Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

รักในรอยแค้น 16

 

“มีอะไรให้ช่วยไหมคะคุณเอนโด”ชิโอริถามเมื่อเห็นอาการของทาเคชิ

“ไม่เป็นไรครับขอบคุณ

คุณชิโอริไปนอนเถอะครับ”เอนโดยิ้มก่อนพาทาเคชิขึ้นบันไดไปชั้นบน

ชายหนุ่มวางร่างเล็กไม่ได้สติลงบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนโยนแล้วเดินเข้าไปหาผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดตัวให้หมอหนุ่ม

“เฮ้อ....................ทำร้ายตัวเองอีกแล้วนะครับคุณทาเคชิ”เอนโดพูดพลางเช็ดใบหน้านวลหวานลึกให้ร่างข้างใต้

“อือ......................เสียงเล็กครางในลำคอเมื่อรู้สึกถึงความเย็น

เอนโดปลดกระดุมออกเพื่อให้ทาเคชิหายใจสะดวกขึ้นแล้วบรรจงเช็ดเบาๆที่ลำคอขาวและแผ่นอกเรียบลื่นขาวนวลที่เคยฉุดอารมณ์เขากระเจิดกระเจิงมาแล้ว

สังเกตร่องรอยที่เขาทำไว้ได้เลือนหายไปหมดแล้ว

“ปล่อยให้ตัวเองเมามายขนาดนี้ไม่ระวังตัวเองเลยนะคุณทาเคชิทั้งๆที่ผมเตือนแล้วแท้ๆ..............” ริมฝีปากร้อนประกบจูบแผ่วเบาที่ริมฝีปากนุ่มสีเรื่ออย่างยากจะห้ามใจฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นอกขาวไปมาปัดผ่านยอดอกเล็กสีชมพูเย้ายวนจนร่างข้างใต้รู้สึกตัวผลักชายหนุ่มออกทันทีพร้อมฝ่ามือร้อนฟาดไปที่หน้าคมอย่างแรงเสียงดังสนั่น

“เพี้ยะ................................คนเลว...........ฉวยโอกาสทำอะไรของคุณเนี่ย”ทาเคชิตวาดลั่นกุมเสื้อที่ถูกปลดออกแน่นรีบถลาไปที่ประตูแต่ถูกเอนโดฉุดข้อมือไว้จนเซเข้ามาอยู่ในวงแขนแล้วถูกกดลงมาที่เตียงนุ่มตามเดิม

“เฮ้ย.....................ปล่อยผมนะคุณจะบ้าไปถึงไหน....................ผมบอกให้ปล่อยไม่ได้ยินหรือไง”ทาเคชิพยายามใช้ทั้งมือทั้งเท้าดันร่างใหญ่ให้ออกไปแต่ถูกกดไว้แน่นจนกระดิกตัวไม่ได้

“ได้ยินสิ........................แต่ไม่ปล่อย”ชายหนุ่มหยักยิ้มมุมปากเหมือนกำลังสนุกกับอาการของร่างข้างใต้

“ผมเตือนคุณแล้วใช่ไหมว่าผมจะเอาคุณมาเป็นของผมให้ได้แต่คุณก็ไม่ระวังตัวเอง”เอนโดพูดพลางบดบี้ริมฝีปากเล็กที่กำลังจะด่าทอเขาต่างๆนานาอย่างร้อนแรง

“อื้อๆ.....................”ทาเคชิผลักชายหนุ่มสุดฤทธิ์แต่มือเล็กก็ไม่อาจต้านทานแรงมหาศาลจากร่างกายอันกำยำของชายหนุ่มไปได้กลับถูกรวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวของร่างใหญ่ทันที

ทาเคชิมืดแปดด้านไม่รู้จะทำยังไงหัวใจเต้นตูมตามไปหมดเหมือนคนหมดหนทางจัดการกัดริมฝีปากร้อนที่กำลังรุกรานเขาอยู่ขณะนี้อย่างแรงจนเลือดชายหนุ่มไหลย้อยออกมาทางมุมปาก

“โอ๊ย...................”เอนโดถอนริมฝีปากออกจ้องตาร่างเล็กที่กำลังจ้องเขาเขม็งเช่นกัน

“ดี..................เก่งนักใช่มั้ย................ผมเหลืออดแล้วนะคุณทาเคชิ” เอนโดระบายยิ้มเจ้าเล่ห์เลียเลือดมุมปากอย่างเหลืออดคำรามเสียงเยือกเย็นในลำคอสุดทนกับความต้องการที่ไม่อาจยับยั้งได้ในขณะนี้

กระชากเสื้อเชิตของหมอหนุ่มอย่างแรงทีเดียวกระดุมหลุดกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทางท่ามกลางเสียงประท้วงของร่างเล็กที่พยายามดิ้นสุดกำลังอยู่อย่างไม่ลดละ

เอนโดแทบตะลึงเมื่อเห็นผิวเนื้อเรียบเนียนสีขาวผ่องเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่ออมชมพูเพราะฤทธิ์เหล้าเผยเด่นยั่วสายตาคมของเขาอยู่เบื้องหน้ายิ่งทำให้เขารุ่มร้อนเผลอใช้สายตาคมมองอย่างแทะโลมลามเลียไปทั่วโดยไม่ตั้งใจ

“คุณเอนโดปล่อยผมนะ......................อย่า................”ทาเคชิหน้าแดงจัดเมื่อเห็นสายตาที่มองมาอย่างเร่าร้อนของคนตรงหน้า

เสียงเล็กหายไปอีกครั้งเมื่อถูกประกบบดบี้อย่างรุนแรงกว่าครั้งก่อนพร้อมฝ่ามือใหญ่ที่กำลังแกะเข็มขัดและกางกางตัวหลวมของเขาออกไปทางปลายขาพร้อมกับกางเกงในอย่างรวดเร็ว

ร่างเล็กได้แต่ส่งเสียงด่าทอต่อต้านอยู่ในลำคอโดยที่ไม่มีโอกาสแม้จะส่งเสียงออกมาภายนอก

เรียวลิ้นเรียบลื่นยังคงควานลึกไปทั่วปากเหมือนกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างอย่างเร่าร้อนไม่หยุดหย่อนเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

ฝ่ามือหยาบถูกส่งขึ้นมาลูบไล้ผิวเนื้อ

ผิวเนื้อเนียนละเอียดยั่วมืออย่างไม่มีที่ใดที่จะเล็ดลอดไปได้จนร่างข้างใต้เริ่มสะท้านสั่นไหวไปกับอารมณ์ร้อนรุ่มที่กำลังก่อตัวอยู่ทุกขณะภายในกายจากสัมผัสของชายตรงหน้า

จนกระทั่งริมฝีปากร้อนไถ่ถอนออกมาแต่ยังคงหยอกเย้าจูบประทับอยู่บริเวณนั้นไม่ห่าง

“ฮ้าๆ.....................ฮ้า......................”เสียงเล็กยังหอบหนักๆหายใจถี่ๆเหมือนขาดอากาศหายใจมานานใช้โอกาสทีเผลอเมื่อชายหนุ่มปล่อยข้อมือเล็กทั้งสองให้เป็นอิสระตบอย่างแรงไปที่ใบหน้าคมดังฉาดใหญ่จนเอนโดหน้าหันแล้วรีบกระเสือกกระสนถอยหนีทันทีแต่ถูกเอนโดรั้งข้อเท้าไว้จนหน้าล้มคว่ำลงกับที่นอนนุ่มอย่างแรง

“โอ้ย........................”เสียงเล็กร้องประท้วงเมื่อรู้สึกเจ็บเล็กน้อยที่ข้อเท้าแต่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกร่างใหญ่ขึ้นคร่อมจากด้านหลังกดทับจนกระดิกตัวไม่ได้อีกครั้ง

“หึๆร้ายนักนะคุณทาเคชิ.........................แต่คุณไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมือผมไปได้หรอกนะ”เอนโดกระซิบข้างหูส่งลิ้นเข้าไปหยอกเย้าขบเม้มเบาๆเหมือนกำลังสนุกกับเกมรักอันร้อนแรงอยู่ในขณะนี้

“ไอ้บ้าปล่อยฉันนะ........................ถ้าอยากมากนักก็ไปกอดพวกผู้หญิงของคุณสิอย่ามายุ่งกับผม............เฮ้ยปล่อยผมสิโว้ย”ทาเคชิพยายามศอกกลับทางด้านหลังแต่ดูเหมือนเอนโดไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยกลับใช้มือทั้งสองข้างสอดเข้ามาบีบเคล้นยอดอกเล็กทั้งสองข้างของเขาอย่างไม่เกรงใจ

“รู้มั้ย..................ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกเร่าร้อนอยากเอาชนะให้ได้เท่ากับคุณเลยสักคนเดียวหึๆ...........”เอนโดไซร้ต้นคอเรียวระหงส์หอมกรุ่นอย่างหลงไหลโดยที่ร่างเล็กพยายามหลบซ้ายทีขวาทีเป็นพัลวันจากริมฝีปากร้อน

“หยาบคาย....................ผมเป็นผู้ชายนะโว้ยผู้ชายจะต้องให้บอกสักกี่ครั้งถึงจะเข้าใจ

ไม่ใช่เด็กๆกันแล้วอย่ามาคิดบ้าๆเกิดอารมณ์กับผู้ชายแถมอายุห่างคุณไม่กี่ปีอย่างนี้เชียวนะ” ทาเคชิทั้งกลัวทั้งโกรธไม่รู้จะทำยังไงถึงจะหลุดพ้นจากชายร่างใหญ่กำยำผู้นี้ไปได้

“ช่างไม่รู้ตัวเองเลยนะคุณทาเคชิว่าร่างกายของคุณมันยั่วยวนน่าสัมผัสขนาดไหน..............รู้ไหมผมอยากทำอย่างนี้กับคุณกี่ครั้งกี่หนแล้ว................และตอนนี้ผมก็สุดจะทนแล้วด้วย..............”เอนโดค่อยๆลากลิ้นผ่านแผ่นหลังขาวนวลจูบประทับฝากร่องรอยแทบจะตลอดทางพร้อมกับการปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองจนหมดออกไปกองที่พื้นอย่างรวดเร็วจนแก่นกายขนาดใหญ่ของเขาสัมผัสตรงๆกับแก้มก้นขาวนวลแนบสนิทของร่างเล็กทางด้านหลัง

“อ้ะ..........................”ทาเคชิหน้าร้อนฉ่าเมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งเบื้องล่างของชายหนุ่มพยายามขยับหนีแต่ก็ทำไม่ได้

เขาแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกไปจนหมดตั้งแต่เมื่อไหร่

เอนโดเบียดกายตนเองแน่นขึ้นกับร่างใต้เพื่อให้ร่างเล็กรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งรุ่มร้อนเบื้องล่างของเขาให้มากที่สุดพร้อมกับฝ่ามือใหญ่ที่กำลังครอบครองกอบกุมส่วนอ่อนไหวของร่างเล็กเช่นกัน

“อือ...................อา............ทาเคชิซัง”เสียงเย็นกระซิบแผ่วเบาด้านหลังด้วยความรุ่มร้อนเต็มอกขณะที่ฝ่ามือใหญ่เร่งหวะการขับเคลื่อนเบื้องล่างเร็วขึ้นทุกขณะ

เสียงเล็กครางเครืออยู่ในลำคออย่างลืมตัวไปกับความสุขที่ชายหนุ่มกำลังปรนเปรอให้อย่างไม่ขาดสายจนรู้สึกว่าเริ่มจะทนไม่ไหวเข้าไปทุกที

“อ้ะ.............ปะ......ปล่อย.................อย่า”ทาเคชิพยายามหยุดมือใหญ่ไว้แต่ชายหนุ่มกลับเร่งเร็วขึ้นแทบไม่เห็นช่องว่าง

ทาเคชิทนไม่ไหวอีกต่อไปปล่อยสายน้ำอุ่นมากมายพุ่งทะยานออกมาภายนอกอย่างแรงรดที่นอนนุ่มเปรอะเปื้อนเต็มมือชายหนุ่ม

ร่างเล็กแทบหมดแรงฟุบทั้งหน้าและลำตัวไปกับเตียงหอบจนตัวโยนแต่ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเอนโดรั้งสะโพกมนตั้งขึ้นพร้อมกับปลายลิ้นอุ่นชื้นเลียไล้ไปที่รอยแยกตรงกลางแล้วลากยาวๆผ่านช่องทางฉ่ำชื้นเบื้องหลังอย่างไม่อาย

ทาเคชิพยายามเคลื่อนกายหนีแต่ถูกกดสะโพกไว้แน่นความร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วทั้งกายเสียวกระสันอย่างบอกไม่ถูกเมื่อปลายลิ้นเรียวชื้นหยุดลงที่ช่องทางเล็กสีชมพูเข้มแล้วไล้เน้นๆลงไปอย่างย่ามใจซ้ำไปซ้ำมา

“อ๊า....................อย่า...................ทำไมถึงได้ลามกอย่างนี้”เสียงเล็กอู้อี้ๆในลำคอใบหน้าแดงซ่านเม้มริมฝีปากแน่นพยายามสะกัดกั้นเสียงแปลกๆที่กำลังจะหลุดออกมาทุกขณะแต่ก็ต้องยอมแพ้ในที่สุดเมื่อชายหนุ่มพยายามดันลิ้นเข้าไปภายในจนได้แล้วขยับเล็กๆอยู่ภายใน

ทาเคชิครางแทบไม่ได้ศัพท์ยิ่งทำให้อารมณ์ของเอนโดรุนแรงขึ้นทุกขณะสุดจะทนกับความต้องการเบื้องล่างจนแทบจะคลั่งจับร่างเล็กให้เข้าที่แล้วจัดการกดแทรกแก่นกายเข้าไปทันที

ทาเคชิร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดทั้งแน่นทั้งอึดอัดภายในเมื่อชายหนุ่มพยายามดันจนเข้าไปได้เกือบครึ่ง

“อย่าเกร็ง.................อือ...............ทาเคชิซัง..............แยกขาออกสิ”เอนโดกัดกรามแน่นเสียงเหมือนทรมานอยู่ในลำคอเมื่อร่างเล็กพยายามต่อต้านช่องทางเล็กบีบรัดจนเขาแทบทนไม่ไหวทรมานไปทั้งร่าง

“อ๊า..................โอย...................เจ้าบ้า.......เอาออกนะ......โอย”ทาเคชิน้ำตาไหลอาบแก้มเล็บจิกผ้าปูที่นอนแน่นด้วยความเจ็บปวดพยายามกางขาออกตามที่ชายหนุ่มบอกให้มากที่สุดเพื่อคลายความเจ็บปวด

“ดีมาก.................คุณทาเค.................อา”เอนโดดันเข้าไปอีกในขณะที่ทาเคชิยังร้องเสียงหลงเมื่อชายหนุ่มขยับกายสอดแทรกดำดิ่งลงไปทุกที

“อา........................โอย................อย่า......ปล่อยผมนะ”

“ไม่เป็นไรนะ.....................แล้วจะดีขึ้นเอง.....................เด็กดี”เอนโดตัดสินใจกระแทกอย่างแรงทีเดียวจนสุดแนบสนิทแทบจะเป็นเนื้อเดียวกันเพื่อไม่ให้ร่างเล็กทรมานไปมากกว่านี้

“โอ้ย...................ผมเจ็บนะเอาออกๆเดี๋ยวนี้................................ฮือ”ทาเคชิรู้สึกเจ็บแทบทนไม่ได้คิดว่าเลือดคงจะออกแน่ๆ

“คุณทาเคชิอย่าเกร็ง....................ปล่อยตัวสบายๆแล้วคุณจะดีขึ้นเอง”เอนโดเอนลำตัวลงมาทาบทับเหมือนต้องการซึมซับความเจ็บปวดของร่างข้างใต้เลื่อนมือไปครอบครองส่วนอ่อนไหวของร่างเล็กอีกครั้งแล้วเร่งมือทันทีจนรู้สึกว่าร่างข้างใต้คลายความเจ็บปวดได้บ้างแล้วจึงเลื่อนมือขึ้นมาบดบี้ยอดอกเล็กแทน

ริมฝีปากไล้เลียอยู่ที่หลังหูพร้อมกับขบเม้มฝากรอยแดงไว้ที่ต้นคออย่างหลงไหล

ความร้อนรุ่มภายในกายไหลเวียนครุกรุ่นเหมือนลาวาร้อนที่พร้อมจะปะทุแตกออกมาได้ทุกเมื่อได้สัมผัสถึงผิวกายหอมหวานไปทั้งร่างจากร่างเล็กผู้นี้

“อา...................ทาเคชิซังผมทนไม่ไหวแล้ว.......พร้อมนะ”เอนโดเลื่อนสะโพกขยับกายเล็กน้อยสั้นๆอยู่พักใหญ่เพื่อให่ร่างเล็กเคยชินมากขึ้น

เสียงเล็กครางดังขึ้นๆเรื่อยๆเมื่อเอนโดเริ่มเร่งจังหวะการสอดแทรกขึ้นทีละน้อยๆจนกลายเป็นเร็วในที่สุดผิวเนื้อสัมผัสกันแน่นอยู่ภายในจนร้อนเมื่อเกิดแรงเสียดสีจนเอนโดแทบคุมตัวเองไม่อยู่เร่งดึงสะโพกเล็กเข้าหาอย่างแรงจนได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น

“อา................อือ..........ทาเคชิ...............คุณน่ารักเหลือเกิน.............ผมแทบจะคลั่งตายอยู่แล้วรู้มั้ย”เสียงทุ้มสั่นพร่าในลำคออย่างสุขสมเร่งจังหวะเร็วขึ้นอีก

“อ๊า..................ไม่ไหวแล้ว.................”ทาเคชิครางระงมเมื่อรู้สึกว่าตนเองใกล้ทนไม่ไหวเต็มที

“ผมก็เหมือนกัน.....................อา”ชายหนุ่มแทรกกายอย่างแรงอีกหลายครั้งก่อนปล่อยความอัดอั้นภายในสู่ร่างเล็กข้างใต้จนหมดและยังคงขยับน้อยๆจนร่างเล็กปล่อยความต้องการออกมาจนหมดจึงหยุดล้มฟุบลงไปกับที่นอนนุ่มอย่างหมดแรงพร้อมๆกับร่างเล็กโดยที่ยังไม่ยอมถอนออกแต่อย่างใดเสียงหอบจากร่างทั้งสองประสานกันแทบจะเป็นหนึ่งเดียวภายในห้องที่อบอวลไปด้วยความเร่าร้อนแทบจะตลอดเวลา

ร่างเล็กพยายามสกัดกั้นเสียงสะอื้นอยู่ในลำคอสุดฤทธิ์โดยที่น้ำตายังไหลเอ่อจากดวงตาหวานลึกไม่ขาดสาย

“เป็นไรไป......................โกรธผมมากเหรอ”เอนโดโอบกระชับร่างเล็กแน่นขึ้นผงกหัวขึ้นมาจูบซับหยาดน้ำตาให้ร่างข้างใต้อย่างอ่อนโยนแต่หมอหนุ่มรีบสะบัดหน้าหนีริมฝีปากถูกเม้มแล้วเม้มอีกจนแดงก่ำขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยแต่ก็ต้องส่งเสียงครางในลำคอเมื่อสิ่งที่อยู่ด้านหลังเขายังไม่ได้ไถ่ถอนออกไปจนรู้สึกเจ็บ

“อ้ะ.......................อูย....................”ร่างเล็กนิ่วหน้าเลิกขยับเขยื้อนร่างกายทันทียังคงนอนตะแคงไม่พูดจาอยู่ต่อไป

“พูดกับผมหน่อยสิคุณทาเคชิ......................”เอนโดกระซิบริมหูริมฝีปากร้อนยังคงหยอกเย้าอยู่ที่ต้นคอขาวหอมกรุ่น

“...........................................”ไม่มีแม้เสียงสนทนาแต่อย่างใดจากร่างเล็กข้างใต้ไม่ว่าชายหนุ่มจะเพียรถามอย่างอ่อนโยนเพียงใดก็ตาม

“ก็ได้ในเมื่อคุณไม่พูดผมก็จะทำตามใจตัวเอง

ละนะ............................”ว่าแล้วชายหนุ่มก็ค่อยๆถอนแก่นกายออกช้าๆแล้วรีบพลิกตัวกลับขึ้นมาคร่อมทาบทับร่างเล็กอีกครั้ง

“อ้ะ....................อย่านะจะทำอะไรน่ะเจ้าบ้า”ทาเคชิรีบผลักแผ่นอกกว้างแข็งแกร่งออกทันที

“ยอมพูดแล้วเหรอ”เอนโดหยักยิ้มมุมปากจ้องเข้าไปในดวงตากลมหวานของร่างตรงหน้าอย่างเร่าร้อนดูเหมือนว่าความต้องการของเขาจะเริ่มก่อตัวขึ้นอีกแล้ว

ทาเคชิหน้าแดงซ่านหลบสายตาคมเบื้องหน้าที่เหมือนกำลังจะกลืนกินเขาไปได้แทบทั้งร่าง

“ปล่อยนะ.....................ผมจะกลับ..............”

“ผมไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้นแหละ...................ทาเคชิซัง”เอนโดระบายยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าแดงเรื่อของร่างเล็ก

“คุณทำอย่างนี้ทำไม...................ผมทำอะไรให้คุณเจ็บแค้นนักหรือไงถึงต้องทำกับผมอย่างนี้ด้วย”ร่างเล็กเริ่มน้ำตาคลออีกครั้ง

“ยังไม่รู้อีกหรือไงว่าทำไมผมถึงทำอย่างนี้

ถ้าอย่างนั้นผมจะบอกคุณอีกครั้งเดี๋ยวนี้แหละ”

“เฮ้ยจะทำอะไรอีก....................อย่านะผมเจ็บ”เสียงเล็กขาดหายไปอีกเมื่อถูกประกบอย่างดุเดือดแทบไม่มีอากาศหายใจร่างเล็กทั้งดิ้นทั้งทุบจนหมดแรงแต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งชายหนุ่มยอมถอนออกมาเองแล้วเปลี่ยนมาครอบครองดูดดุนยอดอกเล็กแทน

เสียงครางจากร่างเล็กดังเป็นระยะแทบไม่ขาดสายเมื่อเอนโดครอบครองแก่นกายของเขาด้วยปลายลิ้นอุ่นร้อน

“อ๊า...............อย่า”เสียงร้องประท้วงดังขึ้นเมื่อแก่นกายทั้งหมดถูกครอบคลุมอยู่ภายในปากชายหนุ่ม

เอนโดค่อยๆขยับขึ้นลงช้าๆนานพอดูจนหมอหนุ่มทนไม่ไหวปล่อยสายน้ำอุ่นร้อนออกมาอีกครั้งเต็มปากชายหนุ่ม

เอนโดกลืนกินลงไปทั้งหมดแล้วไม่รอช้ารีบยกขาทั้งสองข้างของหมอหนุ่มพาดบ่าแล้วจัดการแทรกกายเข้าไปจนสุด

คราวนี้มันเข้าไปได้ง่ายเพราะน้ำสีขุ่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากเกมรักอันเร่าร้อนครั้งแรกและดูเหมือนว่าร่างเล็กจะไม่ทรมานเหมือนเมื่อครู่

เกมรักยังคงดำเนินต่อไปไม่หยุดหย่อนตามความต้องการของชายหนุ่มที่ไม่อาจสิ้นสุดลงได้ง่ายๆซึ่งดูเหมือนว่ามันจะยาวนานเหลือเกินในความคิดของทาเคชิ

หยาดน้ำใสไหลซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเหมือนไม่มีอะไรจะไหลอีกแล้วจำใจปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามใจตนเองต่อไป

จนกระทั่งทั้งสองเผลอหลับไปในที่สุดด้วยความเหนื่อยล้า

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ทาเคชิรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้งราวๆตีห้ากว่าๆบรรยากาศภายนอกยังคงเงียบสงัด

ร่างเล็กค่อยๆเลื่อนฝ่ามือใหญ่ที่โอบกอดเขาไว้แน่นให้พ้นไปจากตัวแล้วชันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากโดยไม่ให้ชายหนุ่มรู้สึกตัว

เขารู้สึกเจ็บส่วนหลังจนแทบจะทนไม่ไหวน้ำตาเล็ดออกมาจนได้พลางจ้องไปยังชายหนุ่มที่กำลังหลับสบายอย่างโกรธขึ้งและตำหนิ

ทาเคชิริมฝีปากสั่นระริกกัดริมฝีปากแน่นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแม้เขาจะเมาอยู่มากแต่ความเจ็บปวดที่ได้รับก็เป็นการตอกย้ำถึงเหตุการณ์เมื่อคืนได้เป็นอย่างดี

ว่าแล้วทาเคชิก็ค่อยๆขยับกายลงจากเตียงอย่างเงียบที่สุดทั้งๆที่ขาแทบไม่มีแรงยืนรีบคว้าเสื้อผ้าที่ตกกองอยู่ที่พื้นขึ้นมาสวมใส่แล้วรีบออกไปจากห้องนั้นทันทีด้วยอาการเจ็บร้าวไปหมดทั้งอก

เสียงรถแล่นออกไปจากคฤหาสน์โดยที่ทุกคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ทาเคชิสายตาเหม่อลอยอย่างไร้จุดหมายเขาขับรถไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนด้วยซ้ำในตอนนี้แต่ที่แน่ๆเขายังไม่อยากจะกลับไปที่เดิมๆและพบเจอใครทั้งนั้นในตอนนี้

ทาเคชิขับรถออกมาไกลพอสมควรจึงหยุดลงที่ทะเลแห่งหนึ่งในเวลาสายมากแล้วเกือบสิบนาฬิกา

เขาไม่รู้ว่าตัวเองมาไกลแค่ไหนแล้วแต่ที่แน่ๆเขาไม่ได้หยุดพักที่ไหนเลยหลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์หรูหลังใหญ่นั้น

ร่างเล็กก้าวออกมาจากรถยืนบนหน้าผาสูงลิบจนรู้สึกได้ถึงแรงปะทะของลมที่กระทบกับลำตัวอย่างแรงจนชาไปทั้งร่างได้ยินเสียงคลื่นซัดกระทบโขดหินใหญ่น้อยดังสนั่นทำให้พอลืมความวุ่นวายสับสนภายในหัวไปได้บ้าง

ทาเคชิยืนอยู่ตรงนั้นอยู่นานพอดูจึงเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ญวดูเป็นส่วนตัวแทบไม่มีผู้คนมาพักเลย

ชายหนุ่มเลือกบังกะโลเล็กหลังไกลลิบสุดลูกหูลูกตาเพื่อความเป็นส่วนตัวมากที่สุด

บรรยากาศที่นี่สวยและเงียบสงบดีทีเดียวคงจะพอให้เขาหลบความวุ่นวายไปได้สักพัก

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เอนโดตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแต่เขาก็ไม่เห็นร่างเล็กเสียแล้ว

ชายหนุ่มตกใจอย่างมากรีบแต่งตัวลงมาข้างล่างทันทีเผื่อว่าจะเจอบ้างแต่ก็ไม่มีแม้วี่แววความหงุดหงิดงุ่นง่านเริ่มเข้ามาทันทีรีบบึ่งรถออกไปจากคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว

“เอ๊ะ......................คุณเคนยะครับคุณเอนโดเขาไปไหนแต่เช้าครับนั่น”มาซายะเอ่ยถามคนรักที่เดินตามมาข้างหลังอย่างสงสัยเมื่อเห็นรถของเอนโดรีบออกไปด้วยความเร็วสูง

“เขาคงมีธุระของเขามั้ง”เคนยะออกความเห็นเมื่อตนเองก็ไม่ทราบสาเหตุเช่นกัน

ทั้งสองเดินลงมาถึงชั้นล่างเจอกับชิโอริที่เดินออกมาจากในครัวเข้าพอดี

“คุณชิโอริ.................เจ้าทาเคชิละครับ”

“เอ..................ไม่ทราบสิคะ..................คงกลับแล้วล่ะค่ะได้ยินเสียงรถแว่วๆตั้งแต่เช้าตรู่นะค่ะ คงจะกลัวสายไปตรวจคนไข้ไม่ทันมั้งคะ”

“เหรอ”

“ว๊าแย่จังนะครับเลยไม่ได้ทานอาหารเช้าด้วยกันเลย

นี่คุณเอนโดก็เพิ่งออกไปอีกคน”เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างผิดหวัง

“กลัวเหงางั้นเหรอ”เคนยะหรี่ตาลูบหัวเด็กหนุ่มอย่างเอ็นดูด้วยรอยยิ้ม

“แหมก็นิดหน่อยครับ”มาซายะยิ้มเล็กน้อยตอบตามความจริง

“งั้นเอาอย่างนี้แล้วกันเดี๋ยวทานข้างเสร็จแล้วไปที่คอกม้ากันเถอะ”

“อ๊ะ...............จริงด้วยครับไม่ได้ไปหาเจ้าเรียวนาร์ดตั้งนานแล้ว

ชักจะคิดถึงขึ้นมาเสียแล้วสิอยากขี่มันไวๆจัง”

“งั้นก็อย่ามัวแต่ช้าอยู่เลย”เคนยะระบายยิ้มจูงมือคนรักมาที่โต๊ะอาหารทันที

“ครับ”มาซายะยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาคงได้สนุกอีกวันแล้วล่ะสิ

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ทางด้านเอนโด

เอนโดบึ่งรถมาด้วยความเร็วสูงตรงไปยังคอนโดหรูของทาเคชิคิดว่าวันนี้ทาเคชิคงจะไม่ได้ไปทำงานเป็นแน่เขาค้นหาดูจนทั่วก็ไม่เจอแม้แต่เงาของร่างเล็กจึงกลับไปดูที่โรงพยาบาลอีกทีให้แน่ใจ

สอบถามจากพยาบาลแล้วปรากฏว่าทาเคชิไม่ได้มาทำงานจริง ๆ

เอนโดยิ่งคิดยิ่งกังวลด้วยความเป็นห่วงอย่างที่สุดอารมณ์หงุดหงิดงุ่นง่านไปหมด

“คุณทาเคชิ......................คุณอยู่ที่ไหนกันนะ.......................ผมขอโทษ”เอนโดกุมขมับทันทีมืดแปดด้านไม่รู้จะไปตามทาเคชิได้ที่ไหน

“จริงสิ”ว่าแล้วชายหนุ่มก็รีบกดโทรศัพท์ต่อถึงหมอหนุ่มทันทีแต่ปรากฏว่าปิดเครื่องยิ่งทำให้ชายหนุ่มปิดโทรศัพท์ลงอย่างขัดใจแล้วรีบโทรถึงเคนยะทันที

“ว่าไงเอนโด................มีอะไรเหรอ”เคนยะเปิดโทรศัพท์กรอกเสียงลงไปเมื่อได้ยินเสียงที่ดูเหมือนลุกลี้ลุกลนของคนสนิท

“ขอโทษครับที่โทรมากวน ผมมีเรื่องอยากถามนิดหน่อย”

“มีอะไรเหรอท่าทางรีบร้อนเชียว”เคนยะถามกลับอย่างสงสัย

“ผมอยากรู้ว่าคุณทาเคชิมีบ้านพักหรือสถานที่อื่นหรือเปล่าที่เขาชอบไปพักน่ะครับ”

“มีเรื่องอะไรกันแล้วเกี่ยวอะไรกับทาเคชิด้วย”เคนยะได้ยินก็เริ่มเป็นห่วงเพื่อนสนิทขึ้นมาทันที

“ขอโทษครับ ตอนนี้ผมยังไม่มีเวลาเล่าให้ฟัง

ได้โปรดเถอะครับช่วยบอกผมที” เอนโดยังไม่อยากจะอธิบายอะไรทั้งนั้นในตอนนี้เขาอยากตามหาทาเคชิให้เจออย่างเร็วที่สุดเพื่อปรับความเข้าใจกัน

“ก็ได้................................”เคนยะรับคำเมื่อฟังน้ำเสียงจริงจังของเอนโดแล้วคิดว่าคงเป็นเรื่องสำคัญอย่างแน่นอนจึงบอกสถานที่ทุกที่ที่คิดว่าเขารู้และเคยไปกับทาเคชิบ่อยๆให้กับชายหนุ่มไป

“ขอบคุณครับ”เอนโดรีบปิดโทรศัพท์ท่าทางดีใจรีบบึ่งรถไปยังสถานที่ที่เคนยะบอกทันที

“มีเรื่องอะไรกันเหรอครับเคนยะซัง”เด็กหนุ่มหันมาสบตาคนรักในขณะที่ทั้งสองคนอยู่บนหลังม้า

“ตอนนี้ยังไม่รู้รายละเอียดแต่รู้สึกว่าจะเกี่ยวกับทาเคชิ

เอนโดท่าทางรีบร้อนเชียว”เคนยะขมวดคิ้วเล็กน้อยรีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิททันทีแต่ปรากฏกว่าติดต่อไม่ได้

“อย่าห่วงเลยครับคุณเอนโดไปตามแล้วนี่นา”มาซายะยิ้มเป็นเชิงปลอบใจชายหนุ่มที่ดูกังวลเป็นพิเศษ

“อืม”เคนยะยิ้มเล็กน้อยก่อนที่ทั้งสองจะควบม้าเดินต่อไป

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เอนโดกลับมาอีกครั้งในตอนเย็น

เขาไปตามหาทาเคชิทุกๆที่แล้วตามที่เคนยะบอกแต่ก็ไม่พบแต่อย่างใดชายหนุ่มร้อนรุ่มไปหมดทั้งอกเมื่อไม่ได้เจอหน้าคนที่เขารัก

“เป็นยังไงบ้างเจอทาเคชิหรือเปล่า”เคนยะรีบถามทันทีที่เห็นชายหนุ่มก้าวเข้ามาข้างใน

“.....................” เอนโดส่ายหัวเล็กน้อยด้วยสีหน้าเจ็บปวดจนเคนยะเริ่มสงสัย

“มีเรื่องอะไรกันแน่

แล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้าทาเคชิด้วย”เคนยะขมวดคิ้วมุ่นเริ่มจะเสียงดังขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วงเพื่อน

“ขอโทษ.....................ผมขอโทษ.....................เป็นความผิดของผมเอง

ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขาอย่างนี้เลย” เอนโดกุมขมับส่ายหัวไปมาด้วยความรู้สึกผิดอย่างที่สุด

“คุณทำอะไรทาเคชิ...................เอนโด”

“ผม...................ผม”เอนโดอ้ำอึ้งจนเคนยะเริ่มแสดงสีหน้ากังวลไปด้วย

“ตอบมาสิ”เคนยะเริ่มเค้นคำตอบ

“เมื่อคืนผม................ผมบังคับเขา”เอนโดหลุบสายตาต่ำลงออกเสียงในลำคอ

“เปรี้ยง............................”เสียงหมัดจังๆกระทบใบหน้าคมดังสนั่นจนชายหนุ่มเซถลันไปข้างหลังปรากฏเลือดไหลมุมปาก

เอนโดเช็ดเลือดแต่สายตายังคงหลุบลงอยู่เช่นเคยเหมือนยอมรับความผิด

“ทำไมทำอย่างนี้..................ไม่สมเป็นคุณเลยนี่....................รู้มั้ยตอนนี้ทาเคชิเป็นยังไงกำลังเจ็บปวดแค่ไหนคุณยังทำกับเขาอย่างนี้อีก..................ผมผิดหวังจริงๆคุณเอนโด” เคนยะอารมณ์เดือดสุดขีดกระชากคอเสื้อเอนโดเขย่าอย่างแรงกะจะชกอีกสักหมัดท่ามกลางเสียงร้องห้ามของมาซายะและชิโอริ

“ทำไมผมจะไม่รู้....................ผมรู้อยู่เต็มอก.................สงสารเขาสุดหัวใจเห็นเขาเป็นอย่างนี้รู้ไหมผมปวดใจแค่ไหน” เอนโดสุดกลั้นตะโกนตอบเคนยะด้วยสีหน้าจริงจังจนเคนยะลดหมัดลง

“เอนโดนี่คุณ”เคนยะปล่อยคอเสื้อชายหนุ่มออกเริ่มเข้าใจทุกอย่างในทันที

“ผมรักคุณทาเคชิและจะไม่ยอมให้เขาหนีผมไปอย่างนี้หรอก”

“ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว

ฉันคิดว่าทาเคชิคงอยากอยู่ตามลำพังมากกว่าถึงได้หนีไปอย่างนี้อย่าเพิ่งไปตามหาเขาเลยนะ

เดี๋ยวสบายใจขึ้นแล้วก็คงกลับมาเองแหละอย่าห่วงเลย”

“ผมทนอยู่เฉยอย่างนี้ไม่ได้หรอกถ้ายังไม่ได้เจอคุณทาเคชิ”เอนโดพูดจบก็เดินออกไปข้างนอกอีก

“นั่นนายจะไปไหน”เคนยะตะโกนตามหลังเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินกลับไปที่รถอีก

“ผมจะไปตามหาเขา

ไม่ต้องเป็นห่วง”กล่าวจบเอนโดก็บึ่งรถออกไปจากคฤหาสน์ทันที

“คิดไม่ถึงเลยนะครับว่าเรื่องราวมันจะกลายมาเป็นแบบนี้”มาซายะแทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่สุขุมและเยือกเย็นอย่างเอนโด

“นั่นสิคะ”ชิโอริพูดสมทบก่อนที่ทั้งสามคนจะมองตามรถเอนโดที่เพิ่งออกไปตามๆกัน

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้รับการติดต่อกลับมาจากทาเคชิแต่เอนโดก็ยังไม่ละความพยายามในการออกตามหา

เขาไปทุกๆที่เกือบหมดแล้วก็ยังไม่เจออยู่นั่นเอง

กลับมาบางวันก็เมามายแทบไม่ได้สติพอรู้สึกตัวตื่นก็ออกไปอีกเป็นอย่างนี้ตลอดจนทุกคนพลอยเป็นห่วงไปตามๆกัน

ชายหนุ่มไม่พูดจาสนทนากับใครเลยแม้แต่รอยยิ้มก็ไม่มีให้เห็น

“คุณเคนยะครับ..................คุณเอนโดกลับมาแล้ว”มาซายะร้องเสียงตื่นเมื่อได้ยินเสียงรถของเอนโดขับมาจอดหน้าคฤหาสน์

ชายหนุ่มเดินเซไปเซมาด้วยอาการเมามายตั้งแต่ก้าวออกมาจากรถ

เคนยะรีบเข้าไปประคองหิ้วปีกเข้ามาในบ้านด้วยความเป็นห่วงแล้ววางลงที่โซฟาตัวใหญ่

เสียงเอนโดเพ้อในลำคอตลอดเวลาแทบไม่ได้ยิน

“คุณทาเคชิ.................คุณอยู่ไหน...................อย่าหนีผมอีกเลย.....................ผมรักคุณ...............อึก”

ชิโอริรีบไปหยิบผ้ามาเช็ดตัวให้ชายหนุ่มทันที

“น่าสงสารคุณเอนโดนะครับคงจะรักคุณหมอมากถึงได้เป็นถึงขนาดนี้”มาซายะเอ่ยกับเคนยะที่กำลังมองเอนโดอย่างเป็นห่วงเช่นกัน

“อืม................”เคนยะไม่รู้จะพูดอย่างไรต่อดีความจริงทาเคชิเคยโทรมาหาเขาครั้งหนึ่งแต่กำชับอย่างดีว่าไม่ให้บอกกับใคร

คงจะกลัวรู้ถึงหูเอนโดนั่นเองขนาดมาซายะเองเขายังไม่ได้บอกเสียด้วยซ้ำ

แต่เห็นสภาพเอนโดเป็นอย่างนี้แล้วก็อดสงสารไม่ได้คิดว่าเอนโดคงจะรักทาเคชิจริงๆอย่างแน่นอน

“พาขึ้นไปนอนข้างบนเถอะ”เคนยะบอกกับลูกน้องสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู

“ครับนายท่าน”

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

รุ่งเช้าของวันใหม่เอนโดก็กำลังจะออกไปข้างนอกอีกเช่นเคยทั้งๆที่ดูเหมือนว่าจะไม่สบาย

“นั่นกำลังจะไปไหนน่ะเอนโด”เคนยะรั้งบ่ากว้างไว้

“ผมจะไปหาเขา”เอนโดเอ่ยเสียงต่ำโดยไม่หันมามองผู้เป็นเจ้านาย

“แล้วจะไปหาที่ไหน

นายหาเขาจนทั่วแล้วไม่ใช่เหรอ”เคนยะหรี่ตาทำเสียงเหมือนลองเชิง

“ผมไม่รู้ ตราบใดที่ผมยังไม่เจอเขาผมก็จะไม่เลิกราหรอก”คำตอบของเอนโดทำให้เคนยะยิ้มออก

“ถ้าฉันบอกว่าฉันรู้ล่ะว่าเขาอยู่ที่ไหน”

“คุณ.............คุณรู้เหรอ...................”เอนโดตาเบิกกว้างดีใจเป็นลิงโลดเมื่อได้ยินสิ่งที่เคนยะพูดรีบหันกลับมาทันที

“อืม……….”เคนยะระบายยิ้มแต่ยังไม่ยอมบอกเหมือนจะแกล้ง

“ได้โปรดเถอะครับคุณเคนยะบอกผมเถอะ”เอนโดลืมตัวเขย่าตัวเจ้านายอย่างแรงก่อนนึกได้จึงรีบปล่อยทันที

“ขอโทษครับ......................ผมดีใจมากไปหน่อย”ชายหนุ่มโค้งขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

“ไม่เป็นไร เห็นนายรักทาเคชิขนาดนี้แล้วจะให้ใจดำไม่บอกก็ยังไงอยู่”เคนยะยิ้มก่อนบอกที่อยู่ของทาเคชิให้กับเอนโดไป

เอนโดไม่รอช้ารีบขับออกไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเต็มเปี่ยม

เคนยะหันกลับมาก็เจอเด็กหนุ่มยืนทำตาเขียวอยู่ข้างหลัง

“ร้ายนักนะคุณเคนยะ...............แม้แต่ผมก็ไม่ยอมบอก

เห็นผมเป็นคนปากบอนนักหรือไง”เด็กหนุ่มสะบัดหน้ารู้สึกโกรธชายหนุ่มตะหงิดๆเคนยะเห็นอาการแสนงอนของเด็กหนุ่มจึงรีบเข้าไปกอด

“ไม่ใช่อย่างนั้น..................ฉันขอโทษนะอย่าโกรธเลย

ฉันกลัวเธอใจอ่อนบอกกับเอนโดน่ะ

ทาเคชิเขาย้ำนักย้ำหนาดูสิขนาดฉันยังบอกไปจนได้”เคนยะยิ้มกริ่มหอมแก้มนุ่มของคนตรงหน้า

“คราวนี้ผมจะยกโทษให้เพราะเห็นแก่คุณทาเคชิหรอกนะ

ถ้าคราวหน้าเป็นอย่างนี้อีกผมโกรธจริงๆด้วยคอยดู”มาซายะแอบยิ้มน้อยๆแต่ยังทำเสียงเข้มแกล้งเคนยะต่อไป

“อย่างอนเลยนะคนดี.................เข้าไปข้างในกันเถอะ”เสียงทุ้มเอ่ยแนบใบหูก่อนโอบบ่าร่างเล็กเข้าไปข้างในอย่างมีความสุข

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

“ซ่า.....................ซ่า”เสียงคลื่นกระทบฝั่งยามเย็นดังไปทั่วบริเวณปรากฏร่างเล็กผู้หนึ่งนั่งอยู่ริมชายหาดสายตาเหม่อลอยไปยังขอบฟ้าไกลที่ตัดกับขอบทะเลสุดลูกหูลูกตา

ร่างเล็กปล่อยใจเลื่อนลอยในหัวว่างเปล่าไม่อยากคิดอะไรทั้งสิ้น

เขายอมรับว่าตอนนี้เขาทำใจให้ลืมหนุ่มน้อยหน้าหวานได้แล้วแต่กลับมีอีกคนเข้ามาแทนที่ทำอย่างไรก็ไม่อาจลบไปจากหัวได้

ร่างเล็กยืนขึ้นปัดทรายที่ด้านหลัง

ค่อยๆเดินเลาะริมชายหาดไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายสายตาหวานหลุบลงมองพื้นทรายขาวละเอียดด้านล่างไปตลอดทางจนกระทั่งปลายเท้าหยุดลงเมื่อรู้สึกว่าเดินไปชนกับใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

“ขอโทษครับ”เสียงเล็กเอ่ยในลำคอแต่ยังคงไม่เงยหน้าขึ้นมองอยู่เหมือนเดิม

เดินเลี่ยงไปทางอื่น

แต่คนๆนั้นก็ก้าวเท้ามาขวางไว้อีกจนทาเคชิรู้สึกฉุนเงยหน้ามองคนตรงหน้าทันที

“คุณ...................”ร่างใหญ่ที่เห็นทำให้ทาเคชิแทบไม่เชื่อสายตา

หัวใจเต้นรัวแทบหลุดออกมาข้างนอกใบหน้าร้อนวูบไปหมด

ทาเคชิตัดสินใจวิ่งหนีทันทีแต่ร่างใหญ่ยังคงวิ่งตามเขามาติดๆ

“คุณทาเคชิ.....................หยุดนะ............คุณหนีผมไม่พ้นหรอก....................ผมบอกแล้วใช่ไหมว่ายังไงคุณก็ต้องเป็นของผม”เอนโดตะโกนเสียงดังขณะที่วิ่งตามร่างเล็กตรงหน้ารู้สึกร้อนรุ่มไปหมดทั้งกายอยากกระชากร่างตรงหน้าเข้ามาโอบกอดให้หายคิดถึงเหลือเกิน

“อย่าตามมานะ.................ไปให้พ้น..................ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก…………อ๊ะ”เสียงเล็กหยุดลงเมื่อข้อมือเล็กถูกกระชากอย่างแรงจนล้มลงกับพื้นทรายโดยที่ร่างใหญ่ตามลงมาทาบทับ

“ในที่สุดผมก็พบคุณจนได้คุณทาเคชิ”เอนโดหยักยิ้มมุมปากลมหายใจร้อนเป่ารดคนตรงหน้าจนรู้สึกได้

“ปล่อยนะ.................ปล่อย................ผมเกลียดคุณ................ออกไปให้พ้น”ทาเคชิหน้าร้อนฉ่าจนถึงใบหูหายใจถี่รัวด้วยความเหนื่อยปนความโกรธ

พยายามผลักชายหนุ่มให้พ้นตัวแต่ถูกเอนโดกดข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้แน่นพร้อมสายตาร้อนจดจ้องไปยังร่างตรงหน้า

แล้วริมฝีบางก็ถูกชายหนุ่มประกบจูบอย่างร้อนแรงในที่สุด

รสจูบที่หนักหน่วงผสมความอ่อนโยนจากชายหนุ่มทำให้ร่างข้างใต้หยุดดิ้นในที่สุดตอบรับเรียวลิ้นที่กำลังรุกรานเขาอยู่ภายในอย่างโหยหา

รู้สึกถึงความเต็มตื้นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

เอนโดยังคงบดบี้ริมฝีปากหวานนุ่มไม่ยอมปล่อยด้วยความคิดถึงอย่างสุดแสน นานหลายนาทีจึงยอมปล่อยเป็นอิสระ

“อา................ฮ้า...................ฮ้า”ทาเคชิหอบหนักๆอยู่เบื้องล่างแต่ริมฝีปากบางยังคงถูกประกบจูบแผ่วเบาอ้อยอิ่งอยู่บริเวณนั้นไม่ห่าง

เอนโดสังเกตุเห็นความแดงช้ำจากการกระทำเมื่อครู่ของเขาบนริมฝีปากบางหวานนุ่มยิ่งทำให้เขาทนไม่ไหว

มันดูมีเสน่ห์เย้ายวนเสียจนอดไม่ได้ที่จะประกบจูบบดเบียดลงไปอีกครั้ง

“อื้อ...............อื้อ................อยะ............”เสียงเล็กต่อต้านอยู่ในลำคอเมื่อรู้สึกว่ายังหายใจไม่ทันแต่ความเร่าร้อนของชายหนุ่มก็ทำให้เขายอมแพ้อีกจนได้จำใจปล่อยให้ชายหนุ่มกระทำต่อไปจนพอใจ

“อา....................คุณจะรังแกผมไปถึงไหน.....................แค่นี้ผมก็เจ็บจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ”ทาเคชิเอ่ยอย่างตัดพ้อแต่อีกใจกลับรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นใบหน้าคมของชายหนุ่มที่ดูร้อนรนจนเห็นได้ชัดเช่นนี้

“ผมจะรังแก....................ตามรังแกคุณ................กวนใจคุณจนกว่าผมจะไม่มีลมหายใจอีกแล้วนั่นแหละคุณทาเคชิ”เอนโดมองตาร่างเล็กอย่างมีความหมายจูบเบาๆที่ริมฝีปากนุ่มอีกครั้งด้วยความร้อนรุ่มในกายที่มันสุมอยู่ในอกจนแทบระเบิด

“คนใจร้าย...................ปล่อยผมนะ...................ผมเกลียดคุณ”ทาเคชิทั้งดิ้นทั้งทุบน้ำตาไหลอาบแก้มเขาไม่เคยแสดงความอ่อนแออย่างนี้ต่อหน้าใครมาก่อนแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าคนๆนี้ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงกลั้นไม่อยู่

“ผมไม่ปล่อย...................ไม่ปล่อยเด็ดขาด.................ไม่ยอมปล่อยอีกต่อไปแล้ว.............ผมรักคุณ”คำพูดของชายหนุ่มทำให้ร่างเล็กชะงักหยุดดิ้นทันทีมองตาคนตรงหน้าตอบด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม

“ผมรักคุณ.............รักคุณมาก................มากจนแทบจะคลั่งตายอยู่แล้วรู้ไหม

อย่าหนีผมไปอีกนะ รู้มั้ยตอนที่ไม่เห็นคุณผมแทบเป็นบ้า เที่ยวตามหาคุณให้ทั่วไปหมด”เอนโดหอมแก้มนุ่มอย่างแสนรักจูบซับหยาดน้ำตาให้ร่างเล็ก

“ลืมคุณมาซายะเสียเถอะนะ”เสียงใหญ่อ้อนวอน

“มะ..........ไม่ได้หรอก”ทาเคชิหน้าแดงเบี่ยงหน้าไปอีกทางเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของชายหนุ่ม หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

“ ผมรู้ว่านี่อาจเป็นคำขอที่เห็นแก่ตัว.....................แต่ผมรักคุณจริงๆและอยากให้คุณคิดถึงแต่ผมด้วยได้ไหม”

“………………….”ร่างเล็กไม่ตอบอีกแต่ชายหนุ่มสังเกตุได้จากใบหน้าที่แดงแล้วแดงอีกจากร่างตรงหน้าทำให้เขาดีใจเป็นอย่างมาก

“ดีกันนะคนดีของผม”เอนโดยกมือเล็กขึ้นมาจูบประทับที่นิ้วนางสายตาคมร้อนยังคงจดจ้องอยู่ที่ดวงตากลมหวานเบื้องหน้า

ทาเคชิหน้าแดงจัดรีบชักมือกลับแต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมจนร่างเล็กถอนใจ

“ผมขอโทษที่บังคับคุณในคืนนั้น แต่ผมทนไม่ไหวอีกแล้วที่จะเห็นแววตาที่เจ็บปวดอย่างนั้นของคุณอีก

ให้ผมเป็นคนทำให้คุณมีความสุขได้ไหม”เอนโดจูบจมูกโด่งรั้นของร่างเล็กตรงหน้าเป็นเชิงหยอกเย้าแล้วหอมหนักๆไปที่แก้มนุ่มหอมกรุ่นอีก

“บ้า.......................หยุดพูดนะ”ทาเคชิทุบอกชายหนุ่มหนักๆด้วยอาการขวยเขินเขาไม่อยากจะฝืนความรู้สึกตัวเองอีกแล้วในเมื่อเขาก็รักชายคนนี้มากเช่นกัน

“ผมรักคุณ............คุณทาเคชิ”เอนโดระบายยิ้มก่อนระดมจูบไปที่ริมฝีปากบางอย่างมีความสุข

มือใหญ่ถือโอกาสสอดเข้าไปใต้เสื้อตัวหลวมของร่างเล็กอย่างถือสิทธิ์บดบี้คลึงเคล้นหน้าอกเล็กทั้งสองข้าง

ทาเคชิรีบหยุดมือใหญ่ไว้ก่อนที่ชายหนุ่มจะทำอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้

“อย่านะ..................นี่มันข้างนอกไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง”ทาเคชิค้อนเล็กน้อยผลักอกชายหนุ่มออกด้วยใบหน้าแดงจัด

“ผมไม่อายใครทั้งนั้นแหละ...................แต่ถ้าคุณอายละก็....................”ว่าแล้วร่างเล็กก็ถูกชายหนุ่มช้อนขึ้นแนบอกเดินตรงไปยังที่พักข้างบนทันทีริมฝีปากหยักยิ้มจนทาเคชิหน้าแดงจนร้อนไปหมดทั้งตัวเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ข้างหน้า

“อ๊ะ..................คนบ้าปล่อยผมนะ...............ปล่อย”ทาเคชิทั้งดิ้นทั้งทุบอยู่พักใหญ่ก็เลิกเปลี่ยนเป็นซบอกแข็งแกร่งเต็มไปด้วยความอบอุ่นของชายหนุ่มแทน

เอนโดเห็นร่างเล็กแล้วก็อดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้จูบประทับเบาๆที่เรือนผมหอมกรุ่นอย่างแสนรักพาร่างเล็กเดินเข้าไปในบังกะโลหลังน้อยทันที

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

รักในรอยแค้น 17

เอนโดวางร่างเล็กลงบนเตียงนุ่มช้าๆฝ่ามือใหญ่เกลี่ยเส้นผมนุ่มให้เข้าที่อย่างอ่อนโยนแล้วบรรจงจูบเบาลงไปบนหน้าผากมน

“ผมคิดถึงคุณใจจะขาดอยู่แล้วคุณทาเคชิ.............ตั้งแต่คืนนั้นในหัวผมมีแต่คุณเต็มไปหมด”ชายหนุ่มยิ้มทั้งใบหน้าและนัยตาสายตาคมกวาดกว้างสำรวจร่างตรงหน้าอย่างเร่าร้อนจนทาเคชิหน้าแดง

“บ้า......................คุณอย่ามามองผมแบบนี้นะ”ทาเคชิยิ้มเขินๆเอื้อมมือมาปิดนัยตาร้อนของชายหนุ่มที่กำลังมองเขาอยู่ไม่วางตา

เอนโดดึงมือเล็กออกเลื่อนลงมาให้สัมผัสตรงอกร้อนของเขาทาเคชิยักเย่ยักยันจะดึงออกแต่ชายหนุ่มกลับดึงมือเขาไว้เสียแน่น

“ก็คุณสวยออกอย่างนี้ใครจะอดใจไหว...........”เอนโดหยักยิ้มมุมปากยังส่งสายตาเจ้าเล่ห์หยอกล้อร่างเล็กเช่นเคย

“คนบ้า............ปล่อยผมนะทำไมถึงได้พูดเรื่องน่าอายได้หน้าตาเฉยแบบนี้”

“ก็ผมรักคุณนี่..............ได้ยินไหมเสียงหัวใจของผม.................มันร่ำร้องเรียกหาแต่คุณอยู่ตลอดเวลา

ทาเคชินิ่งเงียบไปดูเหมือนว่าเขาจะสัมผัสได้ว่าหัวใจของชายหนุ่มกำลังเต้นรัวและแฝงไปด้วยความร้อนแรงอย่างบอกไม่ถูก

“ไม่เอาแล้ว...............ปล่อยผมนะ..............ผมอึดอัด”ร่างเล็กหน้าแดงซ่านเหมือนความร้อนกำจายไปทั่วร่างโดยไม่อาจควบคุมได้

ทาเคชิยังดึงดันไม่ยอมแก่สายคมของชายหนุ่มอยู่ร่ำไป

“ผมอดทนมาเกือบสามอาทิตย์แล้วนะ...................คิดถึงแต่คุณจนจะคลั่งอยู่แล้ว

อย่าขัดขืนไปเลยน่า.................ผมรู้นะว่าคุณก็คิดถึงผม”เอนโดหยักยิ้มเหมือนรู้ถึงจิตใจของคนตรงหน้า

“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย.............ผมไม่ได้คิดถึงคุณเสียหน่อย...........ปล่อยผมสิ”ทาเคชิอายจนไม่กล้ามองหน้าชายหนุ่มนึกค้อนเล็กน้อยที่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะรู้ความในใจเขาไปซะหมด

“อ้ะ.....................”ไม่มีคำใดๆอีกต่อไประหว่างคนทั้งสองเมื่อเรียวปากเล็กถูกประกบอย่างเร่าร้อนจากคนตรงหน้า และไม่ช้าอาภรณ์ที่ห่อหุ้มกายของคนทั้งสองก็ถูกปลดเปลื้องออกไปจนหมดจากฝีมือของชายหนุ่มร่างใหญ่โดยที่ร่างเล็กไม่ได้ต่อต้านแต่อย่างใด

เอนโดถอนปากออกจูบไล่ละลงมาสู่ต้นคอยาวเรียวเล็กหอมกรุ่นอย่างยากจะห้ามใจและถือสิทธิ์ฝากฝังร่องรอยสีแดงเรื่อบนผิวเนื้อนุ่มตามไปทุกที่จนร่างเล็กสั่นสะท้านไปทุกอณูของร่างกายตอบรับชายหนุ่มอย่างเต็มใจ

“อา................เอนโด..................อือ............”เสียงเล็กครางในลำคอด้วยความหวิวไหวขยำเส้นผมนุ่มของชายหนุ่มแน่นเมื่อแผ่นอกเล็กนิ่มมือถูกชายหนุ่มโลมเลียด้วยปลายลิ้นไม่หยุดหย่อน

“เรียกนางายะสิ..............ทาเคชิ”ร่างใหญ่หยักยิ้มเล็กน้อยก่อนขบเม้มริมฝีปากลงไปบนยอดอกเล็กสีชมพูทั้งสองข้างเหมือนกำลังหยอกล้ออย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่ายท่ามกลางเสียงเล็กที่ครางกระเส่าไม่ได้ศัพท์อยู่ในลำคอ

“โอว......................ววววว...........อ๊า................................อย่า........นางา...........อ๊า..........เอนโดซัง”ร่างเล็กหน้าแดงก่ำยังกระดากปากไม่กล้าเรียกชื่อชายหนุ่มอยู่อีกเช่นเคย

เอนโดยังคงกระทำอยู่ต่อไปเมื่อยังไม่ได้ยินสิ่งที่เขาต้องการจากริมฝีปาก

“เรียกชื่อผมสิทาเคชิ................อา”เสียงทุ้มสั่นพร่าในลำคอ

“ไม่เอา..............ผม......ผมอาย.....อา...............อย่า”ร่างเล็กปฏิเสธหน้าแดง

“งั้นผมจะทำอยู่อย่างนี้แหละจนกว่าคุณจะยอมเรียก.................ทาเคชิ”ชายหนุ่มยืนยันยังคงดูดดุนลิ้มลองยอกอกเล็กต่อไปอย่างอารมณ์ดี

“อ๊า..........อย่า.....................พอแล้วผมยอมแล้ว......คุณ..............อ๊า..............นางายะซัง”ร่างเล็กยอมจนได้กับความดึงเอาแต่ใจของชายหนุ่ม

“ดีมาก................ทาเคชิซังของผม”เอนโดระบายยิ้มยอมปล่อยยอดเล็กจนได้แต่ยังไม่เพียงแค่นั้นชายหนุ่มยังคงโลมเลียร่างตรงหน้าด้วยปลายลิ้นต่อไปจนไปหยุดลงที่ส่วนกลางลำตัวเบื้องล่างของ

ร่างเล็กที่กำลังแข็งขืนเต็มที่จากการกระทำของเขา

เอนโดหยักยิ้มมุมปากพิจารณาสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าก่อนส่งลิ้นออกไปรุกรานอีกเช่นเคยจนร่างเล็กสะดุ้งขยับตัวหนีรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปแต่ก็ไม่อาจหลุดจากอุ้งมือแข็งที่ยึดสะโพกของเขาไว้จนแน่นไปได้

“อ๊า.................อย่า............อื้อ...........”เสียงร่างเล็กกัดฟันแน่นเมื่อส่วนปลายกำลังถูกชายหนุ่มครอบครองด้วยเรียวลิ้นก่อนค่อยๆดำดิ่งลงไปจนสุด

ทาเคชิจิกผมชายหนุ่มแน่นด้วยความเสียวกระสันสุดฤทธิ์เหมือนว่าเขากำลังจะทนไม่ไหวอีกต่อไปกับความชำนาญจนกลายเป็นช่ำชองด้วยลีลารักเร่าร้อนของชายคนรัก

“อ๊า......อย่านางายะซังอย่า..........................ปล่อย...................ผมไม่ไหวแล้ว”เสียงเล็กเตือนพลางจิกผมนุ่มของชายหนุ่มแน่นร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่างแต่ชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยออกแต่อย่างใดยังคงขยับปากขึ้นลงอย่างต่อเนื่องเร็วขึ้นจนร่างเล็กทนไม่ไหว

ปล่อยสายน้ำอุ่นมากมายพวยพุ่งออกมาเต็มปากชายหนุ่มในที่สุด

ร่างเล็กผงกหัวขึ้นดูเห็นชายหนุ่มกำลังกลืนน้ำของเขาและเก็บกวาดส่วนที่ไหลย้อยออกมาทางมุมปากจนหมดด้วยใบหน้าแดงก่ำเมื่อสายตาคมละสิ่งที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมาประสานพลางหยักยิ้มน้อยๆเหมือนกำลังหยอกเย้า

ทาเคชิหน้าแดงเข้าไปใหญ่หลบสายตาคมทันที

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าสะโพกเล็กของเขากำลังถูกยกขึ้นจนลอยจากพื้นแล้วช่องทางแสนแคบด้านหลังก็ถูกชายหนุ่มไล้เลียทันที

“อ๊ะ............อย่า................”เสียงเล็กยังร้องประท้วงทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ได้ผล

เอนโดยังคงโลมเลียส่วนนั้นต่อไปจนเปียกชุ่มแล้วส่งลิ้นเข้าไปหยอกล้อภายในเล็กน้อยก่อนดึงออกแล้วสอดนิ้วเข้าไปแทนพร้อมกันทั้งสองนิ้วทีเดียวหมด

เสียงเล็กครางกระเส่าลั่นห้องด้วยความซ่านเสียวสุดตัวสองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่น

เอนโดชักนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะอย่างเร็วและค่อนข้างแรงด้วยความร้อนรุ่มที่กำลังก่อตัวขึ้นเรื่อยๆภายในร่างกายแล้วจัดการยกสะโพกเล็กขึ้นอีกกดแทรกแก่นกายแข็งแกร่งเข้าไปในที่สุด

ร่างเล็กร้องลั่นเมื่อรู้สึกทั้งเจ็บทั้งอึดอัดในคราวเดียวกันชายหนุ่มไม่รอช้าพยายามขยับสั้นเพื่อให้ร่างเล็กชินกับสิ่งนั้นของเขาโดยไว

เพราะตอนนี้ร่างกายของเขามันร้อนรุ่มไปด้วยความปรารถนามากมายมหาศาลที่อัดอั้นมานานหลังจากที่หากจากร่างเล็กตรงหน้ามาเกือบสามอาทิตย์เต็มๆ

“อา..........เบาๆ.......อูย.................ผมเจ็บ.........อือ”เสียงเล็กสะอื้นในลำคอหยาดน้ำใสไหลเอ่อคลอเบ้าตาจนไหลล้นลงมาทางหางตาเป็นทาง

เอนโดก้มลงจูบประทับดวงตากลมที่กำลังปิดสนิท

ริมฝีปากเล็กเม้มแล้วเม้มอีกพยายามสกัดกั้นความเจ็บปวดที่ชายหนุ่มกำลังส่งให้ไม่ขาดสายอยู่เบื้องล่าง

เอนโดเห็นดังนั้นจึงจัดการประกบจูบบดบี้อย่างไม่รีรอทันที

ความเย้ายวนหอมหวานจากร่างเบื้องล่างทำให้เขาหยุดไม่ได้เลื่อนริมฝีปากลงมาครอบครองยอดอกเล็กอีกครั้งในที่สุด

“อา....................ทาเคชิ..............ผมรักคุณ...............อืม......ดีไหม”ชายหนุ่มถามพลางส่งเรียวลิ้นเล็มเลียปลายอกแผ่วหวิวสร้างความซ่านเสียวให้ร่างเล็กไม่น้อย

“อืม..................อา...........นางายะซัง”เสียงและร่างกายที่สั่นพร่าของร่างเล็กทำให้เอนโดทนไม่ไหวอีกต่อไปจัดการขยับแก่นกายเบื้องล่างเข้าออกอย่างเร็วทันทีโดยไม่รีรออะไรอีกต่อไป

เรียวขาเล็กทั้งสองข้างถูกยกขึ้นพาดบ่าจนลำตัวตั้งตรงแนบชิดกับร่างชายหนุ่มจากนั้นเอนโดก็เร่งจังหวะเร็วขึ้นอีกจนแทบมองไม่เห็นช่องว่างความร้อนแรงที่อัดอั้นอยู่ภายในกำลังส่งผ่านไปยังร่างเล็กทีละน้อยๆตามความต้องการที่มีอยู่อย่างไม่จำกัดของชายหนุ่ม

“อา..................คิดถึงเหลือเกิน........อื้ม”เสียงทุ้มสั่นพร่าเหมือนทรมาน

“อ๊า....................มะ.....ไม่ไหว.........แล้ว”

“อืม...............พร้อมกันนะคนดี............”เสียงปลอบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนการสอดแทรกอย่างเร็วและแรงจะตามมา

เสียงร่างทั้งสองครางเครือพร้อมกันก่อนจะปลดปล่อยสายน้ำอุ่นมากมายออกมาจนหมด

เอนโดค่อยๆถอนแก่นกายออกช้าๆแล้วทรุดตัวลงกอดร่างเล็กด้วยความเป็นสุขอย่างที่สุด

“ผมรักคุณ..............ทาเคชิ”เสียงเย็นกระซิบแนบใบหูลมหายใจเป่ารดต้นคอจนร่างเล็กสะท้านเอียงตัวหลบแต่ถูกชายหนุ่มโอบเข้ามาซบอกอุ่นแข็งแกร่งของเขา

เอนโดจูบประทับเรือนผมหอมกรุ่นไล่ละลงมาที่หน้าผากมนแล้วเชยคางเล็กขึ้นมาสบตา

“มีความสุขมั้ย.....................”เสียงเย็นพร้อมรอยยิ้มเอ่ยขึ้นอีก

“บ้า.............เอนโดซังคุณปล่อยผมนะ”ทาเคชิหน้าแดงรีบผลักอกชายหนุ่มออกด้วยความขวยเขิน

“บอกแล้วไงให้เรียกชื่อผม”เอนโดโอบร่างเล็กเข้ามาอีกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์อีกครั้ง

“ไม่เอาแล้ว..................ทำไมคุณชอบบังคับผมนักนะ....เอ๊ะปล่อยผมสิ”ทาเคชิค้อนเล็กน้อยเมินหน้าหนีหลบสายตาคม

“ไม่เอาผมไม่ปล่อยหรอก..................เดี๋ยวคุณหนีผมไปอีก”ชายหนุ่มโอบร่างเล็กแน่นขึ้นอีกเหมือนกลัวว่าร่างเล็กตรงหน้าจะหายไปอีก

“ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ จนกว่าคุณจะไม่ต้องการผมแล้ว”เสียงเล็กเอ่ยตะกุกตะกักในลำคอเหมือนไม่ต้องการให้ชายหนุ่มได้ยิน

“คุณนี่ก็พูดเรื่องน่ารักๆเป็นกับเขาเหมือนกันนะ”เอนโดหัวเราะในลำคอยิ้มกริ่มหอมแก้มนุ่มจนทาเคชิหน้าแดงแป๊ด

“ไม่มีวันไหนที่ผมไม่ต้องการคุณคุณทาเคชิ”ชายหนุ่มเอ่ยจริงจังเหมือนเป็นคำสัญญา

“......................”ทาเคชิไม่พูดอะไรแต่ริมฝีปากยิ้มอย่างมีความสุขเหมือนเชื่อในตัวชายหนุ่มเช่นกัน

“เอ..............แต่คุณคงต้องเหนื่อยหน่อยแหละนะ”ชายหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงเจ้าเล่ห์ชอบกลจนทาเคชิสงสัยถามกลับ

“ทำไมล่ะ”

“ก็ตอนนี้ผมต้องการคุณอีกแล้วน่ะสิ........ถามได้”ว่าแล้วร่างเล็กก็ถูกชายหนุ่มทาบทับอีกด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ

“อ๊ะ.................อย่า................ไม่เอาแล้ว................ปล่อย”เสียงเล็กเงียบลงไปในที่สุด

และแล้วค่ำคืนนี้ดูเหมือนว่าความรักที่เร่าร้อนของทั้งคู่ดูจะไม่สิ้นสุดลงง่ายๆอย่างแน่นอนท่ามกลางเสียงคลื่นลมทะเลที่พัดผ่านเบาหวิวเหมือนเป็นใจให้กับความรักของคนทั้งสองตลอดทั้งคืน

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เอนโดพาทาเคชิกลับมาส่งที่คอนโดหรูแล้วกลับมาที่คฤหาสน์ในตอนสายด้วยหัวใจที่แช่มชื่น

หน้าตาสดใสยิ้มแย้มเหมือนคนกำลังมีความสุขอย่างมากจนเคนยะอดแซวไม่ได้

“ว่าไงกลับมาแล้วเหรอ

อ้าวแล้วทาเคชิไปไหนซะล่ะ”เคนยะยิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนแกล้งหยอกคนสนิทเล่น

ความจริงเขาก็ดีใจเหมือนกันที่เห็นเอนโดมีความสุขจริงๆเสียที

“เอ่อ......................ผมไปส่งที่คอนโดแล้วครับ

เห็นคุณทาเคชิเพลียๆเลยให้พักผ่อนก่อน”เอนโดหน้าแดงต่อหน้าเจ้านายเมื่อเห็นสายตาที่เหมือนรู้ทันของคนตรงหน้า

“เหรอ.....................”เคนยะยิ้มหัวเราะเบาๆในลำคอจนมาซายะทนไม่ได้แอบหยิกหลังชายหนุ่มเบาๆให้เลิกแกล้งเอนโดเสียที

“เข้าบ้านเถอะครับคุณเอนโด ขับรถมาเหนื่อยๆ”มาซายะยิ้มหวานเข้าไปจูงมือผู้มาใหม่เข้าไปในบ้านปล่อยให้เคนยะเดินหัวเราะตามหลังมาคนเดียว

“เออนี่เอนโด เดี๋ยวโทรบอกทาเคชิด้วยนะว่าวันนี้ตอนเย็นฉันชวนเขาไปกินข้าวข้างนอก ที่เก่านั่นแหละ”

“ครับ..............” เอนโดรับคำ(กลับมาเข้าโหมดเจ้านายลูกน้องตามเดิม)

“นายด้วยนะ”เคนยะพูดยิ้มๆ

“ผม?”ชายหนุ่มถามเหมือนงงแต่ฟังน้ำเสียงของเคนยะแล้วก็ทำให้เข้าใจไปเองโดยปริยายแล้วก็กลับมาหน้าแดงอีกตามเคย

“ใช่ จะพามาซายะไปตระเวนราตรีให้ทั่วเมืองเชียวดีมั้ยมาซายะ.............”ชายหนุ่มเปลี่ยนคนหันมาพูดกับคนรักแทน

“ดีครับดี...............ตั้งแต่กลับมานี่ยังไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนเลย

ได้ยินว่าที่ญี่ปุ่นนี่มีที่เที่ยวดังๆตั้งหลายแห่ง เคยเห็นแต่ในรูปไม่เคยเห็นของจริงซักทีดีจัง”มาซายะยิ้มแป้นพูดแล้วก็อยากให้ถึงตอนเย็นไวๆ

“นายไปพักผ่อนเถอะ”เคนยะยิ้มแตะบ่าคนสนิทที่ท่าทางเหมือนไม่ได้นอนมาทั้งคืน

(ทะลึ่งเนอะ...อิๆ)

“ครับ”เอนโดรับบทหน้าแดงอีกครั้งก่อนขึ้นบันไดไปข้างบน

“คุณนี่ชอบแกล้งคนผิดกับหน้าตาเลยนะ”มาซายะมองอย่างพิจารณาร่างตรงหน้าแล้ววิ่งหนีออกไปนอกบ้านเหมือนกำลังหยอกล้อ

“ว่าไงนะ................นี่เธอหลอกว่าฉันนี่มาซายะ...........หยุดนะมาให้ตีซะดีๆ”เคนยะระบายยิ้มก่อนวิ่งไล่จับเด็กหนุ่มที่กำลังยืนทำหน้าทะเล้นยั่วเขาอยู่หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี

“จ้างก็ไม่หยุด...............แน่จริงจับผมให้ได้สิ”

“ท้าเหรอ..............”เสียงหัวเราะดังทั่วคฤหาสน์ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมีความสุขทั้งกายและใจอย่างแท้จริง

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เย็นวันนั้นเอนโดออกไปรับทาเคชิแล้วนัดกับเคนยะไปเจอกันที่เดิมเวลาสองทุ่มตรงโดยที่เคนยะพามาซายะไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆก่อน

“สวยจริงๆเลยนะครับยามค่ำคืนของญี่ปุ่นเนี่ย

ทั้งที่กลางวันออกจะเป็นเมืองที่วุ่นวายแท้ๆ”มาซายะกล่าวอย่างทึ่งๆขณะที่เคนยะกำลังขับรถไปยังที่นัดหมาย

“อืม..............ถ้าเธอชอบ ฉันจะพามาเที่ยวบ่อยๆแล้วกัน”ชายหนุ่มลูบหัวร่างเล็กอย่างเอ็นดูพร้อมรอยยิ้ม

วันนี้เขามีความสุขที่สุดที่เห็นเด็กหนุ่มยิ้มแย้มทั้งวันจนไม่อยากให้เวลาผ่านไปเลยแม้แต่สักวินาที

ไม่ช้าเคนยะก็เลี้ยวรถเข้ามาในโรงแรมหรู

“ถึงแล้ว”ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูให้ร่างเล็กแล้วพาเด็กหนุ่มเดินเข้าไปข้างในท่ามกลางความสนใจของคนรอบข้างที่เห็นชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมมาดเท่ห์หล่อเหลาคนดังของเมืองควงคู่มากับเด็กสาวน่ารักสวยเด่น (ตามความคิดของคนอื่น) เจ้าของดวงตากลมใสหุ่นเพรียวสมส่วนน่าหลงใหล

เคนยะพาร่างเล็กกดลิฟท์ไปยังชั้นสูงสุดของโรงแรมซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในเมืองนี้แถมอาหารอร่อยเป็นที่สุด

ผู้ที่จะขึ้นมาที่ชั้นนี้ได้ต้องเป็นระดับวีไอพีเท่านั้น

สาวๆข้างล่างจึงมองมาซายะด้วยความอิจฉาไปตามๆกัน

“เห็นสายตาพวกผู้หญิงเมื่อกี้แล้วผมล่ะกลัวจริงๆ

คุณนี่เสน่ห์แรงไม่เบานะ”มาซายะทุบไหล่ชายหนุ่มเบาๆเหมือนไม่พอใจเล็กน้อย

“เธอก็ใช่ย่อยหรอกนะมาซายะ เห็นสายตาไอ้พวกนั้นที่มันมองเธอแล้วอยากจะเข้าไปชกให้หน้าหงายเสียจริงๆ

นี่ถ้าไม่ติดว่าวันนี้อารมณ์ดีละก็น๊า...........จะให้ไอ้พวกลูกน้องข้างล่างลากไปยิงทิ้งเสียให้หมดฮึ่ม.........”เคนยะโอบร่างเล็กเข้ามาแนบชิดกว่าเก่าเหมือนหึงหวงเช่นกัน

“บ้า............ไปกันใหญ่แล้วคุณนี่

อ๊ะ........ถึงแล้ว.............นั่นไงคุณทาเคชิกับคุณเอนโด”มาซายะเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของชายหนุ่ม

ทั้งสองเดินออกจากลิฟท์ตรงไปยังผู้ที่มาอยู่ก่อนแล้ว

“ไง ทาเคชิหน้าตาสดชื่นขึ้นนะ”เคนยะเอ่ยทักทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนสนิท

“เอ่อ..............อืม............ขอบใจ”ทาเคชิหน้าแดงเมื่อสบตากับเคนยะที่ดูเหมือนกำลังแกล้งเขาอยู่

“เอ่อนายท่านคุณมาซายะเชิญนั่งครับ”เอนโดรีบเชิญทั้งสองนั่งก่อนที่ทาเคชิจะหน้าแดงทำตัวไม่ถูกมากไปกว่านี้

“ขอบคุณครับ มากันนานแล้วเหรอครับคุณหมอ”มาซายะทักทายหมอหนุ่ม

“เพิ่งมาเหมือนกันครับ

ว่าแต่ไปเที่ยวกับเคนยะมาสนุกหรือเปล่า”ทาเคชิยิ้มกริ่มมองใบหน้าหวานตอบ

“ที่สุดเลยครับ เคนยะซังสัญญาแล้วด้วยว่าจะพามาเที่ยวอีก”มาซายะยิ้มไปทางเคนยะเหมือนทวงสัญญา

“จริงมั้ยครับเคนยะซัง”

“อืม”ชายหนุ่มระบายยิ้มหวานให้คนรัก

ทั้งสี่ลงมือรับประทานอาหารกันหลังจากที่สั่งไปไม่ถึงสิบนาทีโดยกินไปคุยกันไปอย่างมีความสุขอีกไม่กี่นาทีแล้วเหตุการณ์ที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น

“มาซายะ”เสียงใหญ่ดุดันดูมีอำนาจดังขึ้นข้างหลังเด็กหนุ่มเมื่อเห็นว่าผู้ที่ร่วมทานอยู่ที่โต๊ะอาหารเป็นใคร

“คุณพ่อ”เด็กหนุ่มหันมาด้วยใบหน้าดีใจอย่างที่สุดเมื่อเห็นผู้เป็นบิดารีบลุกขึ้นโผเข้ากอดด้วยความคิดถึง

การปรากฏตัวของอิโต้ ฮานาบุชิในครั้งนี้ทำให้เคนยะเริ่มกังวลขึ้นมาทันทีสีหน้าเปลี่ยนเป็นตึงเครียดจนคิ้วขมวดแทบจะพันกันจิตใจร้อนรุ่มไปหมด

กลัวว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขากำลังจะจากไปต่อหน้าต่อตา

“คุณพ่อ.............คุณพ่อจริงๆด้วย

ผมคิดถึงคุณพ่อที่สุดเลยครับ”เด็กหนุ่มพูดไปยิ้มไปเมื่อมองใบหน้าที่ดูชราลงไปมากของผู้เป็นบิดาด้วยความคิดถึงอย่างมากเช่นเดียวกับฮานาบุชิที่กำลังลูบหัวลูกชายตอบด้วยความดีใจเช่นกัน

“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกพ่อฮึ”ร่างใหญ่อาวุโสจูบหน้าผากร่างเล็กเบาๆด้วยความรัก

แต่คำถามจากปากผู้เป็นบิดากลับทำให้มาซายะใจหายวูบนึกถึงเคนยะขึ้นมาทันที

ใบหน้าหวานเจื่อนลงเล็กน้อยก่อนหันไปตอบบิดาอย่างตะกุกตะกักแทบหาเหตุผลไม่ทัน

“เอ่อ..............ผมเพิ่งกลับมาครับ

ทีแรกกะจะไปหาคุณพ่ออยู่เหมือนกัน.................แต่...............แต่”ร่างเล็กยังพูดไม่จบก็หันไปสบตากับเคนยะที่นั่งทำหน้าขรึมอยู่ที่โต๊ะด้วยความลำบากใจ

เขาไม่เคยแม้แต่สักครั้งที่จะพูดโกหกกับผู้เป็นพ่อ

แต่ครั้งนี้สถานการณ์กลับบีบบังคับให้เขาทำในสิ่งที่ไม่อยากทำที่สุดด้วยความเป็นห่วงคนรัก

“อ๋อ............ก็มันช่วยไม่ได้นี่ครับ จากที่นี่ไปตั้งนานเห็นมันสวยงามกว่าเดิมมาก

เลยอดไม่ได้ที่จะไปเที่ยวดูให้สมกับที่คิดถึงน่ะครับ………..”เด็กหนุ่มใช้ไหวพริบตอบบิดาฉะฉานตามประสาลูกๆที่เขาอ้อนพ่ออ้อนแม่ทั่วๆไปนี่แหละ

“เรื่องแค่นี้บอกพ่อก็ได้เดี๋ยวจะพาเที่ยวให้ทั่ว

ขี้คร้านจะบ่นเบื่อเอาไม่หวาดไม่ไหวซะมากกว่า”ฮานาบุชิหัวเราะในลำคออดเอ็นดูไม่ได้กับความไม่รู้จักโตของบุตรชาย

“แหม.........อย่าพูดเลยครับ.............คุณพ่องานยุ่งอย่างกับอะไรขืนรอมีหวังผมแห้งตายเสียก่อน”

“ช่างเจรจา ไม่เปลี่ยนเลยนะเรา”เสียงทุ้มใหญ่พูดพลางใช้มือขยี้หัวเด็กหนุ่มไปมาเบาๆอย่างอารมณ์ดี

ตอนนี้เขารู้สึกมีความสุขที่สุดที่เห็นหน้าลูกชายหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน

แม้จะได้คุยกันทางโทรศัพท์บ่อยๆแต่ก็ไม่ทำให้เขาดีใจเท่ากับได้เห็นหน้ากันตรงๆอย่างนี้

“เอ่อ..................พ่อครับ”เด็กหนุ่มหุบยิ้มกลับมามองผู้ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะแทนด้วยสีหน้าวิตกอย่างที่สุด

“หือ”เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆมองหน้าลูกชายตอบ

“เอ่อ...................นี่เพื่อนผมครับ เอนโดซัง ทาเคชิซังและ................”เสียงเล็กเงียบไปเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจบอกกับผู้เป็นบิดา

แต่แล้วสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

“ผมคิดว่าเราคงรู้จักกันแล้วใช่ไหมครับ คุณอิโต้”เคนยะลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาเผชิญหน้ากับฮานาบุชิตรงๆอย่างไม่กลัวเกรง

พลางหยักยิ้มตรงริมฝีปากเหมือนกำลังท้าทายก็ไม่ปาน

เอนโดรีบลุกขึ้นมายืนข้างๆเคนยะเพราะเหตุการณ์เริ่มไม่น่าไว้ใจ

เช่นเดียวกับคนของฮานาบุชิที่รีบเข้ามายืนประกบเจ้านายเตรียมชักปืนเต็มที่

แต่ฝ่ามือใหญ่ถูกยกเป็นสัญญาณให้ถอยออกไปโดยที่เจ้าตัวไม่ต้องพูดแม้แต่คำเดียว

ฮานาบุชิผู้ที่อาวุโสกว่ายิ้มตอบกลับเช่นกันแต่เป็นยิ้มที่ดูแล้วน่ากลัวและเยือกเย็นที่สุดเท่าที่ทุกคนเคยเห็นมา

เหมือนทั้งสองคนกำลังชิงไหวชิงพริบกันยังไงยังงั้นเลย

“อ้อ................ใช่.....................เธอนั่นเองโอกามิซังหึๆ”เสียงยิ้มกวนโมโหทำให้เคนยะแทบจะกลั้นอารมณ์ไม่อยู่

เรื่องราวในอดีตหวนกลับเข้ามาในสมองเป็นฉากๆ

เขาไม่เคยลืมแม้แต่น้อยกับเรื่องที่ชายแก่ผู้นี้ทำกับเขาไว้อย่างแสนสาหัสแค่ไหน

แต่เสียงเรียกของเด็กหนุ่มทำให้เขานึกถึงสิ่งที่สำคัญอย่างมากกับชีวิตเขาอีกเช่นกัน

พยายามรวบรวมสติปรับสีหน้ากลับมาเหมือนเดิม

“ไม่ได้พบกันนานนะครับ..................”เสียงเคนยะเอ่ยก่อนยื่นมือออกไปแสดงความทักทายแต่ก็เก้อเมื่อไม่มีทีท่าว่าฮานาบุชิจะยื่นมือเข้ามาทักทายด้วยแม้แต่น้อย

กลับยืนเฉยสูบบุหรี่แสนแพงเข้าปอดจนไฟแดงวาบแล้วพ่นกลับใส่หน้าชายหนุ่มอย่างแรง

เคนยะชักมือกลับไม่มีทีท่าสะทกสะท้านแม้แต่น้อยกลับหยักยิ้มมุมปากเหมือนไม่ถือสาทำให้ปฏิกริยาของคนตรงหน้าดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะเท่าที่รู้มาคนอย่างเคนยะไม่เคยใจเย็นเช่นนี้

ก็ดี...............คนจริงอย่างนี้เขาก็ชื่นชมเช่นกัน

มิน่าเป็นแค่เด็กหนุ่มอายุไม่เท่าไหร่แต่ปกครองคนตั้งมากมายได้

แถมยังเจริญก้าวหน้าอาจพูดได้ว่าดีกว่าเขาเสียด้วยซ้ำก็ว่าได้

แต่สิ่งที่เขาแปลกใจก็คือทำไมมาซายะถึงมาอยู่กับคนพวกนี้ได้โดยที่เคนยะไม่มีทีท่าว่าจะทำอันตรายลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเขาแม้แต่น้อย

กลับดูสนิทสนมกันเป็นอย่างดีเสียมากกว่าซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“ในเมื่อก็คนกันเองทั้งนั้น.................ก็คงไม่ต้องทำความรู้จักอะไรกันมากมายให้มากความ กลับกันเถอะมาซายะ”เสียงฮานาบุชิเรียกบุตรชายเสียงเข้ม

“แต่.......................”มาซายะทำท่าลังเลมองหน้าผู้เป็นบิดาสลับกับคนรักไปมาด้วยความสับสน

ฮานาบุชิเห็นเช่นนั้นจึงรีบดึงมือลูกชายเดินออกไปทันทีแต่ก็ไม่ช้าไปกว่าเคนยะที่ดึงมือมาซายะไว้เช่นกัน

“เดี๋ยวสิครับผมยังไม่ได้แนะนำตัวเลยว่าผมเป็นอะไรกับลูกชายคุณ

จะรีบร้อนไปไหนกันล่ะ”เสียงทุ้มเอ่ยกวนๆใบหน้ายิ้มแย้มทำให้ฮานาบุชิเริ่มไม่พอใจเป็นอย่างมาก

สายตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งไปที่หน้าเคนยะทันที

“คุณเคนยะ..................”เสียงเล็กสั่นเล็กน้อยเหมือนกำลังกลัวอะไรบางอย่าง

มาซายะรู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังเต้นแรงและเร็วขึ้นทุกขณะ

กลัวว่าจะเกิดการปะทะกันขึ้นระหว่างสองฝ่าย

“มาซายะนี่มันอะไรกัน กลับกับพ่อเดี๋ยวนี้นะ”ฮานาบุชิเสียงเข้มขึ้นอีกเหมือนบอกเป็นนัยๆให้เคนยะปล่อยมือจากบุตรชายเขา

แต่ดูเหมือนเคนยะจะไม่สนใจกลับดึงข้อมือเล็กจนมาซายะเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาจนได้

“มาซายะยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”เคนยะเสียงเข้มกอดเด็กหนุ่มแน่นขึ้นจนมาซายะหน้าเสียเมื่อเห็นสีหน้าผู้เป็นบิดา

“เคนยะซังปล่อยผมก่อนครับ”มาซายะพยายามแกะมือเคนยะออกแต่ก็ไม่เป็นผล

ยิ่งเพิ่มความโกรธให้กับฮานาบุชิเข้าไปอีก

“แกมีสิทธิ์อะไร ปล่อยมาซายะเดี๋ยวนี้นะ”เสียงใหญ่เหมือนกำลังคำรามด้วยความโกรธอยู่ในลำคอสุดฤทธิ์

บอกให้ลูกน้องเข้าไปดึงตัวมาซายะออกมาจากเคนยะทันที

“ถอยไป

ขืนเข้ามาอีกฉันจะไม่เกรงใจใครทั้งนั้น”เสียงเคนยะสั่งดังลั่นทำให้ลูกน้องของฮานาบุชิชะงักไปเมื่อเห็นปืนสั้นสีดำเมี่ยมจากมือเอนโดเล็งไปที่เจ้านายเขา

“แกต้องการอะไร

ปล่อยลูกฉันนะ”ฮานาบุชิหน้าเสียลงเล็กน้อยกลัวลูกชายเป็นอันตรายสั่งให้ลูกน้องถอยกลับมา

“ผมไม่ทำอะไรมาซายะเขาหรอกไม่ต้องเป็นห่วง แต่ผมขอบอกให้รู้ไว้ซะก่อน

ว่าผมกับมาซายะเป็นคนรักกัน

ใช่ไหมมาซายะ................บอกพ่อเธอไปสิ”เคนยะหยักยิ้มมุมปากหอมแก้มเด็กหนุ่มต่อหน้าต่อตาฮานาบุชิที่กำลังยืนโกรธจนตัวสั่น

“เอ่อ............ผม...”มาซายะพูดไม่ออกรีบดันแก้มชายหนุ่มออกด้วยใบหน้าแดงก่ำพยายามบอกให้เคนยะเลิกทำรุ่มร่ามต่อหน้าพ่อเขาเสียที

“อะไร..................แกว่าอะไรนะ................”ฮานาบุชิเค้นเสียงรอดไรฟันด้วยความโกรธ

“จริงหรือเปล่ามาซายะที่มันพูด”

“คือ.......................ผม................ครับ”ร่างเล็กอ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนตอบไปในที่สุด

“ผมกับเคนยะซังเรารักกัน”เสียงเล็กทำให้ฝ่ายหนึ่งถึงกับยิ้มออกด้วยความปลื้มใจแต่อีกฝ่ายกลับกำลังเดือดดาลขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อได้ยินคำตอบ

“ฮึ่ม...............ไม่ได้.........ไม่ได้.............ฉันไม่ยอมรับ

รักอะไรกันบ้าบอทั้งเพ พ่อไม่ยอมให้ลูกคบกับไอ้คนแบบนี้หรอกนะ

มาซายะกลับกับพ่อเดี๋ยวนี้”เสียงฮานาบุชิเกรี้ยวกราดดังลั่น

ทนไม่ไหวรีบเข้าไปดึงตัวมาซายะมาทันที

“เคนยะซัง.....................”มาซายะหน้าเสียทำอะไรไม่ถูก

“ผมคงไม่ยอมให้คุณเอามาซายะไปจากผมอีกหรอกนะ

ผมเสียคนที่ผมรักที่สุดไปคนนึงแล้วจากฝีมือของคุณ ในอดีตผมยกโทษให้

แต่ตอนนี้ผมไม่ยอมอีกแล้วคุณจะพรากมาซายะไปจากผมไม่ได้ทั้งนั้น”เคนยะยังไม่ยอมปล่อยเด็กหนุ่มง่ายๆเช่นกัน

กลัวว่าหากเขาปล่อยให้มาซายะกลับไปครั้งนี้ฮานาบุชิอาจขัดขวางทุกวิถีทางทำให้ไม่ได้พบกันอีกเลยก็เป็นได้

ขณะที่ไม่มีทีท่าว่าใครจะยอมใคร

แล้วอยู่ๆฮานาบุชิก็ยอมปล่อยมือเด็กหนุ่มเสียเฉยๆแล้วหันมาเผชิญหน้ากับเคนยะตรงๆเหมือนกำลังจะต่อรองอะไรบางอย่าง

ฮานาบุชิดูท่าทางเอาจริงของเคนยะแล้วคิดว่าไม้แข็งคงใช้ไม่ได้เสียแล้วในตอนนี้

และอีกอย่างดูท่าว่ามาซายะจะมีใจเอนเอียงไปทางเจ้าหนุ่มนั่นไม่ใช่น้อย

ขืนวู่วามเขาอาจเป็นฝ่ายต้องเสียมาซายะเสียเองก็ได้

“เพื่อแสดงว่าแกมีความจริงใจต่อลูกชายฉันจริง

ได้................พรุ่งนี้แกไปหาฉันที่บ้าน

แล้วฉันจะยอมยกมาซายะให้แก”เสียงเย็นลอดออกมาทางไรฟันฮานาบุชิหยักยิ้มมุมปากเล็กน้อยเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่างอยู่ในใจซึ่งเคนยะก็ดูออก

แต่เขาก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้นแล้วถ้าเพื่อเด็กหนุ่มผู้ที่เขารักสุดหัวใจ

“คุณพ่อ...................จริงหรือครับ....................”มาซายะได้ฟังถึงกับตื่นเต้นสุดชีวิตคิดไม่ถึงว่าบิดาจะยอมรับเรื่องของเขากับเคนยะได้รวดเร็วอย่างนี้

รีบโผเข้ากอดบิดาด้วยความดีใจเป็นการใหญ่

โดยที่มาซายะไม่อาจรู้ได้เลยว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับเคนยะในวันพรุ่งนี้

“จริงสิ.................พ่อเคยโกหกลูกสักครั้งหรือเปล่าล่ะ”ฮานาบุชิยิ้มอย่างใจดีกับบุตรชายแต่สายตาเยือกเย็นกลับถูกส่งไปที่เคนยะแทน

“ผมรักคุณพ่อที่สุดในโลกเลยครับ”มาซายะพูดด้วยรอยยิ้มหอมแก้มบิดาฟอดใหญ่ก่อนส่งยิ้มไปทางเคนยะด้วยท่าทางดีใจเป็นที่สุด

เคนยะยิ้มตอบให้เด็กหนุ่มคิดว่าเรื่องราวคงไม่จบง่ายๆอย่างที่มาซายะคาดการณ์ไว้แน่นอนแต่ก็พยายามทำตัวเป็นปรกติที่สุดเพื่อไม่ให้มาซายะรู้

เพราะถึงยังไงเขาก็คงไม่ยอมแพ้แก่ชายแก่ผู้นี้เช่นกัน

“แต่ว่าวันนี้ลูกต้องกลับบ้านกับพ่อ”ฮานาบุชิยิ้มกับลูกชายด้วยท่าทางใจดี

“แต่ว่า......................”มาซายะยังลังเลเล็กน้อยความจริงเขาก็อยากกลับบ้านอยู่เหมือนกันแต่อีกใจกลับเป็นห่วงเคนยะขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

แต่เสียงยืนยันจากเคนยะทำให้เด็กหนุ่มยิ้มออกและสบายใจขึ้น

“ไปเถอะ...........ไม่ต้องเป็นห่วง.................พรุ่งนี้ฉันจะไปรับเธอที่บ้าน..............แน่นอน”คำสุดท้ายที่เคนยะตั้งใจเน้นเป็นพิเศษกับฮานาบุชิ

“อื้ม.................คุณสัญญาแล้วนะ”มาซายะยิ้มก่อนจะถูกฮานาบุชิโอบไหล่เดินจากชายหนุ่มไปทีละน้อยๆซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจเขาอย่างมาก

เขาจะได้เห็นรอยยิ้มนั้นอีกหรือเปล่าหากต้องจากกันในวันนี้แล้ว

เคนยะยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวเหมือนกับว่าหัวใจของเขากำลังถูกกระชากไปจากอก

“มาซายะ..............ฉันจะไปแน่นอนรอฉันนะ”เคนยะรีบวิ่งตามไปจนถึงตัวเด็กหนุ่มแล้วพูดสิ่งที่อยู่ในใจทันทีเหมือนเป็นคำมั่นสัญญา

“ครับเคนยะซัง”รอยยิ้มอย่างมีความสุขของเด็กหนุ่มค่อยๆจากไปพร้อมกับร่างระหงส์ในไม่ช้า

เคนยะยืนกำมือแน่นทั้งสองข้างกัดฟันจนเป็นสันนูน

เอนโดกับทาเคชิเข้ามาแตะบ่าเหมือนต้องการปลอบชายหนุ่ม

“ผมว่าฮานาบุชิมันคงเล่นไม่ซื่อกับนายท่านแน่ๆ”เอนโดเอ่ยเหมือนอ่านเกมออก

“ดูๆแล้วเขารักคุณมาซายะมากเลยทีเดียว

นายต้องระวังตัวให้มากที่สุดนะเคนยะ คุณอิโต้คงไม่ปล่อยนายแน่” ทาเคชิเสริมรู้สึกเป็นห่วงเพื่อนขึ้นมาทันที

แต่เสียงปลอบจากคนทั้งสองแทบไม่เข้าหูเคนยะ

ตอนนี้เขาไม่นึกถึงอะไรแล้วนอกจากเด็กหนุ่ม

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ระหว่างทางมาซายะเล่าถึงตอนที่เขาอยู่ที่อังกฤษให้บิดาฟังทั้งเรื่องสนุกๆและคิดถึงบ้านจนแทบไม่สบายอยากหนีกลับมาตั้งหลายครั้งแล้ว

มาซายะยังเล่าถึงการที่เขาพบกับเคนยะได้อย่างไร

แต่ก็ไม่ได้เล่าความจริงทั้งหมดเรื่องที่เคนยะจับตัวเขาไป

เพราะกลัวใจผู้เป็นพ่อ อาจทำให้เขาไม่ได้พบกับเคนยะอีกก็เป็นได้ในเมื่อเรื่องราวกำลังจะไปด้วยดี

ฮานาบุชิรับฟังลูกชายด้วยรอยยิ้มทั้งๆที่ใจจริงไม่อยากได้ยินแม้แต่ชื่อของเคนยะ

เขาทั้งรักทั้งหวงลูกชายคนนี้ดั่งแก้วตาดวงใจและจะไม่ยอมยกให้ใครง่ายๆด้วยโดยเฉพาะลูกศัตรูอย่างเคนยะ

ในทางตรงกันข้าม มาซายะกลับเป็นบุคคลที่มีความสุขที่สุดในขณะนี้

โดยไม่รู้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นจากการกระทำของผู้เป็นพ่อ

มาซายะคุยจนเหนื่อยเลยเผลอหลับไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มซบไหล่บิดาด้วยความอบอุ่น

ฮานาบุชิลูบเส้นผมนิ่มของลูกชายไปมาพร้อมกับหอมที่หน้าผากเบาๆด้วยความรัก

พร้อมกับสั่งเบาๆกับคนสนิทที่นั่งอยู่ด้านหน้า

“ไปจัดการไอ้โอกามิให้สิ้นซาก

อย่าให้มันมีโอกาสมาพบลูกชายฉันอีก..............เดี๋ยวนี้”เสียงเย็นทุ้มต่ำสั่งเบาๆด้วยกลัวบุตรชายจะได้ยิน

“ครับ………..นายท่าน”อาเบะรับคำก่อนสั่งให้คนขับรถหยุดแล้วลงไปขึ้นรถอีกคันที่ตามหลังมา

จัดคนไปอีกจำนวนหนึ่งแล้วเลี้ยวรถกลับไปทันที

โดยที่ยังมีรถอีกคันคอยตามอารักษ์ขาให้กับฮานาบุชิไปยังคฤหาสน์หลังงาม

“ฝันหวานไปหน่อยแล้วไอ้โอกามิ คนอย่างแกอย่าหวังมาแย่งมาซายะไปจากฉันเลย

หึๆ...........”

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////