Chapter 10
มิคาเอลเดินทางกลับมาจากสเปนได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว และสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงไปของริคโค่ น้องชายของเขาไม่ใช่คนอ่อนโยนยิ้มง่าย มองโลกในแง่ดีอีกต่อไป ริคโค่กลายเป็นคนเฉยเมยแทบจะเรียกได้ว่าเย็นชา ดวงตาที่เคยอ่อนโยนและแสดงความรู้สึกต่างๆอย่างไม่ปิดบังอยู่เสมอเดี๋ยวนี้กลับแข็งกร้าว ปกปิดความรู้สึกอย่างมิดชิด ความสัมพันธ์ทุกอย่างระหว่างพวกเขาดูเผินๆ อาจจะเหมือนเดิม แต่ไม่มีการพูดคุยกันอย่างสบายๆ อีกต่อไปแล้ว ริคโค่ระมัดระวังทุกครั้งที่พูดคุยกันไม่ว่าเป็นเรื่องอะไร
เหมือนน้องชายที่เขารักได้หายไปแล้ว กลายเป็นคนอื่นมาแทนที่
แถมเจ้าคนน่าโมโหทั้งสองคน จนป่านนี้ก็ยังไม่ยอมกลับไปอีก เอาแต่คอยกันท่าเขาอยู่ได้ ริคโค่ก็เป็นใจปล่อยให้ทั้งสองคนคอยติดตามอย่างกับเงา เขาอยากจะคุยจะถามอะไรก็ไม่สะดวก อยู่ที่บ้านก็คอยหลบหน้าเขา กว่าจะกลับก็ดึกดื่นทุกวัน
วันนี้ก็เหมือนกัน นี่ก็สี่ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ริคโค่กับเจ้าหมาหวงก้างสองคนนั่นก็ยังไม่กลับมาเลย มิคาเอลเดินมาที่หน้าต่างห้องทำงานแล้วเลิกม่านขึ้นดูอย่างหงุดหงิด
แสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาเป็นลำ ก่อนที่รถของริคโค่จะแล่นเข้ามาจอดนิ่งสนิท แล้วคนสามคนก็ก้าวลงจากรถเดินเข้าสู่ตัวบ้าน มิคาเอลทิ้งม่านหน้าต่างลง เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ดื่มบรั่นดีที่เหลือในแก้วรวดเดียวหมดแล้วรินเติมใหม่
นายจะหนีชั้นยังไงในบ้านของชั้นแบบนี้หือ ริค มิคาเอลยิ้มชั่วร้าย มือคลึงแก้วบรั่นดีอย่างใจเย็น
การรอคอยเคยเป็นสิ่งที่เขาแทบจะทนไม่ได้ แต่ครั้งนี้มันกลับทำให้เขาตื่นเต้นจนแทบรอไม่ไหว
ชั้นจะเอานายคนเดิมกลับมาให้ได้ คอยดูกันไปก็แล้วกัน เขาพูดก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วค่อยๆดังขึ้นจนก้องไปทั่วห้อง
ริคโค่เดินไปที่ห้องที่อิซาเบลกับเปรโดพักอยู่เหมือนทุกๆ วันที่เขากลับมา พี่ชายกับพี่สะใภ้ของเขาแยกห้องกันอยู่ตั้งแต่มิคาเอลกลับมาจากสเปนแล้ว ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาที่จะเข้าไปยุ่งด้วย
เขาเคาะประตูห้องเบาๆ สักครู่อิซาเบลก็มาเปิดรับ
กลับดึกอีกแล้วนะริค เธอเอ่ยทัก แล้วเดินกลับไปนั่งที่ข้างเตียง
ริคโค่ก้าวเข้ามาแล้วปิดประตู ขอโทษครับ ไงยังไม่นอนอีกเหรอคนเก่ง เขาทักหลานชายที่นั่งยิ้มกว้างอยู่บนเตียง แล้วเดินมานั่งอีกข้างหนึ่งของเตียง
ผมรออาริคน่ะฮะ เปรโดตอบพร้อมกับยิ้มอายๆ
ริคโค่เห็นเด็กน้อยซ่อนอะไรสักอย่างไว้ด้านหลัง จึงยิ้มอย่างเอ็นดู มีอะไรให้อารึเปล่าเอ่ย?
นี่ฮะ เปรโดยื่นม้วนกระดาษวาดเขียนให้ผู้เป็นอา
ริคโค่รับมาแล้วแล้วคลี่ดู นี่อาเหรอ? เขาถามพลางชี้ที่รูปคนที่อยู่ตรงกลาง
ใช่ฮะ แล้วนี่ก็ลุงฮวนกับอาพาโบล นี่แม่แล้วก็ผมฮะ เปรโดบอกอย่างภาคภูมิใจ
คุณครูให้วาดภาพความประทับใจช่วงวันหยุด ผมก็เลยวาดตอนที่พวกเราไปเที่ยวกันน่ะฮะ
เก่งมากเลยเปรโด ริคโค่เอ่ยชม ลูบหัวเล็กๆอย่างเอ็นดู มา อาให้รางวัล เขาก้มลงจูบหน้าผากของหลานชาย
เปรโดหัวเราะคิกคัก ขอบคุณฮะ อาริคต้องเอาใส่กรอบแขวนไว้ที่ห้องทำงานด้วยนะฮะ เขากำชับ
ได้เลยจ้ะ อาจะแขวนอวดทุกคนไว้เลย ริคโค่ขยี้หัวหลานชายเล่น เอาล่ะนอนได้แล้วคนเก่ง นี่มันดึกมากแล้วนะ
เปรโดล้มตัวลงนอนอย่างเชื่อฟัง ริคโค่ดึงผ้ามาห่มให้แล้วก้มลงจูบหน้าผากเล็กๆ อีกที
ราตรีสวัสดิ์ฮะอาริค หนูน้อยพึมพำ หลับตาพริ้ม
ราตรีสวัสดิ์เปรโด ริคโค่เอ่ยแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้อง
ขอบใจนะริคที่มาหาแกทุกวัน อิซาเบลเอ่ยขึ้น
ก็ผมรักแกนี่ครับ ริคโค่ยิ้มให้พี่สะใภ้ ก้มลงจูบแก้มหญิงสาวอย่างต้องการจะปลอบใจ ราตรีสวัสดิ์ครับ พี่อิซซี่
ราตรีสวัสดิ์จ้ะ เธอยิ้มอย่างขอบคุณแล้วปิดประตูตามหลังชายหนุ่ม
ริคโค่เดินกลับห้องของตัวเอง เข้าไปอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เปิดดูนัดหมายของวันรุ่งขึ้นในสมุด ก่อนจะเดินกลับมาที่เตียง กำลังจะล้มตัวลงนอนก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง
ครับ ริคโค่ยังไม่ยอมเปิดประตู เพราะฮวนเตือนเขาเรื่องพี่ชายเอาไว้แล้วชั้นเอง เสียงพี่ชายเขาตอบกลับมาจริงๆ ด้วย
มิค นี่มันดึกแล้วนะ แล้วชั้นก็เหนื่อยด้วย มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้ที่ทำงานแล้วกัน ริคโค่ตอบออกไป พี่ชายของเขาเงียบไปนานจนเขาคิดว่าชายหนุ่มจะจากไปแล้ว
ชั้นมีเรื่องอยากคุยกับนายจริงๆ นะ ริค แค่เดี๋ยวเดียวก็ไม่ได้เหรอ? เสียงของมิคาเอลดังขึ้นอีก
ริคโค่ลังเล เขาไม่ควรไว้ใจมิคแม้แต่เรื่องเดียว นี่คือคำเตือนของฮวนกับพาโบล แต่มิคก็เป็นพี่ชายของเขา แล้วเขาจะเอายังไงดี
ริค ขอร้องเถอะนะ
คำขอร้องของพี่ชายอดทำให้ริคโค่ใจอ่อนไม่ได้ แม้ท่าทีภายนอกของเขาจะเย็นชาแต่ภายในของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเสียหน่อย เพียงแต่เขาซ่อนมันเอาไว้ต่างหาก
ริคโค่เปิดประตูแง้มออกเล็กน้อย มีอะไรมิค? เขาถาม แต่พอเห็นสีหน้าแสดงถึงชัยชนะของพี่ชาย เขาก็รู้ว่าตัวเองหลงกลเสียแล้ว
มิคาเอลผลักประตูให้เปิดออกกว้าง ทำให้ริคโค่ต้องถอยหลังไปแต่โดยดี เขาก้าวเข้ามาแล้วปิดประตูกดล็อคทันที มองน้องชายที่จ้องเขาด้วยแววตาโกรธๆ อย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
คิดจะหลบหน้าชั้นไปถึงเมื่อไหร่ริค เขาถามยังไม่ก้าวไปจากจุดที่ยืนอยู่
ริคโค่ยกมือขึ้นกอดอกเพื่อซ่อนมือสั่นๆ ของตัวเอง ก็จนกว่านายจะเลิกไล่ตามชั้นไปทุกที่นั่นแหละ
เมื่อเห็นพี่ชายทำหน้าตกใจเขาจึงพูดต่อ นายคิดว่าชั้นไม่รู้เหรอที่นายให้คนสะกดรอยชั้นไปทุกหนทุกแห่ง นายไม่เคยไว้ใจชั้นเลย ชั้นเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นนะ เมื่อชั้นบอกว่า ไม่
ชั้นก็หมายความตามนั้นทุกคำ
ถ้างั้นก็ดี ก็ตอนที่ชั้นไม่อยู่ ก็ชั้นต้องเจรจากับเขา ไม่งั้นนายจะได้กลับมาที่นี่เหรอ ริคโค่ขัดขึ้น บาดแผลแห่งความเจ็บปวดของเขากำลังเปิดขึ้นอีกแล้ว ชั้นยอมทำตามที่นายต้องการแล้ว เพราะฉะนั้นนายไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายกับวิธีดำเนินการของชั้น เขาดึงเอาความโกรธมาบดบังความเจ็บปวดแทน
แต่นายเปลี่ยนไป มิคาเอลพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ
ใช่ ริคโค่ยอมรับ ชั้นเปลี่ยนไปแล้วตลอดกาล นายเองนั่นแหละทำให้ชั้นต้องเปลี่ยน เพราะถ้าชั้นไม่เปลี่ยน ชั้นก็มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ไม่ได้ โลกแห่งความจริงอันโหดร้ายที่นายสร้างขึ้นมาล้อมรอบตัวชั้นนั่นแหละ เขาเสริมขึ้นในใจ
มิคาเอลตกตะลึง คนที่ยืนพูดอยู่นี่ใช่น้องชายของเขาแน่หรือ ท่าทางแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้นี่ แววตาเด็ดเดี่ยวนี่อีก ไม่!! ไม่ใช่!! เขาไม่ได้ทำให้ริคเปลี่ยนไป ไม่!!! ต้องเป็นมัน มันต่างหากที่ทำให้ริคเปลี่ยนไป!!
สีหน้าของมิคเปลี่ยนเป็นน่ากลัวอีกครั้ง ก่อนจะย่างสามขุมเข้าหาน้องชาย ริคโค่สะดุ้งกับแววตาน่ากลัวนั่น ก่อนจะถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณ
มันทำอะไรนาย!!! บอกชั้นมานะริค!!!
เขาจับแขนสองข้างของน้องชายเขย่าอย่างรุนแรงนายพูดอะไรน่ะ!!!
ริคโค่พยายามบิดหนีแต่มิคาเอลก็บีบแขนเขาแน่นจนเจ็บไปหมดก็มันไง!!! ไอ้แมคนีลมันทำอะไรนาย!!!
มิคาเอลตะเบงเสียงดังลั่นใส่น้องชาย ตาวาววับน่ากลัว
เขาก็แค่อ่อนโยนกับชั้นเท่านั้นแหละ เขาคิดแต่เรื่องอะไรจะพูดออกไป นายจะบ้าเหรอไง!!! ปล่อยชั้นนะ!!! เขาตะโกนกลับบ้าง
บอกมานะริค!!! บอกมาเดี๋ยวนี้!!! มิคาเอลบีบแขนของน้องชายจนแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อชั้นบอกให้ปล่อย!!!
ริคโค่ตะโกนเสียงแข็งกร้าว แววตาวาววับไม่แพ้กันประตูห้องนอนของริคโค่เปิดผางออก แล้วฮวนก็พุ่งเข้ามากระชากตัวมิคาเอลออกจากริคโค่ แล้วดึงชายหนุ่มมาบังไว้ทางด้านหลัง พาโบลเข้ามาเช่นกัน เขาไม่สนใจมิคาเอลตรงเข้ามาหาริคโค่ด้วยความเป็นห่วง
คุณริคเป็นอะไรมั้ยครับ
ไม่เป็นไร แม้จะตอบอย่างนั้น แต่เขาก็ลูบแขนตรงที่โดนบีบป้อยๆ
พาโบลจับแขนริคโค่อย่างเบามือ แล้วเลิกแขนเสื้อนอนแขนสั้นของริคโค่ขึ้นแล้วเบิกตาโพลง
คุณริค!!!
เขาอุทาน ต้นแขนของริคโค่เห็นเป็นรอยนิ้วแดงก่ำชัดเจนใครให้พวกแกเข้ามา!!!
มิคาเอลตะโกนอย่างเดือดๆคุณคิดว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ฮวนถามกลับอย่างใจเย็น
ชั้นจะคุยกับริค ไม่เกี่ยวกับพวกแก!!!
การกระทำของคุณมันไม่ใช่คุยกันแล้วนะ ผมว่าคุณกลับไปนอนดีกว่าแกไม่มีสิทธิ์มาสั่งชั้น ในบ้านของชั้น!!!
ผมขอร้องคุณดีๆ แล้วนะมิคาเอล อย่าให้ผมต้องใช้กำลัง ฮวนเสียงกร้าว เมื่อเห็นว่าจะพูดกันไม่รู้เรื่องมิคาเอลสบตาแข็งกร้าวของฮวนแล้วก็เริ่มแหยง เมื่อเห็นว่าฮวนเอาจริง เขามองทั้งสองคนอย่างโกรธแค้นแล้วล่าถอยออกจากห้องไป
ฮวนเดินตามไปปิดประตูห้อง พาโบลประคองริคโค่ให้นั่งลงที่ปลายเตียง
เป็นยังไงบ้างครับคุณริค ฮวนถามอย่างเป็นห่วง
พาโบลเลิกแขนเสื้อของริคโค่ให้ฮวนดู นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะครับ เขาพูดอย่างโมโห
ช่างเถอะฮวน ผมไม่เป็นไรหรอก ริคโค่เอ่ยเบาๆ แม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย
พาโบลทำเสียงขึ้นจมูก ฮวนหันไปปรามชายหนุ่มก่อนจะถามขึ้นเพราะรู้จักริคโค่ดี คุณไม่ได้คิดแบบนั้นเลย ตอนนี้คุณรู้สึกไม่ปลอดภัยแม้ว่าจะอยู่ในบ้านของตัวเองแล้ว อยากออกไปอยู่ข้างนอกมั้ยครับ
ผมทำไม่ได้หรอกครับ ถ้าผมไปคนที่จะรับเคราะห์ก็คือพี่อิซซี่กับเปรโด ริคโค่เอ่ยเศร้าๆ
แต่มันอันตรายนะครับ ถ้าเขาเกิดบ้าขึ้นมาอย่างวันนี้อีกล่ะครับ พาโบลถามอย่างไม่สบายใจ
ผมคงต้องหาทางป้องกันตัวเอง จะหวังพึ่งพวกคุณตลอดไปคงไม่ได้ แค่นี้ผมก็ทำให้พวกคุณต้องกลับบ้านช้ามาตั้งอาทิตย์แล้ว
พวกผมยินดีอยู่ช่วยคุณนะครับ ฮวนบอก พาโบลพยักหน้าเห็นด้วย
ริคโค่ยิ้ม ผมรู้ครับ แต่ยังไงคุณก็ต้องกลับไปอยู่ดี หากผมเอาแต่พึ่งพาพวกคุณ ถึงเวลาที่พวกคุณไปแล้ว ผมก็แย่น่ะสิครับ จริงมั้ย? เขาถามกลับ
ฮวนยิ้มตอบ ก็จริงนะครับ แล้วคุณจะทำยังไง
ผมต้องขอคิดดูก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้เลยครับ
งั้นพักผ่อนนะครับ พวกผมขอตัวก่อน ฮวนบอก แล้วเขากับพาโบลก็ออกจากห้องของริคโค่ไป อ้อ พรุ่งนี้ผมจะเปลี่ยนลูกบิดกับกลอนห้องนอนของคุณให้นะครับ ฮวนหันมาบอกก่อนจะปิดประตูห้องให้เขา ริคโค่รีบเดินตามมาล็อคห้อง แล้วทิ้งตัวพิงประตูอย่างหมดแรง
เขาถอนใจเฮือกใหญ่ ทำไมปัญหาต่างๆ จากพี่ชายของเขาถึงได้ไม่หมดไปเสียทีนะ เขาเดินกลับไปที่เตียง ปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอน มือหนึ่งล้วงเข้าไปใต้หมอนหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมา
เขายกมันขึ้นมา จุมพิตลงไปอย่างแผ่วเบาทะนุถนอม ก่อนจะกำมันไว้แน่นวางลงแนบหัวใจ
ช่วยให้กำลังแก่ผมทีนะครับ ให้ผมผ่านมันไปให้ได้ ริคโค่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเปียกหมอน แต่อย่างน้อยผ้าเช็ดหน้าที่เขาได้มาจากมาร์คก็เป็นตัวแทนของชายหนุ่มได้ดี ยามที่เขาอ่อนแอ เขาก็จะนึกถึงยามที่มาร์คกอดเขาไว้เมื่อวันสุดท้ายที่พบกัน เขากอดผ้าเช็ดหน้าผืนนี้แทนชายหนุ่ม และก็เหมือนกับมาร์คอยู่กับเขา โอบกอดเขาไว้ในอ้อมกอดอบอุ่นแข็งแกร่ง และมอบกำลังที่จะทำให้เขาก้าวเดินต่อไปในวันพรุ่งนี้
ผมรักคุณ เขาพึมพำ แล้วก็ผล็อยหลับไป โดยที่มือยังกำผ้าเช็ดหน้าของมาร์คไว้แน่น
มิคาเอลไม่ได้กลับเข้าห้องนอน แต่ตรงไปที่ห้องทำงานแทน เขาหยิบบรั่นดีทั้งขวด แล้วทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงาน รินเหล้าจนเต็มแก้วก่อนจะดื่มรวดเดียวหมด ความร้อนแรงของเหล้าไม่อาจดับความร้อนรุ่มในใจของเขาได้เลยแม้แต่น้อย
ริคโค่ไม่เกรงกลัวเขาอีกต่อไปแล้ว ความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวที่เขาเห็นในดวงตาสีทองคู่สวยนั่น มันทำให้เขารู้สึกราวกับถูกข่ม เขาไม่เคยเห็นมันในตัวน้องชายมาก่อน ริคโค่มักจะยอมตามและลงให้เขาเสมอ แต่น้องชายของเขากลับแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ ตั้งแต่ได้เจอกับมัน!! ไอ้แมคนีล!!!
แกมันเกิดมาเพื่อเป็นศัตรูของชั้นโดยเฉพาะไอ้แมคนีล!!! แกแย่งเงินและอำนาจไปจากชั้น!!! ยังไม่พอ แกยังจะแย่งริคไปอีก ชั้นไม่ยอมหรอก!!! ริคเป็นของชั้น!!! ได้ยินมั้ยเขาเป็นของชั้น!!! มิคาเอลตะโกนก้องราวกับเสียสติ แล้วกระดกแก้วเหล้ารวดเดียวหมดก่อนจะขว้างแก้วไปกระทบผนังห้องแตกเป็นเสี่ยงเขาหน้าแดงก่ำ หอบหายใจแรงด้วยเพลิงแค้นที่กำลังเผาผลาญอยู่ภายในใจ เขาคลั่งแค้น อิจฉาริษยาคนๆ นั้น คนที่ทำให้ริคโค่หันไปมองได้ คนที่มีทุกอย่างเหนือกว่าเขา คนที่มีทั้งเงินและอำนาจโดยไม่ต้องเสาะแสวงหา คนที่เขาไม่มีวันเทียบได้ และที่สำคัญริคโค่รักมัน!!!
แต่ ริคต้องอยู่กับเขา ที่ข้างๆ กายเขา!!! ไม่มีวันที่จะไปอยู่ข้างกายมัน!!! เพราะริคสัญญากับเขาแล้ว คนอย่างริคไม่มีวันทรยศต่อคำพูดของตัวเอง เขารู้ดี ถึงได้ใช้มันให้เป็นประโยชน์
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังออกจากปากของมิคาเอล ก่อนจะค่อยๆ ดังขึ้นจนก้องไปทั่วห้อง ยังไงก็แล้วแต่ริคก็จะอยู่กับเขา แม้เขาจะไม่ค่อยพอใจกับสภาพการณ์ระหว่างเขากับน้องชายในตอนนี้ แต่ตราบใดที่ริคยังคงอยู่ข้างกายเขาแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว ส่วนการที่จะทำให้ริคกลับมาเป็นเหมือนเดิมนั้น เขาคงต้องเปลี่ยนวิธีการเล็กน้อย เมื่อไม้แข็งไม่ได้ผล ก็ต้องใช้ไม้นวม มันมีวิธีการเยอะแยะที่เขาจะจัดการในเรื่องนี้
ริคเป็นของชั้น!!! ของชั้นเท่านั้น...ไม่ใช่ของแกไอ้แมคนีล!!!
มิคาเอลปล่อยเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมาดังก้องราวกับจะให้คนที่เขาชิงชังได้ยิน...และขณะที่มิคาเอลหัวเราะราวกับบ้าคลั่งอยู่นั้น เขาไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เขาคิดออกมาดังๆ คนเดียวในห้องทำงานจะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งรับรู้ด้วย
ทั่วทั้งห้องที่ทำขึ้นพิเศษเพื่อเป็นห้องปฏิบัติการเล็กๆ ในคฤหาสน์ เงียบกริบไม่มีเสียงใดๆ ยกเว้นเสียงเบาๆ ของคอมพิวเตอร์ที่กำลังทำงาน
เจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์เหลือบมองผู้เป็นเจ้านายใหญ่ที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ กับความเงียบที่น่าอึดอัด สายตาของเจ้านายเขาจ้องนิ่งๆ ไปยังผู้ที่เห็นอยู่ในจอมอนิเตอร์ แววตาวาววับคมกริบ
ขอบใจมาก...ทำการบันทึกต่อไปแล้วส่งรายงานให้ชั้นพรุ่งนี้ มาร์คสั่งเสียงราบเรียบพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วพยักหน้าให้เจอโรมและคนที่เหลือตามเขาออกไป
ฟิลล์เดินมาตบหลังเจ้าหน้าที่อย่างปลอบใจเบาๆ พรุ่งนี้เอารายงานวางไว้บนโต๊ะชั้นนะ เขาสั่ง
ครับคุณฟิลล์ เจ้าหน้าที่รับคำพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
ฟิลล์พยักหน้าก่อนจะตามทุกๆ คนออกไป เขาเข้ามาในห้องทำงานของมาร์คเป็นคนสุดท้าย หันมาปิดประตูแล้วเดินมานั่งลงข้างอเล็กซ์
ไอ้หมอนี่มันไว้ใจไม่ได้เลยนะ เจอโรมพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกคนมาพร้อมกันแล้ว
แม้แต่นิดเดียว ฟิลล์เสริมขึ้น
มันเหมือนคนบ้ามากกว่านักธุรกิจ...แบบนี้ใครอยู่ใกล้ไม่มีทางปลอดภัยแน่ อเล็กซ์ไม่พยายามพูดเจาะจงลงไปว่าเป็นริคโค่ แต่ทุกๆคนก็รู้ดีว่าเขาหมายถึงใคร
มาร์คนั่งนิ่งเฉย ใบหน้าเย็นชาราวกับใส่หน้ากาก ดวงตาว่างเปล่าไม่บ่งบอกสิ่งใด แต่อีกสามคนให้ห้องต่างก็รู้ดีว่าเพื่อนและเจ้านายของเขากำลังอยู่ในอารมณ์โกรธกรุ่นที่ไม่ต้องการแสดงออกมาให้ใครรับรู้
จับตาดูต่อไป...แล้วรายงานชั้นทันทีที่มีอะไรเกิดขึ้น...ไม่ว่าเรื่องอะไร เขาสั่งเสียงราบเรียบทว่าเฉียบขาด ดวงตาสีเขียวตวัดขึ้นสบตาผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องทั้งสามคนทีละคน
ครับ ทั้งสามคนขานรับโดยพร้อมเพรียง
อเล็กซ์ ส่งคนของนายไปประจำแถวบ้านของมันให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะใกล้ได้จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากชั้น
ได้ครับ อเล็กซ์รับคำ
เท่านี้แหละ...วันนี้พวกนายกลับไปพักได้ มาร์คพูดขึ้นหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
อเล็กซ์กับฟิลล์ขยับลุกขึ้นเดินออกไป
ขอบใจพวกนายมากนะ มาร์คเอ่ยตามหลังทั้งคู่ไป ทั้งสองคนหันมายิ้ม ก้าวออกจากห้องไปแล้วปิดประตูลงตามเดิม
เป็นห่วงริคโค่ใช่มั้ย เจอโรมถามขึ้นลอยๆ เดินไปรินเครื่องดื่มให้เพื่อนและตัวเอง แล้วเดินกลับมาส่งให้ มาร์ครับมาก่อนจะถอนใจยาว คลึงแก้วในมือไปมา
มาร์ค... เจอโรมเรียกเพื่อนอย่างห่วงใย ครั้งนี้มาร์คอาการหนักมากกว่าตอนเรื่องของซาร่าและเชนเสียอีก เขามองเพื่อนรักดื่มเหล้าแก้วนั้นรวดเดียวหมดด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแล้วส่ายหน้า
เอาอีกมั้ย เจอโรมถามเมื่อเห็นชายหนุ่มนั่งมองแก้วเหล้านิ่ง
ไม่... มาร์คตอบห้วนๆ นายไปพักผ่อนเถอะ ดึกแล้ว เขาออกปากไล่เพื่อนรักเอาดื้อๆ
เจอโรมถอนใจอย่างเข้าใจดี นายก็เหมือนกันนะ ราตรีสวัสดิ์เพื่อน เขาลุกขึ้นคว้าแก้วตรงหน้าเพื่อนไปเก็บที่แล้วออกจากห้องทำงานของมาร์คไป
เสียงฝีเท้าของเพื่อนรักของเขาค่อยๆ เบาลงจนจางหายไป มาร์คถึงลุกขึ้นปลดเน็คไทออกโยนไว้บนโต๊ะ เขาไม่ต้องการให้ใครมารับรู้ความรู้สึกของเขาในตอนนี้แม้แต่กับเพื่อนรักเพียงคนเดียว เดินไปคว้าขวดเหล้าที่เคาน์เตอร์กับแก้วใบใหม่แล้วเดินไปที่ประตูที่เปิดออกไปสู่สวนกว้าง เขาเดินออกไปภายนอก ลมเย็นๆ พัดมาบ่งบอกว่าหน้าหนาวกำลังจะมาถึงในไม่ช้า เขาเดินลงเท้าหนักๆ ปลดกระดุมเสื้อออกจนเกือบถึงเอว เดินตรงไปยังศาลากลางสวน ทรุดตัวลงนั่งที่บันไดขั้นบนสุด รินเหล้าใส่แก้วจนเกือบเต็ม
เขาเอนพิงกับเสาทางขึ้นของศาลา ขาข้างหนึ่งชันเข่าขึ้นยันไว้ที่เสาฝั่งตรงข้าม ดวงตาเหม่อมองขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนที่สว่างจ้าด้วยแสงจันทร์เต็มดวง ยกเหล้าในมือขึ้นดื่มช้าๆ
ผมจะทำยังไงถึงจะปกป้องคุณได้นะ เขาเอ่ยเบาๆ กับตัวเอง
ถ้าเขาแย่งชิงริคโค่มา อย่างที่เขาน่าจะทำ ริคโค่คงจะเกลียดเขา ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาทรมานใจแค่ไหน บาดแผลครั้งนี้มันหนักหน่วงกว่าทุกๆ แผลที่เขาเคยประสบมา ทำไมนะกับแค่ชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง ถึงทำให้เขาเป็นได้ถึงเพียงนี้ ความต้องการครอบครองเป็นเจ้าของพลุ่งพล่านไปทั่วร่างของเขาทุกครั้งที่เขาคิดถึงชายหนุ่ม แต่เขาไม่อาจไขว่คว้าริคโค่ให้มาอยู่ข้างกายเขาได้ ส่วนหนึ่งเพราะตัวริคโค่เอง และส่วนหนึ่งคือความรู้สึกดำมืดในใจของเขา เขาไม่อาจรับประกันได้ว่าริคโค่จะไม่เจ็บปวดเมื่อมารักคนที่เหมือนถูกสาปเช่นเขา
เขาไม่อาจทนที่จะสูญเสียริคโค่ไปได้เหมือนคนอื่นๆ เขารู้สึกว่าตราบใดที่ริคโค่อยู่ห่างไกลจากเขา ชายหนุ่มก็จะไม่ถูกดึงมาเกี่ยวพันกับโชคชะตาอันโหดร้ายของเขา เขาเคยมั่นใจว่าการอยู่อย่างโดดเดี่ยวคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคนโชคร้ายเช่นเขา แต่ตั้งแต่พบกับริคโค่ความมั่นใจอันนั้นก็สั่นคลอนลงทุกที
มาร์คดื่มเหล้าที่เหลือในแก้วจนหมดแล้วรินเติมใหม่ เขายกแก้วขึ้นล้อกับแสงจันทร์ น้ำสีอำพันในแก้ว เตือนให้เขาระลึกถึงดวงตางดงามน่าหลงใหลคู่นั้นของริคโค่ ดวงตาเศร้าๆ ที่สลักตรึงอยู่ในใจของเขาตลอดมา และแสงจันทร์กระจ่างก็ทำให้เขาย้อนคิดถึงค่ำคืนแรกที่พวกเขาได้พบกัน คืนนั้นแม้เขาจะทำท่าไม่สนใจในตัวชายหนุ่มมากมายนัก แต่พอริคโค่ขอตัวจากไปเขากลับทนอยู่นิ่งเฉยไม่ไหว จนต้องตามชายหนุ่มออกไป การพบกันที่เหมือนบังเอิญที่น้ำพุกลางสวนนั่น ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นการจงใจของเขาเอง
ถ้าเขาไม่ติดใจดวงตาคู่นั้นจนต้องตามออกไป วันนี้เรื่องราวต่างๆ พวกนี้ก็อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ และเขาก็คงไม่รู้ว่าชีวิตของเขาที่เป็นอยู่ทุกวันๆ มันมีสิ่งใดขาดหายไปบ้าง
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เห็นในจอมอนิเตอร์ ทำให้เขานึกเป็นห่วงริคโค่ขึ้นมาจับใจ มิคาเอลประกาศก้องว่าริคโค่เป็นของตัวเองแบบนั้น ถ้ามันอยู่ต่อหน้าเขาล่ะก็ เขาคงบีบคอมันจนแหลกคามือไปแล้ว มันอันตรายเหลือเกินที่จะปล่อยให้ริคโค่อยู่ใกล้กับคนบ้าอย่างมิคาเอล แต่จะให้เขาทำอย่างไรล่ะถึงจะปกป้องริคโค่ได้ เขามีสิทธิ์ที่จะทำอย่างนั้นหรือเปล่าเพราะหนทางเดียวที่เขานึกออกก็คือต้องกำจัดมิคาเอลออกไปจากชีวิตของพวกเขาเท่านั้น
มาร์คก้มลงมองมือของตัวเอง สองมือของเขาที่จะใช้เพื่อปกป้องคนที่เขารักมันมีค่าพอหรือเปล่า มันไม่เคยปกป้องคนที่เขารัก ได้ก่อนที่คนเหล่านั้นจะต้องเจ็บปวดเลย เขาจะยอมให้เป็นแบบนั้นอีกหรือ
เขามองกลับขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง มือหนึ่งกำหมัดแน่น ไม่!!!...เขาจะไม่ยอมให้เป็นแบบเดิมอีก...มันมีอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ริคโค่ปลอดภัย คือวิธีที่ริคโค่เสนอให้เขานั่นแหละ
การแสดงออกถึงการเป็นปฏิปักษ์กันอย่างเปิดเผยเท่านั้น ที่จะทำให้มิคาเอลเลิกระแวงในตัวริคโค่ และเขาก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะทำ ขังความรู้สึกดีๆ ที่เขารู้สึกกับชายหนุ่มไว้ในห้องที่ลึกที่สุดในใจเขาแล้วโยนกุญแจทิ้งไป หนทางของเขากับริคโค่คงไม่มีวันที่จะมาบรรจบกันได้ พวกเขาเหมือนกับเส้นขนานที่เลี้ยวมาบรรจบกันเพียงแค่ระยะหนึ่งจากนั้นก็แยกกันไปคนละทางตามที่มันเคยเป็น
มาร์คดื่มเหล้าในแก้วที่เหลือจนหมด ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ ความอ่อนไหวที่เกิดขึ้นเหมือนที่เขาเป็นคืนนี้ดูไม่เหมือนตัวเขาเอาเสียเลย แต่ใครจะรู้ เขาอาจจะเป็นคนที่อ่อนไหวเกินกว่าที่ตัวเขาจะคาดคิดก็ได้ น่าแปลกที่เขาเพิ่งจะมารู้ตัวเอาป่านนี้ มาร์คก้มลงหยิบแก้วกับขวดเหล้าที่หมดไปเกือบครึ่ง แล้วเดินกลับเข้าบ้าน รู้สึกราวกับว่าค่ำคืนนี้ช่างเป็นคืนที่ยาวนานเสียเหลือเกิน...
ริคโค่นั่งอ่านเอกสารที่เขาได้รับมาจากพี่ชายเมื่อเช้าอย่างตั้งใจ ข้อเสนอที่บริษัทไอ.ที. คอมพิวเทคส่งมาให้น่าสนใจมากสำหรับเขา เหมือนจะตั้งโปรเจคนี้ขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะก็ว่าได้ เขาศึกษารายละเอียดของโปรเจคอย่างละเอียดตั้งแต่ได้มา เมื่อเห็นว่าเป็นโปรเจคที่ได้กำไรโดยที่ไม่ต้องลงทุนสูงแถมความเสี่ยงต่ำ เขาจึงตกลงใจโทรบอกพี่ชายว่าเป็นโครงการที่น่าลงทุนด้วย ซึ่งมิคาเอลก็อนุมัติให้เขาดำเนินการได้ตามใจ
ตั้งแต่คืนนั้นที่มีเรื่องกัน พี่ชายของเขาก็เหมือนจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในชั่วข้ามคืน เหมือนกับเหตุการณ์ในคืนนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ไว้วางใจเต็มร้อย นอกจากคอยระวังตัวต่อไป อีกอย่างพี่ชายของเขาก็เลิกส่งคนติดตามเขาแล้วด้วย ก็แสดงว่ามิคาเอลเชื่อคำพูดของเขา
เขาปัดเรื่องพี่ชายออกไปจากใจ แล้วตั้งสมาธิอยู่กับเอกสารตรงหน้า ก่อนจะติดต่อกลับไปที่บริษัทไอ.ที.คอมพิวเทคเพื่อนัดประชุมตกลงเรื่องสัญญางาน
ดีมาก...ทำตามที่บอกไปเมื่อคราวก่อนนะ แล้วถ้ามีอะไรคืบหน้าก็รายงานชั้นด้วย...ขอบคุณมาก มาร์ควางโทรศัพท์ลง
เป็นไง เจอโรมถามขึ้น
ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ
แล้วนายจะเอาไงต่อ
ตอนนี้ทางฟิลล์ก็เริ่มดำเนินการเรื่องตัดช่องทางคู่ค้าของบริษัทมันแล้ว หลังจากนี้เงินทุนหมุนเวียนในบริษัทของมันจะเริ่มลดลง นิสัยอย่างมิคาเอลไม่มีทางจะไปงอนง้อบริษัทที่ถอนตัวไปอย่างเด็ดขาด เพราะฉะนั้นช่องทางเดียวที่จะทำเงินได้ก็ต้องมาจากไอ.ที.ซี. (ไอ.ที. คอมพิวเทค) เท่านั้น จากนั้นเมื่อเงินปันผลลดน้อยลง ผู้ถือหุ้นสองคนนั่นก็คงต้องยอมขายหุ้นของเขาเมื่อชั้นเสนอเงินก้อนใหญ่ให้อย่างแน่นอน มาร์คอธิบายยืดยาว
เจอโรมยิ้มกว้าง นายคิดไว้ถึงขั้นนั้นเชียว
คนที่จะคิดเป็นศัตรูกับชั้น ย่อมต้องได้รับการโต้ตอบขั้นเด็ดขาดแบบนี้แหละ มาร์คพูดเสียงเข้ม เราจะรออเล็กซ์ดำเนินการเรื่องคนที่เราจะสร้างขึ้นมา แล้วนายกับชั้นก็จะได้จัดการเจรจากับผู้ถือหุ้นสองคนนั่น ตอนนี้เราก็แค่รอเวลาให้มิคาเอลก้าวลงมาในหลุมที่เราขุดไว้เท่านั้นแหละ เขาพูดเหี้ยมๆ
แล้วเรื่องของริคโค่ล่ะ เจอโรมถามขึ้นอีก
มาร์คสบตาเพื่อนรักแวบหนึ่งก่อนจะเมินไปอีกทาง ระหว่างชั้นกับริคโค่ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว เขาก็แค่น้องชายของคนที่เป็นศัตรูของชั้น...ก็เท่านั้น มาร์คตอบเสียงเรียบไม่แสดงความรู้สึก
นายแน่ใจ? เจอโรมเลิกคิ้ว
ชั้นไม่อยากทำร้ายเขามากไปกว่านี้ และนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการด้วย มาร์คสบตาเพื่อนรัก
เจอโรมถอนใจ ชั้นเป็นเพื่อนนาย ชั้นก็ไม่อยากเห็นนายทำร้ายตัวเองเหมือนกัน และเรื่องนี้มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของนาย ชั้นไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย แค่อยากจะบอกว่าชั้นเป็นห่วงก็เท่านั้น
ชั้นรู้ดี...ขอบใจนะเพื่อน มาร์คยิ้มนิดๆ พอให้เพื่อนคลายกังวล
งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ชั้นขอตัวสักหน่อยนะ เจอโรมลุกขึ้นยืน
จะไปหาลีน่าล่ะสิ มาร์คแซวเพื่อนแล้วหัวเราะ ขยันทำคะแนนจริงนะ
แน่ล่ะ...ก็สาวเจ้าร้ายออกอย่างนั้น ขืนไม่ไปให้เห็นหน้าบ่อยๆ เกิดลีน่าเปลี่ยนใจไปรักคนอื่นชั้นก็กินแห้วน่ะสิ เจอโรมทำหน้าทะเล้นก่อนจะเดินออกจากห้องไป
มาร์คส่ายหน้านิดๆ แล้วกลับมาตั้งสมาธิกับงานตรงหน้าต่อ แต่ก็ทำไปได้ไม่นาน ใจเขาก็วนเวียนกลับไปคิดถึงริคโค่อีก แม้จะพูดกับเพื่อนไปแบบนั้นแต่เขาก็ยังแน่ใจตัวเองเลยว่าจะทำอย่างปากว่าได้หรือเปล่า
เขาเปิดลิ้นชักโต๊ะชั้นล่างหยิบแฟ้มหนึ่งออกมาเปิดดู รูปภาพของชายหนุ่มที่อยู่ในแฟ้มเป็นรูปเพียงรูปเดียวที่เขามี เขาจ้องดูใบหน้ายิ้มแย้มของชายหนุ่มอยู่นาน ก่อนจะเก็บมันไว้ที่เดิม
นี่เขามัวแต่วุ่นๆ อยู่กับเรื่องของริคโค่และการหาวิธีตอบโต้การกระทำของมิคาเอล จนเกือบสามเดือนแล้วที่เขาไม่ได้เรียกดูรายงานของซาร่ากับนาธานลูกชายของเขาอีกคนหนึ่งเลย
มาร์คกดอินเตอร์โฟนไปหาเลขาของเขาและสั่งว่าถ้าเจอโรมกลับมายังห้องข้างๆ ให้แจ้งแก่เขาด้วย แล้วเขาก็กลับมาทำงานต่อ โดยปัดเรื่องทุกอย่างออกไป ตั้งสมาธิอยู่เพียงกับงานตรงหน้าเท่านั้น...
มาร์คนั่งอ่านรายงานที่เขาสั่งให้เอามาให้อยู่ในห้องทำงานที่บ้านของตัวเอง ยิ่งอ่านหัวคิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดจนแทบจะติดกัน เจอโรมเหลือบมองด้วยความไม่สบายใจ ผู้ที่นำรายงานมาส่งให้ยืนหน้าซีดลงเรื่อยๆ เมื่อเห็นเจ้านายทำหน้าเครียดยามเมื่ออ่านรายงานของเขา
ชายหนุ่มปิดแฟ้มแล้ววางลงบนโต๊ะทำงาน ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบขึ้นมองผู้ที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ลูกน้องของมาร์คหลบตาวูบ ไม่กล้าสบตาเจ้านายตรงๆ
ทำไมชั้นถึงเพิ่งได้รับรายงานเรื่องนี้ มาร์คถามเสียงห้วน
เอ่อ...คือ...ผมได้รับคำสั่งให้พักการรายงานเรื่องนี้ไว้ก่อนครับ ลูกน้องหนุ่มตอบตะกุกตะกัก
มาร์คเลิกคิ้ว คำสั่ง!!!
จากชั้นเอง เจอโรมพูดขึ้นมาร์คตวัดสายตากลับมาที่เพื่อนรัก ทำไม
นายวุ่นเรื่องเจ้ามิคาเอลคนเดียวไม่พอหรือไง เจอโรมถามกลับ สบตาเพื่อนนิ่ง ทอม...นายออกไปก่อน...ขอบใจที่มา เขาออกคำสั่งกับลูกน้องที่ยืนอยู่ ทอมโค้งให้ผู้เป็นเจ้านายทั้งสองแล้วรีบออกไปทันทีด้วยสีหน้าโล่งใจอย่างยิ่ง
มาร์คละสายตาจากเพื่อนมาสู่แฟ้มตรงหน้าของเขา ชั้นควรจะรู้เรื่องนี้ เขาพูดทำนองต่อว่า
รู้แล้วนายจะทำยังไง...ห้ามไม่ให้เธอแต่งงานเหรอ...นายวางมือจากชีวิตของซาร่ามานานเท่าไหร่แล้ว คิดจะไปขัดขวางเธอตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก นายไม่ได้ต้องการอย่างนั้นสักหน่อย เจอโรมกล่าวเตือน
ใช่...ชั้นไม่มีสิทธิ์ไปห้ามไม่ให้ซาร่าแต่งงานใหม่...แต่นาธานล่ะ...เขาเป็นลูกชายของชั้นนะ มาร์คพูดอย่างหงุดหงิด โดยหาสาเหตุไม่ได้
แล้วไง...เขารู้รึเปล่าว่านายเป็นพ่อ...ก็ไม่จริงมั้ย พวกเขามีความสุขดีแล้วไม่ใช่เหรอมาร์ค
มาร์คหลับตาลง ไม่อยากเห็นแววตาไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วยของเพื่อน
นายไม่คิดจะกลับไปขอคืนดีกับซาร่า เพราะถ้านายต้องการนายก็คงทำไปแล้ว ยอมรับเถอะว่าสำหรับซาร่าแล้วนายหลงเหลือเพียงความห่วงใยให้เธอเท่านั้น ส่วนนาธานก็มีความสุขดีเมื่ออยู่กับแม่เขาไม่ใช่เหรอ เจอโรมพูดต่อ ต้องการชี้ให้มาร์คเห็นว่าควรจะปล่อยสองแม่ลูกไปตามทางของพวกเขา เพราะเขาสังหรณ์ใจว่าเพื่อนรักของเขากำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง นานแล้วที่มาร์คแทบจะไม่เคยให้อารมณ์ขึ้นมาอยู่เหนือเหตุผล แต่ครั้งนี้เรื่องราวทุกอย่างเหมือนกับพร้อมใจประดังกันเข้ามาใส่เพื่อนของเขา ยิ่งมีเรื่องของริคโค่ด้วยแล้ว เขาเกรงว่าความรู้สึกสูญเสียที่เพื่อนของเขาเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิด กำลังจะปะทุออกมาเหมือนกับลาวาของภูเขาไฟ
ชั้นรักซาร่า ถึงตอนนี้ก็ยังรัก นาธานก็เหมือนกัน...พวกเขาเป็นของชั้น!!!
มาร์คพูดขึ้นในที่สุด ด้วยความรู้สึกรุนแรงที่ถาโถมใส่เขาจากภายใน เขาสูญเสียคนที่จิตสำนึกคอยย้ำบอกว่าคนๆนั้นเกิดมาเพื่อเขาโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย และกำลังจะสูญเสียสิ่งที่เป็นของเขามาแสนนานไปอีก เขาก็เลยรู้สึกทนไม่ได้แต่พวกเขาก็จากนายไปแล้วนะเพื่อน เจอโรมพยายามเตือนสติ
มาร์คลืมตาขึ้น สบตาเพื่อนด้วยแววตาแข็งกร้าว ไปแล้วชั้นก็ไปเอาตัวพวกเขากลับมาได้!!!
เจอโรมหรี่ตาลงอย่างไม่ชอบใจ ชั้นว่านายคิดให้ดีก่อนดีกว่านะมาร์ค เพื่อนของเขาไม่ตอบว่ากระไร แต่แววตาเป็นประกายคมกล้าอย่างดื้อดึง นั่นหมายถึงการตัดสินใจอย่างแน่นอนแล้ว
ในฐานะเพื่อนเขาทำได้เพียงแค่เตือนสติชายหนุ่ม และในฐานะลูกน้องเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปห้ามการตัดสินใจของมาร์ค
เจอโรมถอนใจเฮือกใหญ่ รู้ดีว่าแววตาแบบนี้ต่อให้เอาช้างมาฉุดยังไงก็ไม่อยู่
ชั้นไม่อยากให้นายต้องเสียใจในสิ่งที่นายตัดสินใจจะทำ เอาคำพูดของชั้นไปคิดให้ดีก่อนนะเพื่อน เจอโรมพูดอย่างหนักแน่น ก่อนจะลุกขึ้น ราตรีสวัสดิ์ เขากล่าวแล้วหมุนตัว เดินไปที่ประตู
เตรียมตัวไว้ได้เลยเจอโรม มาร์คพูดขึ้นเมื่อชายหนุ่มหมุนลูกบิดประตู หลังจากที่ชั้นวางใจเรื่องทางนี้แล้ว นายกับชั้นจะต้องได้ไปอังกฤษแน่
ตามแต่นายจะต้องการก็แล้วกัน เจอโรมพูดเสียงเรียบ ก้าวออกจากห้องแล้วปิดประตูไว้ตามเดิม
มาร์คมองตามเพื่อนรักไป เขารู้ว่าเจอโรมจะทำตามที่เขาต้องการ แม้จะไม่ชอบใจในการตัดสินใจของเขา ความรู้สึกเจ็บปวดปะทุขึ้นในใจเขาราวกับลาวาที่ระเบิดออกจากภูเขาไฟ หัวใจรู้สึกเหมือนกับโดนบีบรัดด้วยมือที่มองไม่เห็นไม่เคยรู้สึกทรมานเหมือนอกจะระเบิดอย่างนี้มาก่อนเลย
เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ต้องการซาร่ากับนาธานกลับมาจริงหรือ หรือว่าต้องการแค่อยากจะลองไขว่คว้าสิ่งที่หลุดมือไปแล้วกลับมาให้ได้ เพียงเพื่อทดแทนที่เขาไม่อาจจะไขว่คว้าคนที่เขาต้องการมาได้ หรือเพียงเพื่อจะเรียกความเป็นตัวของตัวเองกลับมาอีกครั้ง เป็นครั้งแรกในรอบสิบปีที่หัวสมองของเขาว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด และยอมปล่อยให้อารมณ์ครุกรุ่นในใจนำทางแทนสมอง และเขาก็ไม่คิดจะควบคุมมัน
ไม่ใช่ตอนนี้...ขณะนี้...
มาร์คตอบคำถามตัวเองไม่ได้ หรือไม่...เขาก็ไม่อยากจะหามัน แต่เสียงหนึ่งในใจบอกกับเขาว่ามีบางอย่างรอคอยเขาอยู่ที่อังกฤษ และเขาจะต้องไปที่นั่น ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย...
######################################################