Chapter 13
มาร์คมองหน้าลูกชายคนโตแว่บหนึ่ง แล้วเริ่มเล่าเรื่องในอดีต ดวงตามองเหม่อเมื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
ตอนนั้นแกอายุได้หกขวบเกือบเจ็ดขวบแล้ว คืนก่อนเกิดเหตุประมาณสองทุ่มกว่าชั้นกำลังทำงานอยู่ในห้องทำงาน ลอเรนเดินเข้ามาบอกให้ชั้นพาเธอออกไปเที่ยวแต่ชั้นปฏิเสธ เธอตื๊ออยู่พักหนึ่งเมื่อไม่ได้ผลเธอก็เลยกลับออกไปด้วยความโกรธ ชั้นไม่ได้คิดอะไรเพราะเธอก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว วันรุ่งขึ้นเป็นวันหยุดชั้นเคลียร์งานต่างๆเสร็จก็เลยคิดจะพาเชนไปเที่ยวสวนสนุกอย่างที่เคยสัญญาไว้นานแล้ว ชั้นเลยให้พี่เลี้ยงพาเชนไปแต่งตัวแล้วชั้นก็ไปบอกกับลอเรน เธอมองชั้นอย่างโกรธๆแล้วก็ผลุนผลันออกไป ชั้นสังหรณ์ใจเลยตามเธอออกไป สวนกับพี่เลี้ยงที่รีบวิ่งมาตามชั้นบอกว่าลอเรนเข้าไปในห้องของเชน ท่าทางและแววตาน่ากลัวไล่ให้เขาออกมาแล้วปิดประตูลงกลอนด้านใน เขาเลยรีบมาตามชั้น มาร์คเล่าเหตุการณ์ในวันนั้นให้ฟัง
ชั้นรีบวิ่งตรงไปที่ประตูห้องนอนของแก แต่ประตูล็อคจากด้านใน ชั้นทุบประตูเรียกแม่ของแกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ แล้วเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดของแกก็ดังขึ้นมา ชั้นตกใจมากพยายามจะพังประตูเข้าไปและให้คนรับใช้ไปตามคนขับรถมาช่วย เราสองคนกระแทกจนประตูเปิดออก ภาพที่เห็นทำให้ชั้นเลือดในตัวเย็นเยียบ แกนอนอยู่กับพื้นแล้วก็ร้องไห้เสียงดัง เพราะว่าแม่ของแกใช้เข็มขัดของเขาเฆี่ยนที่หลังของแกจนเป็นแผลแตกเลือดออก แม่ของแกเหมือนกับคนเสียสติไม่มีผิด ชั้นไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อนเลย ชั้นพยายามขยับเข้าไปช้าๆ หวังจะช่วยแกออกมาให้พ้นจากตัวเธอก่อน แต่ลอเรนก็คว้าแขนแกขึ้นไป แล้วก็ต่อว่าที่ชั้นไม่รักเธอ แม้จะมีแกแล้วชั้นก็ยังไม่รักเธอ ซึ่งมันก็จริง ชั้นไม่ได้รักแม่แกเลยแม้แต่น้อย มาร์คสบตากับเชน ดวงตาที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดและระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นขึ้นมาได้
โดยที่ชั้นไม่คาดคิด แม่ของแกเหวี่ยงตัวแกที่ตอนนั้นตัวนิดเดียวไปกระแทกกับขอบโต๊ะด้านหลังของเธอ แกสลบแน่นิ่งไปเลย ชั้นแทบช็อค รีบวิ่งเข้าไปอุ้มพาแกไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าแกกระโหลกศีรษะร้าวต้องผ่าตัดด่วน หลังจากแกปลอดภัยออกจากห้องผ่าตัดแล้ว ชั้นก็เรียกเจอโรมมาหาชั้น ขอร้องให้เขาออกจากงานตำรวจมาเป็นบอดี้การ์ดให้ชั้นพร้อมๆ กับ...ทำหน้าที่พ่อ...แทนชั้นด้วย เสียงที่แทบจะเค้นไม่ออกยามพูดถึงเรื่องนี้ คงจะบอกได้ดีว่าเขาเจ็บปวดกับมันมากแค่ไหน
มันเป็นทั้งโชคดีและโชคร้ายที่เชนจำอะไรไม่ได้เลยเมื่อฟื้นขั้นมาวันรุ่งขึ้น ตั้งแต่นั้นเขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เพราะเขาไม่กล้าเสี่ยงอีกแล้ว ถึงแม้ลอเรนจะเข้าบำบัดกับจิตแพทย์ชื่อดังขนาดไหน เขาก็ต้องไม่ทำให้เธอรู้อีกว่าเชนสำคัญกับเขามากแค่ไหน เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเชน เขาคงทนไม่ได้แน่ๆ
วันรุ่งขึ้นพอแกฟื้นขึ้นมาแกก็จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย ซึ่งนับว่าแกโชคดีมากที่ไม่เป็นอะไรมากกว่านั้น ระหว่างที่แกพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลอีกหนึ่งอาทิตย์ ยายของแกก็พาลอเรนไปพบจิตแพทย์ ชั้นก็ไม่รู้อะไรมากนักเพราะยายของแกเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมด ลอเรนกลับบ้านก่อนแกแค่สองวันเท่านั้น เธอดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนไม่รุนแรงไม่โวยวายอีกแต่ยังไงซะชั้นก็ไม่อยากเสี่ยง ดูเธอก็ยอมรับได้กับการดำเนินชีวิตอย่างที่ชั้นมอบให้ และชีวิตแกก็เป็นอย่างที่แกรู้มานั่นแหละ มาร์คจบการเล่าสาเหตุที่ลูกชายอยากรู้อย่างยืดยาว
เขามองดูเชนและนาธานที่มีสีหน้าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัดแล้วกระตุกยิ้มเย้ยหยันตัวเอง สบตากับเชนที่มองมาเขม็ง แกไม่ต้องเชื่อชั้นก็ได้ เพราะชั้นที่แกรู้จักตลอดสิบปีที่ผ่านมาไม่มีวันที่จะทำอะไรอย่างนั้นได้หรอก ชั้นมันเป็นคนเย็นชา ไม่มีหัวใจ เขาหยุดนิ่ง ความเจ็บปวดกัดกินใจเขาจนแทบจะพูดต่อไม่ได้
ไม่เป็นไรหรอกเชน แค่ตลอดมาแกไม่เกลียดชั้น ชั้นก็ดีใจแล้ว มาร์คพูดอย่างขมขื่น ยิ้มฝืนๆให้ลูกชายคนโต
ผมไม่เคยเกลียดพ่อเลย ลูกชายของเขาพูดขัดๆ พลางหายใจเข้าลึก ผมแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งพ่อทั้งแม่ถึงไม่สนใจผม ทำไมครอบครัวเราถึงไม่สนิทสนมกันเหมือนครอบครัวอื่นทั้งที่เราก็มีกันพร้อมหน้า เจอโรมพูดถูกถึงแม้เขาจะมอบความรักความอบอุ่นให้ผมแต่มันก็ไม่เหมือนกับที่ผมต้องการจากพ่อหรอก ทุกครั้งที่ผมต้องการมือของพ่อที่จะลูบหัวผมอย่างปลอบโยนหรืออ้อมกอดที่จะโอบกอดผมอย่างอบอุ่น ทุกครั้งก็จะเป็นเจอโรมทั้งที่ผมต้องการให้เป็นพ่อมากกว่า พ่อรู้รึเปล่าว่าผมเหงาแค่ไหนผมต้องการการแสดงออกถึงความรักของพ่อมากแค่ไหน ชายหนุ่มมองผู้เป็นพ่อด้วยดวงตาตัดพ้อ น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาไม่ขาดสาย
มาร์คหลับตาลงด้วยไม่อาจทนแววตัดพ้อและเจ็บปวดในสายตาของลูกชายได้ เชนเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งแต่ยังทนกับสิ่งที่สะเทือนใจนี้ไม่ไหว และเขาเองไม่ใช่หรือที่เป็นคนเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมา เขาเองที่ทำให้เชนต้องเจ็บปวดแบบนี้ ถ้าย้อนเวลาได้เขาก็อยากจะแก้ไขสิ่งนี้ ไม่ให้เชนต้องเจ็บปวดเหมือนที่ผ่านมาอีก
น้ำตาที่เขาไม่อาจกลั้นไว้ไหลลงมาช้าๆ พ่อขอโทษนะเชน พ่อ... เขาพูดไม่ออกอีกต่อไปเพราะคำพูดทุกคำมันตื้อขึ้นมาอยู่ที่คอ เขาลุกขึ้นยืน ถ้าตอนนี้แกยังต้องการอ้อมกอดของพ่ออยู่ พ่อก็ขอบอกแกว่าพ่อก็ต้องการอ้อมกอดของแกเหมือนกัน แล้วเขาก็ผายแขนออกอย่างรอคอย
ลูกชายของเขามองอ้อมแขนที่เผยออกอย่างลังเล แล้วเชนก็ลุกขึ้นยืนช้าๆมองสบตากับเขาแล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดที่เปิดรออยู่แล้ว เชนกอดเขาแน่น เขาเองกอดตอบลูกชายแนบแน่น
มาร์คระบายลมหายใจที่เขากลั้นไว้อย่างรู้ตัวออกมา เชนอภัยให้เขาแล้ว นี่คืออ้อมกอดที่เขาโหยหามาตลอดสิบปีเหมือนความรู้สึกเจ็บปวดที่เก็บไว้ลึกๆในใจได้ปลดปล่อยออกมา หัวใจที่เคยเย็นชาจนเป็นน้ำแข็งตอนนี้เหมือนมีแสงอาทิตย์สาดส่องให้ความอบอุ่นเติมเต็มในหัวใจ
มาร์คเงยหน้าขึ้น เห็นนาธานยืนเช็ดน้ำตาตัวเองป้อยๆ พอเห็นเขามองก็ยิ้มให้เขาเป็นครั้งแรกตั้งแต่เจอหน้ากัน เขายิ้มตอบและอ้าแขนข้างหนึ่งออกรอ ลูกชายคนเล็กของเขาลังเลที่จะเข้ามา เชนคงรู้สึกถึงแรงกอดรัดที่หายไป จึงเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วจึงนึกถึงนาธานขึ้นมาได้ เขาจึงอ้าแขนออกอย่างเดียวกับที่มาร์คทำ
มาสินาธาน มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ลูกทั้งสองไม่เคยได้ยินมาก่อน
นาธานน้ำตากลบดวงตาแล้วโผเข้าสู่อ้อมแขนที่เปิดรอคอยอยู่ทั้งสองทันที มาร์คกอดลูกทั้งสองแน่นจนไม่มีช่องว่าง ให้สมกับที่อยากทำมานาน สักพักจากนั้นพวกเขาค่อยๆผละออกจากกันเล็กน้อย ต่างก็มองหน้ากันไปมาแล้วก็หัวเราะขึ้นมาอย่างเต็มเสียงพร้อมๆกัน
พ่อไม่เคยฟอร์มหลุดเหมือนวันนี้มาก่อนเลยนะฮะ เชนพูดขึ้น
สิบกว่าปีมานี่ พ่อเพิ่งเคยหัวเราะและร้องไห้แบบนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ ขอบใจมากนะที่ช่วยนำความรู้สึกแบบนี้กลับคืนมาสู่หัวใจพ่ออีกครั้ง มาร์คกล่าวพร้อมกับลูบหัวลูกชายทั้งสองอย่างรักใคร่
ผมชอบเสียงหัวเราะของคุณพ่อนะฮะ ดีกว่าเสียงเย็นๆ ตอนแรกตั้งเยอะ นาธานพูดขึ้นบ้าง ยิ้มแล้วหันไปสบตากับพี่ชาย
ใช่ฮะผมก็ว่างั้น ถึงแม้ผมจะคิดว่าเสียงมันฟังดูแปลกๆ ก็เหอะ เชนสนับสนุน
มาร์คหัวเราะที่เจ้าลูกชายตัวดีแกล้งล้อเขา หันมาสบตากับนาธาน คงไม่เรียกพ่อว่า ท่าน อีกแล้วนะ
ไม่แล้วฮะ คุณพ่อ นาธานเน้นเสียง
มาร์คยิ้ม ยกโทษให้พ่อได้มั้ยในสิ่งที่พ่อทำลงไป
ผู้เป็นลูกชายทั้งสองหันมาสบตากันแล้วยิ้มกว้าง ได้สิครับ พวกเขาตอบออกมาพร้อมๆกัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สามพ่อลูกหันไปมองด้วยความสงสัย
คงเป็นเจอโรมนั่นแหละ มาร์คบอกกับลูกทั้งสอง ก่อนจะบอกอนุญาต เข้ามา
เป็นเจอโรมจริงๆที่เปิดประตูเข้ามา เขาทำหน้าเคร่งขรึมตอนที่เปิดประตูเข้ามา แต่พอเห็นเพื่อนของเขายืนโอบไหล่สองหนุ่มเอาไว้ก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยิ่งพอเข้ามาใกล้มองเห็นสีหน้าของทั้งสามคนเขาก็ยิ้มออก หลังจากที่หวั่นใจอยู่เหมือนกันเพราะเขาก็ไม่รู้ว่ามาร์คจะทำอะไร จะบ่ายโมงแล้ว พวกนายจะทานกันที่ห้องนี้หรือจะลงไปข้างล่างล่ะ
ลงไปข้างล่างดีกว่า นายกับไมล์ด้วยนะ มาร์คบอกอย่างร่าเริง หิวกันรึยัง
หิวแล้วฮะ มากด้วย พ่อพูดปุ๊บผมก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันทีเลย เชนบอกทำหน้าทะเล้น
ผมก็เหมือนกันฮะ แต่คงไม่เท่าเชนหรอก นาธานพูดบ้าง
งั้นก็ไปกันเลยสิ มาร์คบอกแล้วก็เดินนำทุกคนลงไปที่ร้านอาหารด้านล่างของโรงแรมอย่างกระตือรือร้น
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้ริคโค่สะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ เขาเดินจากระเบียงเข้ามายืนมองโทรศัพท์อย่างลังเล แล้วก็ตัดสินใจหยิบขึ้นมาแนบหูช้าๆ
คุณริค เสียงของฮวนที่ดังขึ้นมา ทำให้เขาถอนใจอย่างโล่งอก
คุณทำผมตกใจหมดเลย ริคโค่บ่นยิ้มๆ สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังครับ
ผมว่าที่คุณจะได้ยินจากผมน่ะจะทำให้คุณตกใจมากกว่านี้ ฮวนตอบรับเสียงเครียด
ริคโค่ขมวดคิ้ว เกิดอะไรขึ้นครับ!!! หรือว่าคุณลุง...
ท่านสบายดีครับ ฮวนขัดขึ้น พร้อมกับถอนหายใจ มิคาเอลก่อเรื่องอีกแล้วล่ะครับ คุณริค
เหมือนกับฮวนโยนระเบิดใส่เขาไม่มีผิด อะ...อะไรนะครับ!!! พระเจ้า...นี่มิคเขา...บ้าชะมัดผมไม่อยากเชื่อเลย เขากำลังเดือดปุดๆ อยู่ข้างใน แต่ก็สู้ข่มใจไว้ เรื่องมันเป็นยังไงครับ
ฮวนเล่าเรื่องที่มาร์คโทรหาเขาให้ริคโค่ฟัง เมื่อฟังจบ ริคโค่ถอนใจอีกครั้งอย่างโล่งอกที่มาร์คและลูกชายไม่ได้รับบาดเจ็บ
ขอบคุณนะครับฮวนที่โทรมาบอก ผมจะรีบกลับแอลเอให้เร็วที่สุด เสียงของริคโค่ไม่อาจปิดบังความเสียใจไว้ได้
คุณริค อย่าเอาตัวคุณไปเสี่ยงทำอะไรบ้าๆ เพื่อพี่ชายคุณอีกนะครับ ครั้งนี้แมคนีลเอาจริงแน่ อย่าเข้าไปขวางทางเขา มิคาเอลรนหาที่เอง คุณต้องปล่อยให้เขารับผลแห่งการกระทำของเขาเองบ้าง ฮวนรีบดักคอและเตือนชายหนุ่มไปในตัว
ผมจะพยายามครับ ริคโค่ตอบ
แค่พยายามไม่พอนะครับคุณริค คุณต้องทำให้ได้ ฮวนย้ำอย่างหนักแน่น
ผมจะดูแลตัวเองให้ดี ริคโค่รับปากได้เท่านี้จริงๆ
ฮวนถอนใจเบาๆ ก่อนจะวางหูไป ริคโค่วางโทรศัพท์ลงด้วยท่าทางอ่อนล้า เขามึนชาไปทั้งตัว รู้ดีแก่ใจว่าไม่อาจช่วยอะไรพี่ชายได้อีกแล้ว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้งเพื่อจองตั๋วเครื่องบิน แม้ว่าฮวนจะเตือนเขาแล้วก็ตามแต่เขาก็ต้องพยายามติดต่อหามาร์ค เพื่อที่จะได้ถามชายหนุ่มว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง
หรือว่าเขาอยากได้ยินเสียงของชายหนุ่มกันแน่ แม้เสียงนั้นจะนำความย่อยยับมาสู่พี่ชายของเขาก็ตาม
คุณริคเป็นยังไงบ้างครับ พาโบลถามทันทีที่ฮวนวางสายลง
รับฟังอย่างสงบกว่าที่ชั้นคิด...บางทีคุณริคอาจจะคิดไว้แล้วว่ามิคาเอลคงคิดจะทำอะไรบ้าๆ อย่างนี้อีก แต่มันมาถึงเร็วอย่างคาดไม่ถึง ฮวนเอนหลังพิงเก้าอี้ พลางทำสีหน้าครุ่นคิด เขาสงบเกินไปจนชั้นชักไม่ค่อยไว้ใจเอาเสียเลย
พาโบลถอนใจเดินไปรินวิสกี้มาให้ชายหนุ่ม ฮวนรับแก้วด้วยมือขวา ส่วนมือซ้ายจับข้อมือแล้วดึงพาโบลลงมาบนตักของเขา
ฮวน!!! ทำอะไรน่ะครับ พาโบลตกใจเอามือยันแผงอกชายหนุ่มไว้ทันควัน
ฮวนยิ้มกริ่มเอาแก้ววางบนโต๊ะ สองมือโอบพาโบลเข้ามาชิด แล้วนายคิดว่าชั้นจะทำอะไรล่ะ
คนบ้า!!! นี่มันห้องทำงานนะครับ เดี๋ยวใครเข้ามาเห็นเข้า พาโบลแย้ง หน้าแดงก่ำ
แล้วไงล่ะ ใครกล้าเข้ามาชั้นจะไล่ออกซะเลย ฮวนพูดยิ้มๆ
ทำอย่างนั้นได้ไงล่ะครับ!!! พาโบลท้วงเสียงเขียว
ฮวนหัวเราะ ชั้นคิดว่าเราสองคนน่าจะได้ไปแอลเออีกสักครั้งนะ
เหรอครับ เมื่อไหร่ล่ะ พาโบลถามไว้ชั้นคุยกับอังเคลก่อน แต่ตอนนี้นายหยุดพูดได้แล้ว ฮวนรั้งท้ายทอยของชายหนุ่มลงมา
ฮวน...อื้อ พาโบลร้องท้วงแต่ก็โดนฮวนปิดปาก ด้วยจุมพิตที่ร้อนแรง
ชั้นรักนายนะพาโบล ฮวนบอกเสียงพร่า หลังผละจุมพิต
ผมก็รักคุณ พาโบลเอ่ยขึ้น ซบลงกับอกกว้าง
ฮวนยิ้มก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่น เริ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้าอีกครั้ง นึกเป็นห่วงริคโค่ขึ้นมาจับใจ ครั้งนี้แม้ริคโค่จะไม่ขอร้องให้พวกเขาไปช่วย แต่เขาก็ตั้งใจจะไปอย่างแน่นอน
ตอนที่เจอโรมออกไปข้างนอกมาร์คได้รับโทรศัพท์จากอเล็กซ์บอกให้เขารู้ว่าริคโค่เดินทางกลับมาจากซีแอตเติ้ลแล้ว มาร์คสั่งให้อเล็กซ์ตัดการติดต่อทุกทางที่ริคโค่จะสามารถติดต่อเขาได้ จนกว่าริคโค่จะติดต่อผ่านมาจากทางอเล็กซ์เอง ชายหนุ่มรับคำก่อนจะวางสายไปและเขาจะสั่งแบบเดียวกันนี้กับเจอโรม ที่ทำไปก็เพื่อกันไม่ให้ริคโค่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยว ไม่ว่าจะทางใด
คืนต่อมาค่อนข้างดึกแล้ว นาธานลูกชายของเขาโทรมาบอกข่าวดีกับเขาว่าซาร่ายอมพบกับเขาแล้ว ทำให้เขาดีใจมาก เมื่อเจอโรมมาพบมาร์คจึงแจ้งข่าวนี้กับเพื่อนด้วยความยินดี
ขณะที่คุยกันอยู่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง มาร์คมองอย่างสงสัยก่อนจะพยักหน้าให้เจอโรมเป็นคนรับสาย
ห้องคุณแมคนีลครับ เจอโรมนิ่งฟังเสียงทางปลายสาย เหลือบตามาที่เขาแวบหนึ่งก่อนจะพูดต่อ ได้ รอเดี๋ยวนะชั้นจะถามเจ้านายก่อน เขาหันมาที่มาร์ค ริคโค่ติดต่อเข้ามาบอกว่าจะคุยกับนายให้ได้ตอนนี้
รวดเร็วกว่าที่เขาคิดไว้มาก เขารู้ว่าริคโค่ฉลาด คงจะเดาได้ว่าทางเดียวที่จะติดต่อเขาได้ก็ต้องผ่านทางคนของเขาเท่านั้น
ท่าทางเขาคงกระวนกระวายจนถึงที่สุดแล้วสิ แผนกดดันของเราได้ผลดีเกินคาดนะ มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ เก็บซ่อนความรู้สึกดีใจที่พุ่งขึ้นมาจากส่วนลึกเอาไว้ แค่รู้ว่าจะได้ยินเสียงของริคอีกครั้ง ก็พาให้หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำขึ้นมาเฉยๆ
นายจะคุยมั้ยล่ะ เจอโรมเอ่ยถาม มาร์คพยักหน้าตอบ ชายหนุ่มจึงตอบโทรศัพท์กลับไป ต่อเข้ามา เขาส่งสายให้เพื่อนแล้วเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตามเดิม
สวัสดีริคโค่ มาร์คทักเสียงเย็น
คุณแมคนีล น้ำเสียงร้อนรนของริคโค่ดังมาตามสาย เสียงที่เขาคิดถึงและโหยหา ผมอยากคุยกับคุณเรื่อง...
แต่ผมไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ มาร์ครีบพูดขัดขึ้น อย่าเอาตัวคุณมายุ่งเรื่องนี้เลย ผมไม่อยากทำให้คุณเจ็บปวดอีกครั้ง
ผมรู้ ผมไม่ควรจะโทรมาด้วยซ้ำ ผมผิดเองที่ทำอย่างที่รับปากกับคุณไว้ไม่ได้ เสียงของริคโค่บ่งบอกถึงความสำนึกผิด มาร์คอยากจับตัวชายหนุ่มเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอนอย่างที่เคยทำ แล้วบอกกับริคว่ามันไม่ใช่ความผิดของชายหนุ่มแม้แต่น้อย แต่เขาก็ได้แต่กำหมัดแน่นอยู่บนหัวเข่า
ผมรู้ว่าผมไม่มีสิทธิ์ถาม แต่ผมก็ต้องถามว่าคุณจะจัดการยังไงกับเรื่องนี้ เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น
ผมไม่จำเป็นต้องบอกคุณจริงมั้ย ผมบอกคุณแล้วว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับลูกผมอีกครั้ง จะไม่มีคำว่าปรานีสำหรับพวกคุณ มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ ได้ยินเสียงปลายสายอีกข้างสูดหายใจเสียงดังจะไม่มีการพูดคุยหรือเจรจาอะไรทั้งนั้น ผมจะจัดการกับเรื่องนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพี่ชายของคุณด้วยมือของผมเอง เขาจะไม่มีทางหนีไปจากเรื่องนี้ได้ผมรับรอง
เสียงหายใจขัดๆ ดังมาตามสาย ก่อนริคโค่จะพูดขึ้น ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมิคาเอลต้องทำอะไรแบบนี้อีก ผมรู้ว่าผมคงทำอะไรไม่ได้เลยในเรื่องนี้ แต่ผมอยากจะขอร้องคุณเรื่องพี่สะใภ้กับหลานของผม ตอนนี้พวกเขาก็ขวัญเสียมากพออยู่แล้วที่มิคาเอลหนีหายไป แววอ้อนวอนของปลายสายอีกข้างทำให้มาร์คอยากจะปลอบโยนชายหนุ่ม แต่เขาก็ไม่อาจทำได้
ผมไม่สนใจหรอกว่าใครจะเป็นยังไงนั่นไม่ใช่เรื่องของผม มาร์คพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิด ในเมื่อมีคนมาทำร้ายคนที่ผมรักผมก็ต้องตอบโต้เป็นธรรมดาและเพื่อเป็นการป้องกันผมก็ควรจะถอนรากถอนโคนให้หมด...จริงมั้ยริคโค่ เขาถามในสิ่งที่เรียกว่าทำร้ายจิตใจคนฟังอย่างที่สุด
ปลายสายเงียบกริบไป ริคคงกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เขาถาม คุณคงไม่ได้หมายถึง!!...ไม่นะได้โปรดเถอะพี่สะใภ้ผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วย หลานผมก็ยังเด็ก แกเพิ่งจะเจ็ดขวบเท่านั้น ริคโค่ตอบกลับมาเสียงสั่น
ไม่มีประโยชน์อะไรที่คุณจะมาอ้อนวอนผมริคโค่ ผมไม่ผ่อนปรนในเรื่องนี้และคุณก็ไม่ต้องติดต่อมาอีก ไม่มีการเจรจาเข้าใจมั้ย อ้อถ้าคุณเจอพี่ชายคุณล่ะก็ บอกมันด้วยว่ายิ่งมันพยายามหนีเท่าไหร่ผมก็จะสนุกกับการล่ามากเท่านั้น มาร์ควางสายลงโดยไม่สนใจทั้งสิ้นว่าปลายสายอีกข้างจะทำอย่างไร ไม่อยากได้ยินเสียงที่ปวดร้าวของริคอีก เรื่องนี้อาจจะทำให้ริคโค่ตัดใจไปจากเขาได้เสียที
แล้วตัวเขาล่ะ....ไม่มีคำตอบจากจิตใจส่วนลึกของเขาหรือว่า เขาไม่กล้าตอบกันแน่
เสียงเจอโรมผิวปากหวิวเบาๆ มาร์คเหลือบตามองแล้วฝืนยิ้มให้เพื่อนรัก
โหดจังนะ ไปขู่เขาอย่างนั้นทำไมล่ะนายไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว เจอโรมถามอย่างสงสัย
แน่ล่ะที่ชั้นจะไม่ทำ ชั้นก็แค่อยากรู้ว่าเจ้ามิคาเอลจะดิ้นหนีจากเรื่องนี้ยังไง เมื่อการกระทำของมันทำให้คนรอบข้างต้องเดือดร้อน ทั้งลูกเมียและน้องชายที่มันหวงนักหนาด้วย
งั้นเราก็ต้องเฝ้าดูพวกมันต่อไปงั้นสิ
ใช่...ริคโค่บอกชั้นว่าตอนนี้มิคาเอลมันหลบไปแล้ว และเรื่องนี้อาจทำให้มันออกมาเผชิญกับเราแล้วเราก็จะจัดการกับมันไงล่ะ
เป็นแผนที่เยี่ยมมากเลยเพื่อน เจอโรมเอ่ยชมขอบใจ เอาล่ะพวกเราไปพักผ่อนกันเถอะเรื่องนี้พักไว้ก่อนจนกว่าจะมีรายงานใหม่ๆ เข้ามาก็แล้วกัน
ตกลง ราตรีสวัสดิ์นะเพื่อน เจอโรมเอ่ยแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง
ราตรีสวัสดิ์ มาร์คเอ่ยตอบก่อนที่เพื่อนของเขาจะเดินออกไปและปิดประตู
หลังจากเพื่อนรักของเขากลับออกไปแล้ว มาร์คหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง
อ้าว...อเล็กซ์ไหงนายมาอยู่ที่บ้านฟิลล์ได้ล่ะ มาร์คแซวยิ้มๆ เมื่อคนที่รับสายไม่ใช่คนที่เขาโทรหา
เจ้านาย!!! อเล็กซ์ร้องอย่างแปลกใจ ผม...ก็มาค้างบ้านฟิลล์ประจำอยู่แล้วนี่ครับ เดี๋ยวผมเรียกฟิลล์ให้นะครับ เขารีบเปลี่ยนเรื่องแก้เขินมาร์คหัวเราะในคอ ไม่ต้องหรอก คุยกับนายก็เหมือนกัน
งั้นผมกดสปีกเกอร์แล้วเรียกฟิลล์มาฟังด้วยดีกว่าครับ อเล็กซ์บอก หันกลับไปเรียกฟิลล์
มีเรื่องด่วนหรือครับเจ้านาย เสียงฟิลล์ถามขึ้น
ก็ไม่เชิง...พวกนายให้ทนายของชั้นดำเนินการติดต่อซื้อหุ้นจากสองคนนั่นได้ทันที หากมีปัญหาอะไรให้ติดต่อหาชั้นโดยตรง แล้วเรื่องสำคัญที่ชั้นโทรมาคือชั้นอยากให้นายตามดูริคโค่เป็นพิเศษ อย่าให้เขาติดต่อกับเจ้ามิคาเอลได้ แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน
โรงแรมชานเมืองแห่งหนึ่งครับ ผมให้คนประกบติดไม่ปล่อยให้มันหนีไปไหนแน่ อเล็กซ์ตอบ
ดีมาก...อย่าให้สองคนติดต่อกันได้เด็ดขาด อ้อ...ระวังพวกกอนโดซาไว้ด้วย ชั้นว่าพวกเขาต้องไปที่แอลเอแน่
ผมจะจับตาดูไว้ครับ ฟิลล์รับคำเจ้านาย
พรุ่งนี้ชั้นจะโทรหาพวกนายอีกครั้ง อาจจะดึกหน่อย พวกนายสองคนอยู่ที่บ้านฟิลล์ใช่มั้ย มาร์คแกล้งยิงคำถามที่เขาเองก็รู้อยู่แล้ว
ผมอยู่แน่นอนครับเจ้านาย อเล็กซ์รับคำ มาร์คได้ยินเสียงพ่นลมหายใจของฟิลล์ดังลอดโทรศัพท์มาก็หัวเราะ
อเล็กซ์
ครับยินดีกับนายด้วยนะ มาร์คพูดปนหัวเราะ
เจ้านาย!!!
ฟิลล์ประท้วงเสียงดังขอบคุณครับเจ้านาย เสียงอเล็กซ์หัวเราะมาตามสาย
เท่านี้ล่ะ ราตรีสวัสดิ์ทั้งสองคน มาร์ควางสาย ก่อนจะส่ายหน้ายิ้มๆ เขาลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน เดินไปยังห้องนอนก่อนจะเลยไปยังห้องน้ำ
เขาเห็นภาพของริคโค่ก่อนที่พวกเขาจะจากกัน ย้อนกลับไปกลับมาราวกับวีดีโอที่เล่นย้อนไปมา มาร์คลืมตาขึ้นจ้องไปที่เพดานห้องน้ำพลางถอนหายใจ ริคโค่จะเป็นเหมือนที่เขาเป็นหรือเปล่านะ เพียงแค่ได้ยินเสียงของชายหนุ่มใจของเขาก็รื้อฟื้นเอาภาพเก่าๆ ของริคออกมาอย่างที่เขาไม่อาจห้ามใจตัวเองได้
มาร์คลุกขึ้นจากอ่างจากุชชี่ปล่อยน้ำออก แล้วเดินไปยืนที่ใต้ฝักบัวเปิดน้ำเย็นๆ ราดรดตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะปิดน้ำ เดินมาเช็ดตัวแล้วใส่กางเกงนอน เอาผ้าขนหนูเช็ดผมพอให้หายชื้น แล้วเดินไปล้มตัวลงนอนบนเตียง
คืนนี้ชั้นก็คงจะฝันถึงนายอีก เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหลับตาลง
เขาไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างความฝันที่เขาได้อยู่กับริคโค่ กับความเป็นจริงที่มันไม่มีทางเป็นไปได้ อย่างไหนจะเจ็บปวดกว่ากัน เมื่อเขาก็รู้อยู่แก่ใจว่าเขาจะต้องตื่นขึ้นจากความฝันมาพบกับความจริง...
เกือบหนึ่งเดือนที่คณะของมาร์คอยู่ที่ลอนดอน นอกจากมาดูบริษัทสาขาที่ลอนดอนแล้ว เขาก็ยังคิดจะขยายฐานทางการตลาดที่ภาคพื้นยุโรปนี่ด้วย ซึ่งเป็นงานที่ค่อนข้างจะหนักทำให้มาร์คแทบไม่ได้พักผ่อนจริงๆ อย่างที่ตั้งใจไว้เลย
หลังจากที่มาร์คได้คุยกับซาร่าและสามีใหม่ของเธอจนเข้าใจกันเป็นอย่างดีแล้ว พวกเขาก็ต่างไม่มีอะไรคาใจกันอีกต่อไป พวกเขากลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันโดยมีนาธานเป็นตัวเชื่อม เจ้าลูกชายตัวดีของเขาก็มาพบหวานใจเป็นหนุ่มน้อยหน้าหวานที่อังกฤษนี่เอง เขาไม่เคยเห็นเชนจริงจังกับใครแบบนี้มาก่อน ตัวเขาเข้าใจความรู้สึกของลูกชายได้ดี เขาจึงไม่คิดห้ามปราม ทางเลือกเป็นของเชน เขาจะรักคนที่ลูกชายของเขาเลือกเหมือนอย่างที่เชนรัก มันง่ายๆ แบบนั้น นี่คือสิ่งที่เขาค้นพบจากการมาอังกฤษ หวานใจของนาธานเองก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหนุ่มน้อยฝาแฝดของหวานใจเจ้าเชน เขาเห็นลูกๆ มีความสุขแบบนี้เขาเองก็พลอยมีความสุขไปด้วย และรู้สึกใจหายเหมือนกันเมื่อพรุ่งนี้ก็ถึงเวลาที่เขาต้องจากทุกคนที่นี่ไป
ส่วนเรื่องของมิคาเอลตอนนี้คนของอเล็กซ์ก็ทำงานได้ดีมาก ทำเหมือนไล่ล่ามันจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน พยายามติดต่อกับริคโค่ยังไงก็ทำไม่ได้เพราะโดนเขากันไว้ทุกทาง ริคโค่เองก็พยายามติดต่อพี่ชายเหมือนกัน แต่ก็โดนเขาสกัดกั้นเอาไว้หมด เขาคงต้องขอบคุณกอนโดซากับผู้ช่วยที่เหมือนกับคอยช่วยเขาอีกแรงที่คอยห้ามไม่ให้ริคโค่เข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้อีก
บริษัทของมิคาเอลก็ตกเป็นของเขาแล้วแน่ๆ อย่างไม่เป็นทางการ เพราะราคาที่เขาเสนอให้ผู้ถือหุ้นสองคนนั่น ทำให้ทั้งคู่รีบขายหุ้นให้เขาทันทีที่ทนายของเขายื่นข้อเสนอไป เพียงแค่เขากลับไปประกาศตัวเท่านั้น มิคาเอลก็จะไม่เหลืออะไรอีกเลย
คิดอะไรอยู่คะ เสียงนุ่มนวลอ่อนโยนถามขึ้นจากด้านหลัง เจ้าภาพของงานแอบออกมายืนทำอะไรคนเดียวที่นี่คะเนี่ย
มาร์คหันกลับมายิ้มให้ซาร่า ผมก็มีเรื่องต้องคิดอยู่ตลอดนั่นแหละ มันเลิกยากซะแล้ว
ซาร่ายิ้มตอบชายหนุ่ม คุณชอบเก็บอะไรไว้คนเดียวไม่บอกใคร มันไม่ดีรู้มั้ยคะมาร์ค คุณน่าจะหาใครซักคนมาเป็นที่ปรึกษาชีวิตได้แล้วนะ
ชายหนุ่มหันมองไปที่ท้องฟ้าไกลๆ ผมไม่อยากให้ใครต้องมาทนอยู่กับคนอย่างผมหรอกซาร่า ผมรู้นิสัยตัวเองดี ผมคงจะทำให้ใครคนนั้นต้องเจ็บปวด
คุณไม่มีวันรู้หรอกค่ะ ซาร่าดึงมือชายหนุ่มที่เธอเคยรักมากุมไว้ บางครั้งความเจ็บปวดมันก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เป็นกำลังให้เราต่อสู้ต่อไป เชื่อชั้นเถอะค่ะมาร์ค ความรักมีอาณุภาพมากกว่าสิ่งใด ความเจ็บปวดไม่สามารถลบล้างมันไปได้ ถ้าคนคนนั้นรักคุณจริง เขาจะต่อสู้กับทุกสิ่งเพื่อคุณผมอาจไม่กล้าพอที่จะเสี่ยงก็ได้ มาร์คกระชับมืออบอุ่นที่มอบกำลังใจให้เขาแน่นอย่างขอบคุณ
ซาร่ามองชายหนุ่มนิ่งๆ อยู่ครู่ใหญ่ คุณพบคนคนนั้นแล้ว ใช่มั้ยคะ
มาร์คหันมายิ้มฝืนๆ ให้หญิงสาว ผมปิดคุณไม่ได้เลยใช่มั้ย
แล้วทำไมล่ะคะ คุณไม่เคยปล่อยมือจากสิ่งที่คุณต้องการง่ายๆ นี่ เธอถามอย่างสงสัย มาร์คตอนนี้ดูอ่อนแอเหลือเกิน ไม่เหมือนผู้ชายแข็งแกร่งที่เธอรู้จักเลยครั้งนี้มันไม่เหมือนกันซาร่า เขาเข้ามาในจิตใจของผมโดยที่ผมไม่รู้ตัว ยิ่งผมปฏิเสธเขามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งติดตรึงอยู่ในใจของผมมากเท่านั้น แต่ระหว่างเรามันมีอุปสรรค์ชิ้นใหญ่ขวางอยู่ พี่ชายของเขาคือศัตรูที่ผมต้องกำจัดไปให้พ้นทางเพื่อความปลอดภัยของเชน อย่างนี้ยิ่งเขารักผมมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น
โอ...พระเจ้า!!!
หญิงสาวอุทานช่างเถอะ ผมไม่ควรเล่าเรื่องนี้ให้คุณฟังด้วยซ้ำ...ขอโทษนะ มาร์คเก็บซ่อนความเจ็บปวด ยิ้มให้หญิงสาวอีกครั้ง
คุณหลอกชั้นไม่ได้หรอกมาร์ค คุณเองก็เจ็บปวดกับเรื่องนี้ อาจจะมากกว่าเขาด้วยซ้ำไป ซาร่าพูดอย่างเข้าใจชายหนุ่ม ชั้นดีใจนะ ที่คุณระบายเรื่องในใจให้ชั้นฟัง อย่าลืมนะคะชั้นกับโจ เราสองคนเป็นเพื่อนของคุณเสมอ
ขอบคุณซาร่า มาร์คกล่าวอย่างซาบซึ้งกับมิตรภาพของเธอ กลับเข้าไปข้างในดีกว่า ก่อนที่โจจะมาบีบคอผมโทษฐานที่พาภรรยาของเขาหายไปเป็นนานสองนาน เขาพูดหน้าตาย
ระวังเถอะค่ะ มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ โจเขาขี้หึงนะจะบอกให้ ซ่าร่าแกล้งหยอกชายหนุ่มกลับบ้าง
แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนจะกลับเข้าไปในงานปาร์ตี้เล็กๆ ที่มาร์คจัดขึ้นคืนก่อนที่พวกเขาจะกลับอเมริกา มาร์คเชิญทั้งครอบครัวของซาร่าและหวานใจของลูกชายเขามาด้วยทั้งคู่ ตอนนี้พวกลูกๆ ของเขานัดกันไปซื้อของที่ระลึกก่อนจะมารวมตัวกับพวกเขาที่ห้องพักของเขาที่โรงแรม
สิ่งที่ซาร่าพูดก็จริงอยู่ แต่เรื่องระหว่างเขาและริคโค่ยังไม่จบแค่นี้ ยังเหลือแผนการขั้นสุดท้ายที่รอเขากลับไปจัดการอยู่ และหลังจากเรื่องนี้จบลง ริคโค่อาจจะโกรธเกลียดเขาไปตลอดชีวิตเลยก็ได้
แล้วอย่างนี้ ความรัก จะช่วยอะไรเขาได้หรือเปล่า จะช่วยให้ริคโค่ไม่เกลียดเขาได้ไหม ริคโค่และคำตอบของคำถามนี้ กำลังรอเขาอยู่แล้วที่อเมริกา...
##########################################################