Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

รักในรอยแค้น

by ling_noi

07

เสียงรถเบนซ์คันโก้สีบรอนด์เงินจอดหน้าคฤหาสน์อย่างรีบร้อนพร้อมชายหนุ่มมาดเท่ห์รูปร่างสูงใหญ่ผิวขาวหน้าตาหล่อเหลา

ผมสั้นถูกจัดทรงให้เรียบดูดีเหมาะกับเจ้าของ

ชายหนุ่มก้าวออกมาจากรถพร้อมกล่องเครื่องมือปฐมพยาบาลใบใหญ่

“มีใครเป็นอะไรหรือครับคุณชิโอริ”ชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาที่หญิงชราที่ยืนรออยู่หน้าคฤหาสน์หน้าตาดูกังวลกว่าปรกติหลายเท่า

“คุณหมอทาเคชิ เชิญทางนี้เร็วๆค่ะ”หญิงชรารีบฉุดมือชายหนุ่มเข้าไปในบ้านทันที

“นี่ค่ะ”ชิโอริผายมือนอบน้อมไปทางเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โซฟา

ทันทีที่เห็นทาเคชิถึงกับตะลึงภาพเด็กหนุ่มร่างเล็กน่ารัก

ใบหน้าหวานเหมือนเด็กสาวมันดูมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

เขาเคยเห็นเด็กหนุ่มหน้าสวยมาก็มากต่อมากแล้วแต่ไม่มีใครสวยเพรียวลมเท่าเด็กหนุ่มผู้นี้มาก่อนแม้แต่คนเดียว

แถมดวงตากลมโตสีดำสนิทที่จ้องมองมาทางเขา

ยังแทบทำให้เขาไม่อยากจะละสายตาไปจากเด็กหนุ่มผู้นี้แม้แต่น้อย

“สวัสดีครับ”เด็กหนุ่มยิ้มทักตามมารยาท

“คะ...ครับสวัสดีครับ”ทาเคชิตื่นจากภวังค์รีบรับคำร่างเล็กทันที

“ผมมาซายะครับ”เด็กหนุ่มแนะนำตัวยิ้มแย้มชักมือข้างขวาที่เจ็บออกมาเพื่อแสดงความรู้จัก

“ทาเคชิ ครับ”ชายหนุ่มเช็คแฮนจับมือนุ่มเบาๆเป็นเชิงทักทาย

“อ๊ะ................”มาซายะครางเมื่อรู้สึกเจ็บที่แขนข้างขวาของเขา

“เจ็บแขนข้างนี้เหรอครับ”ชายหนุ่มรีบประคองแขนเล็กขึ้นมาตรวจดูอาการ

“บวมน่าดูเลยนะครับเนี่ยสงสัยจะถูกกระแทกอย่างแรง”ชายหนุ่มวิเคราะห์ไปตามสภาพ

“คุณมาซายะแกตกม้าน่ะค่ะ”

“ตกม้าเหรอครับ”ชายหนุ่มอุทานท่าทางตกใจ

“ค่ะ เจ้าเรียวนาร์ดน่ะค่ะ”

“เรียวนาร์ดเชียวเหรอครับ”

“คือผมอยากลองขี่มันดูน่ะครับ”มาซายะยิ้มเจื่อนเมื่อเห็นท่าทางทุกคนเป็นห่วง

“เจ้าเรียวนาร์ดมันเป็นม้าพยศขนาดนั้นคุณนี่ใจกล้าไม่เบาเลยนะครับ”ชายหนุ่มยิ้มแทบไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มร่างเล็กผู้นี้จะกล้าขี่หลังเจ้าเรียวนาร์ดม้าใหญ่ดุดันของเพื่อนสนิทตัวเอง

รู้สึกสนใจในตัวเด็กหนุ่มขึ้นมาทันที

“สงสัยแขนจะเดาะน่ะครับ

เดี๋ยวผมจะทายาคลายความปวดให้”ชายหนุ่มพูดพร้อมกับหยิบยาในกระเป๋าออกมาทาให้ร่างบางสังเกตเห็นผิวเนียนนุ่มชัดเจน

“เบาๆนะครับ ปวดสุดๆเลย”

“ครับ”ทาเคชิยิ้มเห็นเด็กหนุ่มหน้าเบ้เมื่อเขาสัมผัสถูกตรงที่ปวด

“เสร็จแล้วละครับเดี๋ยวผมเข้าเฝือกที่แขนให้

ชายหนุ่มหยิบผ้าพันแผลผืนยาวค่อยๆบรรจงพันรอบลำแขนเล็กช้าๆอ้อมผ่านลำคอยาวระหงส์ของร่างเล็กแผ่วเบารู้สึกได้ถึงความหอมอ่อนๆจากร่างตรงหน้าชัดเจน

“เอาละครับเสร็จแล้ว”

“ขอบคุณครับ ค่อยยังชั่วขึ้นมาหน่อยเฮ้อ......................”มาซายะยิ้มกว้าง

“ทีนี้ก็ที่หน้าแล้วก็ที่ขาละครับดูสิเลือดไหลเยอะเชียว”ทาเคชิหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดแผลที่หน้าผากและขาเอาคราบเลือดออกจนสะอาดแล้วใส่ยาที่แผลปิดผ้าก็อตเรียบร้อย

ดวงตากลมโตจ้องเขาไม่วางตามันดูน่ารักเสียจนอดยิ้มไม่ได้

“กลัวเหรอครับ”ทาเคชิถามยิ้มๆ

“เอ่อ........ก็นิดหน่อย”มาซายะตอบหน้าแดง

“เสร็จแล้วครับ”

“ขอบคุณนะคะคุณหมอ”ชิโอริเอ่ยหน้าคลายความกังวลไปมาก

“คราวหลังต้องระวังกว่านี้นะครับ อย่าปล่อยให้ซนจนเป็นแผลอีกล่ะครับ”

“ผมไม่ใช่เด็กๆนะครับคุณหมอนี่ยังไง”เด็กหนุ่มทำท่าน้อยใจที่ใครๆก็มองเขาเป็นเด็กไปซะหมด

“ขอโทษครับ ผมแค่หยอกเล่นเห็นคุณน่ารักดี”ชายหนุ่มพูดเชิงรุก

“อะไรนะครับ”มาซายะทำหน้างงกับคำพูดของชายหนุ่ม

“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ

เดี๋ยวต้องไปดูคนไข้ที่โรงพยาบาลอีกแล้วพรุ่งนี้ผมจะเข้ามาดูอาการคุณแต่เช้านะครับ”

“ขอบคุณครับ”มาซายะทำท่าจะลุกขึ้นไปส่งแต่ทาเคชิเข้าไปประคองให้นั่งลงตามเดิมสองแขนโอบร่างเล็กในวงแขนแน่น

“เอ่อ............คุณหมอ”มาซายะเอ่ยเชิงเตือนให้ชายหนุ่มปล่อยเขาออกจากวงแขน

“อ๊ะ.........ผมไปนะครับไม่ต้องส่ง”ทาเคชิจำใจปล่อยร่างเล็กนุ่มนิ่มในวงแขนยิ้มหวานก่อนเดินออกไป

“ดิฉันเดินไปส่งนะคะ”ชิโอริพูดพลางเดินตามชายหนุ่ม

“ขอบคุณครับ”

เสียงรถอีกคันขับเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ด้วยความเร็วสูงแล้วเบรคอย่างแรงเสียงดังสนั่น

ชายในรถเปิดประตูก้าวออกมาด้วยความรีบร้อนแทบไม่มีเวลาปิดประตูรถ

“ไงไอ้เสือ”หมอหนุ่มเอ่ยทัก

“เออ”ชายหนุ่มตอบสั้นๆ

“เป็นไงบ้าง”เคนยะเริ่มเข้าประเด็นทันที

“ปลอดภัยแล้ว ไม่เป็นไรมากหรอก

แผลถลอกที่หัวเข่ากับแขนเดาะน่ะ”ชายหนุ่มอธิบายเสียงเรียบ นึก

แปลกใจกับท่าทางของเพื่อนสนิทที่ดูกังวลเรื่องหนุ่มน้อยในบ้านเป็นพิเศษ

“ชั้นไปก่อนนะพรุ่งนี้จะมาดูอาการให้แต่เช้า”ชายหนุ่มยิ้มตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ

“เออ ขอบใจ”เคนยะตอบสั้นๆเดินเข้าไปข้างในทันที

“เป็นไงบ้างล่ะเจ้าเด็กหัวดื้อจอมอวดดี

ขยันหาเรื่องใส่ตัวจริงนะเธอน่ะ”เคนยะหยุดยืนที่ร่างตรงหน้าสายตาคมมองสภาพเด็กหนุ่มไม่วางตาด้วยความโมโห

“คุณเคนยะ”มาซายะตกใจเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่ม

“ก็ยังไม่ตายหรอก คุณคงผิดหวังล่ะสิ”มาซายะตอบกวนๆจ้องหน้าชายหนุ่มเขม็ง

“ก็คงงั้น”ชายหนุ่มพูดเสียงเย็นมุมปากยิ้มหยันเต็มที่แอบเห็นเด็กหนุ่มหน้าเศร้าลงไปทันที

“เห็นทีชั้นต้องลงโทษคุณชิโอริเสียหน่อยแล้ว

ดูแลกันยังไงปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปได้”ชายหนุ่มเริ่มกลับมาทำเสียงดุเหมือนเดิม

“ขอโทษค่ะนายท่านดิฉันยอมรับผิดทุกอย่าง”ชิโอริหน้าเสียก้มหน้าก้มตายอมรับโทษแต่โดยดี

“อย่านะครับ คุณชิโอริไม่ผิด ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายดึงดันจะขี่เจ้าเรียวนาร์ดเอง

อย่าลงโทษคุณชิโอริเลยนะครับ”เด็กหนุ่มออกรับแทนสารภาพความผิด

“ฉันยังไม่บอกให้เธอออกความเห็นอย่าเพิ่งพูด”เคนยะหันมาตวาดร่างเล็กเสียงดัง

“แต่ผมจะพูด เรื่องนี้ผมเป็นคนผิดคนเดียวคุณชิโอริไม่เกี่ยว

จะลงโทษก็มาลงที่ผมนี่”มาซายะตอบโต้ไม่กลัวเสียงตวาดของชายหนุ่ม

“อวดดี อวดดีจริงๆ...................”เคนยะเค้นเสียงรอดไรฟันสุดทนกับความดื้อรั้นของร่างเล็ก

“อยากรับโทษแทนคนอื่นนักใช่ไหม ได้ฉันจะให้เธออย่างสาสม”ชายหนุ่มแบกร่างเล็กพาดบ่าก่อนหันมาสั่งลูกน้องที่อยู่หน้าประตู

“จะทำอะไรของคุณน่ะ

ปล่อยผมลงนะโอ้ย”มาซายะร้องประท้วงเมื่อแขนข้างขวาของเขาถูกชายหนุ่มกระชากอย่างแรงจนเจ็บร้าวไปหมด

“แกสองคนเดี๋ยวไปที่คอกม้าบอกให้สั่งอดอาหารเจ้าเรียวนาร์ดสามวันห้ามให้มันกินอะไรทั้งนั้น

ใครขัดคำสั่ง ชั้นจะยิงมันให้ดิ้นตายเหมือนหมาข้างถนนเลยคอยดู”เคนยะพูดท่าทางโมโหสุดขีดจนคนอื่นหน้าเสียไปตามๆกันไม่เคยเห็นชายหนุ่มโกรธรุนแรงอย่างนี้มาก่อน

“ครับ”ลูกน้องรับคำตาลีตาลานออกไปตามคำสั่งชายหนุ่ม

“คุณทำอย่างนี้ไม่ได้นะ เจ้าเรียวนาร์ดมันช่วยชีวิตผมไว้”ร่างเล็กดิ้นไปมาไม่หยุด

“อย่ามาสั่ง ฉันพูดอะไรต้องเป็นไปตามนั้นรู้ไว้ซะด้วย”

“ไอ้บ้าโหดร้ายที่สุด ปล่อยผมลงนะผมไม่อยากอยู่กับคนป่าเถื่อนอย่างคุณ

ผมจะกลับบ้าน”มาซายะน้ำตาไหลอาบแก้มทุบหลังชายหนุ่มอย่างแรงสุดกำลังสงสารเจ้าม้าหนุ่มขึ้นมาจับใจ

“เธอยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นถ้าฉันไม่อนุญาตจำไว้เจ้าเด็กหัวดื้อ”เคนยะพูดพลางแบกร่างเล็กขึ้นไปชั้นบน

“นายท่าน”หญิงชราเดินตามมาด้วยความเป็นห่วงเด็กหนุ่ม

“อย่าขึ้นมาจนกว่าชั้นจะเรียก”เคนยะตวาดเสียงดังพร้อมสายตาดุดันเอาจริงจนต้องหยุดชะงักไม่กล้าขัดคำสั่งชายหนุ่ม

“คุณชิโอริ ช่วยผมด้วย”มาซายะตะโกนเสียงดังมือข้างซ้ายทุบหลังชายหนุ่มไม่หยุด

“โธ่คุณมาซายะ”หญิงชรารู้สึกสงสารเด็กหนุ่มขึ้นมาจับใจแต่ก็จนใจที่จะช่วยเมื่อเห็นอารมณ์โกรธของผู้เป็นเจ้านาย

ร่างเล็กถูกเหวี่ยงลงไปที่เตียงอย่างแรงอย่างไม่ปราณีปราศัยจากชายหนุ่มตรงหน้า

“โอ้ย......เบาหน่อยสิผมเจ็บนะ”

“มันก็สาสมแล้วนี่กับความดื้อรั้นของเธอ”ชายหนุ่มพูดพลางทาบทับลงมาบนตัวเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็วอารมณ์เดือดพล่านแทบจะเผาร่างตรงหน้าให้มอดไหม้ภายในพริบตาได้เลยทีเดียว

“คุณจะทำอะไรของคุณเนี่ย ออกไป”ร่างเล็กโวยเมื่อน้ำหนักตัวของชายหนุ่มทับอยู่บนตัวเขาแทบทั้งหมดหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

“ชั้นจะทำให้เธอรู้ว่าการไม่เชื่อฟังคำสั่งฉันผลมันจะเป็นยังไง”เคนยะไม่พูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไปจัดแจงบดเบียดริมฝีปากเข้ากับเรียวปากหวานนุ่มสีชมพูตรงหน้าอย่างดุเดือดจนร่างเล็กน้ำตาซึมหายใจแทบไม่ทัน

แขนข้างซ้ายดึงเสื้อเชิ้ตสีดำของชายหนุ่มจากข้างหลังพยายามยกเข่าข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บขึ้นมาดันร่างใหญ่ให้ออกไปแต่ไม่เป็นผล

กลับทำให้ชายหนุ่มกอดเขาแน่นขึ้นไปอีกร่างทั้งร่างแทบกระดิกตัวไม่ได้เลย

รสสัมผัสแผ่วหวานจากริมฝีปากร่างเล็กทำให้ชายหนุ่มรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากพยายามสอดลิ้นเข้าไปหาความหวานนุ่มละเมียดละไมภายในจากร่างตรงหน้าจนสำเร็จ

มาซายะเจ็บร้อนไปหมดทั้งริมฝีปากและร่างกายน้ำตาไหลอาบแก้มหยดลงบนที่นอนเป็นทางรู้สึกน้อยใจที่ชายหนุ่มทำกับเขาเหมือนเขาเป็นที่ระบายอารมณ์โกรธของตนเองยิ่งคิดยิ่งรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งอก

เคนยะถอนริมฝีปากบางแผ่วเบาจูบซับหยาดน้ำตาของร่างข้างใต้อย่างอ่อนโยนละเรื่อยลงมาถึงซอกคอนุ่มหอมกรุ่นยากที่จะสะกดใจ

ริมฝีปากร้อนยังคงซุกไซ้ประทับจูบที่เรียวคอระหงส์ของร่างเล็กไม่หยุดจนเห็นเป็นรอยแดงชัดเจน

“ฮึก.................ฮึก”เสียงร่างเล็กสะอื้นไห้แผ่วเบา

“เป็นไรไป หมดฤทธิ์แล้วหรือไง”เคนยะหยุดการกระทำจ้องหน้าร่างเล็กนิ่ง

มาซายะเอียงหน้าหลบสายตาคมชองชายหนุ่มไม่พูดไม่จาเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่เป็นพักๆ

“ชั้นถามทำไมไม่พูด ”เคนยะลดเสียงลงจากเมื่อครู่เมื่อเห็นสภาพร่างเล็ก

“ผมรู้ว่าคุณเกลียดผม

แต่ไม่คิดว่ามันจะมากมายขนาดนี้”มาซายะกัดริมฝีปากแน่นยิ่งพูดก็ดูเหมือนว่าน้ำตาจะยิ่งพรั่งพรูไหลออกมาจนแทบหยุดไม่ได้

ในใจแทบแหลกสลาย

“ชั้นพูดหรือไงว่าเกลียดเธอน่ะ”เคนยะประคองร่างเล็กให้หันมาสบตา

“ถึงไม่พูดผมก็รู้

คุณกลั่นแกล้งทำร้ายจิตใจผมสารพัดอย่างนี้”ร่างเล็กน้ำตาไหลไม่หยุด

ความจริงเขาไม่อยากให้ชายหนุ่มเห็นความอ่อนแอของเขาด้วยซ้ำแต่ไม่รู้ทำไมมันซ่อนไม่อยู่ทุกที

“มาซายะ.................”เคนยะเอ่ยเสียงนุ่มรู้สึกสงสารร่างเล็กจับใจทั้งที่มันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นอะไรไปมันรู้สึกห่วงใยหวงแหนอย่างบอกไม่ถูก

ยอมรับว่าร่างเล็กตรงหน้ามีอิทธิพลต่อชีวิตเขาไม่น้อย

“ขอโทษที่ทำรุนแรงกับเธอเมื่อครู่

นิ่งซะนะ”เคนยะปาดหยดน้ำตาให้ร่างเล็กช้าๆพร้อมประทับจูบทีหน้าผากมนและดวงตาฉ่ำชื้นแผ่วเบา

“อื้อ”มาซายะหลับตาพริ้มรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด

เขาไม่เคยเห็นท่าทางอ่อนโยนของชายหนุ่มอย่างนี้มาก่อนคิดไปๆหนังตาก็ค่อยหนักลงๆจนเห็นหน้าชายหนุ่มเลือนรางแล้วหลับไปในที่สุด

“หลับซะแล้วเจ้าเด็กหัวดื้อ

สงสัยจะเหนื่อยเต็มที่”เคนยะลูบเส้นผมนิ่มไปมาอย่างอ่อนโยนมองใบหน้าหวานนิ่งด้วยความเอ็นดูแล้วก้มลงไปประกบจูบที่ริมฝีปากแดงรื้นอีกครั้งก่อนลุกขึ้นหยิบผ้าห่มผืนใหญ่ห่มให้ร่างเล็ก

“หลับให้สบายนะ ราตรีสวัสดิ์”เคนยะเอ่ยเบาๆที่ริมหูแล้วค่อยๆเดินอย่างเงียบที่สุดออกจากห้องไป

+++++++++++++++++++++++++++++

08 .....

มาซายะค่อยๆลืมตาตื่นช้าๆในตอนเช้า

ภาพแรกที่ปรากฏคือสายตาอันอ่อนโยนของใครบางคนที่ดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

“ตื่นแล้วเหรอ”เคนยะเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม

“.................................”มาซายะไม่ตอบเมื่อปรากฏชัดว่าชายตรงหน้าเป็นใครรีบเบี่ยงหน้าหนีทันทีความน้อยใจเมื่อคืนแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ

“โกรธฉันมากหรือไง”เคนยะตามไปหอมแก้มนุ่มสังเกตเห็นรอยแดงเมื่อคืนที่เขาประทับไว้ที่ต้นคอเด็กหนุ่มชัดเจน

ยิ่งมองทำให้เขายิ่งหลงร่างเล็กตรงหน้ามากขึ้นทุกที

ทั้งๆที่เด็กหนุ่มคนนี้ทั้งดื้อแสนดื้อไม่เคยเชื่อฟังเขาเลยสักครั้งแต่นั่นก็ถือเป็นส่วนน่ารักของเขาไม่น้อยทีเดียว

“อ๊ะ..............คุณทำอะไรของคุณเนี่ย”มาซายะหน้าแดงรีบผลักใบหน้าคมออกด้วยใจระทึก

“ก็เธอไม่ตอบ แกล้งให้ฉันพูดคนเดียวอยู่ได้เป็นบ้าเป็นหลัง

ฉันไม่ใช่คนบ้าซะหน่อยนี่”เคนยะจับมือเล็กนุ่มขึ้นมาหอมต่อ

“ทำไมจะไม่ใช่คุณนั่นแหละทั้งบ้าทั้งร้ายกาจที่สุด

ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยเจอใครโหดร้ายเท่าคุณมาก่อนเลย”

“ที่ฉันร้ายกาจอย่างนี้เธอคิดว่ามันเพราะใครกันล่ะ”

“นี่คุณจะว่าผมอีกแล้วใช่ไหม”ร่างเล็กเริ่มน้ำตาคลอ

“ไม่ใช่อย่างนั้น เธอนี่ไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าตัวเองทั้งดื้อทั้งซนแค่ไหน

รู้ไหมเมื่อวานฉันเป็นห่วงเธอแค่ไหน ถ้าหากเธอเป็นอะไรไปฉันจะทำยังไง”

“ทำไมคุณต้องเป็นห่วงผมด้วย ถ้าผมตายไปซะได้

คุณก็น่าจะดีใจถึงจะถูกไม่ใช่เหรอ”มาซายะเริ่มงงไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดอย่างนี้จากปากชายหนุ่ม

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็ใช่ ฉันแทบอยากจะฆ่าเธอให้ตายด้วยมือของฉันเองด้วยซ้ำ”

“จะฆ่าผมตอนนี้ก็ยังไม่สายไปหรอกนะ

โอกาสของคุณแล้วนี่ผมเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้คงไม่มีแรงไปขัดขืนคุณหรอก”ร่างเล็กเสียงสั่นน้อยๆน้ำตาพาลจะไหลเสียดื้อๆ

“จะให้ฉันทำอย่างนั้นได้ยังไงกันเล่า

ในเมื่อฉัน......................ฉัน................”เคนยะไม่กล้าพูดแต่คิดว่าเขาคงจะหลงรักเด็กหนุ่มตรงหน้าเข้าซะแล้ว

“ช่างเถอะเอาเป็นว่าฉันยังไม่อยากให้เธอตายตอนนี้ก็แล้วกัน”

มาซายะได้ยินคำพูดร้ายๆจากปากชายหนุ่มน้ำตาปริ่มไหลอาบแก้มแต่แทบไม่ได้ยินเสียงสะอื้นที่เขาพยายามกลั้นสุดฤทธิ์

ตอนนี้ในใจมันเจ็บร้าวไปหมดอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเลยทีเดียว

เขารู้ตัวเองดีว่าไม่ได้อยู่ในฐานะที่ชายหนุ่มจะให้ความสำคัญอะไร

แต่ความรู้สึกมากมายที่เขามีต่อชายหนุ่มผู้นี้โดยที่ตัวเองก็ไม่รู้จะทำยังไงกับมันนี่สิยิ่งทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดทุกทีที่ได้ยิน

“ร้องไห้อีกแล้ว เป็นผู้ชายเขาไม่ร้องกันหรอกนะ”เคนยะปาดน้ำตาที่สองแก้มนุ่มอย่างอ่อนโยนรั้งร่างเล็กให้หันกลับมาสบตา

“อย่ามายุ่งกับผม”มาซายะปัดมือชายหนุ่มออกพยายามสะกัดกั้นไม่ให้น้ำตาไหลอีกริมฝีปากแดงสั่นระริก

“เจ็บใจมากรึไงที่โดนฉันว่า แต่ฉันก็ดีใจนะที่เธอร้องไห้เพราะฉัน

ดูซิเนี่ยจมูกแดงยังกับลูกตำลึงไม่มีผิด”เคนยะใช้นิ้วจิ้มไปที่จมูกโด่งรั้นอย่างเอ็นดูภาพร่างเล็กน่ารักตัวสั่นน้อยๆ

ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสทำให้เขาอดใจไว้แทบไม่อยู่อยากจะดึงตัวเข้ามากอดเสียเดี๋ยวนั้น

“คนใจร้าย ทำไมคุณถึงใจร้ายอย่างนี้..................ผมเกลียดคุณ”มาซายะรัวกำปั้นใส่แผ่นอกชายหนุ่มไม่ยั้ง

“มาซายะ หยุด.........ฟังฉันพูดก่อน”เคนยะพยายามคว้าข้อมือเล็กแต่เด็กหนุ่มไม่ฟัง

“ไม่หยุด ผมไม่หยุด ผมไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้น”มาซายะน้ำตานองหน้าไม่อยากได้ยินอะไรจากคนตรงหน้าทั้งสิ้น

เคนยะทนไม่ไหวอีกต่อไปรัดร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแน่นอย่างแสนรัก

ดูเหมือนว่าร่างเล็กจะเข้าใจเขาผิดไปกันใหญ่

“คุณเคนยะปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ”มาซายะพยายามดันชายหนุ่มออกทั้งน้ำตา

“ไม่ฉันไม่ปล่อยเธอไปอีกแล้ว รู้ไหมฉันทรมานใจแค่ไหนที่เห็นเธอเป็นอย่างนี้”

“ผมไม่เห็นว่าคุณจะทรมานตรงไหนสักหน่อย ปล่อยผมสิ”

“ทรมานซิ ตรงนี้ไง...........ตรงนี้ได้ยินไหม”เคนยะกดร่างเล็กแนบอกตอนนี้หัวใจเขาเต้นแรงแทบหลุดออกมาข้างนอก

“ได้ยินใช่ไหม ตรงนี้แหละที่มันทรมานเข้าใจหรือเปล่า”เคนยะร้อนรุ่มไปทั้งอกอยากระบายสิ่งที่อยู่ภายในอกให้เด็กหนุ่มผู้นี้ได้ยินเหลือเกิน

“คุณเคนยะ คุณ”มาซายะแทบไม่อยากเชื่อ

ตอนนี้เขาดีใจเป็นที่สุดความกังวลเมื่อครู่หายไปหมดแทบไม่เหลืออีกแล้ว

“ทีนี้เข้าใจรึยัง ฉันบอกเธอไปหมดแล้วนะ”เคนยะคลายอ้อมกอดเล็กน้อยดึงร่างเล็กขึ้นมาจูบหน้าผากอย่างอ่อนโยน

ดวงตากลมโตจ้องตาเขานิ่ง

“ตาเธอบอกฉันบ้างแล้วนะมาซายะ”

“อะไร..................ผมไม่มีอะไรจะบอกคุณนี่”มาซายะหน้าแดงรีบหลบสายตาคมของชายหนุ่มทันทีหัวใจเต้นตูมตามไปหมด

“ไม่จริงละมั้ง ฉันรู้นะว่าเธอรักฉัน”

“ไม่จริงคุณพูดเองเออเองทั้งนั้น”

“แล้วตรงนี้ละมันอะไร”เคนยะก้มหน้าแนบอกร่างเล็กได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัวชัดเจน

“ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ อย่างนี้ล่ะน้าที่เขาเรียกว่าเด็ก”

“ผมไม่ใช่เด็กนะ”ร่างเล็กเริ่มงอนผลักชายหนุ่มออกอีก

“ถ้างั้นก็พิสูจน์สิ”เคนยะยิ้มกระซิบริมหูแผ่วเบา

“จะให้ผมทำยังไงเล่าคุณถึงจะยอมเชื่อ”

“แค่ตอบคำถามฉันเท่านั้นก็พอ”เคนยะหยักยิ้มมุมปากจ้องตาคนตรงหน้า

“มาซายะเธอรักฉันมั้ย”

“........................................”มาซายะหน้าแดงก่ำเมื่อได้ยินคำถามของชายหนุ่ม

“ทำไมไม่ตอบล่ะ”เคนยะยิ้มกริ่ม

“ก็คุณเล่นถามแบบนี้จะให้ผมตอบยังไงถูก ผมก็อายเป็นเหมือนกันนะ”

“งั้นถ้าเธอไม่ตอบฉันจะถือว่าเธอรักฉันก็แล้วกัน”เคนยะดีใจที่ร่างเล็กตอบรับความรู้สึกของเขาเช่นกันรู้สึกเต็มตื้นไปหมดทั้งหัวใจ

“คุณขี้โกงนี่นา”มาซายะเบี่ยงหน้าหนีรู้สึกอายมากๆตอนนี้หน้าเขาคงแดงเป็นลูกตำลึงเป็นแน่หากยังคงจ้องสายตาร้อนรุ่มของชายหนุ่มต่อไป

“หรือเธอจะบอกเอง เอาสิฉันรอฟังอยู่นะ”เคนยะหัวเราะในลำคอใช้สายตาเจ้าเล่ห์แกมหยอก

“จ้างให้ผมก็ไม่พูดหรอก คนบ้า”

“ว่าฉันบ้าเหรอ เดี๋ยวฉันจะทำอะไรบ้าๆให้เธอดู

มานี่เด็กดื้อ”เคนยะรั้งร่างเล็กเข้ามากอด

“อ๊ะ...คุณเคนยะปล่อยผม

ผมเป็นคนเจ็บนะ”มาซายะดิ้นพยายามหาข้ออ้างให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดชายหนุ่ม

“ชั้นรักเธอนะมาซายะ”เสียงของชายหนุ่มกระซิบข้างหูทำให้ร่างเล็กหยุดดิ้นทันที

“คุณเคนยะ”มาซายะหน้าร้อนฉ่าไปหมดหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

“เป็นของฉันเถอะนะ”เคนยะพูดพลางค่อยๆเอนตัวเด็กหนุ่มนอนราบไปกับเตียงนุ่ม

“อ๊ะ”มาซายะหน้าแดงจนไม่รู้จะแดงยังไงแล้ว ภายในกายมันร้อนวูบวาบไปหมด

อายก็อายจนต้องหลบสายตาคมที่ดูอ่อนโยนแต่ก็แฝงไปด้วยความร้อนแรงแห่งอารมณ์ปรารถนา

“รู้ไหมตอนนี้เธอน่ารักแค่ไหน

ฉันจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้วนะ”ชายหนุ่มพูดพร้อมกับบดเบียดริมฝีปากเข้ากับเรียวปากอ่อนนุ่มสีชมพูตรงหน้าอย่างร้อนแรงดี่มด่ำ

สองมือจัดการแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวตัวเล็กออกอย่างรวดเร็วจนหมด

มาซายะพยายามหยุดแต่ก็ต่อต้านไม่ได้นานเมื่อลิ้นอุ่นร้อนสอดแทรกเข้าไปสำรวจหาความหวานนุ่มภายในอย่างช่ำชอง

มาซายะรู้สึกวาบหวามไปทั้งปากเมื่อเรียวลิ้นของชายหนุ่มสัมผัสกับลิ้นของเขาอยู่ภายในมือข้างซ้ายโอบรอบคอชายหนุ่มแน่น

เคนยะบดเบียดริมฝีปากนุ่มอยู่นานค่อยๆถอนออกอย่างอ้อยอิ่งปล่อยให้ร่างเล็กได้หายใจบ้าง

เขาเปลี่ยนมาจูบประทับบนสองแก้มนุ่มต่อแล้วค่อยๆต่ำลงมาที่ซอกคอนุ่มหอมกรุ่นซุกไซร้หาความหวานละมุนละไมจากร่างตรงหน้าอย่างหลงไหล

รอยจูบสีเรื่อที่ต้นคอเมื่อคืนยังปรากฏเด่นชัดตัดกับลำคอขาวเนียนมันดูสวยงามจนเขาอดที่จะฝากไว้อีกรอยไม่ได้

“อ๊ะคุณเคนยะ..............”มาซายะรู้สึกเสียวๆที่ต้นคอเมื่อชายหนุ่มฝังรอยไว้

“อา..........เคนยะซัง”มาซายะหายใจเข้าปอดพูดเสียงครางเครือในลำคอเต็มที

“มาซายะ.................”เคนยะกระซิบแผ่วเบาใช้ปลายลิ้นไล้เลียใบหูร่างเล็ก

“อือ”เคนยะเปลี่ยนมาบดเบียดริมฝีปากนุ่มอีกครั้งตามอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆแล้วค่อยๆไล้ปลายลิ้นเรื่อยมาจนถึงแผ่นอกขาวเนียนเรียบลื่นผิวขาวอมชมพูเปล่งปลั่งจากร่างตรงหน้าค่อยแดงเรื่อขึ้นเรื่อยๆจากการกระทำของเขาดูแล้วยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ร่างตรงหน้าอย่างยากสะกดใจ

เคนยะใช้มือใหญ่ปัดผ่านยอดอกสีชมพูเม็ดเล็กแผ่วเบาสร้างความกระสันให้เด็กหนุ่มไม่น้อยโอบรัดชายหนุ่มแน่นขึ้นกว่าเก่าผิวกายร้อนรุ่มดั่งเพลิง

เคนยะใช้มืออีกข้างลูบไล้แผ่นหลังขาวเนียนไปมาแล้วยกขึ้นเล็กน้อยก่อนประทับริมฝีปากลงไปที่ยอดอกสีชมพูนั้น

“อ๊า............เคนยะซังอย่าทำอย่างนั้น”มาซายะพยายามดันหน้าชายหนุ่มออกความรู้สึกแปลกๆที่เขาไม่เคยรู้จักเริ่มมีขึ้นมาทีละน้อยๆ

“มาซายะ............น่ารักเหลือเกิน”ชายหนุ่มงึมงำในลำคอปลายลิ้นสากยังทำหน้าที่ไม่หยุดที่ยอดอกเปลี่ยนสลับไปมาทั้งสองข้างอย่างย่ามใจไม่ลืมที่จะฝากรอยไว้ที่แผ่นอกบางเช่นเคย

เคนยะละต่ำลงมาเรื่อยปลายลิ้นสำรวจร่างตรงหน้าแทบจะไม่ตรงไหนเล็ดรอดไปได้

เรียวลิ้นอุ่นชื้นหยุดลงที่ร่องสะดือเล็กกลางลำตัวขาวเนียนเขาค่อยลากลิ้นวนรอบๆไปมาก่อนควานลึกไปภายใน

ร่างเล็กสะดุ้งผงกหัวขึ้นมองการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยใบหน้าแดงก่ำพยายามร้องประท้วงแต่ชายหนุ่มไม่ฟังยังคงปฏิบัติต่อไปไม่หยุด

“อย่า........อ้ะ”มาซายะใช้มือปิดปากพยายามกลั้นเสียงน่าอายที่เริ่มจะดังขึ้นทุกที

“อย่ากลั้นเอาไว้เลยเสียงเธอเพราะออก..............ฉันชอบนะ”เคนยะผงกหัวขึ้นมาประสานสายตากับร่างบางด้วยสายตาที่เร่าร้อนริมฝีปากยิ้มกริ่มเมื่อห็นร่างตรงหน้าขวยเขินมันน่ารักจนเขาบรรยายไม่ถูก

แล้วอยู่ๆก็ลาก่อนลงไปครอบครองส่วนกลางลำตัวของเด็กหนุ่มด้วยเรียวปากร้อนรุ่มจนร่างเล็กตั้งตัวไม่ติดส่งเสียงออกมาอย่างลืมตัวสายตายังคงจับจ้องไปที่ชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังเปลือยกายเหมือนกับเขาเผยให้เห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ

“อ๊า............อย่านะ

อย่าเคนยะซัง”มาซายะรีบถอยตัวหนีแต่ถูกชายหนุ่มรั้งสะโพกมนไว้แน่น

มาซายะครางแทบไม่ได้ศัพท์เมื่อรู้สึกถึงปลายลิ้นเรียบลื่นของชายหนุ่มที่กำลังสัมผัสกับส่วนกลางลำตัวของเขาไม่หยุด

“ปล่อยนะเคนยะซัง........ปล่อยผม”เสียงเล็กออกจากลำคอแทบไม่ได้ยินลมหายใจกระชั้นถี่ขึ้นๆเรื่อยๆร่างกายแทบไม่อยู่ในความควบคุม

เคนยะดึงสะโพกเล็กขึ้นสัมผัสช่องทางฉ่ำชื้นข้างใต้ด้วยปลายลิ้น

มาซายะบิดตัวไปมาด้วยความกระสันจากความรู้สึกที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน

“อ๊าเคน...........”

“มาซายะเป็นของฉันนะ”เคนยะรั้งเรียวขาเล็กทั้งสองข้างขึ้นพาดบ่าค่อยๆสอดแทรกกายเข้าไปทีละน้อยอย่ายากลำบาก

“โอ้ย..................เจ็บนะเคนยะซังปล่อย...........ผมเจ็บ”ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวพยายามถอยกายหนีแต่ไม่สำเร็จรู้สึกเจ็บปวดไปหมดทั้งร่างเมื่อชายหนุ่มพยายามดันเข้ามาน้ำตาไหลอาบแก้ม

“มาซายะ

ฉันรักเธอ”เคนยะกระซิบริมหูพยายามหยุดการกระทำอย่างยากลำบากเมื่อเห็นอาการทรมานของร่างเล็กเพราะตอนนี้อารมณ์ของเขาพุ่งถึงขีดสุดแล้วหากเขาไม่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งกับร่างตรงหน้าคงจะให้เขาคลั่งตายเป็นแน่

เขาก้มลงไปบดเบียดกับริมฝีปากเรียวเล็กแดงก่ำเพื่อคลายความเจ็บปวดให้ร่างเล็กสองมือคลึงเคล้นหน้าอกเล็กไปมา

แล้วกดแทรกเข้าไปจดสุดมาซายะพยายามร้องประท้วงแต่ริมฝีปากถูกประกบไว้แน่นจิกเล็บลงไปที่แผ่นหลังชายหนุ่มจนเลือดซึม

เคนยะแสนสงสารร่างตรงหน้าเป็นที่สุดแต่จะให้เขาหยุดตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้

มาซายะสะอื้นไห้ในลำคอแผ่วเบาความเจ็บเมื่อครู่ๆจางหายไปทีละน้อยเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอย่างอื่นเข้ามาแทนที่

เมื่อเคนยะเห็นว่าร่างเล็กพร้อมแล้วจึงค่อยๆขยับกายช้าๆเพื่อให้ร่างข้างใต้เคยชินเสียก่อนแล้วจึงเปลี่ยนเป็นเร็วในที่สุด

เวลาผ่านไปนานเท่าไรมาซายะไม่อาจทราบได้

รู้ตัวอีกทีก็เมื่อชายหนุ่มกระตุกเกร็งตัวครั้งสุดท้ายก่อนสายน้ำอุ่นจะพุ่งทะยานเข้าสู่ภายในตัวเขา

เคนยะถอนตัวออกช้าๆประคองร่างเล็กให้อยู่ในวงแขนด้วยลมหายใจเหนื่อยหอบเต็มทีเขารู้สึกถึงลมหายใจผ่าวร้อนของร่างข้างใต้

เคนยะประทับจูบที่หน้าผากมนของร่างเล็กอย่างแสนรักตอนนี้เขาเป็นเจ้าของร่างเล็กบอบบางนี้เต็มตัวแล้ว

“ฉันรักเธอมาซายะ”ชายหนุ่มกระซิบหอมเรือนผมนุ่ม

“ครับ”ร่างเล็กพึมพำโอบชายหนุ่มตอบด้วยความรักเช่นกัน

++++++++++++++++++

09 ....

“เจ็บมากมั้ยมือข้างนี้”เคนยะค่อยๆประคองแขนเล็กขึ้นดูอย่างเป็นห่วง

“หายเจ็บขึ้นเยอะแล้วละฮะ เพราะคุณหมอช่วยไว้แท้ๆ”

“ดีแล้วล่ะฉันจะได้สบายใจ”

“คุณเป็นห่วงผมด้วยเหรอ”มาซายะผงกหัวขึ้นมาสบตาใบหน้ายิ้มกริ่ม

“ทั้งห่วงทั้งหวงเลยล่ะจำเอาไว้”เคนยะลูบแก้มเนียนแผ่วเบารู้สึกเอ็นดูใบหน้าเป็นของเด็กหนุ่ม

ดึงร่างเล็กเข้ามากอดกระชับแน่นขึ้นอีก

ความร้อนจากกายทั้งสองแผ่ซ่านถึงกันจนรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ

“หนาวมั้ย”ชายหนุ่มดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ร่างเล็ก

“คุณกอดผมซะแน่นอย่างนี้มันอุ่นจนร้อนด้วยซ้ำ”ร่างเล็กแกล้งแหย่ตอนนี้เขารู้สึกเป็นสุขยิ่งนักกับความอ่อนโยนของชายหนุ่มตรงหน้า

“ไม่ชอบเหรอ”เคนยะหอมเรือนผมนุ่มแผ่วเบาอมยิ้มน้อยๆสองมือลูบไล้ที่แผ่นหลังขาวเนียนของร่างเล็กไปมา

“ก็เปล่าหรอกฮะ”มาซายะตอบหน้าแดงอย่างอายๆ

“มาซายะสัญญาได้ไหมว่าจะอยู่ที่นี่กับฉันตลอดไป”เคนยะเชยคางเล็กให้หันมาสบตา

“แต่คุณเกลียดผม เกลียดพ่อผม”ร่างเล็กนึกถึงเรื่องราวต่างๆน้ำตาเริ่มคลอเบ้า

ตอนนี้เขาแสนรักชายหนุ่มจับหัวใจ

แต่ฮานาบุชิผู้เป็นบิดาก็เป็นบุคคลที่เขารักไม่น้อยไปกว่าชายหนุ่มผู้นี้เช่นกันจนเขาไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วตอนนี้

“พ่อก็ส่วนพ่อ ลูกก็ส่วนลูกสิ”เคนยะหอมแก้มนุ่มปลอบร่างเล็ก

“ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกครับ

ตอนนี้คุณพ่อเหลือผมคนเดียวแล้วคุณแม่ก็เสียไปตั้งแต่ผมยังเด็กด้วยโรคมะเร็ง

ท่านแก่มากแล้วผมอยากคอยดูแลยามที่ท่านแก่เฒ่า”ร่างเล็กเสียงสั่นน้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม

“แล้วฉันล่ะใครจะดูแล เธอไม่ห่วงฉันหรือไง”ชายหนุ่มเสียงเข้มเล็กน้อยพูดเชิงตัดพ้อ

“อย่างคุณคงหาใครดูแลได้ไม่ยากหรอก คงมีผู้หญิงเป็นร้อยอยากอาสาดูแลคุณ”

“แต่ฉันไม่ต้องการ ฉันรักเธอคนเดียวเท่านั้นจำเอาไว้”

“พอผมจากไปคุณก็จะลืมผมไปเองแหละ”ร่างเล็กพูดเชิงน้อยใจ

“ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น”ชายหนุ่มพูดด้วยสายตาจริงจังโอบกอดร่างเล็กแน่นอย่างหวงแหน

“แต่”มาซายะไม่กล้าพูดต่อตอนนี้เงียบไว้คงดีกว่า

เขาคงตัดสินใจอะไรไม่ได้ในตอนนี้หากจะให้เลือกใครคนใดคนหนึ่งที่เขาแสนรักดั่งดวงใจทั้งสองคน

“มาซายะ.....”เคนยะกระซิบแผ่วเบาจูบหน้าผากมนอย่างหลงใหลแล้วเลื่อนลงมาบดเบียดริมฝีปากบางนุ่มเย้ายวนอีกครั้งเนิ่นนานจึงถอนออก

ใจจริงเขาอยากทำมากกว่านี้เสียอีกแต่ร่างเล็กยังบาดเจ็บอยู่มาก

“เดี๋ยวฉันเช็ดตัวให้นะ”ชายหนุ่มลุกขึ้นทั้งที่ไม่มีอะไรพันกายจนอะไรต่อมิอะไรชัดเจนเต็มสองตาเด็กหนุ่ม

“ว๊าก..........................คะ......คุณใส่เสื้อผ้าก่อน”มาซายะหน้าแดงก่ำรีบเอามือปิดตาทั้งสองข้าง(สงสัยกลัวกุ้งยิงตาแน่เลยอิ๊ๆ)

“อายอะไร เมื่อกี้ก็เห็นกันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ”เคนยะยิ้มกริ่มรู้สึกพอใจกับอาการอายจนหน้าแดงของร่างเล็ก

“บ้า อย่าพูดนะ ใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้”เคนยะยิ้มยักไหล่ถือกางเกงในเดินโทงเทงเข้าไปในห้องน้ำต่อหน้าต่อตาร่างเล็ก

“คนบ้า.......ไม่รู้จักอายผีสางเทวดาซะบ้าง

ฮึๆ”มาซายะหัวเราะในลำคอไม่คิดว่าชายหนุ่มจะเป็นคนขี้เล่นอย่างนี้ทั้งที่เมื่อก่อนเอาแต่ทำหน้าดุไม่เคยแม้สักครั้งที่จะแสดงความอ่อนโยนออกมาให้เห็น

มาซายะนึกอะไรเรื่อยเปื่อยไม่ช้าเคนยะก็ออกมาพร้อมกับอุปกรณ์เช็ดตัว

(ใส่เสื้อผ้าแล้วล่ะแต่เป็นกางเกงในตัวเดียวนะ) เคนยะเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ผิวสีแทน

กล้ามเนื้อเป็นมัดๆเหมาะกับผู้ชายวัยกลางคนแบบเขาไม่น้อยทีเดียวแถมยังหล่อคมเข้มมากๆจนเขาแอบนึกชมตั้งแต่แรกเห็น

เคนยะวางอ่างบนโต๊ะข้างๆหัวเตียงแล้วนั่งลงข้างเด็กหนุ่มบิดผ้าขนหนูจนหมาดหันมาดึงผ้าห่มที่มาซายะเอามาเป็นเกาะกำบังกายออก

แต่มาซายะไม่ยอมจึงเกิดการยื้อยุดกันอยู่นาน

“คุณจะทำอะไรของคุณเนี่ยปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”มาซายะหน้าแดงไม่ยอมให้ชายหนุ่มดึงออกไปง่ายๆ

“เธอนั่นแหละปล่อย

ฉันจะเช็ดตัวให้ไง”เคนยะยิ้มแกล้งดึงแรงกว่าเก่าจนแผ่นอกขาวนวลหลุดจากผ้าห่มผืนใหญ่อวดสายตาชายหนุ่ม

เคนยะยิ้มเจ้าเล่ห์เริ่มนึกอะไรบางอย่างออก

“หวา ปล่อยนะ ไม่ต้องผมจะเช็ดเอง เอามานี่”มาซายะปล่อยมือจากผ้าห่มด้วยความลืมตัวเอื้อมมือไปแย่งผ้าขนหนูจากมือชายหนุ่ม

ทันใดนั้นเคนยะได้ทีจึงรีบดึงผ้าห่มออกจากกายร่างเล็กเขวี้ยงลงไปกองที่พื้นให้ไกลเด็กหนุ่มจนสำเร็จปรากฎร่างขาวนวลอมชมพูดโค้งเว้าได้สัดส่วนต่อหน้าเขา

“อ๊า.............อย่านะเอามานี่

คนบ้าผมอายนะ”มาซายะตกใจใบหน้าร้อนฉ่าไปทั้งหน้ารีบใช้มือปิดของสำคัญอย่างรวดเร็วเท่าที่จะปิดได้

สุดแสนจะอายเป็นที่สุดกับสายตาเล้าโลมของชายหนุ่มมองมาที่เขาไม่วางตา

“ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรจะปิดแล้ว

ทีนี้จะยอมดีๆไหม”เคนยะยิ้มกรุ้มกริ่มสำรวจร่างเล็กตรงหน้า

“คุณไม่ต้องช่วยผมหรอก ผมทำเองได้จริงๆเลิกมองซะทีสิ หันไปนะ”

“ไม่ต้องอายหรอกน่า ฉันรู้จักทุกส่วนของเธอหมดแล้วนะ สวยจะตายไปไม่ต้องปิดหรอก”

“คุณไม่อายแต่ผมอายนี่”มาซายะพยายามขยับตัวไปหยิบผ้าห่มที่ดูเหมือนว่ามันจะไกลเกินเอื้อมเสียเหลือเกิน

“อ๊ะ..............เจ็บ”ร่างเล็กเซเกือบตกเตียงรู้สึกเจ็บส่วนหลังไปหมด

“มาซายะ................ระวัง”เคนยะตกใจรีบทะยานเข้าไปคว้าตัวร่างเล็กไว้ได้

“เป็นไงล่ะดื้อจนเกือบได้เรื่องแล้วเห็นไหม”เคนยะพูดเชิงดุ

“ก็ผมอายนี่คุณเล่นจ้องเอาจ้องเอาแบบนี้”

“ไม่เห็นจะเป็นไรนี่

ที่ฉันมองก็เพราะเธอน่ารักน่ากอดออกอย่างนี้”เคนยะกระชับร่างเล็กทางด้านหลังแน่นขึ้น

รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนจากร่างตรงหน้าทำให้อดนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่ได้

ภาพร่างเล็กที่ตัวสั่นน้อยๆใต้ร่างเขามันดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

“เอาอย่างนี้แล้วกัน เช็ดมันท่านี้แหละเธอจะได้ไม่อายดีไหม

ฉันสัญญาว่าจะไม่แกล้งเธออีกตกลงไหม”ชายหนุ่มหอมแก้มนุ่มไล่ละลงมาที่ซอกคอหอมกรุ่นไม่ห่าง

“.......................”ร่างเล็กไม่ตอบได้แต่พยักหน้าหงึกๆตอนนี้หน้าเขาแดงจนร้อนมาถึงใบหูแล้ว

“อย่างนี้สิถึงจะน่ารัก”เคนยะระบายยิ้มอย่างพอใจที่เด็กหนุ่มยอมว่าง่ายแต่โดยดี

เขาจัดการหยิบผ้าหมาดที่ตกอยู่ที่ที่นอนเมื่อครู่ค่อยๆบรรจงเช็ดเบาๆตั้งแต่หน้าผากแล้วเบามือลงบริเวณแผลวนเช็ดรอบๆอย่างนุ่มนวล

“เจ็บก็บอกนะ”ชายหนุ่มพูดเสียงนุ่มริมใบหูแล้วเริ่มเช็ดต่อไป

มาซายะพยักหน้าเป็นเชิงตอบรับพิงตัวไปที่แผ่นอกกว้างของชายหนุ่มเหมือนอ้อน

เคนยะเหมือนรู้ระบายยิ้มน้อยๆที่มุมปากแล้วเช็ดต่อไป

“ดูซิเนี่ยถลอกปอกเปิกไปหมดทั้งตัว

ครางหลังอย่าทำอีกนะรู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแค่ไหนที่เจ้าเรียวนาร์ดทำเธอตกลงมา

อยากจะไปยิงมันทิ้งเสียด้วยซ้ำ”

“อย่านะ ผมไม่ยอมจริงๆด้วยผมเป็นคนตื้ออยากจะขี่มันให้ได้เอง

เรียวนาร์ดมันไม่ผิดหรอก คุณอย่าทำอะไรมันนะ”

“ยอมรับแล้วเหรอว่าตัวเองมันดื้อแค่ไหน”

“ก็ได้ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ผมมันไม่ดี ผมมันชอบก่อเรื่องเป็นตัวยุ่งยากของคุณ

แค่นี้พอใจรึยัง”ร่างเล็กพูดเชิงตัดพ้อนึกน้อยใจที่ชายหนุ่มชอบพูดจาแดกดันเขาอยู่เรื่อย

“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น เธอนี่ขี้น้อยใจเกินคาดนะ”

“ผมก็เป็นของผมอย่างนี้แหละ ขอโทษด้วยที่มันไม่ถูกใจคุณ”

“ไปกันใหญ่แล้ว

ก็ได้ๆฉันยอมแพ้เธอพอใจไหม”ชายหนุ่มเริ่มง้อกับอาการแสนงอนของร่างตรงหน้า

“ผมรู้ตัวว่าผิดและจะไม่โทษใคร แต่ผมไม่อยากให้คุณทำอะไรโหดร้ายแบบนั้น”

“ก็ได้ คราวนี้ฉันจะละเว้นโทษตายให้มัน

แต่ถ้ามันยังพยศไม่เลิกฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่”

“ขอบคุณครับ”ร่างเล็กหันมายิ้มให้พร้อมกับหอมแก้มชายหนุ่มอย่างลืมตัวด้วยอารามดีใจ

“อ๊ะ.................”มาซายะหน้าแดงเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปแต่ยังไม่ทันถอยหนีก็ถูกร่างสูงประกบจูบอย่างชนิดตั้งตัวไม่ทัน

“คุณ...........เคนยะ”เสียงเล็กเล็ดลอดออกมาเล็กน้อยแล้วเงียบหายไปเมื่อชายหนุ่มจงใจสอดลิ้นเข้าไปหาความหวานนุ่มภายในอย่างร้อนแรง

มือทั้งสองเริ่มเลื่อนขึ้นมาลูบไล้ยอดอกเล็กสีชมพูจนร่างบางเริ่มสะท้านไหวอีกครั้ง

ชายหนุ่มถอนริมฝีปากร้อนเปลี่ยนลงมาครอบคลุมยอดอกนวลเนียนด้วยปลายลิ้นอุ่นสลับไปมาทั้งสองข้างอย่างยากจะห้ามใจ

มาซายะร้องประท้วงแต่เสียงกลับดังอู้อี้อยู่ในลำคอร่างเล็กถูกดันให้นอนราบไปกับเตียงนุ่มแล้วตามทาบทับด้วยร่างใหญ่โดยที่ริมฝีปากยังไม่หยุดการกระทำง่ายๆ

ความขึงขังแข็งแกร่งเริ่มบดเบียดอยู่ที่หน้าขาของร่างเล็กจนเขาหน้าแดงฉ่าเมื่อรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งนั้น

“อา...............อย่าฮะผมยังเจ็บอยู่นะ”เสียงเตือนจากร่างเล็กทำให้เคนยะเริ่มดึงสติกลับมาอีกครั้งอย่างยากลำบาก

หากเขาฝืนทำอะไรตามใจตัวเองไปตอนนี้มีแต่จะสร้างบาดแผลให้กับเด็กหนุ่มผู้นี้

“ขอโทษนะ เธอน่ารักเหลือเกินจนฉันอดใจไม่ไหวทั้งที่สัญญากับเธอไว้แล้วแท้ๆ”

“ไม่เป็นไรฮะ”มาซายะหน้าแดงรู้ว่าชายหนุ่มคงต้องสกัดกั้นอารมณ์ไว้ไม่น้อย

ดีใจด้วยซ้ำที่ชายหนุ่มเป็นห่วงสุขภาพของเขามากกว่าสิ่งใด

“เช็ดตัวต่อเถอะนะ

สายมากแล้วป่านนี้คุณชิโอริคงเตรียมอาหารเช้ารอไว้แล้วล่ะ”เคนยะยิ้มอายๆเริ่มพูดเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกอึดอัดใจ

“ฮะ”ร่างเล็กพยักหน้า

แล้วเคนยะจึงเริ่มเช็ดตัวให้อีกครั้งจนเสร็จจัดการหาเสื้อผ้าชุดใหม่มาเปลี่ยนให้เด็กหนุ่ม

“เธอนี่ใส่อะไรก็น่ารักน่าเอ็นดูไปหมดเลยนะ”ชายหนุ่มชมอย่างจริงใจ

“คุณพูดเหมือนผมเป็นเด็กอีกแล้วนะ”ร่างเล็กค้อนใส่คนตรงหน้า

“นี่ฉันชมจริงๆนะ อย่ามาโกรธกันสิ”

“ผมไม่ได้โกรธซะหน่อย”

“ไม่จริง ถ้าไม่โกรธก็ยิ้มก่อนสิ”ชายหนุ่มยิ้มจ้องตาคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู

“ฮะๆ.................ยิ้มได้น่ารักดีนี่”เคนยะหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นร่างเล็กฉีกยิ้มให้เขาเต็มที่อย่างไม่ค่อยพอใจ

มันดูตลกๆแกมน่ารักอย่างบอกไม่ถูก เสียงหัวเราะทำให้ร่างบางหน้าแดงอีกครั้ง

(คราวนี้ไม่รู้ว่าโกรธจนหน้าแดงหรืออายจนหน้าแดงกันแน่อิๆ)

“คุณไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว มัวแต่มาหัวเราะผมอยู่ได้”ร่างเล็กพูดเชิงไล่

“ก็ได้ๆฉันไปอาบน้ำเดี๋ยวเดียวแล้วจะมารับเธอลงไปข้างล่าง ตกลงไหม”

“ไม่ต้องหรอกผมเดินไปเองได้ คุณไปทำธุระของคุณเถอะ”

“ไม่ได้ เธอยังเจ็บอยู่ขืนปล่อยให้เดินไปเองมีหวังคงได้เดินตกบันไดกันบ้างล่ะ”

“แต่....”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นรออยู่นี่จนกว่าฉันจะมาเข้าใจมั้ย

ขืนไม่เชื่อฟังละก็คืนนี้โดนดีแน่ คงรู้นะว่าอะไร”เคนยะยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ร่างตรงหน้า

“บ้า.................ออกไปได้แล้ว”มาซายะทำท่าจะลุกขึ้นมาทุบแต่ก็ต้องล้มลงไปอีก

“เห็นไหมล่ะแค่จะเดินยังทำไม่ได้เลย

นั่งนิ่งๆไปสักพักแล้วกัน”เคนยะสั่งก่อนเดินออกจากห้องไปอย่างรีบร้อน

“เผด็จการ..............

เจ้าบ้า”มาซายะบ่นพึมพำตามหลังชายหนุ่มแต่ภายในหัวใจกลับเป็นสุขอย่างประหลาด

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ไม่กี่นาทีเคนยะก็กลับมาใหม่พร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าคมนั้นดีใจที่เด็กหนุ่มยอมเชื่อฟังแต่โดยดี

“พร้อมรึยัง”เคนยะถามด้วยรอยยิ้ม

“ฮะ............เร็วจัง”มาซายะหันมายิ้มตอบแปลกใจที่ชายหนุ่มไปเร็วผิดคาด

“อาบน้ำรึเปล่าเนี่ยถึงได้เร็วปานสายฟ้าแลบอย่างนี้”

“จะลองพิสูจน์ดูไหมล่ะ”เคนยะโน้มตัวเข้ามาใกล้พลางยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยน

“อ๊ะ.........ไม่ต้อง”มาซายะหน้าแดงรีบผลักชายหนุ่มออกทันที

“ไม่อยากให้เธอรอนานเดี๋ยวจะแอบหนีฉันเดินลงไปเองอีก ยิ่งดื้อๆอยู่ด้วย”

“เอาอีกแล้วนะ..........”

“ขอโทษๆ...........แหมหยอกเล่นนิดเดียวทำเป็นน้อยใจไปได้”

“จะไปกันได้รึยังล่ะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าคุณหมอจะมารึยังเห็นบอกว่าจะมาตั้งแต่เช้า

ปล่อยให้เขาคอยนานเสียมารยาทตายเลย”

“เป็นห่วงมันนักหรือไง ฉันหึงนะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น

คุณนี่คิดอะไรไม่เข้าท่าเลยไปกันเถอะครับ”มาซายะพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียงไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับชายหนุ่มอีกต่อไป

แล้วทันใดนั้นลำตัวเขาก็ถูกชายหนุ่มช้อนขึ้นแนบอกด้วยลำแขนแข็งแกร่ง

“นี่คุณจะทำอะไรเนี่ย ปล่อยผมลงนะ

ผมเดินเองได้”มาซายะร้องประท้วงดิ้นขลุกขลักในวงแขนไม่ยอมให้ชายหนุ่มอุ้มหน้าเริ่มแดงขึ้นเรื่อย

“ไม่ ฉันจะเป็นคนอุ้มเธอลงไปข้างล่างเอง อย่าดิ้นสิเดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก”

“ไม่เอาผมอายเขานะ ถ้าใครเห็นเข้าจะว่ายังไง”

“ไม่เห็นต้องอายเลย ให้คนอื่นเขารู้ไปเลยว่าเราเป็นอะไรกัน”

“ไม่ได้นะ”ร่างเล็กยังไม่ยอมง่ายๆ

“ต้องได้สิ”ว่าแล้วเคนยะก็อุ้มร่างเล็กออกจากห้องทันทีโดยไม่ฟังเสียงร้องประท้วงของเด็กหนุ่มอีกต่อไป

เสียงร้องประท้วงและการโต้ตอบไปมาจากคนทั้งสองดังลงมาตลอดทางทำให้คนที่นั่งรออยู่ข้างล่างหันมามองเป็นตาเดียวเหมือนตกตะลึงไปตามๆกัน

“ขอโทษด้วยที่ช้า”ชายหนุ่มยิ้มอารมณ์ดีทักทายคนอื่นๆตามมารยาท

“คุณเคนยะ............ปล่อยผมลงได้แล้วอายเขาจะแย่แล้วเนี่ย”มาซายะหน้าแดงรู้สึกอายจนหน้าร้อนเมื่อทุกคนมองมาที่เขาและชายหนุ่มเอาแต่ใจตรงหน้าอย่างเป็นจุดสนใจ

“ก็ได้ๆ”เคนยะยิ้มกรุ้มกริ่มค่อยๆวางร่างเล็กที่เก้าอี้ใกล้ๆกับที่นั่งของเขาแต่ยังไม่ยอมปล่อยออกจากวงแขน

“ปล่อยได้แล้ว........”มาซายะกระซิบแล้วทุบแรงๆที่อกชายหนุ่มเป็นเชิงดุให้เลิกเล่นเสียที

“หึๆ”เคนยะหัวเราะในลำคอจำใจปล่อยร่างเล็กแล้วกลับมานั่งที่เก้าอี้ตนเอง

“มาแต่เช้าเชียวนะทาเคชิ”เคนยะทักทายอย่างอารมณ์ดี

“เออ..............ก็เป็นห่วงคุณมาซายะน่ะเลยอยากมาดูอาการแต่เช้า”ทาเคชิยิ้มกริ่มให้ร่างบางตรงหน้านานพอดูจนเคนยะเริ่มเปลี่ยนสีหน้าเป็นไม่พอใจขึ้นมาทันที

“ขอบคุณครับที่เป็นห่วง ผมหายเจ็บขึ้นเยอะแล้วละครับ”มาซายะยิ้มทักทายตามปรกติ

“เหรอครับดีจังแต่เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วต้องให้ผมตรวจดูอาการอีกทีนะครับ”

“ครับ”เด็กหนุ่มรับคำด้วยรอยยิ้ม

“เอ่อนี่ผมยังไม่ทราบเลยว่าคุณเป็นใคร

ไม่ได้มาที่นี่เสียนานเจ้าเคนยะก็ใจดำไม่ยอมแนะนำคนน่ารักแบบคุณให้รู้จักกันบ้างเลย

เมื่อวานก็รีบๆอารามตกใจเลยไม่ได้แนะนำกันอย่างเป็นทางการเสียที”

“มาซายะเขาเป็น............”เสียงเคนยะพูดแทรกขึ้นมาน้ำเสียงกระชากเล็กน้อยอย่างไม่พอใจที่เพื่อนสนิททำตัวสนิทสนมกับร่างเล็กมากเกินไป

แต่ยังไม่ทันได้แนะนำว่าเป็น(คนรักน่ะคนรักของฉันโว้ยแกอย่ามายุ่ง

ชายหนุ่มคิดในใจ)แต่ร่างบางก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

“เอ่อ................ผมเป็นญาติห่างๆของคุณเคนยะน่ะครับ”มาซายะรีบร้อนแนะนำตัวกลัวชายหนุ่มจะพูดอะไรที่จะทำให้เขาอับอายไปมากกว่านี้

เคนยะหันมาทำตาเขียวใส่เด็กหนุ่มอย่างไม่พอใจที่แนะนำตัวเองออกไปอย่างนั้น

มันจะยิ่งทำให้ทาเคชิจะเริ่มรุกหนักมากว่าเก่า

เพราะดูท่าแล้วว่าเจ้านี่จะชอบใจร่างบางตรงหน้าไม่น้อย

+++++++++++++++++++