Episode one 1
ณ อาณาจักรอันใกล้โพ้นของอีกโลกหนึ่งยังมีเรื่องราวแห่งความรักที่ต่างเผ่าพันธุ์ระหว่าง ‘เอเดรียล’ เจ้าชายซีนาร์สูงศักดิ์ ผู้ครอบครองซีนาร์สีทองแห่งเผ่าพันธุ์ซีนาร์ที่แข็งแกร่ง และ ‘เซฮัน’ มหาเสนาธิการหนุ่มรูปงามของราชอาณาจักรเบลล์แห่งเผ่าพันธุ์เบลล์ที่รักสงบ…
ความเกลียดชังของทั้งสองเผ่า ความเห็นแก่ตัวของบุคคลรอบข้าง และศักดิ์ศรีของเผ่าพันธุ์แห่งตน ล้วนเป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ที่ขัดขวางความรักของพวกเขา ความรักอันยิ่งใหญ่ของคนทั้งคู่ที่มีให้กันนั้นจะสามารถเอาชนะต่ออุปสรรคทั้งหลายนี้ได้หรือไม่???!!!! ตำนานแห่งรัก…อีกบทหนึ่ง…ได้เริ่มขึ้นแล้ว…
แสงสีทองทาบจับขอบฟ้า สาดแสงไล้ไปตามยอดปราสาทสูงแหลมที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ท่ามกลางตึกน้อยใหญ่ที่รายล้อมอยู่รอบข้างดูสวยงามจับตา ทั้งๆที่ยามนี้เพิ่งจะเช้าตรู่แต่ภายในปราสาทใหญ่โตกลับคับคั่งไปด้วยเหล่าขุนนางระดับสูงแห่งอาณาจักรเบลล์ที่กำลังจะเข้าประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวกับการแก้ปัญหาภาวะวิกฤตจากอุทกภัยอันร้ายแรงที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อประชาชน ภายในห้องประชุมใหญ่จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่มีแต่ความเคร่งเครียดและวิตกกังวล เหล่าขุนนางชราชาวเบลล์ล้วนมีสีหน้าที่ซีดเซียวเหมือนคนที่ไม่ได้นอนหลับพักผ่อนมาหลายวัน ในมือของแต่ละคนเต็มไปด้วยข้อมูลตัวเลขแสดงความเสียหายมากมายจนแฟ้มรายงานกองพะเนินเต็มโต๊ะแทบจะล้มกระจัดกระจาย…หากแต่มีเพียงผู้เดียว..ที่ไม่ได้สนใจต่อเอกสารสำคัญตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขาเป็นชายหนุ่มงดงามที่มีเรือนผมยาวเป็นเอกลักษณ์เพราะมีสีทองอร่ามดั่งแสงอาทิตย์ แตกต่างจากขุนนางรอบข้างที่มีเรือนผมสีเขียว ที่บ้างเขียวเข้ม บ้างเขียวอ่อนจาง ชายหนุ่มงดงามเพียงเหลือบมองกองเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าราวกับเห็นเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่าที่สามารถโยนทิ้งได้ทุกเมื่อ เขาหัวเราะน้อยๆเหมือนกำลังขบขันต่อสิ่งที่เห็น สร้างความตระหนกแก่เหล่าขุนนางน้อยใหญ่จนต้องละสายตาจากเอกสารเงยหน้าขึ้นมอง
"ข้าจะเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก จะมีใครคัดค้านอะไรหรือไม่"
เขากล่าวเบาๆพร้อมกับลุกขึ้นจากที่นั่ง เรือนร่างโปร่งระหงที่ยืนนิ่งดูบอบบางในชุดสีขาวนวลรับกับผิวกายนุ่มเนียนสะอาดสอ้าน ทุกสายตาล้วนมองมาด้วยความตกตะลึงแต่ก็ไม่มีใครเลยที่กล้าจะยกมือขึ้นคัดค้าน เพราะคนเบื้องหน้านี้คือเจ้าชายแห่งซีนาร์ ผู้มีอำนาจพลังแกร่งกล้ากว่าผู้ใด
‘เจ้าชายเอเดรียล’“
ไม่มีใครค้านสินะ เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ก็แล้วกัน”รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่เรียวปากงาม..แต่ทว่า!!..กลับมีเสียงทุ้มกังวานของชายร่างสูงสง่าในชุดนายทหารระดับสูงท้วงติงขึ้นท่ามกลางเหล่าขุนนางแก่ชราที่นั่งเงียบกริบ
“
ข้าไม่ยอมให้ท่านทำเช่นนั้นเด็ดขาด ท่านก็รู้ว่าเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในอาณาจักร ประชาชนทั่วทุกเขตล้วนอดอยาก ท่านสั่งให้เก็บภาษีเพิ่มเช่นนี้ประชาชนจะยิ่งเดือดร้อน ข้าขอให้ท่านถอนคำสั่งนี้ด้วยเถิด"เจ้าชายเอเดรียลเปลี่ยนสีหน้าไปเล็กน้อยแต่ไม่นานก็กลับเป็นเย็นชาและเรียบเฉยดุจเดิม เขาเหลือบมองใบหน้าอันร้อนรนของมหาเสนาหนุ่มแล้วยิ้มเย็นอย่างไม่ใส่ใจในคำร้องขอเท่าไร
“นี่เป็นคำสั่งจากสมาพันธ์แห่งซีนาร์..เจ้าคงรู้ดี..ถ้าอาณาจักรของเจ้าไม่สามารถทำตามได้จะเกิดอะไรขึ้น!!!”
สิ้นคำกล่าวของร่างโปร่ง มหาเสนาแห่งเบลล์ก็ได้แต่ยืนนิ่งด้วยความโกรธ ส่วนเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ก็แทบจะก้มหน้าลงติดโต๊ะด้วยความเกรงกลัวต่อผู้นำต่างเผ่าเช่นเจ้าชายซีนาร์ ทั่วทั้งห้องเลยยังคงเงียบกริบอยู่เช่นเดิม
“เอาล่ะ!! ใครมีข้อสงสัยอะไรอีกหรือไม่ ข้ามีธุระสำคัญที่จะต้องทำ จะขอปิดการประชุมด่วนในวันนี้”
เอเดรียลพูดจบก็เดินออกไปจากห้องประชุมทันทีจนแทบจะไม่ได้หันกลับมามองเลยว่าจะมีผู้ใดกล้ามีข้อสงสัยอีกหรือไม่..เหล่าขุนนางแห่งเบลล์ทั้งหลายรีบลุกขึ้นเคารพแทบไม่ทัน ส่วนมหาเสนาหนุ่มยังคงยืนอยู่อย่างผิดหวัง สายตาไล่ตามร่างนั้นจนลับไป
“เอเดรียล!! ฝากไว้ก่อนเถิด ถ้าอาณาจักรเบลล์สามารถหลุดพ้นได้เมื่อไรล่ะก็ ..คนแรกที่ข้าจะฆ่าคือเจ้า...!!!!”
เซฮันคำรามด้วยความอัดอั้นตันใจอย่างที่สุดที่แม้ตนเองมีตำแหน่งสูงส่งเป็นถึงมหาเสนาธิการ แต่ไม่สามารถปกป้องเผ่าพันธุ์ของตนเองได้เลย แรงโกรธและชิงชังจึงฉายชัดอยู่ในนัยน์ตาสีเขียวใส นับหลายร้อยปีแล้วที่เผ่าพันธุ์ซีนาร์..เผ่าพันธุ์ที่สวยงาม ผู้ครองช่วงชีวิตที่ยาวนาน ได้รุกล้ำคุกคามเผ่าพันธุ์อื่นๆ สืบเนื่องจากพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ทำให้ไม่มีเผ่าพันธุ์ใดในใต้หล้าที่จะหาญกล้าต่อสู้กับซีนาร์ได้ ไม่เว้นแม้แต่เบลล์ผู้แข็งแกร่งและรักสงบที่ต้องยอมศิโรราบให้เมื่อยี่สิบปีก่อน ..จนถึงบัดนี้...เหล่าซีนาร์ที่สวยงามได้ควบคุมทุกอย่างภายในอาณาจักรเบลล์อย่างสมบูรณ์ ภายใต้การนำของ
‘เอเดรียล’ เจ้าชายเพียงหนึ่งเดียวแห่งซีนาร์แล้วก็ตาม แต่ไม่มีวันที่เขาจะยอมให้อาณาจักรเบลล์ที่ยิ่งใหญ่ต้องล่มสลายไปด้วยน้ำมือของเจ้าชายบ้าอำนาจนั่นเด็ดขาด ในสายตาของชนเผ่าอื่นอาจเห็นซีนาร์ล้วนสวยงาม แต่สำหรับเขาช่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่น่ารังเกียจยิ่งนัก …
ร่างโปร่งแห่งเจ้าชายซีนาร์เดินโซเซออกมาจากห้องประชุมใหญ่ มือเรียวยกขึ้นเกาะขอบกำแพงไปตลอดทางที่ผ่าน แต่เมื่อได้เหลือบขึ้นเห็นสหายผู้มีเรือนผมสีแดงเพลิงรีบวิ่งเข้ามาหาและช่วยประคอง รอยยิ้มน้อยๆจึงผุดขึ้น
"ขอบใจ ดาร์" เขากล่าว
“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง สีหน้าไม่สู้ดีเอาเสียเลย ข้าว่าให้คนไปตามท่านหมอซูสมาดูหน่อยดีไหม”
เสียงของ
‘ดาร์อัน’ หญิงสาวชาวซีนาร์ผู้ควบคุมซีนาร์สีแดงเอ่ยถามสหายสูงศักดิ์อย่างแผ่วเบา เธอเห็นเค้าความอิดโรยและเหนื่อยล้าในดวงหน้างาม“ไม่เป็นไร..เรารีบไปกันดีกว่าถ้าไปที่สมาพันธ์สายล่ะก็คงจะถูกคีธานเล่นงานอีกแน่”
เอเดรียลหันมามองพระสหาย สีหน้าที่เย็นชาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเผือดซีดและอ่อนล้า
“ท่านไม่ควรทำเช่นนี้เลยเอเดรียล มันไม่เกิดประโยชน์อันใดต่อเผ่าพันธุ์ของเราสักนิด ถ้าทางสมาพันธ์รู้เรื่องที่ท่านใช้ซีนาร์ของท่านไปหยุดพายุและอุทกภัยที่เขตแดนใต้จนอ่อนเเรงเช่นนี้ท่านอาจจะโดนลงโทษและถูกปลดออกจากตำแหน่งได้”
“สมาพันธ์จะไม่มีวันรู้เรื่องนี้อย่างเด็ดขาด การที่ข้าช่วยเบลล์ให้รอดพ้นจากภัยธรรมชาติเช่นนี้ไม่มีทางสูญเสียพลังไปโดยเปล่าประโยชน์แน่!!..เราจะสามารถเรียกเก็บภาษีและใช้ทรัพยากรแห่งเบลล์ได้อีกนานแสนนานถ้าเราสามารถดำรงเผ่าพันธุ์นี้ให้คงอยู่”
“
ท่านอย่าได้ปดข้าเลยเอเดรียล ข้ากับท่านนั้นเติบโตมาด้วยกัน มีหรือที่ข้าจะไม่ล่วงรู้ถึงจิตใจท่าน”ดาร์อันลอบมองดวงหน้างามที่บัดนี้เจือไว้ด้วยความเจ็บปวด
“ข้าไม่เข้าใจที่เจ้าพูด..ดาร์” เสียงเอ่ยแห่งเอเดรียลแผ่วเบา
“
ท่านหลงรักมหาเสนารูปงามแห่งเบลล์ ข้ารู้!!..ที่ท่านยอมลดตำแหน่งลงมาควบคุมเผ่าพันธุ์นี้ก็เพื่อมาพบเขา ท่านกำลังปกป้องเบลล์คนนั้นแล้วยังปกป้องเผ่าพันธุ์ของเขาด้วย!!!”“หยุดพูดเถิดดาร์!!..เรื่องต้องห้ามแบบนี้ถ้าใครมาได้ยินเข้าจะพาเดือดร้อนกันหมด”
“ท่านก็เป็นเสียแบบนี้ ปล่อยให้ชายหนุ่มงามสง่าผู้นั้นเข้าใจผิด ทำไมถึงไม่บอกความจริงกับเขาเล่า ในเมื่อ…”
“หยุดเสียที!!..เจ้าอย่าลืมสิว่าข้าเป็นใคร อย่าพูดเรื่องนี้อีกถือว่าข้าขอร้อง พวกเรารีบไปกันดีกว่า ข้าไม่อยากเห็นเจ้าคีธานหัวเราะเยาะข้าอีก เราสองคนถูกเรียกตัวด่วนแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องเล็กแน่”
เอเดรียลยุติการสนทนาทั้งหมดลงแล้วจึงรีบออกเดินไปยังหน้าราชวังใหญ่ ทิ้งให้หญิงสาวต้องสั่นศีรษะด้วยความระอาใจเมื่อเห็นความดื้อรั้นของเจ้าชายหนุ่ม
“
ข้าจะคอยดู อยากรู้จริงๆว่าท่านจะทนได้แค่ไหนกัน เอเดรียล!!”
บรรยากาศยามเช้าภายนอกราชวังแห่งเบลล์ดูอบอุ่นและบริสุทธิ์ เสียงนกฝูงใหญ่ที่บินออกจากรังเพื่อข้ามขอบกำแพงวังไปหาอาหารภายนอกทำให้เช้าวันนี้ดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าทุกวัน ทั้งต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ช่วยกันผลิดอกออกผลสวยงามแสดงถึงการได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้เป็นเจ้าของอย่างดี และท่ามกลางทุ่งดอกไม้และลำธารเล็กๆ เด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งรดน้ำต้นไม้ของตนเองอย่างขะมักเขม้น นัยน์ตาสีเขียวอ่อนที่กลมโตสวยงามกำลังเหม่อมองดอกไม้เล็กๆในมืออย่างสนอกสนใจจนแทบจะไม่ได้เหลียวมองสิ่งที่อยู่รอบกายจนกระทั่งได้ยินเสียงเอ่ยทักของชายหนุ่มสง่างามผู้อยู่เบื้องหลังจึงเรียกความสนใจของเด็กหนุ่มให้หันมามองตามเสียง ดวงหน้างดงามเยาว์วัยยิ้มรับด้วยความยินดีทันที
“
เซฮัน!! ท่านมาแล้วหรือ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”“
เจ้าชายข้า..ข้าก็คิดถึงท่านเช่นกัน”อ้อมกอดแห่งมหาเสนาเข้าโอบล้อมเด็กหนุ่มสดใสไว้อย่างหลวมๆ ดวงหน้าอ่อนเยาว์ซบลงกับแผ่นอกกว้างแต่เสียงถอนหายใจยาวของร่างสูงทำให้เด็กน้อยต้องผละออกจากอ้อมกอด
“
เป็นอะไรไปเซฮัน ท่านดูเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน”“
ข้าไม่เป็นอะไร..ข้าเพิ่งกลับมาจากราชการ วันนี้จึงว่างอยู่เป็นเพื่อนท่านตลอดทั้งวัน ท่านจะไปไหนข้าก็จะไปเป็นเพื่อนท่าน..ดีหรือไม่”ชายหนุ่มส่งยิ้มบาง ทำให้เด็กน้อยคลายกังวลลง
“ดีที่สุดเลยเซฮัน!! ข้าดีใจเหลือเกิน ท่านรู้หรือไม่..ตั้งแต่ที่ข้ามาอยู่ที่นี่ข้าเหงามาก ข้าไม่มีเพื่อนเล่นสักคนเดียวมีแต่เจ้านกน้อยพวกนั้น”
เซฮันได้ยินดังนั้นก็กำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ ในห้วงความคิดอดนึกถึงเรื่องการประชุมที่เคร่งเครียดเมื่อตอนเช้าไม่ได้
“เจ้าชายข้า..ข้าสัญญาว่าข้าจะเป็นเพื่อนท่านตลอดไปเพราะฉะนั้นท่านจะต้องอดทนเพื่อเผ่าพันธุ์ของเรา”
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอ่อนโยนแต่ก็สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นอย่างประหลาด เจ้าชายน้อยพยักหน้ารับ นัยน์ตาสีเขียวใสของทั้งคู่จ้องมองกันลึกซึ้ง เนิ่นนาน
…………………………..
“ทำอะไรกันทั้งสองคน ข้าไม่อยากจะมาขัดคอพวกเจ้าหรอกนะแต่พวกเจ้าขวางทางข้าอยู่ หลบไปเสียที!! ข้ามีธุระสำคัญ”
เสียง!!..เสียงที่ชายหนุ่มไม่อยากจะได้ยินที่สุดดังขึ้น!!..เขาหันไปถลึงตามองผู้อยู่เบื้องหลังที่กำลังยืนกอดอกมองตอบกลับมาด้วยสายตาที่เย็นชา ท่าทางหยิ่งผยองนั่นทำให้ความโกรธเกรี้ยวของชายหนุ่มเริ่มปะทุขึ้น ที่แท้คนผู้นี้ก็คือเจ้าชายซีนาร์นั่นเอง
“
ให้เกียรติกันบ้างเถิดท่านเอเดรียลถึงอย่างไรเจ้าชายซาตานาก็มีราชศักดิ์เทียบเท่ากับท่าน”“
งั้นหรือ?? ข้าเพิ่งรู้ เอาล่ะ!! ข้าให้เกียรติท่านแล้วนะเจ้าชาย จะหลบข้าได้หรือยัง!!”“
นี่ท่าน!!!!!”นัยน์ตาสีเขียวใสแห่งเบลล์หนุ่มเริ่มขุ่นมัว ส่วนเจ้าชายน้อยซาตานาก็ได้แต่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวอยู่เบื้องหลังเซฮัน ไม่กล้าขยับไปไหน
“เจ้า!!..จะทำไมข้า!! เบลล์เช่นเจ้าถึงแม้จะเก่งกาจเพียงใดก็สู้ซีนาร์เช่นข้าไม่ได้หรอก ข้าขอเตือนพวกเจ้าว่าอย่ามาทำอะไรที่มันดู…น่าเกลียด ในสถานที่ที่ดูบริสุทธิ์แบบนี้ ไม่เช่นนั้น!!ข้าจะทำลายสวนแห่งนี้และจะแยกเจ้าทั้งสองคนไม่ให้ได้พบกันอีก เอาล่ะ..หลบไปเสียที!! ข้ามีธุระสำคัญ ไม่ว่างมาทะเลาะเรื่องไร้สาระกับพวกเจ้าหรอกนะ”
เจ้าชายซีนาร์ผลักเด็กน้อยล้มลงแล้วจึงรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองการกระทำของตนอีก
“
โอ๊ย!!!…เจ็บ!!!!!”ซาตานาส่งเสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกผลักล้มกระแทกไถลไปกับพื้น มือเรียวเล็กยกขึ้นกุมแขนข้างซ้ายที่เริ่มมีเลือดไหลซึม
“
เอเดรียล!! เจ้าช่างร้ายกาจนัก ..โอ้!!! เจ้าชายข้า เป็นอะไรหรือเปล่า”ชายหนุ่มรีบเข้าประคอง เห็นสีหน้าที่ตื่นตระหนกของเจ้าชายน้อยเขาจึงเข้ากอดปลอบประโลม
“
เจ้าชาย!! เจ้าชายซาตานา”“
ขะ..ข้า..ข้าไม่เป็นไร เซฮัน!!!..ท่านอย่าไปยุ่งกับเอเดรียลนะ เขาร้ายกาจมากเลย ท่านสู้เขาไม่ได้หรอก”เด็กน้อยเริ่มสะอื้น แววตาสีทองที่เย็นชาคู่นั้นอาจจะฆ่าใครก็ได้ เหมือนกับที่ลงมือกับเผ่าพันธุ์ของเขา
“
เป็นอะไรไป?? เอเดรียลทำอะไรท่าน!! ท่านซาตานาบอกข้าเถิด”“
เอเดรียล ..เอเดรียลเคยทำร้ายข้า ข้ากลัวเขามากเลย”เจ้าชายน้อยยังคงสะอื้นไม่หยุด และเสียงสะอื้นนั้นทำให้เซฮันแทบคลั่ง เจ้าชายน้อยที่เขาเฝ้ารักและทะนุถนอมมาตลอดต้องมาโดนทำร้ายแบบนี้ จิตใจของชายหนุ่มเจ็บปวดยิ่งนักที่พลังความสามารถแห่งตนไม่สามารถจะช่วยปกป้องและคุ้มครองผู้เป็นที่รักได้
“
นะ ..เชื่อข้าเถิดเซฮัน อย่าไปสู้กับเขาเลย” เด็กน้อยอ้อนวอน“ท่านวางใจเถิดข้าจะไม่ยุ่งกับเขา ถ้าไม่จำเป็น”
เพียงคำกล่าวนั้นองค์ชายน้อยก็หยุดร้อง มือเล็กๆยกขึ้นปาดน้ำตาตัวเองพลางฉุดลากชายหนุ่มให้ออกเดิน
“
ดีแล้วล่ะ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ไปที่น้ำตกกับข้านะ เซฮัน” นัยน์ตากลมโตแห่งเจ้าชายน้อยมีประกายสดใสขึ้น รอยยิ้มบางจึงผุดตามมาชายหนุ่มยิ้มตอบ “ก็บอกแล้วว่าวันนี้ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนท่านตลอดวัน”
“
งั้นไปกันเลยนะ”เซฮันมองตามร่างเล็กที่ออกวิ่งนำด้วยความเอ็นดูและรักใคร่ องค์ชายน้อยแห่งเบลล์ช่างไร้เดียงสาและน่ารัก ตรงข้ามกับ…..
“
หนี้ครั้งนี้เจ้าต้องได้จ่ายข้าแน่ ..เอเดรียล!!!!!”
สมาพันธ์แห่งซีนาร์ ..องค์กรแห่งเผ่าพันธุ์ที่ปกครองโดย 'ท่านจ้าวโซลซาเกีย' จ้าวแห่งซีนาร์ทั้งปวง ผู้ซึ่งครอบครองซีนาร์แห่งแสงที่มีพลังอำนาจเจิดจ้ามากที่สุด สมาพันธ์ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน ตั้งแต่การเข้าบุกยึดเหล่าอาณาจักรทั้งหลายของเผ่าพันธุ์อื่นๆ เป็นศูนย์รวมแห่งอำนาจที่ซึ่งมีซีนาร์ชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายคอยกำกับดูแลออกคำสั่งและควบคุมทุกอย่างเพื่อให้เกิดความสงบและสามารถรวบรวมผลประโยชน์ได้โดยมีเหล่ากรรมาธิการเป็นผู้ที่คอยตรวจสอบดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด
ณ หอประชุมใหญ่ สถานที่สำคัญที่ใช้จัดการประชุมของเหล่าซีนาร์ทั้งปวง ถูกปกคลุมไว้ด้วยพลังแห่งแสงสีขาวนวลที่กั้นเป็นม่านบางหลายชั้นป้องกันผู้แปลกปลอมและอาวุธ เบื้องหน้าประตูทางเข้ามีรูปสลักเสลาหินอ่อนที่ใหญ่โตโอ่อ่าของเหล่าบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสมาพันธ์ทั้งห้า อันประกอบไปด้วยซีนาร์ประจำทิศทั้งสี่และรูปสลักแห่งท่านจ้าวโซลซาเกียที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งล้วนเป็นรูปสลักที่งดงามและล้ำค่ายิ่งกว่าสิ่งใด ส่วนตัวบันไดที่ต่อเนื่องจากรูปสลักก็ทอดตัวยาวสู่ประตูทางเข้า ทุกขั้นจะประดับด้วยแก้วหลายสีสันที่คัดเอาความเด่นเป็นประกายจากทั่วทุกมุมโลก ความสวยงามตระการตาของหอประชุมจึงเป็นที่เลื่องลือและแสดงถึงอำนาจความยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์ ทำให้สถาปัตยกรรมแห่งสมาพันธ์ซีนาร์นั้น ยากที่จะหายอดปราสาทราชวังใดมาทาบเทียม
การประชุมไตรภาคประจำปีถูกจัดขึ้นอย่างรีบร้อน เหล่ากรรมาธิการและผู้ปกครองชั้นสูงของสมาพันธ์พากันสงสัยเมื่อถูกเรียกตัวด่วนเข้ามาประชุมไตรภาคก่อนกำหนด..เสียงพูดคุยจึงดังอื้ออึงไปด้วยเรื่องต่างๆ เพราะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องร้ายแรงอันใดขึ้น ทางด้านเหล่าซีนาร์ผู้ควบคุมอาณาจักรของเผ่าต่างๆก็ถูกเรียกเข้าประชุมด้วยเช่นกัน ต่างก็พากันวิตกไปต่างๆ นาๆว่าตนเองได้กระทำการสิ่งใดอันก่อให้เกิดผลเสียหรือเป็นความผิดไว้หรือไม่ จนกระทั่งเมื่อเจ้าชายรูปงามผู้มีเรือนผมสีดั่งแสงอาทิตย์ย่างก้าวเข้ามา เสียงทั้งหมดก็เงียบลงแทบจะโดยทันที เหล่าซีนาร์ทั้งหลายพากันค้อมตัวลงถวายความเคารพอย่างนอบน้อมพร้อมเพรียง เบื้องหลังเจ้าชายยังมีหญิงสาวผมสีแดงเพลิงเดินตามมาไม่ห่าง เมื่อขบวนผ่านไปแล้วเสียงทักทายจากเหล่าทหารชั้นสูงจึงเอ่ยเรียกหญิงสาวผู้อยู่เบื้องหลัง เธอจึงเลี่ยงมาทักทายสหายร่วมรุ่น
“
ว่าไง ดาร์อัน ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะ” นายทหารหนุ่มผู้หนึ่งทัก“
อืมม์ แล้วที่โซนดูดานเป็นไงบ้างล่ะ เห็นว่าเจ้าพวกแด๊กน่ะป่วนน่าดูเลยไม่ใช่หรือ”เธอหัวเราะเมื่อรับรู้ข่าวเกี่ยวกับเผ่าพันธุ์เเด๊กหน้าตาตลกๆที่ชอบก่อกวนเหล่าซีนาร์จนไม่ค่อยจะมีใครยอมไปรักษาการณ์ที่โซนดูดานเลย
“ก็ใช่น่ะสิ ข้าอุตส่าห์หนีพวกมันมาได้ตั้งเดือนหนึ่งแน่ะ โชคดีเป็นบ้า!!! ขืนอยู่ที่นั่นอีกสักปีมีหวังข้าได้เป็นโรคประสาทแน่ ว่าแต่เจ้าเถอะโดนเรียกตัวด่วนเหมือนกันเหรอ เจ้าชายถึงเสด็จมาด้วยแบบนี้”
“ข้าก็วิตกอยู่ไม่รู้มีเรื่องอันใด พวกเจ้าเห็นไหม เหล่ากรรมาธิการมาเองเชียวนะ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆหรอก”
หญิงสาวกล่าวอย่างวิตก ดูท่าจะเกี่ยวกับเอเดรียลเสียด้วยหรือจะเป็นเรื่องอุทกภัยคราวก่อนก็ไม่รู้
“
นั่น!! ท่านยูอาก็มา ท่าจะเรื่องใหญ่จริงๆ แฮะ”สิ้นคำกล่าวของเหล่าทหาร หญิงสาวพลันเหลือบมองหาเจ้าของชื่อนั้นทันที แววตาทอประกายยินดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้พบกับชายหนุ่มสูงสง่าเรือนร่างกำยำในชุดสีน้ำเงินเข้มที่รับกับดวงหน้างามคมดั่งรูปสลัก ซีนาร์หนุ่มผู้มาใหม่กำลังเดินเข้ามาในหอประชุม
“
ขอตัวนะ ข้ามีธุระจะคุยกับท่านยูอาหน่อย”หญิงสาวขอเลี่ยงออกมา เบื้องหน้าของเธอคือนายทหารผู้ครอบครองซีนาร์สีน้ำเงินผู้มีพลังใกล้เคียงกับเจ้าชายเอเดรียลมากที่สุด 'สหายเก่า' ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความสง่างามสมกับตำเเหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด
“
ยู ..ทางนี้”ซีนาร์หนุ่มเหลียวมองตามเสียง
“ดาร์ ..เจ้าหรือนี่!! ไม่ได้พบกันนานเลย ดีใจจริงๆที่ได้เจอ”
รอยยิ้มแห่งบุรุษหล่อเหลาเจือไว้ด้วยความยินดีเมื่อเห็นขุนพลสาว นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเปล่งประกายเจิดจ้า
“ข้าก็ดีใจที่ได้เจอเจ้า ถ้าที่ที่เราพบกันจะไม่ใช่ที่นี่นะ”
ดาร์อันกล่าวเสียงอ่อย สีหน้าเบื่อหน่าย 'มาที่ประชุมทีไรต้องมีเรื่องทุกทีสิน่า'
“
เจ้าพูดเหมือน ..เกิดเรื่อง!!” ดวงหน้าคมเคร่งขรึมขึ้น“ก็คงใช่..ไม่เช่นนั้นพวกเราคงไม่โดนเรียกตัวด่วนเช่นนี้ เจ้าก็รู้..เบลล์น่ะดื้อรั้นแค่ไหน ฉลาดและเก่งกาจ ยากที่เหล่าซีนาร์เช่นพวกเราจะควบคุม”
ดาร์อันลอบถอนใจอย่างเบื่อหน่าย
“
มันเกิดอะไรขึ้น!! บอกข้ามาเร็ว” ยูอาร้อนรน“
เอเดรียลน่ะสิ เขาใช้พลังเพื่อหยุดยั้งอุทกภัยร้ายแรงที่เบลล์ ข้ากังวลเหลือเกินว่าถ้าเรื่องนี้รู้ถึงสมาพันธ์ใหญ่ล่ะก็..ถึงจะเป็นเอเดรียลก็เถอะอาจจะไม่พ้นต้องรับโทษ”หญิงสาวเอ่ยเครียด การห้ามปฏิบัติภารกิจนอกเหนือจากคำสั่งและการใช้พลังซีนาร์เพื่อช่วยเผ่าพันธุ์อื่นโดยไม่มีสิ่งใดตอบแทนเป็นกฎเหล็กที่มีโทษบัญญัติไว้ชัดเจน
ยูอาตกใจจนอุทานออกมาคำหนึ่ง “อะไรนะ!! ..แล้วนี่เจ้าทำไมไม่ห้ามก็รู้อยู่ว่า..”
“
ข้าห้ามเขาได้เสียที่ไหนกัน เจ้าอย่าลืมสิ!! ซีนาร์สีแดงของข้าไยจะสู้ซีนาร์สีทองของเขาได้”ที่หญิงสาวพูดนั้น ชายหนุ่มก็รู้ดีว่ามันเป็นความจริงทุกประการ เผ่าพันธุ์ซีนาร์ดั่งเทพเจ้าสรรค์สร้าง ทั้งงดงาม ฉลาดและเเข็งแกร่ง พลังอำนาจที่ติดตัวตนมาตั้งแต่ถือกำเนิดคือพลังงานสูงสุดแห่งชีวิตของผู้ครอบครอง แบ่งเป็นระดับชนชั้นตั้งแต่ ชั้นสูงสุดคือซีนาร์แห่งแสงซึ่งในใต้หล้านี้มีเพียง ‘ท่านจ้าวโซลซาเกีย’ จ้าวแห่งซีนาร์เป็นผู้ครอบครองแต่เพียงผู้เดียว ถัดลงมาคือซีนาร์สีทองและสีเงินผู้เป็นดั่งพระบุตร ลงมาอีกชั้นคือซีนาร์แห่งเหล่าขุนพลชั้นสูงสี่ระดับทิศอันได้แก่ ซีนาร์สีน้ำเงิน ซีนาร์สีแดง ซีนาร์สีม่วงและซีนาร์สีเขียว
“
ยู..เจ้าต้องหาทางช่วยเอเดรียลให้ได้นะ เจ้าเป็นถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุดน่าจะพอทำอะไรได้บ้าง”ดาร์อันรีบร้องขอความช่วยเหลือเพราะตอนนี้เธอจนปัญญาที่จะหาทางแก้ไข อีกไม่นานการประชุมก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
“ข้ากำลังใช้ความคิดดาร์ ..เราทั้งสองคนควรไปปรึกษากับเอเดรียลเสียก่อน ตอนนี้เขาอยู่ที่ใด”
“มาทางนี้เลย เอเดรียลคงดีใจที่เจอเจ้า” หญิงสาวออกเดินนำ
ชายหนุ่มยิ้มรับ “ข้าก็ ..ดีใจที่จะได้พบกับเขา..เช่นกัน”
ภายในที่พำนักส่วนพระองค์แห่งเจ้าชายซีนาร์ ร่างโปร่งทรุดตัวลงที่เก้าอี้ด้วยความอ่อนแรง ไม่น่าเชื่อเลยว่าการใช้พลังเพื่อที่จะหยุดอุทกภัยร้ายในครั้งนั้นทำให้เขาเหนื่อยล้าถึงเพียงนี้ ดวงหน้างดงามจึงดูซีดเผือดและอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด
“เจ้าคีธานมันต้องรู้แน่ว่าเราใช้พลังไม่อย่างนั้นการประชุมครั้งนี้คงไม่เรียกกรรมาธิการมาด้วย มันตั้งใจจะท้าทายพลังของเรา น่าเจ็บใจนัก!!..นี่ถ้าพลังของเราฟื้นคืนไม่ทัน จะทำอย่างไร!!”
เอเดรียลกำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงขุนพลผู้ครอบครองซีนาร์สีม่วง ‘คีธาน’ บุตรแห่งคาลอส ..ผู้เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการชั้นสูง แต่พลันความคิดทั้งหมดก็หยุดลงเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“
ขอประทานอนุญาตพะย่ะค่ะ”“มีอะไรรึ?”
“ท่านดาร์อันกับท่านยูอามาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”
นามแห่งพระสหายทั้งสองทำให้เอเดรียลรีบลุกขึ้นอย่างยินดีแต่ยังไม่ทันที่จะทรงตัวอย่างมั่นคงอาการอ่อนเพลียก็ทำให้เขารู้สึกหน้ามืดจนต้องคว้าขอบเก้าอี้ข้างกายไว้เพื่อพยุงตน
“
ให้พวกเขา..เข้ามา”เมื่อได้ยินคำสั่ง องครักษ์เบื้องนอกจึงค่อยๆเปิดประตูให้ด้วยความนอบน้อม
“
เชิญท่านทั้งสองขอรับ”ดาร์อันกับยูอาพยักหน้ารับคำ ทั้งคู่ย่างก้าวเข้ามาในห้องรับรองใหญ่อย่างช้าๆ..ดวงหน้าที่แย้มยิ้มงดงามจากเจ้าชายซีนาร์ทำให้หัวใจของยูอาผู้ก้าวเข้ามาใหม่พองโตจนแทบจะห้ามใจตนเองไม่ได้
‘
ยังคง ..งดงามไม่เปลี่ยนแปลง’ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มมีแววระยับ“ข้าดีใจเหลือเกินที่เจอเจ้า..ยู เราไม่ได้พบกันนานแค่ไหนแล้วนะ”
“
ก็นานพอดู แต่ท่านก็ยังคงมีความงดงามไม่เปลี่ยนแปลงจากคราวที่เราแยกกันครั้งก่อน..เอเดรียล”คำตอบนั้นเรียกเสียงหัวเราะน้อยๆจากเจ้าชาย สหายของเขาช่างล้อเล่นเสียจริง พลอยทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวเมื่อครู่หายไปฉับพลัน
“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง คงยังเพลียอยู่สินะหน้าตาถึงได้ซีดเซียวแบบนี้”
“ข้าไม่ได้เป็นอะไรนี่ หรือว่าเจ้า.."
เอเดรียลหันกลับไปมองหญิงสาวที่บัดนี้ทำหน้าบอกบุญไม่รับ
”ดาร์!!…เจ้าบอกยูหรือ”
“
ก็ ..ข้า .. เอ่อ .. คือ .. " หญิงสาวอ้ำอึ้ง เอเดรียลจ้องมองอย่างเอาผิด“โธ่เอเดรียล!!! ข้าเป็นห่วงท่านนี่ หลายหัวดีกว่าหัวเดียว อีกอย่างข้าก็จนปัญญาจะช่วยท่านแล้ว เผื่อยูจะคิดอะไรออกบ้างไงจริงไหมยู”
หญิงสาวพยักเพยิดไปทางชายหนุ่ม
“
ท่านคิดจะปิดบังข้าไปถึงเมื่อไรกัน..จนกว่าท่านจะโดนลงโทษแล้วค่อยบอกข้าอย่างนั้นรึ คิดจะปิดความลับกับคนอย่างข้าน่ะ ท่านยังเห็นข้าเป็นสหายอยู่หรือไม่เอเดรียล”นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มวาวโรจน์ขึ้น ซีนาร์หนุ่มไม่ได้โกรธคนตรงหน้าแม้สักนิด เขาโกรธตัวเองมากกว่าที่ไม่สามารถดูแลและปกป้องคนที่เป็นดั่งดวงตะวันในใจได้ ทั้งๆที่เขากับเอเดรียลได้อยู่ใกล้ชิดกันนานหลายปี แค่เพียงเอื้อมมือก็สามารถที่จะครอบครอง เพียงแต่เจ้าชายกลับหนีจากเขาไปไกลสุดขอบฟ้า ไปยังเบลล์..ที่ที่เขาไม่สามารถเอื้อมได้ถึงอีกแล้ว
“ข้าขอโทษ เจ้าและดาร์เป็นสหายที่ข้ารักมากที่สุด ข้าเพียง..ไม่อยากให้พวกเจ้ารู้สึกเป็นห่วงและกังวลใจ ข้าเป็นคนก่อเรื่องเองถ้าจะถูกลงโทษข้าก็จะเป็นผู้รับแต่เพียงผู้เดียว ไม่อยากให้พวกเจ้าต้องมาเกี่ยวข้องด้วย”
เสียงเอ่ยเศร้าหมองที่ซาบซึ้งของเจ้าชายซีนาร์ทำให้หัวใจของขุนพลผู้เป็นสหายทั้งสองแช่มชื้นและรู้สึกเป็นกังวลต่อความปลอดภัยของสหายสูงศักดิ์
“รู้ก็ดีแล้วเอเดรียล วันหลังอย่าทำอีกนะ ท่านทำให้ข้าเป็นห่วงจริงๆ นี่ถ้ายูไม่มาข้าไม่รู้จะช่วยท่านอย่างไร”
ดาร์อันโอบเอวบางของเอเดรียลไว้หลวมๆ ด้วยความรัก
“
เอาล่ะ!! เราอย่ามามัวพูดเรื่องเก่ากันอยู่เลย มาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันดีกว่า” ยูอาเอ่ยเสียงเครียด“
แต่จริงๆเรื่องคราวนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับเอเดรียลก็ได้นะยู..อาจจะเป็นเรื่องอื่นก็ได้ อาณาจักรอื่นก็มีปัญหาตั้งมากมายไม่เฉพาะแต่เบลล์หรอก จริงไหมเอเดรียล”เจ้าชายซีนาร์ส่ายหน้าช้าๆ นัยน์ตาสีทองเปล่งประกายแต่แฝงไว้ซึ่งริ้วรอยแห่งความกังวล
“เมื่อครู่นี้ข้าได้เจอกับคีธาน มันข่มขู่ข้า กล่าววาจาดูถูกและหัวเราะเยาะถากถางใส่ข้า ราวกับว่ามัน ..รู้”
“
มัน!!! สามหาวนักช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียเลย หาที่ตายแท้ๆ ข้าจะไปฆ่ามันเดี๋ยวนี้”ดาร์อันพูดเสียงกร้าว ใบหน้านวลกลายเป็นสีแดงเข้มด้วยเพลิงแห่งโทสะ
“เดี๋ยวดาร์!! ทำเช่นนั้นไม่ได้นะเจ้าจะมีความผิด” เอเดรียลเอ่ยห้าม มือขาวแตะยังไหล่ของอีกฝ่าย
“เย็นลงเถิด การใช้กำลังแก้ปัญหาไม่ได้หรอก.. ”
ยูอากล่าวเสียงเยียบเย็น ช่วยห้ามปรามหญิงสาวอีกทางหนึ่ง แต่ทว่านัยน์ตาสีน้ำเงินกลับวาวโรจน์ขึ้นนิดๆ..สีน้ำเงินเข้มดั่งท้องทะเลลึกที่ผิวหน้าเรียบสงบแต่ใต้ทะเลนั่นเล่ากลับปั่นป่วน คลื่นแห่งความโกรธฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คม
เอเดรียลนั่งนิ่ง ได้แต่ถอดถอนใจ
“
พวกเจ้าอย่าได้ใส่ใจ คีธานคือบุตรแห่งคาลอสผู้เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการชั้นสูง เราไม่มีสิทธิ์แตะต้อง”เขากล่าวพลางคิดคำนึงรีบหาทางแก้ไขให้กับตนเอง
“
แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้ นี่เราจะยอมปล่อยให้เอเดรียลโดนสมาพันธ์ลงโทษไม่ได้นะ ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!!!”“
ข้ารู้ดาร์ และข้าก็จะไม่ยอมให้พวกมันทำอะไรเอเดรียลหรอกนะ” ยูอาเอ่ยจริงจัง“พวกเจ้าไม่ต้องห่วงไป ข้ามีวิธีที่จะพ้นโทษในครั้งนี้แล้ว”
เอเดรียลยิ้มอย่างมีนัยแต่พระสหายทั้งสองก็ไม่ค่อยวางใจเท่าไรนัก
“
แต่เจ้าต้องช่วยข้านะยู เจ้าด้วย..ดาร์”