Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

รักในรอยแค้น

by ling_noi

12

“คุณเคนยะเกิดอะไรขึ้น....................พวกนั้นเป็นใครน่ะ

ทำไมเขาต้องทำร้ายเราด้วย”มาซายะรัวคำถามอย่างตกใจ หัวใจแทบจะหลุดมาอยู่ที่ตาตุ่ม

เกาะเบาะรถแน่นเมื่อชายหนุ่มหักรถหลบกระสุนอย่างแรง

“อย่าเพิ่งถามตอนนี้เลยหยิบปืนในเก๊ะตรงนั้นออกมาเร็ว”เคนยะพูดพลางชี้ไปที่เก๊ะหน้ารถข้างตัวเด็กหนุ่ม

“นี่ครับ”มาซายะกุลีกุจอส่งปืนสั้นกระบอกใหญ่สีดำเมี่ยมให้ชายหนุ่ม

“ระวังนะครับ”ร่างเล็กพูดอย่างเป็นห่วงเมื่อชายหนุ่มโผล่หน้าออกไปยิงสวนกลับหนึ่งนัดโดนชายชุดดำข้างหลังตายไปหนึ่งคน

“ยังเหลืออีกสาม”เคนยะกัดกรามจนเป็นสันนูนด้วยความโกรธเหยียบคันเร่งหนีจนมิดด้วยความเร็วสูงเนื่องจากกลัวร่างเล็กโดนลูกหลงไปด้วย

“เก่งจังเลย................แม่นสุดๆเลยฮะ”มาซายะกล่าวอย่างทึ่งๆในความสามารถของชายหนุ่ม

“มาซายะอย่าโผล่หัวออกมาสิมันอันตราย”เคนยะดุเสียงเข้มเมื่อร่างเล็กลืมตัวหันกลับไปมองผลจากการกระทำของเขาโดยไม่ระมัดระวังตัว

“อ๊ะ................ขอโทษครับ”มาซายะหดหัวหลับเข้าไปในรถตามเดิมสีหน้าสลดลงเล็กน้อย

จากนั้นเคนยะก็เร่งรถด้วยความเร็วสูงพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่กลัวตายโดยที่รถคันหลังยังตามมาติดๆ

เคนยะไม่รู้จะทำยังไงกลัวร่างเล็กเป็นอันตรายจึงเลี้ยวหักรถหนีเข้าไปในป่าแล้วจอดลงอย่างแรง

“มาซายะลงจากรถเร็ว”ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้มดึงมือร่างเล็กวิ่งเข้าไปในป่าอย่างไม่รอช้า

ไม่กี่นาทีต่อมารถคันนั้นก็ตามมาเจอรถของเขาจนได้

“พวกมันอยู่นี่...................ฆ่าอย่าให้เหลือทั้งสองคน”เสียงชายร่างใหญ่ผู้เป็นหัวหน้าตะโกนสั่งลูกน้องดังลั่นอย่างเคียดแค้น

“ครับ...............”ลูกน้องรับคำแล้วรีบวิ่งตามเจ้านายออกไปทันที

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เสียงปืนยิงโต้ตอบกันดังไกลมาถึงคฤหาสน์

“ผมได้ยินเสียงปืน”เอนโดเบิ่งตากว้างคิดว่าคงมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับเจ้านายเขาแน่

“ผมก็ได้ยินเหมือนกันครับ”ทาเคชิเอ่ยสมทบรู้สึกเป็นห่วงร่างเล็กขึ้นมาทันที

“ผมว่าเราไปดูกันเถอะครับ

เดี๋ยวสองคนนั่นจะเป็นอันตราย”ทาเคชิเอ่ยแทบจะเป็นเสียงเดียวกับชายหนุ่มคู่สนทนา

ว่าแล้วเอนโดก็สั่งลูกน้องเตรียมพร้อมอาวุธครบมือจำนวนหนึ่งขับรถแล่นออกไปจากคฤหาสน์อย่างรวดเร็วพร้อมๆกับทาเคชิจำนวนสองคัน

ทาเคชิเริ่มแสดงสีหน้ากังวลชัดเจนหันซ้ายทีขวาทีมองไปรอบๆข้างทางทั้งสองข้างกวาดสายตาหาร่างเล็กไปทั่ว

“ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ คุณมาซายะอยู่กับนายท่าน

นายท่านคงไม่ปล่อยให้คุณมาซายะเป็นอันตรายแน่ๆ”

“ผมไม่น่าเลย......................รู้อย่างนี้ไม่ปล่อยให้ออกไปกับเจ้าเคนยะซะก็ดี”ทาเคชิยังไม่วายกังวลถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่มขึ้นมาจริงๆเขาจะทำยังไงในใจร้อนรุ่มไปหมด

รถแล่นมาด้วยความเร็วสูงไม่ถึงสิบนาทีก็เจอรถสองคันจอดอยู่ข้างทางไม่ไกลจากถนนนัก

“อ๊ะ.............คุณเอนโดนั่นไงครับ”ทาเคชิชี้พลางบอกเอนโดให้เลี้ยวรถเข้าไปทันที

“จริงด้วยรถของนายท่านจริงๆ”เอนโดกล่าวรีบเปิดประตูลงจากรถอย่างรีบร้อนสำรวจบริเวณรอบๆอย่างถ้วนถี่

“คงจะหนีเข้าไปในป่าแน่ๆ

แต่ไม่ต้องห่วงนะครับคุณเคนยะชำนาญทางแถวนี้ดีรีบตามไปกันเถอะครับ

ทางนี้ไม่ผิดแน่ๆ”ชายหนุ่มรีบวิ่งนำทางตามร่องรอยของเจ้านายไปทันที

“อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะครับคุณมาซายะ”ทาเคชิคิดในใจขณะที่วิ่งตามเอนโดไปติดๆ

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

“พวกมันเป็นใครกันครับ..................”ร่างเล็กยังไม่หายสงสัยหันหน้ามาถามชายหนุ่มด้วยใจระทึกทั้งๆที่ขากำลังวิ่งหนีสุดชีวิต

“สงสัยจะเป็นลูกน้องของไอ้มิมุระ”ชายหนุ่มกัดกรามแน่นด้วยความโมโหจับมือร่างเล็กวิ่งเร็วขึ้นอีกพร้อมหันมาระวังหลังอย่างต่อเนื่อง

“มิมุระ.............ใครกัน”มาซายะซักต่อเริ่มเหนื่อยเต็มทีแล้วเมื่อวิ่งติดต่อกันนานๆอย่างนี้พลางมองชายหนุ่มที่วิ่งอย่างชำนาญทางไปข้างหน้าเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“ลูกหนี้ฉันเอง

นายมันเป็นหนี้ฉันหลายสิบล้านและไม่ยอมใช้ตามกำหนดฉันเลยยื่นคำขาดกับมันไป

มันกล้าส่งคนมายิงฉันอย่างนี้แสดงว่ามันคงไม่คิดจะใช้หนี้แน่ๆ”

“ทำไมโหดร้ายกันอย่างนี้ล่ะ.................แค่นี้ถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเชียวเหรอครับ”

“เธอยังไม่รู้อะไรมาซายะ สำหรับวงการนี้ไม่มีคำว่าปราณีใดๆทั้งสิ้น

ทุกอย่างมันเป็นเกมส์

ขืนใครเพลี่ยงพล้ำไม่พ่ายแพ้ย่อยยับไปก็มีแต่ตายสถานเดียว”ชายหนุ่มอธิบายทั้งๆที่ชีวิตอยู่ในเส้นเฉียดความตายเข้าไปทุกที

หากเด็กหนุ่มไม่อยู่ด้วยเขาคงสบายใจกว่านี้และคงจัดการพวกมันไม่เหลือหรอไปแล้ว

“แล้วเราต้องวิ่งหนีกันจนถึงเมื่อไหร่เนี่ยผมเริ่มเหนื่อยแล้วนะ”มาซายะหอบหนักๆสองเท้าเริ่มจะก้าวไม่ไหวเข้าไปทุกที

“จนกว่าฉันจะแน่ใจว่าเราปลอดภัยแล้วนั่นแหละ”

“แต่เราก็หนีพวกมันมาไกลพอสมควรแล้วนะ พวกมันคงหาเราไม่เจอแล้วล่ะ”

“ไม่ได้แค่นี้ยังไม่ปลอดภัย

ทนอีกหน่อยแล้วกันนะ”ชายหนุ่มยืนกรานยังไม่ยอมหยุดพักง่ายๆเมื่อเห็นสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจ

“แต่ดูเหมือนฝนใกล้จะตกแล้วนะเมื่อกี้ยังดีๆอยู่แท้ๆ”มาซายะแหงนหน้ามองฟ้าที่เต็มไปด้วยกลุ่มเมฆสีดำลอยต่ำลงมาทุกขณะ

“ถ้าอย่างนั้นยิ่งต้องรีบเดี๋ยวฝนตกลงมาจริงๆจะยิ่งอันตรายนะ

ยิ่งเราอยู่ในป่าอย่างนี้ด้วย”

“แต่ผมจะไม่ไหวแล้วล่ะปวดขาไปหมด”มาซายะหมดแรงเอาเสียดื้อๆรู้สึกปวดที่ข้อขาไปหมดเป็นเพราะแผลที่เกิดจากการที่ชายหนุ่มล่ามโซ่เขาไว้แท้ๆที่ทำให้เจ็บปวดแสนทรมานอย่างนี้

“เจ็บมากเหรอ”เคนยะหยุดวิ่งหันมามองร่างเล็กที่ข้อเท้าเต็มไปด้วยเลือดด้วยความเป็นห่วง

“ฮะ...............อูย............เบาๆหน่อยสิผมเจ็บนะ”มาซายะตอบเสียงสั่นเมื่อชายหนุ่มจับข้อเท้าเขายกขึ้นดู

“ขอโทษ.....................งั้นเธอขี่หลังฉันก็แล้วกันหยุดตรงนี้มันยังไม่ปลอดภัย”

“แต่......................”มาซายะลังเลกลัวเป็นภาระทำให้ชายหนุ่มช้าลงไปอีก

“ไม่ต้องมีแต่อะไรทั้งนั้น.......................เอ้าขึ้นมาเร็ว”เคนยะย่อตัวลงหันหลังให้ร่างเล็กขึ้นขี่แต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ขึ้นเสียทีทำให้เขาต้องหันกลับมาดุเสียงเข้มเนื่องจากกลัวพวกนั้นตามมาทันถ้าเด็กหนุ่มมัวแต่ชักช้า

“เร็วๆเข้าสิขืนชักช้าพวกนั้นก็ตามมาทันจนได้ อยากเป็นผีเฝ้าที่นี่หรือไง”

“เอ๊ะคุณนี่แค่นี้ทำไมต้องมาแช่งกันด้วย

เดี๋ยวเกิดผมตายขึ้นมาจริงๆจะมาหลอกคุณคนแรกเลยคอยดู”มาซายะชักฉุนหมั่นไส้ปากร้ายๆของชายหนุ่มพลางเขย่งตัวขี่หลังชายหนุ่มด้วยความยากลำบาก

“หนักก็อย่ามาบ่นแล้วกัน.............”เสียงเล็กบ่นอุบอิบๆอยู่ในลำคอ

“เอาเถอะน่าตัวเล็กกระจิ๊ดริดแบบเธออุ้มอีกซักสิบคนยังไหวเล้ย………”เคนยะหยักยิ้มมุมปากนึกขำกับคำพูดของร่างเล็ก

“ทำเป็นพูดดี..................ชิ”มาซายะบุ้ยปากยังไม่ทันได้เกาะคอชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนซะอย่างนั้นจนเขาแทบหงายหลัง

“หวา....................คนบ้าจะลุกก็บอกกันบ้างดิ

ผมเกือบตกลงไปแล้วรู้เปล่า”มาซายะทุบแผ่นหลังชายหนุ่มสองสามทีเป็นการลงโทษเสียงเล็กแว้ดๆใส่หูชายหนุ่มไม่หยุด

เคนยะระบายยิ้มชอบใจกับอาการตลกๆของร่างเล็ก

“แหมขอโทษๆ................ทีหลังกระผมจะแจ้งเตือนคุณหนูก่อนล่วงหน้านะขอรับกระผม”เคนยะหัวเราะในลำคอแล้วแบกเด็กหนุ่มเดินต่อไป

“อย่ามาล้อเลียนผมนะ”มาซายะหน้าแดงใช้สองมือเล็กแกล้งบีบคอชายหนุ่มเบาๆ

“โอ๊ะๆ..................อย่าขอรับเดี๋ยวกระผมตายไปใครจะแบกคุณหนูหนีเจ้าพวกผู้ร้ายพวกนั้นเล่าขอรับ”เคนยะยังแกล้งหยอกเด็กหนุ่มไม่เลิก

“เอ๊ะคุณนี่.................พอได้แล้วแกล้งผมสนุกนักรึไง”

“เปล๊า.................................”ชายหนุ่มหัวเราะหึๆในลำคออย่างเอ็นดูร่างเล็กบนหลัง

อยู่กับเด็กหนุ่มผู้นี้เขาไม่เคยนึกเบื่อเลยสักครั้ง

“อย่ามาโกหก ผมรู้นะว่าคุณแอบยิ้มเยาะผมอยู่ในใจล่ะสิ”ร่างเล็กค้อนงอนชายหนุ่ม

“เอาน่า....................เราอย่าเพิ่งมาทะเลาะกันตอนนี้เลยนะ”

“ก็เพราะคุณนั่นแหละ”เด็กหนุ่มเถียงไม่ยอมแพ้

“งั้นฉันขอโทษเธอก็แล้วกัน พอใจยัง”เคนยะส่ายหน้าไปมาระบายยิ้มน้อยๆ

นึกเอ็นดูกับความเอาแต่ใจไม่ยอมแพ้ง่ายๆของร่างเล็ก

“ผิดแล้วขอโทษอย่างนี้ค่อยน่าให้อภัยหน่อย”มาซายะได้ใจเมื่อเห็นชายหนุ่มอ่อนข้อให้ยิ้มเล็กยิ้มน้อยเป็นการใหญ่เหมือนตัวเองเป็นผู้ชนะ

“คร๊าบ...............ครับ”เคนยะพูดไปยิ้มไปอย่างยอมแพ้ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับร่างเล็กในเวลาที่วิกฤตเช่นนี้

เคนยะแบกร่างเล็กมาไกลพอสมควรเห็นทีท่าว่าพวกนั้นคงยังตามมาไม่ทันจึงวางร่างเล็กลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่

“พักสักนิดแล้วกันเดี๋ยวค่อยเดินกันต่อ”

“ก็ดีเหมือนกันคุณแบกผมมาตั้งนานแล้วเดี๋ยวจะล้าเสียก่อน”มาซายะเอ่ยเมื่อมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อของชายหนุ่ม

“เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ”ชายหนุ่มถามยิ้มๆมองใบหน้าที่เริ่มจะแดงๆของร่างเล็ก

“เปล่าซักหน่อย

ผมกลัวจะไม่มีคนแบกผมต่างหากเล่า”มาซายะเสหน้าไปทางอื่นหลบใบหน้าคมที่กำลังจ้องเขาไม่วางตาอย่างอ่อนโยนจนเขารู้สึกร้อนไปทั้งหน้า

“เอ้า...............ไม่ห่วงก็ไม่ห่วง

ขอโทษแล้วกันที่ฉันเข้าใจผิดไปเองน่ะ”เสียงยียวนของชายหนุ่มทำให้ร่างเล็กหันมาทำตาเขียวใส่ทันทีแต่ก็ต้องมาเจอสายตาที่เร่าร้อนและแข็งกร้าวกว่าของชายหนุ่ม

ช่วงเวลานั้นเหมือนเวลาจะหยุดไปชั่วขณะเมื่อสายตาของคนทั้งสองผสานกันอย่างมีความหมาย

“ครืน................ครืนๆ................”เสียงฟ้าคำรามกึกก้องไปทั่วบริเวณทำให้ทั้งสองเริ่มเรียกสติตัวเองกลับคืนมา

“สงสัยฝนจะตกแล้ว

ไปกันต่อเถอะรู้สึกข้างหน้าจะมีถ้ำนะ”ชายหนุ่มเอ่ยชวนทำลายบรรยากาศด้วยรอยยิ้มเขินๆที่เด็กหนุ่มไม่เคยเห็นมาก่อนจนเขาอดอมยิ้มไม่ได้

“ฮะ..............”ร่างเล็กรับคำอย่างเห็นด้วยรู้สึกดีเมื่อเห็นสีหน้าแบบนี้ของชายหนุ่ม

เคนยะแบกร่างเล็กขึ้นหลังอีกครั้งแล้วเร่งฝีเท้าแข่งกับฟ้าฝนที่ทำท่าจะกระหน่ำตกลงมาทุกทีๆแล้ว

“จับดีๆนะมาซายะ”ชายหนุ่มหันมากำชับเตือนร่างเล็กเมื่อเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก

“ครับ”มาซายะรับคำด้วยรอยยิ้มกอดกระชับชายหนุ่มแน่นกว่าเดิม

อีกไม่กี่นาทีก็มาถึงถ้ำที่ชายหนุ่มเอ่ยถึงเมื่อครู่

ถ้ำนี้อยู่ในที่ลับตาพอสมควรคงใช้เป็นที่หลบภัยได้เป็นอย่างดีเพราะหากคนที่ไม่เคยเข้ามาแถวนี้คงจะไม่สามารถสังเกตเห็น

แต่ฝนก็ตกลงมาระหว่างทางทำให้ทั้งสองคนเปียกมอกแมกกันเสียก่อน

เคนยะวางเด็กหนุ่มลงช้าๆอย่างระมัดระวัง

“เป็นไงบ้าง…………………..หนาวมากเหรอ”ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นอาการสั่นๆของร่างตรงหน้า

“ไม่เป็นไรฮะ”เด็กหนุ่มปากแข็งไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ชายหนุ่มเห็น

“ไม่เป็นไรได้ยังไง

ตัวสั่นออกอย่างนี้มานี่เถอะ”เคนยะเรียกให้ร่างเล็กเข้ามานั่งใกล้ๆแต่เด็กหนุ่มก็ยังยืนกรานไม่ยอมเข้ามาท่าเดียวด้วยความอาย

“ไม่เอาหรอก

ผมทนได้เดี๋ยวมันก็หยุดตกแล้วล่ะน่า”มาซายะปฏิเสธริมฝีปากสั่นจนฟันกระทบกันดังจนชายหนุ่มได้ยินอดขำกับความปากแข็งของร่างเล็กไม่ได้

“งั้นก็แล้วแต่เธอ”เคนยะจำใจปล่อยให้ร่างเล็กดื้อดึงไปสักพักคิดว่าไม่นานเด็กหนุ่มคงยอมใจอ่อนเอง

แต่แล้วเวลาผ่านไปนานและนานพอสมควรฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าหยุดตกง่ายๆเลยกลับกระหน่ำลงมาจนมืดฟ้ามัวดินไปหมด

เคนยะมองร่างเล็กนั่งกอดเข่าลำตัวสั่นเทาด้วยความหนาวอยู่นานก็อดสงสารไม่ได้

ทั้งๆที่ยังไม่หายไข้เลยแท้ๆยังฝืนดิ้อดึงไม่ยอมเลิกขืนมาเจออากาศหนาวๆอย่างนี้มีหวังไข้จะกลับเอาเสียเปล่า ๆ

ว่าแล้วชายหนุ่มก็เป็นฝ่ายเขยิบเข้ามาใกล้ๆเสียเองแล้วกอดกระชับร่างเล็กเข้ามาในวงแขนแน่น

“เอ๊ะ..................คุณเคนยะปล่อยนะคุณจะทำอะไรของคุณเนี่ย”มาซายะขัดขืนพยายามผลักชายหนุ่มออกไปด้วยความขัดเขิน

“ไม่เอาน่ามาซายะ

ฉันรู้ว่าเธอกำลังหนาวนะ”เคนยะกระชับกอดร่างเล็กแน่นกว่าเดิมพร้อมกับจูบประทับเรือนผมหอมกรุ่น

“ปล่อยนะ..................ผะ...............ผม.....มะ...........ไม่.........นะ.........หนาว...........ซะ..........หน่อย”มาซายะพูดไปฟันกระทบกันไปกว่าจะจบประโยคจนเคนยะอดขำไม่ได้

“ฮะๆ.................เนี่ยนะไม่หนาวของเธอน่ะ”

“ใช่”มาซายะเสียงงอนๆพยายามแกะมือชายหนุ่มออกอีก

“อย่าฝืนตัวเองไปเลยน่ามาซายะเดี๋ยวจะไม่สบายเอา

ฉันเป็นห่วงนะ”ชายหนุ่มกระซิบข้างหูด้วยเสียงอ่อนโยนจนร่างเล็กรู้สึกได้

“คุณไม่ต้องมาเป็นห่วงผมหรอก

ผมไม่ได้สำคัญอะไรซักหน่อย”ร่างเล็กเลิกดิ้นซบอกชายหนุ่มอย่างอบอุ่นลำเสียงตัดพ้อในลำคอเล็กน้อย

“สำคัญสิทำไมจะไม่สำคัญ”เคนยะลูบเส้นผมนุ่มไปมาจูบประทับที่ดวงตาของร่างเล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความรักอย่างสุดซึ้ง

มาซายะได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็ทำให้เขาอดดีใจไม่ได้

แม้มันจะเป็นเพียงคำพูดโกหกที่ชายหนุ่มสารพัดสารพันจะสรรหามาพูดก็ตาม

แต่เขากลับรู้สึกว่ามันช่วยเติมเต็มความรู้สึกน้อยใจต่างๆที่เขามีต่อชายหนุ่มไปได้อย่างประหลาด

“คุณเคนยะ................เราหยุดอยู่อย่างนี้พวกนั้นจะไม่ตามมาทันเหรอครับ”ร่างเล็กเอ่ยถามทำลายบรรยากาศเงียบกว่าห้านาทีที่ผ่านมา

ฝ่ามือเล็กโอบชายหนุ่มแน่นกว่าเดิมเหมือนต้องการหาความอบอุ่น

“คงไม่หรอก ฝนตกหนักออกอย่างนี้พวกมันคงหาที่หลบเหมือนเรานั่นแหละ

ขืนเดินต่อไปจะมีแต่อันตรายเสียมากกว่า”ชายหนุ่มอธิบายเสียงนุ่มด้วยรอยยิ้ม

“แล้วพวกคุณทาเคชิกับคุณเอนโดจะไม่มาตามหาเราเหรอ”

“เป็นห่วงมันนักหรือไง”เคนยะเริ่มจะเสียงแข็งขึ้นมาอีกดึงร่างเล็กให้มาเผชิญหน้า

“ก็............ก็คงอย่างนั้น”มาซายะนึกสนุกแกล้งยั่วเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของชายหนุ่ม

“นี่เธอกำลังจะยั่วโมโหฉันอีกแล้วนะมาซายะ”เคนยะเค้นเสียงจริงจังเริ่มอยากปิดปากช่างพูดของเด็กหนุ่มเต็มที

“ผมเปล่านะก็ผมเป็นห่วงพวกเขาจริงๆนี่”มาซายะหน้าระรื่นแกล้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เสียอย่างนั้น

“มาซายะ..............ยังจะพูดอีก”เคนยะเค้นเสียงดุกว่าเก่า

“เอ๊ะ...........อะไรคุณเคนยะผมเป็นห่วงคนอื่นแล้วมันผิดรึไง”มาซายะยิ่งได้ใจแกล้งต่ออีก

“ผิด..............โดยเฉพาะเจ้าทาเคชิ”

“ทำไมผมจะห่วงคุณทาเคชิเขาไม่ได้เขาก็เป็นเพื่อนผมเหมือนกันนะ”

“แต่ฉันไม่ให้เธอห่วงมัน”เคนยะตวาดเสียงเข้ม

“ผมจะห่วงซะอย่างใครจะทำไม”มาซายะแหงนหน้าท้าชายหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัวด้วยริมฝีปากยิ้มหยัน

“ก็ฉันนี่แหละ”ว่าแล้วเคนยะก็ปิดริมฝีปากบางช่างพูดนั้นทันทีด้วยความโมโห (หึง)

มาซายะขัดขืนสักพักก็ปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามอำเภอใจต่อไป(คิดๆแล้วไม่น่าไปแหย่ให้เขาโกรธเล้ย)

เคนยะบดเบียดริมฝีปากนุ่มอย่างร้อนแรงและเร่าร้อนส่งเรียวลิ้นเรียบลื่นเข้าไปรุกรานร่างตรงหน้าควานหาความหวานนุ่มไม่หยุดหย่อนจนเด็กหนุ่มแทบหมดเรี่ยวแรงกอดกระชับชายหนุ่มแน่นยิ่งกว่าเดิมทำให้เคนยะได้ใจใช้ฝ่ามือลูบไล้แผ่นหลังนวลเนียนไปมาไม่หยุดแล้วถกเสื้อตัวเล็กของเด็กหนุ่มมากองอยู่ที่หน้าอกเล็กแบนราบเย้ายวนไปด้วยเสน่ห์ร้อนแรงยั่วเย้าแล้วค่อยๆดึงออกในที่สุดเมื่อชายหนุ่มถอนจูบ

สายตาร้อนทอดมองมาที่แผ่นอกเล็กที่แต่งแต้มด้วยยอดอกสีชมพูเย้ายวนทั้งสองข้างอย่างร้อนแรงจนเด็กหนุ่มร้อนไปทั้งหน้ายกมือปิดแทบไม่ทัน

เคนยะอมยิ้มจัดการถอดเสื้อของเขาออกอย่างรวดเร็วและแล้วแผ่นอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามก็เผยเด่นสู่สายตาร่างเล็ก

มาซายะหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำก้มหน้างุดหลบสายตาคมของชายหนุ่มด้วยความอายตอนนี้หน้าเขาคงแดงจนร้อนไปทั้งหน้าแล้ว

เคนยะเชยคางมนขึ้นมาสบตาคมของเขา

จับมือเล็กที่กำลังใช้ปิดแผ่นอกขาวนวลน่าสัมผัสออกทั้งสองข้างแล้วดึงมาสัมผัสกับแผ่นอกกว้างของเขาแทน

มาซายะหน้าแดงไม่ยอมท่าเดียวพยายามจะชักกลับแต่เคนยะก็ไม่ยอมปล่อยกลับดึงมือเล็กของเขาลูบไล้วนไปมาบนแผ่นอกแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแกร่งของชายหนุ่มริมฝีปากหยักยิ้มอย่างพอใจ

“คะ.......คุณเคนยะ...........ปะ........ปล่อยผมเถอะ”เสียงเล็กตะกุกตะกักในลำคอด้วยความอายใบหน้าเสมองไปทางอื่นไม่กล้าสบสายตาคมร้อนแรงดั่งไฟของชายหนุ่ม

“ไม่ต้องอายไปหรอกน่ามาซายะ”เคนยะแกล้งกระซิบริมหูแล้วส่งปลายลิ้นไล้เลียแผ่วเบาอย่างจงใจจนร่างเล็กสะดุ้ง

“อ๊า................”เสียงเล็กเล็ดลอดออกมาจากลำคอจนเด็กหนุ่มหน้าแดงแล้วแดงอีกพยายามกัดริมฝีปากแน่นหลับตาพริ้มแต่แล้วก็ต้องเบิกตาลุกโพลงเมื่อมือเล็กของเขาถูกดึงเลื่อนลงสู่เบื้องล่างมาสัมผัสส่วนแข็งขันกลางลำตัวของชายหนุ่ม

“มะ........ไม่นะคุณเคนยะอย่าผมอาย”เสียงเล็กอ้อนวอนแผ่วเบาหัวใจเต้นด้วยความระทึกเมื่อฝ่ามือเล็กกำลังครอบครองแก่นกายของชายหนุ่มตรงๆแล้วถูกบังคับให้ขยับเคลื่อนไปมาด้วยมือแข็งแกร่งของชายหนุ่มอีกที

“อือ............มะ...........มาซายะ”เสียงทุ้มครางเครือริมใบหูเหมือนทรมานปนความสุขจนมาซายะสะท้านไหวไปทั้งร่าง

เคนยะเลื่อนมือข้างหนึ่งปลดกางเกงที่เปียกโชกของร่างเล็กออกลงไปกองที่หน้าขาอย่างรวดเร็วแล้วใช้มือครอบครองส่วนอ่อนไหวของร่างเล็กเช่นกันมาซายะพยายามบิดกายหนีแต่แรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆก็ทำให้เขาขัดขืนชายหนุ่มไม่ได้นาน

“อ๊า...............อย่า.........คุณเคนยะ”เด็กหนุ่มร้องประท้วงเมื่อชายหนุ่มปล่อยมือข้างที่บังคับเขาแล้วเลื่อนไปด้านหลังลูบไล้แก้มก้นขาวนวลไปมาก่อนฝังนิ้วไปที่รอยแยกในช่องทางฉ่ำชื้นด้านหลังสองนิ้วพร้อมๆกันจนสุดแล้วขยับเข้าออกอย่างเร็ว

ส่วนด้านหน้าก็ยังขับเคลื่อนไปมาไม่หยุดเช่นกัน

มาซายะครางเครืออย่างแผ่วหวิวพยายามสะกัดกั้นไม่ให้เสียงแห่งอารมณ์ปรารถนาที่กำลังพุ่งพล่านอยู่ในกายดังออกมาข้างนอก

ใบหน้าแดงซ่านผิวกายร้อนรุ่มไปหมดในขณะที่มือของเขายังคงกอบกุมส่วนแข็งขันของชายหนุ่มอยู่

จนตอนนี้เขารู้สึกว่าเริ่มจะทนไม่ไหวกับความร้อนรุ่มที่ชายหนุ่มส่งให้ไม่ขาดสายเสียแล้ว

“เคน.........เคนยะซัง.........ผะ..............ผมไม่ไหวแล้วนะ”มาซายะเสียงเล็กแหลมลงทุกที

ช่องทางแสนแคบด้านหลังบีบรัดนิ้วชายหนุ่มอย่างแรงหลายครั้งก่อนปล่อยความร้อนรุ่มในกายออกมาจนเต็มมือชายหนุ่มสายแล้วสายเล่า

เคนยะปล่อยส่วนอ่อนไหวของเด็กหนุ่มให้เป็นอิสระพร้อมๆกับดึงนิ้วทั้งสองออกมาจากส่วนหลังของเด็กหนุ่มจนมาซายะแทบจะทรุดอยู่ที่ตักของชายหนุ่มอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง

“อ๊ะ....................คุณจะทำอะไรน่ะ

อย่านะ”มาซายะร้องเสียงดังเมื่อชายหนุ่มเลื่อนมือที่เปรอะไปด้วยสายน้ำอุ่นของเขาขึ้นมาไล้เลียเข้าไปในปากต่อหน้าต่อตาเขา

สายตาคมจับจ้องมาอย่างร้อนแรงในขณะที่ปลายลิ้นของเขายังไม่หยุดการกระทำ

มาซายะยิ่งเห็นยิ่งทำให้เขาหน้าแดงเข้าไปใหญ่ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะกล้ากลืนกินสิ่งนั้นของเขาเข้าไปได้

“ทำไมล่ะของเธอทั้งหอมทั้งหวานขนาดนี้”ชายหนุ่มกล่าวไม่สะทกสะท้านกับอาการขัดเขินของร่างเล็ก

“บ้า..........บ้า............บ้า...........อ๊ะ”และแล้วริมฝีปากบางนุ่มก็ถูกประกบบดบี้ลงอีกครั้งอย่างรวดเร็วและเนิ่นนานกว่าชายหนุ่มจะถอนออกแล้วเลื่อนไปซุกไซร้ซอกคอยาวระหงส์หอมกรุ่นแทน

“มาซายะ ฉันรักเธอ

เธอรักฉันไหม”เสียงชายหนุ่มครางในลำคอขณะที่ริมฝีปากกำลังขบเม้มฝากประทับรอยแห่งความรักให้ร่างเล็กตรงหน้า

“.....................”ไม่มีเสียงตอบจากเด็กหนุ่มแต่สัมผัสได้ถึงผิวแก้มร้อนและแดงซ่านมาถึงใบหูจากร่างเล็กแทน

เคนยะเลื่อนลำตัวนั่งพิงผนังถ้ำขยับตัวร่างเล็กให้เข้ามาคร่อมหน้าขาของเขาแล้วยกตัวเด็กหนุ่มสูงขึ้นจนศีรษะอยู่ในระดับอกของเด็กหนุ่มโดยที่สายตาร้อนยังจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าแดงก่ำของร่างเล็กไม่ลดละ

มาซายะร้อนวูบวาบไปหมดทั้งกายไม่อาจสู้สายตาเร่าร้อนเต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความปรารถนาของชายหนุ่มได้แต่แล้วใบหน้าคมก็ฝังลงมาที่แผ่นอกร้อนของเขาอย่างรวดเร็วส่งปลายลิ้นเล็มเลียที่ยอดอกแล้วขบเม้มเบาๆเป็นการกระตุ้นสองสามทีซ้ำไปซ้ำมาทั้งสองข้างอย่างช่ำชองท่ามกลางเสียงเล็กแหลมเย้ายวนของเด็กหนุ่มที่ครางเครือไม่หยุดเมื่อชายหนุ่มย้ำริมฝีปากหนักๆที่ยอดอกเม็ดเล็กสีชมพูของเขา

“อ้ะ.......................เคนยะซังอย่า……………”

“มาซายะฉันขอได้ไหม..............”เคนยะเลื่อนใบหน้าคมออกมาสบตาร่างเล็กอย่างเร่าร้อน

“มาถามอะไรเอาตอนนี้”มาซายะหน้าแดงกับคำถามตรงๆของชายหนุ่มซึ่งเขาไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดีแล้ว

“ตกลงนะ”เคนยะระบายยิ้มเมื่อไม่ได้รับการปฏิเสธจากร่างตรงหน้า

“บ้า...........”เสียงเล็กเล็ดลอดออกมาคำสุดท้ายก่อนจะถูกชายหนุ่มปิดริมฝีปากอีกครั้งอย่างร้อนแรง

จากนั้นก็ค่อยๆกดสะโพกเล็กลงไปยังส่วนแข็งขันเบื้องล่างของเขาช้าๆ..............มาซายะสะดุ้งสุดตัวกรีดร้องสุดเสียงเมื่อช่องทางฉ่ำชื้นค่อยๆถูกรุกรานจากชายหนุ่มทีละนิดๆจนส่วนหัวของชายหนุ่มลุกล้ำเข้าไปจนได้

“มาซายะปล่อยตัวตามสบาย

อย่าเกร็งแล้วมันจะดีขึ้นเองนะคนดี………”ชายหนุ่มจูบที่แก้มนุ่มแล้วเลื่อนมาบดเบียดริมฝีปากนุ่มอีกครั้งปลอบประโลมร่างเล็กที่กำลังครวญครางอย่างเจ็บปวด

“อ๊า...............เคนยะซังผมเจ็บ………..โอ้ย”มาซายะร้องลั่นเมื่อชายหนุ่มกดสะโพกของเขาเข้าหาเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มกระแทกสวนขึ้นมาอย่างแรงทีเดียวร่างสองร่างก็เชื่อมต่อแทบจะกลายเป็นคนๆเดียวกัน

“ฮือ............ฮึกผมเจ็บนะคนใจร้าย”มาซายะน้ำตาไหลพรากจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มระบายความเจ็บปวดจนเป็นทางยาว

“ไม่เป็นไรนะคนดี

ฉันรักเธอ..............รักเธอ”ชายหนุ่มกระซิบข้างหูปลอบประโลมร่างเล็กอย่างอ่อนไม่ขาดสาย

ไม่กี่นาทีเขาก็เริ่มทนไม่ไหวกับความต้องการที่รุมเร้าอยู่เบื้องล่างค่อยๆขยับทีละน้อยๆเพิ่มความเคยชินให้ร่างเล็ก

เสียงเด็กหนุ่มครางเครือริมใบหูยิ่งทำให้เขาเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆสองมือจับสะโพกมนกลมกลึงขยับขึ้นลงเป็นจังหวะเดียวกับที่เขาเร่งสวนขึ้นไปอย่างร้อนแรงและหนักหน่วงด้วยอารมณ์ที่กระเจิดกระเจิงสุดขีดยากที่จะมีอะไรมาดับลงได้ง่ายๆ

เสียงเล็กยังคงดังเป็นระยะประสานกับเสียงของเขาอย่างมีความสุขแข่งกับเสียงฝนฟ้าคะนองที่กำลังโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายอยู่ในขณะนี้

จนในที่สุดชายหนุ่มก็ถึงจุดแห่งความสุขสมดึงสะโพกร่างเล็กลงมาอย่างเร็วและแรงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนกระตุกเกร็งปล่อยสายน้ำอุ่นมากมายมหาศาลทะยานสู่ร่างเล็กอย่างร้อนแรงพร้อมๆกับร่างเล็กที่ปล่อยสายน้ำอุ่นไหลรดบนตัวเขามากมายเช่นกัน

“อ๊า......................เคนยะซัง”มาซายะทรุดตัวลงกับแผ่นอกกว้างของชายหนุ่มในขณะที่เขายังไม่ได้ถอนส่วนกลางลำตัวออกไปแต่อย่างใด

“อา...........มาซายะฉันมีความสุขที่สุด...............ฉันรักเธอ”ชายหนุ่มหอบหนักๆผสานกับร่างเล็กภายใต้อกเขาอย่างมีความสุข

“เธอรักฉันมั้ยมาซายะ…………”เสียงทุ้มของชายหนุ่มกระซิบริมใบหูแผ่วเบาลมหายใจยังคงหอบถี่ๆเป็นจังหวะ

“ไม่รู้…………..”มาซายะเฉไฉหน้าแดงแป๊ดไม่อยากตอบคำถามชายหนุ่ม

“ไม่รู้เหรอ....................”เคนยะหยักยิ้มมุมปากแกล้งขยับแก่นกายเบื้องล่างที่ยังฝังอยู่ในตัวเด็กหนุ่มเบาๆ

“อ้ะ...............ยะ..........อย่าผมไม่ไหวแล้ว”ร่างเล็กร้องเตือนหลับตาพริ้มกอดคอชายหนุ่มแน่น

“ก็เธอปากแข็งไม่บอกฉันซักทีนี่”เคนยะยิ้มเจ้าเล่ห์ก้มหน้าไซร้ซอกคอหอมกรุ่นแทน

“ไม่เอา.............ผมอาย”

“งั้นฉันจะทำอย่างเมื่อกี้อีกนะ

ถ้าเธอยังไม่ยอมบอกฉันเดี๋ยวนี้น่ะ”เคนยะยื่นคำขาดไม่อยากให้คนรักเฉไฉอีกต่อไป

“อ้ะ..............อย่านะ”มาซายะหน้าแดงรีบร้องห้ามชายหนุ่มเสียงหลง

“งั้นเธอก็บอกฉันมาสักทีสิ ว่าไง

ฉันไม่ยอมให้เธอบ่ายเบี่ยงเหมือนครั้งที่แล้วหรอกนะ”

“ก็ได้ๆ...........ผมรักคุณ”มาซายะกลั้นใจตอบเต็มที่หน้าแดงซ่านซุกอกชายหนุ่มแน่นไม่ยอมเงยหน้ามาสบสายตาคม

“ยอมพูดออกมาเสียทีนะเด็กปากแข็ง รู้ไหมฉันดีใจที่สุดที่ได้ยินคำๆนี้จากปากของเธอ”

“แต่คุณหลอกผมคุณไม่ได้รู้สึกเหมือนกับผมนี่นา”

“ถ้าฉันไม่รู้สึกเหมือนเธอ ฉันจะมากอดคนที่ฉันไม่รักทำไม”

“คุณกอดผู้หญิงตั้งมากมายก่ายกอง

งั้นอย่างนี้คุณก็รักเขาหมดเลยนะสิ”มาซายะเงยหน้าขึ้นมาค้อนชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทุกทีที่นึกถึงผู้หญิงมากมายของชายหนุ่ม

“พวกนั้นไม่เหมือนกัน”

“ไม่เหมือนกันยังไง”

“ก็ไม่เหมือนตรงที่ฉันรักเธอ แต่ไม่ได้รักผู้หญิงพวกนั้นสักหน่อย”

“ตอนนี้คุณก็พูดอย่างนี้ได้เดี๋ยวลับหลังคุณก็ไปทำอีกอย่าง”

“งั้นเอาอย่างนี้ ฉันขอสัญญาต่อหน้าฟ้าฝนที่กำลังตกกระหน่ำอยู่ขณะนี้ว่าฉันโอกามิ

เคนยะจะไม่กอดผู้หญิงคนอื่นอีกนอกจากคนรักของฉัน อิโต้ มาซายะ เพียงคนเดียว

หากวันใดผิดคำพูดขอให้มี..........”ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบร่างเล็กมาปิดปากเขาไว้เสียก่อน

“ทำไมล่ะ”เคนยะหันมาทำหน้างง

“ผมไม่อยากให้คุณสัญญา ถ้าเกิดผมเป็นอะไรตายขึ้นมาคุณคงไม่ได้กอดคนอื่นกันพอดี”

“มาซายะ...............อย่าพูดอย่างนี้อีกนะ

เธอต้องอยู่กับฉันตลอดไปจนกว่าฉันจะเป็นคนตายจากเธอไปเองเข้าใจไหม”เคนยะเสียงเข้มดุร่างเล็กไม่อยากให้เอาคำพูดอย่างนี้มาล้อเล่น

“อะไรกันทำไมคุณจริงจังนักล่ะ

ผมพูดเล่นหรอกน่า”มาซายะหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของชายหนุ่ม

“ถึงพูดเล่นก็ไม่ได้ฉันถือ.............”เคนยะยังทำเสียงเข้มต่อ

“ก็ได้ๆเอาเป็นว่าผมขอโทษแล้วกัน”มาซายะยิ้มกริ่มหอมแก้มชายหนุ่มเป็นการไถ่โทษ

“แค่นี้ยังไม่พอหรอกนะต้องที่นี่ตากหาก”เคนยะหยักยิ้มน้อยๆแล้วชี้นิ้วไปที่ริมฝีปากร้อนของเขา

“ไม่เอาหรอก ได้คืบจะเอาศอก”มาซายะหน้าแดงทุบอกชายหนุ่มเบาๆ

“งั้นฉันทำเองแล้วกัน”ว่าแล้วเคนยะก็ประกบปากเข้ากับเรียวปากเล็กแดงก่ำตรงหน้าอย่างไม่รีรออีกต่อไป

มาซายะโอบตอบอย่างมีความสุขไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีความสุขได้ถึงขนาดนี้เขายอมรับอย่างไม่อายเลยว่าไม่อยากให้ช่วงเวลาเหล่านี้ผ่านไปเหลือเกินกับชายหนุ่มที่เขารักและรักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆอีกต่อไป

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

“มาซายะ..................มาซายะ”เคนยะกระซิบแผ่วเบาเรียกร่างเล็กที่เผลอหลับไปในอ้อมแขนของเขาเมื่อฝนหยุดตกแต่ท้องฟ้ายังคงมืดสลัวได้ยินเสียงสัตว์ป่าส่งเสียงร้องดังก้องไปทั่วบริเวณ

“อือ..................ครับ”เด็กหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาสายตากวาดกว้างไปยังบรรยากาศรอบๆ

“กี่โมงแล้วครับเนี่ย”มาซายะหันหน้ามองชายหนุ่มเมื่อเห็นบรรยากาศรอบตัวยังมืดครึ้มไปหมด

“บ่ายสามโมงแล้วล่ะ..................ฝนเพิ่งหยุดตกเมื่อครู่นี้เอง

รีบแต่งตัวเดินทางกันต่อเถอะเดี๋ยวพวกนั้นจะตามมาทันเสียก่อน”เคนยะลูบหัวร่างเล็กไปมาด้วยสายตาอ่อนโยนเป็นที่สุดในสายตาเด็กหนุ่ม

“ฮะ..................”มาซายะหน้าแดงอายสายตาคมของชายหนุ่มที่มองมายังร่างเปลือยของเขา

“อย่าจ้องกันอย่างนี้สิผมอายนะ”มาซายะผลักชายหนุ่มขณะที่มือไม้รีบคว้าเสื้อผ้าข้างๆตัวมือเป็นระวิง

“จะอายอะไรกันนะเมื่อกี้ฉันก็เป็นคนถอดให้เธอเองแท้ๆ”เคนยะแสยะยิ้มล้อร่างเล็กด้วยความเอ็นดู

“อย่าพูดนะ................หันไปสิ

คนบ้า................”มาซายะหันมาทำตาเขียวหน้าแดงก่ำใส่ชายหนุ่ม

“ก็ได้ๆ...............ฉันไม่แกล้งเธอแล้วรีบๆเข้าเถอะเดี๋ยวจะไม่ทันการนะ”เคนยะพูดพลางลุกขึ้นดึงกางเกงให้เข้าที่ไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ขณะที่มาซายะรีบแต่งตัวให้เสร็จทันชายหนุ่มเช่นกัน

“เสร็จแล้วล่ะ”ร่างเล็กหันมาบอกชายหนุ่มที่ยืนรอเมื่อเสร็จก่อนเขานานแล้ว

“อืม....................ไปกันเถอะ

แล้วยังเจ็บเท้าอยู่หรือเปล่าล่ะ”เคนยะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ดีขึ้นบ้างแล้วล่ะครับ”มาซายะตอบเสียงอ่อยเมื่อยังรู้สึกเจ็บอยู่มากแต่ไม่อยากให้ชายหนุ่มรู้

“แต่ฉันฟังจากน้ำเสียงดูแล้วไม่เป็นอย่างที่พูดเลยนี่”

“ผมหายแล้วจริงๆนะ”ร่างเล็กยังยืนยันไม่อยากเป็นภาระชายหนุ่ม

“ปากแข็งอีกแล้วนะ เจ็บก็บอกมาตรงๆเถอะน่า

ฉันไม่อยากให้เธออาการหนักกว่านี้นะถ้ายังจะยังฝืนเดินเองน่ะ”เสียงชายหนุ่มดุเล็กน้อยในความดื้อดึงของร่างเล็ก

“ขอโทษครับ ก็ผมไม่อยากเป็นภาระของคุณ”มาซายะเสียงอ่อยสารภาพตามตรง

“ภาระอะไรกันทีหลังอย่าคิดอย่างนี้อีกนะ

ฉันบอกแล้วไงว่าเธอสำคัญที่สุดและจะไม่มีคำว่าภาระสำหรับคนที่ฉันรักเข้าใจมั้ย”เคนยะย่อตัวลงจ้องตาร่างเล็กอย่างมีความหมายฝ่ามือใหญ่ไล้เบาๆที่สองแก้มนุ่มอย่างอ่อนโยน

“คะ...........ครับ”มาซายะหน้าร้อนฉ่าอบอุ่นหัวใจไปหมดกับคำพูดจริงจังที่แฝงไปด้วยความรักอย่างเต็มเปี่ยมของชายหนุ่ม

“เข้าใจก็ดีแล้ว....................จำไว้นะเธอจะเป็นคนสุดท้ายและคนเดียวที่ฉันจะรัก”เคนยะเขย่งตัวเล็กน้อยจูบหน้าผากมนอย่างแสนรักร่างเล็กสุดหัวใจ

“ไปกันเถอะนะ................”ชายหนุ่มเอ่ยชวนเมื่อถอนจูบหันหลังให้ร่างเล็กขี่หลังเตรียมตัวเดินทาง

มาซายะโอบลำคอยาวพร้อมซบใบหน้าลงที่แผ่นหลังกว้างใหญ่อย่างมีความสุข

“พร้อมหรือยัง”เคนยะไม่ลืมถามก่อนลุกขึ้นยืนกลัวร่างเล็กจะงอนเขาอีก

“ฮะ...............”มาซายะยิ้มกริ่มกระซิบริมหูเบาๆด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

“คุณเอนโดเดินทางกันต่อเถอะครับผมเป็นห่วงสองคนนั่นเต็มทีแล้ว

ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงกันบ้าง”ทาเคชิชวนชายหนุ่มเมื่อเห็นทีท่าว่าฝนจะหยุดตกจริงๆแล้ว

“ไปสิครับผมก็เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน

เดี๋ยวค่ำมืดเสียก่อนจะยิ่งลำบาก”เอนโดเห็นด้วยกวักมือเรียกลูกน้องออกเดินทางกันต่ออย่างไม่รอช้า

“ไปกันได้แล้ว

พร้อมกันหรือยัง”เสียงเข้มตะโกนสั่งลูกน้องที่นั่งพักกันอยู่ไม่ไกลจากเขานัก

“พร้อมแล้วครับนาย”เสียงลูกน้องรับคำพร้อมเพรียงรีบลุกขึ้นเดินตามชายหนุ่มที่เดินออกหน้าไปก่อนทันที

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เคนยะพาร่างเล็กเดินเข้ามาในบริเวณที่เกือบจะใกล้ถนนเข้าไปทุกทีตอนนี้ร่างกายเริ่มเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเพราะไม่ได้หยุดพักเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่ออกมาจากถ้ำแห่งนั้น

เขาไม่อยากรอช้าอีกต่อไปแล้วยิ่งออกไปถึงถนนเท่าไหร่จะยิ่งปลอดภัยที่สุดสำหรับร่างเล็ก

แต่กว่าจะถึงก็เกือบสองกิโลยิ่งอยู่ในป่าอย่างนี้ยิ่งลำบากคงใช้ต้องเวลาเดินเกือบสามสี่ชั่วโมงเป็นแน่

“พักสักหน่อยดีไหมครับเคนยะซัง”มาซายะเอียงหน้ากระซิบริมหูชายหนุ่มด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวยิ่งมืดจะยิ่งอันตรายเอาเสียเปล่าๆ”ชายหนุ่มปฏิเสธยังคงแบกร่างเล็กเดินต่อไปข้างหน้าอย่างไม่ลดละ

“แต่คุณแบกผมมาเกือบชั่วโมงนึงแล้วนะครับยังไม่ได้หยุดพักเลย”มาซายะยังอดเป็นห่วงชายหนุ่มไม่ได้

“ไม่เป็นไร ฉันอยากให้เธอปลอดภัยที่สุดเหนือสิ่งอื่นใดในตอนนี้”

“แต่ว่าคุณจะพลอยหมดแรงไปด้วยนะครับ”

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร

แค่เธอเป็นห่วงฉันแค่นี้ก็เกินพอแล้วล่ะ”เคนยะหันมายิ้มกริ่มใบหน้าเล็กนี้ทำให้เขาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแทบจะทันที

“แต่ผมไม่อยากให้คุณฝืน”มาซายะหน้าเศร้าลงเล็กน้อยถ้าขาเขาไม่เจ็บก็คงไม่ทำชายหนุ่มเหนื่อยเป็นสองเท่าอย่างนี้

“ถ้าฉันไม่ไหวจะบอกแล้วกัน

ฟ้าเริ่มจะมืดลงทุกทีแล้วหากเราไม่รีบเดินมันจะยิ่งอันตรายนะ”

“อีกไกลไหมครับกว่าจะถึงทางออกน่ะ”มาซายะเพียรถามชายหนุ่มอีกอย่างเป็นห่วง

“ประมาณสองกิโลเห็นจะได้”เคนยะประมาณการอย่างผู้ชำนาญทาง

“โอ้โห.................ไกลขนาดนั้นเชียวหรือครับอย่างนี้กว่าจะถึงก็มืดก่อนพอดีน่ะสิ”มาซายะอุทานเสียงดังคิดไม่ถึงว่าจะไกลขนาดนี้

“ฉันถึงต้องรีบไงล่ะ”

“อีกสักพักคงจะเจอลำธารเราค่อยหยุดพักที่นั่นก็แล้วกันนะ”ชายหนุ่มถามอย่างขอความเห็นจากร่างเล็ก

“ดีครับ

ผมก็กระหายน้ำเต็มทีแล้วเหมือนกัน”มาซายะดีใจเมื่อได้ฟังคำนั้นความจริงเขาหิวน้ำตั้งแต่เริ่มออกเดินทางมาแล้วแต่กลัวจะเสียเวลาชายหนุ่มเลยไม่กล้าบอก

“ทนอีกนิดแล้วกันนะเดี๋ยวก็ถึงแล้ว”เคนยะหันมายิ้มให้ร่างเล็ก

“ครับ แค่ไหนผมก็ทนได้”มาซายะยิ้มตอบให้ชายหนุ่มอย่างอายๆ

“แหมฉันนี่โชคดีจริงๆนะที่มีคนรักที่น่ารักแถมยังมีน้ำอดน้ำทนเป็นเลิศอย่างนี้”

“แล้วไม่ดีหรือไงครับ”

“ดีสิ...................ก็กำลังชมอยู่นี่ไงล่ะ”

“ถ้านั่นถือเป็นคำชมผมก็ขอดีใจล่วงหน้าแล้วกันนะครับ”มาซายะทุบหลังชายหนุ่มเบาๆรู้สึกเหมือนชายหนุ่มแอบเหน็บแนมเขาเล็กน้อยอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้

“อะไรกันแค่นี้ก็ต้องทำร้ายกันด้วย”เคนยะหัวเราะคิกคักๆเหมือนล้อร่างเล็กบนหลังของเขาอย่างอารมณ์ดีลืมความเหน็ดเหนื่อยไปหมดสิ้น

“ก็คุณกำลังล้อผมอยู่นี่ เห็นคำพูดจริงจังของผมเป็นเรื่องตลกนักหรือไง”

“ฉันเปล่าสักหน่อยนะ”

“เปล่าอะไรก็ผมได้ยินชัดเต็มสองหูออกขนาดนี้”

“อย่างอนไปเลยน่า....................เพราะรักหรอกนะถึงได้หยอกเธอเล่นอย่างนี้”เคนยะเริ่มง้อเมื่อเห็นร่างเล็กงอนเขาเล็กน้อย

“เอาเถอะๆ............ผมไม่อยากจะเถียงกับคุณแล้ว

เปลืองน้ำลายเอาเสียเปล่าๆยิ่งหิวๆน้ำอยู่ด้วย”มาซายะถอนใจยาวๆ...................ไม่อยากเถียงกับชายหนุ่มอีกต่อไป

เพราะดูท่าแล้วว่าเถียงไปยังไงเขาก็คงจะไม่ชนะเหตุผลร้อยแปดที่ชายหนุ่มนำมาอ้างง่ายๆหรอก

“อย่างนี้ฉันก็เหงาแย่สิถ้าไม่ได้ยินเสียงน่ารักๆของเธอน่ะ”

“ยังจะพูดอีกนะ”

“ก็ได้ๆ..................แค่นี้ก็ต้องโกรธกันด้วย”

“อ้ะ...............นั่นไงครับคุณเคนยะลำธารที่คุณว่าน่ะ”ร่างเล็กตะโกนลั่นจนแสบหูชายหนุ่มอย่างตื่นเต้นตอนนี้เขาหิวน้ำสุดๆเลยจนแทบจะไม่มีแรงพูดอยู่แล้ว

“จริงด้วย................มัวแต่คุยกับเธอเพลินจนมาถึงเร็วอย่างคาดไม่ถึงเลยนะเนี่ย”

“รีบไปเถอะครับ”มาซายะเร่งชายหนุ่มอีกครั้ง

“ครับผ๊ม.....................”เคนยะลากเสียงยาวล้อเด็กหนุ่มอีกเช่นเคยอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย

แล้วก้าวยาวๆไปยังลำธารเบื้องหน้าทันที

“ระวังนะ..................ค่อยๆ”เคนยะวางร่างเล็กลงช้าๆที่โขดหินใหญ่ใกล้ๆลำธาร

“ขอบคุณครับ”มาซายะยิ้มหวานให้ชายหนุ่มมองใบหน้าคมที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ

“เหนื่อยมั๊ยครับ”ร่างเล็กถามพร้อมกับปาดเหงื่อที่หน้าผากให้ชายหนุ่ม

“เห็นอย่างนี้ก็หายเหนื่อยแล้วล่ะ”เคนยะหยักยิ้มสายตาคมจ้องร่างเล็กนิ่งอย่างมีความสุขปล่อยให้เด็กหนุ่มซับเหงื่อให้เขาต่อไป

“ปากหวานอย่างนี้นี่เองสาวๆถึงได้หลงคุณกันนัก”

“ฉันก็เป็นเฉพาะกับเธอเท่านั้นแหละมาซายะ…………….”เคนยะยิ้มเจ้าเล่ห์ทั้งใบหน้าและในตาจนมาซายะหน้าแดงไปหมด

“ผะ..............ผมหิวน้ำแล้วล่ะครับ”เสียงเล็กพูดตะกุกตะกักในลำคออย่างอายๆเปลี่ยนเรื่องเสียอย่างนั้น

“รอเดี๋ยวนะ”เคนยะยิ้มกริ่มเหมือนรู้อาการเขินอายของร่างเล็ก

“ครับ”มาซายะหน้าแดงก่ำจนแดงเกือบถึงใบหูตอบชายหนุ่ม

เคนยะค่อยๆไต่เนินหินลงมาด้วยความทุลักทุเลเพราะพื้นที่แถวๆนั้นค่อนข้างชันและปีนลงมาได้อย่างยากลำบากจึงต้องอาศัยเถาวัลย์ที่ห้อยระโยงระยางอยู่แถวๆนั้นกว่าจะลงมาได้สำเร็จ

เคนยะวักน้ำรดใบหน้าทั้งลำคอและท่อนแขนแข็งแกร่งเพื่อคลายความร้อนภายในร่างกายจากนั้นก็หันไปเด็ดใบไม้ใบใหญ่ตักน้ำเอาไปให้ร่างเล็กจนเกือบเต็มใบคิดว่าเด็กหนุ่มคงจะหิวไม่น้อย

ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเล็กร้องตะโกนดังลงมาถึงข้างล่างสุดเสียงเคนยะตกใจมากปล่อยน้ำจากในมือตกลงพื้นรีบตะกายปีนขึ้นไปข้างบนด้วยความเป็นห่วงเด็กหนุ่มสุดฤทธิ์

ภาพที่เห็นทำให้เขาแทบคลั่ง

ชายชุดดำสามคนนั้นตามเขามาทันจนได้แถมยังได้เด็กหนุ่มเป็นตัวประกันอีกต่างหาก

+++++++++++++++++++++++

13

“ปล่อยเด็กคนนั้นเดี๋ยวนี้นะ”เคนยะตวาดเสียงดังลั่นด้วยความเดือดดาลสุดขีดในกายร้อนรุ่มด้วยความเป็นห่วงร่างเล็ก

“คุณเคนยะช่วยผมด้วย.....................”มาซายะพูดเสียงเหมือนอึดอัดในลำคอเมื่อลำแขนแกร่งรัดคอเขาแน่นขึ้นกว่าเก่า

“ไม่ต้องกลัวนะมาซายะ....................ฉันจะช่วยเธอเอง”เคนยะเสียงอ่อนลงในลำคอเมื่อปลอบร่างเล็กที่กำลังเสียขวัญอย่างมาก

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ...............สงสัยนังเด็กนี่จะสำคัญกับแกมากสินะถึงได้ทำสีหน้าวิตกจริตขนาดนี้น่ะ”เสียงชายร่างใหญ่เย้ยหยันเหมือนว่าเขาจะจับจุดอ่อนของชายหนุ่มตรงหน้าได้เสียแล้ว

“ฉันขอร้องพูดกันดีๆก็ได้ ปล่อยเด็กคนนั้นก่อน”เคนยะพยายามใช้ไม้อ่อนเต็มที่

“เฮ้ยพวกแกได้ยินมั้ยวะ คุณโอกามิ เคนยะ

ผู้ยิ่งใหญ่พูดว่าขอร้องฉันว่ะขำเป็นบ้าเลยโว้ย”ชายคนนั้นพูดกับลูกน้องด้วยความสนุกสนานหยามชายหนุ่มซึ่งๆหน้าจนเคนยะทนไม่ไหวชักปืนยิงเจาะปากไอ้ลูกกระจ๊อกที่กำลังยืนหัวเราะเขาอย่างสนุกปากตายคาที่ไปหนึ่งเสียงดังลั่นป่าหนึ่งนัด

จนทำให้ผู้ที่ตามมาข้างหลังเริ่มเร่งฝีเท้าขึ้นอีก

คิดว่าตอนนี้ทั้งสองฝ่ายคงกำลังปะทะกันอยู่อย่างแน่นอน

“เฮ้ย.....................”

“นี่แกกล้ายิงลูกน้องฉันหรือวะ”ชายคนนั้นเริ่มตกใจกับความบ้าระห่ำของชายหนุ่ม

นี่ขนาดเขามีเด็กคนนี้เป็นตัวประกันเคนยะยังกล้ายิงลูกน้องเขาต่อหน้าต่อตาอย่างนี้

ถ้าหากไม่มีเด็กนี่ล่ะก็เขาคงตายเป็นผีเฝ้าป่าอยู่ที่นี่เหมือนลูกน้องของเขาเป็นแน่

กิตติศัพท์เรื่องความโหด***มไม่เคยเกรงกลัวหน้าไหนของชายหนุ่มที่เขาได้ยินมาไม่ได้ผิดไปจากความจริงแม้แต่น้อย

“ฉันเตือนแกแล้วใช่มั้ยว่าให้ปล่อยเขาซะแกก็ไม่เชื่อเองนี่”เคนยะแสยะยิ้มเหมือนไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของเขาก้าวยาวๆเข้าไปหาชายร่างใหญ่อย่างไม่เกรงกลัว

“อย่าเข้านะโว้ย..................ไม่งั้นชั้นเป่าสมองนังนี่ทะลุแน่ๆ”ชายร่างใหญ่ขู่พร้อมกับลากมาซายะถอยหลังไปเล็กน้อยด้วยใจระทึกกลัวคนตรงหน้าทำอะไรไม่คาดฝันขึ้นมาอีก

“ก็ได้ๆ.................อย่าทำอะไรเขานะ”เคนยะหยุดเดินทันทีเมื่อได้ยินเสียงขู่จากชายตรงหน้าเกรงร่างเล็กจะเป็นอันตราย

“วางปืนลง”ชายคนนั้นสั่งเสียงดุแต่เคนยะก็ยังไม่ทำตามทำให้เขาต้องตวาดเสียงดังอีกครั้งพร้อมกับทำท่าว่าจะยิงเด็กหนุ่มจริงๆ

“ชั้นบอกให้วางปืนไม่ได้ยินรึไงหรืออยากให้นังนี่ตาย”

“ก็ได้ๆชั้นยอมแล้ว”เคนยะจำใจทิ้งปืนไปก่อนตอนนี้ความปลอดภัยของร่างเล็กสำคัญที่สุด

“คุณเคนยะอย่านะ

ไม่ต้องเป็นห่วงผม..................หนีไปเถอะ”มาซายะตะโกนลั่นด้วยความเป็นห่วงชายหนุ่มพยายามใช้ข้อศอกถองชายคนที่จับเขาไว้อย่างแรงหลายครั้งทั้งดิ้นทั้งทุบแต่ก็ไม่เป็นผล

“หุบปาก....................ฤทธิ์มากนักนะแกนี่”ชายร่างสูงรัดเด็กหนุ่มแน่นขึ้นอีกจนมาซายะหน้าเบ้ด้วยความเจ็บปวด

“อย่าทำอะไรเขา”เคนยะตวาดเสียงลั่นทิ้งปืนลงพื้นทันที

“ดี.................. ช้าๆ......................เตะมาข้างหน้านี่”ชายร่างสูงกำกับริมฝีปากยิ้มหยันตอนนี้เขาเป็นผู้ชนะแล้ว

“ดีมาก.................”

“ทีนี้ปล่อยเด็กนี่ได้แล้ว”เคนยะเริ่มต่อรอง

“ใครบอกว่าฉันจะปล่อยมัน

แกรู้มั้ยชั้นอุตส่าห์ดั้นด้นตามพวกแกมาถึงนี่น่ะเพราะอะไร”

“ถ้าแกอยากฆ่าฉันก็เชิญแต่ขอให้ปล่อยเด็กคนนั้นก่อน เขาไม่เกี่ยวอะไรด้วย”

“ชิชะๆ..................แกไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้น

ถ้าเด็กนี่มันสำคัญกับแกนักชั้นก็จะส่งมันไปอยู่กับแกที่นรกด้วยก็แล้วกัน

แต่ต้องหลังจากที่ฉันฆ่าแกซะก่อนนะ”

“คนอย่างชั้นไม่เคยกลัวตาย อยากฆ่าก็ฆ่าได้เลยแต่อย่ายุ่งกับเด็กคนนั้น”

“ไม่นะอย่าทำอะไรเขา คุณเคนยะไม่ต้องห่วงผมรีบหนีไปเถอะ”

“มาซายะ”เคนยะได้ยินคำพูดร่างเล็กยิ่งทำให้เขากังวลไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะห่วงเขาขนาดนี้

“ หยุด..................ชั้นบอกแล้วไงว่าจะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น

พวกแกต้องตายอยู่ที่นี่ทั้งสองคนนั่นแหละโดยเฉพาะแกไอ้เคนยะ

ตายซะเถอะ”ชายร่างใหญ่พูดจบก็เปลี่ยนทางปืนมาทางเคนยะแทน

เสียงลูกกระสุนหลุดจากลำก้องเมื่อชายร่างใหญ่เหนี่ยวไกปืนดังเฟี้ยวแทบจะแหวกอากาศตรงนั้นเป็นออกเป็นช่อง

แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

ร่างเด็กหนุ่มถลาเข้ามารับกระสุนอย่างรวดเร็วโดยที่ใครๆก็คาดไม่ถึง

เสียงกระสุนยิงทะลุเจาะหน้าอกร่างเล็กเสียงดังปุ

วินาทีนั้นเคนยะแทบช็อกคล้ายเวลามันขาดช่วงไปเสียดื้อๆ

เหมือนกับว่าเขาเป็นคนโดนกระสุนนั้นเสียเองและแล้วร่างเล็กก็ล้มลงไปต่อหน้า

“มาซายะ.......................................”เคนยะตะโกนสุดเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณรีบถลาเข้ามารับเด็กหนุ่มไว้ทันก่อนกระแทกกับพื้นดิน

“ฮึ่ม...............ไอ้ระยำ

ตายซะเถอะแก”ชายหนุ่มบันดาลโทสะใบหน้า***มเกรียมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนด้วยความโมโหสุดฤทธิ์คว้าปืนที่ตกอยู่ตรงหน้ายิงติดต่อกันสองนัดเจาะหน้าผากชายชุดดำสองคนนั้นตายคาที่อย่างรวดเร็วโดยที่พวกนั้นยังไม่ทันได้ตอบโต้เขาด้วยซ้ำ

“มาซายะ.....................มาซายะ”เคนยะเขย่าเรียกร่างเล็กเบาๆตอนนี้เขาไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วในหัวมันสับสนไปหมดเหมือนมีใครมากระชากดวงใจของเขาออกไปต่อหน้า

ชายหนุ่มพยายามเขย่าเรียกร่างเล็กหลายทีแต่เด็กหนุ่มก็ไม่ตื่นขึ้นมาคุยกับเขาจนรู้สึกได้ถึงหยาดน้ำเล็กๆไหลออกมาจากสายตาคมหยดลงบนผิวแก้มเนียนทีละหยดสองหยดไม่ขาดสายจนร่างเล็กค่อยๆปรือตาขึ้นมาเล็กน้อย

“คะ.......................เคน...............ยะ.........ซะ..............ซัง”ร่างเล็กเอ่ยในลำคอแผ่วเบาแทบไม่ได้ยินปรากฎเลือดไหลมุมปาก

“เด็กบ้า............................ทำไมทำโง่ๆอย่างนี้”เคนยะตะโกนเสียงดังเหมือนดุร่างเล็กในใจเจ็บร้าวไปหมดค่อยๆปาดเลือดมุมปากให้เด็กหนุ่มออกแต่มันก็ยังไม่วายไหลออกมาอีกจนได้เคนยะกัดกรามแน่นริมฝีปากสั่นระริก

“คะ.......................คุณ....................ร้องไห้”มาซายะหยักยิ้มมุมปากน้อยๆมองใบหน้าชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำใสนิ้วเรียวเล็กยกขึ้นมาลูบหน้าชายหนุ่มเหมือนดีใจที่เขาช่วยชายหนุ่มที่เขารักไว้ได้หยาดน้ำตาไหลรินลงสองข้างแก้ม

เคนยะรีบกุมมือร่างเล็กมาหอมหนักๆพร้อมกับจูบประทับหน้าผากมนอย่างแสนรักสุดหัวใจเขาไม่รู้เหมือนกันว่าน้ำตามากมายเหล่านี้ไหลออกมาได้อย่างไร

แต่ที่แน่ๆตอนนี้เขาเห็นใบหน้าเล็กซีดลงอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกับว่าเด็กหนุ่มจะไปจากอ้อมอกของเขา

“มาซายะ........................ทำไมทำอย่างนี้...................เธออย่าเป็นอะไรนะ..................ฉันจะรีบพาเธอไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้แหละ”เสียงทุ้มพูดพร้อมกับกอดกระชับร่างเล็กแน่นหากเด็กหนุ่มเป็นอะไรไปเขาจะไม่ให้อภัยตัวเองเลยไปตลอดชีวิต

“ถ้า..................ผะ........ผม.........ตาย...............คุณจะดีใจไหม”

“ทำไมถึงพูดบ้าๆอย่างนี้ เธอจะไม่เป็นอะไรมาซายะ

ไหนเราสัญญากันแล้วไงว่าเธอจะอยู่กับฉันจนกว่าฉันจะเป็นฝ่ายตายจากเธอไปเองต่างหากเล่า

นี่ยังไม่ทันข้ามวันเธอก็คิดจะผิดสัญญากับฉันซะแล้วเหรอ

ฉันไม่ยอมหรอกนะเด็กบ้า………….”เคนยะพูดไปน้ำตาไหลไปเขาเห็นสีเลือดแดงฉานจากอกร่างเล็กไหลซึมลงสู่พื้นดินเบื้องล่างผสมกับน้ำแฉะนองหลังฝนตกแดงดาษไปทั่วบริเวณรีบใช้มืออีกข้างปิดรูนั้นทันทีจนสัมผัสได้ถึงเลือดอุ่นๆของเด็กหนุ่ม

“ผะ.......................ผม.............ระ..............รักคุณ”มาซายะยิ้มทั้งน้ำตาตอนนี้เขามีความสุขเป็นที่สุดแม้ตายก็ไม่เสียดาย

ความแค้นต่างๆระหว่างพ่อของเขากับชายหนุ่มคงจะจบสิ้นลงเสียที

“ฉันก็รักเธอ........................รักเธอที่สุด...............รัก...........รัก....................รักเธอได้ยินมั้ย”

“ดีจัง.....................เคนยะซัง.............ผะ.............ผมหนาว”เสียงเล็กแผ่วลงทีละน้อยๆน้ำตาไหลซึมจากดวงตาร่างเล็กที่กำลังปิดปรือลงทุกทีพร้อมกับฝ่ามือเล็กที่ดูเหมือนว่าจะเย็นขึ้นเรื่อยๆ

เคนยะตกใจสุดขีดค่อยๆช้อนตัวร่างเล็กขึ้นด้วยหัวใจแทบแหลกสลายริมฝีปากร้อนจูบประทับเรือนผมหอมกรุ่นไม่หยุด

“อย่าเป็นอะไรนะมาซายะรอฉันก่อน”ชายหนุ่มพูดพร้อมกับรีบพาร่างเล็กเดินไปข้างหน้าอย่างไม่รอช้า

“เคนยะ.....................”เสียงทาเคชิตะโกนเรียกชายหนุ่มตามหลังเมื่อเห็นร่างเล็กสลบอยู่ในวงแขน

“เกิดอะไรขึ้นทะไมคุณมาซายะเป็นแบบนี้”

“เขาถูกยิง”

“ทำไม....................ไอ้บ้าทำไมแกไม่ดูแลเขาให้ดี”ทาเคชิเขย่าตัวเพื่อนสนิทอย่างแรงสายตาจับจ้องไปที่ร่างไร้สติอย่างเป็นห่วง

“เขาช่วยฉันไว้ เด็กบ้านี่เขาช่วยฉันไว้ได้ยินมั้ย................”เคนยะตะโกนลั่นใส่หน้าเพื่อนที่กำลังโวยวายไม่แพ้กันน้ำตาพาลไหลออกมาอีกด้วยความสะเทือนใจเป็นที่สุด

“เคนยะ....................นาย”ทาเคชิถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นน้ำตาเพื่อนเขาไม่เคยเห็นเคนยะเป็นอย่างนี้เลยสักครั้งตั้งแต่คบกันมา

“ผมว่าเรารีบพาคุณมาซายะไปโรงพยาบาลเถอะครับ ท่าทางคุณมาซายะจะไม่ไหวเต็มทีแล้ว”

“อืม”เคนยะไม่รอช้าอุ้มร่างเล็กเดินนำหน้าออกไปทันที

“แล้วจะเอายังไงกับไอ้พวกนี้ดีล่ะครับ”เอนโดถามอย่างขอความเห็นผู้เป็นนาย

“ปล่อยมันไว้อย่างนี้แหละ อีกเดี๋ยวสัตว์ป่าก็จะมารุมฉีกเนื้อมันเป็นชิ้นๆเองแหละ

ไอ้สารเลวพวกนี้แม้แต่แผ่นดินก็ไม่ต้องเอากลบหน้ามัน”เคนยะเค้นเสียงรอดไรฟันด้วยอารมณ์โกรธสุดขีดจนเอนโดตกใจ

เด็กหนุ่มผู้นี้ทำให้เจ้านายเขาเป็นไปได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ใกล้เวลาค่ำลงทุกทีแต่พวกเขาก็ยังคงไม่ออกไปจากบริเวณป่าแต่อย่างใดทุกคนต่างเร่งฝีเท้ากันเต็มที่เพื่อให้ออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

“เคนยะ.....................นายอุ้มคุณมาซายะมานานมากแล้วนะ

เปลี่ยนให้ฉันบ้างดีไหมเดี๋ยวจะพลอยหมดแรงไปซะก่อนนะ”ทาเคชิพูดตามชายหนุ่มที่กำลังอุ้มร่างเล็กเหมือนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนานร่วมสองชั่วมองแล้วทั้งที่พื้นที่แถวนี้เดินยากแถมยังชันและลื่นมากๆเสียด้วยแต่ชายหนุ่มก็ยังคงประคับประคองร่างในวงแขนได้อย่างดีที่สุด

“ไม่ต้อง.......................ฉันไม่เป็นไร”เคนยะพูดเสียงสั่นดูเหมือนว่าร่างกายเด็กหนุ่มจะเย็นลงกว่าเมื่อครู่อีกแล้ว

เขาพยายามโอบร่างเล็กเข้ามาในวงแขนให้แน่นที่สุดเพื่อคลายอุณหภูมิที่เย็นขึ้นของเด็กหนุ่มจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ยังอุ่นร้อนจากร่างข้างใต้ทำให้เขาโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย

“มาซายะอย่าเป็นอะไรนะ ฉันรักเธอ

เธอต้องไม่จากฉันไปนะเด็กบ้า”เคนยะพูดพลางจูบเบาๆที่หน้าผากมนก่อนเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก

ทาเคชิเห็นแล้วก็อดสะเทือนใจไม่ได้ไม่คิดเลยว่าเคนยะจะจริงจังกับเด็กหนุ่มได้ถึงเพียงนี้

เขาคงไม่มีทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองได้เลย

เด็กหนุ่มเองก็คงรักเพื่อนเขามากเช่นกันถึงขนาดยอมตายแทนกันได้ขนาดนี้

“นายครับนั่นไงครับ”เอนโดตะโกนบอกชายหนุ่มที่เดินตามอยู่ข้างหลังเมื่อเห็นทางออกอยู่ข้างหน้าไม่กี่เมตร

“ดีรีบโทรให้พวกนั้นเอารถมาด่วนที่สุด เร็วเข้า”

“ครับ”เอนโดรับคำก่อนรีบกดโทรศัพท์ตามคำสั่งเจ้านายโยด่วนไม่ช้าพวกเขาก็ออกมาจากป่านั้นจนได้

เคนยะรีบพาเด็กหนุ่มไปโรงพยาบาลของทาเคชิทันทีโชคดีที่มันอยู่ใกล้ที่สุดด้วย

“เธอจะต้องปลอดภัยนะมาซายะ”

เคนยะปลอบประโลมพร้อมกับลูบเส้นผมนิ่มให้ร่างเล็กที่กำลังหมดสติอยู่ขณะนี้ตลอดทางจนมาถึงโรงพยาบาลในที่สุด

เวลาผ่านไปร่วมสามชั่วโมงทาเคชิผู้เป็นคนผ่าตัดให้เด็กหนุ่มเองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะออกมาจากห้องฉุกเฉินแม้แต่อย่างใด

เคนยะเดินไปเดินมาไม่หยุดอยู่หน้าห้องด้วยความกระวนกระวายอย่างที่สุดสายตาคอยชะเง้อชะแง้หาร่างเล็กตลอดเวลา

“นายท่านครับ มานั่งพักเสียบ้างเถอะครับ

คุณทาเคชิคงกำลังช่วยคุณมาซายะสุดชีวิตอยู่แหละครับ”เอนโดร้องทักเมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายของผู้เป็นนาย

“ไม่....................ฉันเป็นห่วงเด็กนั่นและจะไม่ยอมนั่งจนกว่าทาเคชิจะออกมา”เคนยะปฏิเสธเสียงแข็งจนเอนโดตัดใจไม่อยากกวนใจอีก

“มาซายะ....................อย่าเป็นอะไรไปนะเธอต้องอยู่กับฉัน

อยู่กับฉัน.................ตลอดไป.................ฉันไม่ยอมให้เธอทิ้งฉันไปง่ายๆหรอกนะ”เคนยะคร่ำครวญในลำคอด้วยเสียงสั่นๆตอนนี้เขาเป็นห่วงเด็กหนุ่มที่สุดทำไม................ทำไมเขาถึงไม่เป็นคนโดนกระสุนนั้นเสียเองถ้าเป็นอย่างนั้นเขาคงจะสบายใจกว่านี้

เคนยะเดินแล้วเดินอีกร่วมสองช.ม.วนไปวนมาอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมกับทาเคชิก้าวออกมาเคนยะรีบเดินเข้าไปถามอาการเด็กหนุ่มทันที

“มาซายะ............มาซายะเป็นยังไงบ้างทาเคชิ”สีหน้าตื่นๆของเคนยะทำให้ทาเคชิอึ้งไปเล็กน้อยก่อนตอบคำถาม

“คุณมาซายะพ้นขีดอันตรายแล้ว

โชคดีนะที่ไม่ถูกอวัยวะสำคัญเข้า”ทาเคชิยังพูดไม่ทันจบเคนยะก็รีบตรงรี่เข้าไปที่เด็กหนุ่มทันทีด้วยความเป็นห่วงจนทุกคนรีบห้ามไว้ไม่ทัน

“เคนยะเดี๋ยวก่อน..............ตอนนี้ห้ามเข้าไป

คุณมาซายะต้องการพักผ่อน”ทาเคชิท้วงในความใจร้อนของชายหนุ่ม

“ปล่อยฉันนะโว้ย.....................ฉันจะเข้าไปหาเขา”เคนยะไม่ยอมพยายามดันทุกคนออกไปสุดกำลังจะเข้าไปหาร่างเล็กให้ได้

“ไม่ได้.............เขาห้ามกวนคนไข้ตอนนี้”

“นายอย่ามาห้ามฉันนะขืนเข้ามาฉันชกนายจริงๆด้วย”เคนยะสะบัดมือทุกคนจนหลุดหันมาทำตาขวางใส่ด้วยความฉุนเฉียวเขาอยากเห็นหน้ามาซายะเหลือเกินแล้วหากมันคนใดกล้ามาขวางเขาจะไม่ไว้หน้าทั้งสิ้น

“คุณทาเคชิครับผมว่าปล่อยให้นายท่านเข้าไปเถอะครับ

ผมขอร้อง”เอนโดช่วยพูดอีกแรงเมื่อเห็นอาการร้อนรนของเจ้านายจนทาเคชิจำใจยอมอนุญาตให้เขาไปจนได้

“ก็ได้.................แต่แกห้ามกวนเขานะ”ทาเคชิย้ำกลัวมาซายะอาการทรุดลงไปอีก

“ฉันรู้แล้ว”พูดจบเคนยะก็ผลักประตูเข้าไปทันทีอย่างไม่รอช้า

ภาพที่เห็นทำให้เขารู้สึกเจ็บไปทั้งอก

ร่างเล็กตัวขาวซีดแทบจะเหมือนกระดาษสายอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้ห้อยระโยงระยางเต็มตัวเขาไปหมด

เคนยะน้ำตาแทบร่วงสงสารเด็กหนุ่มจับหัวใจค่อยๆเดินเข้าไปกุมมือร่างเล็กไว้แน่นแล้วจูบหนักๆที่หน้าผากอย่างแสนรัก

“มาซายะ.................ฉันรักเธอ”เสียงทุ้มนุ่มกระซิบริมหูหยาดน้ำใสเอ่อท้นบริเวณรอบดวงตาทั้งสองข้างจ้องร่างเล็กที่หลับไหลไม่ได้สตินิ่งนานจนคนที่ดูอยู่ข้างนอกอดหดหู่ไปตามๆกันไม่ได้

“ผมจะกลับไปเอาเสื้อผ้ามาให้นายท่าน

คิดว่าท่านคงไม่ยอมไปไหนแน่ถ้าหากคุณมาซายะยังไม่ฟื้น”เอนโดกล่าวกับทาเคชิที่ยืนมองอาการของเพื่อนสนิทอยู่ข้างๆเขา

“อืม”ทาเคชิรับคำในลำคอแล้วหันกลับไปมองภาพทั้งสองคนในห้องอีกครั้งอย่างเจ็บปวดใจ

“ผมว่าคุณหมอไปพักบ้างเถอะครับผ่าตัดให้คุณมาซายะมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว

ผมไปก่อนนะครับ”

“เชิญครับ”ทาเคชิหันมายิ้มเล็กน้อยก่อนตัดใจเดินจากไปเช่นกัน

“มาซายะ.........................เธอได้ยินฉันมั้ย”เสียงทุ้มนุ่มกระซิบริมหูไม่ขาดสายเหมือนต้องการให้ร่างเล็กได้ยินคำพูดของเขา

ริมฝีปากสั่นระริกหยาดน้ำใสค่อยๆไหลหยดรดพวงแก้มเนียนของร่างเล็กช้าๆ

“ทำไมทำอะไรโง่ๆอย่างนี้.......................รู้ไหมฉันเป็นห่วงเธอแค่ไหนให้ฉันโดนกระสุนนั่นเองเสียยังดีกว่า

เธอไม่สงสารตัวเองก็สงสารฉันบ้างสิ

อยากทรมานให้ฉันตายทั้งเป็นหรือไง”เคนยะมองใบหน้าซีดเซียวนิ่งนานเหมือนวิงวอนให้ร่างเล็กตื่นขึ้นมาคุยกับเขา

เมื่อกี้เด็กหนุ่มยังทำหน้าทะเล้นๆงอนใส่เขาอยู่หยกๆ

แต่ดูตอนนี้สิ..................เคนยะยิ่งคิดยิ่งสับสนไม่คิดว่ามาซายะจะกล้าเอาตัวบังเขาไว้อย่างนี้

“ทำไมกันนะ............ฉันคิดว่าเธออยากให้ฉันตายวันตายพรุ่งเสียอีก

คราวนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอไปไหนอีกแล้วได้ยินไหม.....................ห่างฉันสักก้าวเดียวฉันก็ไม่ยอม

คอยดูนะตื่นขึ้นมาฉันจะลงโทษให้สาสมเชียวเด็กบ้า……………….”เคนยะพูดเหมือนตัดพ้อแต่ในใจกลับรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่เด็กหนุ่มพ้นขีดอันตรายมาได้อย่างปลอดภัย

“ขอแค่เธอหายฉันก็ไม่ต้องการอะไรแล้วมาซายะ เรื่องพ่อของเธอฉันก็จะยกให้ได้ยินไหม

หรือถ้าเธออยากกลับไปเยี่ยมพ่อเธอฉันก็จะอนุญาตไม่ขัดขวางเธออีกดีไหม

ฟื้นเร็วๆนะมาซายะ...................ฉันรอเธอหายแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว”

“ฉันรักเธอ…………..”เสียงเคนยะเพียรกระซิบริมใบหูอย่างอ่อนโยนไม่หยุด

มาซายะได้ยินแทบทุกคำและทุกความรู้สึกที่ชายหนุ่มส่งให้

เขาอยากตอบรับชายหนุ่มเหลือเกินแต่ร่างกายที่บอบช้ำอย่างมากทำให้เจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัสไม่มีแรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วจนไม่รู้จะทำยังไง

“มาซายะ.....................มาซายะ.............เธอได้ยินฉันใช่ไหม”เคนยะกล่าวอย่างดีใจเมื่อเห็นหยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาร่วงลงบนหมอนเป็นดวงๆทีละน้อยๆแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่ได้สติเหมือนเดิมจนมันหยุดไหลไปในที่สุดคิดว่าเด็กหนุ่มคงหลับไปแล้วอย่างแน่นอน

“ฉันรักเธอ...............หายเร็วๆนะมาซายะ.......................ที่รักของฉัน”เคนยะจูบเบาๆที่ดวงตาร่างเล็กอย่างโหยหาแล้วเลื่อนมาจูบซับบริเวณสองแก้มนุ่มเนิ่นนานเหมือนไม่อยากถอนออกแต่อย่างใด

ชายหนุ่มเลื่อนผ้าห่มคลุมให้ร่างเล็กก่อนกุมมือน้อยๆไว้กับแก้มของเขาแล้วเผลอหลับไปอีกเช่นกันตลอดคืนนั้นเคนยะเพียรตื่นขึ้นมาเรื่อยๆเกือบทุกชั่งโมงเผื่อว่าเด็กหนุ่มจะตื่นขึ้นมาแล้วต้องการอะไรเขาจะได้ช่วยหยิบให้ทันเวลา

เขาคอยแล้วคอยเล่าร่างเล็กก็ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวแต่อย่างใดยังคงนอนนิ่งเหมือนคนที่กำลังนอนหลับทั่วๆไปอยู่เหมือนเดิมจนกระทั่งรุ่งสาง

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

“นายท่านครับ......................”เสียงเอนโดเรียกพร้อมกับแตะไหล่ชายหนุ่มเบาๆจนเขารู้สึกตัวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมอง

“เช้าแล้วครับ...................นายท่านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียหน่อยเถอะครับ

เสื้อผ้าผมเอามาให้แล้ว”เอนโดพูดพร้อมกับยื่นเสื้อผ้าที่เขาเตรียมมาให้ชายหนุ่ม

“ไม่.................ฉันจะคอยดูมาซายะต่อ”เคนยะปฏิเสธเสียงแข็งลุกขึ้นมาลูบใบหน้าเรียวเล็กพร้อมกับเกลี่ยเส้นผมนิ่มให้เข้าที่ไม่อยากห่างร่างเล็กแม้แต่ก้าวเดียว

“คุณมาซายะคงยังไม่ตื่นตอนนี้หรอกครับ เดี๋ยวผมจะดูให้เองไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”

“ก็ได้....................ดูแลให้ดีห้ามไปไหนแม้แต่ก้าวเดียวจนกว่าฉันจะออกมาเข้าใจมั้ย”เคนยะมองหน้าจริงจังของคนสนิทก็จำใจยอม

ดีเหมือนกันเพราะเขาไม่ได้เปลี่ยนชุดมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

ชายหนุ่มก้มมองสภาพตัวเองที่เสื้อผ้าเต็มไปด้วยสีเลือดและคราบโคลนหากเด็กหนุ่มตื่นมาเห็นเข้าอาจตกใจก็ได้

“เข้าใจแล้วครับ”เอนโดรับคำหนักแน่นก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเข้าห้องน้ำไป

“คุณมาซายะ..................ฟื้นเร็วๆนะครับ.............คุณเคนยะห่วงคุณจะแย่อยู่แล้ว”เอนโดนั่งลงข้างๆเด็กหนุ่มแล้วลูบผมร่างเล็กอย่างเอ็นดูเบาๆ

“แกร็ก..................”เสียงเปิดประตูพร้อมกับทาเคชิก้าวเข้ามาอย่างรีบร้อน

“คุณมาซายะเป็นไงบ้างครับ”ชายหนุ่มถามด้วยอาการตื่นเต้นแกมเป็นห่วง

“ยังไม่ฟื้นเลยครับ”เอนโดหันมาตอบเสียงเรียบ

“ผมคิดว่าคงเป็นพรุ่งนี้แหละครับ

ร่างกายเขาบอบช้ำมากเลยทีเดียว”ทาเคชิอธิบายเป็นทางการแล้วจัดการตรวจดูอาการมาซายะทันที

“คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ถ้าหากคุณมาซายะฟื้นแล้วผมจะตรวจดูอาการให้อีกที

แล้วเคนยะไปไหนล่ะครับ”ทาเคชิเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นหน้าผู้เป็นเพื่อน

“อาบน้ำอยู่ครับ..............เฝ้าคุณมาซายะมาทั้งคืนยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเลย”

“งั้นป่านนี้เจ้าเคนยะมันคงเริ่มหิวแล้วล่ะ

คุณออกไปหาอะไรให้มันทานเถอะครับทางนี้ผมจะจัดการดูแลให้เอง”

“แต่คุณเคนยะสั่งไม่ให้ผมไปไหนจนกว่าท่านจะออกมานี่ครับ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า.....................หรือไม่ไว้ใจฉัน”

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ

เอ่อ.......งั้นฝากด้วยแล้วกันนะครับ”เอนโดรีบปฏิเสธไม่อยากให้ชายหนุ่มเข้าใจผิด

“ครับ...............ผมจะดูแลให้อย่างดีเชียว”ทาเคชิยิ้มกริ่มรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะก่อนหันมาดูร่างเล็กตามเดิม

“คุณใจกล้ามากนะครับคุณมาซายะ ผมทึ่งในตัวคุณจริงๆ

ไม่มีทางเลยเหรอที่ผมจะได้คุณมาเป็นของผม”ทาเคชิมองหน้าร่างเล็กอย่างหลงไหลเขาไม่เคยเจอใครน่ารักน่าทนุถนอมเหมือนเด็กหนุ่มผู้นี้มาก่อนเลย

หากเขาพบเด็กคนนี้ก่อนเคนยะก็คงจะดี

ว่าแล้วใบหน้าคมก็ค่อยๆก้มลงประทับจูบที่หน้าผากมนของร่างเล็กเบาๆ

“แกร็ก............”เสียงเปิดประตูห้องน้ำพร้อมชายหนุ่มเดินตรงรี่เข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าดุดัน

“นายทำอะไรน่ะ”เคนยะเสียงเข้มสายตาคมจ้องตาผู้เป็นเพื่อนด้วยอารมณ์หงุดหงิดสุดๆเมื่อเห็นทาเคชิล่วงเกินคนรักของเขา

“เปล่านี่.................แค่ดูว่าคุณมาซายะเป็นยังไงบ้างก็เท่านั้น”ทาเคชิเอ่ยเสียงเรียบหยักยิ้มมุมปากเหมือนจงใจจะแกล้งยั่วโทสะเพื่อนสนิท

“เอนโด ไปไหน”เสียงกระชากถามถึงคนสนิทที่บังอาจละทิ้งหน้าที่สำคัญอย่างตำหนิ

“ฉันให้เขาออกไปซื้อข้าวให้นายเองแหละ อย่าไปโกรธเขาเลย

คุณเอนโดเขาก็เป็นห่วงนายเหมือนอย่างที่นายเป็นห่วงคุณมาซายะนั่นแหละ”ทาเคชิยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นพูดไปตามเหตุตามผลจนเคนยะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเหมือนเดิมเมื่อคิดได้

แต่ก็ยังขุ่นเคืองในตัวเพื่อนสนิทอยู่ไม่น้อย

“ตรวจอาการให้มาซายะหรือยัง”เคนยะใช้เสียงนุ่มลงเมื่อพูดถึงร่างเล็กพลางเดินเข้าไปดูแลอย่างเก่า

“ตรวจแล้ว ไม่มีอะไรมากคิดว่าพรุ่งนี้คงฟื้นถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด”

“หมายความว่าไง”เคนยะหันมาทำเสียงดุ

“คุณมาซายะร่างกายบอบช้ำมากแถมกระสุนยังเฉียดหัวใจอีก

ถ้าหากไม่เกิดอาการแทรกซ้อนอะไรพรุ่งนี้ก็คงฟื้น”ทาเคชิรีบอธิบายเมื่อเห็นสีหน้าเป็นห่วงจนเกินเหตุของเพื่อนสนิท

“ดูนายเป็นห่วงมาซายะเกินกว่าความเป็นญาตินะ”ทาเคชิถามดักทางเคนยะ

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม”เคนยะหันมาเผชิญหน้ากับทาเคชิอย่างท้าทาย

“ก็ไม่ทำไมหรอก

ฉันรู้ตั้งนานแล้วว่านายกับคุณมาซายะเป็นอะไรกัน”ทาเคชิหยักยิ้มมุมปากเหมือนท้าทายเช่นกัน

“นายรู้อย่างนี้ก็ดีแล้วนี่

ขอบอกไว้ซะก่อนนะว่าฉันรักมาซายะและจะไม่ยอมให้เขาเป็นของใครทั้งนั้นด้วย”

“คุณมาซายะเขาจะยอมอยู่กับคนใจร้ายอย่างนายเร้อ”

“นายพูดอะไร ตั้งใจจะหาเรื่องฉันหรือไงทาเคชิ”เคนยะลุกขึ้นดึงคอเสื้อทาเคชิเต็มแรงทั้งสองมือด้วยความโมโหสุดขีด

“ฉันรักคุณมาซายะและจะไม่ยอมแพ้นายง่ายๆด้วย

รู้มั้ยยิ่งฉันเห็นคุณมาซายะเป็นอย่างนี้ฉันยิ่งรักเขา

คุณมาซายะอยู่กับนายมีแต่จะเดือดร้อน”ทาเคชิจ้องตาเคนยะตอบอย่างไม่ลดละอารมณ์เดือดดาลไม่แพ้กัน

“ทาเคชิ..........เปรี้ยง..............”เคนยะตวาดเสียงดังลั่นพร้อมกับหมัดขวาตรงไปที่หน้าทาเคชิจนล้มคว่ำลงไปกองที่พื้น

ทาเคชิไม่รอช้ารีบลุกขึ้นมาสวนกลับที่หน้าของเคนยะเช่นกัน

“แก............มีแต่ทำให้เขาเจ็บตัว....................เคนยะ...............คนอย่างแกจะทำให้คุณมาซายะมีความสุขได้ซักแค่ไหน”ทาเคชิจับเคนยะลุกขึ้นมากระชากคอเสื้ออย่างแรงให้มาเผชิญหน้า

“มาซายะเขารักฉัน

ไม่ได้รักแก”เคนยะผลักทาเคชิออกอย่างแรงจับเสื้อให้เข้าที่ก่อนตรงรี่เข้าไปสวนหมัดที่ท้องจนทาเคชิแทบลุกไม่ขึ้น

“แล้วแกแน่ใจได้ไงเคนยะว่าคุณมาซายะเขารักแกจริงๆน่ะ”ทาเคชิพูดพลางผลักเคนยะจนกระเด็นออกไปเช่นกัน

“ฉันรู้ก็แล้วกันโว้ย....................”เคนยะถลาเข้ามาพร้อมกับทาเคชิที่พุ่งเข้ามาหาเขาเช่นกันต่างคนต่างกระชากคอเสื้อของฝ่ายตรงข้ามด้วยอารมณ์เดือดดาลทั้งคู่สายตาดุดันจ้องกันไปมาไม่ลดละ

“พวกคุณทำอะไรกันน่ะ”เอนโดผลักประตูเข้ามาด้วยท่าทางตกใจเมื่อเห็นสภาพชายหนุ่มทั้งสองรีบเรียกลูกน้องข้างนอกเข้ามาช่วยกันจับชายทั้งสองแยกกันไปคนละทางโดยที่ทั้งคู่ไม่ยอมง่ายๆยังจะเข้าไปชกกันต่ออีก

“ปล่อยชั้นนะเอนโด

ฉันจะชกไอ้คนหน้าด้านนี่ให้มันตายคามือไปเลย”เคนยะพยายามสะบัดสุดแรงให้หลุดจากมือของเอนโดที่ล็อกตัวเขาไว้จนแน่น

“ใช่ฉันมันหน้าด้าน................แต่ก็ไม่น้อยไปกว่าแกแหละว้า..............เคนยะ”ทาเคชิยังดึงดันจะเข้ามาหาเรื่องเคนยะให้ได้เช่นกัน

“หนอย....................ไอ้บ้าทาเคชิ”เคนยะเริ่มจะทนไหวสะบัดจนเอนโดกระเด็นหลุดไปด้านหลังแล้วพุ่งเข้าไปหาทาเคชิอีก

“หยุดนะ.....................พวกคุณจะบ้าหรือไงคุณมาซายะนอนเจ็บอยู่ตรงนี้นะ”เอนโดตะโกนเสียงดังเมื่อเหลืออดกับชายหนุ่มทั้งสองเต็มที

เคนยะกับทาเคชิผละออกจากกกันทันทีเมื่อนึกถึงร่างเล็กสายตายังจ้องกันไม่ห่างต่างคนต่างเช็ดเลือดที่มุมปากออก

และแล้วทาเคชิก็เป็นฝ่ายเดินออกไปเอง

“เป็นยังไงบ้างครับ”เอนโดพูดพลางส่งกระดาษให้ชายหนุ่มเช็ดเลือด

“ไม่เป็นไร

ออกไปได้แล้วฉันอยากอยู่ตามลำพัง”เคนยะตอบด้วยอารมณ์ที่ยังร้อนรุ่มอยู่มากก่อนรับกระดาษที่คนสนิทส่งให้

“ถ้ามีอะไรจะเรียกใช้ผมอยู่ข้างนอกนะครับ”เอนโดกล่าวก่อนเดินออกไป

“เดี๋ยว................”เสียงเคนยะเรียกชายหนุ่มไว้ก่อน

“ครับ”เอนโดหันมาอย่างสงสัย

“นายไม่ต้องอยู่เฝ้าฉัน

ไปที่บริษัทพาคนไปลากตัวไอ้มิมุระมาจัดการให้เรียบร้อยฉันไม่ต้องการเงินมันอีกต่อไปแล้ว

เอาให้เงียบที่สุดอย่าให้ตำรวจมันตามดมกลิ่นได้เข้าใจมั้ย”เคนยะเค้นเสียงรอดไรฟันใบหน้า***มเกรียมแม้แต่เอนโดคนสนิทก็ยังไม่เคยเห็นมาก่อน

“ครับนายท่าน”เสียงชายหนุ่มรับคำก่อนเดินออกไป

เคนยะกลับมานั่งข้างๆร่างเล็กเหมือนเดิมสีหน้าเด็กหนุ่มดีกว่าเมื่อคืนมากเริ่มมีสีเลือดเจือปนบ้างแล้ว

ชายหนุ่มค่อยๆใช้หลังมือสัมผัสลงไปที่ผิวแก้มเบาๆอย่างอ่อนโยนด้วยความรักและหวงแหน

เขาจะไม่ยอมให้เด็กหนุ่มเป็นของใครทั้งนั้นไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม

“มาซายะฉันรักเธอนะ..................”

“ฉันสัญญานะว่าจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจอีก”เคนยะกระซิบบอกร่างเล็กเบาๆไม่ขาดสายสองมือกุมมือร่างเล็กแน่นพร้อมกับริมฝีปากร้อนจูบประทับเนิ่นนาน

+++++++++++++++++++++++