Chapter 14
มาร์คกับเจอโรมแยกกันกับเชนและไมล์ที่สนามบิน เมื่อพวกเขากลับมาถึงแอลเอ
พ่อจะเข้าบริษัทเลยเหรอฮะ ไม่กลับไปพักผ่อนก่อนเหรอ? เชนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
มาร์คยิ้มให้ลูกชาย พ่ออยากจัดการเรื่องนี้ให้จบๆ ไปซักที พ่อไม่เป็นไรหรอก
แน่ใจนะฮะ งั้นเย็นนี้ผมรอกินข้าวเย็นกับพ่อนะฮะ เชนพูดกึ่งอ้อนกึ่งขอคำสัญญามาร์คหัวเราะเบาๆ พร้อมกับโอบไหล่ลูกชาย ได้ พ่อสัญญา
เชนยิ้มอย่างวางใจแล้วเขากับไมล์ก็แยกไปกับบอดี้การ์ดอีกกลุ่มใหญ่ มาร์คยิ้มส่งลูกชายก่อนจะหันหลังก้าวไปขึ้นรถด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เจอโรมก้าวเข้ามานั่งเคียงข้าง แล้วรถก็เคลื่อนออกไปมุ่งหน้าสู่สำนักงานใหญ่ของแมคนีลเอ็นเตอร์ไพรซ์
ชายหนุ่มทั้งสองก้าวเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทที่อเล็กซ์และฟิลล์รออยู่พร้อมกับเอกสารปึกใหญ่ ลูกน้องคนสนิททั้งสองคนลุกขึ้นพลางพยักหน้าทักทายกับเจ้านายผู้มีสีหน้าเคร่งเครียด
มาร์คนั่งลงที่หัวโต๊ะ พยักหน้าให้อเล็กซ์และฟิลล์รายงานเรื่องต่างๆ ระหว่างที่เขาไม่อยู่ให้ฟัง เมื่อฟังจบมาร์คก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เอกสารที่จะใช้เล่นงานเจ้ามิคาเอลทั้งหมดเตรียมเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย เขาเอ่ยถามเสียงเรียบ
ครับ ทั้งหมดอยู่ที่นี่ ส่วนเอกสารทางกฏหมาย ทนายของเจ้านายรอพบอยู่ที่ห้องแล้วครับ
ดีมาก แล้วตอนนี้เจ้ามิคาเอลมันอยู่ที่ไหน
ยังอยู่ที่โมเต็ลที่เดิมครับ ฟิลล์ตอบ
แล้วทางริคโค่ล่ะ เขาถาม สบตากลับอเล็กซ์
ก็พยายามจะติดตามหาเหมือนกันครับ แต่ก็โดนทางเรากันเอาไว้หมด แถมพวกกอนโดซายังคอยกันอีกแรงหนึ่ง คุณริคโค่ไม่มีทางติดต่อกับมิคาเอลได้เลยครับ อเล็กซ์ตอบยิ้มๆขอบใจอเล็กซ์ มาร์คยิ้มนิดๆ พรุ่งนี้นายจัดการลากตัวมิคาเอลไปที่บริษัทของมันตอนสิบโมงตรง ชั้นจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในวันพรุ่งนี้ มาร์คพูดอย่างเหี้ยมเกรียม
ลูกน้องทั้งสามมองหน้ากันก่อนจะรับคำ มาร์คลุกขึ้นยืน พวกนายสองคนไปจัดการเรื่องมิคาเอล เจอโรมนายตามชั้นไปคุยกับทนาย เขาบอกเพื่อนแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปสู่ห้องทำงานของเขา มีเจอโรมเดินตามไปติดๆ
เป็นอะไรไปฟิลล์ อเล็กซ์หันไปถามคู่หู เมื่อได้ยินเสียงถอนใจดังจากปากของชายหนุ่มชั้นอดห่วงคุณริคโค่ไม่ได้...เขาจะทำยังไงนะเมื่อฝ่ายหนึ่งคือพี่ชายร่วมสายเลือด อีกฝ่ายคือคนที่เขารัก... ฟิลล์ขมวดคิ้วอย่างไม่สบายใจ
แต่ชั้นว่าเขาคงเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องนะ เขาก็รู้นี่ว่าเรื่องนี้เจ้ามิคาเอลเป็นฝ่ายผิด อเล็กซ์ออกความเห็น นายใจอ่อนเกินไปหรือเปล่า
ฟิลล์หันมาสบตาคู่หู ชั้นก็แค่ไม่อยากให้คนดีๆ ต้องมารับผลจากการกระทำของคนอื่น แม้ว่าชั้นจะรู้ว่ามันหลีกเลี่ยงไม่ได้
ชั้นเข้าใจ อเล็กซ์เดินมาโอบไหล่คู่หู ถึงยังไงเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว อย่างที่นายกับชั้นก็รู้อยู่ และคุณริคโค่เองก็รู้เหมือนกัน ชั้นว่าเขาคงจะทำใจเรื่องนี้เอาไว้บ้างแล้วล่ะ
ก็ขอให้มันเป็นอย่างนั้นเถอะ ฟิลล์เอ่ยพร้อมกับถอนใจเบาๆอีกครั้ง
ริคโค่นั่งเหม่อไปนอกหน้าต่างในห้องทำงานของตัวเอง ตั้งแต่ฮวนบอกเขาเมื่อตอนสายๆ ว่ามาร์คกลับมาถึงแอลเอแล้ว เขาก็ไม่เป็นอันทำอะไร ความหวาดหวั่นจู่โจมหัวใจเขาเพราะจนป่านนี้เขายังตามหาพี่ชายไม่เจอเลย ไม่รู้ว่ามิคจะเป็นยังไงบ้าง แม้จะรู้ว่าพี่ชายเป็นคนผิดในเรื่องนี้แต่เขาก็ยังอดห่วงไม่ได้จริงๆ
มันจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง มาร์คจะทำยังไงกับพี่ชายของเขา คำขู่ที่จะถอนรากถอนโคนนั่นจะเป็นจริงหรือเปล่า ไม่!!! มาร์คไม่ใช่คนแบบนั้น!!! เขามั่นใจว่ามาร์คจะพุ่งเป้าไปที่มิคาเอลเท่านั้น
เสียงเคาะประตูห้องทำงานของเขาดังขึ้น พาโบลเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา ยิ้มให้เขานิดๆ
กลับบ้านเถอะครับคุณริค ชายหนุ่มบอกริคโค่พยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นเนือยๆ มีอะไรคืบหน้ามั้ยครับ
ยังไม่มีครับ พาโบลตอบ หลบตาชายหนุ่มที่มองมา
ผมรู้สึกสังหรณ์ใจยังไงก็ไม่รู้พาโบล ริคโค่ถอนใจ เดินตามชายหนุ่มลงมาที่หน้าบริษัท
อย่าคิดมากเลยครับคุณริค พาโบลปลอบใจ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ผมว่าคุณเตรียมใจให้พร้อมรับสถานการณ์ดีกว่า
ผมรู้...ขอบคุณนะ ริคโค่ยิ้มให้ชายหนุ่มก่อนจะก้าวขึ้นรถที่ฮวนจอดรออยู่พาโบลถอนใจนิดๆ ก่อนจะก้าวขึ้นด้านหน้า แล้วฮวนก็ขับรถออกไป ริคโค่ยังไม่ล่วงรู้เลยว่า เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปอีกครั้ง
เก้าโมงเช้าวันรุ่งขึ้น มาร์ค เจอโรมและฟิลล์ รวมทั้งทนายของมาร์คก็บุกมาถึงบริษัทของมิคาเอล เลขาหน้าห้องของริคโค่แทบเป็นลมเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบกับผู้ชายตัวโตๆ ถึงสี่คนยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
ผมต้องการพบคุณริคโค่ เดี๋ยวนี้!!!
มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ ไม่สนใจที่คนอื่นๆ ในบริษัทต่างลุกขึ้นมาชะเง้อดูอย่างสนใจขอโทษนะคะ แต่ว่า... ยังไม่ทันที่คุณเลขาจะพูดอะไรตอบกลับมา มาร์คเหลือบมองเธอแค่ชั่วแวบแล้วเดินตรงไปเปิดประตูทันที
ริคโค่ลุกเดินออกมาจากโต๊ะตั้งแต่ได้ยินเสียงดังที่นอกห้องของเขา พอประตูเปิดออกโดยไม่มีการเคาะล่วงหน้า แถมคนที่ก้าวเข้ามาคือมาร์คด้วย เขาก็ตกใจจนแทบจะเข่าอ่อน ได้แต่ตะลึงจ้องชายหนุ่มอยู่อย่างนั้น
มาร์คเองก็ชะงักไปเช่นกัน ก่อนจะก้าวเข้าไปตรงหน้าชายหนุ่ม และริคโค่ก็ก้าวถอยหนีอย่างไม่รู้ตัว
คุณริคคะ...คือว่าพวกเขา... ลิซ่ารีบแทรกตัวเข้ามาให้ห้องด้วยความเป็นห่วงเจ้านายผู้อ่อนวัยกว่า
ไม่เป็นไรครับลิซ่า ริคโค่เอ่ยขึ้นพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ช่วยไปเตรียมห้องประชุมใหญ่ให้ผมทีนะครับ แล้วตามฮวนกับพาโบลให้ผมด้วย
เอ่อ...ค่ะ เธอลังเลอยู่ชั่วครู่ แล้วรีบออกไปเมื่อสบตากับเจ้านายหนุ่ม
ริคโค่หันกลับมาสบตากับมาร์คอีกครั้ง แววตาเย็นชาเหมือนครั้งแรกที่เจอกันจ้องตรงมาที่เขาเขม็ง ไม่มีความเห็นใจหรือลังเลแม้แต่น้อย เขาสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินไปที่หลังโต๊ะทำงาน
เชิญนั่งก่อนดีมั้ยครับคุณแมคนีล ริคโค่ไม่ยอมให้ความอ่อนแอของเขาแสดงออกมา เขาจ้องมาร์คกลับอย่างท้าทาย ใช้โต๊ะทำงานเป็นสิ่งกีดขวางระหว่างกัน
มาร์คเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง แล้วเดินมานั่งลงตรงหน้าโต๊ะทำงานของริคโค่ เจอโรมพยักหน้าให้ฟิลล์และทนายของมาร์คไปรอที่ห้องประชุมก่อน ตัวเขายืนคุมเชิงอยู่แถวประตูห้อง
ริคโค่นั่งลงช้าๆ รู้สึกเหมือนไร้เรี่ยวแรง คุณกำลังจะทำอะไรครับ เขาเอ่ยถามอย่างลังเล
คุณไม่รู้อย่างนั้นรึ? ไม่หรอกริคโค่ คุณรู้จักผมดีนี่ เขาเหยียดยิ้มเล็กน้อย เอนหลังพิงเก้าอี้แล้วยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท่าทีของผู้ชนะ จ้องชายหนุ่มด้วยดวงตาคมกริบ
คุณไม่ลังเลที่จะจัดการกับพี่ชายของผมเลยใช่มั้ยครับ ริคโค่ถามด้วยเสียงที่แสดงความปวดร้าวเพียงเล็กน้อย แต่ผมไม่อยากให้ใครอื่นต้องมาเดือดร้อนเพราะความบาดหมางของพวกคุณ ดังนั้นถ้าสิ่งที่คุณจะทำมันมีผลกระทบต่อคนอื่นนอกจากพวกผมสองพี่น้องแล้วล่ะก็ กรุณาบอกผมด้วย เขาเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงความกล้าหาญที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดขึ้นมา
เขาไม่เคยอยากเผชิญหน้ากับมาร์คในลักษณะนี้แม้แต่น้อย แต่ตอนนี้พี่ชายของเขาก็ไม่รู้อยู่ไหน บริษัทจึงต้องตกอยู่ในความรับผิดชอบของเขา ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นกับบริษัทเขาก็ต้องป้องกันทุกทาง
มาร์คมองริคโค่อย่างพิจารณา ชายหนุ่มผอมลงเล็กน้อยจากที่เขาจำได้ ใบหน้าซีดเผือดกับแววตาหวาดหวั่นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงความหวาดกลัวในจิตใจ
มาร์คยกมือขึ้น เจอโรมส่งแฟ้มเอกสารให้เพื่อนอย่างรู้หน้าที่ เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะแล้วผลักมันไปตรงหน้าริคโค่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผมจะทำหรอก เขาหยุด จ้องหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง แต่ผมทำไปแล้วต่างหาก
ริคโค่เบิกตากว้าง คว้าแฟ้มบนโต๊ะมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว แค่เพียงหน้าแรกก็พอจะทำให้เขามือไม้อ่อนแล้ว มันเป็นเอกสารแจ้งการโอนกรรมสิทธิ์ของหุ้นที่ถืออยู่ของเพื่อนของคุณพ่อของเขา ตอนนี้เป็นชื่อของมาร์คเรียบร้อย แต่ละแผ่นของเอกสารที่เขาเปิดผ่านไป ใจของเขาก็หล่นลงๆ ไปทุกทีจนเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด
ยามที่ริคโค่ก้มลงอ่านแฟ้มเอกสารอย่างตั้งใจนั้น มาร์คถึงได้ปล่อยให้ดวงตาของเขาสะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงออกมา ดวงตาเขาที่ทอดมองชายหนุ่มในยามนี้มีแต่ประกายของความคิดถึงและโหยหา เมื่อไม่ได้เห็นเขาก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร แต่ชั่วแวบแรกที่เห็นหน้าริคโค่เขาก็ต้องยับยั้งทั้งหัวใจและร่างกายอย่างดุดันไม่ให้ก้าวเข้าไปแล้วดึงริคโค่มากอดให้หายคิดถึง อยากสัมผัสผิวแก้มอ่อนนุ่มนั่นอีกครั้ง อยากโอบกอดร่างกายบอบบางนั้นไว้แนบร่างแข็งแกร่งของเขาอีกครั้ง
เขาต้องอาศัยการหักห้ามใจอย่างเด็ดเดี่ยว และย้ำเตือนตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าวันนี้เขามาที่นี่ทำไม และเป้าหมายสำคัญของเขาคืออะไร
เมื่อเห็นว่าริคโค่กำลังจะเงยหน้าขึ้นมา เขาก็รีบปรับสีหน้าและแววตาเป็นเย็นชาดุจเดิม
ริคโค่ปิดแฟ้มแล้วเลื่อนมันคืนไปให้มาร์ค มิคาเอลคงไม่ยอมขายหุ้นที่เหลือในมือเขาให้คุณแน่ๆ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม
ผมรู้ มาร์คเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่บอกว่าเขาไม่แคร์เลยแม้แต่น้อย ผมไม่สนใจหุ้นของมิคาเอลหรอก ตอนนี้หุ้นที่อยู่ในมือผมมันก็เพียงพอที่จะปลดมิคาเอลออกจากตำแหน่งประธานบริษัทแล้ว
ถ้าอย่างนั้นคุณต้องการอะไรกันแน่ ริคโค่ถามอย่างหวาดหวั่นกับคำตอบที่จะได้รับ
มาร์คยิ้มเหี้ยมๆ หลักประกันว่าพี่ชายของคุณจะไม่มีทางมาก่อความวุ่นวายกับผมอีกยังไงล่ะ ความจริงหนทางเดียวที่จะรับประกันเรื่องนี้ได้จริงๆ น่ะคุณเองก็คงรู้ดีใช่มั้ย เขาหยุดถามริคโค่ที่หน้าซีดจนไม่มีสีเลือด และพูดต่อไปเพราะแววตาตื่นตระหนกเป็นคำตอบที่ดีอยู่แล้ว แต่ผมไม่ใช่ฆาตกรเลือดเย็น ผมก็แค่ทำให้พี่ชายของคุณไม่เหลืออะไรที่พอจะมาสร้างความเดือดร้อนให้ผมได้อีก แล้วก็อันเชิญพี่ชายของคุณให้ออกไปจากแผ่นดินที่ครอบครัวของผมอยู่ก็เท่านั้นแหละ
ริคโค่กำที่ท้าวแขนเก้าอี้แน่นจนเจ็บมือไปหมด ที่มาร์คพูดมามันก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าพี่ชายของเขาทั้งเป็น แม้ใจหนึ่งเขาจะคิดว่ามันเป็นผลจากการกระทำที่ผิดของมิคาเอลเอง แต่อีกใจหนึ่งเขาก็ยังอดห่วงใยพี่ชายต่างมารดาไม่ได้ ความเป็นพี่น้องและความเป็นครอบครัวไม่อาจทำให้เขาใจดำกับพี่ชายคนเดียวได้
หมายความว่าคุณต้องการที่จะยึดบริษัทนี้แล้วก็ให้เขาออกนอกประเทศไปอย่างนั้นเหรอครับ
ถ้าคุณจะเข้าใจอย่างนั้นก็ใช่ มาร์คเอ่ยอย่างเย็นชา
แล้วคุณจะทำยังไงกับพนักงานบริษัทอีกกว่าร้อยชีวิต ปิดบริษัทแล้วไล่พวกเขาออกอย่างนั้นหรือครับ ริคโค่พูดเสียงดัง ด้วยสำนึกแห่งความรับผิดชอบที่เขาแบกรับไว้บนบ่า
มาร์คยิ้มมุมปากนิดๆ มันก็มีทางออกสำหรับเรื่องนี้นะริคโค่ แค่คุณตัดสินใจเรื่องการร่วมหุ้นของเรา คุณทำได้นี่เป็นถึงรองประธานทั้งที อำนาจบริหารก็ยังเป็นของคุณครึ่งหนึ่ง หรือไม่ก็ปล่อยให้ผมควบกิจการแบบเบ็ดเสร็จ แต่ผมบอกได้เลยว่าผมไม่สนใจที่จะทำมันต่อหรอกนะ
ริคโค่ขบริมฝีปาก ผู้ชายตรงหน้าเขาคือมาร์คัส แมคนีลที่เป็นนักธุรกิจเต็มตัวและไม่มีคำว่าผ่อนปรนใดๆ สำหรับคนที่ไม่มีผลประโยชน์ให้เขาแม้แต่น้อย เขาหลบตาชายหนุ่ม พลางครุ่นคิดจนคิ้วขมวด ถ้าเขาเลือกอย่างแรกพนักงานทุกคนก็จะไม่ตกงาน แถมบริษัทยังมีฐานสนับสนุนที่ดีอีกต่างหาก แต่พี่ชายของเขาจะต้องหมดสิ้นทุกอย่างที่สร้างมากับมือและต้องออกนอกประเทศไป แต่ถ้าเขาเลือกอย่างหลังไม่เพียงเขากับมิคาเอลที่จะเดือดร้อน คนที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยก็ต้องมาเดือดร้อนไปด้วยอีกกว่าร้อย เขาจะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไง มาร์ครู้จักเขาดี ถึงได้เสนอทางเลือกนี้ขึ้นมา
มาร์ครู้ว่าริคโค่จะต้องเลือกอย่างแรกอย่างแน่นอน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่หล่อหลอมเป็นตัวริคโค่เป็นอย่างนั้น จิตใจที่อ่อนโยนและแสนดี ไม่เคยคิดมุ่งร้ายคนอื่นแม้แต่น้อย
ทางเลือกเป็นของคุณนะริคโค่ มาร์คกล่าวย้ำอีกครั้ง
ริคโค่ตวัดสายตากลับมามองชายหนุ่มอย่างขุ่นข้องกับคำกล่าวย้ำนั้น คุณก็รู้อยู่แล้วว่าผมจะเลือกอย่างไหน ทางเลือกไม่ได้เป็นของผมหรอกคุณแมคนีล เขาแค่นเสียง คุณเลือกให้ผมแต่แรกแล้วต่างหาก
รู้ก็ดีแล้วนี่ มาร์คโต้กลับเสียงกร้าว นี่แหละคือมาร์คัส แมคนีลตัวจริงที่คุณควรจะรู้จักเอาไว้ริคโค่
ริคโค่จ้องตากับมาร์คอย่างไม่ยอมแพ้ เขาจะต้องดึงพลังใจอย่างมหาาศาลขึ้นมาเพื่อสู้กับชายหนุ่ม และเขารู้ตัวว่ายังไงก็สู้กับชายหนุ่มไม่ได้นาน ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายหลบตาไปก่อน
ขอผมดูเอกสารทั้งหมดก่อน แล้วผมถึงจะตัดสินใจ ริคโค่เอ่ยเสียงเรียบ
มาร์คลุกขึ้นยืน งั้นก็เชิญคุณนำไปได้เลย
ริคโค่เม้มปากแล้วลุกขึ้นยืน เชิดหน้าขึ้นแล้วเดินนำมาร์คออกไปโดยไม่มองหน้าชายหนุ่มแม้แต่นิดเดียว เจอโรมเดินมาหยิบแฟ้มบนโต๊ะแล้วเดินตามออกไป
ชายหนุ่มทั้งสามคนเดินเข้ามาในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท คนที่อยู่ในห้องหันมามองพวกเขาเป็นตาเดียว มาร์คพยักหน้าให้ฮวนกับพาโบลและชายสูงวัยอีกคนที่คงจะเป็นทนายของบริษัท
กอนโดซาก็รวดเร็วดีเหมือนกันนี่!!!
เขาเดินไปนั่งลงที่หัวโต๊ะ เจอโรมผายมือให้ริคโค่นั่งลงที่ข้างขวาของมาร์ค ที่มีคณะของฮวนยืนรออยู่ ก็เท่ากับฝั่งของมาร์คและริคโค่นั่งประจันหน้าอยู่โดยมีโต๊ะประชุมเป็นสิ่งขวางกั้น
มาร์คพยักหน้าให้ทนายของเขาส่งเอกสารทางกฎหมายให้ริคโค่และพรรคพวกได้อ่าน ชายหนุ่มก้มหน้าอ่านซักพัก ก็หันไปสบตากับฮวนก่อนจะก้มลงอ่านต่อ ฮวนเปิดเอกสารไปช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมาร์ค หยัดยิ้มมุมปากเล็กน้อยให้ชายหนุ่มก่อนจะปรายตามองริคโค่ที่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านเอกสารอย่างตั้งใจ
ยิ่งเปิดเอกสารผ่านไปเท่าไหร่ คิ้วของริคโค่ก็ขมวดมากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเรื่องผลประโยชน์ร่วมกันหรือแม้กระทั่งเรื่องการจัดสรรปันส่วนของอำนาจบริหารบริษัท มาร์คแทบจะไม่ได้อะไรเลย นอกจากส่วนที่เขาจะได้จากหุ้นที่มีอยู่ในมือตอนนี้ มันเหมือนกับบริษัทของเขาได้แมคนีลเอนเตอร์ไพรซ์มาหนุนหลังให้โดยการแบ่งอำนาจบริหารกันคนละครึ่งเท่านั้นเอง
ริคโค่เงยหน้าขึ้นเอาแฟ้มเอกสารวางบนโต๊ะ ก่อนจะสบตากับชายหนุ่มตรงหน้าอย่างต้องการค้นหาและทำความเข้าใจในสิ่งที่มร์คเสนอมา
ผมจะไม่เซ็นสัญญาการร่วมกิจการฉบับนี้จนกว่าจะมีการแก้ไขบางส่วนของสัญญาเสียก่อน ริคโค่เอ่ยขึ้น ดวงตาไม่คลาดไปจากดวงตาสีเขียวเย็นชาตรงหน้า
ไม่พอใจสิ่งที่ผมเสนอให้หรือไง มาร์คถามเสียงเรียบ
ใช่ครับ ริคโค่ตอบอย่างแน่วแน่ ดวงตาสีเขียวส่อแววประหลาดใจแค่ชั่วแว่บก่อนจะจางหายไป ผมตกลงเรื่องการรวมหุ้น แต่เรื่องผลประโยชน์ที่ระบุในเอกสารมันไม่ยุติธรรมจนเกินไป
มาร์คหยัดยิ้มมุมปาก เหมือนคราวที่แล้วเลยนะ
หมายความว่ายังไงครับ?!!
ริคโค่สงสัยในคำพูดของชายหนุ่มก็เหมือนกับตอนที่คุณเซ็นสัญญากับบริษัทไอ.ที.ซี. น่ะสิ
ทำไมคุณถึงรู้!!!....หรือว่า ริคโค่นิ่งอึ้ง รู้สึกชาดิกไปทั้งร่าง ทุกๆ อย่างเป็นแผนการอันแยบยลของมาร์ค!!! ให้ตายเถอะ!!! เขาไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดเดียว!!!
ไอ.ที.ซี. เป็นบริษัทในเครือของผมเอง ทีนี้คุณก็คงตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแล้วใช่มั้ยริคโค่ มาร์คเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างต้องการคำตอบริคโค่กำหมัดแน่น รู้สึกเหมือนตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากเดินตามทางที่มาร์คขีดให้เท่านั้น แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอีกแล้วนอกจากทางที่ชายหนุ่มเปิดไว้ให้เท่านั้น เพราะนอกจากจะช่วยบริษัทแล้วยังช่วยรักษาชีวิตของพี่ชายเขาไว้ได้อีก ถ้าขืนให้มิคอยู่ที่นี่ต่อไปคงไม่มีโอกาสที่สามให้พี่ชายเขาแน่
ผมยังคงยืนยันคำเดิม ผมจะเซ็นสัญญาก็ต่อเมื่อคุณจะแก้ไขเอกสารตามที่ผมต้องการ ริคโค่เอ่ยขึ้นอย่างดื้อดึง เขาจะไม่ยอมรับสิ่งที่มาร์คเสนอให้เหมือนได้เปล่าแบบนี้หรอก
ความดื้อรั้นที่ฉายชัดในดวงตาสีทองของริคโค่ทำให้มาร์คอมยิ้ม เขาหันไปปรึกษาเบาๆ กับทนายก่อนจะหันกลับมา ตกลงตามที่คุณเสนอมา
ทนายความของมาร์คลุกขึ้นเอาเอกสารมาวางตรงหน้าริคโค่ ก่อนจะถอยห่างออกไป
ริคโค่หันไปสบตากับฮวน เมื่อชายหนุ่มพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย เขาก็หยิบปากกาออกมา
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในห้อง ฟิลล์หยิบมันออกมาพูดกลับไปสองสามคำก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เขาเดินมากระซิบบอกบางอย่างกับมาร์ค ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับเจอโรม
ริคโค่มองเห็นความเย็นชาน่ากลัวในดวงตาสีมรกตของมาร์ค เขาชะงักมือทันที สายตาไม่คลาดไปจากดวงตาเย็นชาคู่นั้น
ประตูห้องประชุมเปิดออก อเล็กซ์ก้าวเข้ามา ตามมาด้วยมิคาเอลที่ถูกลูกน้องของอเล็กซ์สองคนคุมตัวอยู่เดินเข้ามา
แก!!!
มิคาเอลจะถลันเข้าไปหามาร์คทันทีที่มองเห็นชายหนุ่มนั่งอยู่ แต่โดนอเล็กซ์ขวางไว้ และโดนลูกน้องสองคนของอเล็กซ์ล็อคแขนไว้ทันทีมิค!!!
ริคโค่ลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้แทบล้ม ทำไม!!! คุณแมคนีลนี่มันหมายความว่ายังไง!!!มาร์คยังคงนั่งอยู่กับที่ด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ครั้งนี้ผมเร็วกว่าคุณริคโค่ ผมไม่ยอมให้คุณพาพี่ชายหนีไปได้เหมือนครั้งที่แล้วหรอก เขาพูดกับชายหนุ่มก่อนจะหันหน้าไปหาศัตรูตัวร้ายที่ยืนฟึดฟัดพลางจ้องมาที่เขาอย่างมุ่งร้าย ครั้งนี้ไม่มีใครช่วยคุณได้อีกแล้วมิคาเอล ครั้งที่แล้วผมเห็นแก่ริคโค่ถึงได้ยอมปล่อยคุณไป แต่เมื่อคุณไม่คิดที่จะเลิกยุ่งวุ่นวายกับผม ผมก็ต้องตอบโต้คุณแบบนี้แหละ เตรียมตัวรับชะตากรรมของคุณแล้วรึยัง
แกไม่มีสิทธิ์มากำหนดชะตากรรมของชั้น!!! มิคาเอลตะโกนลั่นอย่างโกรธแค้น พยายามดิ้นรนแต่ไม่อาจหลุดพ้นพันธนาการมนุษย์ทั้งสองคนไปได้มาร์คหัวเราะเสียงเหี้ยม ตัวคุณเองต่างหากที่ทำให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพนี้ เขาพยักหน้าให้ลูกน้องที่จับตัวมิคาเอลไว้ ทั้งสองคนลากมิคาเอลมากดให้นั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง
ฮวนดึงริคโค่ให้นั่งลง พร้อมกับส่ายหน้าปรามชายหนุ่ม เหมือนจะบอกว่าปล่อยให้มาร์คจัดการไปเอง ริคโค่ได้แต่นิ่งงัน มองมาร์คสลับกับพี่ชายต่างมารดาที่มีสภาพเหมือนไม่ได้กินได้นอนมาหลายวัน ใบหน้าดำคล้ำ เสื้อผ้ายับยุ่งจนเขาอดสะท้อนใจไม่ได้ เขาอยากช่วยแต่ไม่มีอะไรที่เขาทำได้เลย
ผมอยากจะจัดการเรื่องน่ารำคาญนี่ให้จบลงเร็วที่สุด มาร์คเอ่ยเสียงกร้าว พยักหน้าให้ฟิลล์เอาเอกสารให้มิคาเอลอ่าน รอคอยดูสีหน้าแห่งความพ่ายแพ้ของมิคาเอลด้วยท่าทีเฉยเมย
มิคาเอลพลิกเอกสารอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วขว้างเอกสารนั้นทิ้งอย่างโกรธแค้น จะถลันลุกขึ้นก็โดนกดลงกับเก้าอี้ตามเดิม
แก!!! แกมันสารเลว!!! แกทำกับชั้นอย่างนี้ไม่ได้นะ!!! แกจะเอาทุกสิ่งทุกอย่างของชั้นไปไม่ได้!!!
เขาร้องลั่นอย่างโกรธแค้น ดวงตาวาววับงั้นคุณก็น่าจะคิดให้ดีก่อนที่จะมาหาเรื่องกับคนอย่างผม!!!
มาร์คเอ่ยอย่างเหี้ยมเกรียม เสียใจด้วยนะ ที่บริษัทของคุณจะต้องตกเป็นของผมในวันนี้ เขาเยาะเย้ยไม่มีทาง!!!
เขาตะโกนราวกับคลุ้มคลั่ง ริค!!! นายจะไม่ยอมให้มันทำอย่างนี้กับพวกเราใช่มั้ย?!!!ริคโค่นิ่งขึง สบตาพี่ชายอย่างเสียใจ เราทำอะไรไม่ได้แล้วมิค แค่เขาเซ็นชื่อแค่แกร๊กเดียว บริษัทของเราก็จะพังครืน เขาสูดหายใจเข้าลึก ถ้านายอยากรักษาบริษัทนี้ไว้ นายก็ต้องยอมรับข้อเสนอของเขา
ริค!!!
มิคาเอลจ้องหน้าน้องชายอย่างโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ ชั้นไม่อยากเชื่อ!!! นายเห็นมันดีกว่าชั้นอย่างนั้นเรอะ!!! นายร่วมมือกับมันมาทำลายชั้นใช่มั้ย!!!ริคโค่ส่ายหน้า ไม่นะมิค...ชั้น...
ไม่ต้องไปโทษน้องชายของคุณหรอก มาร์คขัดขึ้น ปกป้องริคโค่ตามสัญชาตญาณ เพลิงโทสะลุกวาบในดวงตา ขนาดนี้แล้วเจ้าบ้านี่ยังไม่สำนึกอีกหรือไง!!
ไปจากประเทศนี้ซะมิคาเอล เพราะถ้าคุณยังอยู่ที่นี่ต่อไปผมไม่รับรองความปลอดภัยของคุณ เขาเอ่ยต่อเสียงเหี้ยมแกคิดว่าแกเป็นใครหา!!! แกไม่ใช่เจ้าของประเทศนี้นะ!!! ถ้าชั้นไม่ไปแกจะทำไมชั้นได้!!!
มิคาเอลแค่นเสียงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะหวาดๆ กับแววตาเหี้ยมๆ ของคนตรงหน้าแน่ใจแล้วเหรอที่พูดอย่างนั้น!!
มาร์คหัวเราะเสียงเย็นเยียบ ผมคงไม่จัดการกับคุณเองให้มือผมเปื้อนหรอก แต่ผมมีอะไรบางอย่างที่สามารถจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในแผ่นดินอเมริกานี้ตลอดชีวิต หากสิ่งนั้นถูกส่งถึงมือของ FBIมิคาเอลนิ่งอึ้ง แกหมายถึงอะไรกัน!!!
ก็ข้อเสนอที่คุณเคยให้ผมไง มาร์คยิ้มเยาะ ถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมต้องการ ก็เตรียมตัวถูกตามล่าได้เลย
แก!!!...แกเลวมาก!!! มิคาเอลโกรธจนสั่นไปทั้งตัวมาร์คหรี่ตามองคนตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง คนอย่างคุณมีสิทธิ์ว่าคนอื่นว่าเลวด้วยรึ...คนที่ใช้วิธีสกปรกในการทำธุรกิจอย่างคุณน่ะมันเลวเสียยิ่งกว่าเลวอีก
เขาหันมาทางริคโค่ เก็บซ่อนความสงสารและเห็นใจเอาไว้ภายใต้ท่าทางเย็นชาไม่แยแส ทนายของคุณคงมีเอกสารมอบอำนาจอยู่แล้วใช่มั้ย
ริคโค่หันมาสบตาชายหนุ่มช้าๆ แววตามีแต่ความเจ็บปวดที่ไม่อาจปิดบัง ทนายความเอาเอกสารมาให้อย่างรู้หน้าที่ ริคโค่อ่านเอกสารแล้วส่งคืนให้ทนายของเขาเอาไปให้พี่ชาย
มิคาเอลเหลือบมองเอกสารตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาริคโค่ด้วยแววตาดุดัน นายทำอย่างนี้กับชั้นไม่ได้นะริค!!!...ทำไม!!! นายถึงได้เห็นมันดีกว่าชั้น!!! ทำไม!!! นายถึงได้ร่วมมือกับมันทำร้ายชั้นแบบนี้!!!
ชั้นไม่เคยคิดทำร้ายนายนะมิค!!! ริคโค่เอ่ยขึ้นอย่างเจ็บปวด ชั้นไม่ได้เตือนนายหรือไงว่าอย่าไปยุ่งกับเขา ชั้นเคยบอกนายใช่มั้ยว่าเขาจะจัดการกับนายจริงๆ ถ้าขืนนายยังคิดที่จะใช้ลูกชายเขาเป็นเครื่องมือต่อรองทางธุรกิจ ชั้นต่างหากที่ต้องถามว่า ทำไม!!! นายถึงไม่เชื่อชั้น!!!
มันไม่สำคัญหรอก!!! มิคาเอลตะโกนเสียงดัง หุ้นของนายกับชั้นรวมกันมันมากกว่าที่มันมีอยู่ เรามีสิทธิ์ออกเสียงให้มันพ้นสภาพการถือหุ้นได้อยู่แล้ว!!!
แล้วหลังจากนั้นล่ะ ริคโค่ขัดขึ้นทันควัน เรามีหุ้นทั้งหมดอยู่ในมือแล้วยังไง!! บริษัทของเราจะยังอยู่ได้มั้ยถ้ามันไม่มีงานเข้ามา นายลืมแล้วเหรอว่าตอนนี้งานเดียวที่พยุงบริษัทเราให้อยู่รอดได้ก็คือโปรเจคของบริษัทไอ.ที.ซี. ยังต้องให้ชั้นบอกนายมั้ยว่าบริษัทนั้นเป็นของใคร?!!มิคาเอลตวัดสายตาโกรธแค้นมาที่มาร์คทันที แก!!! ทั้งหมดเป็นแผนสกปรกของแก!!!
แผนสกปรก?!!! มาร์คเลิกคิ้วสูง ก่อนจะหัวเราะเหี้ยมๆ ผมอุตส่าห์ลดตัวเอางานมาให้บริษัทคุณ ยังจะหาว่าผมใช้แผนสกปรกอีกเหรอ เขาส่ายหน้าเยาะๆ สมองคุณท่าทางจะมีปัญหานะมิคาเอลถลันลุกขึ้น พุ่งเข้าหามาร์คท่ามกลางความตกใจของคนในห้องยกเว้นพวกของมาร์ค อเล็กซ์ขยับมาขวางเอาไว้ก่อนจะโยกตัวหลบหมัดที่ส่งมา จับแขนข้างนั้นของมิคาเอลตวัดกลับไปด้านหลังก่อนจะดันตัวมิคาเอลกดลงกับโต๊ะประชุมใหญ่กลางห้อง
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดของมิคาเอลดังขึ้นจากแขนที่ถูกบิดกลับและแรงกดมหาศาลที่ทำให้เขาไม่สามารถกระดิกหนีไปไหนได้เลย
ริคโค่ลุกขึ้นยืนอย่างตกใจ แต่เหตุการณ์มันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก พริบตาพี่ชายของเขาก็โดนกดอยู่กับโต๊ะแล้ว ฮวนลุกขึ้นรั้งตัวริคโค่ไว้ก่อนที่ร่างบางจะถลันเข้าไปขวาง ริคโค่หันมาสบตาฮวนอย่างหวาดกลัวและขัดใจ พาโบลส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามไม่ให้ชายหนุ่มทำอะไรเช่นกัน
มาร์คมองมิคาเอลอย่างเย็นชา ไม่มีความปรานีแม้แต่น้อยในดวงตาสีเขียวมรกต อย่าทำอะไรที่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บตัวดีกว่ามิคาเอล เขาเอ่ยเสียงเรียบ
มิคาเอลรู้ว่ายิ่งเขาดิ้นรน ก็ยิ่งเจ็บตัวจึงอยู่นิ่งๆ แต่ส่งสายตาเคียดแค้นใส่มาร์คแทน
คุณแมค...เอ่อ...มาร์ค... ริคโค่เอ่ยเรียกชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา
มาร์คหันไปตามเสียงเรียก แววตามีประกายของความประหลาดใจเล็กน้อย เพราะตั้งแต่เจอกันในวันนี้ ริคไม่ยอมเรียกชื่อเขาแม้แต่ครั้งเดียว
ปล่อยเขาได้มั้ยครับ ชายหนุ่มอ้อนวอน
มาร์คสบตาริคโค่นิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปจ้องมิคาเอลอย่างเย็นชา ตอนนี้สายตาทุกคู่ต่างก็จ้องมาที่มาร์คเป็นตาเดียว
ได้โปรดเถอะครับ มาร์ค ริคโค่อ้อนวอนอีกครั้ง
คุณไม่ยุติธรรมเลยนะริคโค่ มาร์คเอ่ยขึ้นเบาๆ สบตากับอเล็กซ์ก่อนจะพยักหน้านิดๆ
อเล็กซ์เอาตัวมิคาเอลไปปล่อยไว้ที่เก้าอี้ตามเดิม แล้วยืนคุมอยู่ไม่ห่าง
ริคโค่รู้ดี สิ่งที่มาร์คพูดเป็นความจริง เขาไม่ยุติธรรมกับชายหนุ่มเลยที่ทำแบบนี้ เขารู้ว่าหากเขาขอร้องมาร์คจะยอมทำตามที่เขาต้องการ
ขอบคุณครับ เขาเอ่ยเบาๆ มองเสี้ยวหน้าแข็งแกร่งเย็นชาของชายหนุ่มที่ไม่ยอมหันมาอย่างรู้สึกผิด
ทำให้มันจบๆ ไปสักทีเถอะมิค หากว่านายยังอยากรักษาชีวิตของนายไว้ต่อไป ก็เซ็นเอกสารนั่นซะ มันไม่มีทางเลือกให้นายอีกแล้ว กลับไปสเปนเถอะนะยังไงที่นั่นเราก็ยังมีญาติๆ ที่พอจะช่วยเหลือนายได้อยู่ ริคโค่พูดช้าๆ กับพี่ชายด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ขอให้เข้าใจ
แต่โทสะบังตามิคาเอลจนมองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว ไม่มีทาง!!! นายคิดว่ามันจะปล่อยให้ชั้นไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอริค!! นายดูคนผิดไปแล้ว!!! นายก็เห็นวิธีที่มันใช้กับเราแล้วนี่!!
มิค!!! ทำไมนะชั้นถึงได้รู้สึกว่าชั้นไม่เคยรู้จักนายในตอนนี้เลย!!! นายเป็นอะไรไป!!! ริคโค่เอ่ยด้วยเสียงอ่อนล้าไม่อาจปิดบังความเสียใจ ชั้นเชื่อในสิ่งที่คุณแมคนีลพูด เพราะเขาไม่เคยผิดคำพูดที่ได้ลั่นวาจาไว้ ชั้นดูเขาไม่ผิดหรอกมิค นายต่างหากที่ชั้นดูผิดและทำให้ชั้นเสียใจ น้ำตาใสๆ คลอหน่วยตาคู่สวยแต่ริคโค่ปาดมันทิ้งก่อนที่จะไหลออกมามิคาเอลกัดฟันกรอด คำต่อว่าของริคโค่ยิ่งเป็นการโหมเพลิงแค้นในใจของเขามากขึ้นอีก เขานั่งนิ่งไม่ขยับมองมาร์คสลับกับน้องชายด้วยสายตาโกรธแค้น
ริคโค่ถอนใจก่อนจะนั่งลงมองเอกสารตรงหน้าอย่างตัดสินใจได้ เขาหยิบปากกาที่วางอยู่ขึ้นมาด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกและจรดปากกาลงไป
ริค!!!
มิคาเอลเรียกน้องชายเสียงดังริคโค่เงยหน้าขึ้นสบตาวาววับด้วยความเคียดแค้นของพี่ชาย นายอาจจะไม่สนใจว่าพนักงานอีกกว่าร้อยของบริษัทจะเป็นยังไง แต่ชั้นสน ขอโทษนะมิค
นายเห็นคนอื่นดีกว่าชั้นใช่มั้ย!!! ดี!!! ดีมาก!!! ในเมื่อเป็นอย่างนั้นพวกเราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้วริค!!!
มิคาเอลแค่นเสียงมาร์คอยากจะลุกขึ้นไปเค้นคอพี่ชายตัวร้ายของริคโค่ให้แหลกคามือ คำพูดของมิคาเอลทำร้ายริคโค่อย่างไม่ต้องสงสัย เขาเหลือบมองชายหนุ่มเห็นความเจ็บปวดอยู่ในดวงตาสีทองแต่ก็เห็นความเด็ดเดี่ยวด้วย ความรู้สึกที่อยากจะดึงชายหนุ่มเข้าสู่อ้อมกอดและปกป้องริคโค่ไว้จากความเจ็บปวดทั้งหลายที่จะทำร้ายก็ผุดพลุ่งขึ้นมาในใจเขาอีกครั้ง
จำไว้นะไม่มีใครบอกให้ชั้นไปไหนได้ ถ้าชั้นไม่อยากไป!!
มิคาเอลหันไปจ้องหน้ามาร์คอย่างโกรธแค้น แม้แต่แก!!! แมคนีล!!!
พอทีได้มั้ยมิค!!! อย่าดึงดันอะไรมากไปกว่านี้เลย!!! ชั้นไม่อยากเห็นนายต้องหนีอย่างจนตรอก ไปซะตอนนี้ ตอนที่นายยังพอเหลือศักดิ์ศรีอยู่บ้างดีกว่า ริคโค่ขอร้องพี่ชายมิคาเอลหันกลับมาจ้องหน้าน้องชายก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทาง สองมือกำหมัดแน่น ความคั่งแค้นถาโถมเข้าสู่จิตใจ ความรู้สึกต่ำต้อยเพราะไม่อาจสู้กับชายที่นั่งอย่างสบายใจอยู่ตรงหน้าได้ คนที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา!! ทุกสิ่งที่เป็นของเขา!!! รวมทั้งริคโค่ด้วย!!!
ริคโค่สูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเซ็นชื่อลงไปในเอกสาร แล้วส่งให้ทนายเอาไปให้มาร์คเซ็นชื่อของตัวเองลงไป แล้วทนายก็ประกาศว่าการตกลงเซ็นสัญญาเสร็จสมบูรณ์
เขาน่าจะรู้สึกถึงชัยชนะ แต่ก็ไม่เลยสักนิดเดียว อาจจะเป็นเพราะสีหน้าและแววตาเศร้าสร้อยระคนเจ็บปวดของริคโค่ก็เป็นได้ รวมถึงความรู้สึกผิดที่กัดกินใจของเขาด้วย มาร์ครู้สึกว่าตัวเองเลวร้าย อาจจะไม่ต่างไปจากมิคาเอลเท่าไหร่นัก เพราะสิ่งที่เขาทำกับริคโค่นั้นคือการบังคับขีดเส้นให้ชายหนุ่มเดินไปในทางที่เขากำหนดไว้ สุดท้ายมันก็ทำร้ายริคโค่อยู่ดีไม่ว่าจะยังไง
มิคาเอลลุกขึ้นยืนช้าๆ สายตาที่มองริคโค่นั้นมีแต่ความโกรธเกรี้ยวและเคียดแค้น ชั้นจะไปก็ได้ แต่นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป นายจะไม่มีพี่ชายที่ชื่อมิคาเอลอีก และชั้นก็ไม่เคยมีน้องชายอย่างนายอีกต่อไป นายกับชั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกจำไว้นะริค!!!
แล้วเขาก็หยิบปากกามาเซ็นชื่อในเอกสารมอบอำนาจที่ทนายความเอามาวางไว้ตรงหน้ามิค!!!
ริคโค่ร้องเรียกแต่ไม่มีเสียงออกมาจากคอของเขา เขาลุกขึ้นยืนอยากจะก้าวไปหาพี่ชายแต่เขาก็ไม่สามารถขยับขาได้ น้ำตาร้อนๆ เอ่อขึ้นมาคลอดวงตา ความรู้สึกปวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่าง เขาไม่อาจทำอะไรเลยเหมือนกับโดนสาปให้เป็นหินไปแล้วอย่างนั้นมิคาเอลมองอาการน้องชายอย่างเฉยเมย ก่อนจะก้าวเข้าไปหามาร์คที่กำลังลุกขึ้นยืนช้าๆ จำสิ่งที่แกทำไว้กับชั้นให้ดีนะแมคนีล!!! ตราบใดที่ชั้นยังมีชีวิตอยู่ความเกลียดชังที่มีต่อแกจะหล่อเลี้ยงชั้น!!! ความพ่ายแพ้ในวันนี้มันเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ทุกคำพูดส่งกระแสแห่งความเคียดแค้นชิงชังออกมาอย่างไม่ปิดบัง
หลังจากพูดจบ ชายหนุ่มสองคนก็ยืนจ้องตากันอยู่นานก่อนที่มิคาเอลจะเชิดหน้าขึ้นแล้วเดินออกจากห้องประชุมไป มาร์คพยักหน้าให้อเล็กซ์กับลูกน้องตามออกไป ก่อนจะหันมาหาริคโค่
พอเห็นพี่ชายก้าวออกไปอย่างนั้น ริคโค่ก็ได้สติ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง ฮวนครับ ตามเขาไปทีผมเป็นห่วงพี่อิซซี่กับเปรโด
แล้วคุณ ฮวนท้วง
ผมไม่เป็นไรครับ รีบไปเถอะครับให้พาโบลไปด้วย ริคโค่บอก
ฮวนถอนใจนิดๆ แล้วรีบตามมิคาเอลออกไปพร้อมกับพาโบล แต่ไม่ลืมพยักหน้าให้มาร์คกับเจอโรมเป็นการบอกลา
ริคโค่หันมาบอกกับทนายของบริษัทให้ไปจัดการเอกสารต่างๆให้เรียบร้อย แล้ววันพรุ่งนี้ให้มาพบเขาอีกครั้ง ทนายรับคำก่อนจะเดินไปปรึกษากับทนายของมาร์ค
เขาแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรงจะทำอะไรอีกแล้ว พลังใจอันน้อยนิดนั่นเองที่ทำให้เขายังยืนอยู่ได้ ริคโค่สูดหายใจหลายๆ ครั้งเพื่อเรียกกำลังให้กลับคืนมา ผมขอตัวก่อนนะครับ เขาบอกแล้วก็ขยับจะก้าวเดินแต่ขาสองข้างกลับไร้เรี่ยวแรง แค่ก้าวแรกก็ทำให้เขาเกือบล้มลง ดีที่มาร์คอยู่ใกล้พอที่จะพยุงร่างของริคโค่ไว้ได้ก่อน
ริค!!! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?!!
มาร์คถามอย่างตกใจริคโค่เอนพิงอ้อมอกอบอุ่นของชายหนุ่มอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยันตัวออก มะ ไม่เป็นไรครับ
อาการปวดหัวของคุณกำเริบอีกหรือเปล่า มาร์คยังไม่ยอมปล่อยริคโค่ไปจากอ้อมกอดของเขา
ริคโค่เงยหน้าขึ้น ดวงตาสองคู่ประสานกัน และเขาก็เห็นความห่วงใยในดวงตาสีเขียวสวยของมาร์ค เขาหลับตาลงเพราะความรู้สึกต่างๆ ที่กำลังต่อสู้กันอยู่ในใจเขากำลังจะทำให้เขาปวดหัวขึ้นมาจริงๆ
ริค!!
มาร์คเรียกชายหนุ่มอย่างห่วงใยอีกครั้งริคโค่ลืมตาขึ้น ก้มหน้าหลบตาคมกริบของมาร์คที่จ้องมา ผมไม่เป็นไรครับ แค่จะกลับไปที่ห้องทำงาน
มาร์คคลายอ้อมกอดออก เข้าใจดีว่าริคโค่คงต้องรู้สึกปวดร้าวเพียงใดกับสิ่งที่ตัวเองได้ตัดสินใจทำลงไป เขามองดูริคโค่ที่เดินช้าๆ ไปจากอ้อมกอดของเขา ก่อนจะก้มลงมองมือของตัวเอง กำหมัดแน่นแล้วทิ้งลงข้างตัว เขาอยากดูแล อยากปกป้องริคโค่ แต่เขาเกรงว่าริคโค่คงจะไม่ต้องการมันจากเขา
เจอโรมเดินเข้ามาหาเพื่อนรัก ตามไปดูแลเขาเถอะ ท่าทางไม่ดีเลย
เขาไม่อยากให้ชั้นเห็นตอนที่เขากำลังอ่อนแอหรอก มาร์คถอนใจแต่ตอนนี้เขาไม่มีใครแล้วนะ ไปเถอะเพื่อนแค่อยู่เป็นเพื่อนเขา เจอโรมตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ เดี๋ยวชั้นจัดการทางนี้เอง
มาร์คสบตาเพื่อนรักอีกครั้ง ก่อนจะถอนใจเบาๆ อย่างยอมแพ้ แล้วเดินตามริคโค่ออกไป
##################################################