Chapter 18
ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมอยู่ที่ตอนหลังของรถคันหรูที่กำลังมุ่งหน้ากลับสู่บ้านแมคนีล เจ้าของอารมณ์คุกรุ่นนั่งนิ่งๆจ้องออกไปสู่แสงสีภายนอกด้วยใบหน้าแข็งกระด้างเย็นชาที่ใครมาเห็นในตอนนี้ต้องหนาวสันหลังไปตามๆกัน
เจอโรมไม่อยากแยกไปตอนนี้แต่มาร์คกลับบอกให้เพื่อนไปหาลีน่าอย่างที่ตั้งใจไว้แล้วก้าวขึ้นรถโดยไม่ฟังคำคัดค้านแม้แต่น้อย ในตอนนี้เขาไม่อยากให้ใครมาเข้าใกล้ เขารู้ดีว่าตัวเองอยู่ในอารมณ์อันตรายมากเพียงใด ความหึงหวงที่กำลังก่อตัวอยู่ในใจเขานั้นทำให้เขายิ่งรับรู้จิตใจตัวเองมากขึ้นกว่าทุกครั้ง
ว่าเขารักริคโค่มากเพียงใด มากยิ่งกว่าที่เคยรักซ่าร่าเมื่ออดีต อาจจะมากกว่าที่เขารักเชนหรือแม้แต่ตัวเองด้วยซ้ำ
คำถามเดิมวนเวียนกลับมาในใจเขาอีกครั้ง คำถามที่เขาเฝ้าแต่ถามตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาจะกล้าปล่อยมือจากริคโค่หรือเปล่า หากว่าริคโค่เลือกเคลย์แทนที่จะเป็นเขา
หากเป็นเคลย์ ริคคงไม่ต้องเจ็บปวด มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง
หากคนที่ต้องเจ็บปวดจะมีแค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ก็แค่กลับไปเป็นเหมือนที่ผ่านมา ตอนที่ริคยังไม่ก้าวเข้ามาในชีวิตของเขา
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!!! จิตใต้สำนึกของเขาคัดค้านอย่างดุดัน
ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปแล้วตลอกกาล!!! ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้สบตาสีทองสวยคู่นั้นของริค
นอกจากลูกชายคนเดียวแล้ว ก็ไม่มีใครที่เขาอยากปกป้องดูแลได้มากเท่ากับริคอีก
แล้วอย่างนี้ เขาควรจะปล่อยริคไปอย่างนั้นหรือ?!! ควรจะให้คนอื่นที่ริคเลือก คนที่อาจจะดูแลริคได้ดีกว่าเขา คนที่คงไม่มีวันทำให้ริคเจ็บปวดอย่างที่เขาทำ
ถ้าริคเลือกนายนะเคลย์ ชั้นคงต้องปล่อยมือจากเขาเสียที ชั้นรู้จักนายดีและรู้ว่านายเป็นคนดี นายคงดูแลริคได้ดีกว่าชั้นแน่มาร์คตัดสินใจแล้วว่าจะทำอย่างนี้ จะปล่อยริคโค่ไป สำหรับความรักของเขา เขาก็จะเก็บมันไว้ในหัวใจตัวเองตลอดไป
เป็นอะไรรึเปล่าริค เคลย์ถามพยุงให้ริคโค่ยืนให้มั่นคงบนพื้นก่อน
ไม่เป็นไรแค่ตกใจนิดหน่อย อู๊ย!!
ริคโค่ร้องออกมาเมื่อยืนลงเต็มเท้าแล้วปรากฏว่าเจ็บแปร๊บที่ข้อเท้าข้างซ้ายไหนล่ะไม่เป็นไร?!!
เคลย์บ่น ขาแพลงซะล่ะมั้ง!!! แล้วนายตามชั้นมาทำไม..แดนนี่อยู่ที่ไหน!!
ชั้นให้รออยู่ตรงนั้น ตกลงพวกนายคุยกัยรึเปล่า? ริคโค่เอ่ยถามเคลย์ส่ายหน้า พยุงให้ริคโค่นั่งลงตรงขอบกระถางต้นไม้ ก็เขาไม่ยอมพูดกับชั้นซักคำนี่ ชั้นก็เลยลากมาให้นายถามเองนี่ไง เขาตอบอย่างหงุดหงิดนิดหน่อย
นายก็ใจร้อนไปได้ ริคโค่บ่นชายหนุ่มบ้าง
แล้วนี่แดนนี่อยู่คนเดียวเหรอ!!!
เคลย์ถาม มองกลับไปตามทางที่ริคโค่วิ่งมาก็งั้นสิ ริคโค่ตอบงงๆ ว่าเคลย์ถามทำไม
งั้นนายก็รออยู่นี่ก่อนเดี๋ยวชั้นไปพาแดนนี่มา ปล่อยให้อยู่คนเดียวได้ไงนายนี่ เคลย์บ่นก่อนจะเดินผละไปตามทางเดิน
ปล่อยอยู่คนเดียวได้ไง!!! ทีนายปล่อยชั้นไว้คนเดียวล่ะ!!
ริคโค่อดค้อนร่างสูงที่จ้ำอ้าวจากไปไม่ได้ ห่วงแต่แดนนี่ไม่เห็นห่วงเขาเลย ริคโค่คิดแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ก้มลงจับข้อเท้าที่เจ็บพลางส่ายหน้าในความซุ่มซ่ามของตัวเองอ้าว!!! คุณริค ขาคุณเป็นอะไรไปครับ ฟิลล์เอ่ยถามเมื่อเห็นริคโค่เดินกระเพลกออกมาจากลิฟท์ จึงรีบเข้าไปช่วยริคโค่หิ้วกระเป๋า ตอนนี้ริคโค่ต้องมาที่เอนเตอร์ไพรซ์อาทิตย์ละสองวันคือวันพฤหัสและวันศุกร์
ขาแพลงน่ะครับ ริคโค่บอกอายๆ
ฟิลล์ยิ้มกว้าง ช่วยริคโค่หิ้วกระเป๋าไปที่ห้องทำงานของมาร์ค เขาเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป รอให้ริคโค่โขยกเขยกเข้ามาก่อนจะเอากระเป๋าไปวางไว้ให้ที่โต๊ะ
ระวังด้วยนะครับ ฟิลล์ยิ้มกว้างให้ชายหนุ่ม หันไปยิ้มให้เจ้านายอีกรอบก่อนจะออกไปจากห้อง
สวัสดีครับ ริคโค่เอ่ยทัก ค่อยๆ เดินช้าๆ ไปที่โต๊ะทำงาน
เกิดอะไรขึ้นกับขาคุณน่ะ? มาร์คเอ่ยถาม พยายามทำเสียงให้ราบเรียบที่สุดแม้ในใจอยากจะเข้าดูใกล้ๆ ก็ตามที
ขาแพลงน่ะครับ พอดีผมรีบเดินไปหน่อย ริคโค่บอกยังคงไม่รับรู้ถึงอาการผิดปกติของมาร์ค
งั้นเหรอ มาร์คตอบกลับแค่นั้น แล้วก็ก้มลงอ่านเอกสารตรงหน้าต่อ เหมือนไม่สนใจ
ริคโค่รู้สึกงุนงงปนน้อยใจที่อยู่ดีๆ มาร์คก็ดูเหมือนจะไม่สนใจใยดีเขาไปเสียเฉยๆ มองชายหนุ่มนิ่งๆ อยู่อีกพักใหญ่ก่อนจะหยิบโน๊ตบุ๊คของตัวเองออกมาทำงานต่อ
ร่างบางพลิกเอกสารในมือจนถึงหน้าสุดท้าย ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ เหลือบมองมาร์คที่นั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง แม้จะรู้สึกสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม ริคโค่ลุกขึ้นจากโต๊ะหยิบเอกสารเก่าบนโต๊ะ เดินไปที่ตู้ใกล้โต๊ะของมาร์ค เก็บมันเข้าตู้ก่อนจะหยิบเอกสารใหม่ออกมาอีกสองสามแฟ้มก่อนจะหอบแฟ้มทั้งหมดจะเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเอง
แต่เพราะหอบแฟ้มเยอะทำให้มองไม่ค่อยเห็นทาง ก้าวไปไม่กี่ก้าวก็สะดุดจนได้ แฟ้มในมือหล่นลงพื้นแต่ตัวเขาโดนวงแขนแข็งแรงรั้งไว้ได้ก่อนที่จะล้มลง
ไม่เป็นไรใช่มั้ย!!
มาร์คเอ่ยถาม หากเขาลุกมาช้าอีกนิดเดียวริคได้ล้มลงไปฟาดพื้นแน่มะ ไม่ครับ!!
ริคโค่หน้าร้อนผ่าวพยายามจะขืนตัวยืนเอง แต่มาร์คก็รัดร่างบอบบางไว้แน่นเพราะไม่อาจห้ามใจตัวเองได้เดินไหวมั้ย...
มาร์คพยายามทำเสียงให้เรียบเฉยแต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จเอ่อ ไหวครับ ริคโค่บอกแต่ความจริงกำลังเจ็บขาแทบแย่
แค่มาร์คเห็นสีหน้าของริคโค่ก็รู้แล้วว่าชายหนุ่มกำลังเจ็บมาก ก่อนที่จะคิดอะไรไปมากกว่านั้น เขาก็ช้อนร่างของริคโค่ขึ้นพาไปวางลงที่เก้าอี้ทำงานเสียแล้ว จากนั้นก็เดินมาเก็บแฟ้มที่หล่นอยู่ไปวางไว้ให้ที่โต๊ะทำงานของชายหนุ่มด้วย
ริคโค่นั่งนิ่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก ทั้งตกใจทั้งเขินกับการกระทำที่ไม่คาดฝันของมาร์ค
ถ้าเจ็บขามากคุณน่าจะกลับบ้านนะ มาร์คเอ่ยขึ้น ไว้หายแล้วค่อยมาทำงานก็ได้ แล้วนี่เคลย์ปล่อยให้คุณมาได้ยังไง
ผมไม่ได้เจ็บมากขนาดต้องหยุดหรอกครับแค่เดินไม่ค่อยถนัดเท่านั้น แล้วทำไมเคลย์ถึงต้องห้ามไม่ให้ผมมาที่นี่ด้วยล่ะครับ ริคโค่ถามงงๆ
คำถามของริคโค่ทำให้มาร์ครู้สึกตัวว่าเขาเผลอพูดความคิดตัวเองออกไปดังๆเสียแล้ว
ถ้าอยากได้อะไรก็เรียกผมก็แล้วกัน มาร์ครีบเปลี่ยนเรื่อง หันหลังเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง
ริคโค่มองตามอย่างไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก ทำไมวันนี้มาร์คถึงดูแปลกไปกว่าทุกที เขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่เปลี่ยนไป ดูเหมือนชายหนุ่มเลี่ยงๆ เขายังไงก็ไม่รู้ มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ
สายตาที่ออกจะเย็นชาไม่แสดงความรู้สึกของมาร์คในวันนี้ เขาไม่ได้คิดไปเองแน่ๆ ที่รู้สึกว่ามาร์คเปลี่ยนไป แล้วเมื่อกี้ทำไมมาร์คต้องพูดถึงเคลย์ด้วย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาไม่เข้าใจเอาเสียเลย
ริคโค่มองกลับไปที่ชายหนุ่มคนที่เป็นสาเหตุของความกังวลของเขาอีกครั้ง ก่อนจะถอนใจเบาๆ แล้วหันกลับไปทำงานของตัวเองบ้าง
เกือบเดือนหนึ่งแล้วที่มาร์คเป็นแบบนั้น ชายหนุ่มไม่ได้พูดคุยกับเขาเหมือนเมื่อก่อน ไม่มีการพูดคุยอะไรมากไปกว่าเรื่องงาน แม้จะนั่งอยู่ในห้องเดียวกันห่างกันแค่เดินไม่กี่ก้าวแต่เขากลับรู้สึกว่าเขากับมาร์คนั้นอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน จนเขาคิดว่าเมื่อสามเดือนก่อนที่ผ่านมามันเป็นแค่ความฝันของตัวเองเท่านั้น
เกิดอะไรขึ้นเขาก็ไม่รู้ จะถามจากคุณเจอโรมก็ไม่กล้า ยิ่งถามกับลีน่ายิ่งไม่กล้าใหญ่เพราะยังไงลีน่าก็ต้องถามกับคุณเจอโรมอยู่ดี เขาไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่โต เลยได้แต่เก็บไว้คนเดียวแบบนี้ สองวันแห่งความสุขของเขาไม่มีอีกแล้ว ตอนนี้เขาเองก็ได้แต่อดทนรอให้มาร์คพูดอะไรเป็นการบอกเขาบ้าง แต่ความอดทนของเขาก็โดนบั่นทอนให้ลดลงทุกครั้งที่เห็นใบหน้าเย็นชาของมาร์ค อยากจะถามให้มันรู้กันไปเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมมาร์คต้องทำแบบนี้ด้วย
ริคโค่ถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะกดโทรศัพท์ไปที่ห้องของแดนนี่ รออยู่ครู่ใหญ่ก็ไม่มีคนมารับสายจึงวางหูแล้วกดอินเตอร์คอมไปหาเลขาฯ ของเขาแทน
ลิซ่าครับ เห็นแดนนี่มั้ย เขาเอ่ยถามเลขาสาวใหญ่
ยังไม่เห็นเข้ามาเลยนะคะ ไม่มีโทรศัพท์มาลาด้วย ให้ชั้นโทรไปที่บ้านมั้ยคะ เสียงลิซ่าตอบกลับมา
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมโทรไปเอง ริคโค่หันมาหยิบโทรศัพท์มาโทรไปที่อพาร์ทเมนท์ของแดนนี่
แต่ก็ไม่มีคนรับเหมือนกัน!!!
ไปไหนของเขานะ!! ริคโค่บ่นหลังจากโทรอยู่หลายรอบก็ไม่มีคนรับสาย จนเขาเริ่มเป็นห่วงเพราะแดนนี่ไม่เคยไม่รับผิดชอบหน้าที่แบบนี้ริคโค่กดโทรศัพท์ไปหาเคลย์ แต่ปรากฏว่าชายหนุ่มไม่อยู่ ถามกับเลขาของเคลย์เธอก็บอกว่าแดนนี่ไม่ได้เข้าไปที่บริษัทเช่นกัน เขาจึงของสายวิลแทน
วิลเหรอ
เป็นอะไรไปริคเสียงฟังดูไม่ดีเลย? วิลถามกลับก็แดนนี่น่ะสิ หายไปไหนก็ไม่รู้ ที่อพาร์ทเมนท์ก็ไม่อยู่ป่านนี้ยังไม่มาที่บริษัทเลย ชั้นเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นน่ะสิ ริคโค่ตอบ น้ำเสียงร้อนรนเพราะเป็นห่วงเพื่อน
จริงเหรอ!!
วิลตกใจ จะให้ชั้นช่วยตามหาให้มั้ย!! ให้ตายเถอะ!! วันนี้เจ้าเคลย์ก็ดันไม่เข้าบริษัทซะอีก!! ชั้นทิ้งงานไปไหนไม่ได้เลย เขาบอกเสียงร้อนรนไม่แพ้กันไม่เป็นไร!! ชั้นจะจัดการเอง ถ้าเจอแดนนี่แล้วจะโทรบอกนะ ริคโค่วางสาย พลางครุ่นคิดว่าจะทำยังไงดี เขาจัดการเคลียร์งานและตารางนัดแล้วบอกลิซ่าว่าจะออกไปข้างนอก ก่อนจะขับรถไปยังอพาร์ทเมนท์ของแดนนี่ด้วยตัวเอง
ไปถึงอพาร์ทเมนท์ริคโค่ก็เข้าไปถามหาแดนนี่ที่เคาน์เตอร์ ได้ความว่าแดนนี่ออกไปตั้งแต่วันเสาร์แล้วยังไม่กลับเข้ามาเลย นั่นยิ่งทำให้ริคโค่ตกใจมากขึ้น อย่างนี้แดนนี่ก็หายตัวไปเกือบสองวันแล้วสิ!!!
ริคโค่กดโทรศัพท์มือถือไปที่อพาร์ทเมนท์ของเคลย์แต่ชายหนุ่มก็ไม่อยู่ จึงฝากข้อความไว้ที่เครื่องตอบรับ เขาเดินกลับมาที่รถ เข้าไปนั่งหลังพวงมาลัยพยายามทำใจให้สงบและครุ่นคิด
เรื่องราวค่อยๆ ปะติดปะต่อในสมองของเขา ความเป็นไปได้ที่แดนนี่กับเคลย์จะหายตัวไปพร้อมกันแทบไม่มีเลย!!!
นอกจากทั้งคู่จะไปด้วยกัน!!!
ริคโค่เบิกตากว้างกับสิ่งที่เขาคิดขึ้นมาได้!!! รีบกดเบอร์มือถือของเคลย์ทันที
รับสายสิเคลย์!! เจ้าบ้าเอ๊ย!!
ริคโค่บ่นดังๆ
ริค เสียงปลายสายตอบกลับมา ในที่สุด!!
เจ้าบ้า!!! นายทำอย่างนี้ได้ไง นายพาแดนนี่ไปใช่มั้ย!!! ริคโค่ต่อว่าใช่!! แดนนี่อยู่กับชั้น ปลอดภัยดีทุกประการ!!
เคลย์ตอบตามตรงนายทำบ้าอะไรของนาย!!! พาแดนนี่กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!! รู้รึเปล่าว่าพวกเราเป็นห่วงแค่ไหน!!
ชั้นขอโทษ แต่ชั้นยังพาเขากลับไปตอนนี้ไม่ได้ เคลย์ตอบเสียงดุดัน ให้เวลาชั้นหน่อยนะริค แล้วชั้นจะพาเขากลับไปอย่างปลอดภัยโธ่เอ๊ย!! เคลย์ ริคโค่ไม่รู้จะทำยังไงดี นายจำเป็นต้องลักพาตัวเขาไปด้วยเหรอ? มันผิดกฎหมายนายก็รู้
มันเป็นวิธีเดียวที่ชั้นคิดได้นี่นา!!
เคลย์ตอบมาตามสายริคโค่ถอนใจเฮือกใหญ่ ขอชั้นคุยกับแดนนี่ได้มั้ย
ปลายสายเงียบไปก่อนจะมีเสียงแดนนี่ตอบกลับมา คุณริค
แดนนี่!! นายเป็นไงบ้าง
ผมสบายดีครับ คุณริคไม่ต้องเป็นห่วง แดนนี่ตอบกลับมา
แน่นะ แล้วพวกนายจะกลับมาเมื่อไหร่? ริคโค่เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
ปลายสายเงียบไปอีกครั้ง วันพฤหัส ชั้นจะพาแดนนี่กลับไป เคลย์ตอบกลับมา
ดูแลเขาด้วยก็แล้วกัน อย่าลืมว่านายสัญญาอะไรกับชั้นไว้ ริคโค่พูดย้ำอย่างหนักแน่น
ชั้นจำได้ ขอโทษนายอีกครั้งนะที่ทำให้เป็นห่วง
ไม่เป็นไร กลับมาถึงแล้วโทรหาชั้นด้วยก็แล้วกัน อ้อ!! โทรไปหาวิลด้วยก็ดี หมอนั่นก็ห่วงแดนนี่เหมือนกัน
ฮื่อ รู้แล้ว เคลย์ตอบกลับก่อนจะวางสายไป
ริคโค่ถอนใจเบาๆ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า สตาร์ทรถแล้วขับกลับไปยังบริษัทด้วยความสบายใจขึ้นกว่าตอนออกมามาก
เช้าวันพฤหัส ริคโค่นั่งทำงานอย่างกระวนกระวาย ทำงานไปตาก็คอยมองที่โทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะไปด้วย จนมาร์คเองก็ยังสังเกตเห็นได้
RRR ..RRR
ริคโค่คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รอเดี๋ยวนะ เขาเอ่ยขึ้นก่อนจะขอตัวกับมาร์คเดินไปที่ห้องกาแฟ ให้ตายเถอะ!! กว่าจะโทรมาได้ เขาต่อว่าทันที
ขอโทษ!! เพิ่งกลับมาถึงน่ะ เคลย์ตอบมาตามสาย
แล้วเป็นไงมั่งล่ะ นายกับแดนนี่ ริคโค่รีบถาม
ก็ ดีขึ้นกว่าเดิม เคลย์ตอบอย่างลังเลนิดหน่อย
ค่อยยังชั่ว!!
ริคโค่ถอนใจอย่างโล่งอก แล้วตอนนี้พวกนายอยู่ไหนล่ะอพาร์ทเมนท์ของชั้นเอง แดนนี่กำลังหลับอยู่น่ะ เสียงเคลย์บอกได้ว่าเจ้าตัวกำลังยิ้ม เย็นนี้นายมาที่ร้านอินฟินิตี้ก็แล้วกันนะ ชั้นอยากคุยกับนายซักหน่อย
ได้สิ งั้นตอนเย็นเจอกันนะ ริคโค่ตัดสาย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างโล่งใจกับเรื่องของเพื่อนทั้งสองคน
ริคโค่กลับเข้ามาทำงานในห้องของมาร์คด้วยอารมณ์ที่ผิดไปจากตอนออกไปลิบลับ มาร์คมองไปที่ชายหนุ่มด้วยความสงสัย พอจะเดาได้อยู่ว่าโทรศัพท์นั่นต้องมาจากเคลย์ แต่หลังรับโทรศัพท์แล้วต้องอารมณ์ดีขนาดนั้นด้วยอย่างนั้นเหรอ มาร์คยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด
ริคโค่เอาเอกสารมาเก็บที่ตู้เป็นชุดสุดท้าย เขาเก็บข้อมูลจากเอกสารจนครบหมดแล้ว เลยอยากจะถามมาร์คถึงข้อมูลชุดใหม่ แต่พอหันไปเจอหน้าเครียดๆ ของมาร์คเลยไม่รู้จะถามดีรึเปล่า
มาร์คครับ เขาตัดสินใจถามในที่สุด
ว่าไง เสียงทุ้มห้วนสนิทตอบกลับมา
ริคโค่สัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียง ถ้าคุณไม่ว่างก็ไม่เป็นไรครับ เขาหันหลังจะเดินกลับโต๊ะทำงาน
คุณอยากถามอะไรก็ถามมาสิ มาร์คพูดด้วยเสียงค่อยข้างเย็นชาในความรู้สึกของเขา
ริคโค่หันขวับกลับมา รู้สึกถึงความโกรธความน้อยใจที่สะสมมาหลายอาทิตย์พุ่งขึ้นมาเป็นริ้วๆ ที่ผมอยากถามคุณน่ะมีมากมาย เขาเดินกลับมาที่หน้าโต๊ะของชายหนุ่ม ผมอยากรู้ว่าคุณเป็นอะไรไป ทำไมอยู่ดีๆ คุณถึงได้เปลี่ยนไป ทั้งๆ ที่ผ่านมาคุณ
ผมก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว มาร์คขัดขึ้นเสียงแข็ง และผมก็ไม่เคยเปลี่ยน!!
ไม่จริง!! ริคโค่เถียงทันควัน คุณไม่ได้เป็นคนแบบนี้ ผมรู้จักคุณมาร์คหัวเราะในคอ นั่นอาจจะยังไม่ดีพอ!!
แววตาเย็นชาตวัดขึ้นจ้องตรงไปยังดวงตาสีทองริคโค่ส่ายหน้า น้ำตาเอ่อคลอ เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมคุณถึงไม่ยอมพูดอะไรให้ผมรู้บ้าง ทั้งๆที่ผมอยากรู้ อยากเข้าใจคุณอยากเข้าใกล้คุณมากกว่านี้ แต่ตอนนี้คุณทำเหมือนผมเป็นคนอื่น เป็นคนที่คุณไม่อยากพบไม่อยากคุยด้วย ผมเป็นห่วงคุณนะครับ
ทุกๆคำพูดของริคโค่กำลังสั่นคลอนใจของมาร์คแต่เขาก็ยังทำใจแข็ง เก็บซ่อนความหวั่นไหวอย่างมิดชิด ท่องอยู่ในใจเพียงว่าเขาต้องทำ เพื่อริคเท่านั้น
คนอย่างผมไม่จำเป็นที่จะต้องมีใครมาเป็นห่วง มาร์คเอ่ยเสียงเย็นก่อนจะลุกขึ้นเดินหนีไปที่หน้าต่าง เขาไม่อาจทนมองใบหน้าเจ็บปวดของริคโค่ได้นานกว่านี้
เสียงสูดหายใจเข้าลึกของริคโค่ดังมาให้ได้ยิน ผมขอโทษ ที่ผมวุ่นวายกับคุณมากเกินไป ริคโค่เดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาทิ้ง นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์นิ่ง
ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ เขาไม่เข้าใจเลย ทำไมมาร์คถึงต้องพูดกับเขาขนาดนี้ด้วย มาร์คต้องการอะไรจากเขากันแน่ ต้องการจะบอกเขาว่าอย่าเข้าใกล้ไปกว่านี้ใช่มั้ย!!! มาร์ครู้ถึงจิตใจของเขาแล้วใช่มั้ย ถึงได้ทำแบบนี้
ความเจ็บปวดที่พุ่งเข้ากระแทกใจเขานั้นแทบทำให้เขาล้มทั้งยืน!!!
ริคโค่มองไปที่ร่างสูงที่ยืนอยู่ที่ริมหน้าต่าง ใบหน้าเย็นชาจ้องตรงออกไปภายนอกไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เขาคิดว่ารู้จักมาร์คดีแล้วอย่างนั้นเหรอ อาจจะจริงอย่างที่มาร์คบอกก็ได้
เขาอาจจะไม่รู้จักมาร์คเลยซักนิดเดียว!!!
เจอโรมเหลือบมองเพื่อนรักที่นั่งนิ่งราวกับรูปปั้นอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ทั้งคู่มากินกลางวันกัน โดยที่ไม่มีริคโค่และลีน่าเหมือนกับทุกครั้ง อาหารตรงหน้าตั้งอยู่อย่างนั้นตั้งแต่ยกมาโดยไม่มีการแตะต้อง มาร์คนั่งเหม่อจ้องตรงไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า ริมฝีปากได้รูปเม้มจนเป็นเส้นตรง
ตั้งแต่รู้จักเพื่อนคนนี้มาสิบกว่าปี มาร์คไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน!!!
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างมาร์คกับริคโค่บ้าง เมื่อตอนเขาเข้าไปในห้องของเพื่อนก่อนเที่ยงเล็กน้อยเหมือนทุกครั้งที่ริคโค่มาที่บริษัท เห็นสีหน้าของทั้งคู่เขาก็รู้ได้ทันทีว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ พอชวนริคโค่มากินกลางวันด้วยกัน ชายหนุ่มก็ขอตัวแล้วก็ผลุนผลันออกจากห้องไป ครู่เดียวลีน่าที่รอพวกเขาอยู่หน้าห้องก็เข้ามาบอกให้พวกเขาไปกันสองคนพลางส่งสายตาดุๆ ให้มาร์คก่อนเธอจะหายไปกับริคโค่
เอาล่ะ!!! บอกชั้นมาสักทีซิเพื่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น?!!
เจอโรมถามขึ้นอย่างหมดความอดทนชั้นทำไปแล้ว มาร์คพูดออกมาในที่สุดหลังจากนั่งนิ่งอีกพักใหญ่
ทำอะไร!! นายทำอะไรริคโค่!!
เจอโรมตกใจ จ้องหน้าเพื่อนรักเขม็งแค่ทำให้เขาเกลียดชั้น!!!
มาร์คถอนใจเบาๆนาย ให้ตายเหอะมาร์ค!!! รู้มั้ยว่านายบ้ายิ่งกว่าตอนเรื่องของซาร่าเสียอีก เจอโรมส่ายหน้า นายรู้ว่าริคโค่รักนาย นายคิดว่าเขาจะเปลี่ยนใจไปรักเคลย์ได้ง่ายๆอย่างนั้นเหรอ ที่นายทำลงไปก็คือการทำร้ายเขาโดยตรงเท่านั้น!!
ชั้นรู้ดี!!! มาร์คเอ่ยเสียงกร้าว ชั้นรู้ว่าชั้นทำร้ายเขายังไงแต่มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ หรือนายคิดว่าที่เราเห็นคืนนั้นมันไม่มีความหมายอะไรเลย ชั้นคิดว่าชั้นมองไม่ผิดหรอกอย่างน้อยริคก็เคยบอกว่าเขาชอบเคลย์แต่ชอบมันก็มีตั้งหลายความหมายนี่ สองคนนั่นอาจจะชอบกันในฐานะเพื่อนก็ได้
ยังไงชั้นก็ทำไปแล้วเจอโรม ชั้นเรียกมันคืนไม่ได้ มาร์คถอนใจ ยังไงชั้นกับริคก็คงไม่อาจเป็นอะไรได้มากไปกว่าเพื่อนร่วมงาน
นายคิดอย่างนั้นจริงเหรอ เจอโรมถามอย่างคนที่เข้าใจเพื่อนรักดี ถ้านายอยากจะทำจริงๆก็ย่อมทำได้ ก็ในเมื่อนายก็รักเขา ทำไมนายถึงไม่
ชั้นไม่อยากให้เขาเจ็บปวดเพราะชั้น!!!
มาร์คขัดขึ้น แบบนี้แหละดีที่สุดแล้วแล้วที่นายต้องเจ็บปวดล่ะ เจอโรมถามกลับ
ชั้นไม่เป็นไรหรอก มาร์คพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง
เจอโรมได้แต่ถอนใจ พลางส่ายหน้าเวาลาอย่างนี้เขาจะช่วยอะไรได้ เมื่อมาร์คตัดสินใจแล้ว แถมยังทำไปแล้วอีกต่างหาก แม้จะเห็นริคโค่กับเคลย์ในคืนนั้นพร้อมกันก็จริง แต่เขาก็ยังไม่เชื่อว่าริคโค่กับเคลย์จะเป็นอะไรมากไปกว่าเพื่อน ความรักที่เกิดขึ้นมันคงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงกันได้ง่ายๆ เขาเชื่ออย่างนั้น
ริค ลีน่าเรียกชายหนุ่มไม่รู้เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ริคโค่เอาแต่นั่งนิ่งอย่างกับคนไม่มีชีวิตจิตใจ เอาส้อมเขี่ยอาหารในจานไปมาไม่ยอมกินสักที
ตั้งแต่ตอนที่ริคเดินออกมาจากห้องทำงานของมาร์คเหมือนกำลังวิ่งหนีอะไรซักอย่าง พอเธอหยุดชายหนุ่มเอาไว้ สบตากับริคเธอก็รู้ว่ามาร์คต้องทำอะไรกับน้องชายของเธอแน่ๆ เธอรีบไปบอกเจอโรมให้พวกเขาไปกินกลางวันกันตามลำพังแล้วรีบลากตัวริคมากับเธอทันที
ลีน่าหยุดมือที่จับส้อมของริคโคก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงอ่อนโยน คุยกับชั้นสิริค!!
ริคโค่วางส้อมลง ก่อนจะเอนพิงกับพนักเก้าอี้ด้านหลัง เงยหน้าสบตากับลีน่าก่อนจะหลบวูบไป
เกิดอะไรขึ้นกับนายกันแน่ เล่าให้ชั้นฟังได้มั้ย? ลีน่าเอ่ยถามอีกครั้ง
ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่มาร์คบอกผมให้เข้าใจว่าระหว่างผมกับเขาเป็นได้แค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น เขารู้ลีน่า เขาต้องรู้ว่าผมคิดยังไงกับเขา ริคโค่บอกหญิงสาวด้วยเสียงขาดเป็นห้วงๆจากการสะกดกลั้นความเจ็บปวด เขารังเกียจผมใช่มั้ยครับ
ไม่หรอกริค ลีน่าเอ่ยขึ้น ที่ผ่านมา ทุกอย่างที่มาร์คทำทั้งหมด ถ้ามองจากคนที่ถือว่าเป็นคนนอกอย่างชั้น มาร์คอาจทำลงไปความรู้สึกหลายอย่างแต่เขาไม่มีวันที่จะรังเกียจเธอหรอก คิดดูให้ดีสิ
ริคโค่ครุ่นคิด ก่อนจะหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด ภาพของมาร์คเมื่อยามที่ชายหนุ่มโอบกอดเขาเอาไว้อย่างอบอุ่นเมื่อวันนั้นไม่มีวันลบไปจากใจเขาได้ และเมื่อเขาลืมตาขึ้นดวงตาสีทองก็เอ่อคลอด้วยน้ำตา
ถึงแม้จะรู้อย่างนั้น แต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้วนี่ครับ บางทีมันอาจจะดีแล้วก็ได้ที่เป็นอย่างนี้ มาร์คคงต้องการให้ผมตัดใจจากเขาเสียที ผมอาจจะทำให้เขาลำบากใจก็ได้
จนถึงวันนี้เธอน่าจะรู้แล้วนะว่ามาร์คเป็นคนยังไง เขาเองก็ชอบที่จะแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว เจ็บปวดคนเดียว เธอเองก็เหมือนกัน
มาร์คก็บอกผมอย่างนั้นเหมือนกัน ริคโค่รำพึงเบาๆ
งั้นเธอลองคิดดูสิ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มาร์คทำ กับนิสัยส่วนตัวของเขา ลองคิดดูว่าเขาทำอย่างนี้เพื่อใครกัน ลีน่าพูดอย่างจริงจัง ก่อนจะปล่อยให้ริคโค่คิดเองเงียบๆ
คุณจะบอกว่ามาร์คทำแบบนี้เพื่อผม อย่างนั้นเหรอครับ!!!
ริคโค่เอ่ยถามหญิงสาว ความไม่มั่นใจปรากฏอยู่ทั้งในแววตาและน้ำเสียงลีน่ายิ้มและถอนใจเบาๆ ชั้นไม่รู้หรอกว่ามาร์คคิดยังไงแต่ชั้นบอกเธอได้ว่ามาร์คเองก็รู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องนี้ไม่ต่างจากเธอเช่นกัน หรืออาจจะมากกว่า เธอพูดต่อในใจ บอกชั้นอย่างหนึ่งสิริค เธอยังคงรู้สึกผิดเรื่องพี่ชายอยู่ใช่มั้ย
ริคโค่พยักหน้ายอมรับตามตรง ครับ แม้ว่าผมจะทำเป็นลืมไปบ้างเป็นบางครั้ง แต่ผมก็ไม่อาจลบมันออกไปจากใจได้
มาร์ครู้ดีว่าเขาคือสาเหตุของบาดแผลในใจเธอ แล้วอย่างนี้ถ้าเธอยังคงรักเขาเธอจะไม่เจ็บปวดอย่างนั้นเหรอ ชั้นเคยถามเจอโรมครั้งหนึ่งเรื่องของมาร์ค เขาไม่ได้เล่าอะไรมากนักบอกเพียงแต่ว่า มาร์คมีแผลใจสาหัสในเรื่องความรักแต่ชั้นก็ไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไงหรอกนะ แต่ดูจากตัวของมาร์คที่ชั้นรู้จักแล้วล่ะก็ มันคงเป็นอย่างนั้นจริงๆ
แล้วผมควรจะทำยังไงล่ะครับ?!!
ริคโค่ถาม เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะทำยังไงมันก็ขึ้นอยู่กับเธอนะ เมื่อก่อนชั้นก็เคยถามเธอครั้งหนึ่งแล้ว ชั้นจะถามอีกครั้งว่าเธอคิดจะตัดใจหรือเปล่า ลีน่าเอ่ยถามอย่างจริงจัง
ผมทำไม่ได้ครับ ริคโค่ตอบทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิด
งั้นเธอก็ค่อยๆ คิดไปก็แล้วกันว่าจะทำยังไง ชั้นก็ช่วยเธอได้แค่นี้แหละ ลีน่ายิ้มให้กำลังใจ
ขอบคุณมากนะครับลีน่า ที่เข้าใจ ริคโค่ค่อยยิ้มออกมาได้แม้จะดูฝืนๆ ก็ตามทีเขาจะทำยังไงต่อไปดีนะ ทำไมถึงรู้สึกว่าหนทางข้างหน้าช่างมืดมนกว่าที่เคยรู้สึกมาเสียอีก
มาร์คนั่งทำงานไปมองไปที่ชายหนุ่มที่นั่งหน้าเครียดอยู่อีกโต๊ะหนึ่งไม่ไกลจากเขานัก ริคกลับเข้ามาเกือบบ่ายสอง ชายหนุ่มเดินมาพึมพำขอโทษเขาโดยที่ไม่ยอมมองหน้าเขาสักนิดก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง
ก็สมควรแล้ว!!! มาร์คคิดอย่างสมน้ำหน้าตัวเอง ให้มันเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ เขาต้องการให้มันเป็นอย่างนี้เองนี่!!!
มาร์คถอนใจเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปสนใจแต่งานตรงหน้า แต่ก็ทำไม่ค่อยจะสำเร็จเท่าไหร่ สายตาของเขาคอยแต่จะวนเวียนไปที่ริคอยู่ร่ำไป
เวลาผ่านไปจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงานโดยที่มาร์คไม่รู้สึกสักนิดจนกระทั่งริคโค่ปิดโน๊ตบุ๊คของตัวเองเก็บลงกระเป๋านั่นแหละ เขาถึงได้รู้ว่าหกโมงเย็นแล้ว
เขามองชายหนุ่มที่เก็บของเงียบๆ แล้วเดินออกมา จะด้วยอะไรดลใจก็ไม่รู้ทำให้เขาเรียกชายหนุ่มไว้ก่อน ริค
ริคโค่ชะงักไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินมาที่หน้าโต๊ะของมาร์คโดยไม่พูดอะไร ดวงตาหลุบต่ำลงมองพื้น
คุณพอมีเวลามั้ย
มีอะไรเหรอครับ?!!
ริคโค่ถามเสียงเบาผมอยากคุยกับคุณหน่อย มาร์ครู้สึกว่าเสียงของริคโค่ฟังดูห่างเหินจนผิดหู เขาไม่ชินกับมันเลย
ถ้าคุณจะคุยเรื่องเมื่อกลางวันล่ะก็ ไม่จำเป็นหรอกครับ ผมเข้าใจอย่างชัดเจนแล้ว ริคโค่เงยหน้าขึ้นจ้องเขาด้วยดวงตาสีทองที่เต็มไปด้วยความเสียใจ
มาร์คนิ่งขึงก่อนจะเอ่ยขึ้น ถ้าคุณจะรีบไป ก็เชิญเถอะ
ริคโค่สบตาสีเขียวที่จ้องกลับมาด้วยแววตาอ่านไม่ออก ก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
เป็นจังหวะเดียวกับที่เจอโรมก้าวเข้ามาพอดี
กลับแล้วเหรอริค ชายหนุ่มเอ่ยทัก
ครับ พอดีผมมีนัด ริคโค่ยิ้มฝืนๆให้เจอโรม
เหรอ กับลีน่ารึเปล่า?
เปล่าหรอกครับ ผมนัดกับเคลย์ไว้ ขอตัวก่อนนะครับ ริคโค่บอก ก่อนจะเดินออกไป
##########################################################