Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

My ba~by !! ฉบับ  fanfiction

By Garfield

++++++++++++++

 

วันเด็กที่จะถึงนี้ทุกคนทำอะไรกันบ้างเอ่ย?

สำหรับครอบครัวของภากรและโยธินนั้นหลังจากจบเหตุการณ์ของมือที่สามอันน่ารำคาญ ก็ได้ตัดสินใจพาฝาแฝดน้อยจอมซนของพวกมาเที่ยวพักผ่อนดูหมีแพนด้าตัวอ้วนกลม ช่วงช่วง และ หลินหุย ที่เชียงใหม่ (โอ้ยยยย~ อยากไปมั่ง)

“ปะป๊าขา เล่นมวยปล้ำสนุกมั้ยค่าาสาวน้อยเจนนี่อยู่ๆก็โพล่งขึ้นมาขณะที่มองหมีอิมพอร์ตตัวกลมกอดกันกลิ้งลงเนิน โยธินเกือบสำลักน้ำลายใส่หน้าภากร

“ก็ต้องสนุกสิไม่งั้นคุณพ่อกับปะป๊าไม่เล่นกันบ่อยๆหรอก”
หนูเจมส์ตอบอย่างฉะฉาน มหาชนทั้งหลายที่รุมล้อมกันบริเวณนั้นมองหน้ากันเลิกลักก่อนจะทำไม่รู้ไม่ชี้ โยธินหน้าร้อนไปหมด ส่วนยอดคุณพ่อเหงื่อซึมทั้งแอร์เย็นฉ่ำ

“ใช่หนูก็เห็นทำกันบ่อยๆ ความจริงปะป๊ากับคุณพ่อน่าจะเล่นท่ายากๆกันนะคะ แบบสเปียร์เยอรมันซูเพล็กซ์” เจนนี่เสริมน้องชาย

เห็นเด็กไร้เดียงสากันอย่างน่าสงสัยแบบนี้ ทำให้ภากรต้องหันไปมองหน้าโยธิน ชายคนรักหลบหน้าเสไปทางอื่น ทำให้ตัวภากรเองชักกลัว เพราะหลายครั้งเหมือนโยธินแสดงออกว่าไม่ต้องการให้ลูกๆรู้ว่าพวกเขาทั้งไม่ได้อยู่กันแบบพ่อกับป๊ะป๊าอย่างๆที่สองฝาแฝดเข้าใจ ชายหนุ่มอดสงสารและหมั่นไส้คนรักไม่ได้

“เจมส์กับเจนนี่พูดอะไรอย่างงั้นล่ะลูก...พ่อกับปะป๊าเลี้ยงหนูๆสองคนก็เหนื่อยแย่แล้วไม่ว่างมาเล่นมวยปล้ำท่ายากๆกันหรอกนะ” ภากรแก้ตัวแทน ก่อนที่จะค่อนในใจ ทีคนอื่นรู้ว่าโยธินเป็นเกย์แล้วทำไมไม่ไปแก้ตัวบ้าง แต่กับลูก...ก็ไม่เป็นไรหรอก...เพื่อความสบายใจของคนรัก ลูกผู้ชายอย่างนายภากรสามารถอยู่แล้ว

พอตอนที่ภากรพูดเสร็จนั้นเอง โยธินก็พลันเจ็บหน่วงๆในหัวใจ น้ำตาพาลจะหลั่งไหลเสียให้ได้ ไหนบอกว่ารักเราไงล่ะ โยธินที่มักเป็นคนใจน้อยชอบคิดมากอยู่เสมอเริ่มวิตกจริตทั้งๆที่ ภากรบอกรักเขามาหลายต่อหลายครั้งแล้ว

“โจ...ผมจะกลับโรงแรมนะ...”

“อ๊ะ! โย เดี๋ยวก่อน!!!”
ภากรพูดในทันใดแต่โยธินไม่สนใจเดินแหวกผู้คนลิ่วไปแล้ว หนูน้อยเจนนี่และเจมส์เสียดายอยากดูหมีแพนด้าแต่ก็รักปะป๊ามากกว่ารีบเดินตาม ปิดท้ายขบวนด้วยภากร

“โย นายเป็นอะไรไป” ภากรที่อุ้มหนูน้อยทั้งสองให้นั่งรอในรถ มือหนาจับไหล่บังคับให้หันมาคุยกันให้รู้เรื่อง

“ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“งอนแก้มป่องออกอย่างงี้จะไม่เป็นอะไรได้ไง ฮึ”
คุณพ่อใช้นิ้วจิ้มที่แก้มใสๆตรงหน้าไปมา โยธินรู้สึกดีขึ้นเยอะแต่ก็ยังรู้สึกโกรธอยู่ ร่างบางสะบัดหน้าน้ำตาคลอกับขนตาล่าง ภากรที่เห็นแสงประกายของหยดน้ำรีบดึงตัวโยธินมากอดไว้ไม่สนใจผู้คนที่อยู่ในลานจอดรถที่บางคนก็มองมา บางคนก็ทำเป็นเมินและบางคนก็เฉยๆ แต่โยธินก็พยายามบิดตัวออก

“โจ...ปล่อยผมนะ...”
โยธินยังแคร์คนอื่นอยู่มากทีเดียว ทำให้ชายหนุ่มกล่าวอย่างน้อยใจ

“โย นายก็เป็นซะแบบนี้ คนอื่นร้อยพันที่เขาเห็นนายเป็นแค่คนอื่น นายก็ไม่กลัวที่จะแสดงตัวตนว่าที่แท้นายเป็นอย่างไร แต่กับฉันที่เป็นทั้งครอบครัวคนรักและก็ลูกๆของเรา ถึงแม้เราจะอยู่ด้วยกันเงียบๆ แต่นายกลับไม่กล้าเผยความรู้สึกกับ... โย...พวกเราไม่สำคัญสำหรับนายหรือ...”

“ไม่นะโจ!!!” โยธินร้องอย่างตกใจ เขาสำนึกตัวเองได้ในทันที ภากรไม่เคยพูดอะไรเป็นการตัดพ้อแบบนี้มาก่อน ชายหนุ่มที่เข้มแข็งและอบอุ่นคนนั้น เขาทำอะไรลงไปกันนะ ช่างงี่เง่าแท้ๆ

“โจ คุณและลูกสำคัญที่สุดในชีวิตของผม กับคนอื่นไม่ว่าเขาจะคิดยังไงกับผมมันไม่สำคัญเลย แต่ว่าพวกคุณเป็นคนที่สำคัญมาก มากจนผมไม่อยากจะทำลายมัน” โยธินซบหน้ากับไหล่หนาของคนรักทำให้โจรู้สึกได้ถึงน้ำตาที่ซึมผ่านเสื้อเชิ้ต

“โจ ผมขอโทษที่ผมโง่ ผมแค่กลัวเท่านั้นเอง”

“ฉันเองก็แค่กลัวเหมือนกัน” ภากรลูกแผ่นหลังบางไปมาก่อนจะสารภาพ ทั้งสองหัวเราะให้กันแล้วหันไปมองลูกน้อยที่เอาหน้าแนบกระจกรถมองปะป๊าและคุณพ่อ ที่ตอนนี้กอดกันกลมเหมือนช่วงช่วงกับหลินหุ่ย

“แล้วเราจะเข้าไปดูแพนด้าได้รึยังค้าเจนนี่เสียงใสกับขุนเจมส์พลอยพยัก มองแล้วน่ารักจัง

ครอบครัวที่อบอุ่นและมีความสุข ทั้งๆที่เป็นแบบนี้โยธินก็ยังไม่แน่ใจในตัวเขานัก ทั้งๆที่เขาพร่ำบอกรักอยู่เสมอ คนรักของเขาก็ยังรู้สึกกลัว มันคงต้องมีบ้างสิ่งที่ทำให้มั่นใจมากกว่านี้สินะ

*****************************

ตอนนี้เป็นเวลาทุ่มตรงแล้วและก็เป็นเงินเป็นทองสำหรับคนค้าคนขาย ตฤณไตรกำลังฝึกดูเพชรพลอยด้วยตนเองพลางเปิดตำราประกอบไปด้วยในห้องพักพนักงาน วันเสาร์ทั้งทีแทนที่เรียนกลับมาเสร็จจะได้พาน้องปูไปเที่ยวฉลองวันเด็ก กลับต้องมาทำงานทั้งๆที่ขอลาไว้เพราะไอ้เฮงซวยชัชวาลมันต้องอ่านหนังสือเตรียมเทสต์วันจันทร์

วันหยุดเป็นวันที่จะมีลูกค้ามามากเป็นพิเศษ เขาเพิ่งส่องเพชรไปได้แค่สองเม็ดก็จำต้องออกไปส่วนหน้าเพื่อคุมลูกน้องอีกแล้ว

“โอ๊ะ! มีลูกค้ามา” ตรินงึมงำเมื่อเห็นประตูอัตโนมัติเลื่อนออก ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่และหล่อเหลาเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย และในที่สุดก็เดินมาหาเขาที่โชว์รูมเก็บแหวน ภากรมองหน้าพนักงานหนุ่มที่มายืนเลียบๆเคียงๆแล้วยิ้มให้เขา

“........................( ชิ้งงงงง ).........................”

“...ผมอยากได้แหวนหมั้น...”
ภากรตัดสินใจพูดในที่สุด เพราะพนักงานหนุ่มรวบผมหางม้าหน้าสวยเอาแต่ยิ้มไม่ยอมพูดอะไรเลย

“แหวนทุกวงสามารถใช้เป็นแหวนหมั้นได้ทั้งหมดนะครับ เชิญชมก่อนดีมั้ยครับ” เสียงทุ้มติดแหบแต่หวานตอบมาอย่างเป็นมิตร

“ผมนึกว่าต้องเป็นแหวนเพชรอย่างเดียว” ภากรพูดขณะยืนล้วงกระเป๋าดูแหวนในตู้

“มันไม่สำคัญหรอกครับ เพชรมันล้ำค่าก็จริง แต่ผมคิดว่าแหวนหมั้นมันก็เหมือนตัวแทนความรักของเราต่อคนๆนั้น มันอาจจะบริสุทธิ์ ร้อนแรง รึว่าจะเทิดทูนก็ได้ทั้งนั้น”

“ความรู้สึก...”

ดูสูงส่งจัง ภากรคิด เขาแอบหนีโยและลูกๆออกมาจากภัตตาคารในโรงแรมแห่งนี้ แล้วลงมาในโชว์รูมจิลเวอรี่ชั้นล่าง เขาอยากหาแหวนหมั้น แหวนแต่งงาน อะไรสักอย่างที่มันมีความหมายให้โยธิน เพื่อเป็นเครื่องหมายของการผูกมัด ให้มั่นใจในความรักของเขา แต่เขาคิดได้แค่ต้องการที่จะหาแหวนเพชรที่แพงและสวยงามให้กับโยธิน เขาคิดง่ายๆเกินไป มันควรจะมีความหมายมากกว่านั้น

คุณลุงคนนี้คิดนานจัง แน่นอนว่าคนเรามักจะทำอะไรไม่ถูกเวลาที่มีความรัก ขอยอมรับว่าเขาเองก็เช่นกัน ตฤณไตรยิ้มให้ลูกค้าหนุ่มแล้วพูด
“ทบทวนให้ดีสิครับว่าคุณ คิดกับคนรักของคุณยังไง นึกในใจคนเดียวเงียบๆก็ได้แล้วหาสิ่งที่คุณต้องการ ผมรับรองว่าคุณจะเห็นมันเอง”

ถึงพนักงานขายผมยาวคนนั้นจะพูดเหมือนนิยายแฟนตาซี แต่ภากรก็รู้สึกเชื่อไปถึงส่วนลึกของหัวใจเลยทีเดียว เอาล่ะโจ นึกสิว่าความรู้สึกของนายที่มีต่อโยนั้นเป็นอย่างไร

ทะเลาะกันตอนเจอกันครั้งแรก...
ทะเลาะกันบ่อยๆตอนเจอครั้งที่สอง...
ทะเลาะกันบ่อยๆๆตอนเจอครั้งที่สาม... (เฮ้ๆ พอได้แล้ว หยุดคิดเรื่องแย่ๆซะทีเซ่!!!)

แต่...เอ...เรื่องดีๆก็มีนี่นา อย่างตอนที่ช่วยกันเลี้ยงลูก ตอนที่พาลูกไปเที่ยว ตอนที่แอบลูกไปจู๋จี๋กัน...

มีแต่ลูกๆมาเกี่ยวแฮะ... ภากรรู้สึกแหม่งๆ ชีวิตของเขากับโยมีแต่ลูกๆ แล้วก็ ลูกๆกับโยธิน เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่เขาแบ่งแยกไม่ออก แล้วอย่างงั้นโยสำคัญกับเขายังไงล่ะ ภากรนวดขมับไปมา ให้ตายสิอายุป่านนี้แล้วเขายังไขความรู้สึกของตนเองไม่ออก ก็อย่างที่ว่า ลูกๆกับโยธินเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่เขาแบ่งแยกไม่ได้...

‘..............................................’ 

นั่นสิ จริงๆด้วย เรื่องมันง่ายแค่นี้เอง

“ผมเอาวงนี้ครับ”

ตฤณไตรยิ้มกระจ่างก่อนที่จะเลิกหัวคิ้วเมื่อเห็นแหวนวงนั้น เป็นแหวนที่ตรินหมั่นไส้มันเป็นนักหนา แหวนทับทิมเจียระไนเป็นเหลี่ยมรูปหัวใจเม็ดเดี่ยวตัวเรือนทองคำขาว เชยที่สุดเฉิ่มระเบิด เขาว่าพี่เกษมหลายครั้งเรื่องแหวนแถมในห่อขนมวงนี้ตามประสาคนชอบของมีดีไซน์ ทำไมยังเอาของเชยๆมาขายอยู่อีก แต่พี่เกษมก็บอกเขาว่า

“หัวใจ...มันก็มีความโรแมนติคของมันนะ”

อืมม์ คงจะจริง

“น่ารักมากเลยครับ ต้องเหมาะกับคนรักของคุณแน่ๆ” พ่อค้าผมยาวยิ้มละไมอย่างนักธุรกิจปนเอ็นดูอยู่ลึกๆกับความรักของลูกค้าและดีใจที่กำจัดแหวนที่ตนหมั่นไส้ออกไปจากร้านได้ (หนอย สะเหร่อแล้วยังแพงอีก) แต่ก็ได้แต่คิดในใจแล้วตรินก็หันไปหยิบกล่องแหวนหุ้มหนังสีช็อคโกเลตประจำร้านเตรียมมาใส่แหวนให้ลูกค้าชั้นดีไม่เรื่องมากผู้นี้

“ถ้าคุณให้ แหวนวงนี้กับแฟนคุณรับรองเลยครับว่าจะได้ฮันนีมูนกันเดี๋ยวนั้นเลย”

ภากรหน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ตรินแอบมองแล้วก็ยิ้มก่อนที่จะพูดต่อ

“ว่าที่คู่หมั้นคุณใส่แหวนเบอร์อะไรครับ

“ง่า...” ภากรก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เรื่องแบบนี้ อืมม์ โยมือเล็ก แต่ก็เล็กแบบผู้ชาย มือเล็กกว่าเขาพอสมควร เขาใส่แหวนเบอร์อะไรน้า...

“เอ่อ...น่าจะเป็นสักเบอร์ 8 หรือ 9 ล่ะมั้ง...ครับ” โจไม่ค่อยแน่ใจสักเท่าไหร่ แล้วยิ่งเห็นพนักงานขายหนุ่มสวยผมยาวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งก็ชักจะหวั่นๆ

“ไม่ใหญ่เกินไปสำหรับผู้หญิงรึครับ....”

“......................( ชิ้งงงงง )....................”

ทั้งสองมองหน้ากันไปมาอย่างพูดไม่ถูก เอ้า อึดอัดจัง ความจริงไม่มีอะไรน่ากลัวสักหน่อย ยอมรับไปสิวะนายภากรว่านาย รัก รักโยธินสุดหัวใจ โยผมรักคุณ

ภากรขยับจะพูดว่าคู่หมั้นของเขาเป็นผู้ชาย ผู้ชายที่เขารักยิ่งกว่าผู้ใด ผู้ชายที่ทำให้ใจเขาสั่นไหว เกือบจะได้พูดออกไปถ้าหนุ่มพนักงานขายผู้นั้นไม่ยกมือห้ามขึ้นมาก่อน เขาหยิบปอยผมช่วงหนึ่งที่เป็นสีเหลืองสดเหมือนมะนาวหวานมาทัดข้างหูด้านขวาที่มีห่วงต่างหูประดับเพชร แล้วก็ยิ้มก่อนที่จะหยิบแหวนใส่กล่องมาวางตรงหน้าเขา ภากรหยิบบัตรเครดิตให้พนักงานหนุ่มรับไปรูดและได้ใบเสร็จรับเงินกลับมา

ไม่ต้องพูดก็ได้ ไม่ต้องเข้าใจก็รู้ ตฤณไตรยิ้มอีกครั้งขณะไสกล่องแหวนให้ภากรรับ ก่อนที่โจจะจากไปตรินก็โบกมือให้ ซึ่งไม่เหมือนทุกครั้งที่เขาจะไหว้ลูกค้าเมื่ออกจากร้านแล้วชายหนุ่มก็อวยพรว่า

“สุขสันต์วันแต่งงานนะครับ”

นั่นสินะ อย่างน้อยตัวเขาต้องมีความสุขแน่ๆ ภากรนึกขณะที่เดินไปยังโต๊ะริมหน้าต่างในภัตตาคารบนยอดตึกสูง โยกำลังเช็ดปากให้เจมส์และเจนนี่กำลังค่อยๆดื่มน้ำส้มอย่างระมัดระวัง นี่คือครอบครัวของเขา ชีวิตของเขา อนาคตของเขา

ถ้าเขาให้แหวนวงนี้กับโย แหวนจากหัวใจของผู้ชายคนหนึ่ง มันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างหนอ ภากรวางฝ่ามือหนาบนหัวใจด้านซ้ายที่จังหวะชีวิตค่อยๆกระชั้นเข้าทุกที โยจะเชื่อใจผมมั้ย? พระเจ้าครับเขาจะเชื่อผมไหม

ผมขออธิษฐานด้วยดวงใจทั้งหมดและความรักทั้งมวล...

พระเจ้าครับช่วยผมด้วย...

ได้โปรด...ขอให้เขาตอบว่า........................................................

 

*************************

 

end