Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

10 .....

เคนยะหันมาทำตาเขียวใส่เด็กหนุ่มอย่างไม่พอใจที่แนะนำตัวเองออกไปอย่างนั้น

มันจะยิ่งทำให้ทาเคชิจะเริ่มรุกหนักมากว่าเก่า

เพราะดูท่าแล้วว่าเจ้านี่จะชอบใจร่างบางตรงหน้าไม่น้อย

เขารู้จักนิสัยทาเคชิดีพอจนรู้ว่าถ้าต้องตาต้องใจอะไรแล้วล่ะก็จะให้ถอยง่ายๆคงไม่มีวันซะหรอก

ยิ่งเด็กน่ารักๆอย่างมาซายะด้วยแล้วละก็

“เอ๊ะแต่ผมคบกับเคนยะมาตั้งแต่ม.ต้นแล้ว ไม่เห็นรู้เลยว่าเคนยะมีญาติ

คือคุณมาซายะอยู่ด้วย” ทาเคชิทำหน้างงนึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย

“อ๋อก็ผมไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ยังเด็ก

นี่ก็เพิ่งจะกลับมาได้ไม่กี่วัน”มาซายะพูดติดๆขัดๆพยายามแต่งเรื่องให้น่าเชื่อถือที่สุดเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มสงสัยไปมากกว่านี้

“อย่างนี้นี่เอง”ทาเคชิรับฟังด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจยังนึกสงสัยอยู่ไม่น้อย

เคนยะนั่งฟังการสนทนาของคนทั้งคู่อยู่พักใหญ่อย่างขัดใจ

ยิ่งสายตาที่ทาเคชิมองมาซายะอย่างถูกอกถูกใจด้วยแล้วยิ่งทำให้อารมณ์ของเขาชักเริ่มจะเดือดปุดๆขึ้นมาทุกทีๆ

“แฮ่ม........................”เคนยะกระแอมเสียงดังขัดคอการสนทนาที่ดูเหมือนจะไม่สิ้นสุดง่ายๆของเพื่อนสนิท

“จะเริ่มทานกันได้รึยัง

ฉันหิวแล้วนะ”ชายหนุ่มเสียงเข้มทำตาขวางมองภาพคนตรงหน้าทั้งสองอย่างขัดใจ

“ครับ...............”มาซายะสะดุ้งรีบตอบ

จ้องใบหน้าคมของชายหนุ่มที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นดุดันน่ากลัวเรียบร้อยแล้ว

ในใจนึกหวั่นกับท่าทางของชายหนุ่มไม่น้อย

ไม่แน่ใจว่าตัวเองทำอะไรผิดลงไปอีกหรือเปล่า

“นายเป็นอะไรของนายจู่ๆก็กระแอมซะเสียงดัง

คุณมาซายะตกใจหมดแล้ว”ทาเคชิหันมามองเพื่อนอย่างไม่เข้าใจเมื่อกี้ยังอารมณ์ดีอยู่แท้ๆ

“ไม่เป็นไรครับ

เอ่อ.........ผมว่าเราเริ่มทานกันเถอะครับเดี๋ยวอาหารจะเย็นซะหมด”มาซายะเริ่มทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม

“นั่นสิครับ

ผมเห็นด้วย”เอนโดมองหน้ากับชิโอริพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้รีบเข้ามาตักข้าวทันที

ก่อนที่เจ้านายของเขาจะทนไม่ไหวระเบิดอารมณ์กลางโต๊ะอาหาร

เข้าใจสาเหตุที่ทำให้เคนยะอารมณ์แปรปรวนได้เป็นอย่างดี

หลังจากที่ชิโอริตักข้าวใส่จานเสร็จเรียบร้อย

ทาเคชิเริ่มเอาใจมาซายะต่อด้วยการตักอาหารที่ดูน่าทานตรงหน้าให้ผ่านสายตาถมึงทึงของเคนยะที่ทนนั่งดูการกระทำของเพื่อนอย่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“ทานนี่สิครับ แผลจะได้หายไวๆ

คุณมาซายะตัวเล็กอย่างนี้ยิ่งต้องทานมากๆ”ทาเคชิยิ้มหวานให้ร่างเล็ก

“ขอบคุณครับ”มาซายะยิ้มเล็กน้อยที่มุมปากเป็นเชิงขอบคุณ

เริ่มทำตัวไม่ถูกกับท่าทางตรงกันข้ามของชายหนุ่มทั้งสองเข้าไปทุกที

“เอาใจกันอย่างนี้เดี๋ยวเด็กก็เหลิงหมดหรอกทาเคชิ”เคนยะพูดกระทบกระแทกน้ำเสียงเย้ยหยันเริ่มโมโหที่ร่างเล็กดูเหมือนจะสนุกไปกับการเอาใจของเพื่อนสนิท

(จริงๆแล้วนี่นายเข้าใจผิดนะ)

สายตาคมดุเหยียดมองไปที่ร่างเล็กที่ก้มหน้างุดน้ำตาเริ่มจะเอ่อคลอเบ้าเมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม

มาซายะเริ่มน้อยใจที่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะเข้าใจเขาผิดอีกแล้ว

ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยทำไมชายหนุ่มต้องพูดจากระทบกระแทกเขาอย่างนี้ด้วย

ยิ่งคิดน้ำตาก็เริ่มจะไหลเต็มที

ได้แต่เขี่ยข้าวในจานไปมาริมฝีปากเริ่มสั่นระริก

“เคนยะทำไมนายพูดอย่างนี้”ทาเคชิหันไปต่อว่าเพื่อนหนุ่ม

“ก็มันจริงไหมล่ะ”เคนยะพูดพลางจ้องไปที่ร่างเล็กนิ่งเหมือนตำหนิ

มาซายะทนมาไหวอีกต่อไปหากยังนั่งอยู่ตรงนี้เขาคงได้ทำอะไรน่าขายหน้ากลางโต๊ะอาหารเป็นแน่

จึงตัดสินใจลุกจากเก้าอี้ทั้งๆที่มันเป็นการเสียมารยาทก็ตาม

“ผมอิ่มแล้วขอตัว”ร่างเล็กเอ่ยเสียงสั่นไม่มองหน้าชายหนุ่ม

“อ้ะ..................”ทันทีที่ขยับตัวมาซายะรู้สึกว่าขาของเขามันไม่มีแรงเดินเอาเสียเลยมันรู้สึกเจ็บไปหมดจนเกือบเซล้มดีที่เขาคว้าเก้าอี้ไว้ได้

เคนยะเห็นอาการของร่างเล็กทำให้เขารู้สึกเจ็บในอกไม่น้อยไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรรุนแรงเกินไปหรือเปล่า

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะเข้าไปช่วยเหลือทาเคชิก็เข้ามาประคองร่างเล็กบอบบางตรงหน้าเข้าไว้เสียก่อน ทำให้อารมณ์โกรธของเขายิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ ให้ผมช่วยนะ”ทาเคชิพยุงร่างเล็กแน่นด้วยความเป็นห่วง

“คุณหมอครับช่วยพาผมออกไปข้างนอกที”มาซายะเสียงสั่นน้ำตาพาลจะไหลเอาเสียดื้อๆ

“ครับ.............ค่อยๆเดินนะครับ”ทาเคชิพยุงร่างเล็กเดินออกไปด้วยความระมัดระวัง

“โว้ย....................”เคนยะตะโกนเสียงดังเตะเก้าอี้ล้มหงายไปตรงหน้ากัดฟันจนเป็นสันนูนระบายอารมณ์ร้อนรุ่มภายในอกเมื่อเห็นทาเคชิประคองคนรักของเขาออกไปต่อหน้าต่อตา

ตอนนี้เขาสุดจะทนกับภาพบาดตาบาดใจของคนทั้งสองเต็มทีว่าแล้วเดินกระแทกเท้าเตะของทุกอย่างที่ขวางหน้ากระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทางแล้วตรงไปยังรถสปอร์ตสีแดงสดที่จอดอยู่หน้าคฤหาสน์พร้อมกับพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วสูงจนคนรับใช้เปิดประตูแทบไม่ทัน

ความโกรธเมื่อครู่ยังคงครุกรุ่นอยู่ทั่วทุกอณูในร่างกาย

“นั่งตรงนี้นะครับ”ทาเคชิประคองให้ร่างเล็กนั่งลงด้วยความระมัดระวังที่เก้าอี้ในสวนข้างคฤหาสน์หลังใหญ่

“ขอบคุณครับ”มาซายะยิ้มให้เล็กน้อยใบหน้ายังแสดงถึงความเศร้าทั้งเสียใจและน้อยใจที่เคนยะอารมณ์ร้ายใส่เขาโดยไม่มีเหตุผลเช่นนี้

“อย่าไปสนใจเจ้าเคนยะมันเลยครับ เจ้านี่มันก็อารมณ์แปรปรวนอย่างนี้แหละ

บทจะโมโหขึ้นมาใครๆก็เข้าหน้าไม่ติดสักคน”ทาเคชิพูดปลอบร่างเล็กพลางจ้องใบหน้าหวานไม่ห่าง

“ครับ”มาซายะตอบเสียงเบาหวิวแสนน้อยใจชายหนุ่มอย่างมาก

“มาให้ผมดูแผลให้เถอะครับ”ทาเคชิเปลี่ยนเรื่องไม่อยากให้ร่างเล็กทำหน้าเศร้าอีกต่อไปถึงแม้มันจะดูน่ารักไปอีกแบบก็ตาม

แต่เขาชอบที่เด็กหนุ่มจะดูยิ้มแย้มสดใสร่าเริงมากกว่า

“เดี๋ยวผมจะเปลี่ยนผ้าพันแผลให้

คุณมาซายะนั่งรอตรงนี้ก่อนนะครับผมจะไปเอาของที่รถ”ชายหนุ่มยิ้มเชยคางเล็กให้สบตาก่อนเดินออกไป

ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจขึ้นมาทีละนิดแล้วว่าเด็กหนุ่มผู้นี้ต้องมีความสำคัญกับเพื่อนอารมณ์ร้ายของเขาไม่น้อยถึงกับทำให้เขากรี้ยวกร้าวดูไร้เหตุผลเช่นนี้

แต่เขาก็ไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆเช่นกัน

ถึงแม้ว่าตอนนี้มาซายะดูจะแคร์เคนยะมากกว่าเขาก็ตาม

ทาเคชิกลับมาที่เด็กหนุ่มอีกครั้งพร้อมกับเครื่องมือปฐมพยาบาลแต่ภาพที่เขาเห็นก็คือเด็กหนุ่มยังคงนั่งทำหน้าเศร้าอีกเช่นเคย

ความจริงเขาอยากเข้าไปปลอบประโลมร่างเล็กให้อยู่ในวงแขนเสียด้วยซ้ำแต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้นตอนนี้เขายังไม่มีอิทธิพลกับเด็กหนุ่มจนถึงขั้นนั้น

“ทำหน้าเศร้าอีกแล้วนะครับ”ทาเคชิแกล้งแหย่ให้มาซายะสบายใจขึ้น

“เปล่านี่ครับ ผมแค่นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยก็เท่านั้นเอง”ร่างเล็กตอบใบหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มปนความเศร้า

“งั้นก็ดีครับผมไม่อยากให้คุณทำหน้าเศร้าแบบนี้เลย

รู้มั้ยครับเวลาคุณยิ้มน่ะน่ารักจะตายไป”ทาเคชิชมอย่างจริงใจพลางเปลี่ยนผ้าพันแผลใหม่ให้ร่างเล็ก

“อะไรกันครับผมเนี่ยนะน่ารัก

คุณหมอชมกันเกินไปแล้วล่ะครับ”มาซายะหน้าแดงกับคำพูดตรงๆของชายหนุ่ม

“ไม่หรอกครับก็คุณน่ารักจริงๆนี่

ไม่งั้นจะทำให้เจ้าเคนยะมันเป็นถึงขนาดนี้เหรอ”ทาเคชิพูดตรงๆเขาไม่อยากจะอ้อมค้อมอีกต่อไป

“คุณหมอ..............คุณ”มาซายะตกใจดูเหมือนว่าชายหนุ่มผู้นี้จะรู้ความสัมพันธ์ของเขากับเคนยะซะแล้ว

“เป็นใครก็ดูออกครับ

ผมรู้ว่าเจ้าเคนยะมันหึงคุณกับผมเมื่อก่อนมันไม่เคยเป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ”

“แต่.........ผมกับเขาไม่........”มาซายะพยายามปฏิเสธเสียงเข็งแต่ทาเคชิใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากเล็กเบาๆไม่ยอมให้เขาพูดต่อกุมมือร่างเล็กแน่น

“อย่าพูดอะไรเลยครับ ในเมื่อเคนยะเป็นอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน

ผมจะได้ถือโอกาสนี้ให้คุณพิจารณาตัวผมแทนเจ้าเคนยะมันจะได้ไหมครับ”

“แต่ผม.................”มาซายะไม่รู้จะพูดอย่างไร

ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะรู้สึกกับเขาอย่างนี้

“เอาเถอะครับตอนนี้คุณไม่ตอบก็ไม่เป็นไร

แต่ขอบอกซะก่อนนะครับว่าผมไม่ยอมแพ้เจ้าเคนยะมันแน่”ทาเคชิระบายยิ้มจ้องร่างเล็กที่กำลังทำหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด

“ขอโทษนะครับ”มาซายะอ้ำอึ้งสายตาหลุบลงไม่อาจให้คำตอบอะไรกับชายหนุ่มได้ทั้งนั้นในตอนนี้

“ไม่เป็นไรครับ

ผมรู้ว่าถือโอกาสพูดตอนนี้มันไม่เหมาะสมแต่ผมทนเห็นคุณเป็นอย่างนี้ไม่ได้

ผมจริงจังนะครับและจะทำให้คุณมีความสุขยิ่งกว่าเจ้าเคนยะมันแน่”ทาเคชิพูดด้วยสายตาจริงจังจนมาซายะเริ่มทำตัวไม่ถูก

“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ”เอนโดเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย

และคิดว่าเขาคงมาถูกจังหวะพอดี เอนโดรู้ว่าทาเคชิพอใจมาซายะอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

แต่เด็กหนุ่มผู้นี้ดูก็รู้ว่าเจ้านายของเขาแสนรักหนักหนา

แค่เรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยจะปล่อยให้ทาเคชิคว้าเอาไปง่ายๆคงไม่ดีแน่

“อ๊ะ..........คุณเอนโดเชิญนั่งครับ”มาซายะดีใจที่เอนโดเข้ามาในช่วงที่เขากำลังลำบากใจอยู่พอดี

“เราคุยกันเรื่องทั่วๆไปนั่นแหละครับ”ทาเคชิหันมายิ้มตอบ

ดูก็รู้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่

“แผลคุณมาซายะเป็นอย่างไรบ้างครับคุณหมอ”เอนโดเอ่ยถามเปลี่ยนเรื่องเสียดื้อๆ

“ดีขึ้นมากแล้วละครับ

อีกวันสองวันก็ออกไปซนได้เหมือนเดิมแล้วละครับ”ทาเคชิยิ้มไปที่ร่างเล็กอย่างเอ็นดู

“นั่นสิครับ”เอนโดหยักยิ้มมุมปากเห็นด้วยกับชายหนุ่ม

“พวกคุณพูดอะไรกันครับ

ชอบมองผมเป็นเด็กๆอยู่เรื่อยเลยนะ”มาซายะหน้าแดงเมื่อถูกชายหนุ่มทั้งสองหยอกเล่น

“ผมล้อเล่นหรอกครับ เห็นมั้ยคุณยิ้มออกแล้ว”

“ขอบคุณนะครับ.............พวกคุณทำให้ผมสบายใจขึ้นเยอะเลย”มาซายะรู้สึกขอบคุณที่ชายหนุ่มทั้งสองพยามยามทำให้เขาหายเศร้า

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ทาเคชิขลุกอยู่ที่บ้านของเคนยะทั้งวันจนค่ำจึงขอตัวกลับโดยที่มาซายะเดินมาส่งที่รถ

“ผมกลับก่อนนะครับคุณมาซายะ”

“ขับรถดีๆนะครับคุณหมอ”

“ขอบคุณครับ พรุ่งนี้ผมจะมาแต่เช้าคงไม่รบกวนคุณนะครับ”

“ไม่หรอกครับ”มาซายะยิ้มลาชายหนุ่ม

“ไปนะครับ”ทาเคชิยิ้มกริ่มก่อนขับรถออกไป

ไม่กี่นาทีเคนยะก็กลับเข้ามาพร้อมกับสาวสวยเฉี่ยวหุ่นดีระดับนางแบบชั้นแนวหน้าโดยที่มาซายะยังไม่ทันเดินเข้าไปในตัวบ้านด้วยซ้ำ

มาซายะหันกลับไปมองด้วยสายตาเจ็บปวดภาพชายหนุ่มเดินกอดสาวสวยคนนั้นกระซิบกระซาบคลอเคลียกันไม่ห่างผ่านหน้าเขาไปอย่างไม่สนใจใยดีกลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมดแล้วจู่ๆก็หยุดตรงหน้าเขา

เคนยะดึงสาวสวยคนนั้นเข้ามาจูบอย่างร้อนแรงโดยไม่สนสายตาของเขาและคนในบ้านแม้แต่น้อย

“แหม.....อะไรกันคะคุณนี่”เสียงหวานหูของหญิงสาวคนนั้นกระซิบข้างหูเมื่อเขาถอนจูบ

เคนยะหันมามองร่างเล็กด้วยสายตายิ้มเยาะแล้วหันกลับไปคลอเคลียลูบไล้สาวสวยคนนั้นใหม่เหมือนจงใจแกล้ง

มาซายะหัวใจแทบสลายน้ำตาไหลออกมาเสียดื้อๆทั้งๆที่เขาพยายามกลั้นแล้วกลั้นอีกรีบใช้แรงที่มีอยู่วิ่งหนีขึ้นไปชั้นบน

ในอกมันรู้สึกเจ็บร้าวไปหมดเขาไม่อยากเห็นชายหนุ่มทำร้ายจิตใจเขาไปมากกว่านี้อีกแล้ว

“มาซายะ”เคนยะตะโกนเสียงดังผลักหญิงสาวคนนั้นกระเด็นออกไปทันทีแล้วรีบวิ่งตามเด็กหนุ่มไปติดๆ

“เอ๊ะ.................อะไรกันเนี่ยบ้าที่สุด

เคนยะ............กลับมาก่อน”หญิงสาวตะโกนไล่หลังชายหนุ่มกำลังจะวิ่งตามขึ้นไปแต่ถูกเอนโดรั้งไว้เสียก่อน

“คุณขึ้นไปไม่ได้ถ้านายท่านไม่อนุญาต”

“อะไรกันเนี่ยปล่อยนะ

ฉันเป็นแฟนเขานะแกเป็นใครปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”หญิงสาวสบถอย่างเสียไม่ได้

ความอ่อนหวานนอบน้อมเมื่อครู่หายไปหมดสิ้นเมื่อเคนยะไม่อยู่จนเอนโดส่ายหน้าระอากับผู้หญิงที่คิดจะจับเจ้านายของเขาเต็มที

“แกสองคนมานี่”เอนโดพยักหน้าเรียกชายชุดดำสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู

“เดี๋ยวไปส่งคุณผู้หญิงคนนี้ที”เอนโดเสียงเข้มสั่งลูกน้อง

“อะไรกันพวกแกทำกับฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ

คอยดูนะฉันจะฟ้องเคนยะให้ไล่พวกแกออก”หญิงสาวตะโกนเมื่อถูกชายสองคนดึงตัวไว้

“ไปได้แล้ว”ชายหนุ่มตวาดเสียงเข้มกว่าเก่าสุดทนกับกริยาของหญิงสาวตรงหน้าเต็มที

“ครับ”

“ไอ้บ้าปล่อยฉันนะ”เสียงกรี๊ดกร๊าดดังไล่หลังเมื่อหญิงสาวถูกชายสองคนจับแขนสองข้างของเธอหิ้วออกไป

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

“มาซายะ.........................มาซายะหยุดเดี๋ยวนี้นะ

ฉันบอกให้หยุดไม่ได้ยินหรือไง”เคนยะตะโกนเสียงดังอารมณ์เริ่มเดือดพล่านทุกขณะเมื่อเด็กหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะเชื่อฟังแม้แต่น้อย

กลับวิ่งหนีเร็วขึ้นกว่าเก่า

“ไม่ คุณอย่าตามมานะผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ”มาซายะกะโกนตอบน้ำตานองหน้า

“อ๋อ................ไม่อยากเห็นหน้าฉัน

แต่อยากเห็นหน้าเจ้าทาเคชิมันใช่มั้ย”เคนยะสปีดตัวเร็วกว่าเก่าจนคว้าร่างเล็กไว้ได้ด้วยความโมโห

“ปล่อยผมนะ

คนบ้าคนใจร้าย.......................”มาซายะทุบแผ่นอกแข็งของชายหนุ่มอย่างแรงด้วยอารมณ์โกรธไม่น้อยไปกว่าชายหนุ่มเช่นกัน

“ฉันจะใจร้ายกว่านี้อีกนะถ้าเธอยังยิ้มหวานให้มันไม่เลิก”เคนยะเขย่าแขนร่างเล็กทั้งสองข้างบีบอย่างแรงจนมาซายะนิ่วหน้าเจ็บระบมไปหมดทั้งร่าง

“คุณพูดบ้าอะไรของคุณ

ผมไม่เหมือนพวกผู้หญิงของคุณนะที่จะต้องมาคอยอ่อนหวานนอบน้อมให้แต่คุณคนเดียวน่ะ”มาซายะตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มพยายามสะบัดแขนออกจากมือที่แข็งเหมือนเหล็กของชายหนุ่ม

“เธอเป็นของฉัน................เป็นเมียของฉันแล้วห้ามยุ่งกับคนอื่นจำเอาไว้ด้วย”เคนยะตวาดเสียงดังด้วยอารมณ์พุ่งพล่านบีบร่างเล็กแรงขึ้นกว่าเก่า

“เพี้ยะ...............หยาบคาย.............หยาบคายที่สุดผมไม่ได้เป็นของคุณทั้งนั้นหยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ”มาซายะสุดแสนน้อยใจตอนนี้ชายหนุ่มทำร้ายจิตใจเขาจนไม่มีชิ้นดีอีกแล้ว

ทำไมเขาถึงต้องมารักคนใจร้ายเจ้าอารมณ์อย่างโอกามิ เคนยะคนนี้ด้วย

หากชายหนุ่มฆ่าเขาให้ตายเสียตั้งแต่ตอนแรกยังจะดีกว่าที่จะมาทรมานเขาให้เหมือนตายทั้งเป็นอยู่อย่างนี้

“นี่กล้าตบหน้าฉันเพราะมันใช่มั้ย”เคนยะลูบหน้าที่ดูเหมือนว่ามันจะชาเล็กน้อยกับฝ่ามือที่ฟาดมาอย่างแรงของร่างเล็ก

“อย่างนี้นี่เอง...........เจอกับมันแค่ไม่กี่วันก็คิดจะเปลี่ยนใจไปหามันซะ แล้ว

ดี...........ฉันจะสอนให้เธอรู้ว่าการนอกใจฉันผลมันจะเป็นยังไง”เสียงดุทุ้มต่ำลงจนน่ากลัวสายตาร้อนรุ่มไปด้วยอารมณ์โกรธของชายหนุ่มแทบจะแผดเผาให้ร่างเล็กมอดไหม้ไปเสียตรงหน้า

“ปล่อยนะคนใจร้าย

ปล่อยเดี๋ยวนี้ผมเจ็บ......”ร่างเล็กเสียงอ่อนลงในลำคอทำท่าจะหมดแรงล้มลงไปกองเอาเสียดื้อๆแต่ชายหนุ่มกลับฉุดกระชากเขาอย่างแรงให้ลุกขึ้นแล้วทำท่าจะลากทั้งกึ่งนั่งกึ่งยืน

มาซายะร้องประท้วงสุดเสียงน้ำตายังคงไหลเป็นทางเมื่อสะโพกของเขากระแทกกับขั้นบันไดอย่างแรงแต่เคนยะก็ยังไม่ยอมปล่อยกลับกระชากแขนเขาแรงขึ้นๆจนขึ้นมาถึงชั้นบนจนได้

“โอ้ย....................ปล่อย.............ปล่อยผมนะผมเจ็บ”มาซายะขืนกายไม่ยอมเดินตามชายหนุ่มง่ายๆพยายามสะบัดแขนสุดแรงจนหลุดจากมือแข็งแกร่งนั้นจนได้แล้วรีบวิ่งหนีสุดกำลังจนหน้าเกือบคะมำตกลงจากบันได

“มานี่........................ดื้อนักใช่ไหม”เคนยะรีบวิ่งตามไปคว้าตัวไว้ได้ทันยิ่งจับร่างเล็กก็ยิ่งดิ้นทำให้เขาหมดความอดทนอุ้มร่างเล็กพาดบ่าเข้าไปในห้องท่ามกลางเสียงร้องประท้วงและเสียงทุบตีของกำปั้นที่ร่างเล็กฟาดใส่เขาไม่ยั้ง

“ไอ้บ้า.................ปล่อยผมนะ.................คนป่าเถื่อน................ผมจะกลับบ้าน”มาซายะตะโกนจนรู้สึกว่าเสียงเขาจะแหบแห้งลงทุกที

เคนยะโยนร่างเล็กลงบนเตียงของเขาอย่างแรงแล้วตามมาทาบทับจนมาซายะรู้สึกหนักอึ้งไปหมดขยับตัวแทบไม่ได้เมื่อชายหนุ่มทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาที่ตัวเขา

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น เธอต้องอยู่ที่นี่

อยู่กับฉันจนกว่าฉันจะเบื่อไม่อยากเห็นหน้าเธออีก

เมื่อนั้นฉันจะให้เธอได้กลับบ้านสมใจเธอแน่”เคนยะตวาดด้วยอารมณ์โมโหความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดแรงอย่างนี้แต่ร่างบางตรงหน้าชอบพูดจายั่วโทสะเขาอยู่เรื่อยทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะต่อว่าออกไปแรงๆ

“ในที่สุด..........ในที่สุดคุณก็พูดออกมาจนได้ ฮึก............... คนโกหก

นี่ใช่ไหมการแก้แค้นของคุณ”มาซายะน้ำตาไหลพรั่งพรูไม่ขาดสายเขาเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพร่ำบอกกับเขาเมื่อเช้านี้มันคือการโกหกหลอกลวงทั้งเพ

และตอนนี้คงสมใจเขาแล้วที่ทำให้ลูกศัตรูอย่างเขาเจ็บช้ำทั้งใจทั้งกายอย่างแสนสาหัสเช่นนี้

“ใช่............... ฮะๆสะใจชะมัดรู้ไหมฉันรอเวลานี้มานานแค่ไหน

คราวนี้ฉันจะได้หัวเราะดังๆใส่หน้าไอ้ฮานาบุชิมันเสียที

อยากรู้นักถ้ามันรู้มันจะทำหน้ายังไง”เคนยะยิ้มเย้ยหยันทั้ง

ริมฝีปากและนัยตาแต่ภายในใจมันกลับเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นสีหน้าของร่างเล็ก

“คนบ้า บ้าที่สุด..............ผมเกลียดคุณฆ่าผมให้ตายไปเลยสิ

จะได้สาแก่ใจคุณจริงๆเสียที”มาซายะสุดกลั้นไม่อยากรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว

เหมือนหัวใจมันชาด้านไปหมดทั้งๆที่เขาหลงเชื่อใจแต่ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะวางแผนทำร้ายเขาด้วยวิธีนี้

“ยังหรอก...............ฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น”เคนยะหยักยิ้มมุมปากก่อนระดมจูบไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของร่างเล็กไม่หยุด

“อย่า..............ปล่อยนะออกไปให้พ้นผมเกลียดคุณ.............เกลียด”มาซายะพยายามดันอกชายหนุ่มให้ออกไปจากกายเขาด้วยหัวใจที่ร้าวรานเต็มที

“อย่าโกหกไปเลย

ฉันรู้ว่าเธอรักฉันมากขนาดไหน”เคนยะยังคงรุกรานร่างตรงหน้าไม่หยุดหย่อนเหมือนได้ใจ

“ใครบอกว่าผมรักคนใจร้ายอย่างคุณอย่าสำคัญตัวผิดไปนักเลย

คนที่ผมจะรักจะต้องเป็นคนที่สุภาพนิสัยดีอย่างคุณทาเคชิต่างหากไม่ใช่คุณ”มาซายะตอบโต้ทั้งน้ำตานึกสะใจอยู่ไม่น้อยเช่นกันที่ทำให้ชายหนุ่มชะงักลงได้

“มาซายะ...............”เคนยะเค้นเสียงดุกัดกรามจนเป็นสันนูนด้วยความโกรธคิดไม่ถึงว่าร่างเล็กตรงหน้าจะกล้าพูดกับเขาอย่างนี้

เสียงเยาะเรียกชื่อชายอื่นของร่างเล็กสะท้อนอยู่ในหูของเขาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

ทำให้เขาทนไม่ไหวอีกต่อไปกระชากเสื้อตัวเล็กของร่างตรงหน้าออกจนฉีกขาดหลุดติดมือมาเป็นชิ้นๆเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนสีขาวอมชมพูอวดสายตาคมชัดเจน

“อ๊ะ.................คุณเคนยะจะบ้าหรือไงหยุดนะ”เสียงเล็กร้องประท้วงเมื่อชายหนุ่มใช้กำลังดึงเสื้อของเขาจนหลุดออกจากร่างไปจนหมดแล้วเขวี้ยงลงไปกองที่พื้นอย่างไม่ใยดี

“อยากยั่วโมโหฉันนักใช่ไหม.........ก็ได้”เคนยะอารมณ์เดือดพล่านโมโหร่างตรงหน้าสุดฤทธิ์กระชากกางเกงตัวหลวมของร่างเล็กรวดเดียวจนหลุดออกมาทางปลายเท้าพร้อมกับกางเกงในตัวจิ๋ว

มาซายะสั่นสะท้านไปด้วยความกลัวเมื่อชายหนุ่มตรงหน้ากระทำการเหมือนบ้าคลั่งรีบพลิกตัวหนีแต่ถูกเคนยะกดทับตัวไว้ด้วยร่างทั้งร่างพร้อมริมฝีปากร้อนบดบี้ไปที่เรียวปากนุ่มเนียนสีเรื่อของเขาอย่างร้อนแรง

ไรเคลาสากถูไถเสียดสีกับผิวแก้มเนียนละเอียดจนแสบร้อนไปหมด

“อื้อ...................ปะ........ปล่อย”เสียงเล็กเล็ดลอดออกมาเล็กน้อยเมื่อชายหนุ่มสอดลิ้นเข้าไปพันกับลิ้นของร่างเล็กอย่างช่ำชอง

ปลายลิ้นของเคนยะยังคงวนเวียนควานลึกไปทั่วริมฝีปากบางเนิ่นนานโดยไม่มีทีท่าว่าจะถอนออกง่ายๆสองมือของเขาเลื่อนต่ำลงมาไล้วนอยู่ที่แก้มก้นเนียนนุ่มขาวผ่องแล้วบีบขยำไปมาอย่างแรง

มาซายะร้องประท้วงแต่เสียงก็ยังคงดังอยู่ในลำคอ

เคนยะรั้งสะโพกบางขึ้นให้ร่างบางรับรู้ถึงความแข็งขันเบื้องล่างที่มันร้อนรุ่มยากที่จะมีอะไรมาดับลงได้ของเขาจนมาซายะหน้าแดงขยับตัวถอยหนีแต่ก็ยังไม่เป็นผล

เคนยะกลับสอดนิ้วสองนิ้วเข้ามาในช่องทางแสนแคบของร่างเล็กจนสุดปลายนิ้วแล้วเริ่มขยับเข้าออกอย่างย่ามใจ

มาซายะน้ำตาไหลพรากลงสองข้างแก้มทั้งอึดอัดทั้งเจ็บจะทุบจะตียังไงชายหนุ่มก็ยังไม่ปล่อยเขาให้เป็นอิสระเสียที

ทั้งน้อยใจทั้งเสียใจที่ชายหนุ่มไม่แคร์ความรู้สึกเขาเลยแม้แต่น้อย

ไม่ช้าเคนยะก็ปล่อยเรียวปากเล็กให้เป็นอิสระแต่ริมฝีปากร้อนยังคงไล้เลียประกบจูบอยู่บนสองแก้มนุ่มทั้งสองข้างไม่หยุดหย่อนอารมณ์โกรธยังคงโหมกระหน่ำรุมเร้าอยู่ในอก

“คุณเคนยะ...................ยะ....อย่า........อ๊า”มาซายะร้องลั่นเมื่อชายหนุ่มถอนนิ้วออกจากช่องทางแสนแคบของเขาอย่างแรงแล้วเปลี่ยนมากอบกุมส่วนกลางลำตัวของเขาแทน

เคนยะขยับมือขึ้นลงอย่างเร็วและแรงตามอารมณ์แห่งความปรารถนาที่พุ่งพล่านอยู่ในกาย

ยิ่งได้สัมผัสลูบไล้ผิวเนื้อนวลเนียนเปล่งปลั่งจากร่างตรงหน้าด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้อารมณ์ของเขากระเจิดกระเจิงขึ้นไปทุกขณะ

มาซายะสะท้านไหวกับอารมณ์แปลกๆที่ดูเหมือนว่ามันจะแล่นเข้ามาภายในตัวเขาทุกวินาทีจากการกระทำของชายหนุ่ม

ยิ่งอุ้งมือผ่าวร้อนเบื้องร่างที่กำลังรุมเร้าถือสิทธิ์อยู่ทุกขณะด้วยแล้วยิ่งทำให้แรงที่คิดจะต่อต้านมลายหายไปหมด

“มาซายะ..................”เคนยะครางเครือในลำคอริมฝีปากยังคงซุกไซร้อยู่ที่ซอกคอเรียวระหงส์หอมกรุ่นไม่ห่างแล้วถือโอกาสงับใบหูเล็กเบาๆเพื่อเป็นการกระตุ้นอารมณ์ให้ร่างตรงหน้า

จากนั้นก็ไม่ลืมที่จะฝากฝังรอยจูบที่ลำคอขาวเนียนจนปรากฎรอยแดงเป็นจ้ำๆแล้วเลื่อนขึ้นมาบดเบียดริมฝีปากเรียวเล็กแดงกล่ำอีกครั้งจนพอใจ

มาซายะเริ่มรู้สึกว่ามีสายน้ำอุ่นๆกำลังเคลื่อนตัวเร่งทะทานออกสู่ภายนอกเต็มทีเมื่อชายหนุ่มเคลื่อนมืออย่างเร็วและเร็วขึ้นเรื่อยๆ

“อ๊ะ..............อ๊ะ.......เคนยะซังปล่อย.............ผะ........ผมไม่ไหวแล้ว”

ร่างเล็กกระตุกเกร็งลำตัวแทบไม่ติดพื้นปล่อยสายน้ำอุ่นใสออกมาเปรอะเปื้อนเต็มมือของชายหนุ่มสายแล้วสายเล่าจนหมดเรี่ยวแรงด้วยลมหายใจหอบถี่เต็มที

เคนยะเลื่อนมือขึ้นมาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มไปมาส่วนมืออีกข้างเปลี่ยนมาครอบครองคลึงเคล้นยอดอกสีชมพูเย้ายวนเปลี่ยนสลับไปมาทั้งสองข้างก่อนเลื่อนริมฝีปากร้อนลงมาครอบครองในที่สุด

เคนยะไล้ปลายลิ้นสากของเขาวนเวียนดูดดุนยอดอกเม็ดเล็กสีชมพูอย่างหลงไหลมาซายะหน้าแดงก่ำพยายามดันหน้าชายหนุ่มออกแต่ชายหนุ่มกลับดึงมือของเขาลงมากอบกุมส่วนแข็งขันเบื้องล่างแทน

มาซายะสะดุ้งโหยงทั้งกลัวทั้งอายขยับจะชักมือกลับแต่ถูกชายหนุ่มกดไว้แน่นบังคับให้เขาขยับเคลื่อนไหวเบาๆโดยมีเสียงชายหนุ่มครางเครืออยู่ในลำคอ

“อือ...........มะ...มาซายะ”เคนยะกระซิบข้างหูพร้อมลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอร่างเล็กเหมือนทรมาน

เคนยะพยายามสะกัดกั้นอารมณ์เต็มที่เมื่อมือน้อยๆของมาซายะขยับเคลื่อนไปมาอยู่ที่ส่วนอ่อนไหวกลางลำตัวของเขา

เคนยะดึงมือร่างเล็กขึ้นมาประสานไว้กับเตียงนุ่มแล้วเลื่อนเรียวลิ้นอุ่นชื้นลงไปครอบครองส่วนกลางลำตัวของร่างเล็กแทนโดยที่มาซายะไม่อาจขัดขืนไม่ช้าเขาก็แยกปลายขาสองข้างของร่างตรงหน้าให้ออกจากกันพร้อมกับดึงสะโพกเล็กให้ตั้งชันกับลำตัวของเขาอย่างไม่รีรอรีบส่งปลายลิ้นนุ่มไล้เลียช่องทางฉ่ำชื้นทันทีมาซายะเสียวกระสันแทบทนไม่ได้กัดริมฝีกแน่นไม่ยอมให้เสียงแปลกๆของเขาออกมาภายนอกยกมือปิดหน้าไม่อยากเห็นการกระทำน่าอายของชายหนุ่ม

เคนยะทนไม่ไหวอีกต่อไปจับส่วนแข็งขันตรงหน้ากดแทรกดำดิ่งเข้าไปในช่องทางแสนแคบของร่างเล็กทันที

มาซายะร้องสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดทั้งผลักทั้งดันแต่ชายหนุ่มกดสะโพกเขาไว้แน่นพร้อมกับขยับส่งผ่านเข้ามาเรื่อยๆ

“โอ้ย.......................อย่า.................ผมเจ็บปะ...........ปล่อยผม”มาซายะน้ำตาไหลพรากคร่ำครวญสุดเสียงทั้งเจ็บทั้งอึดอัดในเวลาเดียวกันทั้งๆที่ความเจ็บปวดเมื่อเช้ายังไม่ทันจางหายแต่ชายหนุ่มก็ยังเอาแต่ใจไม่สนใจความรู้สึกเขาเลยแม้แต่น้อย

“มาซายะ................อย่าเกร็ง............อือ”เคนยะครางเครือในลำคอกัดกรามแน่นอารมณ์แห่งความปรารถนาพุ่งพล่านไปหมดทั้งกายแทบคลั่งแต่สีหน้าของร่างเล็กก็ยังทำให้เขากังวลไม่น้อย

“ไม่เป็นไรนะคนดี.................ฉันรักเธอ”เคนยะเลื่อนริมฝีปากลงมาบดเบียดคลายความเจ็บให้ร่างตรงหน้า

“ฮือ...................ฮึก...คนใจร้าย.....................”มาซายะครางอู้อี้ในลำคอแทบไม่ได้ยินน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความทรมาน

“มาซายะชั้นขอโทษ...............”ชายหนุ่มจูบซับหยาดน้ำตาให้ร่างเบื้องหน้าอย่างแสนรักและหวงแหนเป็นที่สุด

“อ๊า.....................................”เสียงใสตะโกนลั่นห้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อชายหนุ่มถือโอกาสกดแทรกความแข็งขันเข้าไปจนสุด

เคนยะผวากอดร่างเล็กตรงหน้าเข้ามาในวงแขนท่ามกลางเสียงสะอื้นไห้

เขากอดกระชับร่างเล็กแน่นขึ้นจนแทบจะหลอมละลายเป็นร่างเดียวกันสองมือกอบกุมพวงแก้มเนียนปลั่งนิ่มนวลลูบไล้ไปมาแล้วดึงใบหน้าเล็กเข้ามาประกบจูบอย่างยากที่จะห้ามใจได้เมื่อความรุ่มร้อนเบื้องล่างบีบรัดจนเขาทรมานแทบคลั่ง

ริมฝีปากบางถูกบดเบียดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนแดงช้ำไปหมดด้วยแรงอารมณ์ของชายหนุ่มที่ไม่อาจมอดดับได้ง่ายๆ

เคนยะเริ่มบังคับสะโพกเล็กให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวช้าๆพร้อมกับแรงตอบรับที่เขาเร่งสวนขึ้นมาอย่างเร่าร้อนเสียงเล็กยังครางไม่หยุดโอบรอบลำคอชายหนุ่มแน่นอย่างควบคุมไม่ได้ตามแรงอารมณ์ที่ชายหนุ่มส่งให้เบื้องล่าง

สะโพกเล็กถูกแยกกว้างขึ้นเมื่อชายหนุ่มเคลื่อนไหวแรงและเร็วขึ้นอย่างยากจะหยุดยั้งได้แล้ว

“อา..............มะ...........มาซายะ...........น่ารักเหลือเกิน”เคนยะเลื่อนริมฝีปากลงมาครอบครองยอดอกเล็กโดยที่การขยับกายเบื้องล่างไม่ได้ช้าลงแม้แต่น้อย

มาซายะสุดจะทนครางเครือประสานกับเสียงของชายหหนุ่มที่ดังเป็นระยะๆดังทั่วห้องแล้วปล่อย

สายน้ำอุ่นทะยานออกมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงหอบถี่ๆอย่างหมดแรง

แล้วจู่ชายหนุ่มก็ถอนออกจับเขาพลิกให้หน้าคว่ำลงกับที่นอนพลางยกสะโพกเล็กขึ้นแล้วกดแทกเข้าไปใหม่รวดเดียวจนสุด

“อีกนะ..................มาซายะเด็กดีของฉัน.....................อือ”เคนยะกระซิบข้างหูก่อนเร่งขยับเร็วขึ้นกว่าเก่าจนร่างเล็กร้องแทบไม่เป็นภาษาขย้ำผ้าปูที่นอนแน่นจนยับย่นน้ำตาไหลเป็นทาง

อีกไม่กี่นาทีต่อมาชายหนุ่มก็กระตุกเกร็งตัวปล่อยสายน้ำอุ่นร้อนทะยานเข้าไปในร่างเล็กอย่างแรงจนหมด

พร้อมเสียงหอบและครางอย่างสุขสมแล้วค่อยๆถอนออกช้าๆทิ้งตัวลงมากอดกระชับร่างเล็กเข้ามาไว้ในวงแขนแน่นฝ่ามือยังคงลูบไล้รุกรานร่างเล็กไม่หยุดตอนนี้เขามีความสุขที่สุด

“มาซายะฉันรักเธอ.......................อือ”เคนยะกระซิบริมหูรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ

เสียงร่างเล็กสะอื้นไห้อยู่ไม่กี่ทีก็เงียบไปแล้วลมหายใจก็เริ่มกลับมาสม่ำเสมออีกครั้ง

เคนยะพลิกร่างเล็กให้หันมาสู่อ้อมอกของเขาอย่างหวงแหนจูบไล้ที่หน้าผากมนสองสามทีพร้อมเกลี่ยเส้นผมนุ่มให้เข้าที่

“หลับซะแล้วเจ้าเด็กดื้อ...........”เคนยะหยักยิ้มมุมปากอย่างมีความสุขใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตาให้ใบหน้านวลแล้วเลื่อนลงมาไล้วนที่ริมฝีปากเนียนนุ่มที่ตอนนี้มันแดงก่ำจนน่าสงสาร

“มาซายะฉันรักเธอ เธอต้องเป็นของฉัน

ฉันไม่ปล่อยให้เธอตกเป็นของใครทั้งนั้น”เคนยะกระซิบริมหูแผ่วเบากับร่างเล็กที่หลับใหลอยู่ในแผ่นอกกว้างของเขาแล้วเผลอหลับไปในที่สุดด้วยความเพลียเช่นกัน

+++++++++++++++++

รักในรอยแค้น

by ling_noi

11 ......

ยามเช้าของวันใหม่ร่างเล็กค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆรู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งร่างสายตากวาดกว้างอย่างกลัวๆหาร่างสูงเมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อคืนค่อยๆปรากฎออกมาเป็นฉากๆในสมอง

แต่เมื่อไม่เห็นแม้แต่เงาของชายหนุ่มทำให้เขารู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก

มาซายะค่อยๆชันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบากพลางสำรวจร่างกายที่เต็มไปด้วยแผลฟกช้ำและรอยแดงทั่วร่างกายที่เกิดจากการกระทำอย่างป่าเถื่อนของชายหนุ่มจนมาซายะนึกตัดพ้ออยู่ในใจน้ำตาเริ่มจะปริ่มๆที่ดวงตากลมโตของเขาทีละนิดๆ

ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนทันทีรีบขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านต่างๆออกไปจากสมองด้วยความโกรธขึ้งในตัวชายหนุ่มสุดฤทธิ์แต่ทันใดนั้นเขากลับหน้าคะมำลงกับพื้นอย่างแรงเมื่อขาข้างซ้ายของเขาถูกล็อกกุญแจไว้กับเตียงในรัศมีเดินได้ไม่ถึงสองเมตร

“อะไรกันเนี่ย.............ปล่อยนะใครมาทำอะไรบ้าๆอย่างนี้”มาซายะตะโกนลั่นห้องด้วยความตกใจ

“ใครก็ได้ช่วยด้วย..................ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้นะ”ร่างเล็กกระชากขาอย่างแรงหลายครั้งเผื่อว่าขาของเขาจะหลุดออกมาได้แต่ก็ไม่เป็นผลเจ้าโซ่ตรวนอันใหญ่กับถูไถบาดลึกที่เรียวขาเล็กของเขาจนเลือดไหลเป็นทางหยดลงพื้นไปทั่วบริเวณ

เสียงร่างเล็กโวยวายดังลงมาถึงชั้นล่างทำให้ชิโอริรีบวิ่งขึ้นมาด้วยความตกใจพร้อมกับอาหารเช้าตามที่เจ้านายของเขาสั่งไว้ก่อนออกจากบ้านเมื่อรุ่งสางด้วยธุระรีบร้อน

“ตื่นแล้วหรือคะคุณมาซายะ

ว้ายตายแล้ว...................ทำไมเลือดไหลมากมายอย่างนี้”หญิงชราถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงปนตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นเลือดที่ข้อเท้าของเด็กหนุ่ม

“คุณชิโอริครับช่วยผมด้วย.........................ไขกุญแจให้ผมที”มาซายะน้ำตาไหลพรากรีบถลันเข้าไปหาพลางขอร้องอย่างน่าสงสารสร้างความลำบากใจให้เธอไม่น้อย

ชิโอริรักและห่วงเด็กหนุ่มเหมือนลูกเหมือนหลานก็ไม่ปานยิ่งเห็นร่างเล็กในสภาพเช่นนี้ยิ่งทำให้เขาทรมานใจอย่างมากหากเธอช่วยได้ก็อยากช่วยเหลือเกินแต่ก็รู้ถึงนิสัยของเจ้านายเป็นอย่างดี

“ขอโทษนะคะดิฉันคงทำอย่างนั้นไม่ได้”หญิงสาวเบี่ยงหน้าหนีไม่กล้าสบตาร่างเล็กทั้งที่ในใจแสนจะสงสารจนน้ำตาแทบร่วงตามร่างตรงหน้า

“ทำไมล่ะครับ”มาซายะเขย่าร่างตรงหน้าทั้งน้ำตาด้วยลำเสียงแหบแห้งจนเธอทนไม่ไหวน้ำตาไหลออกมาจนได้

“โธ่............................คุณมาซายะของดิฉัน”หญิงชราโอบร่างเล็กเข้ามาในวงแขนแน่นน้ำตาไหลเป็นทางรดแผ่นหลังเนียนที่ปรากฎรอยแดงทั่วทั้งร่างอย่างเวทนา

“เพราะคุณเคนยะใช่มั้ย”มาซายะผลักชิโอริออกด้วยหัวใจร้าวรานเต็มทีคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโอกามิ

เคนยะ ที่กล้าทำกับเขาถึงขนาดนี้

“ค่ะ....................”ชิโอริจำใจตอบพลางปาดน้ำตาที่ไหลรินรดแก้มใสให้ร่างเล็ก

“ไอ้คนบ้า.................... คนใจร้าย.....................

ป่าเถื่อนที่สุด”มาซายะตะโกนด่าชายหนุ่มน้ำตานองหน้าพลางขอร้องให้หญิงชราไขกุญแจให้อีกครั้งด้วยเส้นเสียงสั่นๆที่ออกมาจากลำคอปนสะอื้น

“ขอร้องเถอะครับคุณชิโอริ...................”มาซายะอ้อนวอนพร้อมกับกระชากขาอย่างแรงหวังให้หลุดจากโซ่ตรวนจนเลือดไหลออกมาอีก

“คุณมาซายะอย่าทำอย่างนี้เลยค่ะ ดิฉันขอร้องหยุดเถอะค่ะ

คุณจะเจ็บเอาเสียเปล่าๆนะคะ”ชิโอริร้องห้ามพร้อมกับพยายามหยุดเรียวขาเล็กให้เลิกดิ้นรน

“รู้มั้ยคะดิฉันอยากช่วยคุณใจจะขาด แต่................”

“แต่อะไรล่ะครับ

นะครับช่วยผมด้วยผมจะไปจากที่นี่ผมคิดถึงบ้าน”มาซายะขอร้องแทบเหมือนคนไร้สติเต็มทีเขาไม่อยากจะอยู่ในบ้านหลังนี้อีกแล้วแม้แต่วินาทีเดียว

“ดิฉันไม่มีกุญแจหรอกค่ะ”

“ไม่มีกุญแจ หาอะไรมาฟันมันให้ขาดไปก็ได้นี่ครับ”มาซายะพยายามหาวิธีใหม่

“คุณมาซายะ..................อย่าทำให้ดิฉันลำบากใจเลยนะคะ

คุณก็รู้ว่าดิฉันขัดคำสั่งนายท่านไม่ได้”หญิงชราหน้าเศร้าไม่อาจทำตามที่เด็กหนุ่มร้องขอได้

สงสารก็สงสารแต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่งผู้เป็นเจ้านาย

“ผมเข้าใจแล้ว...............จริงสินะถ้าคุณช่วยผมคุณคงเดือดร้อนไปด้วย

ออกไปเถอะครับผมอยากอยู่คนเดียว”มาซายะสิ้นหวังเต็มทีปล่อยมือจากหญิงชราสายตาเหม่อลอยไปอีกทาง

“คุณมาซายะคะทานอาหารเช้าเถอะค่ะ”หญิงชราเสียงสั่นน้ำตาแทบร่วงแต่เด็กหนุ่มก็ไม่หันมาแม้แต่น้อย

“ผมไม่หิว...........เอาออกไปเถอะครับ”มาซายะพึมพำในลำคอนั่งกอดเข่าอยู่ปลายเตียงน้ำตาไหลเป็นทาง

“ทานสักนิดเถอะนะคะเดี๋ยวจะพลอยเป็นลมไปซะก่อน”ชิโอริพยายามเรียกอีกครั้ง

“ไม่.................ผมขอร้องออกไปเถอะครับ

แล้วเอาอาหารพวกนี้ออกไปด้วยผมไม่กินอะไรทั้งนั้น”

“ทานสักนิดก็ยังดีนะคะ.................”

“ผมบอกให้ออกไปไง.....................”มาซายะพูดแทบเป็นตวาดใส่คนตรงหน้าตอนนี้เขาไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น

“ค่ะๆ........................ขอโทษค่ะ”ชิโอริสะดุ้งรีบยกถาดอาหารออกไปทันทีเข้าใจว่าตอนนี้เด็กหนุ่มคงเจ็บปวดทรมานใจอย่างแสนสาหัสจากการกระทำของผู้เป็นเจ้านาย

มาซายะยังคงนั่งอยู่ท่าเดิมไม่ไหวติงน้ำตาไหลเป็นทางนึกเวทนาตัวเองจริงๆที่ต้องมาตกอยู่ในสภาพ

เช่นนี้

“โอกามิ

เคนยะ............คนใจร้ายฉันเกลียดนาย...............เกลียดๆๆๆๆๆๆ”มาซายะพูดย้ำกับตัวเองซ้ำๆซากๆหลายครั้ง

ไม่ให้เผลอใจรักชายหนุ่มไปมากกว่านี้แต่ทุกครั้งที่เขาพูดว่าเกลียดภายในอกมันกลับเจ็บร้าวไปหมดจนเขาไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ยิ่งเห็นสิ่งที่ชายหนุ่มทำกับเขาแล้วยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดเข้าไปทุกทีอยากจะหนีไปให้พ้นๆเสียเดี๋ยวนั้น

แต่หากลับทำดั่งที่ใจต้องการไม่เพราะเจ้าโซ่บ้าๆนี่มันล่ามขาเขาอยู่จนแทบกระดิกไปไหนไม่ได้

เลย มาซายะทั้งดึงทั้งกระชากแต่มันก็ไม่หลุดไม่ขาดออกมาง่ายๆเสียที

ทันใดนั้นมาซายะก็ได้ยินเสียงบีบแตรที่หน้าคฤหาสน์รีบวิ่งไปที่หน้าต่างทันทีสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบยิ้มออกทาเคชินั่นเอง

“ปี้นๆ.......................ปี้นๆ”เสียงทาเคชิบีบแตรหลายครั้งแต่ชายชุดดำสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็ยังไม่ยอมเปิดให้เขาเข้าไปทำเหมือนไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น

จนชายหนุ่มเริ่มโมโหเดินออกมาจากรถ

“ทำไมไม่เปิดประตู”ชายหนุ่มตวาดเสียงดังด้วยความหงุดหงิด

“นายท่านสั่งห้ามคุณเข้าไปข้างใน

ห้ามเปิดประตูจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากนายท่านครับ”ชายชุดดำเสียงเข้มตอบชายหนุ่ม

“จะบ้าไปแล้วหรือไง เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะฉันไม่ได้มาหาเจ้านายแกเสียหน่อยหลีกไป”

“ยังไงก็ไม่ได้............เชิญคุณกลับไปก่อนเถอะครับ”ชายสองคนนั้นรีบเข้ามากันเมื่อทาเคชิทำท่าจะเข้ามาข้างในให้ได้

“ไม่.............เปิดประตูเดี๋ยวนี้”ทาเคชิเสียงเข้มกว่าเก่าชกชายชุดดำคนหนึ่งล้มไปกองตรงหน้าจนชายอีกคนรีบคว้าปืนจากข้างหลังจ่อไปที่ศีรษะชายหนุ่มทันที

“เฮ้ย.................นี่แกจะทำอะไร”ทาเคชิตกใจไม่คิดว่าจะเล่นกันหนักถึงขนาดนี้

“ผมทำตามหน้าที่.............คุณกลับไปซะเถอะ ผมไม่อยากทำร้ายคุณ”

“ก็ได้ๆ............”ทาเคชิถอยออกไปสองสามก้าวเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของคนตรงหน้า

“ฉันจะโทรถามเจ้านายแกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

ทาเคชิหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าออกมากดเบอร์เพื่อนสนิทอย่างขัดใจ

“ตรื้ดๆ................”เสียงโทรศัพท์ดังหลายครั้งแต่ไม่ปรากฏผู้รับสายแม้แต่น้อย

ทาเคชิพยายามกดใหม่แต่ก็เป็นเหมือนเดิมอีกเช่นเคย

“ชิ..............ไม่ยอมรับสายฉันเหรอ”เสียงชายหนุ่มปิดโทรศัพท์ลงด้วยอารมณ์เสียหงุดหงิดเต็มที่เริ่มเป็นห่วงเด็กหนุ่มขึ้นมาทันทีไม่รู้ว่าเคนยะทำอะไรรุนแรงกับเขาหรือเปล่า

“วันนี้ฉันจะกลับไปก่อน

แต่บอกเจ้านายแกด้วยนะว่าแค่นี้ไม่ทำให้ฉันยอมแพ้ง่ายๆหรอก”ชายหนุ่มก้าวยาวๆไปขึ้นๆรถสายตาสอดส่ายหาร่างเล็กก่อนจำใจขับรถกลับไปด้วยอารมณ์ร้อนรุ่มเต็มอก

“คุณหมอ...................ช่วยผมด้วย”ร่างเล็กตะโกนสุดเสียงตามรถชายหนุ่มน้ำตาไหลเป็นทาง

นี่เขาหมดหนทางแล้วหรือนี่

แม้แต่คนที่เขาคิดว่าจะเป็นความหวังสุดท้ายแต่ก็กลับไม่เป็นไปอย่างที่คิดเสียแล้ว

มาซายะปัดข้าวของกระจัดกระจายตกแตกระบายความคับอกคับใจจนเกลื่อนกลาดเต็มไปหมดยิ่งเห็นสิ่งที่เป็นของชายหนุ่มยิ่งทำให้เขาโมโหรู้สึกขัดหูขัดตาไปเสียทุกอย่าง

ร่างเล็กอาละวาดจนเหนื่อย แล้วทรุดลงไปกับที่นอนหยาดน้ำใสหยดลงหมอนไม่ขาดสาย

“ทำไม.................ทำไมต้องทำกับผมอย่างนี้ด้วย”มาซายะร้องไห้อยู่นานและนานพอจนรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรจะไหลออกมาจากดวงตาคู่นี้อีกแล้ว

ริมฝีปากบางคร่ำครวญตัดพ้อชายหนุ่มไม่หยุดด้วยหัวใจร้าวรานสุดแสนแล้วเผลอหลับไปอีกครั้งในที่สุด

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

มาซายะมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อรู้สึกว่ามีมือใหญ่ลูบไล้เส้นผมเขาไปมาเบาๆอย่างอ่อนโยนเหมือนกับกำลังปลอบประโลม

ดวงตากลมโตเบิกกว้างอีกครั้งเมื่อปรากฏว่าชายตรงหน้าเป็นใคร

“ตื่นแล้วเหรอ

เป็นไงบ้าง”เสียงเคนยะกระซิบแผ่วเบามองร่างเล็กที่กำลังเสมองไปทางอื่นไม่ตอบคำถามเขาสักคำดวงตากลมโตเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส

“มาซายะ.................หันมาคุยกับฉันก่อนสิ

ฉันรู้ว่าเธอโกรธฉัน...............แต่ฉันอยากอธิบายนะ”เคนยะง้องอนร่างตรงหน้าในใจเจ็บปวดไม่น้อยเมื่อเห็นสภาพร่างเล็ก

“มาซายะ........................”เสียงชายหนุ่มพูดพร้อมกับเชยคางมนให้หันมาสบตา

“เพี้ยะ....................”มาซายะปัดมือชายหนุ่มออกพร้อมกับฝ่ามือเล็กตบไปที่หน้าชายหนุ่มจนหันไปอีกทางอย่างแรง

ดวงตาแข็งกร้าวพร้อมหยาดน้ำตาไหลลงมาเป็นสายจ้องใบหน้าคมนิ่ง

เคนยะหันมาช้าๆจ้องตาร่างเล็กตอบอย่างไม่ถือสา

โดนแค่นี้คงยังไม่เพียงพอด้วยซ้ำกับการที่เขาทำกับร่างตรงหน้าถึงเพียงนี้

“จะตบอีกก็ได้นะ..............ตบจนกว่าเธอจะพอใจยอมพูดกับฉัน”

“เพี้ยะ......................”เสียงฝ่ามือฟาดลงมาอีกครั้งจนชายหนุ่มหน้าชาพลางจ้องร่างเล็กอย่างเก่า

ตอนนี้เขาเห็นร่างเล็กใบหน้าแดงก่ำริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธขึ้งน้ำตายังคงไหลอาบแก้มใส

เคนยะกุมมือเล็กไว้ตรงหน้าแล้วหอมหนักๆอย่างแสนรักเด็กหนุ่มพยายามดึงมือออกแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยยังคงจูบประทับไปมาไม่หยุดเหมือนกลัวร่างเล็กจะหนีหายไปต่อหน้าต่อตาเขา

“ปล่อยนะ.........อย่ามาถูกตัวผม

คนอย่างคุณมันเลว...........ออกไปให้พ้นผมขยะแขยง..........”มาซายะตะโกนเสียงสั่นมองใบหน้าชายหนุ่มที่ปรากฎรอยแดงเป็นปื้นทั้งสองข้างด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเต็มที

“เธอจะด่า จะว่า

จะตบจะตีฉันยังไงก็ได้ฉันยอมทุกอย่างแต่ฉันไม่ปล่อยเธอไปไหนทั้งนั้นมาซายะ..................”ชายหนุ่มยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น

“นี่คุณตั้งใจจะทรมานผมให้ตายไปต่อหน้าต่อตาคุณเลยใช่ไหมถึงจะสาแก่ใจคุณน่ะ”มาซายะตัดพ้อตบหน้าชายหนุ่มไปมาอีกด้วยความคับแค้นใจ

เคนยะดึงมือร่างเล็กทั้งสองข้างรวบไว้ข้างหลังแล้วกอดเด็กหนุ่มเข้ามาไว้ในวงแขนแน่นด้วยใจที่ร้อนรุ่มเต็มอก

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะมาซายะฟังฉันก่อนได้มั้ย”เคนยะจูบประทับไปที่เรือนผมหอมกรุ่นอย่างแสนรักเสียงร่างเล็กสะอื้นไห้ในอกทำให้เขาเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าร่างเล็กตรงหน้าเช่นกัน

“ผมไม่อยากฟังอะไรทั้งนั้นฆ่าผมให้ตายไปเสียดีกว่า ผมไม่อยากจะทรมานอีกต่อไปแล้ว”

“ฉันจะยอมให้คนที่ฉันรักตายได้ยังไงกันล่ะฮึ”เคนยะกอดกระชับร่างเล็กแน่นขึ้นอีกลูบไล้เส้นผมร่างเล็กไปมาอย่างปลอบประโลม

“อย่ามาโกหกหน้าด้านๆ

คุณสนุก...............คุณสะใจนักใช่ไหมที่เห็นผมเป็นอย่างนี้”มาซายะผลักอกชายหนุ่มออกสุดฤทธิ์ไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มต้องมาพูดจาหลอกลวงเขาซ้ำๆซากๆ

แค่นี้ยังทำให้เขาเจ็บไม่พออีกหรือไงกัน

“ฉันไม่ได้โกหกเธอ ทุกอย่างที่ฉันพูดคือความจริงทำไมเธอไม่เข้าใจ”

“จะให้ผมเข้าใจว่ายังไง เข้าใจว่าที่คุณทำร้ายผม

คุณล่ามผมเหมือนหมูเหมือนหมาอย่างนี้คือคุณรักผมงั้นหรือ

ผมไม่ได้บ้านะคุณเคนยะ”มาซายะตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มทั้งเสียใจทั้งน้อยใจ

“ที่ฉันทำอย่างนี้เพราะไม่อยากให้ทาเคชิมันแย่งเธอไปจากฉันต่างหาก”

“คุณทาเคชิเขาเกี่ยวอะไรด้วย

คุณทำแบบนี้เพราะอยากแก้แค้นเรื่องพ่อของคุณต่างหากล่ะไม่ว่า”

“ไม่ใช่ได้ยินชัดรึยัง มันไม่เกี่ยวกับเรื่องการแก้แค้นอะไรทั้งนั้นแล้ว

ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง”ชายหนุ่มพูดเกือบตวาดจนร่างเล็กสะดุ้ง

“ผมไม่อยากเชื่ออะไรคุณอีกแล้วผมเจ็บมามากเกินพอแล้ว ผมขอร้องปล่อยผมกลับไปเถอะนะ”

“ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ”ชายหนุ่มพูดเสียงอ่อนลงทันทีพร้อมกับเสมองไปทางอื่นไม่อยากมองสายตาที่มองมาเหมือนโกรธขึ้งและชิงชังจากร่างตรงหน้า

ถ้าเขาปล่อยเด็กหนุ่มคนนี้ไปก็เหมือนกับเขาทำร้ายหัวใจตัวเอง

“ก็ได้...................ถ้าคุณอยากเห็นผมค่อยๆตายไปต่อหน้าต่อตาคุณ..............ก็ได้”มาซายะไม่รู้จะพูดอะไรอีกต่อไปแล้วเขาคงต้องตายอยู่ที่นี่เสียแล้วทั้งที่เขาตั้งใจจะกลับไปพบคุณพ่อ

กราบงามๆที่ตักท่าน บอกท่านว่าคุณพ่อครับผมกลับมาแล้ว...................

ผมจะอยู่ที่นี่ไม่จากคุณพ่อไปไหนอีกแล้ว ผมคิดถึงคุณพ่อเหลือเกิน

แต่ตอนนี้เขาต้องมาทนอยู่กับคนใจร้ายไม่มีหัวจิตหัวใจอย่างโอกามิ เคนยะผู้นี้

คนที่เขาเคยรักแต่ชายหนุ่มกลับทำลายมันลงจนไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

มาซายะหันหลังให้ชายหนุ่มแววตาเหม่อลอยสิ้นหวังเต็มที

ก็ดีเหมือนกันถือว่าเขายอมตายอย่างทรมานเพื่อชดใช้ให้สมกับความแค้นของชายหนุ่มจะได้หมดเรื่องหมดราวกันไปเสียที

เคนยะมองหลังร่างเล็กด้วยความเจ็บปวดใจ

เขาไม่คิดเลยว่าความรักของเขาจะทำให้เด็กหนุ่มเจ็บปวดอย่างนี้

“มาซายะ........”เคนยะเรียกร่างเล็กให้หันมาพร้อมกับยกชาม-ข้าวต้มร้อนๆหอมกรุ่นน่าทานมาตรงหน้าเตรียมป้อนให้เด็กหนุ่ม

“ทานสักนิดเถอะนะตั้งแต่เช้าเธอยังไม่ได้ทานอะไรเลย”เคนยะตักข้าวต้มใส่ช้อนพร้อมกับเป่าให้

“ไม่.................”มาซายะปัดชามข้าวต้มจนหกกระเด็นรดทั้งเขาและเด็กหนุ่มไปทั่ว

“มาซายะ.................”เคนยะตวาดเสียงดังแต่ก็ต้องตกใจเมื่อข้าวต้มร้อนๆหกใส่ตัวร่างเล็กที่ไม่มีเสื้อผ้าแม้สักชิ้นเต็มตัวไปหมดแต่เด็กหนุ่มไม่ร้องสักนิดเหมือนไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ขนาดเขาใส่เสื้อผ้ายังรู้สึกร้อนจนแสบขนาดนี้

“มาซายะเป็นไงบ้าง............รอเดี๋ยวนะ”เคนยะรีบหยิบกุญแจไขที่ข้อเท้าให้ร่างเล็กแล้วรีบอุ้มเข้าไปในห้องน้ำทันทีด้วยความเป็นห่วง

“ดูซิเนี่ยแดงไปหมดแล้ว เด็กบ้า............

ทำไมทำอย่างนี้”เคนยะพูดพร้อมกับรีบเปิดฝักบัวรดตัวจนเปียกไปหมดทั้งเขาและร่างเล็ก

“ไม่ต้องมายุ่งกับผม ผมเกลียดคุณ

ออกไปให้พ้น.............”มาซายะทั้งทุบทั้งตีทั้งผลักให้ชายหนุ่มออกไปให้พ้นตัว

“มาซายะอย่าดื้อสิ

เดี๋ยวก็พองไปหมดทั้งตัวหรอก”เคนยะพูดพลางใช้มือไล้ไปมาล้างตัวให้เด็กหนุ่มที่ทั้งดิ้นทั้งพยศ

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็ต้องร้องอุทานออกมาเสียงดังเมื่อเด็กหนุ่มกัดที่ท่อนแขนแข็งแกร่งของเขาอย่างแรงจนเลือดไหลซิบๆ

“โอ้ย...............ทำอะไรของเธอเนี่ยปล่อยนะมาซายะ”เคนยะร้องห้ามเมื่อร่างเล็กยังกัดไม่ยอมปล่อยง่ายๆ

“มาซายะฉันบอกให้หยุด”เคนยะเค้นเสียงดุด้วยความโมโห

เริ่มทนไม่ไหวกับอาการพยศไม่เลิกของร่างตรงหน้าดันเด็กหนุ่มจนหลังติดผนังห้องน้ำ

พร้อมกับล็อคมือเล็กทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียวจ้องตาร่างเล็กนิ่ง

“ฮะๆ.........สมน้ำหน้า................

เป็นไงล่ะ............ผมบอกแล้วว่าอย่ามายุ่งกับผมก็ไม่เชื่อ”เด็กหนุ่มหัวเราะเสียงดังสายตาเย้ยหยันรู้สึกสะใจที่ทำให้ชายหนุ่มโมโหแทบคลั่งได้อย่างนี้

“ดื้อนักใช่ไหม................ดี....................รู้ไหมชั้นชอบปราบเด็กพยศอย่างเธอเป็นที่สุด”ว่าแล้วชายหนุ่มก็จู่โจมบดบี้ริมฝีปากเล็กบางอย่างร้อนแรงจนเด็กหนุ่มน้ำตาเล็ด

“อ๊ะ........คุณเคนยะปล่อยผมนะ”มาซายะพยายามดิ้นแต่ชายหนุ่มยังคงกดแขนเขาไว้ที่กำแพงพลางขยับตัวเข้ามาจนชิด

“ไม่ปล่อย...........เก่งนักใช่ไหม

ดูซิฉันกดไว้แน่นขนาดนี้ยังจะพยศออกอยู่รึเปล่า”เคนยะแสยะยิ้มจ้องตาร่างเล็กด้วยอารมณ์ร้อนรุ่มความดื้อด้านไม่เคยเกรงกลัวอะไรเลยของเด็กหนุ่มทำให้เขาเริ่มจะทนไม่ไหวขึ้นมาอีกครั้ง

“นี่คุณเคนยะ..................ผมบอกให้ปล่อยผมไง”มาซายะหน้าเริ่มจะหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆเมื่อเห็นสายตาที่รุกรานของชายหนุ่ม

“ไม่.............เธออยากดื้อด้านไม่เชื่อฟังฉันก่อนทำไม.................”เคนยะพูดพร้อมกับบดเบียดริมฝีปากเข้ากับร่างเล็กที่กำลังส่งเสียงประท้วงเขาต่างๆนานาท่ามกลางสายน้ำจากฝักบัวที่ไหลรินรดร่างคนทั้งสองจนเปียกชุ่มไปหมดทั้งกาย

เรียวลิ้นเรียบลื่นยังคงถูกส่งไปรุกรานร่างตรงหน้าอย่างไม่ลดละเมื่อความเร่าร้อนจากกายชายหนุ่มกำลังถาโถมออกมาเพื่อถ่ายทอดสู่ร่างเล็กเบื้องหน้า

เคนยะปล่อยสองมือเด็กหนุ่มให้เป็นอิสระพร้อมกับกอดรัดเด็กหนุ่มเข้าไปในวงแขนแน่น

มาซายะขัดขืนไม่ได้นานก็จำใจยอมให้ชายหนุ่มกระทำต่อไปด้วยความรักที่เขามีต่อชายผู้นี้อย่างเต็มเปี่ยมทั้งๆที่ตอนนี้เขาจะโกรธแสนโกรธชายหนุ่มเพียงใดก็ตาม

มาซายะโอบรอบคอชายหนุ่มแน่นเมื่อเคนยะเริ่มบดเบียดริมฝีปากอ่อนนุ่มของเขาแรงและหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่มากขึ้นเรื่อยๆเคนยะถอนจูบหนักหน่วงแล้วเลื่อนใบหน้าซุกลงที่ซอกคอหอมกรุ่นขบเม้มๆน้อยให้ร่างเล็กสะดุ้งอย่างจงใจ

สองมือรีบกำจัดเสื้อผ้าที่ดูเหมือนว่าตอนนี้มันเป็นส่วนเกินเสียจริงๆออกไปอย่างไม่ใยดีจนหมดทั้งร่างอย่างรวดเร็วแล้วโอบกอดร่างเล็กแน่น

ผิวเนื้อสัมผัสผิวเนื้อจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกันและกันอีกต่อไปจนรู้สึกได้ถึงความเร่าร้อนของกันและกัน

ฝ่ามือเล็กเคลื่อนไหวป่ายเปะปะไปมาตามแผ่นหลังชายหนุ่มทำให้เขาแทบจะคลั่ง

เคนยะส่งลิ้นไล้เลียใบหูร่างเล็กจนเสียวกระสันไปทั้งร่าง

มือใหญ่ไล้ต่ำลงมาครอบครองส่วนกลางลำตัวของร่างบางแล้วเริ่มขยับอย่างรวดเร็ว

มาซายะครางเครือในลำคอพยายามดึงมือชายหนุ่มออกแต่ฝ่ามือเล็กของเขากลับถูกปัดเลื่อนจนไปสัมผัสกับส่วนแข็งขันของชายหนุ่มเข้า

เด็กหนุ่มหน้าแดงรีบชักมือกลับทันทีกลัวชายหนุ่มจะบังคับให้เขาทำเรื่องน่าอายอย่างเมื่อคืนอีก

เคนยะพลิกตัวกลับมาอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่มขณะที่มือยังคงปฏิบัติต่อไปไม่หยุด

มาซายะแทบไร้แรงยืนสองมือดันกำแพงไว้แน่นเพื่อพยุงตัว

เคนยะเลื่อนมือข้างหนึ่งบดบี้ยอดอกเล็กสีชมพูนุ่มมือสลับไปสลับมาอย่างยากจะห้ามใจริมฝีปากคลอเคลียขบเม้มอยู่ที่ติ่งหูของร่างเล็ก

“อา.................ปะ..ปล่อย........ผม.........คุณเคนยะ”มาซายะครางในลำคอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินรู้สึกร้อนไปทั้งร่างกายเมื่อชายหนุ่มรุกรานไม่หยุด

“มะ......มาซายะ

ฉันรักเธอ”ชายหนุ่มกระซิบริมหูเสียงกระเส่าขยับมือเร็วขึ้นกว่าเดิมเมื่อร่างเล็กเริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไปปล่อยสายน้ำอุ่นรวยรินออกมาข้างนอกเปรอะมือชายหนุ่มเต็มไปหมด

“อ๊า................เคนยะซัง”เสียงเล็กครางอย่างสุขสมทำท่าจะทรุดกายลงไปกองที่พื้นแต่เคนยะประคองตัวไว้แล้วดันให้เด็กหนุ่มเกาะกำแพงไว้อย่างเดิมริมฝีปากลากไล้บดเบียดต่ำลงมาเรื่อยตามแผ่นหลังขาวเนียนไม่หยุด

ยิ่งเห็นร่องรอยที่เขาทำไว้กับร่างเล็กยิ่งทำให้เขาเริ่มคลั่ง

มันดูสวยงามจนบรรยายไม่ถูก

เคนยะคุกเข่าลงกับพื้นกางขาร่างเล็กออกเล็กน้อยก่อนใช้มือทั้งสองข้างแหวกแก้มก้นขาวผ่องนวลเนียนของร่างเล็กออกแล้วถือโอกาสส่งลิ้นไล้เลียไปตามรอยแยกจากร่างเบื้องหน้า

เสียงเล็กครางไม่ได้ศัพท์ด้วยความเสียวกระสันที่ไม่อาจต้านทานการกระทำของชายหนุ่มได้อีกต่อไป

เคนยะถอนเรียวลิ้นออกไม่ได้นานก็กลับส่งนิ้วเข้าไปสำรวจช่องทางฉ่ำชื้นแสนแคบของร่างเล็กต่อทันที

มาซายะสะดุ้งพยายามจะขยับหนีแต่ชายหนุ่มยึดสะโพกเขาไว้แน่น

เคนยะขยับเขยื้อนไปมาแล้วส่งนิ้วที่สองเข้าไปอีกอย่างช่ำชอง

เสียงเล็กเริ่มส่งเสียงครางน้อยๆอย่างยากที่จะระงับไม่ช้าเคนยะก็ถอนนิ้วออกแล้วจับส่วนแข็งขันกลางลำตัวกดแทรกเข้าไปแทนทีเดียวจนสุดอย่างแรงทางด้านหลัง

มาซายะกรีดร้องสุดเสียงน้ำตาเล็ดไหลเป็นทางด้วยความเจ็บปวด

“ไม่เป็นไรนะเด็กดีฉันรักเธอ.............รัก...อื้อ”ชายหนุ่มกระซิบริมหูพลางขยับน้อยๆเมื่อช่องทางแสนแคบของร่างเล็กรัดจนเขาทรมานไปหมด

“อ๊า..........อย่า.......ขะ...ขยับ”มาซายะร้องประท้วงรู้สึกอึดอัดไปหมดทั้งร่าง

เคนยะเลื่อนมือคลึงเคล้นยอดอกไปมาหลายครั้งก่อนเลื่อนมือต่ำลงมากอบกุมส่วนอ่อนไหวของร่างเล็กอีกรอบเพื่อระบายความเจ็บปวดให้ร่างตรงหน้า

“ยะ...อย่าคุณเคนยะ”มาซายะเลื่อนมือข้างหนึ่งมาดึงมือชายหนุ่มออกก่อนที่อารมณ์ของเขาจะกระเจิดกระเจิงไปมากกว่านี้

“มะ...........ซายะ

ฉันทนไม่ไหวแล้ว”เคนยะกัดกรามจนเป็นสันนูนเมื่อเขาสุดจะทนกับความต้องการเบื้องล่างค่อยๆขยับเคลื่อนไหวเข้าออกช้าๆระบายความร้อนรุ่มที่มันสุมกันอยู่จนเต็มอก

ร่างเล็กครวญครางเสียงสั่นรวยระรินเมื่อชายหนุ่มส่งผ่านความสุขมาให้อย่างต่อเนื่องไม่หยุดแล้วค่อยๆเปลี่ยนเป็นดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อชายหนุ่มเริ่มเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อยๆแทบจะทุกนาทีพร้อมกับฝ่ามือใหญ่เบื้องหน้าที่ขยับเร็วไม่น้อยไปกว่าจังหวะการสอดแทรกเบื้องหลังเช่นกันเมื่อไฟแห่งความปรารถนารุมเร้าอยู่ในกายของชายหนุ่มจนยากจะห้ามได้อีกต่อไป

เสียงเนื้อกระทบเนื้อผสมผสานกับเสียงครางจากร่างทั้งสองดังระงมไปทั่วห้องน้ำ

“คุณเคนยะ ผะ.........ผมไม่ไหวแล้ว..............อ๊า...........”

ร่างเล็กร้องเตือนชายหนุ่มเมื่อเขาเริ่มจะทนไม่ไหวอีกต่อไป

“ฉะ........ฉันก็เหมือนกันพร้อมกันเลยนะมาซายะ”เคนยะขยับเข้าออกอย่างแรงหลายครั้งก่อนกระตุกเกร็งไปทั้งตัวแล้วขยับเข้ามาครั้งสุดท้ายอย่างแรงปล่อยสายน้ำมากมายทะยานเข้าสู่ร่างเล็กจนหมด

มาซายะแทบหมดแรงยืนหายใจหอบด้วยความเหนื่อยผสานกับชายหนุ่มที่ยังคงอยู่ในตัวเขา

เคนยะเชยคางร่างเล็กให้หันมาพร้อมกับจูบหนักๆหลายครั้งอย่างมีความสุขจนส่วนแข็งขันเบื้องหลังอ่อนตัวลงจึงยอมถอนออกปรากฎหยาดน้ำสีขุ่นไหลตามออกมาเป็นทางยาวลงสู่เรียวขาเล็ก

เคนยะกอดกระชับร่างเล็กเข้ามาในวงแขนแน่นด้วยความรักอย่างสุดแสน

แล้วเริ่มรู้สึกถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นจนกลายเป็นร้อนจากกายเด็กหนุ่มทันที

ตอนนี้มาซายะแทบจะหมดสติอยู่ในแผ่นอกกว้างของเขาร่างกายสั่นระริกด้วยความหนาวจนได้ยินเสียงฟันกระทบกัน

“มาซายะ....................เธอไม่สบายนี่”เคนยะตกใจรีบอุ้มร่างเล็กออกจากห้องน้ำทันทีแล้ววางลงที่เตียงนุ่มซึ่งตอนนี้แม่บ้านได้เข้ามาทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

“มาซายะเป็นไงบ้าง..............ฉันขอโทษ

เธออย่าเป็นอะไรนะฉันรักเธอ.........”เคนยะจัดแจงห่มผ้าหนาๆให้ร่างเล็กด้วยความเป็นห่วงสีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ตอนนี้ใบหน้าของร่างเล็กเซียวซีดแทบไม่มีสีเลือดเจือปน

ริมฝีปากบางนุ่มที่เคยเป็นสีชมพูบัดนี้มันกลับกลายเป็นสีม่วงซีดขาวอย่างเห็นได้ชัด

ร่างกายของเด็กหนุ่มยังคงหนาวสั่นภายใต้ผ้าห่มแม้ชายหนุ่มจะห่มให้จนหนาหลายชั้นแล้วก็ตาม

ลมหายใจของร่างเล็กร้อนจนแทบจะเหมือนกับอุณหภูมิของร่างกายที่กำลังร้อนเป็นไฟอยู่ในขณะนี้

มาซายะเปือกตากึ่งปิดกึ่งปรือมองหน้าชายหนุ่มลางเลือนเต็มทีแต่เขารู้สึกและสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนจริงๆที่ชายหนุ่มแสดงออกมาที่เขาอย่างไม่ปิดบังเหมือนอย่างครั้งไหนๆ

ร่างเล็กยิ้มน้อยๆที่มุมปากอย่างมีความสุขคิดว่าตอนนี้เขาคงกำลังฝันไป

“มาซายะ............มาซายะ”เคนยะกระซิบเรียกร่างเล็กอย่างอ่อนโยนริมใบหูแต่ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะไม่ได้ยินเขาเสียแล้ว

“คอยเดี๋ยวนะฉันจะไปเอายามาให้”ชายหนุ่มพูดจบแล้วรีบออกไปเรียกแม่บ้านนอกห้อง

กลัวเด็กหนุ่มจะตื่น

“คุณชิโอริ

มาซายะไม่สบายเอายาขึ้นมาให้ที”เสียงทุ้มต่ำตะโกนลงไปครั้งเดียวก่อนรีบเข้ามาดูแลร่างเล็กด้วยความรีบร้อนใจ

ไม่กี่นาทีหญิงชราก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับสิ่งที่ชายหนุ่มสั่งเมื่อครู่

“ขอโทษค่ะ..............ยาได้แล้วค่ะนายท่าน”ชิโอริพูดพลางวางถาดที่มียาในถ้วยเล็กสองเม็ดกับน้ำแก้วใหญ่ข้างๆตัวชายหนุ่ม

“ขอบใจออกไปได้แล้ว”ชายหนุ่มสั่งพร้อมกับรีบประคองศีรษะร่างเล็กที่ไม่ได้สติให้สูงขึ้นภายใต้ลำแขนแข็งแกร่งแล้วหยิบยาสองเม็ดในถ้วยป้อนให้เด็กหนุ่มด้วยความระมัดระวัง

มาซายะรู้สึกตัวเล็กน้อยเผยอปากรับยาจากมือชายหนุ่มกลืนเข้าในลำคออย่างยากลำบาก

“อื้อ...............”

“ทานน้ำด้วยนะ................”เคนยะรีบยกแก้วน้ำป้อนตามให้เด็กหนุ่มทันที

เมื่อร่างเล็กทานยาเรียบร้อยแล้วเคนยะจึงค่อยๆวางศีรษะที่ร้อนรุ่มดั่งไฟของเด็กหนุ่มลงกับหมอนตามเดิม

ลมหายใจของเด็กหนุ่มเริ่มสม่ำเสมออีกครั้งแสดงว่าตอนนี้เขาคงหลับไปแล้วจริงๆ

เคนยะใช้หลังมือสัมผัสแก้มและหน้าผากของร่างเล็กเบาๆและสัมผัสได้ถึงความร้อนเกือบสี่สิบองศาของร่างตรงหน้าชายหนุ่มไม่รอช้ารีบหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำหมาดๆเช็ดไปมาที่หน้าและลำคอยาวระหงส์ทันทีอย่างนุ่มนวลแต่ถึงกระนั้นอุณภูมิจากกายของร่างตรงหน้าก็ไม่ได้ลดเลยแม้แต่น้อย

เคนยะยิ่งวิตกกังวลมากกว่าเก่าเมื่อเห็นสภาพร่างเล็กตัวสั่นเทากอดผ้าห่มแน่นด้วยความหนาวเพราะพิษไข้

เคนยะไม่รู้จะทำยังไงตัดสินใจกอดเด็กหนุ่มเข้าไว้ในวงแขนแน่นเพื่อให้ร่างเล็กรับความอบอุ่นจากกายของเขาเพื่อคลายอาการหนาวสั่นหลังจากนั้นก็เอนตัวลงนอนโดยให้ศีรษะของร่างเล็กทับอยู่บนท่อนแขนแข็งแกร่งของเขาส่วนอีกมืออ้อมผ่านลำตัวร่างเล็กกอดกระชับสะโพกมนให้เข้ามาชิดกายจนร่างสองร่างแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียว

ชายหนุ่มลูบไล้เส้นผมหอมกรุ่นไปมาแล้วจูบประทับที่หน้าผากมนอย่างแสนรักในใจร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วง

ไม่กี่นาทีร่างเล็กก็โอบกอดเขาตอบเหมือนกับว่าความอบอุ่นที่เขาพยายามส่งให้ได้ส่งผ่านไปยังเด็กหนุ่มเรียบร้อยแล้วความหนาวสั่นเมื่อครู่แทบไม่หลงเหลือ

ใบหน้าขาวซีดเริ่มกลับมาแดงเรื่อๆอีกครั้งเคนยะเห็นแล้วก็ทำให้เขาค่อยโล่งใจขึ้นมาเป็นกอง

“หลับให้สบายเถอะนะคนดี ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายจิตใจเธออีก

ฉันสัญญา.............”ชายหนุ่มพร่ำบอกร่างที่ไม่ได้สติในอ้อมแขนของเขาซ้ำไปซ้ำมาพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียนไปมาเป็นการปลอบประโลม

ทำไมกันนะเขาถึงหลงรักร่างเล็กตรงหน้าได้ถึงขนาดนี้

เขาจะกลายเป็นคนอกตัญญูหรือเปล่าที่ไม่สามารถชำระความแค้นที่สั่งสมมานับสิบๆปีให้กับเคนชิโร่ผู้เป็นบิดาได้

เคนยะใบหน้าสลดลงก้มมองร่างเล็กข้างใต้ที่กำลังหลับสบายอย่างครุ่นคิด

เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ได้มีความผิดอะไรเลยแม้แต่น้อยแต่เขากลับทำเรื่องร้ายๆใส่เด็กหนุ่มสารพัดสารเพอย่างไม่น่าให้อภัย

“มาซายะ....................เธอจะโกรธฉันจะเกลียดฉันยังไงก็ได้แต่ฉันรักเธอ

รักเธอที่สุด.............”ชายหนุ่มพูดพลางจูบประทับที่ดวงตากลมโตที่กำลังปิดสนิททั้งสองข้างอย่างอ่อนโยนแล้วหลับไปภายใต้ราตรีที่เงียบสงัด

ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยเสียงไอในลำคอจากร่างเล็ก

เคนยะรีบลุกนั่งใช้หลังมือวัดอุณหภูมิจากร่างตรงหน้าปรากฎว่าไข้ลดลงแล้วแต่เด็กหนุ่มยังนอนซมไม่ได้สติอยู่เช่นเคย

สายลมอ่อนพัดปะทะร่างเล็กทำให้เด็กหนุ่มขดตัวด้วยความหนาวสั่นเมื่อผ้าห่มหลุดลงไปอยู่ที่เอวเคนยะรีบคว้ามาคลุมให้ดังเดิมแล้วลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่ให้ร่างเล็กทันที

“มาซายะรอฉันเดี๋ยวนะ.........”ชายหนุ่มรีบเดินลงไปชั้นล่างพร้อมกับยกอาหารเช้าสำหรับคนป่วยที่ชิโอริพิถีพิถันปรุงให้เป็นพิเศษเสร็จเรียบร้อยแล้วขึ้นมาชั้นบนพลางเรียกร่างเล็กเบาๆ

“มาซายะ............ตื่นมาทานอาหารเสียหน่อยนะ”

“อือ................”มาซายะครางในลำคอเมื่อได้ยินเสียงเรียกเริ่มขยับเปือกตาน้อยๆก่อนดวงตากลมโตจะค่อยลืมขึ้นมาปะทะแสงแดดอ่อนๆในยามเช้า

ร่างเล็กยกมือขึ้นมาบังหน้าเล็กน้อยเมื่อตายังไม่ค่อยชินกับแสง

เคนยะค่อยๆประคองเด็กหนุ่มให้นั่งพิงกับเตียงช้าๆแล้วทอดสายตาอ่อนโยนไปที่ร่างเล็ก

“...................”มาซายะผินหน้าไปอีกทางไม่อยากเห็นหน้าชายหนุ่มด้วยใจที่ยังโกรธขึ้งอยู่ไม่น้อย

“ยังโกรธฉันอยู่อีกหรือไง”ชายหนุ่มถามด้วยสีหน้าเจ็บปวดไม่แพ้กันรู้สึกสำนึกผิดที่ทำกับคนที่เขารักรุนแรงจนไม่สบายเช่นนี้

“ฉันจะไม่ขอให้เธอยกโทษให้หรอกนะ

เพราะฉันรู้ว่าเธอทั้งโกรธทั้งเกลียดแทบไม่อยากมองหน้าฉันด้วยซ้ำใช่ไหม”

“...........................”เด็กหนุ่มยังคงไม่หันมามองหน้าเขาอีกเช่นเคยแต่ดวงตากลมรื้นไปด้วยหยาดน้ำตา

ริมฝีปากสั่นระริกถูกเม้มแน่นเหมือนพยายามสกัดกั้นความรู้สึกไว้ภายใน

ชายหนุ่มถอนใจยาวๆยิ่งเห็นก็ยิ่งทรมานถึงจะทำดีแค่ไหนก็คงชดเชยความผิดที่เขาก่อไว้ไม่ได้ง่ายๆ

“ทานสักนิดเถอะนะจะได้มีแรง

เดี๋ยวเธอหายจะได้ลุกขึ้นมาด่า...........มาตบมาตีฉันเหมือนเดิมไง”ชายหนุ่มแกล้งหยอกแต่ดูเหมือนว่าร่างเล็กจะไม่สนุกไปกับคำพูดของเขายังคงเมินหน้าไปทางอื่นเหมือนเคย

เคนยะจนใจหันมาตักข้าวต้มป้อนให้เด็กหนุ่มแทน แต่มาซายะก็ยังไม่ยอมเปิดปาก

“ทานสักนิดก็ยังดีนะมาซายะ..................”เคนยะเพียรป้อนให้อีกอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนร่างเล็กใจอ่อนยอมกินเข้าไปจนได้แค่สองสามคำก็ปฏิเสธอีก

“ผมอิ่มแล้ว”เสียงเล็กแหบแห้งในลำคอแทบไม่ได้ยิน

“ก็ได้.............ทานน้ำนะ”เคนยะตัดใจไม่อยากเซ้าซี้กลัวเด็กหนุ่มรำคาญวางชามข้าวลงแล้วหยิบยาและแก้วน้ำป้อนตามให้

เด็กหนุ่มจิบไปเพียงนิดก็ขยับตัวนอนลงเหมือนเดิมโดยตะแคงข้างไปอีกทางแล้วไม่หันมาพูดกับชายหนุ่มอีกเลย

“พักผ่อนให้สบายเถอะนะฉันไม่กวนเธอแล้ว”ชายหนุ่มเสียงแผ่วลงมองหลังร่างเล็กอย่างทรมานในอกพลางลูบเส้นผมเล็กเบาๆก่อนถอยออกมาที่โซฟาใกล้หน้าต่างเฝ้าร่างเล็กด้วยความเป็นห่วง

มาซายะสะอื้นไห้ในลำคอเบาๆไม่ให้ชายหนุ่มได้ยิน

น้ำตาไหลรดหมอนเป็นทางด้วยความทรมานใจเช่นกัน

แต่ความโกรธในตัวชายหนุ่มยังมีอยู่มากจนยากที่เขาจะอภัยให้ง่ายๆ

เวลาผ่านไปร่วมชม.ชายหนุ่มเข้ามาดูร่างเล็กอีกครั้งปรากฎว่าเด็กหนุ่มหลับไปแล้วเพราะฤทธิ์ยา

เคนยะสังเกตเห็นหยาดน้ำตาเกาะอยู่ที่แก้มนุ่มสองสามหยดเขาหยักยิ้มน้อยๆพลางใช้ปลายนิ้วปาดออกให้ร่างเล็กอย่างเอ็นดูแล้วเกลี่ยเส้นผมนุ่มที่ไหลย้อยปกหน้าผากให้เข้าที่ก่อนประทับจูบเบาๆที่หน้าผากมนอย่างอ่อนโยนเนิ่นนานเหมือนต้องการถ่ายทอดความรักมากมายที่เขามีต่อเด็กหนุ่มให้รับรู้

แล้วขยับผ้าห่มคลุมตัวให้จนถึงไหล่ก่อนลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว

วันนั้นทั้งวันเด็กหนุ่มนอนซมอยู่บนเตียงเพราะพิษไข้ที่ยังรุมเร้าอยู่ภายในกายร่างเล็กโดยที่เคนยะคอยดูแลไม่ห่างตลอดวันตลอดคืน................

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เคนยะตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเป็นเวลาที่สายมากพอสมควร

ฝ่ามือใหญ่ควานหาร่างเล็กไปทั่วโดยที่ตายังไม่ทันลืมด้วยซ้ำแต่แล้วเขาก็ต้องเบิกตาลุกโพลงเมื่อควานหาเท่าไหร่ๆก็ไม่มีวี่แววของคนที่เขากำลังหาแม้แต่น้อยในใจคิดไปต่างๆนานา

“มาซายะ.................มาซายะ”สายตาคมกวาดกว้างไปทั่วห้องแต่ไม่ปรากฎแม้แต่เงาของร่างเล็กเคนยะรีบลุกขึ้นจากที่นอนตรงรี่ไปเปิดประตูห้องน้ำเผื่อว่าร่างเล็กจะอยู่แต่ก็ไม่พบอีกเช่นเคย

ชายหนุ่มตกใจมากรีบหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่มาสวมแบบลวกๆแล้วทะยานออกไปจากห้องทันทีพลางส่งเสียงเรียกร่างเล็กตลอดทางจนลงมาถึงชั้นล่าง

ภาพที่เห็นทำให้เขาค่อยโล่งใจเมื่อเห็นร่างเล็กนั่งทานอาหารอยู่ที่โต๊ะด้วยใบหน้ามีน้ำมีนวลดังเดิมแต่ทันทีที่ปรายสายตามาเห็นทาเคชิใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็กลับมาบึ้งตึงอีกทันทีคิ้วแทบจะขมวดกันเป็นปม

มาซายะเหยียดสายตามองมาที่ชายหนุ่มเล็กน้อยแต่แล้วก็หันกลับมาคุยอย่างสนุกสนานกับทาเคชิต่ออย่างเดิมโดยไม่สนใจชายหนุ่มแม้แต่น้อย

เคนยะเริ่มจะโกรธขึ้นมาตะหงิดๆเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มผู้เป็นที่รัก

ดูท่าว่าร่างเล็กจะยังโกรธเขาอย่างมากถึงขนาดกล้าทำตัวสนิทสนมกับทาเคชิยั่วโทสะเขาแบบนี้

ว่าแล้วเคนยะก็ตรงเข้าไปกระชากแขนร่างเล็กให้ลุกขึ้นกลางโต๊ะอาหาร

“มานี่มาซายะ.................ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ”เคนยะทำเสียงเข้มจ้องหน้าร่างเล็กที่กำลังทำสายตาเย็นชาเหมือนโกรธขึ้งใส่เขา

“เอ๊ะ................คุณเคนยะ.......ปล่อยผมนะผมไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น”มาซายะสะบัดแขนหันมาทำตาเขียวใส่ชายหนุ่ม

“เคนยะ..................ปล่อยคุณมาซายะนะ

นายจะทำอะไรของนายคุณมาซายะเขายังไม่หายดีนะ”ทาเคชิทำท่าจะลุกขึ้นมาห้าม

“ทาเคชินายอย่ายุ่ง..................เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย”เคนยะชี้หน้าหันมาทำตาดุใส่เพื่อนถ้าขืนทาเคชิยังฝืนเข้ามายุ่งแม้แต่ก้าวเดียวเขากะจะชกให้คว่ำไปเสียเดี๋ยวนั้น

เคนยะกระชากร่างเล็กให้เดินตามเขาออกมาข้างนอก

มาซายะสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่อาจหลุดจากอุ้งมือแข็งของชายหนุ่มไปได้

“ขึ้นรถ..................”เคนยะเปิดประตูพร้อมดันเด็กหนุ่มให้เข้าไปในรถ

“ไม่............ปล่อยนะ”มาซายะขัดขืนไม่ยอมทำตามคำสั่งชายหนุ่มทำให้เคนยะเริ่มเดือดดาลตวาดเสียงดังกว่าเดิม

“เข้าไปในรถเดี๋ยวนี้ไม่งั้นฉันจะปล้ำเธอมันซะตรงนี้เลยดีไหม

ต่อหน้าต่อตาเจ้าทาเคชิมันนี่แหละไม่เชื่อก็ลองดูสิ

มันจะได้รู้สักทีว่าเธอกับฉันเป็นอะไรกัน”เคนยะแสยะยิ้มทำท่าเหมือนจะทำอย่างว่าจริงๆทำให้มาซายะจำใจยอมขึ้นรถแต่โดยดี

“ก็ได้ก็ได้..........ปล่อยผมได้แล้ว”มาซายะสะบัดแขนจนหลุดจากอุ้มมือชายหนุ่มแล้วเข้าไปนั่งเองโดยที่ชายหนุ่มไม่ต้องฉุดกระชาก

“ว่าง่ายๆอย่างนี้สิมันถึงจะน่ารัก.................”เคนยะแสยะยิ้มก่อนปิดประตูแล้วเข้าไปประจำที่คนขับก่อนออกรถอย่างเร็วแล่นออกไปจากคฤหาสน์

สายลมเย็นผ่านปะทะใบหน้าเล็กท่ามกลางบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติทำให้ร่างเล็กลืมความขุ่นเคืองไปชั่วขณะยิ้มกริ่มสายตากวาดไปทั่วรอบๆสองข้างทางอย่างตื่นตาตื่นใจ

ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ไม่เคยออกมาไกลอย่างนี้เลยสักครั้งอย่างดีก็แค่รอบๆคฤหาสน์เท่านั้น

เคนยะเห็นร่างเล็กเริ่มอารมณ์ดีก็ทำให้เขายิ้มออก

เคนยะขับรถออกมาไกลพอสมควรแต่ก็ยังไม่พ้นพื้นที่บริเวณเขตของคฤหาสน์หลังใหญ่ภายใต้เนื้อที่เกือบพันไร่

ชายหนุ่มพาร่างเล็กเที่ยวชมธรรมชาติไปเรื่อยๆผ่านไร่องุ่นกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

มาซายะนั่งแทบไม่ติดเบาะเมื่อชายหนุ่มขับรถผ่านเข้าไปในไร่ที่เต็มไปด้วยองุ่นทั้งสองข้างทางมีทั้งองุ่นดิบและที่สุกจนดำคละเคล้ากันไปดูน่าทานเป็นอย่างมาก

“โอ้โฮสวยจังเลยครับ ที่นี่ของคุณทั้งหมดเหรอ”มาซายะเอ่ยถามอย่างลืมตัวสายตายังกวาดกว้างไปกับธรรมชาติรอบๆ

เคนยะหยักยิ้มมุมปากอดเอ็นดูไม่ได้กับความไร้เดียงสาของร่างตรงหน้า

“ใช่..................และตอนนี้มันก็คือของเธอด้วย”ชายหนุ่มพูดด้วยรอยยิ้มทั้งใบหน้าและนัยตา

มาซายะได้ยินดังนั้นก็เริ่มนึกขึ้นได้ว่าเขายังโกรธชายหนุ่มอยู่รีบเปลี่ยนสีหน้ากลับมาบึ้งตึงเหมือนเดิม

เคนยะขับรถออกมาจากไร่แล้วหยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่นพลางจับแขนสองข้างของเด็กหนุ่มให้หันมาเผชิญหน้าตรงๆ

“ยังโกรธฉันอยู่อีกหรือไง”เคนยะยิ้มเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ร่างเล็กก็ยังไม่ยอมหันมาคุยกับเขาอยู่ดีแถมยังสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนไม่อยากสนใจคำพูดง้องอนของเขาแม้แต่น้อย

“ว่าไง ฉันถามทำไมไม่ตอบ”ชายหนุ่มยังคงง้องอนต่อรู้ตัวว่าตนเองทำรุนแรงกับร่างเล็กตรงหน้าเกินไปจริงๆ

“จะให้ผมพูดว่าไง ผมไม่มีสิทธิ์จะไปโกรธอะไรคุณนี่

ผมมันก็แค่คนรับใช้แค่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณมิอาจเผยอไปโกรธใครเขาได้หรอก”มาซายะเอ่ยแบบตัดพ้อเมินหน้าชายหนุ่มสนิท

“ฉันขอโทษ..............ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำรุนแรงกับเธอแบบนั้น

แต่เธอก็เป็นฝ่ายผิดนี่ที่ทำตัวสนิทสนมกับเจ้าทาเคชิมันเกินไป”

“นี่คุณจะว่าผมให้ท่าเขาหรือไง”ร่างเล็กทนไม่ได้กับคำพูดเหมือนดูถูกของชายหนุ่มหันมาตวาดใส่เสียงดัง

“ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย”

“แล้วมันยังไงกันล่ะพูดมาให้ดีๆนะ”

“ฉันไม่อยากให้เธอยิ้มให้คนอื่นนอกจากฉันเข้าใจหรือเปล่า”

“ผมเป็นคนนะ มีชีวิตจิตใจ มีความคิดเป็นของตัวเอง

ผมจะยิ้มกับใครจะคุยกับใครมันก็เรื่องของผม คุณมีสิทธิ์อะไรมาห้าม”

“มีสิ................ก็สิทธิ์ในความเป็นเจ้าของเธอไง”

“ผมไม่ใช่ของๆใครทั้งนั้น”เด็กหนุ่มเริ่มขุ่นมัวในใจกับความเจ้ากี้เจ้าการอ้างสิทธิ์ของชายหนุ่ม

“เธอเป็นของฉัน เป็นเมียของฉัน...............ฉันไม่ยกให้ใครทั้งนั้นรู้ไว้ด้วย”

“อย่ามาพูดจาหยาบคายอย่างนี้ใส่ผมนะ”มาซายะตวาดหันมาทำตาดุเมื่อชายหนุ่มพูดจาไม่ให้เกียรติเขาแม้แต่น้อย

“ฉันไม่เห็นว่ามันจะหยาบคายตรงไหน

ก็เธอเป็นเมีย..........เอ่อ.....ภรรยาของฉันจริงๆนี่”เคนยะลืมตัวรีบเปลี่ยนคำพูดกลัวเด็กหนุ่มโกรธเขาอีก

“ถึงคุณจะได้ก็ได้แค่ร่างกายแต่จิตใจของผมไม่มีวันเป็นของคุณ”

“เธอจะโกหกใครก็โกหกได้แต่อย่ามาโกหกฉัน....................

ฉันรู้ว่าเธอรักฉันมาซายะ”

“อย่าคิดเข้าข้างตัวเองไปนักเลยคุณโอกามิ เคนยะ”

“อย่ามาใช้น้ำเสียงอย่างนี้กับฉันนะ”เคนยะเริ่มตวาดเสียงดังเมื่อร่างเล็กเริ่มใช้น้ำเสียงเยาะหยันใส่เขา

“ผมจะพูดของผมอย่างนี้แหละ ถึงเป็นคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาห้าม”

“งั้นดูซิว่าฉันจะห้ามเธอได้หรือเปล่า”ว่าแล้วเคนยะก็ดึงตัวเด็กหนุ่มเข้ามาประกบจูบอย่างเร่าร้อนโดยไม่สนเสียงประท้วงของร่างเล็กที่ทั้งผลักทั้งดันเขาให้พ้นไปจากตัว

“ปากเก่งนักใช่ไหม”เคนยะบดเบียดริมฝีปากลงไปอีกครั้งอย่างแรงพร้อมอุ้งมือใหญ่ถือโอกาสสอดเข้าไปในเสื้อบดบี้ยอดอกเล็กของเด็กหนุ่มสลับไปมาทั้งสองข้าง

มาซายะเลื่อนมือเล็กลงมาดันมือชายหนุ่มออกแต่ก็ไม่สามารถต่อต้านการกะทำของชายหนุ่มไปได้จำใจให้เขาทำตามใจจนพอใจน้ำตาเริ่มปริ่มไหลออกมาจากนัยตาหยดลงสองข้างแก้มอย่างน้อยใจ

หยาดน้ำใสหยดลงรดแก้มชายหนุ่มทำให้เขาเริ่มเรียกสติคืนมาปล่อยร่างเล็กให้เป็นอิสระทันที

“มาซายะฉันขอโทษ

ก็เธอยั่วโมโหฉัน..................ก็เลย”ชายหนุ่มหยุดคำพูดไล้นิ้วปาดน้ำตาให้ร่างเล็กด้วยใจที่ร้อนรุ่มไปด้วยความรักและหึงหวงที่มีต่อร่างเล็กตรงหน้า

มาซายะสะบัดหน้าหนีไม่ยอมให้ชายหนุ่มสัมผัสน้ำตายังไหลไม่ขาดสายทั้งเสียใจทั้งอึดอัดในอกแทบแหลกสลายก็ว่าได้

“คุณจะทำอะไรก็ได้อยู่แล้วนี่

ไม่ต้องมาขอโทษผมหรอกผมมันก็แค่ลูกศัตรูที่ฆ่าพ่อคุณ”มาซายะพูดไปน้ำตาไหลไป

“ไม่เอาน่า..................อย่าทำอย่างนี้ได้ไหม

ไม่ว่าเธอจะเป็นใครมาจากไหนขอแค่รู้เอาไว้ว่าฉันรักเธอนะมาซายะ”

“คุณจะมาโกหกอะไรผมอีกล่ะ

มันไม่ได้ผลหรอกเก็บคำของคุณเอาไว้พูดกับพวกผู้หญิงของคุณเถอะ”

“พูดอย่างนี้แสดงว่าหึงฉันใช่ไหม.................”เคนยะแสยะยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของร่างเล็ก

“ใครหึงคุณกัน”มาซายะหน้าแดงเมื่อชายหนุ่มพูดตรงจุด

“อ้าวก็เธอไงดูซิเนี่ยเห็นนั่งหน้าง้ำหน้างอเป็นจวักอยู่เป็นนานสองนานแล้วไม่เรียกว่าหึงแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะเนี่ย”เคนยะเชยคางมนมาสบตายิ้มกริ่มให้ร่างตรงหน้าเหมือนล้อเลียน

“อย่ามาแกล้งผมนะ ตอนนี้ผมกำลังซีเรียสอยู่”ร่างบางปัดมือชายหนุ่มออกสีหน้าจริงจัง

ปรับตัวแทบไม่ทันกับอาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของชายหนุ่ม

“เอาเถอะ...............ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร

อีกไม่นานหรอกฉันจะทำให้เธอยอมรับฉันจากหัวใจเชียวล่ะ”เคนยะแสยะยิ้มสายตาคมจ้องร่างเล็กอย่างอ่อนโยนก่อนออกรถไปตามทางเหมือนเดิมอย่างน้อยตอนนี้เขาก็รู้ว่าความขุ่นข้องหมองใจในตัวร่างเล็กเริ่มลดลงไปบ้างแล้ว

สักครู่ใหญ่เขาสังเกตเห็นรถคันหนึ่งตามหลังเขามาห่างๆ

เคนยะเห็นท่าทางไม่น่าไว้วางใจจึงเหยียบเร่งคันหนีออกไปเพื่อลองดูว่าพวกนั้นตามเขามาหรือไม่

ผลปรากฎว่ารถคันนั้นกลับเร่งตามเข้ามาในระยะประชิดมากกว่าเดิมจากนั้นคนในรถก็เปิดกระจกโผล่หน้าออกมารัวกระสุนเล็งมาที่รถของเขาสองถึงสามนัดโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว

“มาซายะหลบ................”เคนยะตะโกนเสียงดังบอกให้ร่างเล็กหลบวิถีกระสุนจากรถคันหลังอย่างรวดเร็วพร้อมกับขับรถส่ายไปมาเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดๆไปทั่วบริเวณ

++++++++++++++++++++++++