Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

รักในรอยแค้น 18

 

“เอนโดเดี๋ยวนายไปส่งทาเคชิให้เรียบร้อยนะ”เคนยะเอ่ยขณะที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังเครียดกันทุกฝ่าย

“ไม่ต้องหรอกเคนยะฉันกลับเองได้ไม่ต้องเป็นห่วง

ให้คุณนางายะไปกับนายนั่นแหละฉันไม่ไว้ใจพวกนั้นเลย

และอีกอย่างฉันก็ไม่ได้มีเรื่องมีราวอะไรกับเขาสักหน่อยคงไม่เป็นอะไรหรอก” ทาเคชิปฏิเสธด้วยความเป็นห่วงเพื่อนมากกว่า

“ไม่ได้ยังไงฉันก็ไม่ไว้ใจ ไม่ต้องเป็นห่วงยังมีพวกนี้อยู่อีกเป็นโขยง ฉันไม่เป็นอะไรไปง่ายๆหรอกน่า”เคนยะยังคงไม่ยอมให้ทาเคชิกลับเองอยู่ดีซึ่งเอนโดก็เห็นด้วย

“ไม่ต้องเป็นห่วงครับผมจะไปส่งคุณทาเคชิแล้วจะรีบตามไปอย่างเร็วที่สุด”เอนโดรับคำพลางเดินไปเปิดประตูรถให้ทาเคชิที่เดินตามหลังมา

“ไปนะเคนยะ ระวังตัวล่ะ”

“อืม”

เสียงรถทั้งสองคันพุ่งออกไปพร้อมๆกันก่อนแยกไปคนละทางในที่สุดโดยมีรถสองคันตรงไปยังคฤหาสน์ส่วนอีกคันตรงไปยังคอนโดหรูของทาเคชิ

“เป็นห่วงเคนยะจริงๆ

คุณไม่เห็นต้องลำบากมาส่งผมเลยเกิดเคนยะเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง”ทาเคชิพูดพลางมองออกไปด้านนอกด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก คุณเคนยะมีคนคอยอารักษ์ขาเต็มไปหมดคงไม่เป็นไรหรอก

ห่วงแต่คุณน่ะสิขืนปล่อยให้กลับมาคนเดียวเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง

ผมเป็นห่วงนะรู้มั้ย”เอนโดทำหน้าซีเรียสเอื้อมมือไปกุมมือร่างเล็กแน่น

ทาเคชิหันมาช้าๆมองตาชายหนุ่มตอบ

ตลอดทางทาเคชิไม่พูดอะไรต่ออีกหลังจากนั้นเมื่อเห็นสายตาที่ดูจริงจังและเป็นห่วงเขาจริงๆจากชายหนุ่มได้แต่แอบยิ้มอยู่ในใจ

ไม่ช้าเอนโดก็ขับรถมาถึงหน้าคอนโด

“ถึงแล้วล่ะ.............ขอบคุณมากไม่ต้องไปส่งหรอกรีบกลับไปดูเคนยะเถอะ”ทาเคชิเปิดประตูแต่ยังไม่ทันออกก็ถูกรั้งไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวก่อนสิ”เอนโดหยักยิ้มเล็กน้อยมองไปที่ร่างเล็ก

“มีอะไร”ทาเคชิหน้าแดงเมื่อใบหน้าชายหนุ่มใกล้เข้ามาทุกที

“อ้ะ.............อย่านะ”เสียงเล็กเงียบไปเมื่อถูกบดเบียดริมฝีปากจากชายหนุ่ม

ทั้งอ่อนโยนและนุ่มนวล

เอนโดถอนริมฝีปากเล็กน้อยก่อนประทับลงไปอีกครั้งเหมือนไม่ต้องการให้ร่างเล็กจากไป

ฝ่ามือเล็กโอบรอบคอชายหนุ่มตอบรับรสสัมผัสแผ่วหวิวที่แล่นเข้าสู่ร่างกายทีละน้อยรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั้งกาย

เอนโดถอนริมฝีปากออกแล้วจูบไปเบาๆที่หน้าผากมน

ทาเคชิยิ้มอย่างอายๆเมื่อประสานสายตาคมผลักอกชายหนุ่มออกแล้วรีบเปิดประตูออกไปทันที

“ราตรีสวัสดิ์ครับ..............ทาเคชิซัง”เอนโดตะโกนไล่หลังหยักยิ้มมุมปากส่งจูบให้ทาเคชิ

“บ้ากลับไปได้แล้วไป”ทาเคชิหน้าแดงรีบวิ่งหนีไปทันที

เอนโดมองตามจนร่างเล็กเดินเข้าไปข้างในและเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงยอมกลับไปในที่สุด

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

“นายครับผมว่ารถสองคันนั้นตามเรามาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะครับ

ท่าทางไม่น่าไว้ใจ”คนขับรถบอกกับเคนยะเมื่อมองไปที่กระจกมองหลังเห็นรถเบนซ์สีดำคันใหญ่สองคันตามหลังมาไม่ห่างกันนัก

“เร่งขึ้นอีก”เสียงทุ้มสั่งคิดว่าคงเป็นพวกของอิโต้แน่ๆ

“ครับนาย”คนขับเร่งตามคำสั่งแต่ดูเหมือนว่ารถคันนั้นจะตามเขามาจริงๆ

เคนยะบอกให้คนขับรถขับเร่งไปตรงมุมมืดด้านหน้าบริเวณนั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ครึ้มสูงใหญ่ตลอดแนวทำให้การติดตามเป็นไปได้ยาก

“ลุยมันเลยมั้ยครับนาย”ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยความเห็นขึ้น

“ยัง...........ดูท่าทีพวกมันไปก่อน

ยังไม่ต้องลงมืออะไรทั้งนั้นจนกว่าฉันจะสั่ง บอกพวกข้างหน้าด้วย”

“ครับ”

สักครู่รถที่ตามมาก็หายไป

แล้วจู่ๆกระสุนก็รัวไล่หลังมาไม่ยั้งเหมือนห่าฝน ดังเฟี้ยวฟ้าวไปทั่วบริเวณ

“เอาไงดีครับนาย พวกมันเล่นเราแล้วนะครับ”ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นขณะที่สถานการณ์เริ่มอันตรายเข้าไปทุกที

“เปิดกระจก ขับดีๆอย่าให้รถส่าย

เดี๋ยวฉันจัดการเอง”เคนยะสั่งเสียงดังพร้อมกับโผล่หน้าออกไปทางกระจกแล้วเล็งไปที่ยางล้อหน้าของรถคันนั้นทันที

“เปรี้ยง.............เปรี้ยง”เสียงกระสุนออกจากลำกล้องสองนัดทำให้รถคันหลังเสียหลักส่ายไปมาทันทีเพราะยางล้อหน้าถูกยิงจนระเบิด

เสียงดังเอี๊ยดอ๊าดๆจนรถเกือบตกข้างทางแต่คนขับบังคับไว้ได้แล้วจอดลงในที่สุด

เคนยะบอกให้คนรถจอดเช่นกันแล้วรีบเล็งปืนไปที่ตัวถังน้ำมันทันที

“เฮ้ยลงจากรถ...................เร็ว”เสียงอาเบะตะโกนลั่นเมื่อเห็นวิถีกระสุนของเคนยะ

คนในรถรีบกระโจนออกมาคนละทิศละทางก่อนที่รถจะระเบิดดังตูมใหญ่

เปลวไฟลุกท่วมจนแดงวาบส่องสว่างไปทั่วบริเวณ

เคนยะหยักยิ้มมุมปากเหมือนพอใจในผลงานตัวเองตะโกนสั่งลูกน้องให้รีบเตรียมตัวรับมือทันที

“จัดการได้แต่อย่าให้ถึงตาย...........โดยเฉพาะไอ้อาเบะ”

“ครับ”

“หนอย…………ไอ้โอกามิ ฝีมือไม่ใช่เล่นเหมือนกันนี่แก

เฮ้ยพวกมึ_งฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือโดยเฉพาะไอ้โอกามิอย่าให้รอดไปได้”อาเบะโกรธสุดขีดหากเมื่อกี้เขาไม่ไวพอคงถูกย่างทั้งเป็นไปแล้ว

ทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกันต่อทันทีโดยมีรถเป็นเกาะกำบัง

เสียงกระสุนดังลั่นไปทั่วป่านานถึงสิบนาทีก่อนที่จะหยุดลง

อาเบะถูกกระสุนหนึ่งนัดที่ต้นแขนจากฝีมือเคนยะซึ่งตั้งใจให้เป็นเช่นนั้นตั้งแต่แรกส่วนลูกน้องของเขาจำนวนหนึ่งถูกกระสุนยิงตายคาที่

อาเบะกัดฟันจนเป็นสันนูนเมื่อรู้ว่าฝ่ายตนตกเป็นรองอย่างมาก

“เป็นไงบ้างครับนาย”เสียงลูกน้องคนหนึ่งถามขึ้นเมื่อเห็นเลือดไหลซึมออกมาจากเสื้อสูทสีดำสนิท

“ไม่เป็นไร แค่นี้ไม่ตายง่ายๆหรอก”อาเบะพูดพร้อมกับยิงสวนกลับไปอีก

เคนยะสั่งให้ลูกน้องจำนวนหนึ่งอ้อมไปทางด้านหลังฝ่ายตรงข้ามโดยไม่ให้พวกนั้นรู้ตัวแล้วจัดการล้อมจับไว้โดยเร็วที่สุดเมื่อเห็นสัญญาณมือจากเขา

ลูกน้องพยักหน้ารับคำรีบไปดำเนินงานตามที่เจ้านายสั่งทันที

เคนยะยิงสวนกลับไปเหมือนเดิมเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากฝ่ายตรงข้ามซึ่งมันก็ได้ผลลูกน้องของเขาสามารถทำการได้สำเร็จในที่สุด

“หยุด...................วางปืนลง”เสียงดังจากข้างหลังอาเบะพร้อมกับปืนจ่อไปที่ศีรษะทุกคนทันที

อาเบะขัดขืนคิดจะหันกลับมายิงโต้ตอบแต่ถูกกระสุนยิงทะลุมือเลือดไหลโชกจากฝีมือเคนยะปืนกระเด็นออกจากมือทันที

เคนยะเดินแสยะยิ้มมาแต่ไกลแล้วหยุดลงหน้าชายหนุ่มพลางใช้กระบอกปืนเสยใบหน้าคมขึ้นมาสบตา

“ฮะๆๆๆๆ...................นี่เหรอมือดีของอิโต้ ฮานาบุชิ” เคนยะยิ้มเยาะทั้งใบหน้าและนัยตารู้สึกสะใจที่เห็นใบหน้าที่โกรธจนแทบจะคลั่งของฝ่ายตรงข้าม

“จะฆ่าก็ฆ่าเลย.................อย่ามัวแต่พูดให้มากความ”เสียงเย็นออกมาจากปากชายหนุ่มอย่างไม่กลัวเกรงผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย

“จุ๊ๆๆๆ.............ยังๆฆ่านายตอนนี้เดี๋ยวเจ้าอิโต้จะมาต่อว่าฉันได้ปะไร”เคนยะพูดไปเอาปืนตบหน้าอาเบะไปมาเบาๆ

“ฮึ้ย..............แก”อาเบะโกรธจัดเอามือปัดออกทันที

ลูกน้องเคนยะรีบเข้ามากะจะเตะอาเบะที่คิดจะต่อสู้เจ้านายเขาแต่เคนยะห้ามไว้เสียก่อน

“เฮ้ย..............ไม่ต้อง ถอยไป”เสียงเย็นพร้อมสายตาดุสั่ง

“ฟังให้ดี กลับไปบอกเจ้านายแกด้วยว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปแน่นอน

ไม่ว่าใครก็อย่าคิดมาขวาง”เคนยะตวาดใส่หน้าอาเบะเสียงดัง

คอเสื้อถูกเคนยะกระชากขึ้นมาเผชิญหน้าแล้วผลักลงไปอย่างแรง

“หึ........... แกอย่าหวังเลยว่านายท่านจะยกคุณหนูมาซายะให้แก”อาเบะหยักยิ้มมุมปากจ้องตาเคนยะเขม็งเหมือนกำลังยิ้มเยาะ

เคนยะโกรธจนตัวสั่นเอาปืนจ่อหัวอาเบะทันที

“รีบกลับไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจยิงแกทิ้งซะที่นี่”ชายหนุ่มเค้นเสียงรอดไรฟันหน้าตาเอาจริงพร้อมที่จะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ

อาเบะลุกขึ้นช้าๆถมน้ำลายรดถนนต่อหน้าเคนยะก่อนเดินกลับไปที่รถโดยมีลูกน้องที่เหลือสองสามคนช่วยประคอง

เสียงสตาร์ทรถกลับออกไปในขณะเดียวกันกับที่เอนโดมาถึงพอดี

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณเคนยะ ขอโทษครับที่ผมมาช้า”เอนโดลงมาจากรถหน้าตาตื่น

“ปะทะกันนิดหน่อยไม่มีอะไรมาก”เคนยะตอบคนสนิท

“บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ ”

“เปล่า

กลับเถอะเดี๋ยวไปคุยกันในรถ”เคนยะบอกเอนโดก่อนสั่งให้ลูกน้องจัดการเคลียพื้นที่ให้เรียบร้อยแล้วขึ้นรถไปกับเอนโด

“โชคดีนะครับที่คุณไม่เป็นไร

พรุ่งนี้คุณคงต้องรับศึกหนักกว่านี้แน่”เอนโดกล่าวกับเคนยะขณะขับรถ

“ฉันจะไม่ยอมแพ้อะไรทั้งนั้นจนกว่าจะได้มาซายะคืนมา”เคนยะเค้นเสียงหนักแน่นก่อนสายตาคมจะเสมองออกไปข้างทาง

เอนโดมองอาการเจ้านายแล้วก็หนักใจไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างกับเคนยะและเด็กหนุ่ม

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เสียงโทรศัพท์ดังหนึ่งครั้ง อิโต้ ฮานาบุชิที่กำลังนั่งวิบไวน์รสเลิศอย่างสบายอารมณ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรับทันที

“ว่าไง จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”ฮานาบุชิพูดพลางจิบไวน์ในแก้วไปรอฟังรายงานจากคนสนิท

“เอ่อ....................ขอโทษครับนาย”อาเบะเสียงอ่อยลงเล็กน้อยเมื่อรู้ตัวว่าทำงานไม่สำเร็จ

“บัดซบ...............”ฮานาบุชิปิดโทรศัพท์ทันทีความโกรธพุ่งเข้ามาในสมองเป็นริ้วๆ

แก้วในมือถูกอุ้งมือแข็งแกร่งบีบจนแตกปรากฏเลือดไหลย้อยลงมาตามแขนหยดลงพื้นเป็นแนว

“ตายยากตายเย็นนักนะแกฮึ่ม”

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ตอนเช้า ณ คฤหาสน์ของตระกูลอิโต้

วันนี้มาซายะตื่นนอนตั้งแต่เช้าด้วยใบหน้าแช่มชื่นรู้สึกมีความสุขและตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวโดยเร็วเพื่อจะรีบลงมาคอยเคนยะข้างล่าง

เด็กหนุ่มเดินลงบันไดมาพลางผิวปากไปด้วยอย่างอารมณ์ดีเห็นผู้เป็นพ่อยืนคุยอะไรกับอาเบะคนสนิทท่าทางเคร่งเครียดอยู่หน้าบ้านแต่เขาก็ไม่ได้เอะใจอะไรเดินเข้าไปทักตามปรกติคิดว่าคงเป็นเรื่องงาน

ฝ่ายฮานาบุชิเมื่อเห็นมาซายะเดินตรงเข้ามาจึงรีบสั่งธุระของเขากับอาเบะคนสนิททันที

“ทันทีที่มันเหยียบเข้ามาในบ้านจัดการได้เลย

อย่าให้มันเข้ามาพบมาซายะได้เป็นอันขาด ระวังให้ดีอย่าให้พลาดอีก”ฮานาบุชิกำชับเสียงเข้มให้ได้ยินเพียงแค่สองคนก่อนที่มาซายะจะเดินมาถึง

อาเบะจึงรีบปลีกตัวออกไป

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ”มาซายะทักทายอย่างอารมณ์ดี

“ตื่นเช้าเหมือนกันนี่เรา”ฮานาบุชิยิ้มทัก

สีหน้าเคร่งเครียดเมื่อครู่หายไปทันที

“คุณอาเบะเขาไปไหนเหรอครับท่าทางรีบร้อน”เสียงเล็กเอ่ยถามเมื่อเห็นหลังของอาเบะไวๆ

“เขาไปทำธุระให้พ่อนิดหน่อย เข้าไปทานอาหารเช้าเถอะพ่อหิวแล้ว”ฮานาบุชิเปลี่ยนเรื่องไม่อยากให้มาซายะสงสัย

“ฮะ”มาซายะยิ้มหวานจูงมือผู้เป็นพ่อเข้าบ้านแต่ก็ไม่วายถามขึ้นอีกจนได้เมื่อเห็นผ้าพันแผลที่มือใหญ่

“เอ๊ะ..................มือคุณพ่อเป็นอะไรครับ”

“เศษแก้วบาดมือนิดหน่อยน่ะ”ฮานาบุชิตอบเสียงเรียบเหมือนไม่อยากนึกถึง

“แหม..........ระวังหน่อยสิครับคุณพ่อ

ผมเป็นห่วงนะ”มาซายะท่าทางกังวลดึงมือบิดามาสำรวจเป็นการใหญ่

“เป็นห่วงคนอื่นมากกว่าละมั้ง”ฮานาบุชิถามเหมือนลองเชิงบุตรชายใบหน้าแสดงถึงความน้อยใจ

“อะไรกันครับ ทำไมคุณพ่อคิดแบบนั้นล่ะ

ผมรักพ่อนะครับถึงตอนนี้ผมจะรักเคนยะซังแต่ผมก็ยังรักพ่อเหมือนเดิมนะ”มาซายะหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเอ่ยตะกุกตะกักในลำคอเหมือนน้อยใจในคำพูดกระทบกระแทกของบิดา

ฮานาบุชิเห็นลูกชายเงียบไปเลยเข้าไปลูบหัวอย่างอ่อนโยน

“เอาเถอะๆพ่อเข้าใจ รีบทานเถอะเดี๋ยวจะเย็นเสียหมด”

“ไม่รอเคนยะซังเหรอครับ”เสียงเด็กหนุ่มทำให้ฮานาบุชิใช้หางตาเหลือบมองเล็กน้อยใบหน้าฉายแววน่ากลัวแสยะยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก

“คงไม่ต้องหรอกมั๊งป่านนี้กินอย่างอื่นแทนข้าวไปแล้วล่ะ”เสียงใหญ่เหมือนกำลังหัวเราะอยู่ในลำคอ

มาซายะทำหน้างงเล็กน้อยไม่เข้าใจคำพูดบิดา

“คุณพ่อพูดแปลกๆนะครับวันนี้”

“ไม่มีอะไรนี่

พ่อหมายถึงป่านนี้คงกินข้าวหรืออย่างอื่นไปแล้วล่ะดูสิสายป่านนี้แล้ว”ฮานาบุชิพูดพลางดูนาฬิกาข้อมือ

“จริงด้วยนั่นสิครับ

เคนยะซังชอบทานอาหารตอนเช้าๆก่อนทำอย่างอื่นเสียด้วย”มาซายะพูดไปยิ้มไปเมื่อนึกถึงกิจวัตรประจำวันของเคนยะ

ขณะที่ฮานาบุชิมองท่าทางยิ้มเล็กยิ้มน้อยของบุตรชายอย่างขัดใจ

“ทานเถอะ”

“ครับ”ร่างเล็กคลายความกังวลไปทันทีที่เห็นรอยยิ้มของบิดากลับมาอีกครั้ง

เขาไม่อยากจะรู้สึกว่าต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในเมื่อทั้งสองก็เป็นบุคคลที่เขารักทั้งคู่

ถึงแม้ตอนนี้พ่อของเขาจะยังทำใจไม่ได้เรื่องเคนยะเพราะทั้งสองไม่ลงรอยกันนักแต่มาซายะคิดว่าอีกไม่นานก็คงจะดีกันไปเอง

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ฝ่ายเคนยะกับเอนโดที่ขับรถมาจนเกือบถึงทางเข้าคฤหาสน์

“มากันสองคนแบบนี้จะเป็นอันตรายเอานะครับคุณเคนยะ

ให้ผมโทรเรียกพวกนั้นมาท่าจะปลอดภัยกว่านะครับ”เอนโดถามอย่างเป็นห่วงสังหรณ์ใจไม่ดียังไงชอบกล

“ไม่ต้อง นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน

ฉันไม่อยากให้พวกนั้นมาตายเปล่านายก็กลับไปเสียเถอะไม่ต้องเป็นห่วงฉันดูแลตัวเองได้”เคนยะยืนยันหนักแน่น

“ไม่ได้ครับ ผมจะเข้าไปกับคุณ

ผมสัญญากับนายใหญ่ไว้แล้วว่าจะดูแลคุณให้ดีที่สุด”

“วันนี้ผมมาในฐานะเพื่อนตายกับคุณไม่เกี่ยวกับเรื่องเจ้านายลูกน้อง”เอนโดยืนยันหนักแน่นเช่นกัน

ตลอดเวลาที่อยู่กับครอบครัวโอกามิเขารู้สึกผูกพันธ์และรักเคนยะเหมือนน้องชายซึ่งเคนยะก็คิดเช่นเดียวกัน

“นายนี่มันดื้อจริงๆ ขอบใจนะ”

“ระวังตัวด้วยนะครับ คิดว่ามันคงไม่ปล่อยให้เราเข้าไปข้างในโดยสวัสดิภาพแน่ๆ”

“คิดว่าฉันเป็นใครกันฮึ”ชายหนุ่มมั่นใจฝีมือตัวเองเต็มที่แต่ก็ไม่ได้ประมาทฝีมือฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน

“นั่นสินะครับ”เอนโดยิ้มอย่างเข้าใจ

เสียงเปิดประตูหน้าคฤหาสน์แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีคนอยู่แถวนั้นแม้แต่อย่างใด

เคนยะชักปืนพกเหน็บหลังขึ้นมาทันทีสองกระบอกเอนโดก็เช่นกัน

ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะตั้งตัวเสียงกระสุนนัดแรกเป็นการทักทายก็เริ่มขึ้น

แต่ก็ไม่ไวไปกว่าฝีมือการขับหลบหลีกของเอนโด

เสียงล้อรถเสียดสีกับถนนดังเอี๊ยดอ๊าดๆไปทั่วบริเวณ

“เกือบไปแล้ว กว่าเราจะไปถึงตัวคฤหาสน์มีหวัง”เอนโดเริ่มหวั่นเมื่อเห็นว่าหนทางเข้าสู่คฤหาสน์ยังอีกไกล

ไม่ช้าก็มีรถเข้ามาประกบขนาบรถเขาทั้งสองข้าง

เอนโดเร่งเครื่องอย่างแรงสะบัดจนหลุดแต่กระสุนก็ยังกราดไล่หลังมาติดๆ

“ระวังนะครับ”เอนโดหันมาบอกกับเคนยะที่กำลังโผล่หน้าออกไปยิงสวนกลับ

“อย่าห่วงน่านายขับไปดีๆก็แล้วกัน

แหม.............ไม่ได้รู้สึกสนุกอย่างนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ

ฉันยกความดีนี้ให้เธอเลยนะมาซายะ................ฮ่าๆๆๆๆ”เคนยะตะโกนอย่างอารมณ์ดีแข่งกับเสียงกระสุนข้างหลัง

(รู้หรือเปล่านี่ว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย)

“เปรี้ยง......เปรี้ยง............เปรี้ยง”กระสุนสามนัดไม่พลาดเป้าอีกเช่นเคยจากฝีมือของเคนยะ

รถคันหลังยางแตกทั้งสองล้อเสียหลักหมุนติ้วไปชนกันเองกับรถอีกคันที่ตามมาเสียหลักตกข้างทางลงไปทั้งสองคัน

“ฮ่าๆๆ.................เสร็จไปสอง”เคนยะหัวเราะร่วนมองสภาพพวกข้างหลังอย่างสะใจ

แต่ไม่ช้าก็ถูกโจมตีจากสองข้างทางอีกจนเคนยะและเอนโดหลบแทบไม่ทันเนื่องจากอีกฝ่ายมีมากกว่าที่คาด

“ทำไงดีครับ

ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปเราเสร็จมันแน่”เอนโดเอ่ยขณะที่กำลังขับรถหลบกระสุนเป็นพัลวัน

“นายขับไปเดี๋ยวฉันยิงคุ้มกันให้เอง”เอนโดพยักหน้าขณะที่เคนยะเริ่มโต้ตอบอย่างหนักเช่นกันแต่กระสุนทุกนัดที่เขายิงออกไปไม่ได้หวังเอาชีวิตของอีกฝ่ายแต่อย่างใดจึงไม่ได้เล็งไปที่จุดสำคัญเสียงการปะทะกันเริ่มดังเข้ามาใกล้คฤหาสน์เต็มทีจนเด็กหนุ่มได้ยินวางช้อนในมือลงทันที

“เกิดอะไรขึ้นผมว่าผมได้ยินเสียงปืนทางนั้น”มาซายะลุกจากเก้าอี้เดินไปหน้าประตูมองไปทางต้นเสียง

แต่ฮานาบุชิทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นยังคงสนใจอาหารบนโต๊ะต่อไป

เด็กหนุ่มเริ่มมีสีหน้าวิตกทันที

“หรือว่า..................เคนยะซัง”มาซายะตกใจมากเมื่อเริ่มจับต้นชนปลายได้ว่าอะไรเป็นอะไร

“คุณพ่อ..................คุณพ่อหลอกผมใช่ไหม..................คิดจะทำอะไรเคนยะซัง”มาซายะตะโกนเสียงดังน้ำตาเริ่มเอ่อคลอเบ้าเมื่อนึกถึงความปลอดภัยของคนรัก

ฮานาบุชิละมือจากอาหารลุกจากเก้าอี้เดินไปหยุดข้างหน้าบุตรชาย

ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นน่ากลัวแสยะยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงปืนดังไล่มาไม่ขาดสาย

“แค่ส่งมันไปเกิดใหม่ก็เท่านั้น.........................หึๆ”เสียงเย็นตอบใบหน้าเหี้ยมเกรียมเหมือนกำลังสะใจ

มาซายะได้ยินถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะรู้สึกชาไปหมดทั้งร่าง

คำพูดของผู้เป็นพ่อบดลึกไปถึงขั้วหัวใจ

น้ำตาที่เอ่ออยู่แล้วไหลออกมาเองไม่ขาดสายริมฝีปากสั่นระริกอย่างสุดกลั้น

“ทำไม................ทำไมคุณพ่อถึงทำอย่างนี้

ผมรักเขาอย่าทำอะไรเขานะผมขอร้อง”มาซายะคร่ำครวญพลางเขย่าร่างใหญ่ของผู้เป็นบิดา

ฮานาบุชิโอบร่างเล็กมาเผชิญหน้าพร้อมเสียงตวาดดังลั่นใส่เด็กหนุ่ม

“มันไม่คู่ควรกับแก รู้มั้ยมันเป็นใคร”

“ผมรู้..................แต่ผมรักเขา”

“แต่พ่อไม่ยอมจะรักกันไปได้ยังไง หัดคิดถึงความจริงเสียบ้างสิมาซายะ

สิ่งที่พ่อทำก็เพื่อลูกทั้งนั้นเข้าใจมั้ย”

“เพื่อผมงั้นเหรอคุณพ่อคิดถึงแต่ตัวเองมากกว่า

ทำร้ายพ่อของเคนยะซังแล้วยังจะฆ่าเขาอีก”มาซายะตะโกนเสียงดังเหมือนอัดอั้นตันใจพยายามขืนกายจากวงแขนแข็งแกร่งที่กำลังบีบต้นแขนทั้งสองข้างของเขาอย่างแรง

“เพี้ยะ....................”ฮานาบุชิโกรธจนยั้งอารมณ์ไม่อยู่ตบหน้ามาซายะอย่างแรง

ทนไม่ได้ที่ได้ยินเด็กหนุ่มพูดจาไม่เคารพเขาอย่างนี้แต่แล้วสีหน้าสำนึกผิดก็เกิดขึ้นเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาตรงมุมปากของบุตรชายและรอยแดงเป็นปื้นที่ใบหน้านวล

“มาซายะ....................พ่อขอโทษเจ็บหรือเปล่า”ฮานาบุชิรีบเข้ามาดูบุตรชายด้วยความเป็นห่วง

มาซายะนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

แรงฟาดจากมือใหญ่เมื่อครู่ไม่ทำให้เขาเจ็บแม้แต่น้อย

ตรงข้ามในใจกลับเจ็บร้าวมากกว่าจนแทบแตกสลาย

ทำไมพ่อของเขาถึงได้ทำเรื่องโหดร้ายเลือดเย็นได้เช่นนี้

น้ำตายังคงไหลอาบแก้มเด็กหนุ่มแต่ไม่ปรากฏเสียงสะอื้นเหมือนเมื่อครู่

สายตาเหมือนตัดพ้อกับผู้เป็นพ่ออยู่เบื้องหน้า

“อย่ามองพ่อด้วยสายตาอย่างนี้นะมาซายะ อีกหน่อยลูกก็จะเข้าใจในสิ่งที่พ่อทำ”ฮานาบุชิรู้สึกเจ็บในใจไม่น้อยเช่นกันเมื่อเห็นสภาพบุตรชาย

“ผมไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น คุณพ่อใจร้าย

ปล่อย.............ผมจะไปหาเคนยะซัง”มาซายะสะบัดอย่างแรงจนหลุดจากอุ้มมือแข็งทั้งสองข้างแล้ววิ่งออกไปทางประตูทันที

“จับตัวมาซายะไว้ อย่าให้ออกไปได้”เสียงใหญ่สั่งลูกน้องสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู

มาซายะพยายามจะหนีไปทางอื่นแต่ก็ถูกจับตัวไว้จนได้

“ปล่อยนะ ปล่อย”เด็กหนุ่มดิ้นสุดแรงแต่ร่างเล็กของเขาก็ไม่อาจหลุดจากชายร่างใหญ่ทั้งสองไปได้

“คุณพ่อปล่อยผมนะ.................ผมจะไปช่วยเคนยะซัง”มาซายะร้องไห้น้ำตานองหน้าเป็นห่วงเคนยะอย่างที่สุด

ร่างเล็กทั้งดิ้นทั้งตะโกนดึงดันจะออกไปให้ได้

“หยุดเดี๋ยวนี้นะมาซายะ”ฮานาบุชิตวาดเสียงดังแต่ดูเหมือนว่าเด็กหนุ่มจะไม่สนใจ

สองเท้าทั้งเหยียบทั้งกระทืบเท้าชายสองคนที่จับตัวเขาไว้อย่างสุดกำลัง

“คุณพ่ออย่ามาห้ามผมเสียให้ยากเลย ปล่อยผมสิ”

ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังโต้เถียงกันอย่างแรง

“ปังๆๆๆๆๆ....................เอี๊ยด..................ดดดดดดดดด”เสียงรถคันหนึ่งเบรคอย่างแรงหน้าคฤหาสน์สภาพรถแทบไม่เป็นรถถูกกระสุนเจาะจนทะลุไปหมดทั้งคัน

ชายหนุ่มสองคนรีบกระโจนออกจากรถหาที่หลบเมื่อคนที่ตามมาข้างหลังยังไม่ยอมหยุดยิง

มาซายะทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจที่เห็นชายหนุ่มยังปลอดภัยดี

ตะโกนเรียกสุดเสียง

“เคนยะซัง.............................”เสียงเล็กทำให้ร่างใหญ่หันมายิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะยิงตอบกลับไปอีก

ฮานาบุชิตะโกนเสียงลั่นด้วยความโมโหสุดขีดสั่งให้ลูกน้องเข้าไปช่วยกันอีก

“เฮ้ยจัดการพวกมัน ฆ่าซะทั้งสองคนอย่าให้เหลือ”ฮานาบุชิพูดพลางแสยะยิ้ม

“คุณพ่ออย่านะครับ......................หยุดเถอะผมขอร้องฮือ………..”มาซายะทั้งขอร้องทั้งอ้อนวอน

“ยิงมัน.................”ร่างใหญ่ยังสั่งต่อไปทำเหมือนไม่สนใจ

เคนยะกับเอนโดยืนหลังชนกันยิงลูกน้องฮานาบุชิไปทีละคนทีละคนโดยที่ทั้งสองคนไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย

ฮานาบุชิเลือดขึ้นหน้าทนไม่ไหวอีกต่อไปเมื่อลูกน้องของเขาจัดการไม่ได้ดั่งใจชักปืนขึ้นมาเล็งไปที่เคนยะทันที

“ฮะ..................คุณพ่ออย่า”มาซายะตกใจมากตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นปืนในมือบิดาทำให้เอนโดรีบเข้าไปบังตัวเคนยะไว้ทันที

“คุณเคนยะ.......ระวัง”

ไม่กี่วินาทีเสียงกระสุนก็ดังขึ้นปรากฏว่าเอนโดโดนยิงที่หลังตรงหัวไหล่ซ้ายล้มลงไปเคนยะตกใจรีบเข้าไปประคองทันที

“เอนโด.....................เป็นไงบ้าง”เสียงเคนยะถามด้วยความเป็นห่วง

เอนโดส่ายหน้า มือข้างหนึ่งกุมรอยแผลจากกระสุนเพื่อไม่ให้เลือดออกมาก

เคนยะอารมณ์เดือดพล่านจ้องหน้าฮานาบุชิเขม็งแต่ฮานาบุชิกลับยืนหัวเราะอยู่ด้วยความสะใจ

มาซายะสะบัดตัวสุดฤทธิ์จนหลุดจากอุ้งมือแข็งรีบวิ่งไปหาเคนยะทันที

เคนยะประคองเอนโดลุกขึ้นแล้วรับมาซายะเข้ามาในอ้อมแขน

“มาซายะ........................”เสียงทุ้มเรียกเด็กหนุ่มหอมหนักๆที่หน้าผากอย่างคิดถึง

“ผมเป็นห่วงคุณที่สุดเลยครับ.............เคนยะซัง”มาซายะกอดชายหนุ่มแน่นดีใจที่สุดที่เห็นชายหนุ่มปลอดภัย

“เห็นไหม..........................ไม่ว่ายังไงฉันก็มารับเธอตามสัญญา”ร่างใหญ่ยิ้มกับเด็กหนุ่มพลางสายตาคมจ้องเขม็งไปที่ฮานาบุชิที่กำลังก้าวยาวๆเดินลงมาหาเขาพร้อมกับปืนพกกระบอกเล็กโดยมีลูกน้องประกบทั้งสองข้างเล็งปืนมาที่เคนยะและเอนโด

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

รักในรอยแค้น 19

 

“แกแน่มากที่รอดมาได้ฉันขอชม”เสียงเย็นเอ่ยขณะที่เล็งปืนมาที่เคนยะ

“ผมมารับมาซายะ หวังว่าคุณคงรักษาสัญญานะ”

“แกว่าอะไรนะ..................อ๋อมาทวงสัญญา..................ฮ่า..............ฮ่า...............ฮ่า”เสียงเย็นหัวเราะอย่างสนุกปาก

“ก็ได้...............ในเมื่อแกขอ..............ฉันก็จะให้”ฮานาบุชิไม่รอช้าเหนี่ยวไกปืนอีกทันที

“ปัง..................”เสียงปืนดังสนั่นออกจากลำกล้องหนึ่งนัด

“อย่าคุณพ่อ” มาซายะตกใจมากรีบเอาตัวบังเคนยะทันที

เสียงกระสุนเจาะหน้าอกเลือดไหลซึมเปรอะเสื้อขาวของเด็กหนุ่มแดงฉานเป็นวงกว้างแต่มาซายะกลับไม่รู้สึกเจ็บ

เด็กหนุ่มมองหน้าคนรักทันที

“................เคนยะซัง”

เคนยะเซเล็กน้อยเลือดไหลออกมาทางมุมปากและแผ่นอก

“คุณเคนยะ...................”

เสียงเอนโดกับมาซายะตะโกนแทบจะพร้อมกันรีบเข้าไปประคองเคนยะทันที

“แค่ก.............คิดจะช่วยฉันอีกหรือไงเด็กดื้อ”ชายหนุ่มพูดเสียงสั่นเหมือนสำลักเลือด

ริมฝีปากยังยิ้มหน้าเป็น

“ฮึก..................เคนยะซังคุณเป็นไงบ้าง”มาซายะน้ำตาไหลอาบแก้มเอามือปิดเลือดที่หน้าอกให้ชายหนุ่มหัวใจแทบสลาย

“ไม่เป็นไรแค่นี้ฉันไม่ตายหรอกน่า อย่าร้องสิ”

“ดูพูดเข้าสิโดนขนาดนี้แล้ว....................เอ๊ะเคนยะซังคุณจะไปไหนน่ะ อย่านะ”มาซายะร้องลั่นเมื่อเห็นเคนยะเดินตรงเข้าไปที่บิดาของเขา

เคนยะส่งตัวมาซายะให้เอนโดรับไว้ก่อนที่จะเดินเดี่ยวเข้าไปอย่างไม่กลัวเกรง

“อยู่นี่ก่อน เอนโดฝากด้วย”เอนโดพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจถึงเขาห้ามเคนยะก็ไม่ฟังอยู่ดี

มาซายะได้แต่มองตามแผ่นหลังของเคนยะด้วยความกังวลและความเป็นห่วงแล่นพล่านไปทุกอณูของร่างกาย

เคนยะเดินไปหยุดที่หน้าฮานาบุชิสีหน้าจริงจัง

“หึ.........หึ...........กล้าดีนี่”ฮานาบุชิพูดพลางเอาปืนจ่อหัวเคนยะแต่ปฏิกิริยาของเคนยะกลับไม่แสดงว่ากลัวแม้แต่น้อย

“ดี............เหมือนพ่อของแกไม่มีผิดหยิ่งยโส.................ขวางหูขวางตาฉันที่สุด”

“คุณจะว่ายังไงก็ได้ผมจะไม่ตอบโต้คุณ”

“เป็นไรไปนึกกลัวขึ้นมาแล้วหรือไง................ฮ่าๆๆๆๆๆ”ฮานาบุชิหัวเราะอย่างสะใจ

“เปล่า....................คนอย่างผมไม่เคยกลัวอะไรแม้กระทั่งปืนในมือคุณ”เคนยะพูดพลางจับปืนในมือฮานาบุชิจ่อมาที่หัวของเขาใกล้ขึ้นอีก

“อย่าคิดว่าฉันไม่กล้ายิงแกนะ”ฮานาบุชิชะงักเล็กน้อยไม่คิดว่าเคนยะจะใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้

“เอาสิวันนี้ผมจะไม่โต้ตอบคุณ.....................ไม่ใช่เพราะผมไม่กล้าหรือกลัวแต่วันนี้ผมทำเพื่อคนที่ผมรัก”เคนยะพูดด้วยสีหน้าจริงจังหันกลับไปมองหน้าเด็กหนุ่ม

“เคนยะซัง..................”เสียงร่างเล็กสะอื้นในลำคออย่างตื้นตันน้ำตาไหลเป็นทาง

กลัวใจพ่อเขาเหลือเกินหากเคนยะเป็นอะไรไปด้วยฝีมือพ่อของเขา

เขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง

“น่าขำ..............คนที่แกรักงั้นเหรอ.................อย่าคิดนะว่าฉันรู้ไม่ทันแก.....................แกมาหลอกมาซายะเพื่อต้องการจะแก้แค้นฉันมากกว่าสิไม่ว่า”

“ถ้าผมจะแก้แค้นคุณจริงๆคิดเหรอว่าผมจะปล่อยให้คุณมายืนเอาปืนจ่อหัวผมอยู่อย่างนี้”เสียงเคนยะทำให้ฮานาบุชิอึ้งไป

“ ผมรักมาซายะ...................รักจริงๆไม่เคยคิดจะหลอกลวงแต่อย่างใด.................จริงอยู่เมื่อก่อนผมคิดแต่จะแก้แค้นโดยไม่สนอะไรทั้งนั้นแต่มาซายะเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมคิดได้

รู้จักการให้อภัย...................อย่างที่ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะทำได้

เรื่องราวเก่าๆผมอยากให้จบลงเสียที”

“แ_กไม่กลัวว่าใครเขาจะว่าอ_ก_ตั_ญญูหรือไงพ่อเสียทั้งคนลูกกลับไม่คิดจะทำอะไรอย่างนี้”ฮานาบุชิถามแบบลองเชิง

“ผมไม่คิดว่าการที่ผมทำอย่างนี้คือการอก_ตั_ญญู

คุณพ่อก็คงคิดเช่นเดียวกัน..................แล้วคุณล่ะ...............คุณเคยคิดบ้างหรือเปล่า

คุณทำอย่างนี้คิดเคยถึงจิตใจมาซายะบ้างหรือเปล่า

คิดหรือว่ามาซายะจะมีความสุขในสิ่งไม่ดีที่คุณทำ

คุณเคยถามเขาบ้างไหมว่าเขาต้องการอะไรมาซายะเหลือคุณเพียงคนเดียวแล้ว

รู้ไหมว่าเขาห่วงและรักคุณมากแค่ไหนมากกว่าผมเสียด้วยซ้ำ”สิ่งที่เคนยะพูดทำให้ฮานาบุชิลดปืนลงสีหน้าแสดงความครุ่นคิด

ที่เคนยะพูดมามันก็ถูกเขาคิดเพียงแต่ว่าต้องทำทุกอย่างเพื่อบุตรชายเพียงคนเดียวของเขาเท่านั้น

“พ่อครับ.....................”มาซายะโผเข้ากอดบิดาด้วยความตื้นตันสิ่งที่เคนยะพูดเหมือนถ่ายทอดความรู้สึกของเขาออกไปจนหมด

เขาจะดีใจที่สุดหากบิดาจะหยุดทำเรื่องไม่ดีอีกต่อไปมาถึงตอนนี้แล้วเขาอยากเป็นฝ่ายจะดูแลพ่อมากกว่าในเมื่อพ่อคนนี้ทำเพื่อเขามาทั้งชีวิตขนาดนี้

“ผมรักพ่อครับ........................ฮึก”ร่างเล็กสะอื้นในอ้อมแขนอุ่นของบิดาในขณะที่ฮานาบุชิก็ลูบหัวลูกชายตอบด้วยความรักเช่นกันนัยตาเป็นสีเรื่อ

ไม่คิดเลยว่าสิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดจะเป็นการทำร้ายมาซายะเช่นนี้

“พ่อก็รักลูก...................มาซายะ.................ก็ได้................ถ้าลูกคิดว่าสิ่งที่เลือกแล้วจะมีความสุขพ่อก็จะไม่ขัดขวางอีก”ฮานาบุชิตัดใจคิดว่าเขาคงต้องยอมแพ้แก่ลูกชายช่างอ้อนคนนี้เสียแล้ว

“จริงหรือครับคุณพ่อ”มาซายะและเคนยะยิ้มออกแทบจะพร้อมกันเมื่อได้ยินสิ่งที่ฮานาบุชิพูด

“อืม”เสียงเย็นเอ่ยในลำคอยิ้มให้บุตรชาย

มาซายะมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกในที่สุดพ่อของเขาก็ยอมใจอ่อนจนได้

ร่างเล็กโอบบิดาแน่นขึ้นแล้วหันไปสบตากับเคนยะที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหน้า

“ฟังให้ดี.....................ฉันรักลูกชายคนนี้มาก.................ตอนนี้ฉันยกให้เธอดูแลแทน

หากวันใดทำให้ลูกฉันเสียใจจำเอาไว้วันนั้นฉันจะไม่ปล่อยแก”ฮานาบุชิสั่งเสียงเข้มด้วยมาดเจ้าพ่อ

“ผมสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย.................ผมรักมาซายะยิ่งชีวิต

ผมจะปกป้องและดูแลเขาให้ดีที่สุดรักเขาให้เหมือนที่คุณรัก...................หากวันใดผมผิดคำพูดคุณมาทวงสัญญาของคุณได้เลย”แววตาจริงจังของเคนยะทำให้ฮานาบุชิยอมเชื่อใจ

“ดี................ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน”

“ขอบคุณครับคุณพ่อ”เด็กหนุ่มกราบงามๆที่อกบิดาก่อนโผเข้ากอดเคนยะในที่สุด

เคนยะกระชับร่างเล็กเข้ามาในวงแขนแน่นจูบเบาๆที่หน้าผากมนอย่างแสนรัก

มาซายะน้ำตาไหลเป็นทางด้วยความตื้นตันริมฝีปากสั่นระริก

เคนยะค่อยๆปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนทั้งสองประสานสายตากันนานก่อนจะกอดกันอีกครั้งอย่างมีความสุข

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

หลังจากนั้นเอนโดและเคนยะก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะบาดแผลค่อนข้างฉกรรจ์ทั้งคู่

ทาเคชิท่าทางตกใจมากเมื่อเห็นสภาพของคนทั้งสองรีบนำเข้าห้องไอซียูทันที

หลังการผ่าตัดร่วมสามชั่วโมงเอนโดและเคนยะก็ถูกนำตัวไปอยู่ห้องพิเศษนานสามวันถึงได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

เคนยะกลับมาพักฟื้นที่บ้านโดยมีมาซายะคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง

มาซายะเล่าให้ฟังว่าพ่อของเขาวางมือจากวงการนี้แล้วและยกกิจการทั้งหมดให้ตนและเคนยะดูแลต่อไป

ส่วนเขาเองก็ขอไปพักผ่อนที่ไกลๆสักระยะ

“ในที่สุดทุกอย่างก็จบลงด้วยดีนะครับ”มาซายะยิ้มขณะที่กำลังป้อนอาหารเช้าให้เคนยะที่เตียง

“นั่นสิ

ตอนนั้นหากพ่อเธอยิงฉันขึ้นมาจริงๆฉันคงตายไปแล้วนึกๆแล้วยังกลัวอยู่เลย

พ่อเธอนี่ดุชะมัดเลยนะ”

“อ้าวกลัวเป็นเหมือนกันเหรอ เห็นเดินจ้ำอ้าวๆเข้าไปคิดว่าไม่กลัวเสียอีก”มาซายะแกล้งประชด

“อะไรกันนี่ว่าฉันเหรอ”เคนยะพูดพลางโยกหัวเด็กหนุ่มไปมาเบาๆอย่างเอ็นดู

“ ก็มันจริงมั้ยล่ะ”

“ที่กลัวน่ะไม่ได้กลัวตายหรอกนะ

ฉันหมายถึงกลัวไม่ได้อยู่ทะเลาะกับเธอต่างหากล่ะ”เคนยะระบายยิ้มอารมณ์ดีมือไม้เริ่มไม่อยู่สุขแกล้งจับนู่นจับนี่เด็กหนุ่มวุ่นไปหมด

“อ๋อ................งี้นี่เอง.............เข้าใจแล้ว”มาซายะปัดมือออกทำท่าเหมือนโกรธเมินหน้าหนีแกล้งชายหนุ่มทั้งที่จริงตอนนี้หน้าแดงจนร้อนไปแล้ว

เคนยะหัวเราะคิกคักในลำคอเมื่อเห็นอาการแสนงอนของคนรักดึงตัวร่างเล็กเข้ามากอดทันที

มาซายะขัดขืนแกล้งทุบลงไปที่แผ่นอกอย่างแรงเหมือนต้องการลงโทษแล้วกระโดดหนีทันที

“โอ้ย..................ใจร้ายจังกะจะฆ่าฉันทางอ้อมหรือไงฮึ”เคนยะพูดพลางเอามือกุมแผลที่หน้าอกตัวขดตัวงอร้องโอดครวญเหมือนกำลังเจ็บหนัก

“เคนยะซังเจ็บมากเหรอครับ.....................ผมขอโทษไหนขอผมดูซิ”มาซายะตกใจมากรีบเข้าไปดูแผลชายหนุ่มเป็นการใหญ่

ทันใดนั้นร่างเล็กก็ถูกกดราบไปกับที่นอนนุ่มอย่างรวดเร็ว

เด็กหนุ่มหน้าแดงแป๊ดเมื่อรู้ว่าตัวเองถูกหลอก

“เคนยะซังปล่อยนะ....................เจ้าเล่ห์นักนะคุณนี่”เด็กหนุ่มพยายามขัดขืนเมื่อสองมือถูกกดไว้แน่นริมฝีปากเล็กโวยวายลั่นแต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบสายตาคมของชายหนุ่มที่กำลังมองเขาอย่างร้อนแรง

เด็กหนุ่มใจเต้นตึกตักไปหมดเหมือนกระแสไฟแล่นพล่านไปทั้งร่างใบหน้าร้อนวูบๆรีบหลบสายตาคมทันที

เคนยะระบายยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างอารมณ์ดีเมื่อมองอาการขัดเขินของเด็กหนุ่ม

“เป็นไรไปฮึ”เสียงเคนยะหัวเราะในลำคอ

“ก็คุณน่ะ...............”มาซายะไม่พูดต่อแกล้งทุบอกชายหนุ่มอีก

แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อต้นคอขาวๆของเขาถูกริมฝีปากร้อนของชายหนุ่มไซร้ไปมาแล้วขบเบาๆเป็นเชิงหยอกปลายลิ้นไล้ไปทั่วจนร่างเล็กสะท้านเริ่มครางเบาๆในลำคอ

“เคนยะซัง................อือ....................หยุดเถอะคุณยังเจ็บอยู่เลยนะ.............อา.........อย่า”เด็กหนุ่มพยายามห้ามดันตัวชายหนุ่มออกแต่เคนยะยังไม่ยอมหยุดง่ายๆยังคงฝังรอยแดงสีเรื่อที่ต้นคอขาวต่อไปอย่างพอใจ

มาซายะเริ่มทนไม่ไหวตอบรับด้วยการโอบรอบคอชายหนุ่มแน่นค่อยๆเลื่อนมือป่ายเปะปะลงมาที่แผ่นหลังกว้างอย่างเคลิบเคลิ้มเคนยะหยักยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ

ถกเสื้อเชิ้ตสีเนื้อตัวหลวมของเด็กหนุ่มขึ้นไปกองที่หน้าอกแล้วประทับริมฝีปากร้อนลงไปที่ยอดอกทันที

มาซายะสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายลิ้นสากของเคนยะเริ่มดุนเบาๆที่เม็ดสีชมพูของเขาพร้อมกับริมฝีปากที่เม้มย้ำดูดดึงอย่างเร่าร้อนสลับไปมาทั้งสองข้าง

เด็กหนุ่มเลื่อนมือสอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของชายหนุ่มเช่นกัน

ฝ่ามือเล็กปัดผ่านยอดอกสีคล้ำไปมาโดยไม่ตั้งใจเคนยะถึงกับครางเครือในลำคอรู้สึกกระสันเสียวไปทั้งร่างเลยขบเบาที่ยอดอกนุ่มเป็นการตอบสนอง

มาซายะครางอู้กัดริมฝีปากแน่นพยายามสกัดกั้นความรู้สึกที่เริ่มจะก่อตัวขึ้นมาทุกที

เคนยะเลื่อนฝ่ามือใหญ่ลงไปกอบกุมส่วนกลางลำตัวของเด็กหนุ่มนอกกางเกงตัวนุ่มแล้วบีบเบาๆไปมา

มาซายะพยายามดึงมือชายหนุ่มออกแต่ก็มิอาจต้านทานไหวเมื่อถูกฝ่ามือใหญ่คลึงเคล้นหนักขึ้น

เคนยะจัดการกับกางตัวเล็กของเด็กหนุ่มลงไปกองที่พื้นอย่างง่ายดาย

ร่างเล็กหน้าแดงซ่านเบี่ยงหน้าหนีสายตาคมของชายหนุ่มที่ผงกหัวขึ้นมามองเขาเล็กน้อยพร้อมริมฝีปากหยักยิ้มก่อนเลื่อนหน้าลงไปครอบครองส่วนอ่อนไหวของเขาด้วยปลายลิ้นภายนอกกางเกงในที่ยังไม่ได้ถูกถอดออก

เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเคนยะแกล้งขบลงไปเบาๆที่ก้อนกลมๆสองก้อนที่กำลังหดตัวแข็งเป็นไต

เคนยะใช้ปลายนิ้วแหวกกางเกงในออกไปข้างๆก่อนสอดนิ้วเข้าไปด้านหลังสองนิ้วดันเข้าไปในช่องทางแสนแคบช้าๆทีละนิดๆจนสุดนิ้ว

มาซายะหายใจแทบไม่ออกเมื่อรู้สึกอึดอัดภายในอย่างบอกไม่ถูกพยายามเสือกตัวหนีหลายครั้งแต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมถอนออก

เคนยะค่อยๆใช้ฟันกัดขอบกางกางในแล้วค่อยๆดึงมันลงมากองไว้ตรงโคนขา

แก่นกายที่ถูกกดตัวไว้ภายในดีดตัวขึ้นมาทันทีเมื่อเป็นอิสระเคนยะหยักยิ้มมุมปากอย่างพอใจสายตาร้อนจ้องไปยังสิ่งที่ชูชันเบื้องหน้าไม่หยุดจนเด็กหนุ่มหน้าแดงแล้วแดงอีกพยายามจะเอามือมาปิดแต่ถูกเคนยะใช้ปลายลิ้นไล้เลียเบาจนต้องถอนออก

ปลายนิ้วของเคนยะยังคงทำหน้าที่ต่อไปค่อยๆขยับเข้าออกทีละน้อยๆเป็นเชิงรุกขยายช่องทางด้านหลังของร่างบางพร้อมกับปลายลิ้นสากที่ค่อยๆบรรจงไล้เบาๆแตะผ่านตรงส่วนปลายของเด็กหนุ่มแล้วลากไล้ลงมาจนถึงโคน

มาซายะครางกระเส่าด้วยความเสียวซ่านทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่ชายหนุ่มกำลังมอบให้ไม่ขาดสายสองมือจิกผ้าปูที่นอนแน่น

เคนยะเริ่มไล้ลิ้นหนักขึ้นเรื่อยๆจนเด็กหนุ่มก้นแทบไม่ติดพื้น

“อ๊า...............อย่า............เคนยะซัง”เสียงเล็กครางในลำคอ

“อะไรกันมาซายะ..................ดูสิเป็นถึงขนาดนี้แล้วนะ”เคนยะหยักยิ้มเล็กๆก่อนครอบครองแก่นกายของเด็กหนุ่มลงไปจนสุด

ปลายลิ้นนิ่มๆสัมผัสตรงๆกับแก่นกายของเด็กหนุ่มอยู่ภายในจนร้อน

มาซายะหายใจหอบกระชั้นเมื่อนิ้วสองนิ้วของเคนยะขยับแทบไม่เห็นช่องว่างพร้อมๆกับริมฝีปากที่รูดขึ้นลงไปมาจนเขาเริ่มจะทนไม่ไหวอีกต่อไป

สายน้ำมากมายกำลังจะทะลักล้นออกมาทุกทีๆเมื่อชายหนุ่มยังกระทำอย่างต่อเนื่อง

“อ๊า...................เคนยะ...................ซัง............อึก.................ผม...............ผมไม่ไหวแล้ว”เสียงเล็กร้องเตือนเบาๆกัดริมฝีปากแน่น

“ปล่อยมาเลยไม่ต้องกลั้นไว้นะคนดี”

“อ๊า................................”เสียงร้องสุดท้ายก่อนสายน้ำมากมายของเด็กหนุ่มจะพวยพุ่งออกมาภายในปากของเคนยะจนไหลล้นออกมาเป็นแนวทางมุมปาก

เคนยะกลืนลงไปจนหมดแต่ยังไม่ยอมปล่อยส่วนกลางลำตัวของเด็กหนุ่มยังคงไล้ลิ้นต่อไป

มาซายะหมดแรงต่อต้านปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามใจต่อไปริมฝีปากเม้มแน่น

เคนยะถอนนิ้วออกลากลิ้นลงไปแทนที่แล้วจัดการไล้หนักๆที่ช่องทางนั้นทันที

“อ๊า...........อ๊ะ.............เคนยะซังอย่า”มาซายะขยับตัวหนีเล็กน้อยแต่ถูกเคนยะจับไว้แล้วยกลอยขึ้นแยกท่อนขาเล็กออกจากกันจนกว้างแล้วแทรกตัวเข้าไปตรงกลางลำตัวของเด็กหนุ่มทันทีก่อนจับแก่นกายของเขากดเข้ามาที่ช่องทางแสนแคบเบื้องล่าง

ทันทีที่ส่วนหัวถูกสอดเข้าไปเด็กหนุ่มร้องจนลั่นห้องด้วยความเจ็บปวดน้ำตาไหลเป็นทางพยายามเสือกกายหนีแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะถูกเคนยะล็อคไว้แน่น

“โอ้ย.................เคนยะซัง...............ผมเจ็บ”มาซายะกัดริมฝีปากจนแดงช้ำหลับตาพริ้มเมื่อเคนยะยังคงกดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

เคนยะโน้มตัวลงไปจูบปากบดบี้ริมฝีปากเล็กอย่างเร่าร้อนโดยที่ส่วนล่างยังคงส่งผ่านเข้าไปไม่ขาดสายเด็กหนุ่มกอดกระชับร่างใหญ่แน่นฝ่ามือเล็กป่ายเปะปะไปมาบนแผ่นหลัง

เคนยะเริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไปเมื่อช่องทางเล็กบีบรัดจนเขาทรมานส่งมือลงไปแหวกขาร่างเล็กให้กว้างขึ้นแล้วตัดสินใจใช้แรงกดทีเดียวลงไปจนมิด

มาซายะถึงกับเบิกตาลุกโพลงแต่ร้องไม่ออกเพราะริมฝีปากถูกเคนยะประกบไว้แน่น

เคนยะไม่รีรออีกต่อไปจัดการขยับเข้าออกทันทีเมื่อเห็นว่าร่างเล็กพร้อมแล้ว

ความเร็วและแรงของจังหวะที่ชายหนุ่มยังส่งไปไม่หยุดสร้างความกระสันให้เด็กหนุ่มไม่น้อยความร้อนจากร่างสองร่างถ่ายทอดถึงกันได้อย่างดี

แรงเสียดสีที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆยิ่งทำให้ชายหนุ่มเริ่มจะทนไม่ไหวอารมณ์ร้อนครุกรุ่นไปทั้งร่างจับสะโพกเด็กหนุ่มสูงและกระชับขึ้นกว่าเดิมเร่งสวนกลับเข้าไปจนสุขสมในที่สุด

ร่างเล็กร้องลั่นปล่อยสายน้ำอุ่นมากมายพวยพุ่งออกมาอีกครั้งพร้อมกับชายหนุ่มที่ยังคงขยับสั้นๆอยู่ภายใน

“เคนยะซัง..........................”เสียงใสระทวย

ร่างกายอ่อนเปลี้ยแทบไม่มีแรงลมหายใจหอบถี่

เคนยะถอนกายออกล้มตัวลงกอดกระชับร่างเล็กเข้ามาในวงแขนอย่างมีความสุข

ริมฝีปากร้อนจูบประทับลงที่หน้าผากมนเบาๆอย่างแสนรัก

ฝ่ามือใหญ่ยังคงลูบไล้แผ่นหลังเนียนไม่หยุดไล่เรื่อยลงมาจนถึงสะโพกกลมกลึง

“มาซายะ...................ฉันรักเธอ....................”เสียงทุ้มเอ่ยหอบๆตอบรับเด็กหนุ่มอย่างพอใจริมฝีปากหยักยิ้มไม่หยุด

มาซายะแหงนหน้าขึ้นมาสบตาชายหนุ่มที่กำลังประทับริมฝีปากที่เรือนผมของเขา

สายตาคมก้มลงมาสบตาด้วยรอยยิ้มทั้งใบหน้าและนัยตา

“อะไรเหรอ”เสียงทุ้มถามยิ้มๆ

เด็กหนุ่มยังไม่ตอบยังสบสายตาคมของชายหนุ่มต่อไปริมฝีปากหยักยิ้มน้อยๆ

“ไม่มีอะไรครับ

ผมแค่อยากจะมองคุณนานๆผมมีความสุขเหลือเกินแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือความจริง”เด็กหนุ่มตอบใบหน้าแดงเรื่อเมื่อเห็นเคนยะยิ้มกลับมาอย่างอ่อนโยน

“ฉันก็มีความสุข มีความสุขที่สุด ฉันรักเธอมาซายะและจะรักตลอดไปฉันสัญญา

ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่ ยังอยู่ต่อหน้าเธอนี่

ฉันให้สัญญาว่าเธอจะไม่มีวันเสียใจหรือทุกข์ใจเป็นอันขาด”สายตาและคำพูดจริงจังของเคนยะทำให้เด็กหนุ่มแทบน้ำตาซึม

เขารักชายหนุ่มผู้นี้มากเหลือเกิน

มากจนไม่กล้าเดาว่าหากขาดคนๆนี้ไปจะเป็นอย่างไร

ความแค้นต่างๆจบสิ้นกันเสียที

“อยู่กับผมตลอดไปนะครับเคนยะซัง”เด็กหนุ่มพูดพลางเบียดกายซุกอกอุ่นของชายหนุ่ม

เคนยะหยักยิ้มมุมปากกอดกระชับเด็กหนุ่มแน่นขึ้นกว่าเก่าแล้วจูบเบาๆที่หน้าผาก

“เด็กโง่...................คำนี้ฉันต้องเป็นฝ่ายพูดต่างหาก”เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆในลำคออย่างมีความสุข

“ฉันสัญญา..............................มาซายะฉันจะไม่มีวันทิ้งเธอไปไหน

เราสองคนจะอยู่ด้วยกันตลอดไปตราบเท่าลมหายใจจะดับสูญ”

คำสัญญาจากคนรักทำให้เด็กหนุ่มน้ำตาไหลพรากด้วยความตื้นตันหัวใจพองโตอย่างที่สุด

เคนยะเชยคางมนเข้าหาจูบซับหยาดน้ำตาให้ร่างเล็กแทนคำสัญญาตลอดไป

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ตอนพิเศษเอนโดและทาเคชิ

“ติ้งต่อง...................ติ้งต่อง”เสียงกริ่งดังสองครั้งก่อนปรากฏร่างสาวสวยหน้าหวานเดินมาเปิดประตูรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“มาหาใครคะ”เสียงหวานถามขึ้นพลางเพ่งพิศรูปร่างสูงใหญ่หล่อเหลาของคนตรงหน้า

เอนโดเงียบไปเล็กน้อยใบหน้ายิ้มเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงก่อนจะตอบคนตรงหน้าไปด้วยความไม่พอใจ

“คุณทาเคชิครับ”ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบระบายยิ้มเล็กน้อย

“เชิญค่ะ................คุณหมอทาเคชิอาบน้ำอยู่”เธอยิ้มก่อนเชิญชายหนุ่มเข้าไปข้างใน

“เชิญนั่งค่ะ......................”สาวสวยพาเอนโดไปนั่งที่โซฟาก่อนที่จะเดินไปเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่เบื้องหน้า

ไม่ช้าทาเคชิก็เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำในชุดคลุมหลวมๆตัวหนึ่ง

ท่าทางทาเคชิจะตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นเอนโดนั่งหน้าบึ้งอยู่ที่โซฟาตัวหรูกลางห้อง

เอนโดหันมามองเล็กน้อยก่อนหันกลับไปด้วยใบหน้าไม่พอใจสุดๆ

ทาเคชิหยักยิ้มมุมปากก่อนเดินเข้ามาทักชายหนุ่มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“สวัสดีครับคุณเอนโด”เสียงยิ้มๆของร่างเล็กทักขึ้นยิ่งทำให้อารมณ์ของเอนโดยิ่งครุกรุ่นหนักเข้าไปอีก

ในใจคิดไปต่างๆนานาเมื่อมองไปยังใบหน้าอ่อนหวานของหญิงสาวเบื้องหน้า

“เอ่อ................คุณหมอคะ...............ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นเหมือนเกรงๆใบหน้าขรึมๆไม่พูดไม่จาของชายหนุ่ม

คิดว่าทั้งสองคนคงมีเรื่องคุยกัน

รีบกล่าวลาหมอหนุ่มก่อนหันไปยิ้มกับเอนโดเล็กน้อยแล้วขอตัวกลับไป

“ผมก็ขอตัวกลับล่ะ

ขอโทษด้วยที่มาขัดจังหวะความสุขคุณ”เอนโดเสียงเข้มหน้าบึ้งไม่หาย

ไม่คิดว่าทาเคชิจะกล้าพาผู้หญิงมานอนถึงในนี้หากเขาไม่มาก็คงเป็นไอ้โง่คนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

“เดี๋ยวสิ..............เพิ่งมาจะรีบไปไหนกันล่ะ”ทาเคชิหยักยิ้มมุมปากหัวเราะเบาๆในลำคอรู้ว่าชายหนุ่มกำลังเข้าใจผิดอย่างจัง รีบดึงมือมานั่งลงที่เดิม

“ปล่อยไปอย่างนั้นจะดีเหรอ”เสียงเหมือนน้อยใจดังขึ้นอีกทำให้ทาเคชิยิ่งได้ใจแกล้งชายหนุ่มต่อ

แสนงอนก็เป็นเหมือนกันแฮะร่างเล็กคิดพลางนึกขำอยู่ในใจ

“ถ้างั้นผมไปส่งเขาเดี๋ยวแล้วกัน”เสียงร่างเล็กพูดจบก็รีบลุกพรวดขึ้นทันที

เอนโดโกรธจัดทนไม่ไหวดึงแขนร่างเล็กอย่างแรงจนทาเคชิเซลงมาอยู่ในอ้อมแขน

“ผมไม่ให้ไป”ชายหนุ่มทำเสียงเข้ม

“เป็นอะไรก็คุณพูดเองนี่”เสียงเล็กพูดขำๆยิ่งทำให้เอนโดอารมณ์เดือดดึงร่างเล็กเข้ามาประกบจูบอย่างร้อนแรง

ทั้งหนักหน่วงและรุนแรงจนร่างเล็กรับแทบไม่ทันถูกไรเคลาสากถูไถจนเจ็บไปทั้งหน้า

เอนโดยิ่งคิดยิ่งโมโหบดบี้ริมฝีปากหนักขึ้นกว่าเก่าเหมือนต้องการลงโทษ

ร่างเล็กตอบรับอย่างเข้าใจโอบรอบแผ่นหลังจนไปสัมผัสรอยกระสุนที่ด้านหลังของชายหนุ่มเข้า

“โอ๊ย.....................”เสียงใหญ่ร้องเล็กน้อยก่อนปล่อยริมฝีปากเล็กให้เป็นอิสระ

“เป็นไงบ้างครับนางายะซัง”เสียงทาเคชิท่าทางตกใจรีบดูอาการเอนโดเป็นการใหญ่

เอนโดสะบัดเล็กน้อยไม่ยอมให้ร่างเล็กดูด้วยความโกรธที่ยังมีอยู่มาก

ทาเคชิถอนใจที่คิดว่าจะแกล้งต่อก็เลิกทันทีรีบอธิบายให้ชายหนุ่มฟัง

คิดว่าชายหนุ่มคงไม่สนุกด้วยเสียแล้ว

“งอนอะไรเหรอ”เสียงเล็กถามเหมือนงอนง้อ

ชายหนุ่มยังไม่ตอบอีกยังคงทำหน้าเครียดอยู่เหมือนเดิม

“ถ้าเรื่องเมื่อกี้ ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกน่า

นั่นน่ะนางพยาบาลที่โรงพยาบาลเขาแค่ช่วยผมถือของ

นั่นไงกองเท่าภูเขาอยู่ข้างหลังคุณน่ะ”เสียงเล็กพูดพลางชี้ให้ชายหนุ่มดูข้าวของต่างๆที่เขาขนมาจากโรงพยาบาล

เอนโดหันไปมองเล็กน้อยก็เป็นอย่างที่ร่างเล็กว่าสีหน้าเริ่มดีขึ้นกว่าเดิมแต่ไอ้เรื่องอาบน้ำนี่สิมันอะไรกันถ้าไม่ใช่เรื่องที่ร่างเล็กยังปกปิดเขาอยู่

เอนโดยังคงไม่พูดต่อไปจนร่างเล็กต้องรีบอธิบายต่อ

(จะงอนอะไรกันนักกันหนานะพ่อคนนี้)

“กาแฟมันหกใส่ขืนไม่รีบอาบน้ำล่ะก็ได้พองกันพอดี”เสียงเหมือนหัวเราะในลำคอพลางเปิดรอยแดงๆที่หน้าอกให้ชายหนุ่มดูอย่างลืมตัว

เอนโดเข้าใจในทันทีเมื่อเห็นรอยสีเรื่อที่หน้าอกร่างเล็กแต่แกล้งทำเป็นโกรธอยู่โทษฐานที่ร่างเล็กแกล้งเขาเมื่อครู่ทำเป็นลุกขึ้นเหมือนจะกลับ

เป็นไปตามคาด ร่างเล็กฉุดแขนเขาไว้อีก (เจ้าเล่ห์จริงจริ๊งๆ)

“บอกไปทุกอย่างแล้วนะ ยังจะโกรธอีกเหรอ”เสียงเหมือนสำนึกผิดใบหน้าสลดลงเล็กน้อยจนเอนโดแอบยิ้มในใจ

“จะให้หายโกรธก็ได้นะแต่ต้องทำอะไรบางอย่างแลก”ชายหนุ่มหยักยิ้มมุมปากนั่งลงที่โซฟาเหมือนเดิมสายตาร้อนมองไปยังร่างเล็กจนทาเคชิหน้าแดง

“อะไรล่ะ”ใบหน้าหวานกลับมายิ้มเหมือนเดิมแต่ก็ต้องชาวาบไปทั้งตัวเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มขอ

“ทำให้ผมสิ”ประโยคเดียวจากปากชายหนุ่ม

ทาเคชิลุกหนีทันทีเมื่อเห็นสายตาร้อนบ่งบอกความหมายของเอนโด

เอนโดระบายยิ้มเจ้าเล่ห์นั่งพิงโซฟาอย่างสบายอารมณ์พลางแยกขากว้างบอกเป็นนัยๆ

ทาเคชิหน้าแดงจัดได้แต่ยืนเก้ๆกังๆอยู่อย่างนั้นคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะขออะไรแบบนี้ริมฝีปากเริ่มเม้มแน่นด้วยความอาย

“เร็วสิทาเคชิ”ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มเร่งอีกพลางหยักยิ้มมุมปาก

ทาเคชิทั้งเขินทั้งอายแต่ก็ตัดสินใจเดินเข้ามาอย่างกล้าๆกลัวๆ

เอนโดนั่งมองอยู่ด้วยความพอใจและแล้วเสียงเย็นก็ดังขึ้นอีก

“เดี๋ยว................”ร่างเล็กสะดุ้งหยุดก้าวทันที

“อะไรอีกล่ะ”เสียงเล็กสั่นๆร้องถามใบหน้าแดงจนไปถึงหู

“ถอดด้วย...................นั่น”เสียงเย็นสั่งพลางพยักพเยิดเป็นเชิงบอกให้ร่างเล็กถอดเสื้อคลุมตัวหลวมสีขาวเพียงตัวเดียวของเขาออก

ทาเคชิหน้าแดงซ่านเบี่ยงหน้าหลบสายตาคมก่อนจะตัดสินใจถอดออกช้าๆตามคำสั่งโดยมีสายตาคมเป็นประกายของชายหนุ่มมองอย่างแทะโลมอยู่เบื้องหน้า

เสื้อคลุมตัวเล็กหลุดลงไปกองที่พื้นอย่างง่ายดายปรากฏเรือนร่างขาวผ่องต้องแสงไฟยั่วสายตาคม

ทาเคชิรีบเอามือปิดทันทีด้วยความอาย

“ให้หมดสิ”เสียงเย็นสั่งอีกเมื่อสะดุดกับกางเกงในสีขาวตัวเล็กที่กำลังปกปิดส่วนสำคัญของร่างเล็กไว้

ทาเคชิทำท่าจะเดินหนีแต่สายตาคมของชายหนุ่มก็ทำให้เขาก้าวขาไม่ออกจำใจถอดเจ้าตัวจิ๋วออกไปจนได้แค่นั้นเรือนร่างงดงามโค้งเว้าได้ส่วนของร่างเล็กก็ปรากฏแก่สายตาชายหนุ่ม

“ดีมาก......................”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างพอใจพร้อมรอยยิ้มที่มุมปากพลางใช้สายตาร้อนสำรวจไปทั้งร่าง

“มานี่ ทาเคชิ”เสียงชายหนุ่มสั่งอีกทำให้ร่างเล็กร้อนวาบไปทั้งตัว

ค่อยๆเดินเข้ามาตามคำสั่งของคนตรงหน้า

เอนโดรั้งเอวบางไร้สิ่งปกปิดเข้ามาแนบชิดจนร่างเล็กสัมผัสได้ถึงความแข็งขันเบื้องล่างของชายหนุ่มที่กำลังพองตัวเต็มที่พยายามขยับหนีแต่ก็ถูกกดลงมาจนได้

สายตาคมจ้องลึกไปในดวงตากลมหวานลึกของร่างเล็กอย่างเร่าร้อนโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปาก

มือเล็กสั่นน้อยๆค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทออกทีละเม็ดๆจนแผ่นอกกว้างกล้ามเป็นมัดๆปรากฏเด่นแก่สายตา

ร่างเล็กหน้าแดงจัดก้มหน้าก้มตาลงไม่กล้ามองตรงๆขณะที่เอนโดระบายยิ้มอย่างพอใจแล้วสั่งให้ทาเคชิสัมผัสยอดอกเขา

ทาเคชิหน้าแดงจัดแต่ก็ยอมทำตามยกมือขึ้นมาลูบไล้ปัดผ่านเบาๆ

เอนโดหยุดมือไว้หยักยิ้มมุมปากก่อนใช้นิ้วชี้แตะเบาๆที่ริมฝีปากร่างเล็ก

“ใช้ปากคุณสิ”สิ้นเสียงชายหนุ่ม

ทาเคชิค่อยๆก้มหน้าลงมาช้าๆก่อนหยุดอยู่ที่แผงอกกำยำเบื้องหน้าห่างแทบไม่ถึงคืบ

ปลายลิ้นเล็กๆสีชมพูสดค่อยๆถูกส่งออกมาแตะสัมผัสแผ่วหวิวที่ยอดอกสีคล้ำของชายหนุ่มเหมือนกำลังชิมอะไรบาง

เอนโดระบายยิ้มอย่างพอใจค่อยๆเลื่อนฝ่ามือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังเนียนละเอียดเป็นการตอบรับ

ทาเคชิรัวลิ้นหนักขึ้นเมื่อยอดอกของชายหนุ่มเริ่มแข็งเป็นไต

ริมฝีปากเล็กแกล้งเม้มเบาๆสลับไปมาทั้งสองข้างจนชายหนุ่มเกร็งตัวด้วยความเสียวกระสัน

ร่างเล็กเหมือนได้ใจลากเลื่อนต่ำลงจนถึงส่วนแข็งขันของชายหนุ่มที่กดตัวแข็งเกร็งอยู่ข้างใต้

มือเล็กค่อยๆถอดเข็มขัดออกและรูดซิบลงในที่สุดอย่างรู้งาน

ทันทีที่กางเกงถูกถอดออกความกำยำของชายหนุ่มก็ดันตัวพองขึ้นมาทันที

ร่างเล็กหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำรู้สึกร้อนวูบๆที่ใบหน้า

ค่อยๆส่งปลายลิ้นลากไล้แผ่วเบาจนส่วนปลายของชายหนุ่มดันตัวโผล่พ้นออกมานอกกางเกงในพร้อมกับเสียงครางของชายหนุ่มที่ดังเป็นระยะ

ร่างเล็กเหมือนได้ใจค่อยๆดึงขอบกางเกงในเลื่อนต่ำลงมาเหมือนเด็กอยากรู้อยากเห็นและแล้วแก่นกายขนาดใหญ่ก็ออกมาชูชันเด่นผงาดสู้สายตา

ร่างเล็กถึงกับสะดุ้งในความกำยำตรงหน้าผงะเล็กน้อย

ถึงเขาจะเคยได้สัมผัสมาแล้วแต่ก็ไม่เคยเห็นจะๆกับตาขนาดนี้

“ลองสัมผัสสิ”เสียงชายหนุ่มเอ่ยพลางจับมือสั่นๆของทาเคชิให้มากอบกุมแก่นกายของเขา

แล้วบังคับให้ขยับรูดขึ้นลงตามใจจึงปล่อยออกปล่อยให้ร่างเล็กทำต่อเอง

เอนโดเผยอปากแลบลิ้นออกมาเลียที่ข้างริมฝีปากเล็กน้อยอย่างพอใจเลื่อนอุ้งมือใหญ่กดลงเบาๆที่เรือนผมนุ่มหอมกรุ่นของหมอหนุ่ม

แล้วมือเล็กก็หยุดลงค่อยๆใช้ปลายลิ้นอุ่นเล็กของเขาแตะเบาๆที่ส่วนปลายสีคล้ำอย่างสนใจ

“อือ..........................อืม......................ทาเคชิ”เสียงชายหนุ่มครางในลำคอลำตัวบิดเกร็งเล็กน้อยเหมือนทรมาน

“ใช้ลิ้นให้หนักหน่วงกว่านี้สิ”เสียงชายหนุ่มสั่นพร่าในลำคอสั่งร่างเล็ก

สิ้นเสียงร่างเล็กก็ทำตามอย่างว่าง่าย

เอนโดก้มมองคนตรงหน้าอย่างพอใจแล้วหลับตาลงค่อยๆรับรู้ถึงสัมผัสปลายลิ้นอุ่นชื้นที่ค่อยๆรัวไล้หนักขึ้นๆเคลื่อนผ่านแก่นกายของเขาตั้งแต่ปลายจนถึงโคนอย่างเสียวกระสัน

ไม่ช้าร่างเล็กก็ค่อยๆกอบกุมรับความแข็งแกร่งของชายหนุ่มเข้าสู่ภายในปากทีละน้อยๆจนสุด

ริมฝีปากเล็กถูกเม้มขยับตัวขึ้นลงตามความแข็งขันเบื้องล่าง

เอนโดขยับสะโพกสวนเล็กน้อยรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

ร่างเล็กยังคงขยับริมฝีปากต่อไปดวงตากลมปิดสนิทภายใต้ใบหน้าที่แดงจนร้อนค่อยๆซึมซับความกำยำของสิ่งนั้น

เอนโดเลื่อนมือลงไปวนไล้ที่สะโพกกลมกลึงไปมาก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาบีบคลึงแก้มก้นสีขาวนวลนิ่มมือทั้งสองข้าง

ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อปลายนิ้วกร้านสองนิ้วของชายหนุ่มลากเลื่อนต่ำลงมาตามรอยแยกด้านหลังวนไล้ถูไถไปมาเล็กน้อยที่ช่องทางฉ่ำชื้นก่อนจะจ้วงลึกดำดิ่งหายเข้าไปทีละน้อยๆจนสุด

ทาเคชิยังร้องไม่ออกแต่ชายหนุ่มได้ยินเสียงครางสั่นพร่าในลำคอเล็กน้อยอยู่เป็นระยะเมื่อเขาเริ่มขยับนิ้วเข้าออก

ริมฝีปากบางยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปเมื่อชายหนุ่มยังไม่ยอมให้ถอนออก

แรงเสียดสีด้านหลังทำให้ร่างเล็กขยับสะโพกเล็กน้อยอย่างลืมตัวเอนโดยิ่งได้ใจเร่งจังหวะขึ้นอีกจนเสียงเล็กครางอู้หยุดริมฝีปากไปชั่วขณะ

เอนโดหยักยิ้มมุมปากยอมปล่อยมือจากศีรษะร่างเล็กจนทาเคชิคายสิ่งนั้นออกมาปรากฏน้ำเหนียวไหลย้อยออกมาทางมุมปากหมอหนุ่ม

ทาเคชิหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นสายตาร้อนของเอนโดกำลังมองมาที่เขาแล้วเร่งมือขยับอย่างเร็วอยู่ด้านหลัง

ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นพยายามไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมาแต่ก็กลั้นอยู่ได้ไม่นาน

“อ๊า...................................อ๊ะ.....................นางายะซัง”เสียงครางหลุดออกมาไม่ขาดสายพลาง

สายตาหวานหรี่ลงเหลือบมองฝ่ามือร้อนของชายหนุ่มที่กำลังผลุบเข้าผลุบออกอยู่ด้านหลังด้วยใบหน้าแดงก่ำ

แล้วอยู่ๆเอนโดก็ชักนิ้วออกดึงตัวหมอหนุ่มขึ้นมาประกบจูบอย่างร้อนแรง

ปลายลิ้นสากทะลวงลึกควานหาความหวานนุ่มในปากแทบจะทุกซอกทุกมุม

ฝ่ามือใหญ่สองข้างจัดการจัดท่าร่างเล็กให้เข้าคร่อมหว่างขาของเขาแล้วเลื่อนมือลงไปบีบเคล้นแก้มก้นขาวนุ่มอีกครั้ง

ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกจ้องหน้าร่างเล็กนิ่ง

ทาเคชิหน้าแดงมองตาชายหนุ่มกลับ

แล้วคำน่าอายก็หลุดมาจากริมฝีปากชายหนุ่มอีก

“กดสะโพกลงไปทาเคชิ”เสียงชายหนุ่มสั่งพลางเลื่อนมือขึ้นมากุมสะโพกเล็กทั้งสองข้าง

ทาเคชิหน้าแดงจัดมองสิ่งที่ผงาดรอเขาอยู่เบื้องล่างอย่างใจสั่น

ร่างเล็กหลับตาแน่นค่อยๆกดสะโพกลงไปช้าๆจนกระทั่งช่องทางของเขาสัมผัสถูกแก่นกายของชายหนุ่มทำท่าจะขยับหนีแต่เอนโดรู้ทันจับสะโพกเล็กกดลงทันที

“อ๊า..................................อึ๊”เสียงเล็กร้องลั่นแล้วเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อแก่นกายของชายหนุ่มทะลวงลึกอยู่ภายในร่างเล็กเริ่มหายใจกระชั้นขึ้นเป่าลมเข้าออกปากรู้สึกเจ็บจนแทบขาดใจ

เอนโดกดสะโพกร่างเล็กลงอีกพร้อมกับจังหวะที่เขาเร่งสวนเบาๆอยู่หลายครั้งจนสามารถเข้าไปได้หมด

ชายหนุ่มกัดกรามแน่นเมื่อช่องทางเล็กของทาเคชิบีบรัดจนเขาเจ็บ

ชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากลงไปครอบครองดูดดุนยอดอกเล็กทันทีเพื่อให้ร่างเล็กผ่อนคลายขึ้นแล้วมันก็ได้ผลไม่นานทาเคชิก็ค่อยๆผ่อนคลายลงไม่บีบรัดเหมือนเมื่อครู่

ชายหนุ่มครางในลำคอเหมือนไฟสุมอกจนร้อนไปหมดทั้งร่างลากลิ้นตวัดผ่านยอดอกหมอหนุ่มไปมาอย่างแผ่วหวิวเรียกอาการเสียวกระสันให้ร่างตรงหน้าจนร่างเล็กครางลั่น

เอนโดถือโอกาสขยับสั้นๆอยู่ภายในเพื่อสร้างความเคยชินให้ทาเคชิ

ไม่ช้าความเร่าร้อนก็เริ่มต้นโดยการนำของชายหนุ่ม

เอนโดจับสะโพกเล็กขยับขึ้นลงช้าๆเสียงทาเคชิครางเบาๆอย่างต่อเนื่องยิ่งเพิ่มความร้อนในตัวชายหนุ่ม

กลิ่นกายหอมหวานผสมกับหยาดเหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวไปทั้งตัวยิ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ร่างเล็กจนชายหนุ่มแทบคลั่งจับเอวเล็กเร่งจังหวะขึ้นอีก

ความร้อนรุ่มเบื้องล่างเสียดสีเนื้อแนบเนื้อจนร่างเล็กสะท้านไปทั้งกายเริ่มขยับเองโดยที่ชายหนุ่มไม่ต้องบังคับอีกต่อไป

เอนโดครางในลำคออย่างพอใจเลื่อนมือคลึงเคล้นบดบี้ยอดอกเล็กทั้งสองข้างให้หมอหนุ่มพลางเร่งสวนเป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างเล็กกดลงมา

“อา..................ทาเคชิซัง....................ดี...................อืม”ทาเคชิกอดคอชายหนุ่มแน่นริมฝีปากเล็กขบเบาๆที่ใบหูเอนโดปลายลิ้นเล็กไล้เบาๆจนชายหนุ่มร้อนรุ่มไปทั้งอก

เลื่อนริมฝีปากเล็กลงมาประกบจูบอย่างร้อนแรงปลายลิ้นนุ่มสัมผัสกันไปมาอยู่ภายในขณะที่ความเร็วเบื้องล่างไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย

ทาเคชิรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะทนไม่ไหวเต็มทีร้องเตือนชายหนุ่ม

เอนโดเห็นดังนั้นจึงรีบเร่งสวนกลับเข้าไปจนร่างเล็กสั่นไปทั้งร่างจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างจนเลือดซึม

“อ๊า................มะ.....ไม่ไหวแล้ว................นางายะซัง”เสียงเล็กร้องลั่นเมื่อแรงเสียดสีจนร้อนของชายหนุ่มเร็วและแรงจนแทบไม่เห็นช่องว่าง

“พร้อมกันเลย.........................อา.................ทาเคชิซังของผม”สิ้นเสียงแรงกระแทกครั้งสุดท้ายของเอนโดก็ดำดิ่งฝังลึกสู่ภายในของร่างเล็กสายน้ำอุ่นพุ่งทะยานอย่างแรงเข้าสู่ร่างเล็กพร้อมกันกับที่ทาเคชิปล่อยสู่ภายนอกเปรอะทั้งตัวเองและชายหนุ่มจำนวนมาก

“อา........................”เสียงเล็กครางกระเส่าพร้อมกับใบหน้าเล็กซบลงที่อกของชายหนุ่มอย่างอ่อนแรง

ลมหายใจอุ่นปะทะรดกันจนร้อน เอนโดประทับริมฝีปากเบาๆลงไป ก่อนบดเบียดหนักหน่วงขึ้นอีกทาเคชิเผยอปากรับเรียวลิ้นนุ่มของชายหนุ่มสู่ภายในอย่างเร่าร้อน

ฝ่ามือใหญ่ของเอนโดลูบไล้แผ่นหลังเนียนไม่หยุดหย่อนอย่างโหยหาสุดห้วงลึกของหัวใจ

เอนโดถอนริมฝีปากออกปลายลิ้นยังวนเวียนแตะไล้เบาๆอยู่ที่ริมฝีปากเล็กเรียวนุ่ม

“ทาเคชิซัง....................ผมรักคุณ”เสียงสั่นพร่าของชายหนุ่มกระซิบข้างหูในขณะที่ร่างเล็กซบลงไปกับอกเขาลมหายใจยังคงหอบถี่

ร่างเล็กโอบชายหนุ่มกระชับขึ้นพลางเอ่ยเบาๆในลำคอริมฝีปากยิ้มเล็กน้อยอย่างมีความสุข

“ผมก็รักคุณ.....................นางายะซัง”เสียงตอบจากร่างเล็กทำให้เอนโดเต็มตื้นไปทั้งหัวใจ

“ชีวิตผมหยุดอยู่ที่คุณแล้วนะทาเคชิซัง”ร่างเล็กชันตัวขึ้นมาสบสายตาคมระบายยิ้มทั้งใบหน้าและนัยตาสองมือกุมใบหน้าชายหนุ่มแล้วประทับริมฝีปากลงไปที่หน้าผาก

“ผมก็เหมือนกัน”ทาเคชิเอ่ยพร้อมรอยยิ้มและหัวใจที่เต็มตื้นไปด้วยความสุขจากชายหนุ่มผู้นี้

จบแล้วจ๊า