจับจ้องใบหน้าที่ปรากฎรอยนิ้วมือชัดเจน
ตาสีนิลมองตรงมาอย่างว่างเปล่า ใบหน้านั้นเหมือนไม่ใช่เท็ตสึยะคนเดิม
สีหน้าที่เคยยียวนกวนอารมณ์ บัดนี้เฉยชา
รูปร่างที่เคยมีกล้ามเนื้อแข็งแรงกลับเพรียวลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่อะไรก็ไม่ทำให้คนจ้องมองรู้สึกแย่เท่าแววตาคู่นั้น ดวงตาสีนิลดูอ่อนล้า
คล้ายหากหมดแรงใจแล้ว เจ้าตัวคงล้มแล้วลุกขึ้นอีกไม่ได้แน่ ...
เท็ตสึยะมองป้ายหลุมศพมิยาโกะอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร
คิริวมองตาร่างที่เดินไปช้า ๆ จนลับตา ...
และนั่น ... เป็นภาพสุดท้ายที่เค้าเห็น ทาคาอากิ เท็ตสึยะ ... หลังจากนั้น 2 อาทิตย์ เท็ตสึยะก็เดินทางไปศึกษาต่อ และอบรมด้านอาชญาวิทยา ทางนิติเวช จากทุนของมหาวิทยาลัยที่สหรัฐฯ
**********************************************
" พี่คิริว " คาโอรุเงยหน้าจากกองหนังสือเมื่อเห็นคิริวเดินเข้ามา ...
นับตั้งแต่มิยาโกะเสียชีวิต คิริวก็ดูผ่อนคลายความเข้มงวดไปได้เยอะ
แม้จะยังห้ามไม่ให้นิโคไลติดต่อกับร่างเล็ก แต่ก็เปิดโอกาสให้เรียว แมทธิว จุน ชินอิจิ และกลุ่มเพื่อน ๆ ไปมาหาสู่กันมากขึ้น
" อ่านจบไปกี่เล่มแล้ว " คิริวเอ่ยถามพลางลูบหัวน้องชาย
หน้านวลดูสดใสขึ้นเยอะหลังออกจาก รพ. ได้ 2 อาทิตย์
คงเป็นเพราะมีเพื่อนมาบ่อย ๆ ทำให้ไม่เหงาสินะ
'แกร๊ก'
" ไง ... คาโอรุ " เรียวเดินนำหน้า ตามมาด้วยแมทธิว จุน และชินอิจิ
เป็นขบวนเหมือนสี่ทหารเสืออย่างไรอย่างนั้นเชียว
ในมือของเรียวก็มีกุหลาบช่อยักษ์ติดมาด้วย
" อ๊ะ ... เรียว แมท " คาโอรุทักอย่างดีใจ
" พี่ ... ไม่กวนนะ " คิริวเห็นน้องชายมีอาการสดใส ก็ปลีกตัวจากห้องไป
รู้ดีว่าอยู่ไปก็อาจทำให้บรรยากาศกร่อยเปล่า ๆ
" โอ้โห ... ฝนท่าจะตก นายซื้อกุหลาบมาด้วย " ร่างเล็กกล่าวล้อ ๆ ... ใคร ๆ ก็รู้ว่าเจ้าเรียวน่ะ ฟอร์มเยอะ แถมประกาศเอาไว้ว่า ชีวิตนี้จะไม่ขอเข้าร้านดอกไม้เด็ดขาด
อ้างแต่ว่าพวกที่เข้าร้านกุ๊กกิ๊กแบบนั้นน่ะ มีแต่หญิง ๆ ทั้งนั้น
ขนาดเป็นแฟนกับแมทธิวมาตั้งนาน พี่แกยังไม่เคยถือดอกไม้ไปให้สาวเจ้า (?) ซักหน แต่เล่นให้คุณเธอเดินไปเลือกเองที่ร้านเลย คิดเอาเองแล้วกันว่ามันจะขนาดไหน
" ของชั้นที่ไหนกันเล่า ... เอ้า ... เอาไปดูซะ " ไม่พูดพร่ำทำเพลง พ่อเจ้าประคุณก็โยนกุหลาบขาวช่อโตลงบนตักทันที (โห ... พี่ ดอกไม้ช้ำหมด)
มือเล็กหยิบการ์ดที่แนบมาด้วยก่อนหน้าเนียน ๆ จะแดงระเรื่อ
" เอ้า ๆ ... หน้าแดงจนจะไหม้อยู่แล้ว " เรียวแซว ...
ขนาดเห็นแค่กุหลาบยังแดงไปทั้งหน้าขนาดนี้ ถ้าเจ้าของมาด้วยสงสัยจะแดงไปทั้งตัวกระมัง ... อยากเห็น ๆ (ไอ้ลามกนี่ !)
" เรียวบ้า " คาโอรุมองค้อน ๆ ... แค่นี้ก็ต้องแซวด้วย ...
ภาพที่เห็นเรียกเสียงหัวเราะจากรอบวง ... เออ ... ไอ้คู่นี้ ... ขนาดพี่คิริวยังไม่ยอมรับ มันยังจะหวานแหววกันได้อีก ...
เสียงหัวเราะของเรียวที่เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ทำเอาคาโอรุอยากจะหาอะไรปาเพื่อนตัวแสบซะจริง ๆ ...
แต่ไม่ต้องทำอะไรก็มีคนลงมือให้เอง ... ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก ...
แต่เป็นเจ้าชายหน้าหวานหนึ่งเดียวคนนี้ต่างหาก ...
แมทธิวหยิกเรียวเข้าให้ก่อนจะลากร่างสูงไปล้างผลไม้ที่ซื้อมาให้ร่างเล็กทาน
***********************************
" อ๊ะ " เสียงทุ้มดังขึ้นขัดจังหวะคู่รักหวานแหววที่กำลังช่วยกันล้าง ช่วยกันปอกผลไม้ที่ซื้อมา
แมทธิวหน้าแดง รีบขืนตัวออกทันที ปล่อยให้อีกหนึ่งหนุ่มยืนเก้อ ที่นาน ๆ จะหาโอกาสหวีทหวานกะสุดที่รักต้องชะงักลง ...
หน้าสวย ๆ ยืนสงบเสงี่ยม ไม่รู้พี่คิริวจะรู้ถึงความสัมพันธ์ของเค้าแค่ไหนกันนะ ...
เจ้าบ้าเรียวก็อีกคน ... ตอนแรกก็มาช่วยล้างอยู่ดี ๆ ไหงอีตอนเผลอ มือไม้ต้องมาพันอยู่ตรงบั้นเอวอีกจนได้
" โทษที ... พี่ไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะ " โธ่ ... พี่ ... จะพูดออกมาทำมั้ย
... แค่นี้คนฟังก็ยืนเหนียมจะแย่อยู่แล้ว คิริวทำหน้าเจื่อน ๆ
ตกลงไอ้กลุ่มนี้มันเป็นโฮโมกันหมดรึไงฟะ อย่าบอกนะว่าคู่เจ้าจุน กะชินอิจิด้วย (ตูทำใจไม่ได้ ตัวมันก็ใหญ่บึ๊กเท่ากัน แถมยังถึกเถื่อนเหมือนกันทั้งคู่อีก)
มิน่า ... เจ้าเด็กนี่ถึงไม่มีท่าทีก้อร่อก้อติกกะคาโอรุแม้แต่น้อย ที่แท้ก็มีหวานใจเป็นตัวเป็นตนคือเจ้าเรียวนี่เอง
" พี่คิริวจะเอาอะไรเหรอฮะ "
" พี่จะมาชงกาแฟน่ะ ... เออ ... ว่าแต่พี่ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ " สิ้นคำ
สองหนุ่มก็ทำหน้างง ๆ ปนเอ๋อ ... แต่ละคนก็คิดกันไปต่าง ๆ นานา
ทั้งกลัวว่าคิริวจะห้ามไม่ให้พวกเค้าคบหากะคาโอรุเพราะรังเกียจโฮโม หรือจะมองว่าคาโอรุได้รับอิทธิพลรักชอบเพศเดียวกันจากพวกเค้ารึเปล่าหว่า
" พี่อยากพบนิโคไลน่ะ ... เป็นการส่วนตัว " ฟังปุ๊บ
ตาสีอำพันก็หันไปมองตาสีน้ำตาลเข้มทันที ...
เหมือนตอนไปเกณฑ์ทหารแล้วพัศดีบอกว่าจับได้ใบแดงยังไงยังงั้นเชียว
" ทำไมครับ !!! "
" ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก พี่แค่อยากคุยกับเค้าหน่อย ... แล้วก็ไม่ต้องบอกคาโอรุด้วย "
" ... " ไม่มีอะไรร้ายแรง แต่ห้ามบอกคาโอรุเนี่ยนะ !! ... โธ่ ... แล้วจะเป็นไงกันล่ะทีนี้ ... แมทธิวและริวไม่รู้จะตัดสินใจยังไง
แต่ดูจากสีหน้าแล้ว เจ้านิคคงไม่โดนฆ่าตายหรอก ... ตกลงใจได้แล้ว ทั้งสองคนก็พยักหน้ารับ ก่อนที่คิริวจะนัดแนะสถานที่ และเวลาอีกที
************************************
1 ปีต่อมา
สนามบินคังไซ
" โชคดีนะเพื่อน "
" อย่าลืมคนทางนี้ล่ะ "
" เจอสาว ๆ สวย ๆ ก็อย่าลืมเก็บตกมาฝากบ้างนะเฟ้ย " หนุ่ม ๆ สาว ๆ ส่งเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจเหมือนนกกระจอกแตกรังยังไงยังงั้น
วันนี้ทุกคนพร้อมใจกันมาส่งหนุ่มหล่อคนหนึ่งในกลุ่ม ... ไม่ใช่ใครที่ไหน ...
นิโคไล ฮาชิมอฟ นั่นเอง
เจ้าตัวต้องเดินทางกลับเยอรมนีหลังครบสัญญาที่ให้ไว้กับทางบ้าน ว่าจะเดินทางกลับทันทีที่เรียนจบปริญญาตรี
แม้ว่าคนที่กำลังจะขึ้นเครื่องอยู่รอมร่อจะยังอิดออดไม่อยากไปอยู่ก็เถอะ ...
แหม ... ก็ที่สัญญาไว้ตอนนั้นไม่ได้นึกว่าจะต้องกลับจริง ๆ นี่นา
แถมยังต้องปล่อยให้หวานใจอยู่ที่นี่คนเดียวอีก ... กว่าจะจีบได้นี่ แทบรากเลือดเลยนี่หว่า ก็เลยทั้งหวงทั้งห่วงเป็นพิเศษ
" ผมต้องไปแล้วนะ ... ต้องคิดถึงผมทุกวันนะ ... ห้ามมีคนอื่นนะ ... แล้วก็ต้องตอบเมลล์ทุกวันด้วยนะครับ ... คาโอรุ " เสียงพร่ำพรอดอ่อนหวาน พร้อมกับมือที่เกาะกุมกันมาตั้งกะบ้านคาโอรุ จนจะขึ้นเครื่องอยู่แล้วก็ยังไม่ปล่อยกันเลย
ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งนั้นเล่า ตาสีน้ำตาลอ่อนแดงก่ำ แถมน้ำตาที่คลออยู่ก็เจียนจะหยดมิหยดแหล่ ปากบางเม้มแน่นด้วกลัวว่าแทนที่จะได้พูดคำลากลับต้องมาปล่อยโฮเนี่ยสิ
" รับปากผมนะครับ ... สัญญานะครับ " ปากร้อนผ่าวกระซิบข้างใบหู
ศรีษะเล็กพยักรับแรง ๆ ก่อนที่อุ้งมือใหญ่จะค่อย ๆ โอบรอบบ่าเล็กบาง ...
คิริวปรายตามองเจ้าของมือนั้น ... เออ ... ปล่อยมันซักวันนึงก็ได้วะ
" เฮ้ย ... ปล่อยได้แล้ว " มือใหญ่ ๆ แกะเอาตัวน้องชายออกมา
หลังจากเห็นว่านิโคไลชักเริ่มลามปาม ตอนแรกก็โอบบ่าคาโอรุอยู่ดี ๆ เผลอแป๊บ ๆ มือไม้มันไปลูบคลำตรงสะโพกซะแล้ว แถมไอ้ปากน่าชกนั่นก็ค่อย ๆ ไล่จากแก้มเนียนจวนจะประกบปากอิ่มสุขภาพดีนั่นอีก ...
ถ้าดึงไว้ไม่ทันคาโอรุไม่เสียพรมจรรย์ก่อนมันขึ้นเครื่องไปเรอะ
" ไอ้นี่นี่ ... เผลอเป็นไม่ได้ " เอาเสียงเข้าขู่ไปงั้นแหละ
เพราะไอ้ตาสีน้ำเงินนั่นก็ยังส่อแววลามก ๆ มาที่คาโอรุอยู่ดี ...
นิโคไลถอนหายใจออกมา พี่คิริวนะพี่คิริว ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหน่อยก็ไม่ได้
" ฝากคาโอรุด้วยนะครับ " นิโคไลฝากฝังคนรักกับ 'ว่าที่พี่ชาย'
ใจจริงอยากจะบอกเพิ่มอีกว่า 'กันไม่ให้พวกมดแดงทั้งหลายมายุ่งกับหวานใจเค้าด้วย' คิริวพยักหน้าเอือม ๆ
... เออ ! น้องตูนี่หว่า ไม่ให้ตูไปดูแลคาโอรุแล้วจะให้ไปดูสุนัขที่ไหน ...
อยากจะตะโกนใส่หน้ามันเหลือเกิน ว่าตูรับปากตั้งนานแล้วโว้ย เล่นพูด ๆ พล่ามๆ ไอ้ประโยคเดียวกันนี้ตั้งกะวันได้ตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมันก็ตั้ง 1 เดือนก่อนหน้านี้ แล้วนี่มันก็จะขึ้นเครื่องอยู่แล้วนะเฟ้ย ยังจะมาย้ำไอ้ประโยค TOP HIT นี่อีกเรอะ ...
เดี๋ยวพ่อก็ยุให้น้องมีแฟนใหม่ซะเลยนี่
" เออ ๆ ... ขึ้นเครื่องไปได้แล้ว " มัวตะล่ำลากันอยู่นั่น จนเค้าจะประกาศเรียกรอบที่ 3 แล้ว
" ผมรักคุณนะครับ ... ต้องรอผมนะ " หน้าสวยพยักรับ ...
ใจจริงอยากจะเป็นฝ่ายบอกคนตรงหน้ามากกว่าว่า
ขอไม่ให้นิโคไลไปชอบใครที่ไหนอีกมากกว่า
รู้ดีว่าพ่อหนุ่มเจ้าเสน่ห์มีพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ และทรัพย์สมบัติขนาดไหน แค่ที่ผ่านมาก็มีสาว ๆ ตามตื้อนิโคไลไม่เว้นแต่ละวัน ขนาดรู้ทั้งรู้ว่ามีคาโอรุอยู่แล้วนะเนี่ย ...
แต่คาโอรุก็ไม่ต้องพูดประโยคนี้เอง เพราะพี่ชายที่แสนดีก็มาเป็นอัศวินม้าขาวให้แทน
" นายมากกว่า ... ห้ามทิ้งน้องชั้นล่ะ "
" แน่นอนครับ ... กว่าจะได้คนนี้มาก็แทบตายเลยนี่ "
นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มสบสายตาคมที่จ้องมา บ่งบอกความจริงใจที่มีให้ร่างเล็ก
สองหนุ่มยิ้มให้กัน มิตรภาพของหนุ่มต่างวัย ต่างเชื้อชาตินี่ กว่าจะเข้ากันได้ ก็ ... เฮ้อ !
" ผมไปนะ ... รักษาหัวใจของผมให้ดีนะ ... จุ๊บ !!! " ให้ deep kiss เป็นการแถมท้ายก่อนจะโกยแน่บเข้าประตูไป ทิ้งให้หนุ่มหนึ่งแทบเต้นงิ้ว ...
ไอ้นิโคไล ... เผลอเป็นไม่ได้เชียวนะ ...
ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มนั้นเล่า ...อายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน ... ดูซิ ... มาเล่นหนังสดต่อหน้าคนทั้งสนามบินแบบนี้น่ะนะ แล้วจะกล้ามองหน้าใครได้อีกเล่า
" ป่ะ ... กลับ ... ยังไงเจ้านั่นก็มีสัญญากับพี่อยู่ ถ้ามันทิ้งเราเมื่อไหร่ พี่จะตามไปผ่าอกถึงที่โน่นเลย (อย่าลืม !! เฮียแกเป็นหมอผ่าตัด) "
คิริวพูดปลอบใจ มือใหญ่โอบรอบบ่าน้องชายก่อนจะลากกลับบ้านด้วยกัน
ตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนเงยหน้ามองคิริว ไม่นึกเลยว่าในที่สุด พี่คิริวจะยอมให้เค้ากับนิโคไลคบกัน ก่อนจะนึกไปถึงของดูต่างหน้าของชายหนุ่ม
... จี้งาช้างรูปนกฟีนิกซ์ลวดลายละเอียดอ่อน และแหวนทองคำขาวที่นิ้วนางข้างซ้ายของทั้งสองคน
*******************************************
1 ปีก่อนหน้านี้
เช้าตรู่ ณ บ้านฟูจิวาระ
" เรียกผมมา มีอะไรเหรอครับ " เป็นครั้งแรกที่นิโคไล ฮาชิมอฟ พบปะกับฟูจิวาระ คิริว อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เวลาเจอกันทีไรจะโดนอีกฝ่ายขับไล่ไสส่งซะมากกว่า
" นาย ... ชั้นอยากรู้ว่านายคิดยังไงกับคาโอรุ " ไม่พูดพล่ำทำเพลง พี่แกก็ชิงถามเอาซะเลย เล่นเอาคนฟังเหงื่อตก ...
เกิดตอบไม่ถูกใจนี่จะโดนฟันด้วยดาบรึเปล่าหว่า ...
ระหว่างที่รอให้อีกฝ่ายคิดหาคำตอบมาเอาใจ
ตาสีน้ำตาลเข้มก็นั่งพินิจพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้า หน้าตารึ ... ก็ดีเกินไป ไอ้นี่คงเจ้าชู้แน่เชียว ... รูปร่าง ... ตัวใหญ่เป็นยักษ์ปักหลั่นแบบนี้
ตกลงนี่น้องชายเค้าชอบตานี่จริง ๆ หรือว่ามันบังคับขู่เข็ญให้คาโอรุยอมรับกันแน่ฟะ ...
คงไม่ใช่ทำตัวเป็นมาเฟียเยอรมนีมาข่มขู่ให้คาโอรุตอบตกลงหรอกนะ
" ผมจริงจังกับคาโอรุครับ " เอาเหอะวะ ตอบมันไปแบบนี้แหละ ไหน ๆ ก็คงมีโอกาสเข้าบ้านนี้แค่ครั้งเดียว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดล่ะฟะ
" ตอบตรงดีนี่ ... แต่คาโอรุยังเด็กเกินไปที่จะคิดเรื่องแบบนี้
แล้วชั้นก็ไม่อยากให้น้องชั้นต้องมีความสัมพันธ์วิปริตผิดเพศแบบนี้ด้วย "
" แล้วมันเสียหายตรงไหนครับ คนเราเวลาจะรักกันน่ะ มันใช้ตัวแปรอื่นมาตัดสินกันที่ไหน มันเป็นเรื่องของคนสองคนมากกว่า ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรที่ไหน "
" แต่ชั้นมีปัญหาเฟ้ย ใครฟะจะอยากให้น้องตัวเองไปชอบพอกะไอ้ฝรั่งขี้นกอย่างนายน่ะ " อ้าว ! เฮีย ... ตอนแรกกะมาปรับความเข้าใจและก็คุยกันดี ๆ ไม่ใช่เหรอ ... ไหงตอนนี้มันเป็นงี้ไปได้อ่ะ
" แล้วจะให้ผมทำยังไงล่ะโว้ย ... คิดว่าอยากจะให้มันเป็นแบบนี้เรอะไง "
" ก็เลิกยุ่งกะคาโอรุดิฟะ ง่าย ๆ แค่นี้เอง "
" ง่ายบ้าอะไรเล่า ... คนนะเฟ้ย ไม่ใช่ปลาทอง จะได้รัก ๆ เลิก ๆ น่ะ ... รักแล้วก็รักเลยดิ ไม่เคยได้ยินเรอะไง "
" โธ่ ไอ้ซอมบี้ยักษ์เอ๊ย ... ทำไมพูดไม่รู้ภาษาคนงี้ฟะ "
" แล้วจะให้ทำไงล่ะโว้ย !! "
" ไอ้เด็กเปรต ทำไมพูดยากพูดเย็นงี้ฟะ ... งั้นเอางี้ มาพนันกัน ...
ถ้านายชนะ ชั้นจะไม่ขัดขวางนายกับคาโอรุ แต่ถ้าแพ้นะ ไสหัวกลับเยอรมนีไปเลย "
" ได้เลย ... อย่าคืนคำก็ละกัน " พูดจบ นิโคไลก็นั่งฟังกติกาของคิริวทันที
... ไม่มีอะไรยากหรอก แค่ต้องผ่านด่านให้ได้ 3 ด่าน คือ
1. ทดสอบสมอง ...
เพื่อความชัวร์ว่าคนที่มาจีบคาโอรุจะต้องไม่โง่ไปกว่าน้องชาย
ซึ่งเจ้านิโคไลก็ดันผ่านได้ เพราะไม่ว่าจะผลการเรียนรึ ... ก็เฉียดเกียรตินิยมทุกเทอม ... ด้านความรู้ทั่วไป ทั้งประวัติศาสตร์โลก หรือประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ...
ขนาดให้มันเล่าประวัติสงครามโลกครั้งที่ 2 พี่แกยังเล่าได้เป็นตุเป็นตะ บอกได้หมดว่าเริ่มมาจากตรงไหน กองทัพฝ่ายอักษะ หรือฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มบุกจากตรงไหนก่อน แถมยังระบุกองพัน กองพลใดบุกเข้าตรงจุดไหน ณ เวลาใด ทหารแต่ละฝ่ายมีกี่คน
แถมยังแยกประเทศให้หมดว่าแต่ละหน่วยส่งไปรบที่ใดบ้าง (เวอร์เจรง ๆ)
2. ทดสอบด้านพละกำลัง ... ไม่เอาอะไรมาก แข่งยูโด ชนะ 2 ใน 3 ... ซึ่งผลมันก็ ... นะ ... นิโคไลชนะอยู่แล้ว
เพราะถึงแม้คิริวจะมั่นใจในฝีมือระดับนักกีฬาเขต แต่เมื่อเจออดีตว่าที่ทีมชาติเยอรมนีเข้าให้ ไอ้พวกระดับท้องถิ่นที่ไหนมันจะไปสู้ระดับประเทศได้ ...
โธ่ ... ถ้าแข่งเคนโด้นะ พี่ไม่ต้องเสียเหงื่อมากเท่านี้หรอก ... เจ้านิโคไลมันเล่นเป็นที่ไหน โอกาสแพ้เห็น ๆ
และแล้วก็มาถึงด่านที่ 3 ไม่มีอะไรมากเล้ย แค่ให้ช่วยกันหาจี้นกฟีนิกซ์กันหน่อย ... นิโคไลได้ฟังแล้วก็เซ็ง ... ตัวเองเป็นคนขว้างแท้ ๆ ดันมาให้ชาวบ้านช่วยหาด้วย ...
ตอนนี้ถ้ามีสาวที่ไหนมาเห็นนะ ไอ้ที่เคยหลงความหล่อก็คงหายไปหมด
เพราะหนุ่มหล่อติดอันดับทั้งสองคนตอนนี้ เสื้อผ้าดูคลุกดินคลุกทรายจนไม่เหลือความหล่อเหลาให้ชื่นชมแม้แต่น้อย หัวหูดูไม่ได้เลยเชียว
" พี่ขว้างมาแถมนี้แน่หรือเปล่า " นิโคไลถามพลางก้ม ๆ เงย ๆ บริเวณบ่อปลาคาร์ฟ พวกเค้าหาจี้นี่มา 2 ชั่วโมงกว่าแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววอะไรเลย ... คงไม่ใช่ตกลงไปในบ่อแล้วหรอกนะ
" เออสิวะ ... หา ๆ ไปเหอะน่า อย่าพูดมา " บอกเค้าไปตัวเองก็ยังไม่แน่ใจ
ก็ตอนขว้างน่ะมันดูทิศทางซะที่ไหน ... โธ่ ... รู้งี้ตอนนั้นเอาเชือกผูกไว้ก่อนก็ดี ขว้างเสร็จจะได้กระตุกกลับมาง่าย ๆ หน่อย ...
ไอ้หนุ่มอีกคนได้ฟังคำตอบแล้วก็ปลง ...
ท่าทางคิริวจะไม่มั่นใจถึงบริเวณที่ขว้างมาเท่าไหร่ ... แล้วงี้ตูจะหาเจอมั้ยเนี่ย ...
ความรักของข้าน้อยอย่ามามีอุปสรรคขัดขวางอีกเลยนะ ...
ว่าแล้วก็คิดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กรุงเทพฯ
เขาว่าพระพรหมตรงแยกราชประสงค์ขลังเรื่องความรักนี่หว่า ถ้าหาเจอนะ จะพาสุดที่รักไปฮันนีมูนแถว ๆ นั้นเลย ... และแล้วความพยายามกว่า 4 ชั่วโมงก็บรรลุผล เมื่อเจ้าหนุ่มเยอรมนีพบสร้อยสุดรักในพุ่มไม้กอใหญ่ ...
ตกลงเค้าก็ต้องพาคาโอรุไปฮันนีมูนที่กรุงเทพฯ ตามสัญญาสินะ (บนบานเข้าข้างตัวเองมากเลยนะเอ็ง) ... สองหนุ่มปาดเหงื่อ กว่าจะหาเจอ ... ดีนะเนี่ย ... ใกล้เวลาที่แมทธิวและเรียวจะพาคาโอรุมาส่งด้วย ...
นึกว่าต้องมาคลุก ๆ คลาน ๆ ตามสุมทุมพุ่มไม้ทุก ๆ วันซะอีก
" นี่ ... " เสียงทุ้มเรียกนิโคไลก่อนจะให้ไปอาบน้ำอาบท่าในบ้าน
ตาสีน้ำเงินเข้มหันมามองงง ๆ ... อย่าบอกนะว่ายังมีบททดสอบอีกน่ะ ...
แค่นี้ก็หมดแรงจะแย่อยู่แล้ว ใช้ทั้งหัว ใช้ทั้งแรง นี่ยิ่งกว่าตอนฝึกยูโดซะอีกนะเนี่ย
" ห้ามชิงสุกก่อนห่าม ถ้าน้องชั้นยังเรียนไม่จบ ห้ามนายทำอะไรคาโอรุ "
คิริวพูดขึ้น ... ถึงจะยอมรับได้ในระดับหนึ่งแล้ว
แต่ก็ยังห่วงอนาคตของน้องชายอยู่ดี เดี๋ยวจะเสียเด็กกันเปล่า ๆ ...
อีกอย่างก็เพื่อทดสอบความอดทนอีกด้วย ถ้านิโคไลรักคาโอรุจริงล่ะก็ แค่ 5 - 6 ปี ทำไมจะรอไม่ได้ฟะ
" ครับ ผมให้สัญญา " จับมือรับประกัน ... แหงล่ะสิ ... ผมไม่ทำอะไรพรหมจรรย์ (ในตอนนี้) คาโอรุหรอก ... เพราะยังมีอย่างอื่นให้ทำได้อีกนี่นา ...
ไม่ได้เอาทั้งตัว แต่โลมเลียอยู่ข้างนอกก็ได้นี่หว่า ... หึ ๆ ๆ ...
" ... " คิริวมองหน้าเจ้าเล่ห์นั้นอย่างสงสัย ... ทำไมมันดูไม่น่าไว้ใจเลยฟะ
... เอาเหอะนะ ... ไหน ๆ ก็แพ้มันไปแล้วนี่ ...
แต่อย่าให้รู้นะเฟ้ยว่าทำคาโอรุร้องไห้ พ่อเชือดไม่ให้เหลือซากแน่ ๆ
*******************************************
เวลาปัจจุบัน
" เรียว ... ถ้าชั้นกลับไปที่โน่นบ้าง นายจะตามชั้นไปมั้ย "
เมื่อเห็นภาพการล่ำลาแบบนี้ แมทธิวก็ถามย้ำความมั่นใจ
ถึงทั้งคู่จะหวานแหววกันแค่ไหน แต่ถ้าเค้าเรียนจบ ก็คงต้องกลับไปที่โน่น
ส่วนเรียวก็ต้องอยู่ดูแลกิจการของทางบ้าน แล้วอนาคตเราทั้งคู่จะเป็นยังไงนะ
" ไม่มีทาง " พูดจบปุ๊บ แมทธิวก็หันควับมาทันที ... หมายความว่าไงน่ะ
อย่าบอกนะว่าเรียนจบปุ๊บก็เลิกกันปั๊บน่ะ ... ถ้าคำตอบไม่สวยนะ น่าดู !!
" เพราะชั้นคงไม่ปล่อยให้นายไปไหนแน่ ๆ แต่ถ้านายต้องกลับไปจริง ๆ ชั้นก็จะให้พ่อไปสู่ขอนาย ถ้าอานายไม่ให้ ชั้นก็จะไปฉุดมาซะเลย ... ไม่เปลืองค่าสินสอดอีกต่างหาก "
" เจ้าบ้านี่ ... อยากโดนประหารรึไง " แมทธิวยิ้มเขิน ๆ
นึกว่าจะตอบแบบปล่อยให้เค้ากลับไปคนเดียวซะอีก ถ้าตอบแบบนั้นนะ ... คืนนี้อย่าหวังเลยว่าจะให้เข้าห้อง (???) ...
คิริวมองภาพนั้นอย่างปลง ๆ เฮ้อ ... ตูจะบ้า คาโอรุยังโศกเศร้าอยู่แท้ ๆ เจ้าคู่นี้ก็มาสร้างโลกส่วนตัวกันอยู่ได้ ... เออ ... ไม่มีแฟนบ้างก็ให้รู้ไปนะ !!
" โอ๊ะ ! ... ขอโทษครับ " ร่างเล็กบางของคาโอรุเซไปชนร่างสูงโปร่งของคน ๆ หนึ่ง คงจะแรงพอดู เพราะทำให้กระเป๋าเอกสารหล่นลงมาด้วย
ร่างเล็กรีบขอโทษขอโพยพร้อมกับช่วยชายหนุ่มเก็บของนั้น
" เอ๊ะ !! อาจารย์ทาคาอากิ " คาโอรุชะงักเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นตา
เสียงที่เอ่ยมา ทำให้อีกหนึ่งหนุ่มหยุดชะงัก
" เท็ตสึยะ !! " ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าคนตรงหน้าจะเป็น ทาคาอากิ เท็ตสึยะ รูปร่างที่เคยแข็งแรงแบบนักฬีกาผอมเพรียวลงเยอะ งานที่โน่นคงหนักสินะ ... แล้วยังผมสีน้ำตาลเข้มหยักศกนั่นอีก
จากเดิมที่ยาวเพียงต้นคอ บัดนี้เจ้าตัวปล่อยยาวเคลียไหล่ดูแปลกตา
เมื่อรวมเข้ากับเครื่องแต่งกายแบบสบาย ๆ สีเข้มยิ่งขับให้ผิวที่เดิมขาวกว่าคนทั่วไปยิ่งขาวจัดหนักเข้าไปอีก มองเผิน ๆ ก็เหมือนพวกนายแบบมากกว่าหมอซะอีก
" ... คิริว ... "
" นาย ... OK นะ " คิริวถามตรง ๆ ไม่นึกว่าเท็ตสึยะจะกลับมาวันนี้ ...
ก็รู้อยู่หรอกว่าทำอะไรไว้กับคนตรงหน้าซะมากมาย
แถมเจ้าตัวยังจากญี่ปุ่นไปช่วงยังเสียใจหมาด ๆ
ยิ่งเค้ารู้ว่าพ่อของเท็ตสึยะเป็นหมอสมองอยู่ทางโน้น แถมเป็นติดบอร์ดของสหรัฐฯ อีกด้วย ... โอกาสที่เท็ตสึยะจะย้ายไปทางนั้นยิ่งมีโอกาสสูง
" อืม ... ก็สบายดีแล้วล่ะ " เท็ตสึยะยิ้มตอบ ทำให้อีกฝ่ายยิ้มออกมาทันที ...
เออ แฮะ ... เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ทำไมไม่เคยเห็นเท็ตสึยะมันยิ้มให้เลยฟะ (ก็แน่อ่ะดิ พี่เล่นเจอหน้ากันแล้วแง่ง ๆ ใส่กันตลอดนี่หว่า)
แถมยิ้มที่เหมือนทำให้โลกสดใสอีกตังหาก
เพิ่งรู้ว่ามันยิ้มแล้วจะสวยได้ขนาดนี้ ... สวย ? ... ตูจะบ้า ... ชมผู้ชายด้วยกันว่าสวย ... คงไม่ใช่ติดเชื้อโฮโมมาจากไอ้เด็กพวกนี้หรอกนะ
" นาย ... จะกลับยังไงล่ะ " ถามเมื่อเห็นสัมภาระที่อีกฝ่ายหอบหิ้วกลับมา
ตัวบาง ๆ แบบนี้จะแบกไปหมดเหรอฟะ
" เรียกแท๊กซี่น่ะ ... ไปนะ " กล่าวล่ำลา ... เออ ... แปลก ... เจ้าคิริวพูดดี ๆ กับใครเค้าก็เป็นด้วย
" เดี๋ยวฉันไปส่ง "
" เอ๋ ? " ไม่ใช่แค่เท็ตสึยะคนเดียวหรอก ทั้งคาโอรุ แมทธิว เรียว และคนอื่นๆ ก็ประหลาดใจเหมือนกัน ปกติเจอหน้ากันก็กัดกันจนตายไปข้างนึงเลยนี่นา
วันนี้พี่คิริวกินอะไรผิดสำแดงไปหว่า (อุตส่าห์เตรียมชมมวยคู่เอกอยู่แล้วเชียว ... เซ็งเลย)
" ไม่เอ๋ล่ะ ... ไป !! ... กลับด้วยกัน " ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวหันไปคว้ารถเข็นอีกฝ่ายทันที ไม่รอคำตอบรับหรือปฏิเสธจากเจ้าตัว
แต่เข็นรถเดินนำลิ่ว ๆ ทำให้เจ้าของต้องรีบเดินตามแทบไม่ทัน
" กลับมาคราวนี้ก็มีอะไรแปลก ๆ นะ " เสียงใสพูดขึ้นลอย ๆ
คิริวหันไปมองหน้าร่างสูงโปร่งที่เดินตีคู่กันมา
" นี่ ... ของนายน่ะ ... ช่วยด้วยสิ ปล่อยให้เป็นภาระชั้นคนเดียวได้ไง "
ว่าพลาง มือใหญ่ก็ดึงแขนของอีกคนมาจับรถเข็นด้วยกัน แต่มืออีกข้างก็ไม่ปล่อยจากรถเข็นนั้น เลยกลายเป็นชายหนุ่มสองคนเดินเข็นรถขนกระเป๋าไปด้วยกัน
" แปลกดีนะ " แมทธิวรำพึง คาโอรุกับเรียวมองตามก่อนจะหันมาหัวเราะให้กัน
สงสัยว่าการกลับมาครั้งนี้ของเท็ตสึยะจะทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้างนะ ...
คงต้องตามดูต่อแล้วสิ ว่ามิตรภาพของคู่นี้จะไปจบลงที่ตรงไหน
***************** The End *****************