Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

รักในรอยแค้น

by Ling_noi

14

เช้าวันต่อมา

มาซายะค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆรู้สึกว่าในลำคอมันแห้งผากเสียเหลือเกินจำได้เลือนๆลางๆว่าเขาหิวน้ำมากแต่ยังไม่ทันที่จะได้กินก็เกิดเรื่องเสียก่อน

ร่างเล็กปรายสายตาไปรอบๆเห็นเพดานสีขาวลางๆไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขาตายไปแล้วหรือเปล่าเด็กหนุ่มพยายามขยับตัวแต่รู้สึกว่าร่างกายเจ็บปวดไปหมดทั้งร่างแทบขยับตัวไม่ไหว

เขาเห็นชายหนุ่มนอนเฝ้ากุมมือเขาไว้อยู่ข้างๆเตียง

มาซายะหยักยิ้มน้อยๆเลื่อนมือลูบเส้นผมนิ่มของชายหนุ่มคนรักเบาๆอย่างน้อยๆตอนนี้เขาก็รู้ว่าตัวเองยังไม่ตายอย่างแน่นอน

สัมผัสจากร่างเล็กทำให้เคนยะรู้สึกตัวสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที

“มาซายะ.............................”เคนยะยิ้มกว้างอย่างดีใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าเรียวเล็กลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหลังจากหลับไปนานร่วมสามวัน

“ฟื้นแล้วเหรอฉันดีใจจริงๆเลยที่เธอปลอดภัย

รู้ไหมฉันเป็นห่วงเธอแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว”ชายหนุ่มถลาเข้าไปกอดเด็กหนุ่มแน่นด้วยความรักสุดหัวใจ

ริมฝีปากร้อนจูบประทับดวงตากลมโต

หน้าผากมนรวมทั้งสองแก้มนุ่มไม่หยุดหย่อยอย่างโหยหาจนร่างเล็กร้องประท้วง

“โอ้ย.....................คุณเคนยะเบาๆหน่อยครับ...................ผมเจ็บ”มาซายะต่อว่าชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแหบเล็กในลำคอเมื่อเคนยะกอดเขาแรงเกินไปจนรู้สึกเจ็บ

“ขะ........ขอโทษฉันลืมตัวไปหน่อย

ก็ฉันดีใจนี่นาที่เห็นเธอฟื้นแล้วน่ะ”เคนยะคลายอ้อมกอดลงเล็กน้อยแต่ยังไม่ยอมปล่อยร่างเล็กอีกเช่นเคยสายตาคมจ้องตาร่างเล็กนิ่ง

“หิวน้ำไหม..........................”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเบาๆด้วยรอยยิ้ม

“ที่สุดเลยครับ.................”มาซายะยิ้มอย่างดีใจเมื่อเคนยะถามถูกประเด็น

เคนยะเดินไปรินน้ำแล้วประคองตัวเด็กหนุ่มขึ้นเล็กน้อยก่อนส่งแก้วน้ำไปที่ริมฝีปากร่างเล็กช้าๆ

“ค่อยๆนะ................ระวังสำลัก”เสียงทุ้มกำชับไม่ทันขาดคำร่างเล็กก็ทำท่าจะสำลักน้ำขึ้นมาจริงๆ

“แค่กๆ...................”เคนยะรีบวางแก้วน้ำลงบนโต้ะแล้วเปลี่ยนมาลูบหลังเบาๆแทนจนเด็กหนุ่มหายสำลักในที่สุด

“บอกแล้วไงว่าให้ดื่มช้าๆก็ไม่เชื่อ”เคนยะประคองร่างเล็กลงนอนเหมือนเดิม

“ก็ผมหิวนี่.................เหมือนตัวเองกำลังอยู่ในทะเลทรายแห้งแล้งร้อนระอุยังไงยังงั้นเลยล่ะ”มาซายะรีบเอ่ยแก้ตัวเมื่อเห็นสีหน้าแกมดุของชายหนุ่ม

“เป็นยังไงบ้าง.......................เจ็บมากไหม”เคนยะพูดพลางเสยเส้นผมนิ่มที่หน้าผากของร่างเล็กเบาๆอย่างเป็นห่วง

“มะ.................ไม่เจ็บหรอกครับ”มาซายะหน้าแดงเรื่อๆรู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่ชายหนุ่มมอบให้อย่างเต็มเปี่ยม

“อย่ามาปากแข็งเลยเด็กดื้อ................ทำไมทำอะไรบ้าๆอย่างนี้ล่ะ.................รู้ไหมฉันเป็นห่วงเธอแค่ไหน”เคนยะเสียงอ่อนลงในลำคอดวงตาคมเริ่มมีสีเรื่อเล็กน้อย

“ผมไม่เป็นไรแล้ว

นี่ไงลุกวิ่งยังไหวเลยนะครับ”มาซายะแกล้งทำตลกไม่อยากให้ชายหนุ่มกังวลแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล

เคนยะทำหน้าดุเขากว่าเมื่อกี้เสียอีก

“ขอโทษครับ...............ผมไม่อยากให้คุณกังวล

ตอนนี้ผมไม่เป็นไรแล้วคุณอย่าห่วงเลยนะ”มาซายะเลื่อนมือลูบใบหน้าคมที่เต็มไปด้วยไรเคลาสากที่ไม่ได้ผ่านการโกนมาแล้วหลายวันของชายหนุ่มด้วยความรัก

ดีใจที่เขาช่วยชายหนุ่มที่เขารักไว้ได้

“จะให้ฉันไม่เลิกห่วง

ไม่เลิกกังวลได้ยังไงในเมื่อเธอยังเป็นอยู่แบบนี้”เคนยะกุมมือนุ่มมาหอมอย่างแสนรักแล้วแนบลงกับแก้มสากของเขาเนิ่นนาน

“ตอนที่เธอโดนกระสุนฉันแทบช็อกเลยรู้มั้ยในใจคิดไปต่างๆนานาสับสนไปหมด

ถ้าหากเธอจากฉันไปจริงๆฉันจะอยู่ยังไงเคยคิดบ้างไหม

คราวหน้าห้ามทำอะไรบ้าๆอย่างนี้อีกนะไม่งั้นฉันไม่ยอมจริงๆด้วย

เรื่องที่เธอก่อไว้คราวนี้เดี๋ยวรอให้หายดีเสียก่อนเถอะฉันจะลงโทษเสียให้เข็ดเชียว”เคนยะบีบจมูกรั้นของมาซายะเบาๆเป็นการลงโทษ

“ถ้าผมตายคุณน่าจะดีใจไม่ใช่เหรอครับ”มาซายะหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาอีก

“ทำไมเธอพูดอย่างนี้ล่ะมาซายะ ฉันเสียใจนะที่ได้ยินเธอพูดแบบนี้

ยังไม่เข้าใจอีกหรือไงว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ

จะต้องให้ฉันบอกอีกสักกี่ครั้งถึงจะยอมเชื่อว่าฉันรักเธอจริงๆไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง

ที่ฉันแกล้งพูดจาร้ายๆกับเธอเพราะฉันโมโหที่ทาเคชิมันเข้ามายุ่งย่ามกับเธอ

รู้ไหมฉันไม่พอใจแค่ไหนที่คนที่ฉันรักสนิทสนมกับชายอื่น”เคนยะรู้สึกเจ็บในอกเล็กน้อยด้วยความน้อยใจที่เด็กหนุ่มยังไม่เชื่อในความรักที่เขามีให้อย่างเต็มเปี่ยม

“ผมขอโทษ

ผมก็อยากเชื่อคุณ แต่สิ่งที่พ่อผมทำกับคุณมันมากเกินกว่าที่ผมจะเชื่อว่าคุณรักผมจริงๆโดยที่ไม่มีอย่างอื่นแอบแฝง

ผมไม่อยากเสียใจมากไปกว่านี้ถ้าหากแม้แต่คำว่ารักของคุณยังหลอกลวงผมอีก”มาซายะตาแดงๆเหมือนจะร้องไห้เบี่งหน้าไปทางอื่นไม่กล้าสบตาชายหนุ่ม

“ฉันขอโทษที่ทำให้เธอรู้สึกไม่เชื่อใจอย่างนี้..............ยกโทษให้ฉันได้ไหมมาซายะ”เคนยะเชยคางเล็กให้หันมาสบตาด้วยใจที่ร้อนรุ่มกับคำตอบของร่างเล็ก

“ได้ไหม...........................”

“ครับ.................ให้ผมเชื่อใจคุณได้จริงๆเหรอครับ”มาซายะยังลังเล

“แน่นอนสิ..........ตั้งแต่นี้ต่อไปเรามาเริ่มกันใหม่เถอะนะมาซายะ

ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีกแล้ว..............ฉันจะลืมเรื่องราวในอดีตทั้งหมดและอยากให้เธอลืมมันไปด้วยถือว่ามันเป็นเหมือนฝันร้ายก็แล้วกันนะมาซายะ

“ครับ............คุณเคนยะ”มาซายะยิ้มออกทั้งใบหน้าดวงตาอย่างสุขใจหยาดน้ำใสหยดลงหมอนเป็นทางด้วยความตื้นตัน

“แต่งงานกับฉันนะมาซายะ”เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆเป็นประโยคสุดท้ายก่อนความเงียบจะเข้าปกคลุมภายในห้อง

“แต่งงาน............”มาซายะอึ้งอยู่นานก่อนจะอุทานออกมาอย่างตกใจไม่คิดว่าชายหนุ่มจะพูดคำนี้ออกมา

“ใช่เธอได้ยินไม่ผิดหรอกมาซายะ.............................ฉันกำลังขอเธอแต่งงาน

มันอาจจะฟังดูแล้วไม่โรแมนติกอย่างที่ควรจะเป็นและอาจไม่ถูกเวลาถูกสถานที่เท่าที่ควรแต่ฉันรอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

ฉันกลัว................กลัวเหลือเกินว่า..............หากวันใดวันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเธออีกฉันจะทำยังไง

ฉันอยากให้เธออยู่กับฉันตลอดไปจะได้ไหมมาซายะ................อย่าจากฉันไปไหนอีกไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

ฉันอยากให้เธออยู่เคียงข้างฉันเป็นภรรยาที่น่ารักของฉันคนเดียวตลอดไปนะมาซายะ”เคนยะกุมมือเล็กแน่นรอฟังคำตอบที่สำคัญที่สุดจากร่างตรงหน้าอย่างจดจ่อ

“แต่...................แต่ผมเป็นผู้ชายนะเราจะแต่งกันได้ยังไง”มาซายะรู้สึกสับสนไปหมดแทบไม่เชื่อหูกับสิ่งที่ได้ยินเขารู้สึกว่าหัวใจมันพองโตสุดๆเลยตอนนี้

“ถึงเราจะแต่งงานกันแบบชายหญิงทั่วๆไปไม่ได้นะ

แต่ฉันให้สัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายคนหนึ่งว่า...............ฉันจะรักและดูแลเธอตลอดไปและจะไม่ทำให้เธอเสียใจและทุกข์ใจอีกเป็นอันขาด

ฉันรักเธอมาซายะ..............”

“คุณเคนยะ...................ผม...................ผมดีใจจริงๆคุณจะไม่เกลียดผมแน่เหรอ”

“เด็กโง่...................ฉันรักเธอเท่าดวงใจของฉันขนาดนี้ชาตินี้หรือชาติไหนๆก็เกลียดเธอไม่ลงหรอกนะจำเอาไว้”

“ขอบคุณครับ”มาซายะน้ำตาไหลเป็นทางดีใจที่สุดกับความรู้สึกที่ชายหนุ่มมอบให้

“แต่งงานกับฉันนะมาซายะ”

“ครับ.............เคนยะซัง”มาซายะเลื่อนมือชายหนุ่มขึ้นมาหอมแทนคำสัญญาตอนนี้เขามีความสุขเหลือเกินจนไม่อาจหาคำใดมาอธิบายได้ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องราวต่างๆมันจะลงเอยอย่างนี้ได้

“ฉันดีใจจริงๆมาซายะของฉัน”เคนยะก้มหน้าบดเบียดริมฝีปากบางเล็กอย่างนิ่มนวลเนิ่นานอย่างมีความสุข

อีกด้านหนึ่งของประตู

ทาเคชิรู้สึกเจ็บชาไปหมดทั้งหัวใจเขาได้ยินคำสนทนาของทั้งคู่ตลอดตอนนี้เขาคงหมดหวังแล้วสินะทั้งๆที่เขาตั้งใจจะจริงใจกับคนคนหนึ่งเข้าจริงๆเสียที

แต่แล้วในที่สุดเขาก็ต้องผิดหวังเพราะเขามาช้าเกินไป

เกินกว่าที่จะเอาเด็กคนนี้มาเป็นของเขาเสียแล้ว

หากเขาพบเด็กคนนี้ก่อนผู้เป็นเพื่อนอย่างเคนยะก็คงจะดี

เขาคงจะไม่ต้องมาเสียใจอย่างนี้

ทาเคชิเอามือปิดหน้าหลังพิงประตูอย่างหมดหวังเขาไม่อยากยอมรับว่าตอนนี้เขากำลังร้องไห้อยู่หรือเปล่าไม่อยากจะสมเพชตัวเองไปมากกว่านี้แล้วทำไมเขาถึงดูอ่อนแออย่างนี้ไปได้

ทาเคชิทำใจอยู่นานก่อนผลักประตูเข้าไปข้างในด้วยหัวใจที่เจ็บร้าวอย่างแสนสาหัส

ในขณะที่เอนโดเห็นอาการเสียใจของทาเคชิทั้งหมดตั้งแต่แรกอยู่อีกด้านหนึ่งของมุมห้องเขาไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทแอบดูแต่หากเขาเข้าไปตอนนี้มันคงไม่เหมาะ

เพราะดูท่าชายหนุ่มคงไม่อยากให้ใครมาเห็นเขาในยามอ่อนแอเช่นนี้

“ฟื้นแล้วหรือครับคุณมาซายะ...............เป็นอย่างไรบ้าง”ทาเคชิแสดงสีหน้ายิ้มแย้มตามปรกติไม่อยากให้ใครผิดสังเกตทั้งๆที่ในใจแสนจะทรมานอย่างที่สุดเมื่อเห็นหน้าคนที่เขารัก

“ดีขึ้นแล้วล่ะครับคุณหมอ................ขอบคุณครับที่ช่วยชีวิตผม”มาซายะยิ้มตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มตามปรกติ

“ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับผมทำตามหน้าที่ของหมออยู่แล้ว

คนที่คุณควรจะขอบคุณเค้านั่งอยู่นี่ต่างหาก

เจ้านี่มันหัวดื้ออุ้มคุณออกมาจากป่าคนเดียวไม่ยอมให้ใครแตะต้องเลยล่ะ”ทาเคชิพูดพร้อมกับแตะบ่าเพื่อน

“ทาเคชิ................นาย”เคนยะหันมามองหน้าเพื่อน

เขาไม่รู้ว่าทำไมทาเคชิถึงพูดอย่างนี้บางทีทาเคชิอาจได้ยินสิ่งที่เขาพูดกับมาซายะก็เป็นได้เพราะสีหน้าของทาเคชิดูร่าเริงผิดปรกติเหมือนจงใจจะปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ในใจเพราะการที่คบกันมานานทำให้เขาดูออก

“…………….”ทาเคชิยิ้มตอบโดยไม่ได้พูดอะไรหันมาทางเด็กหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงแทนจนเคนยะรู้สึกขอบคุณกลับมายิ้มแย้มเหมือนอย่างที่เคย

“ให้ผมตรวจอาการเสียหน่อยดีกว่านะครับ”

“ครับ”มาซายะพยักหน้ารับ

“เรียบร้อยแล้วครับทุกอย่างเป็นปรกติดีไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงคิดว่าอีกไม่นานคงจะกลับบ้านได้แล้วล่ะครับ”

“ขอบคุณครับคุณหมอ

ดีจังผมเริ่มเบื่อที่นี่เต็มทีแล้วล่ะครับอยากออกไปวิ่งให้ฉ่ำปอดเสียเดี๋ยวนี้เลย”เด็กหนุ่มพูดตามประสาจนทำให้ชายหนุ่มทั้งสองสองหัวเราะออกในความไร้เดียงสาของร่างเล็กตรงหน้า

“น้อยๆหน่อยเถอะเรา................รอให้หายดีเสียก่อนนี่ขนาดป่วยอยู่ยังไม่วายซนซะขนาดนี้หายดีแล้วไม่รู้จะก่อเรื่องอะไรอีก”เคนยะหยิกแก้มเนียนเบาๆเหมือนล้อเลียน

“แหมคุณเคนยะทำเหมือนผมเป็นเด็กอีกแล้วนะ.................ซนอะไรกันไม่เคยสักหน่อย”ร่างเล็กหน้าแดงแก้ตัวเป็นพัลวัลย์

“อย่างนี้ไม่เรียกซนแล้วจะเรียกว่าอะไรฮึเด็กดื้อ”เคนยะยังหยอกร่างเล็กไม่ปล่อย

“อ้ะ.............คุณเคนยะอายคุณหมอเขานะ”มาซายะปัดมือชายหนุ่มออกด้วยความอายผู้ที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆอีกคน

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับต้องไปตรวจคนไข้อื่นอีก”ทาเคชิพูดกับร่างเล็กก่อนหันมาทางผู้เป็นเพื่อน

“ไปก่อนนะเคนยะ”

“อืม................ขอบใจนะ”เคนยะยิ้มน้อยๆเป็นการขอบใจก่อนทาเคชิจะเดินออกไป

“ไม่รู้จะเป็นการเสียมารยาทหรือเปล่า”มาซายะพูดมองหน้าชายหนุ่มเหมือนกังวล

“อะไรหรือ”

“คือผมสังเกตว่าวันนี้คุณหมอดูแปลกไปไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะผมหรือเปล่า”

“ดูออกด้วยหรือ..............อย่าคิดมากเลยนะอีกเดี๋ยวเค้าก็จะดีขึ้นเอง

เราอย่าพูดอะไรจะดีกว่าเดี๋ยวจะเป็นการตอกย้ำจิตใจเขาเสียเปล่าๆนะ”เคนยะลูบผมนิ่มของร่างเล็กอย่างเอ็นดู

“ครับ”

“หิวไหม”ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นว่าสายมากแล้วเด็กหนุ่มยังไม่ได้ทานอะไรเลย

“นิดหน่อยครับ”

“งั้นเดี๋ยวชั้นป้อนให้นะจะได้นอนพักต่อ”

“ครับ”เคนยะปรับเตียงให้พอดีแล้วเลื่อนถาดอาหารเข้ามาใกล้ๆก่อนตักป้อนให้เด็กหนุ่มอย่างมีความสุข

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เย็นวันนั้นที่ร้านเหล้าหรูหราใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง

เอนโดเห็นทาเคชินั่งกินเหล้าอยู่คนเดียวท่าทางน่าเป็นห่วงจึงรี่เข้าไปทัก

ความจริงเขาตามทาเคชิออกมาตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลแล้วด้วยความเป็นห่วง

“สวัสดีครับคุณทาเคชิ”เอนโดเอ่ยทักเหมือนเคยทำเหมือนบังเอิญมาเจอกัน

“อ้าว................คุณเอนโดเองหรอกหรือ”ทาเคชิหันมาตามเสียงทัก

“นั่งด้วยคนได้มั้ยครับ”ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ

“เชิญครับตามสบาย”ทาเคชิตอบรับตามมารยาทเชิญชายหนุ่มนั่งคุยเป็นเพื่อน

“ดีเหมือนกันผมจะได้มีเพื่อนคุย”ทาเคชิพูดพร้อมกับกรอกเหล้าใส่ปากรวดเดียวหมดแก้วแล้วรินใส่อีกแก้วส่งให้เอนโด

“มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ”เอนโดถามทั้งที่คำตอบเขารู้อยู่แก่ใจ

“เปล่าครับ..............แค่วันนี้อยากดื่มให้มันเมาเล่นๆก็เท่านั้น”ทาเคชิแกว่งแก้วเหล้าไปมาเบาๆก่อนดื่มทีเดียวหมดแก้วอีก

“เอาสิครับคุณเอนโดดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อย”ทาเคชิคะยั้นคะยอให้ชายหนุ่มดื่มพร้อมๆกับเขาอีก

“ดื่มมากๆไม่ดีต่อร่างกายนะครับ คุณเป็นหมอน่าจะรู้ดี”

“ดีสิครับ

ตายเสียได้ก็ดีจะได้ไม่ต้องมาทรมานอยู่อย่างนี้”ทาเคชิพูดเหมือนประชดจิตใจหดหู่เต็มที

“เล่าให้ผมฟังได้นะครับหากคุณไว้ใจผม”

“ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจคุณแต่ผมไม่เป็นไรจริงๆ”

“ก็ได้ถ้าตอนนี้คุณไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรหากคุณจะสบายใจขึ้น”

“..........................”ทาเคชิเงียบไปอีกแต่ยังคงดื่มหนักเหมือนเดิมแล้วเอนโดก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีกเลยคิดว่าชายหนุ่มคงเจ็บปวดใจไม่น้อย

จนกระทั่งดึกเห็นทาเคชิเมามากแล้วจึงชวนกลับ

“คุณทาเคชิครับ

พอเถอะครับเมามากแล้ว”เอนโดพูดพร้อมกับจะดึงแก้วเหล้าออกจากมือชายหนุ่ม

“ไม่ปล่อยผม...........ผมจะดื่มต่อ”

“กลับเถอะครับร้านจะปิดแล้ว

มาเถอะครับผมจะไปส่ง”เอนโดพูดพร้อมกับประคองชายหนุ่มลุกขึ้นวางเงินจำนวนหนึ่งไว้บนโต๊ะแล้วค่อยๆพยุงทาเคชิออกไป

“คุณเอนโดปล่อยผม ผมจะดื่มอีก

อย่ามายุ่งกับผม”ทาเคชิเสียงอ้อๆแอ้ๆในลำคอเดินเป๋ไปเป๋มาจนมาถึงที่รถ

“เดี๋ยวพวกแกขับรถคุณทาเคชิตามฉันมา”เอนโดสั่งพร้อมกับส่งกุญแจให้ผู้ติดตามแล้วพาทาเคชิเข้ามานั่งในรถด้วยอาการแทบจะหมดสติเต็มที

เอนโดสตาร์ทรถแล้วค่อยๆขับออกไป

“มาซายะ...............................”เสียงชายหนุ่มเอ่ยในลำคออ้อมแอ้มๆแทบไม่ได้ยิน

“มาซายะ..................ผมรักคุณ................ทำไม..................ทำไม...........คุณถึงไม่เลือกผม..........ทำไมมาซายะ”เสียงทาเคชิเพ้อตลอดทางจนเอนโดอดสงสารไม่ได้

แล้วรถก็ขับมาถึงหน้าโรงแรมหรูที่พักของทาเคชิในเวลาเกือบตีสองสามสิบนาที

“พวกแกกลับไปได้ไม่ต้องรอฉัน”เอนโดสั่งลูกน้องก่อนอุ้มร่างไร้สติของทาเคชิขึ้นไปข้างบน

แล้วหยิบคีย์การ์ดในกระเป๋าเสื้อของทาเคชิรูดก่อนเปิดประตูเข้าไป

“ถึงแล้วครับคุณทาเคชิ”เอนโดวางร่างชายหนุ่มลงบนเตียงนุ่มเบาๆแล้วเข้าไปในห้องน้ำบิดผ้าหมาดๆมาเช็ดใบหน้าของชายหนุ่มคลายกระดุมเสื้อออกสองเม็ดให้หายใจสะดวกพลางพิศใบหน้าคมนิ่งเขาเพิ่งสังเกตว่าชายหนุ่มผู้นี้ใบหน้าหวานคมยิ่งนักขนตายาวได้ที่รับกับดวงตาคมลึกมีเสน่ห์ของเขาได้เป็นอย่างดีแถมริมฝีปากยังแดงเรื่อน่า.................ยังไม่ทันที่ใจคิดการกระทำของเขาก็ไปก่อนเสียแล้วริมฝีร้อนบดเบียดลงไปหนักหน่วงปลายลิ้นชอกชอนลงไปหาความหวานนุ่มภายในอย่างลืมตัวเนิ่นนานจนรู้สึกถึงอาการผลักดันหายใจไม่ออกของร่างข้างใต้จึงค่อยๆถอนออกอย่างอ้อยอิ่งใบหน้าห่างไม่ถึงคืบยังคงเพ่งพิศร่างตรงหน้าต่อไป

ภาพร่างตรงหน้าหายใจหอบหนักๆแต่ดวงตายังคงหลับพริ้มอยู่อย่างเดิมมันน่าหลงไหลอย่างบอกไม่ถูกนี่เขามาถูกใจอะไรกับเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกับเคนยะเจ้านายของเขาเสียแล้วหรือ

ฝ่ามือใหญ่ยังคงเสยเส้นผมนุ่มเบาๆอย่างเสน่ห์หาตอนนี้ไม่รู้ทำไมในกายมันถึงร้อนรุ่มนักอยากจะสัมผัสร่างตรงหน้าเสียเกิน

เอนโดใช้สายตาโลมเลียร่างตรงหน้าตั้งแต่ใบหน้ายังแผ่นอกขาวเนียนละเอียดอย่างหลงไหลโดยที่เขาแทบไม่รู้ตัว

แม้แผ่นอกจะแบนราบไม่มีเนื้อมีหนังใหญ่โตเหมือนหญิงสาวแต่มันกลับมีเสน่ห์ร้อนแรงอย่างบอกไม่ถูกในสายตาของเขาจนอดไม่ได้ที่จะประทับริมฝีปากลงไปบนเนื้อนวลขาวนั้นพลางฝากฝังร่องรอยสีแดงลงไปก่อนลากไล้ปลายลิ้นอุ่นเล็มเลียที่ยอดอกสีชมพูเย้ายวนอยากยากจะห้ามใจแล้วครอบครองดูดดุนขบเม้มเบาๆในที่สุด

เสียงร่างข้างใต้ครางในลำคอแต่ยังคงไม่ได้สติอยู่เหมือนเดิมเพราะฤทธิ์เหล้า

เสียงเล็กยิ่งทำให้เอนโดเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ลากลิ้นขึ้นสู่ลำคอยาวขาวเนียนอย่างหลงไหลแล้วประทับรอยไว้อีกรอยที่ต้นคอขาวเนียนนั้นทั้งสองข้างขณะที่มือเล็กป่ายเปะปะอยู่ที่แผ่นอกแข็งแกร่งของชายหนุ่มเหมือนต้องการผลักชายหนุ่มออกไปให้พ้นตัว

เอนโดเริ่มได้สติถอนริมฝีปากออกพยายามสะกัดกั้นอารมณ์แปลกๆที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเขาอย่างมากมายมหาศาลกับร่างตรงหน้า

“คุณทาเคชิ.................คุณทำให้ผมหลงคุณซะแล้ว”เอนโดกระซิบริมหูก่อนบดเบียดริมฝีปากลงไปอีกครั้งด้วยความร้อนรุ่มในกายอย่างเต็มเปี่ยม

“ผมจะทำให้คุณลืมคุณมาซายะเอง.................”เอนโดพูดระบายยิ้มลูบไล้ริมฝีปากบางแดงเรื่อเบาๆอย่างหลงไหลก่อนตัดใจออกจากห้องไป

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

สิบนาฬิกาสิบห้านาที

ทาเคชิเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นรู้สึกในหัวมันมึนไปหมดเหลือบมองนาฬิกาติดผนังปลายเตียงเห็นว่าสายมากแล้วจึงรีบกระโจนลงจากเตียงเดินเข้าห้องน้ำไปทันที

เสียงเปิดน้ำจากฝักบัวดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าเหม็นกลิ่นเหล้าฟุ้งไปทั้งตัวออกไปกองอยู่หน้าห้องน้ำ

มือเล็กลูบไล้ถูสบู่ไปทั่วตัวก่อนสังเกตุเห็นรอยแดงๆที่หน้าอกของเขาสองจุด

“รอยอะไรกันเนี่ย

อย่างกะรอย....................”ชายหนุ่มพูดพลางเดินไปหยุดที่หน้ากระจกสำรวจรอยแปลกๆบนร่างกายตัวเอง

“อะไรเนี่ย...............เฮ้ย................ตรงนี้ก็มีนี่หว่า”สายตาเหลือบไปเห็นอีกสองจุดที่ต้นคอเริ่มตกใจนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนออกมาเป็นฉากๆ

“เมื่อคืนเราไปกินเหล้าที่นั่นแล้วก็เจอกับคุณเอนโด..........................”ทาเคชินิ่งไปครู่ใหญ่พยายามนึกต่อ

“จากนั้น...................เอ๊ะจำได้เลือนๆลางๆว่าคุณเอนโดพาเราที่นี่นี่นา.......”

“หรือว่า”ทาเคชิไม่อยากนึกต่อเขาคิดว่ายังไงก็ต้องไปถามให้รู้เรื่องหากเป็นไปอย่างที่คิดล่ะก็ได้เห็นดีกันแน่ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบเปิดน้ำล้างตัวเดินออกจากห้องน้ำไปในใจยังสงสัยไม่หาย

แต่งตัวไม่กี่นาทีทาเคชิก็กดลิฟท์ลงไปชั้นล่างบึ่งรถมาถึงโรงพยาบาลอย่างเร็วในเวลาไม่ถึงสิบเอ็ดนาฬิกา

“ขอโทษครับคุณมาซายะที่มาช้า”ทาเคชิผลักประตูเข้าไปรีบขอโทษขอโพยที่เลยเวลาตรวจมานานมากแล้วนึกตำหนิตัวเองจริงๆที่ปล่อยให้คนไข้รอนานอย่างนี้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ

ผมว่าผมเริ่มจะหายดีแล้วล่ะครับ”มาซายะยิ้มทักทายเมื่อเห็นสีหน้าของทาเคชิดีขึ้นกว่าเมื่อวานยิ่งทำให้เขาหายกังวลไปหลายเท่า

“หวัดดี................เคนยะ”ทาเคชิเอ่ยทักตามปรกติ

“อืม...............”เคนยะหยักยิ้มก่อนบอกให้เพื่อนรีบไปตรวจดูอาการเด็กหนุ่ม

“อาการดีวันดีคืนอย่างนี้อีกสองสามวันก็กลับบ้านได้แล้วล่ะครับ”

“จริงหรือครับคุณหมอ”มาซายะดีใจยิ้มกว้างมองหน้าเคนยะอย่างอารมณ์ดี

“แหมแต่อีกตั้งหลายวันผมอยากออกไปตอนนี้เลยไม่ได้เหรอครับ

ผมว่าผมหายแล้วจริงๆนะ”มาซายะต่อรองอยากกลับไปสูดอากาศสดชื่นเต็มที

“ไม่ได้ครับต้องรอให้ผมแน่ใจกว่านี้ก่อนถึงจะอนุญาตให้กลับได้

ทนเบื่อไปอีกหน่อยแล้วกันนะครับ”

“ว้า..................”เสียงเล็กทำท่าผิดหวังเล็กน้อย

“เชื่อหมอดีกว่านะมาซายะ

รับรองหายดีแล้วจะพาไปเที่ยวให้ทั่วเลย”เคนยะปลอบใจทำให้ใบหน้าเล็กหวานกลับมายิ้มแย้มอีกครั้ง

เสียงเปิดประตูเข้ามาทำให้ภายในห้องเงียบลงหันมายังผู้มาใหม่แทบจะพร้อมๆกัน

“คุณเอนโดนั่นเอง”มาซายะเอ่ยทักแต่ทาเคชิเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบเฉยทันที

“เป็นยังไงบ้างครับคุณมาซายะ”เอนโดเอ่ยทักทายก่อนหันมายิ้มอย่างมีเลศนัยกับหมอหนุ่มที่ยืนทำหน้าบึ้งไม่พูดไม่จาตั้งแต่เขาเดินเข้ามา

“อีกสองสามวันก็กลับบ้านได้แล้วล่ะครับคุณหมอบอกผม”มาซายะยิ้มแย้มตอบชายหนุ่มฉะฉาน

“จริงเหรอครับคุณหมอ”เอนโดยังคงยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยนจนทาเคชินึกโมโห

“ใช่.....................”เรียบๆสั้นๆง่ายๆจากปากหมอหนุ่มใบหน้าแสดงอาการไม่พอใจชัดเจน

“เอนโด..............ทำไมวันนี้มาช้าจังเกือบไล่ๆกับทาเคชิเลยนะ”เคนยะถามอย่างสงสัย

“คือ....................เมื่อคืนผม.................”เอนโดพูดพร้อมกับมองหน้าทาเคชิริมฝีปากหยักยิ้มกวนอารมณ์หมอหนุ่ม

“คุณเอนโดผมมีเรื่องจะพูดกับคุณ”ทาเคชิพูดแทรกน้ำเสียงกระชากเล็กน้อยจนคนในห้องแปลกใจไปตามๆกันก่อนเดินออกจากห้องไป

“ขอโทษนะครับนายท่าน..............”เอนโดขออนุญาตผู้เป็นนาย

“อืมไปเถอะ........”เคนยะพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต

“ไปนะครับคุณมาซายะ”

“ครับ...........ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม”มาซายะยิ้มขอบคุณก่อนเอนโดเดินออกจากห้องไป

“คุณทาเคชิ.......................รอผมก่อนสิครับ”เอนโดวิ่งตามมาคว้าข้อมือเล็กนิ่มไว้ได้ริมฝีปากหยักยิ้มไม่เปลี่ยน

“ปล่อยผมนะ.........”ทาเคชิสะบัดอย่างแรงรู้สึกเคืองการกระทำของชายหนุ่มอย่างมาก

“คุณเป็นอะไร

ทำไมถึงทำหงุดหงิดใส่ผมอย่างนี้ล่ะผมไปทำอะไรให้คุณหรือไง”เอนโดยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่ยอมปล่อยข้อมือชายหนุ่ม

“ยังจะมาถามอีก

นี่คุณปล่อยผมสิ”ทาเคชิพยายามผลักแต่ดูเหมือนเอนโดจะพยายามโอบเขาเข้ามาในวงแขนโดยไม่เกรงสายตาคนรอบข้าง

“มานี่”เอนโดดึงแขนทาเคชิเข้าไปในห้องๆหนึ่งแล้วปิดประตูล็อกทันที

“คุณจะทำอะไรของคุณน่ะ”ทาเคชิตกใจรีบถลาเข้าไปจะเปิดประตูแต่เอนโดยืนบังที่เปิดประตูไว้

“กลัวหรือไง”เอนโดยิ้มเจ้าเล่ห์ดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขนแต่ทาเคชิผลักออกแล้วชกหมัดขวาจังๆเข้าไปที่หน้าของชายหนุ่ม

เอนโดเซไปเล็กน้อยหยักยิ้มมุมปากก่อนดึงทาเคชิเข้ามาประกบจูบอย่างร้อนแรง

++++++++++++++++++++

รักในรอยแค้น

15

ปลายลิ้นยังคงแสดงถึงความช่ำชองกวาดวนไปทั่วริมฝีปากบางเล็กอย่างหลงไหลแสวงหาความหวานนุ่มที่เขาเคยได้สัมผัสจากเมื่อคืนที่ผ่านมาอย่างไม่รู้สึกเบื่อ

ทาเคชิต่อต้านสุดขีดทั้งทุบทั้งดันจนผลักเอนโดออกไปจนได้

“คุณเอนโด...................เลิกเล่นบ้าๆอย่างนี้สักทีเถอะผมไม่สนุกด้วยหรอกนะ”ทาเคชิรีบเช็ดริมฝีปากตัวเองเป็นพัลวันอารมณ์โกรธพุ่งสูงขึ้นไปอีกไม่เข้าใจการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้า

“ใครบอกผมล้อเล่น.........................”เอนโดระบายยิ้มดึงทาเคชิเข้ามาชิดลำตัวตนเองอีกขณะที่ร่างตรงหน้าพยายามขัดขืนสุดฤทธิ์

“นี่................คุณจะบ้าไปแล้วเหรอ

ปล่อยผมนะโว้ย”ทาเคชิตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มอยากจะชกหน้าอีกสักหมัดให้หายบ้าแต่ดันถูกสองมือแข็งบีบท่อนแขนของเขาจนแทบกระดิกไม่ได้

“ถ้าผมจะบ้าก็เพราะคุณนั่นแหละ

...............................รู้มั้ยว่าริมฝีปากและร่างกายของคุณนี่มันยั่วยวนผมขนาดไหน”

“คุณพูดบ้าอะไรของคุณน่ะ

ผมเป็นผู้ชายนะโว้ย...............ผู้ชายดูซะให้เต็มตาแถมยังไม่ใช่เด็กหนุ่มๆเสียอีกไม่เห็นมีส่วนไหนที่จะไปยั่วยวนใครเขาได้เลย

เลิกคิดบ้าๆเสียทีปล่อยผมได้แล้ว”ทาเคชิโมโหสุดขีดกับคำพูดบ้าๆของชายตรงหน้าเต็มที

“รู้มั้ยผมผ่านผู้หญิงมาตั้งไม่รู้เท่าไหร่แต่ไม่เคยมีใครทำให้ผมเป็นอย่างนี้ได้เท่าคุณเลยสักคนเดียว”เอนโดพูดพลางไซ้ซอกคอขาวนุ่มอย่างหลงไหล

“ปล่อยเซ่............................เพี้ยะ”เสียงฝ่ามือกระทบใบหน้าสากดังสนั่นจนเอนโดหน้าหันไปอีกทางอย่างแรง

“นี่แสดงว่ารอยแดงๆนี่คุณเป็นคนทำจริงๆ

ใช่มั้ย”น้ำเสียงคาดคั้นออกมาจากริมฝีปากบางของร่างเล็กด้วยอารมณ์โกรธจัด

“ใช่.....................ผมไม่ปฏิเสธ”เสียงเย็นเรียบเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย

“ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้

เสียแรงหลงคิดว่าเป็นคนดีมาเสียตั้งนานที่แท้ก็เป็นนักฉวยโอกาสตัวยงดีๆนี่เอง”ทาเคชิหน้าแดงจัดสายตาขุ่นขึ้งจ้องชายหนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้าไม่กระพริบ

“ถ้าคุณจะคิดแบบนั้นมันก็ช่วยไม่ได้

บางทีผมอาจเป็นคนประเภทเดียวกับคุณก็ได้ หากต้องการอะไรแล้วละก็ผมไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปได้ง่ายๆหรอกจำเอาไว้ หึๆ” เสียงทุ้มหัวเราะในลำคอพร้อมกับลูบใบหน้าที่เหมือนว่ามันจะชาเล็กน้อยจากการกระทำเมื่อครู่ของคนตรงหน้า

“คุณ...................ออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ

ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก”เสียงทาเคชิตวาดชายหนุ่มดังลั่นใบหน้าแดงจนถึงใบหูตั้งตัวไม่ทันกับการรุกอย่างสายฟ้าแลบของชายหนุ่ม

“ได้.................”เอนโดระบายยิ้มยอมออกไปแต่โดยดีไม่อยากทำให้ทาเคชิโกรธไปมากกว่านี้แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไปก็ไปหยุดที่ข้างตัวร่างเล็ก

“แต่ผมบอกไว้ซะก่อนนี่แค่การเริ่มต้น

หึๆ...........”เสียงทุ้มเย็นกระซิบแผ่วเบาก่อนใช้ปลายลิ้นไล้เบาๆที่ใบหูจนทาเคชิสะดุ้งใบหน้าแดงกว่าเก่ารีบถอยกรูดหนีทันที

“อะ........................ออกไป”ทาเคชิคว้าอุปกรณ์ที่ใกล้ตัวที่สุดขว้างไปที่เอนโดทันทีแต่ชายหนุ่มหลบทันหันมาทำสายตาเจ้าเล่ห์ใส่เขาอีกพร้อมรอยยิ้มที่ทาเคชิเห็นแล้วหมั่นไส้ที่สุดก่อนออกไป

“อะไรกันเนี่ย

นี่มันเรื่องบ้าชัดๆ”ทาเคชิอุทานแตะริมฝีปากที่ดูเหมือนว่ามันจะยังร้อนรุ่มไม่ยอมเลือนหายจากเหตุการณ์เมื่อครู่

สัมผัสที่รุนแรงและหนักหน่วงของชายหนุ่มเขายังจำได้ติดตา

“เอนโด

นางายะ...............ขืนนายเข้ามาใกล้ฉันอีกได้เห็นดีกันแน่”ทาเคชิสับสนไปหมดเหมือนเรื่องราวต่างๆมันประเดปรังเข้ามาพร้อมกันๆจนปวดหัวทั้งๆที่เขาเพิ่งจะผิดหวังจากมาซายะแต่เอนโดกลับมาทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อกับเขาอีกนี่เขาจะทำอย่างไรดี

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

สองวันผ่านไป

วันนี้มาซายะได้รับอนุญาตจากคุณหมอให้กลับบ้านได้

เด็กหนุ่มตื่นเต้นท่าทางดีใจตั้งแต่เช้า

“เป็นอะไรมาซายะเห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”เคนยะเอ่ยถามไล้เส้นผมนิ่มของเด็กหนุ่มไปมาอย่างเอ็นดูริมฝีปากระบายยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“แหม.................จะไม่ให้ผมยิ้มได้ยังไง

วันนี้ได้ออกจากที่นี่ทั้งทีเบื่อจะแย่อยู่แล้วละครับ”มาซายะยิ้มแป้นตอบชายหนุ่มคนรักด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง

“ยินดีด้วยนะครับคุณมาซายะ”ทาเคชิยิ้มอย่างอ่อนโยนดีใจที่เห็นเด็กหนุ่มหายดีแล้ว

ตอนนี้เขายอมรับว่ายังทำใจให้ลืมเด็กหนุ่มผู้นี้ไม่ได้จริงๆ

“ขอบคุณครับคุณหมอ”มาซายะยิ้มนอบน้อมอย่างขอบคุณ

“ไปกันเถอะมาซายะเก็บของเรียบร้อยแล้วล่ะ”เคนยะเอ่ยชวนเมื่อเห็นว่าลูกน้องเก็บของต่างๆเรียบร้อยแล้ว

“ครับ”มาซายะรับคำก่อนถูกเคนยะอุ้มมานั่งที่รถเข็น

“เออนี่.................ทาเคชินายจะไปด้วยกันหรือเปล่า”เคนยะระบายยิ้มอารมณ์ดีชวนเพื่อนสนิทไปเที่ยวที่บ้าน

“ไม่ล่ะตอนนี้ไม่ว่าง......................ถ้ายังไงตอนเย็นจะแวะเข้าไปก็แล้วกัน”ทาเคชิยิ้มตอบลาเพื่อน

“แล้วแต่นายก็แล้วกัน

แต่เย็นนี้ต้องเข้าไปให้ได้นะจะเลี้ยงต้อนรับมาซายะเขาสักหน่อย”

“ไปให้ได้นะครับคุณทาเคชิผมจะรอ”มาซายะหันมายิ้มสายตาอ้อนวอน

“.......................ครับ”ทาเคชิตอบมองใบหน้าหวานน่ารักของร่างเล็กอย่างเอ็นดู

ความจริงเขาอยากปฏิเสธเสียมากกว่าไม่อยากเจอเอนโดในตอนนี้แต่เห็นใบหน้าของร่างเล็กแล้วทำให้เขาต้องตกปากรับคำอย่างช่วยไม่ได้

“ไปนะ”เคนยะตบบ่าเพื่อนก่อนเข็นรถเข็นพาเด็กหนุ่มออกไป

ทาเคชิเดินตามไปส่งก่อนแยกทางไปตรวจคนไข้ห้องอื่น

วันนี้เขารู้สึกโล่งใจจริงๆที่ไม่เห็นหน้าคนสนิทของเพื่อนที่เขาไม่อยากเอ่ยถึงแต่ในใจกลับรู้สึกโหวงเหวงๆพิกลบอกไม่ถูกจริงๆ

ชายหนุ่มสลัดหัวไปมาขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่ในสมองก่อนเดินไปตรวจคนไข้

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ที่คฤหาสน์ของเคนยะ

เสียงรถจอดหน้าคฤหาสน์สามคัน

เคนยะรีบลงไปเปิดประตูให้เด็กหนุ่มทันทีทำท่าจะอุ้มออกมาเสียด้วยซ้ำแต่เด็กหนุ่มรีบปฏิเสธทันที

“อ้ะ.................ไม่ต้องครับ ผมหายแล้วล่ะครับ

อยากเดินเองมากกว่า”มาซายะยิ้มรบเร้าเหมือนขออนุญาต

“จะดีเหรอ”เคนยะยังลังเลแต่ไม่อยากขัดใจเด็กหนุ่ม

“นะครับ ผมหายแล้วจริงๆนะ”มาซายะใช้ลูกอ้อนจนเคนยะต้องยอมจนได้

“ตกลง แต่ระวังนะ”เคนยะยิ้มลูบเส้นผมนิ่มของร่างเล็กอย่างแสนรัก

“คุณมาซายะ.......................คุณมาซายะกลับมาแล้ว

เป็นอย่างไรบ้างคะดิฉันเป็นห่วงแทบแย่”ชิโอริดีใจรีบโผเข้ามาโอบร่างเล็กอย่างห่วงใย

“ผมไม่เป็นไรแล้วครับ ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง”มาซายะยิ้มทักทายโอบหญิงชราตอบเช่นกัน

“อย่ามัวแต่พูดกันอยู่เลย รีบเข้าบ้านก่อนเถอะแดดแรงๆอย่างนี้เดี๋ยวจะไม่สบายเอาอีก”เคนยะเอ่ยแทรกการสนทนาระหว่างคนทั้งสอง

“จริงด้วยค่ะคุณมาซายะรีบเข้าบ้านก่อนเถอะค่ะ ดิฉันเตรียมอาหารไว้ให้แล้วล่ะค่ะ เชิญค่ะ”

“ครับ”มาซายะตอบอย่างอารมณ์ดีเป็นพิเศษที่ได้กลับบ้านเสียทีหลังจากต้องนอนเบื่อๆที่โรงพยาบาลซะหลายวัน

“นั่งตรงนี้ก่อนนะคะ ดิฉันจะไปเอาน้ำมาให้ค่ะ” ชิโอริดีใจออกนอกหน้าประคองร่างเล็กไม่ห่างรีบเข้าไปจัดน้ำมาให้เจ้านายและเด็กหนุ่มเป็นการใหญ่

“รู้สึกคุณชิโอริจะดีใจเป็นพิเศษนะที่เห็นหน้าเธอ สงสัยจะรักเธอ

หลงเธอเข้าอีกคนซะแล้วล่ะมั้ง” เคนยะหัวเราะในลำคอแกล้งแหย่มาซายะเล่น

“แหมก็เป็นธรรมแหละครับ

น่ารักๆนิสัยดีๆอย่างผมนี่มันหายากนี่นา” มาซายะยืดอกเหมือนภูมิใจในตัวเอง

“เฮ้อ ............................. สงสัยจะจริงนะ ขนาดฉันยังรักยังหลงขนาดนี้” เคนยะระบายยิ้มส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนแอบหอมแก้มร่างเล็กโดยที่เด็กหนุ่มไม่ทันตั้งตัว

“เอ๊ะ..................คุณเคนยะทำอะไรของคุณเนี่ยน่าไม่อาย เดี๋ยวใครเขาก็มาเห็นหรอก” มาซายะหน้าแดงผลักหน้าชายหนุ่มออกเมื่อเห็นชิโอริเดินออกมาจากในครัว

“ได้แล้วค่ะ เชิญทานน้ำให้หายเหนื่อยก่อนนะคะ” ชิโอริยิ้มกริ่มเหมือนเห็นการกระทำเมื่อครู่ของคนทั้งสองแต่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้จนมาซายะหน้าแดงแล้วแดงอีกด้วยความอายรีบหาเรื่องอื่นขึ้นมาคุยแก้อาการขวยเขินของเขาทันที

หลังจากสนทนากันอยู่พักใหญ่บนโต๊ะอาหารด้วยบรรยากาศอบอุ่นกว่าทุกทีในคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ได้ผ่านพ้นไปเคนยะจึงพามาซายะขึ้นมาพักผ่อนข้างบน

“เอ๊ะ..................คุณเคนยะนี่ห้องคุณนี่พาผมมาที่นี่ทำไม”มาซายะมองหน้าชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างงงๆ

“ก็นี่เป็นห้องของเรา

เธอเป็นภรรยาฉันแล้วฉันไม่ยอมให้เธอไปนอนห้องอื่นหรอกนะ”เคนยะยิ้มกริ่มยื่นหน้าหอมแก้มคนรักอีก

“มะ...............ไม่เอาหรอกครับ

อย่างนี้อายเขาตายเลยให้ผมนอนห้องเดิมเถอะนะผมขอร้อง”มาซายะหน้าแดงจัดสายตาอ้อนวอนแต่เคนยะก็ยังไม่ยอมอยู่ดี

“ไม่ได้ ฉันไม่ยอมให้เธออยู่ห่างฉันอีกแล้วเด็กดื้อ”

“แต่....................................”

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น วันนี้ฉันจะลงโทษเธอเสียให้เข็ดเชียว” เคนยะวางร่างเล็กลงบนเตียงพร้อมร่างใหญ่ขึ้นมาทาบทับ

“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย”มาซายะเบี่ยงหน้าหนีตอนนี้เขารู้สึกว่าใบหน้ามันร้อนเสียจนแทบละลายเมื่อสบสายตาคมของชายหนุ่ม

“ยังจะมาปากแข็งอีกนะ”เสียงทุ้มเงียบหายไปเมื่อริมฝีปากร้อนเลื่อนลงไปไซร้ซอกคอหอมกรุ่นของร่างเล็กอย่างหลงไหล

“อ้ะ........................คุณเคนยะอย่าครับ”มาซายะร้องประท้วงพยายามดันหน้าชายหนุ่มออกด้วยความอายแต่สองมือถูกดึงขึ้นมาหอมหนักๆพร้อมสายตาคมร้อนจ้องมาที่ร่างของร่างเล็กอย่างร้อนแรง

“อย่าห้ามฉันเลยนะมาซายะ ฉันคิดถึงเธอจะแย่อยู่แล้ว”เสียงทุ้มสั่นสะท้านในลำคอโหยหาสัมผัสอ่อนนุ่มหวานละมุนจากคนรักเต็มที

“เคนยะซัง...........................”มาซายะหยุดต่อต้านสายตาของคนทั้งคู่ประสานกันนานอย่างมีความหมายด้วยความรักที่คนทั้งสองมีให้แก่กันอย่างมากมายจนมาสามารถหาสิ่งอื่นมาทดแทนได้

“ฉันรักเธอมาซายะ............................”ริมฝีปากร้อนเอ่ยแผ่วเบาด้วยใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ

“ผมก็รักคุณครับ......................เคนยะซัง”ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาอีกเมื่อริมฝีเล็กนุ่มสีชมพูถูกชายหนุ่มประกบจูบอย่างร้อนแรงแต่ผสานไปด้วยความอ่อนหวานเย้ายวน

มือเล็กโอบรอบคอชายหนุ่มแน่นอย่างแสนรักตอบรับความรู้สึกมากมายของชายคนรัก

อุ้งมือใหญ่ถือโอกาสลูบไล้สัมผัสไปตามเรียวขาเล็กเนียนนุ่มแล้วค่อยๆดึงกางเกงขายาวสีเนื้อพร้อมเจ้าตัวจิ๋วชิ้นสุดท้ายออกทางปลายขาลงไปกองที่พื้นอย่างไม่ยากเย็นแล้วเลื่อนอุ้งมือร้อนลูบไล้บีบคลึงบั้นท้ายกลมมนขาวนุ่มทันทีมาซายะพยายามดันมือออกแต่ไม่เป็นผลยิ่งทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มร้อนแรงขึ้นไปอีกด้วยแรงแห่งความปรารถนา

ความเนียนนุ่มละมุนละไมจากผิวกายร่างเล็กทำให้เคนยะอดไม่ได้ที่จะสัมผัสหยอกเย้า จนแทบไม่มีที่ใดที่จะผ่านมือเขาไปได้ เสียงเล็กพยายามสกัดกั้นความหวามไหวเมื่อชายหนุ่มปล่อยริมฝีปากเขาให้เป็นอิสระ แล้วเลื่อนลงมาครอบคลุมหน้าอกเล็กสีชมพูเย้ายวนทั้งสองข้างโดยที่เสื้อถูกดึงออกไปอีกเช่นกัน ตอนนี้ร่างเล็กไม่มีอะไรปกปิดร่างกายอีกต่อไปแล้ว

สายตาคมร้อนยังคงโลมเลียทั่วทั้งร่างในขณะริมฝีปากยังคงครอบครองดูดดุนหน้าอกเล็กจากร่างตรงหน้าไม่หยุดหย่อน

“อ๊า....................คะ...........เคนยะ..............ซัง”มาซายะกัดริมฝีปากแน่นสั่นสะท้านไปทั้งร่างเมื่อชายหนุ่มเม้มริมฝีปากเน้นๆลงไปที่ยอดอกเล็กของเขาอย่างย่ามใจสลับไปมาทั้งสองข้าง

สองมือใหญ่ยังคงลูบไล้อยู่ที่แผ่นหลังขาวเนียนและสะโพกกลมมนของร่างข้างใต้

“มาซายะ.........................น่ารักเหลือเกิน”เคนยะเสียงพร่าในลำคอภายในกายร้อนรุ่มเหมือนกองไฟ

ปลายลิ้นชายหนุ่มหยุดลงตรงรอยแผลที่หน้าอกเด็กหนุ่มแล้วค่อยๆไล้ลงไปเบาๆอย่างช้าๆและนิ่มนวลจนร่างเล็กสะดุ้งลืมตามองการกระทำของชายหนุ่มด้วยความอาย

“อ๊า...........................อย่าครับเคนยะซัง”เสียงแหลมเล็กร้องห้ามเมื่อปลายลิ้นยังคงวนไล้อยู่ตรงบริเวณนั้นไม่ห่าง

“เจ็บมากสินะ........................เด็กดื้อ”เคนยะกัดกรามแน่นยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจตัวเองที่ทำให้เด็กหนุ่มต้องมาเจ็บตัวอย่างนี้

“ผมยินดี...........................ถ้าคนๆนั้นคือคุณ”มาซายะหน้าแดงลูบใบหนาคมของชายหนุ่ม

“ฉันรักเธอ..................มาซายะ”เคนยะน้ำตาแทบไหลเขาไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้จะรักใครได้มากมายเท่าเด็กหนุ่มผู้นี้มาก่อน

มาซายะเป็นทั้งแก้วตาและดวงใจของเขาเขาจะไม่ทำให้เด็กหนุ่มผู้นี้เสียใจอีกเป็นอันขาด

“อยู่กับฉันตลอดไปนะมาซายะ”

“ครับ

เคนยะซัง”ร่างเล็กน้ำตาปริ่มไหลเป็นทางด้วยความตื้นตันริมฝีปากบางสั่นระริกถูกเคนยะประกบจูบอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่ายดวงตากลมโตหลับพริ้มเมื่อชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากมาประทับจูบที่เปลือกตาเบาๆอย่างอ่อนโยน

เคนยะเลื่อนใบหน้าลงมากอบกุมส่วนล่างของเด็กหนุ่มอย่างไม่รอช้าปลายลิ้นถูกส่งออกมาไล้วนรอบๆแก่นกายตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนครอบครองลงไปทั้งหมดด้วยริมฝีปากร้อนท่ามกลางเสียงครางกระเส่าจากร่างเล็กตลอดเวลาพร้อมๆกับการสอดนิ้วสองนิ้วเข้าไปพร้อมๆกันในช่องทางแสนแคบเบื้องหลัง

เด็กหนุ่มขยับหนีเล็กน้อยเมื่อรู้สึกอึดอัดภายใน

เคนยะไม่รอช้าค่อยๆขยับเคลื่อนนิ้วเข้าออกเป็นการกระตุ้นอารมณ์ร่างข้างใต้ทันที

มาซายะสั่นสะท้านไปกับความสุขทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่ชายหนุ่มมอบให้พร้อมๆกันลำตัวแทบไม่ติดพื้น

เคนยะเร่งความเร็วขึ้นทั้งหน้าและหลังจนเด็กหนุ่มทนไม่ไหวปล่อยสายน้ำอุ่นทะยานออกมาจนเต็มปากชายหนุ่มไหลล้นออกทางมุมปากเป็นทาง

“อ้ะ....................อ๊าเคนยะซัง................ฮ่า.................อย่า”เสียงเล็กหอบหนักๆร้องห้ามเมื่อเห็น

เคนยะกลืนกินสิ่งนั้นเข้าไปโดยไม่รู้สึกรังเกียจแม้แต่น้อยปลายลิ้นยังคงไล้เลียที่แก่นกายของเด็กหนุ่มไม่หยุด

มาซายะค่อยๆรู้สึกถึงปลายลิ้นที่ลากเลื่อนลงมาที่ช่องทางฉ่ำชื้นเบื้องหลังช้าๆ โดยที่นิ้วทั้งสองยังไม่ได้ถอนออกแม้แต่อย่างใด

เด็กหนุ่มอายจนไม่กล้าแม้จะเปิดตาขึ้นดู

เคนยะถอนนิ้วออกในที่สุดแล้วส่งปลายลิ้นเรียบลื่นเข้าไปแทนด้วยอารมณ์ปรารถนาที่ครุกรุ่นอยู่ในกายอย่างยากที่จะห้ามได้ยิ่งเห็นผิวขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อเย้ายวนจากการกระทำของเขาด้วยแล้วยิ่งทำให้เขาแทบคลั่งเสียงเล็กยังครวญครางไม่ขาดสายอยู่ในลำคอขณะที่ชายหนุ่มยังไม่หยุดปลายลิ้นง่ายๆ

และแล้วร่างเล็กก็ต้องเบิกตาลุกโพลงอีกครั้งพร้อมเสียงร้องดังลั่นเมื่อเคนยะยกขาข้างหนึ่งของเด็กหนุ่มขึ้นพาดบ่าแล้วกดแทรกแก่นกายเข้าไปทีละนิดๆจนหมดแนบสนิท

เคนยะกัดกรามแน่นเมื่อรู้สึกถึงการบีบรัดของเด็กหนุ่มอยู่ภายในพยายามขยับน้อยๆเพื่อเป็นการผ่อนคลายให้ร่างข้างใต้

มือใหญ่กอบกุมส่วนอ่อนไหวของเด็กหนุ่มอีกครั้งขยับขึ้นลงช้าๆจนร่างเล็กหายเกร็งตอบรับเขามากขึ้น

“อย่า....................เคนยะซังผมเจ็บ”เสียงเล็กครางเครือทั้งน้ำตา

“ไม่เป็นไรนะมาซายะอย่าเกร็ง......................อือ...................ฉันรักเธอ”เสียงทุ้มสั่นพร่าในลำคออย่างยากเย็นปลอบประโลมร่างเล็กขณะที่มือใหญ่เร่งจังหวะเร็วขึ้นจนเด็กหนุ่มครางแทบไม่เป็นภาษาสองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่นเหมือนทรมาน

เคนยะทนไม่ไหวอีกต่อไปแยกขาร่างเล็กกว้างขึ้นอีกแล้วค่อยๆขยับเคลื่อนไหวแก่นกายเบื้องล่างทีละน้อยๆ

ร่างเล็กเม้มริมฝีปากแน่นหลับตาพริ้มซึมซับการเคลื่อนกายของชายคนรัก

เคนยะเร่งจังหวะขยับเร็วขึ้นเมื่ออารมณ์ทั้งหมดเหมือนไหลเวียนอยู่ที่ส่วนล่างส่งเสียงครางผสานกับเสียงร่างเล็กดังทั่วห้องอย่างมีความสุขแล้วจับเด็กหนุ่มคว่ำหน้าโดยที่ไม่ได้ถอนออกดึงสะโพกเล็กเข้าหาจังหวะเดียวกับการที่เขาเร่งสวนกลับเข้าไปอย่างแรงซ้ำๆกัน

“อ๊า...................เคนยะซัง..................ผม...................ผมไม่ไหวแล้ว”มาซายะร้องเตือนเมื่อรู้สึกว่าเขาเริ่มทนไม่ไหวเต็มที

“อย่าเพิ่งนะมาซายะ.....................”เคนยะเร่งจังหวะเร็วขึ้นอีกทั้งแรงและเร็วจนถึงจุดแห่งความปรารถนาในที่สุด

“อา........................มาซายะพร้อมกันนะ”ชายหนุ่มบอกร่างเล็กก่อนการกระแทกอย่างแรงเป็นครั้งสุดท้ายปล่อยสายน้ำอุ่นมากมายเข้าสู่กายร่างเล็กจนหมด

“อ้ะ...................อ๊า”ร่างเล็กเสียงสั่นนิ่วหน้าเมื่อชายหนุ่มค่อยๆถอนแก่นกายออกแล้วล้มตัวลงกอดกระชับร่างเล็กทางด้านหลังอย่างหวงแหน

ฝ่ามือใหญ่ยังคงลูบไล้ไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่มไม่หยุดหย่อนพร้อมริมฝีปากประทับฝังรอยที่ต้นคอและแผ่นหลังขาวเนียนอย่างหลงไหลขณะที่ร่างเล็กยังหอบหนักๆด้วยความเหนื่อย

“ฉันรักเธอ.................มาซายะ..................อา”เคนยะปล่อยลมหายใจอุ่นร้อนรดต้นคอร่างเล็กอย่างเป็นสุขแล้วพลิกตัวเด็กหนุ่มเข้าหา

“มีความสุขไหม.....................มาซายะ”สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตด้วยรอยยิ้ม

“บ้า....................อย่าถามนะ”มาซายะหน้าแดงหลบสายตาคมทุบเบาๆที่อกแข็งแกร่งของชายหนุ่ม

“ไม่ต้องอายหรอกน่าเป็นสามีภรรยาเขาไม่อายกันหรอก”เคนยะยิ้มกริ่มได้ใจกระชับเด็กหนุ่มแน่นขึ้นอีก

“ไม่เอ๊า................อย่าถามอีกนะไม่งั้นโกรธจริงด้วย”มาซายะค้อนขวับแกล้งงอนชายหนุ่ม

เคนยะหยักยิ้มมุมปากนึกเอ็นดูกับอาการแสนงอนของร่างเล็ก

“เอ้า......................ไม่ถามก็ไม่ถามแต่ขอเป็นอย่างอื่นนะ................มานี่”ว่าแล้วเคนยะก็ขึ้นมาทาบทับเด็กหนุ่มอีกครั้ง

“อ้ะ..................อย่า..........ไม่เอาแล้วเคนยะซัง.................ผมเหนื่อย”มาซายะหน้าแดงรีบผลักชายหนุ่มออก

“ไม่ได้..................วันนี้ฉันจะกอดเธอทั้งวันเลยเด็กดื้อ”ว่าแล้วเคนยะก็ไม่ปล่อยให้เสียเวลาอีกต่อไป

ร่างใหญ่รุกรานคนตรงหน้าท่ามกลางเสียงประท้วงไม่กี่ทีก็เงียบไปเปลี่ยนเป็นเสียงแห่งความสุขเข้ามาแทนที่

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เย็นวันนั้นที่คฤหาสน์ได้จัดงานเล็กๆต้อนรับการกลับมาของมาซายะโดยมีชิโอริแม่บ้านเป็นหัวเรือใหญ่ในการจัดเตรียมอาหาร

เคนยะกับมาซายะลงมาตั้งแต่เย็นซึ่งเคนยะดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษมากกว่าใครเพื่อน

“วันนี้ผมยังไม่เห็นคุณเอนโดเลย

เขาไปไหนเหรอครับ”มาซายะเอ่ยถามอย่างสงสัย

“ฉันใช้ให้ไปจัดการงานที่บริษัทตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว

ไม่ได้เข้าไปดูงานเองเสียหลายวันเลยให้เอนโดเขาไปดูแลเสียหน่อยเผื่อมีงานอะไรด่วน อีกสักพักคงจะมาแหละ”เคนยะยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี

“คุณหมอก็ยังไม่มาเลย ไม่รู้ว่าจะเบี้ยวหรือเปล่า”

“หมอนั่นถ้ารับปากแล้ว รับรองมาแน่นอน

นั่นไงมาแล้วเห็นไหมพูดยังไม่ทันขาดคำ ตายยากจริงๆ” เคนยะเดินเข้าไปรอเมื่อได้ยินเสียงรถทาเคชิมาแต่ไกลจากหน้าคฤหาสน์

“หวัดดีเคนยะ”หมอหนุ่มเอ่ยทักเพื่อนสนิท

“เออ”เคนยะยิ้มชวนทาเคชิเข้าไปข้างใน

“สวัสดีครับคุณมาซายะ”

“สวัสดีครับ ดีใจจริงๆที่คุณหมอมา”

“ ขอโทษนะครับที่มาช้า เผอิญวันนี้คนไข้เยอะเป็นพิเศษกว่าจะปลีกตัวมาได้”

“แหมไม่เป็นไรหรอกครับเชิญนั่งก่อนครับ” มาซายะเชื้อเชิญผู้เป็นแขกนั่งลงในวงสนทนา

“นายนี่ก็ถือว่าเร็วแล้วนะ ดูสิเอนโดยังไม่มาเลย”เคนยะเอ่ย

ทำให้ทาเคชิเริ่มพะวงขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อชายหนุ่มวันนี้เขายุ่งทั้งวันจนลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิทถ้าเจอหน้าเขาจะทำยังไงดีล่ะเนี่ยยิ่งคิดยิ่งกลุ้ม โอ้ย..................ทาเคชิยิ่งคิดยิ่งสับสนแต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งหันกลับไปมองเมื่อคนที่เขากำลังพยายามหลบอยู่ยืนอยู่ข้างหลังแถมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ตนเองไม่ถึงคืบ

“พูดถึงผมอยู่เหรอครับ”เสียงทุ้มเย็นเอ่ยเกือบติดริมหูเหมือนจงใจ

ทักทายคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว

“อ้ะ”ทาเคชิเย็นวูบไปถึงสันหลังหน้าร้อนฉ่าอย่างบอกไม่ถูกรีบถอยกรูดออกไปจากชายหนุ่มจนเกือบตกโซฟา

“ทาเคชินายเป็นอะไรของนายน่ะ”เคนยะสงสัยกับท่าทางของเพื่อนซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน

“หึๆ.................คุณทาเคชิคงตกใจน่ะครับ

แหมต้องขอโทษจริงๆที่เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง”เอนโดหัวเราะในลำคอระบายยิ้มเจ้าเล่ห์ขยับเข้ามานั่งโซฟาตัวเดียวกับทาเคชิเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสียอย่างนั้น

“ปะ...............เปล่าซักหน่อย”ทาเคชิรีบแก้ตัวทั้งๆที่ใจมันกลับเต้นไม่เป็นส่ำโดยไม่รู้สาเหตุเมื่อเห็นหน้าเอนโดทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นเสียหน่อย

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วล่ะ เอาล่ะเมื่อมาพร้อมกันแล้วก็ไปที่โต๊ะอาหารกันเถอะคุณชิโอริตั้งโต๊ะรอแล้ว”เคนยะเจ้าของงานเอ่ยชวนแล้วพามาซายะลุกเดินนำไปก่อนปล่อยให้ทาเคชินั่งทำตัวไม่ถูกอยู่คนเดียว

“เป็นอะไรไปครับคุณทาเคชิ”เอนโดเอ่ยทักสายตาเจ้าเล่ห์ไม่เปลี่ยน

“เปล่า....................”ทาเคชิเมินหน้าไม่อยากสบสายตาคมร้อนที่ถือโอกาสจ้องเขาเอาๆอย่างไม่เกรงใจ

“งั้นไปทานข้าวกันเถอะครับเดี๋ยวคุณเคนยะกับคุณมาซายะจะรอนาน”เอนโดนึกขำในใจกับปฏิกิริยาของหมอหนุ่ม

“คุณไปก่อนเถอะ

เดี๋ยวตามไป”เสียงเล็กกระชากเล็กน้อยรู้สึกไม่พอใจท่าทางของชายหนุ่มเอามากๆ

“ไปพร้อมกันนี่แหละเอ๊ะ........................หรือว่าคุณจะกลัวผมจริงๆกันน๊า...................”เสียงกวนโมโหดังขึ้นอีกเหมือนเขาเป็นตัวตลกทำให้ทาเคชิเริ่มจะทนไม่ได้ขึ้นมาจริงๆหันมาค้อนใส่สะบัดหน้าเดินนำไปก่อนเพื่อลบคำสบประมาทของคนตรงหน้า

“อย่างผมมีเหรอจะกลัวคนอย่างคุณ”หมอหนุ่มเดินจ้ำอ้าวโดยไม่สนคนที่เดินตามมาติดๆ

“ก็ดี................หึๆ............”

ทั้งสองเดินมาถึงโต๊ะอาหารจนได้โดยที่คนข้างหน้าหน้าบึ้งแต่คนเดินตามหลังเดินยิ้มมาอย่างอารมณ์ดี

“ทำไมมาช้ากันนักล่ะ”เคนยะถามพลางเชิญให้ทั้งสองนั่งใกล้ๆกันตามที่แม่บ้านได้จัดเตรียมไว้ให้ทาเคชิทำท่าลังเลแต่ก็นั่งลงจนได้

“อ้อ......................ไม่มีอะไรหรอกครับผมนั่งคุยกับคุณทาเคชิเขาเพลินไปหน่อย

ต้องขอโทษนะครับที่มาช้า”เอนโดตอบเมื่อเห็นทาเคชินั่งเงียบไม่พูดไม่จา

ทาเคชิฟังเสียงเรียบเยือกเย็นวางมาดเป็นคนดีของเอนโดแล้วทำให้เขาอดหมั่นไส้ไม่ได้

“เชอะทำเป็นนอบน้อมเอาหน้า เจ้าคนสองบุคลิก” ทาเคชิบ่นอุบอิบๆในลำคอเมินหน้าไปทางอื่นเอนโดพยายามกลั้นหัวเราะไว้ภายในกับท่าทางบึ้งไปบ่นไปของหมอหนุ่ม

“งั้นเริ่มทานกันเถอะครับ”มาซายะเอ่ยชวนเมื่อเห็นว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว

“อืม”เคนยะพูดสมทบ

ระหว่างทานอาหารเคนยะคุยกับมาซายะกระหนุงกระหนิงโดยที่ไม่ได้สังเกตุเลยว่าอีกสองคนที่เหลือเป็นอย่างไร

ทาเคชิกินไปเขี่ยข้าวไปมองภาพคนทั้งสองอย่างปวดใจเอนโดเห็นท่าทางของทาเคชิแล้วก็อดเจ็บลึกๆในอกไม่ได้

“คุณทาเคชิทานนี่สิครับ”เอนโดตักอาหารที่ดูเหมือนว่าจะเป็นของโปรดของทาเคชิให้

“ขอบใจ......................”ทาเคชิมองหน้าขอบคุณตามมารยาทแต่เขี่ยไปไว้ข้างๆจานไม่ยอมทานที่เอนโดตักให้

เอนโดมองอย่างไม่ถือสากลับยิ้มกริ่มส่งมาให้เสียอีก

“เป็นอย่างไรบ้างคะคุณทาเคชิ

อาหารอร่อยถูกใจไหมคะ”ชิโอริเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าวันนี้ทาเคชิทานน้อยเป็นพิเศษ

“อ๋อ..................อร่อยมากครับคุณชิโอริ”ทาเคชิยิ้มเอ่ยชมจากใจจริง

“งั้นไม่เห็นทานเลยละคะของโปรดของคุณแท้ๆเชียวนะคะ”ชิโอริมองไปยังอาหารที่ทาเคชิเขี่ยไว้ข้างๆจาน

ทาเคชิไม่รู้จะทำยังไงใจหนึ่งก็ไม่อยากกินของที่เอนโดตักมาให้แต่กลัวจะเป็นการเสียมารยาทแก่คนทำเลยจำใจตักกินเข้าไปจนได้

“อร่อยมั้ยครับคุณทาเคชิ”เอนโดหยักยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทางกล้ำกลืนฝืนกินของทาเคชิกับอาหารที่เขาตักให้

“ครับ.................อร่อยครับ”ทาเคชิหันไปยิ้มให้ชิโอริแต่หันกลับมาค้อนใส่เจ้าของเสียงกวนโมโหของคนข้างๆทันทีที่กินไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี

หลังอาหารมื้อค่ำทุกคนออกมานั่งดื่มเครื่องดื่มที่โต๊ะรับรองด้านนอก

ทุกคนดื่มเหล้ากันหมดยกเว้นมาซายะที่ดื่มน้ำผลไม้

เสียงสนทนาอย่างออกรสออกชาติของคนทั้งสี่ดังแทบจะตลอดเวลาจนกระทั่งเวลาล่วงเลยเกือบเที่ยงคืนแล้วโดยที่ทาเคชิดูจะดื่มหนักมากกว่าใครเพื่อนจนเคนยะร้องห้าม

“พอแล้วทาเคชินายดื่มมากไปแล้วนะ”

“อย่ายุ่งน่าเคนยะ.....................แค่นี้ฉันยังไม่เมาหรอกน่า”เสียงอ้อแอ้ๆของหมอหนุ่มทำให้ทุกคนเริ่มเป็นห่วง

“คุณทาเคชิพอเถอะครับ”มาซายะร้องห้ามอีกคนพลางหยุดมือไม่ให้ดื่มอีก

“วันนี้นายนอนที่นี่ก็แล้วกันนะทาเคชิ ขับกลับไปมันอันตราย”

“ไม่เอา.......................ฉันจะกลับ”ทาเคชิดึงดันมองหน้าเพื่อนเลือนลางเต็มที

“ถ้าอย่างนั้นให้เอนโดไปส่งนายก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องฉันกลับเองได้ ไม่ต้องให้ใครไปส่งทั้งนั้นแหละ”

“ไม่ได้.......................ถ้านายไม่ยอมให้ใครไปส่งก็นอนที่นี่ก็แล้วกันนะทาเคชิ

ฉันไม่ยอมให้นายกลับไปทั้งเมาๆอย่างนี้หรอก”

“เคนยะ......................นายไม่มีสิทธิ์มาห้าม......................ฉันจะกลั........................” ยังไม่ทันพูดจบทาเคชิก็หมดสติไปเกือบล้มแต่เอนโดประคองไว้ได้เสียก่อน

“นายท่านกับคุณมาซายะไปนอนเถอะครับเดี๋ยวผมจะดูแลคุณทาเคชิเองไม่ต้องเป็นห่วง”เอนโดเอ่ยอาสาดูแลหมอหนุ่มเอง

“งั้นฝากด้วยแล้วกันนะ”

“ครับ ไม่ต้องห่วง”

ว่าแล้วมาซายะกับเคนยะก็เดินกลับเข้าไปในบ้านก่อนแล้วตนเองจึงอุ้มทาเคชิเข้าไปในบ้าน

++++++++++++