Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

04

“จะไปไหน”เสียงใหญ่น่ากลัวกระซิบข้างๆหูพร้อมกับลากเด็กหนุ่มเข้าไปในมุมมืด

มาซายะตกใจกำลังจะตะโกนร้องให้ช่วยแต่ถูกมือใหญ่ปิดไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก

หัวใจเต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก

ชายร่างใหญ่รวบแขนร่างเล็กที่พยายามแกะมือที่ปิดปากเขาอยู่ไปไว้ข้างหลังด้วยมือข้างเดียวอย่างแรง

มาซายะหวาดกลัวสุดขีดจะร้องก็ร้องไม่ได้นึกถึงคำเตือนของชายหนุ่มขึ้นมาทันที

สักพักชายร่างใหญ่ข้างหลังก็กระซิบข้างหูเขา

“อย่าขัดขืนแล้วจะไม่เจ็บตัว”เขาพูดพร้อมกับเลียข้างหู

เสียงหายใจหอบแรงๆปะทะต้นคอจนมาซายะจนลุกหวาดกลัวสุดขีดกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

สักพักชายคนนั้นก็กดให้เขานอนลงกับพื้นหญ้าพร้อมกับตัวเองตามทับลงมาติดๆ

“อย่าทำอะไรชั้นเลยนะขอร้อง ชั้นกลัวแล้ว

ได้โปรด”มาซายะอ้อนวอนด้วยความกลัวแต่ชายตรงหน้าไม่ฟังกลับสอดมือเข้าไปลูบไล้เนื้อนวลภายใต้เสื้อเชิ้ตของเขาอย่างย่ามใจ

มาซายะพยายามดันมือนั้นออกแต่ไม่สำเร็จเขากลับยิ่งลุกล้ำมากว่าเก่าพยายามถอดกางเกงของเด็กหนุ่มออกอย่างรีบร้อน

“ผิวเนียนดีจริงๆ

อย่างนี้ชั้นยิ่งชอบ”ชายร่างใหญ่เริ่มไซร้ไปที่ชอกคอหอมกรุ่นช้าๆพร้อมกับจูบประทับรอยจนมาซายะรู้สึกเจ็บแปลบๆที่ต้นคอ

“อย่า ปล่อยนะไอ้บ้า แกวิปริตรึไง ไม่เห็นรึไงว่าชั้นเป็นผู้ชาย

เฮ้ยปล่อยซิโว้ย”มาซายะพยายามร้องประท้วง

ภายในหัวคิดหาวิธีหนีจากการกระทำของคนตรงหน้าจนสับสนไปหมด

“ถึงเป็นผู้ชายก็ใช้แทนกัน

ได้ยิ่งขาวๆสวยๆนุ่มนิ่มๆอย่างเธอชั้นยิ่งชอบฮ่าๆ”ชายหนุ่มพูดอย่างพอใจแล้วเริ่มแกะกระดุมเสื้อร่างบางข้างใต้ออกอย่างรวดเร็ว

มาซายะพยายามใช้เท้าดันคนตรงหน้าแต่ก็ถูกกดทับไว้จนกระดิกตัวไม่ได้เลย

“อย่าดิ้นไปเลยน่ามามีความสุขด้วยกันดีกว่า

รับรองเดี๋ยวจะจะชอบ”ชายหนุ่มใช้ริมฝีปากรุกรานร่างตรงหน้าไม่หยุด

“ไม่เอา.................ปล่อยสิโว้ยแกรู้มั้ยว่าชั้นเป็นใคร”มาซายะใช้มือดันหน้าชายหนุ่มออก

“เธอจะเป็นใครชั้นไม่สนขอแค่ชั้นมีความสุขก็พอ แล้วก็หุบปากซะที

เดี๋ยวเจ้าพวกนั้นมันตื่นขึ้นมาอีกคนเธอจะแย่เอานา

ยิ่งหื่นๆกันอยู่ด้วยขอบอกไว้ซะก่อน ชั้นไม่รับรองความปลอดภัยเธอนะ”

“อย่านะ ชั้นเป็นเพื่อนคนสำคัญของคุณเคนยะเจ้านายแก

ขืนแกทำอะไรชั้นละก็แกไม่ตายดีแน่รู้ไว้ซะด้วย”

“หึๆ................นึกเรอะว่าอ้างชื่อเจ้านายแล้วชั้นจะเชื่อเด็กน้อย

เอแต่ชั้นจำได้นี่นาว่าตั้งแต่เกิดมาชั้นไม่เคยมีเพื่อนอย่างเธอมาก่อน”เสียงใหญ่น่ากลัวกลับมาเป็นเสียงทุ้มต่ำที่เขาคุ้นเคย

“คุณ.....................”มาซายะอุทานอย่างตกใจรู้ทันทีว่าชายตรงหน้าเป็นใคร

“นี่คุณแกล้งผมเหรอ”มาซายะเริ่มโมโหที่ถูกหลอก

ทั้งอายทั้งเสียหน้าต่อหน้าที่เขาแสนเกลียด

“แหมเธอนี่ความรู้สึกช้าตามเคยนะ

กว่าจะรู้ตัวก็เกือบจะตกเป็นเมียของลูกน้องฉันซะแล้วหึๆ......”เคนยะแกล้งแดกดันรู้สึกสนุกกับอาการตกใจของเด็กหนุ่มตรงหน้า

“คุณมันบ้า ปล่อยผมนะ”

“นี่ยังดีนะที่คราวนี้ยังเป็นฉัน

ไม่งั้นเธอได้โดนเจ้าพวกนั้นข่มขืนไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว

จำเอาไว้นี่ถือเป็นบทเรียนแรกที่เธอคิดหนี

ถ้ายังไม่เชื่อฟังกันละก็ฉันจะให้เจ้าพวกนั้นมันข่มขืนเธอจริงๆแน่”

“เพี้ยะ.................”เสียงฝ่ามือฟาดไปอย่างแรงที่หน้าของชายหนุ่ม

“นี่กล้าตบชั้นเหรอ”เคนยะหันหน้ากลับมาเปลี่ยนสีหน้าเป็นดุทันที

“ใช่

แค่นี้ยังถือว่าน้อยสำหรับคนที่คิดอะไรต่ำๆแบบคุณ”มาซายะพูดพร้อมกับผลักให้ชายหนุ่มพ้นไปจากตัวแต่กลับถูกกระชากเข้ามาในวงแขนอย่างแรงอีกครั้ง

“ปากดีนักนะ”ชายหนุ่มกอดแน่นขึ้นอีกรู้สึกได้ถึงความหอมกรุ่นจากร่างบางตรงหน้าชัดเจน

“นี่ปล่อยผมนะผมเจ็บ แค่นี้ยังทำให้ผมขายหน้าไม่พอหรือไง ยังจะเอายังไงอีก

ฆ่าผมให้ตายซะยังดีกว่า

ที่จะต้องมาอยู่ร่วมกับคนป่าเถื่อนบ้าอำนาจอย่างคุณ”มาซายะเริ่มน้ำตาคลอน้ำเสียงแหบพร่าหมดหวังเต็มที

“ขืนเธอตายตอนนี้ก็หมดสนุกกันพอดีนะสิ”

“อื้อ…………………………..”ริมฝีปากบางถูกประกบจูบอย่างรวดเร็วจนร่างเล็กหายใจแทบไม่ทัน

รสจูบของชายหนุ่มทั้งรุนแรงและหนักหน่วงกว่าครั้งแรกหลายเท่ามาซายะทั้งผลักทั้งดันแต่ไม่เป็นผล

ไรหนวดของชายหนุ่มถูกับแก้มนุ่มไปมาจนแสบร้อน

สองมือรุกไล้เข้าไปในเสื้อที่หลุดลุ่ยจากเหตุการณ์เมื่อครู่อย่างง่ายดาย

“อื้อ...................อย่าคุณเคนยะ”เด็กหนุ่มร้องประท้วงแต่ชายหนุ่มถือโอกาสสอดลิ้นเข้าไปผัมผัสหาความหวานนุ่มภายในจนทั่วริมฝีปากบางโดยไม่สนอาการประท้วงของร่างบาง

เคนยะเริ่มไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้เขาเป็นไปได้ถึงเพียงนี้

ตั้งแต่เห็นหน้าใสๆดูเป็นมิตรของเด็กหนุ่มคนนี้ครั้งแรกที่สนามบินเขาเริ่มลังเลที่จะแก้แค้นขึ้นมา

ถึงแม้เด็กหนุ่มผู้นี้จะไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

แต่พ่อของเด็กหนุ่มก็ทำกับตระกูลโอกามิของเขาไว้อย่างไม่น่าให้อภัยเช่นกัน

หากเขาจะแก้คืนบ้างก็คงจะไม่แปลกอะไร

กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวเด็กหนุ่มทำให้เขาหยุดไม่ได้

ทั้งๆที่เด็กนี่เป็นผู้ชายแต่ร่างกายกับนุ่มนิ่มน่าสัมผัสยิ่งนัก

เคนยะถอนริมฝีปากช้าๆจูบเบาๆที่สองแก้มนุ่มไม่หยุดเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้ยอดอกแผ่วเบาขณะที่ร่างเล็กพยายามดันออก

ร่างบางตัวสั่นน้อยๆหอบหายใจแรงๆทันทีที่ริมฝีปากเป็นอิสระมันดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูกในสายตาของชายหนุ่ม

“อย่าคุณเคนยะปล่อยผมนะ

แกล้งผมอย่างนี้สนุกนักหรือไง”มาซายะตะโกนสุดเสียงเมื่อได้สติ

น้ำตาไหลพรากทั้งเจ็บทั้งอายกับการกระทำของชายหนุ่ม

พยายามดิ้นเต็มแรงขืนกายออกจากวงแขนของแข็งแกร่งสุดแรงจนสำเร็จ

ตอนนี้เขารู้สึกว่าร่างทั้งร่างมันร้อนวูบวาบไปหมด

หัวใจเต้นถี่เป็นกลองรัวแทบหยุดไม่ได้ ในหัวมันมึนไปหมดแล้วอยู่ๆสติก็ดับวูบลง

“มาซายะ..................”เคนยะตกใจรีบถลาตัวเข้ามารับร่างไร้สติเข้ามาในวงแขนทันที

“เฮ้..............มาซายะเป็นไรไปตื่นสิ

”เคนยะพูดพร้อมกับตบเบาที่แก้มนุ่มเรียกสติแต่เด็กหนุ่มยังคงหลับไหลไม่ได้สติเช่นเคย

เขาค่อยๆช้อนตัวร่างบางอุ้มกลับเข้าไปในบ้านอย่างทะนุถนอม

“หืม ตัวเบาชะมัดเลย”

เคนยะค่อยๆวางร่างเล็กลงบนเตียงนุ่มช้าๆ

“แกล้งแรงเกินไปรึเปล่านะเรา เด็กหนอเด็ก”เคนยะบ่นกับตัวเองพร้อมกับยิ้มมองไปที่ร่างบางที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา

ริมฝีปากบางแดงก่ำจากการกระทำของเขาอย่างเห็นได้ชัดจนเผลอที่จะเอามือไปแตะดูไม่ได้

เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเผยให้เห็นผิวขาวอมชมพูของเด็กหนุ่มชัดเจนทำให้เขาชะงักหยุดมองไปชั่วขณะ

“แล้วจะยังไงกับเสื้อผ้าที่มันเปียกดีละเนี่ย

ขืนปล่อยไว้อย่างนี้มีหวังไม่สบายแน่ๆ”เคนยะมองเสื้อที่เปียกน้ำค้างจนชุ่มของเด็กหนุ่ม

อยู่นานจึงตัดสินใจเปลี่ยนชุดให้เด็กหนุ่มเอง

“ไหนดูซิมีชุดอะไรพอใส่ได้บ้าง”เคนยะเปิดตู้เสื้อผ้าเห็นเสื้อผ้าแขนวนอยู่สองสามชุดจึงเลือกตัวที่ท่าทางใส่สบายๆมาหนึ่งชุด

“โทษนะ”เคนยะค่อยๆประคองตัวเด็กหนุ่มลุกขึ้นแล้วซ้อนตัวเองอยู่ด้านหลังให้ร่างบางนั่งพิงแผ่นอกของเขาแล้วแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตที่เหลืออยู่ออกกองไว้ที่พื้นแล้วหยิบเสื้อที่เตรียมไว้ข้างๆตัวมาสวมแทนอย่างยากลำบากแล้วค่อยๆวางร่างบางที่เตียงตามเดิม

ทีนี้ก็กางเกงละนะเอาไงดีล่ะ

เคนยะพิจาจรณาแล้วค่อยๆถอดกางเกงขายาวขนาดพอดีตัวของเด็กหนุ่มออกช้าๆหยิบผ้าห่มผืนใหญ่คลี่ห่มให้แล้วจัดการถอดเจ้าตัวจิ๋วชิ้นสุดท้ายออกสวมกางกางนอนตัวหลวมให้แทน

“เฮ้อเสร็จซะที

เธอนี่มีบุญนะเกิดมาฉันยังไม่เคยทำให้ใครอย่างนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย”เคนยะพูดพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มไปที่จมูกโด่งรั้นของเด็กหนุ่มเบาๆอย่างเอ็นดู

แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กซับน้ำจนชุ่ม

ค่อยๆบรรจงเช็ดคราบน้ำตาออกให้เบาๆจนหมดเหลือแต่ใบหน้าเกลี้ยงใสปรากฏให้เห็น

เคนยะใช้หลังมือลูบที่แก้มนุ่มเบาๆค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปจูบที่หน้าผากมนแผ่วเบา

“อือ............ผมรักพ่อฮะ

งึมๆ”ร่างบางครางเบาๆในลำคอพร้อมกับกุมมือชายหนุ่มแน่นยิ้มกริ่มเหมือนฝันดี

+++++++++++++++++++++++++++

05

“เฮ้................”เคนยะพยายามดึงมือออกช้าๆแต่ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มกอดแขนเขาแน่นขึ้นไปอีก

“พ่อฮะ”เด็กหนุ่มครางงึมงำๆอย่างเป็นสุข

แล้วอยู่ๆก็ตะโกนเสียงดังเหมือนกำลังฝันร้าย

“อย่า คุณเคนยะ อื้อ”ร่างบางละเมอส่ายหัวไปมาเหงื่อแตกเต็มหน้าผาก

เคนยะเอนตัวลงไปกอดร่างนุ่มเข้าไว้ในวงแขนแข็งแกร่งของเขารู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ

จัดแจงปาดเหงื่อที่หน้าผากให้จนเด็กหนุ่มสงบลงในที่สุดกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

เด็กหนุ่มคงตกใจกลัวอย่างมากจากการกระทำของเขาเมื่อครู่จนเก็บเอามาฝัน

เขาพิศมองใบหน้านวลนิ่งเนิ่นนาน ไม่กล้าขยับตัวกลัวเด็กหนุ่มจะตื่นขึ้นมา

ไม่รู้จะทำไงจนใจปล่อยให้ร่างเล็กกอดเขาเหมือนหมอนข้างต่อไปแล้วเอนตัวลงนอนข้างเด็กหนุ่มจนหลับไปในที่สุด

ยามเช้าที่แสงแดดอ่อนๆสาดส่องเข้ามาภายในห้องผ่านหน้าต่างบานใหญ่กระทบใบหน้าทำให้ร่างเล็กค่อยๆลืมตาทีละนิดๆ

รู้สึกเหมือนมีใครบางคนนอนอยู่ข้างๆกอดเขาไว้ในวงแขนแน่น

มาซายะตกใจรีบเงยหน้ามองทันที ภาพที่เห็นทำให้เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง โอกามิ

เคนยะนั่นเอง

“เป็นไปได้ไงเนี่ย ฝันร้ายตั้งแต่เช้าขนาดนี้เลยหรือเราฮะๆ”มาซายะหัวเราะเหมือนไม่เชื่อรีบใช้มือทั้งสองข้างตบแก้มตัวเองแรงๆ

“โอ้ย ก็เจ็บนี่นา เอ๊ะรึนี่เป็นฝันซ้อนฝัน

ไม่ได้ๆต้องรีบนอนบรึ้ย............”ว่าแล้วมาซายะก็รีบล้มตัวลงไปนอนอีกครั้งหลับตาปี๋

ชายหนุ่มเห็นปฏิกิริยาของร่างเล็กแล้วก็อดขำไม่ได้

“ทำอะไรของเธอน่ะตลกเป็นบ้า”เคนยะหัวเราะเสียงดัง

“ฮะ นี่ไม่ใช่ฝันจริงๆ ด้วยคุณเข้ามาอยู่ในห้องผมได้ไงเนี่ย

ออกไปนะ”มาซายะลืมตาทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะของคนข้างๆ

รีบผลักชายหนุ่มให้พ้นตัวใบหน้าแดงจัดด้วยความอายที่ชายหนุ่มเห็นการกระทำโง่ๆของเขาจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนีไปจากตรงนี้เสียจริงๆ

“อยู่ๆก็มาไล่ ทีเมื่อคืนกอดฉันไม่ยอมปล่อย

ฉันยังไม่ว่าอะไรเธอเลยนะ”ชายหนุ่มยิ้มกริ่มมองใบหน้าแดงจัดของร่างเล็กด้วยความเอ็นดู

“ผมไปกอดคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่ามาตู่นะ”

“อ้าวแล้วใครกันล่ะ ที่นอนกอดฉันอย่างกับฉันเป็นหมอนข้างส่วนตัวอย่างงั้นแหละ”เคนยะยิ้มมองหน้าเด็กหนุ่มนิ่ง

“จะยังไงก็ช่างเถอะคุณออกไปได้แล้วผมจะเปลี่ยนเสื้อผ้า”พูดพลางดันชายหนุ่มให้ลงจากเตียงของเขา

“เฮ้ยทำไมผมใส่ชุดนี้ล่ะเนี่ย”มาซายะตกใจเพิ่งสังเกตว่าตัวเองไม่ได้ใส่ชุดเดิม

“ฉันเปลี่ยนให้เองแหละ แหมเธอนี่ก็รูปร่างเซ็กซี่ยั่วยวนไม่เบานะ

ทำเอาฉันแทบยั้งอารมณ์ไม่อยู่แน่ะ”เคนยะพูดพลางใช้สายตาพิจารณาร่างตรงหน้าจนเด็กหนุ่มรีบคว้าผ้าห่มมาปิดแทบไม่ทัน

ริมฝีปากหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยน

“คุณ...................หยาบคายที่สุดออกไปนะ”มาซายะขยับเข้าไปกะจะทุบแรงๆที่อกของชายหนุ่มแต่ถูกกระชากเข้าไปในวงแขนแข็งแกร่งทันทีจนรู้สึกได้ถึงแผ่นอกกว้างชัดเจน

มาซายะหน้าแดงฉ่ารีบขืนกายออกแต่กลับถูกกอดกระชับแน่นขึ้นอีกจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของชายหนุ่ม

ลมหายใจอุ่นๆปะทะต้นคอจนเขารู้สึกสะท้าน

“ทำตัวไม่น่ารักเลยนะเธอนี่

เอะอะๆก็จะทำร้ายร่างกายฉันอยู่เรื่อย”เคนยะหอมเรือนผมหอมกรุ่นของร่างข้างใต้ไม่รู้ทำไมไม่อยากห่างร่างนุ่มนิ่มตรงหน้าแม้แต้น้อย

“คุณต่างหากที่รังแกผม ปล่อยผมนะจะบ้ารึไง”มาซายะอายจนร้อนไปทั้งหน้าใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่ออยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มผู้นี้

“ถ้าอยากให้ปล่อยก็ขอร้องฉันดีๆเผื่อบางทีฉันอาจใจอ่อนก็ได้นะ”

“อะไรกันคุณนี่ทำไมนิสัยเสียอย่างนี้ คุณเป็นคนกอดผมเองนะปล่อยเซ่”

“พูดอย่างนี้แปลว่าจะไม่ยอมดีๆใช่ไหม”เคนยะกระซิบข้างหูน้ำเสียงเย็นเยือกจนมาซายะรู้สึกขนลุก

“ใช่ ปล่อยผมสิเรื่องอะไรต้องเชื่อคุณด้วยไม่ทราบ”ร่างเล็กดิ้นไม่หยุด

“ก็ดีเหมือนกัน ถ้าฉันทำอะไรลงไปจะได้ไม่รู้สึกผิด

ยิ่งคนดื้อรั้นอย่างเธอด้วยแล้วฉันยิ่งชอบ”

เคนยะพูดพลางไซร้ที่ต้นคอของร่างเล็กเบาๆ

“นี่หยุดนะ ทำอะไรของคุณน่ะ”

“อ้าวก็ฉันบอกให้เธอขอร้องฉันดีแต่เธอไม่ยอมนี่นา

มันก็มีแค่วิธีนี้เท่านั้นล่ะมั้งที่จะทำให้เธอยอมเชื่อฟังฉัน”ชายหนุ่มหยักยิ้มมุมปากมองเด็กหนุ่มอย่างพอใจ

“ก็ได้ๆ”มาซายะจำใจยอมอย่างช่วยไม่ได้ หากไม่ยอมคราวนี้มีหวังไม่รอดแน่ๆ

“ก็ได้อะไร”เคนยะยิ้มดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผู้ชนะแล้ว

“คุณ...................เอ่อ.................”

“อะไรล่ะก็พูดมาสิ ขืนชักช้าฉันไม่รับรองนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“คุณเคนยะปล่อยผมเถอะ

ผมขอร้อง”มาซายะอ้อมแอ้มในลำคอก้มหน้าก้มตาด้วยความอายที่ต้องฝืนพูดเรื่องที่น่าอายอย่างนี้

“อะไรนะ พูดให้มันดังกว่านี้หน่อยสิ

ฉันหูไม่ดีไม่ค่อยได้ยินเลย”เคนยะแกล้งเด็กหนุ่มต่อ

“คุณเคนยะกรุณาปล่อยผมเถอะนะ ผมขอร้อง”มาซายะกลั้นใจตะโกนสุดเสียงใบหน้าแดงจัด

เขาเห็นชายหนุ่มตรงหน้ามองเหมือนจงใจยิ้มเยาะเขาเต็มที่จนอยากจะผลักให้กระเด็นตกเตียงไปซะเดี๋ยวนั้นแต่ก็ทำไม่ได้

“ปล่อยซะทีสิผมขอร้องคุณดีๆแล้วนะ”ร่างเล็กพยามยามสะบัดให้หลุดจากวงแขนของชายหนุ่มที่ยังกอดเขาไม่ปล่อย

“ดีมาก..................ทำตัวอย่างนี้ค่อยน่ารักหน่อย”เคนยะลากเสียงยาวค่อยๆจับเด็กหนุ่มให้หันมาเผชิญหน้าช้าๆ

“เรื่องเมื่อคืนฉันขอโทษที่แกล้งเธอแรงไปหน่อย

เธอจะให้อภัยหรือไม่มันก็เรื่องของเธอ

ฉันถือว่าหายกันแล้วที่เธอใช้ฉันเป็นหมอนข้างทั้งคืน”

“คนบ้า ออกไปนะ”มาซายะคว้าหมอนมาปาใส่หน้าชายหนุ่มกวนโมโหตรงหน้าอย่างแรงพร้อมกับผลักร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามจนผงะไปข้างหลัง

แล้วรีบคว้าหมอนอีกใบกะจะปาอีกสักทีแต่ชายหนุ่มลุกขึ้นหนีเสียก่อน

“ก็ได้ๆ รุนแรงไม่เปลี่ยนเลยนะเธอนี่”เคนยะเดินไปที่ประตูแล้วหันมายิ้มน้อยๆ

“รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะล่ะ

เมื่อคืนปล้ำกับฉันมาทั้งคืนจนเนื้อตัวมอมแมมไปหมดแล้วดูซินั่น”ชายหนุ่มพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลงแกมหยอก

“บ้า ออกไปซะที”มาซายะคว้าหมอนเขวี้ยงใส่ชายหนุ่มเต็มแรงใบหน้าแดงก่ำ

แต่ชายหนุ่มเปิดประตูออกไปเสียก่อน

“บ้าๆๆๆๆๆๆ.............บ้าที่สุด คนอะไรหน้าไม่อายพูดเรื่องอย่างนี้ได้หน้าตาเฉย

ทุเรศที่สุด”มาซายะเดินไปล็อคประตูเพื่อให้แน่ใจว่าชายหนุ่มจะไม่กลับเข้ามาอีก

ตอนนี้ในใจมันเต้นแรงแทบหยุดไม่ได้เมื่อนึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มคนนี้

คนที่เขาเกลียดแสนเกลียดไม่อยากมองหน้าด้วยซ้ำไป

“เราเป็นอะไรไปเนี่ย

ไม่ได้ไม่ได้ชักเหลวไหลใหญ่แล้ว”เด็กหนุ่มสะบัดหัวไปมาไล่ความคิดฟุ้งซ่านก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำเปิดฝักบัวราดหัวให้เย็นลงจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว

++++++++++++++++++++++++++++++

06

มาซายะอาบน้ำแต่งตัวนานพอสมควร

เสร็จแล้วจึงลงมาข้างล่างแต่หยุดลงที่ชั้นสุดท้ายสายตาสอดส่ายหาชายหนุ่มร่างใหญ่แต่ไม่พบทำให้เขาโล่งใจขึ้นเป็นกอง

“เฮ้อ ทางสะดวก”เด็กหนุ่มลงบันไดมาอย่างเริงร่าจนถึงชั้นล่างเห็นหญิงชราร่างท้วมอายุราวๆซัก 60 ยืนยิ้มอย่างใจดีเหมือนรอเขาอยู่จึงปรี่เข้าไปทักทันที

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าคุณคือ”มาซายะทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มตามนิสัย

“ดิฉันชื่อ ชิโอริเป็นแม่บ้านที่นี่ค่ะ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณมาซายะ”หญิงชราตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเช่นกัน

“คุณรู้ชื่อผมได้ไง”เด็กหนุ่มทำท่าแปลกใจ

“นายท่านบอกให้ดิฉันคอยดูแลคุณ

เชิญนั่งค่ะ”เธอพูดพร้อมกับจะลากเก้าอี้ให้แต่มาซายะหยุดไว้ก่อน

“ขอบคุณครับเดี๋ยวผมจัดการเอง”มาซายะจัดแจงกับที่นั่งตัวเองเรียบร้อย

“แล้ว..................”มาซายะพูดไม่อยากเอ่ยชื่อชายหนุ่ม”

“อ๋อ นายท่านออกไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วล่ะค่ะ

เห็นคุณเอนโดเดินไปตามท่าทางรีบร้อนคงมีธุระด่วนบอกให้คุณทานได้เลยไม่ต้องรอค่ะ”หญิงชราอธิบาย

“แหมดีจัง วันนี้จะได้ทานข้าวให้อร่อยซะที”

“คุณไม่ชอบนายท่านหรือคะ”หญิงชราเห็นเด็กหนุ่มทำหน้าเบ้เมื่อพูดถึงชายหนุ่ม

“ก็อะไรทำนองนั้น”มาซายะอึ้งนิดหน่อยก่อนตอบเสียงเรียบตักอาหารใส่ปากเหมือนไม่สนใจ

“นายท่านเป็นคนดีนะคะมีจิตเมตตา

เมื่อก่อนท่านเคยช่วยเหลือฉันจนทำให้ฉันยังมีตัวตนอยู่ได้จนถึงเดี๋ยวนี้”เธอพูดเสียงค่อยลงกว่าเมื่อครู่น้ำเสียงสั่นจนมาซายะสังเกตได้หันมาสบตาคู่สนทนาทันที

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ”เด็กหนุ่มลุกจากเก้าอี้เข้าไปปลอบเธอให้นั่งลง

“ไม่เป็นไรค่ะเชิญคุณทานต่อเถอะค่ะ”หญิงสาวหน้าเศร้าเมื่อนึกถึงความหลัง

“มีอะไรเล่าให้ผมฟังได้นะครับเผื่อคุณชิโอริจะสบายใจขึ้น”

“จะรบกวนคุณเปล่าๆนะคะ”หญิงชราทำท่าเกรงใจ

“ไม่หรอกครับ

ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้ผมก็อยากช่วย”เด็กหนุ่มนั่งลงข้างๆรับฟังคนตรงหน้าอย่างจริงใจ

“ขอบคุณค่ะ”หญิงชรายิ้มน้อยๆก่อนเล่าเรื่องราวของเธอให้เด็กหนุ่มฟัง

“เมื่อก่อนดิฉันอาศัยอยู่กับสามีและลูกชายหนึ่งคนวัย 2 ขวบแถบชานเมือง

ถึงแม้จะไม่ร่ำรวยอะไรแต่ก็มีความสุขมากๆ เลยล่ะค่ะช่วยกันปลูกผักทำไร่ไปตามประสา

สามีดิฉันรักที่ดินผืนนี้มากเพราะเป็นมรดกตกทอดจากคุณพ่อของเขา

มีนายทุนสนใจติดต่อขอซื้อหลายครั้งแต่สามีดิฉันเขาไม่ขายแม้คนพวกนั้นจะให้ราคาที่สูงเพียงใดก็ตาม

คนพวกนั้นก็เลย...............”หญิงชราไม่ทันพูดต่อก็ร้องไห้โฮออกมาซะก่อน

มาซายะรีบหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้ทันที เธอรับมาพลางขอบคุณแล้วค่อยๆเล่าต่อไป

“พวกเขาคงเจ็บใจเลยพาคนมาเผาบ้านไม่เหลือทั้งหลัง

สามีและลูกของดิฉันถูกจับมัดไว้ที่ต้นเสาถูกเผาตายทั้งเป็นในกองไฟ

คืนนั้นดิฉันกลับไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัดกว่าจะกลับมาก็ตอนสายๆในวันรุ่งขึ้น

ภาพที่เห็นทำให้ฉันแทบช็อค

พวกเขาไหม้ดำเป็นตอตะโกอยู่ที่ต้นเสากลางบ้านดิฉันเสียใจมากร้องไห้เหมือนคนเสียสติเข้าไปโอบกอดศพสามีและลูกชาย

จนตำรวจเข้าไปดึงตัวออกมา

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นแล้วฉันหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้วตัดสินใจที่จะตายตามสามีและลูกไป

ตั้งใจจะกระโดดสะพานที่เต็มไปด้วยสายน้ำไหลเชี่ยวกราก แต่ก็มาเจอกับนายท่าน

ท่านรีบกระโดดเข้ามาคว้าตัวฉันไว้ได้ทัน

บอกให้รู้ว่าการมีชิวิตอยู่นั้นมีค่าแค่ไหนเราต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อทำในสิ่งที่เราอยากทำแต่ไม่ได้ทำนี่สิสำคัญ

หลังจากนั้นดิฉันก็หมดสติไปรู้ตัวอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ไม่เห็นนายท่านเลย

เขาให้ลูกน้องคอยเฝ้าฉัน

ดิฉันพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลนานหลายเดือนรวมทั้งฟื้นฟูสภาพจิตใจจนหายเป็นปกติในที่สุด

ค่ารักษาพยาบาลท่านก็กรุณาออกให้โดยไม่ต้องใช้คืนใดๆทั้งสิ้น

นายท่านทำให้ฉันมีชีวิตใหม่อีกครั้ง

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นฉันตัดสินใจที่จะทดแทนบุญคุณนายท่านโดยการมาเป็นแม่บ้านที่นี่

จนเดี๋ยวนี้ฉันไม่คิดถึงเรื่องนั้นอีกแล้วล่ะค่ะ”

“ไม่น่าเชื่อ คนอย่างคุณเคนยะเนี่ยนะ”

“เห็นท่านอย่างนั้นๆ ท่านเป็นคนดีน่านับถือคนหนึ่งเชียวนะคะ

คุณอยู่ไปเรื่อยก็จะรู้เองแหละค่ะ”

“ผมอาจไม่ได้อยู่จนถึงวันนั้นก็ได้”เด็กหนุ่มงึมงำๆกับตัวเอง

“ว่าอะไรนะคะ”หญิงชราถามย้ำได้ยินไม่ถนัดแต่สังเกตเห็นใบหน้าเด็กหนุ่มสลดลงเล็กน้อย

“เปล่าครับ”เด็กหนุ่มตอบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มเหมือนเดิม

“เอ่อ คุณชิโอริครับผมมีเรื่องอยากรบกวนสักหน่อยจะได้ไหมครับ”

“อะไรหรือคะ”หญิงชรายิ้มให้อย่างเอ็นดูเด็กหนุ่มตรงหน้า

ใบหน้านวลเข้ากับดวงตากลมโตของร่างเล็กได้อย่างเหมาะเจาะยิ่งทำให้เด็กหนุ่มดูน่ารักกว่าเด็กสาวทั่วๆไปเสียด้วยซ้ำ

“ผมอยากให้คุณชิโอริช่วยพาผมไปชมธรรมชาติแถวๆนี้หน่อยน่ะครับ

ตั้งแต่มาวันแรกผมก็รู้สึกชอบที่นี่มากๆเลยแต่ยังไม่มีโอกาสสักที

“แหมได้สิคะ”

“งั้นไปกันเลยครับผมอยากเห็นเต็มทีแล้ว”เด็กหนุ่มทำท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็กๆได้ของถูกใจ

“อ้าวอิ่มแล้วหรือคะ”หญิงชราถามเมื่อเห็นเด็กหนุ่มทานไปได้นิดเดียว

“ครับ ไปกันเถอะครับ”มาซายะฉุดมือหญิงชราออกไปทันที

“ช้าๆก็ได้ค่ะคุณเดี๋ยวก็หกล้มไปหรอก”เด็กหนุ่มปล่อยมือเธอวิ่งไปข้างหน้าสูดอากาศแสนบริสุทธิ์ยามเช้าเข้าไปเต็มปอด

“ฮ้า...................สดชื่นดีจริงๆเลยนะครับ”มาซายะชื่นชมธรรมชาติรอบๆที่เต็มไปด้วยต้นไม้หลากชนิด

แข่งกันผลิดอกหลากสีสันเต็มต้นดูละลานตาไปหมด

“แหมที่นี่สวยจริงๆเลยนะครับ”

“ถ้าชอบก็อยู่นานๆสิคะ”เธอยิ้มรู้สึกชอบในความไร้เดียงสาของเด็กหนุ่ม

“เจ้าของบ้านเขาคงจะไม่เต็มใจให้ผมอยู่เท่าไหร่หรอกครับ เขาเกลียดผมจะตายไป”

“ทำไมคุณคิดอย่างนั้นล่ะคะ ดิฉันว่านายท่านไม่ได้คิดอย่างนั้นหรอกค่ะ

คุณรู้มั้ยคะนายท่านไม่เคยพาใครหรือผู้หญิงคนไหนมาที่นี่แม้แต่คนเดียว

ดิฉันเห็นคุณยังแปลกใจเลยค่ะ”

“คุณชิโอริไม่รู้นะสิครับว่าเขาพาผมมาที่นี่เพราะอะไร”มาซายะทำหน้าเศร้าเมื่อนึกถึงชายหนุ่มผู้ตกเป็นหัวข้อสนทนา

“ช่างมันเถอะครับ

ไปดูทางนั้นกันดีกว่า”เด็กหนุ่มชวนเมื่อเห็นลานกว้างอยู่ลิบๆข้างหลังคฤหาสน์หลังงาม

“ตรงนั้นอะไรหรือครับคุณชิโอริ”มาซายะพูดพลางเดินตรงไปอย่างสนใจ

“อ๋อ สนามขี่ม้าน่ะค่ะ

นายท่านโปรดปรานการขี่ม้าเป็นพิเศษมักหาโอกาสมาขี่ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง”หญิงชราอธิบายพลางชี้ไปที่คอกม้าข้างๆที่อยู่ไม่ไกลสนามสักเท่าไหร่

“น่าสนใจจังผมชักอยากลองขี่บ้างแล้วล่ะสิ”

“คุณขี่เป็นหรือคะ”เธอถามอย่างสนใจ

“ไม่เป็นหรอกครับแต่อยากลองดูสักครั้งน่ะ ได้ไหมครับ”มาซายะพูดแกมขอร้อง

“แต่คุณยังขี่ไม่เป็น ดิฉันเกรงว่านายท่านคงจะไม่อนุญาตเป็นแน่”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับผมจะระวัง

ถ้าเกิดอะไรขึ้นผมจะรับผิดชอบเอง”หญิงชราเห็นเด็กหนุ่มยืนกรานก็อดใจอ่อนไม่ได้

“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่ต้องระวังให้มากๆนะคะเกิดอะไรขึ้นกับคุณนายท่านดุดิฉันตายเลยค่ะ”

“ครับ เชื่อฝีมือผมได้เลย”

“งั้นไปเลือกม้ากันเถอะค่ะ”หญิงชราพาเด็กหนุ่มเดินตรงไปยังคอกม้าทันที

ในนั้นมีม้าหลายพันธุ์

แต่ละตัวล้วนดูสง่าแตกต่างกันออกไป

ถึงแม้เขาจะไม่เคยศึกษาหรือเรียนรู้เรื่องม้ามาก่อน

แต่เขาก็รู้ได้อย่างทันทีว่าม้าพวกนี้ล้วนเป็นม้าพันธุ์ดีทั้งสิ้น

ส่วนใหญ่จะเป็นม้าที่โตแล้วทั้งนั้น แต่ตัวที่เขาสะดุดตาที่สุดก็คือ

เจ้าม้าตัวดำสีเข้มรูปร่างสูงใหญ่ผิดกับตัวอื่นอย่างเห็นได้ชัด

ขนมันเงาเป็นเลื่อมมองๆแล้วดูสง่ากว่าตัวอื่นๆหลายเท่า

แต่สายตาไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ยืนเคี้ยวหญ้าเหมือนกำลังมีความสุข

“ตัวนี้ชื่อเรียวนาร์ด ค่ะ เมื่อก่อนมันเป็นม้าพยศชนิดที่ใครก็แตะต้องไม่ได้เลย

แต่ในที่สุดนายท่านก็ปราบพยศมันจนได้

ตอนนี้มันยอมให้นายท่านขี่ได้เพียงคนเดียวเท่านั้นแหละค่ะ

มีหลายคนเคยลองขี่แล้วถูกมันดีดจนตกลงมาบาดเจ็บสาหัสแทบทุกรายหลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าขี่มันอีกเลย”

“แหมขนาดม้ายังนิสัยเหมือนเจ้านายเลยนะ”มาซายะพูดเหมือนเหน็บแนมมองไปที่เจ้าม้าหน้าไม่รับแขกเหมือนเจ้าของ

แล้วจ้องตามันเขม็งทำยังกับเห็นม้าเป็นหน้าชายหนุ่มขี้เก๊กอย่างนั้นแหละ

เจ้าม้ามองหน้าเด็กหนุ่มตอบทำท่าฟึดฟัดๆส่ายหัวไปมาไม่หยุดเหมือนต้องการท้าทาย

ทำให้เด็กหนุ่มนึกอยากเอาชนะขึ้นมาทันที

“ชนะคนไม่ได้ ชนะม้าก็ยังดีฟะ”เด็กหนุ่มคิดในใจ

“คุณชิโอริครับผมจะลองขี่เจ้านี่”เด็กหนุ่มยิ้มหันไปมองเจ้าม้าที่กำลังคึกอย่างท้าทาย

“ไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวคุณเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไงกันละคะ

เจ้าเรียวนาร์ดมันพยศมากคุณยังขี่ม้าไม่เป็นเลยอันตรายมากนะคะ”หญิงชราทำท่าตกใจปฏิเสธเสียงแข็งขึ้นมาทันที

“ไม่หรอกครับ ผมจะระวังที่สุด คุณชิโอริอย่าเป็นห่วงไปเลยครับ”

“แต่ว่า”หญิงชราสองจิตสองใจกลัวเกิดอันตรายกับเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่อยากอนุญาต

แต่ดูเหมือนว่าจะห้ามไม่ได้ซะแล้ว

“นะครับ”เด็กหนุ่มสายตาอ้อนวอน

“ ระวังนะคะ”หญิงชราอ่อนใจกับความดื้อรั้นของเด็กหนุ่มจำใจยอมจนได้

ชิโอริเรียกคนดูแลม้าให้พาเจ้าเรียวนาร์ดออกมาให้เด็กหนุ่มพร้อมกับกำชับให้คอยดูแลอย่าให้ห่าง

“ค่อยๆนะครับ”คนเลี้ยงม้าพยุงให้เด็กหนุ่มขึ้นไปบนหลังเจ้าเรียวนาร์ดที่ยืนสูงกว่าระดับหัวของเขาซะอีก

ทีแรกมันทำท่าจะไม่ยอมยกสองเท้าหน้าขึ้นสูงจนเด็กหนุ่มแทบตกลงมา

แต่มาซายะคว้าสายบังคับไว้ได้ทันซะก่อน

“จะลองดีกับชั้นใช่มั้ยเรียวนาร์ด”เด็กหนุ่มตบข้างคอเจ้าม้ายโสเบาๆเชิงท้าทายรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

“จับสายบังคับม้าไว้ให้แน่นๆนะครับจะได้ไม่ตก”ชายหนุ่มแนะนำร่างเล็กในใจวิตกกังวลไม่น้อยกลัวเจ้าเรียวนาร์ดจะออกฤทธิ์จนทำให้เด็กหนุ่มได้รับอันตราย

“ไปได้รึยังครับ” มาซายะตื่นเต้นอยากลองปราบเจ้าม้าพยศนี่เต็มแก่แล้ว

“ครับช้าๆนะครับเดินไปพร้อมกับผมเลย”ชายหนุ่มบอกพร้อมกับจูงเจ้าเรียวนาร์ดออกตัวช้าๆ

เรียวนาร์ดพามาซายะเดินไปได้ครึ่งสนามโดยไม่มีอาการจะพยศแม้แต่น้อยทำให้เด็กหนุ่มได้ใจโบกไม้โบกมือให้คนที่อยู่ข้างสนามอีกฝั่งสบายใจ

“ ไหนเขาว่าแกพยศนักพยศหนาสงสัยคงแค่ราคาคุยละมั้ง

ใช่มั้ยเรียวนาร์ด”มาซายะหัวเราะเบาๆเหมือนเป็นผู้ชนะ

เรียวนาร์ดทำเฉยหันมามองเด็กหนุ่มบนหลังเขาเล็กน้อยเหมือนไม่อยากใส่ใจจนมาซายะนึกฉุน

ทันใดนั้นเจ้าเรียวนาร์ดก็กระทืบเท้าสะบัดเด็กหนุ่มเบาๆสองทีจนเกือบตกลงมาเหมือนจงใจแกล้ง

แล้วถีบตัวกระชากสายหลุดจากมือของชายเลี้ยงม้าพาเด็กหนุ่มวิ่งไปข้างหน้าอย่างเร็วท่ามกลางอาการตกใจของคนที่อยู่รอบๆ

มาซายะตกใจสุดขีดหัวใจแทบหลุดมาอยู่ที่ตาตุ่มคว้าสายบังคับแทบไม่ทัน

เอนตัวไปกอดคอเจ้าม้าพยศไว้เพื่อไม่ให้ตกลงไป

“นี่แกตั้งใจจะแกล้งชั้นใช่มั้ย”มาซายะตะโกนเสียงดังแข่งกับเสียงลมที่พัดปะทะหน้าอย่างแรงแต่เจ้าม้ายิ่งวิ่งเร็วกว่าเก่าไม่สนใจเขา

“ก็ดีดูซิว่าใครจะแน่กว่ากัน”มาซายะพยายามตั้งตัวให้ตรงจับสายบังคับไว้แน่นบังคับให้เจ้าม้าคึกตัวนี้หยุดวิ่ง

ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

เรียวนาร์ดเหมือนรู้

ร้องฮี้ๆเสียงดังลั่นเชิงท้าทายพาเด็กหนุ่มกระโดดข้ามรั้วสูงเป็นเมตรวิ่งออกนอกสนาม

ท่ามกลางความโกลาหลของคนอื่นที่พยายามช่วยกันหยุดมัน

“วู๊.................ฮะๆ.................สนุกเป็นบ้าเลย”มาซายะหัวเราะด้วยความสะใจไม่เคยรู้สึกทั้งตื่นเต้นทั้งสนุกอย่างนี้มาก่อนในชีวิต

“ไปเลยเรียวนาร์ด”มาซายะกระตุกสายให้ม้าวิ่งไปเรื่อยๆความกลัวเมื่อกี้หายไปแทบไม่เหลือ

“ชั้นชักชอบแกขึ้นมาซะแล้วสิเจ้าเรียวนาร์ด”

“ตอนนี้แกอาจยังไม่ชอบชั้น แต่ต่อไปฉันจะทำให้แกชอบชั้นให้ได้คอยดู”มาซายะยิ้มร่ารู้สึกถูกใจเจ้าม้านี่อย่างบอกไม่ถูก

แต่แล้วเจ้าเรียวนาร์ดก็เบรคกระทันหันสองเท้าทะยานขึ้นฟ้าจนมาซายะตั้งตัวไม่ทันตกลงมาอย่างแรง

“โอ้ย......................”เสียงแขนเขากระทบกับพื้นดินดังกร๊อบใบหน้าขูดกับหินเป็นรอยเล็กน้อยแต่หัวเข่าถลอกเลือดออกมากจนไหลซึมออกมานอกกางเกง

“ว้ายคุณมาซายะ......”ชิโอริอุทานอย่างตกใจเมื่อเห็นสภาพเด็กหนุ่ม

“เป็นอะไรรึเปล่าคะ”หญิงชราถามอย่างเป็นห่วงรีบสำรวจร่างกายเด็กหนุ่มทันที

“ไม่เป็นไรมากหรอกครับ”มาซายะหน้าเบี้ยวรู้สึกเจ็บแขนขึ้นมาจับใจ

“ดูซิเนี่ยหัวเข่าเลือดออกใหญ่เลย”พูดพลางถลกขากางเกงขึ้นจนเห็นแผล

“โอ้ย..............เบาๆหน่อยครับอู้ย”มาซายะอุทาน

“เห็นไหมคะบอกว่าอย่าไปขี่มันก็ไม่เชื่อ ได้แผลจนได้

ดีนะที่เจ้าเรียวนาร์ดมันหยุดทันไม่งั้นมีหวังตกลงไปในเหวทั้งคนทั้งม้าแล้ว”

“หวา..................จริงๆด้วยสูงชะมัดยาดเลย”เด็กหนุ่มพูดพลางมองลงไปที่ก้นเหวลึกนึกขอบใจเรียวนาร์ดที่เบรคทัน

“ขอบใจแกมากนะเรียวนาร์ดที่แกช่วยชีวิตชั้นไว้”เด็กหนุ่มพูดพลางมองไปที่เจ้าม้าหน้าหยิ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆเขาเหมือนเป็นห่วง

เจ้าม้าดูท่าจะรู้สะบัดหน้าเมินเล็กน้อยทำให้มาซายะอดขำไม่ได้

“รู้แล้วๆ คราวหลังมาสนุกกันใหม่นะ”มาซายะใช้มือแตะขาม้าหนุ่มเบาๆเป็นเชิงขอบคุณ

เรียวนาร์ดสะบัดหางไปมาเป็นการตอบรับรู้สึกถูกใจเด็กหนุ่มไม่น้อยเช่นกัน

“ไปกันเถอะค่ะ”หญิงชราประคองเด็กหนุ่มขึ้นรถช้าๆพร้อมกับสั่งให้คนจูงเรียวนาร์ดไปไว้ที่คอกตามเดิม

รู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีที่นึกถึงหน้าเจ้านาย

“ไปนะเรียวนาร์ด”มาซายะโบกมือบ๊ายบายเจ้าม้าก่อนขึ้นรถไป

ชิโอริค่อยๆประคองร่างเล็กให้นั่งลงช้าๆที่โซฟาตัวใหญ่กลางบ้านแล้วรีบโทรศัพท์รายงานเจ้านายทันที

“ตรื๊ด...........”เสียงโทรศัพท์ดังหนึ่งครั้งพร้อมกับเสียงชายหนุ่มกรอกเสียงตอบรับ

“ว่าไง”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเป็นประโยคแรก

“เกิดเรื่องแล้วค่ะ

คุณมาซายะตกม้า...................”หญิงชรารายงานด้วยความตื่นเต้นปนกลัว

“ว่าไงนะ”เคนยะตวาดเสียงลั่นจนทุกคนในวงสนทนาหันมามองเป็นตาเดียว

“ขอโทษค่ะคือ เจ้าเรียวนาร์ด”

“เรียวนาร์ด”เคนยะเบิ่งตากว้างท่าทางตกใจอย่างมาก

“ขอโทษค่ะดิฉันไม่ดีเอง”หญิงชราเสียงอ่อย

“ช่างเถอะชั้นจะรีบกลับเดี๋ยวนี้

อ้อโทรตามทาเคชิด่วน”เคนยะเสียงดุสั่งพร้อมกับปิดเสียงโทรศัพท์ทันทีด้วยอารมณ์หงุดหงิดเต็มที่

“เอนโดเดี๋ยวนายจัดการทางนี้ด้วย ฉันจะรีบกลับไปที่บ้านก่อน”ชายหนุ่มเอ่ยกับคนสนิท

“มีอะไรกันเหรอครับ”

“อย่าเพิ่งถามตอนนี้เลยฉันรีบ”

“อ้อแล้วกลับไปบอกกับเจ้านายแกด้วยว่า

ถ้าไม่ใช้คืนตามกำหนดละก็ชั้นไม่ปล่อยเอาไว้แน่”ชายหนุ่มหันมาบอกกับคู่สนทนาก่อนรีบร้อนออกไป

“เดี๋ยวครับ”เสียงชายคนนั้นเรียกตามหลังเคนยะที่กำลังบิดกุญแจสตาร์ทรถสปอร์ตสีแดงสดป้ายแดงใหม่เอี่ยมแล้วพุ่งตัวออกไปอย่างแรงเสียงดังสนั่น

สร้างความแปลกใจให้กับเอนโดเป็นอย่างมาก

เพราะไม่เคยเห็นเขารีบร้อนดูวุ่นวายใจอย่างนี้มาก่อน

ผิดกับเมื่อเช้าที่จะดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเสียด้วยซ้ำ

“ขอผลัดไปอีกหน่อยไม่ได้หรือครับ

เจ้านายผมเดือดร้อนจริงๆนะครับ”ชายคนนั้นหันมาพูดกับเอนโดแทน

“ไม่ได้ คุณเคนยะว่ายังไงก็ตามนั้น ไม่มีการผ่อนผันใดๆทั้งสิ้น”เอนโดยื่นคำขาด

“กลับไปได้แล้ว”เสียงชายหนุ่มพูดเกือบตวาดกับชายตรงหน้า

“แก...................ไอ้พวกหน้าเลือด

จำไว้พวกแกไม่ตายดีแน่”ชายตรงหน้าทำท่าจะเข้ามาทำร้ายเอนโดแต่ถูกลูกน้องหลายคนเข้ามาจับตัวไว้ซะก่อน

“ปล่อยมันไป”เสียงดุสั่ง

ชายคนนั้นสะบัดแขนให้หลุดจากชายร่างใหญ่สองคนที่จับแขนเขาไว้แน่นจัดแจงจัดสูทชุดหรูของเขาให้เข้าที่ตามเดิม

เชิดหน้าเดินออกไปอย่างท้าทายเชิงอาฆาต

“นายมันมีอิทธิพลแถวนี้ไม่ใช่น้อย จับตาดูพวกมันไว้อย่าให้คลาดสายตา

ท่าทางมันจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆแน่ มีอะไรรีบมารายงานฉันด่วน”

“ครับ”เสียงลูกน้องรับคำพร้อมเพรียง

++++++++++++++++++++++++