Chapter 20
แต่สุดท้ายแล้วตลอดสองปีที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นมาเลย
ทั้งๆ ที่ริคเข้ามาทำงานที่บริษัทของเขาจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นคนของเอนเตอร์ไพรซ์คนหนึ่งไปแล้วก็ตาม ถึงแม้เวลาจะล่วงเลยมาถึงป่านนี้แล้วเขาก็ยังคงไม่เคยชินกับใบหน้าเรียบเฉยของริคโค่เท่าใดนัก และคงไม่มีใครที่รู้สึกถึงสายตาของริคได้เหมือนกับเขา ยามที่ริคคิดว่าเขาไม่รู้หรือมองไปทางอื่น สายตาสีทองคู่สวยนั้นจะพุ่งตรงมาที่เขาเสมอ
เจอโรมเองก็บ่นว่าเขากลายเป็นพวกซาดิสม์ไปแล้วหรือยังไง ถึงได้ปล่อยให้เป็นแบบนี้ เขาได้แต่ยิ้มรับ อาจจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็ได้ใครจะรู้
พ่อฮะ พ่อ เสียงเรียกเบาๆ ของลูกชายปลุกเขาออกจากภวังค์ผู้เป็นพ่อหันมาตามเสียงเรียก มีอะไรเชน
เชนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะทำหน้าล้อเลียน คิดถึงใครอยู่ฮะ ถึงได้ยิ้มแบบนั้น
มาร์คหัวเราะในคอ เดินจากข้างหน้าต่างมาโอบไหล่ลูกชายคนเดียวที่ตอนนี้สูงกว่าไหล่ของเขาแล้ว แล้วแกคิดว่าพ่อคิดถึงใครล่ะ
ลูกชายเขายักไหล่ ไม่อยากเดาหรอกฮะ แต่วันนี้พ่อบอกว่าจะพาผมกับไมล์ไปเลี้ยงไม่ใช่เหรอ เนี่องในโอกาสอะไรฮะ
มาร์คพาลูกชายเดินออกจากห้องทำงาน ไปยังห้องวิจัยที่อยู่ชั้นเดียวกัน วันเกิดลีน่าน่ะสิ ความจริงแล้วเป็นวันพรุ่งนี้ แต่เจอโรมคงมีแผนเตรียมไว้แล้วพ่อเลยจัดเลี้ยงให้ล่วงหน้า
ว๊าว!! ดีจัง เชนร้อง ก่อนจะเปิดประตูห้องวิจัยให้มาร์คเดินเข้าไปก่อน
เสียงพูดคุยในห้องบอกมาร์คว่าคนที่อยู่ในห้องนั้นมีสี่คน นอกจากเจอโรม ลีน่าและไมล์แล้ว ริคโค่ก็ยังอยู่ด้วย และคนที่รั้งชายหนุ่มไว้ไม่ให้กลับบ้านแม้จะเลยเวลาเลิกงานมาครึ่งชั่วโมงแล้วก็คงไม่พ้นเพื่อนผู้หวังดีทั้งสองคนของเขา
อ้าว!! เจ้านาย แวะมาเยี่ยมเหรอคะ ลีน่าส่งเสียงแซวเมื่อเห็นมาร์คกับเชนเดินผ่านประตูเข้ามา
เชนรีบเดินเข้าไปหาเพื่อนรักที่ยืนดูอะไรซักอย่างบนโต๊ะอยู่อีกทางหนึ่ง เปิดทางให้พวกผู้ใหญ่คุยกัน
เปล่า แค่แวะมาทำตามสัญญา มาร์คยิ้มมุมปากนิดๆ เดินเข้ามานั่งแทนที่เจอโรมที่ลุกขึ้นจากข้างกายริคโค่ไปนั่งบนที่ท้าวแขนข้างลีน่า
ดีนะที่คุณยังไม่กลับ เขาหันมาพูดกับริคที่นั่งเกร็งๆ อยู่ข้างกาย
เอ่อ ทำไมเหรอครับ?!!
ริคโค่ถามกลับงงๆ ไม่กล้าหันไปสบตาชายหนุ่มที่นั่งอยู่ติดกับเขามากจนหัวเข่าแทบจะชนกันนั่นสิคะมาร์ค?!!
ลีน่าแกล้งถามทำเป็นไม่รู้มาร์คแอบยิ้ม ก่อนจะส่งสายตาดุๆ ใส่เธอ ก็ที่ชั้นบอกว่าจะจัดปาร์ตี้วันคล้ายวันเกิดให้เธอไง
อ๊ะ!! จริงด้วยชั้นลืมไปแล้วนะเนี่ย คืนนี้เหรอคะ ที่ไหนเอ่ย? ลีน่าเอ่ยถามหันไปยิ้มหวานกับเจอโรม
เดี๋ยวก็รู้ ไปด้วยกันนะริค ผู้ร่วมงานก็มีแต่พวกผมกับพวกลูกๆ เท่านั้นแหละ มาร์คเอ่ยชวนจะดีเหรอครับ เป็นงานครอบครัวไม่ใช่เหรอครับเนี่ย ริคเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ
ก็เธอเป็นน้องชายชั้นนี่ น่า มาร์คออกปากชวนเองเลยนะ เธอจะปฏิเสธเขาเหรอจ้ะ ลีน่ายิ้มไร้เดียงสาให้ชายหนุ่มรุ่นน้อง
ริคโค่ส่งสายตาต่อว่าหญิงสาวเล็กน้อย อย่างเขาน่ะเคยปฏิเสธสิ่งที่มาร์คต้องการได้ด้วยหรือไง ลีน่าก็รู้ยังจะแกล้งถามอีก
เขาหันมาสบตาสีเขียวที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว
ด้วยความยินดีครับ ริคโค่รับคำเชิญพร้อมกับรอยยิ้มนิดๆมาร์คยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ริคแทบจะไม่ค่อยได้เห็นเลยทำให้เขาอดหน้าแดงขึ้นมาไม่ได้
งั้นก็ไปกันเลยนะคะ ไมล์ เชนไปกันเถอะ ลีน่าหันไปเรียกเด็กหนุ่มทั้งคู่ก่อนจะดึงเจอโรมให้เดินตามเธอออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งชายหนุ่มสองคนไว้เบื้องหลังอย่างรู้งานเชิญครับ มาร์คลุกขึ้นยืนก่อน ริคโค่ลุกขึ้นแล้วเดินตามชายหนุ่มออกไป
ตอนที่พวกเขาเดินมาถึงหน้าตึก ก็ทันเห็นคนที่ล่วงหน้ามาก่อนสี่คนขึ้นรถคันที่จอดอยู่ด้านหน้าแล้วรถก็เคลื่อนออกไปก่อน ทิ้งให้เขากับมาร์คขึ้นรถของชายหนุ่มไปกันสองคน แม้จะมีบอดี้การ์ดอีกคนอยู่ด้วยก็ตามที
ดูเหมือนลีน่าเขาจะแกล้งคุณนะ มาร์คเอ่ยขึ้นยิ้มๆ ที่เห็นริคโค่นั่งตัวแข็งคู่กับเขาที่เบาะด้านหลัง การไปไหนกับผมสองคนนี่มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอครับ?
ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ริคโค่รีบปฏิเสธ
เพียงแต่มันคงไม่ค่อยเหมาะนักมาร์คส่งเสียงหึ! ในคออย่างไม่ค่อยเชื่อถือนักก่อนจะเงียบไปอีกครั้ง
นานแค่ไหนแล้วริค ที่เราสองคนไม่ได้คุยกันดีๆ อย่างที่คนอื่นทำกัน เขาเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบในรถ
ริคโค่นิ่งงันไปกับคำถามของชายหนุ่ม เขาหันไปมองเสี้ยวหน้าคมเข้มที่จ้องออกไปนอกหน้าต่างรถ พยายามทำความเข้าใจว่าทำไมมาร์คถึงได้ถามคำถามนี้กับเขา
ก็นานพอดูนะครับ ราวกับชั่วชีวิตของเขาก็ว่าได้ นอกจากเรื่องงานแล้ว ผมกับคุณก็แทบจะไม่คุยกันเรื่องอื่นเลย ก็เป็นอย่างที่ชายหนุ่มต้องการไม่ใช่หรือ
ร่างบางหันกลับไปมองที่หน้าต่างฝากของตัวเอง จึงมองไม่เห็นประกายตาเจ็บปวดในดวงตาของคนถาม
ผมเป็นฝ่ายเริ่มก่อนและคุณก็ตอบสนอง นั่นสินะ ผมไม่ควรถามเลยใช่มั้ย? มาร์คเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราวกับเยาะเย้ยตัวเอง ทำให้ริคโค่ต้องหันกลับมามองชายหนุ่มอีกครั้ง
มาร์ค คุณเป็นอะไรไปครับ? ริคโค่เอ่ยถาม
เป็นเสียงที่แผ่วเบาอ่อนโยนอย่างที่มาร์คไม่ได้ยินมาเนิ่นนาน จนเขาต้องหลับตาลงเพื่อซึมซับมันเข้าสู่จิตใจ
เพราะมาร์คดูแปลกๆ ไปจนริคโค่อดห่วงชายหนุ่มไม่ได้ ก่อนที่จะห้ามตัวเองทันเขาก็วางมือลงบนแขนของชายหนุ่มเสียแล้ว
มาร์คครับ มาร์ครู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนในคืนหนึ่งข้างน้ำพุในสวนของโรงแรม วันที่เขาได้พบกับริคเป็นครั้งแรกจนถึงวันนี้ความรู้สึกที่เขามีกับชายหนุ่มก็ยังคงเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยมีให้ใครมาก่อน แค่สัมผัสเดียวของริคช่วยสลายความไม่สบายใจทั้งปวงออกไปจากหัวใจของเขาได้
ร่างสูงดึงมือที่วางอยู่บนแขนของเขามากุมไว้เหมือนเป็นเรื่องปกติที่เขาจะทำอย่างนั้น ริคโค่สะดุ้งใบหน้าหล่อเหลาแดงจัดแต่ไม่กล้าดึงมือออกจากการเกาะกุมอ่อนโยน
เชนกำลังจะเรียนจบ มาร์คเอ่ยขึ้นเบาๆ สี่ปีนี่มันช่างรวดเร็วเหลือเกิน จนผมชักเริ่มกลัวแล้วสิ
คุณพูดเหมือนไม่ใช่ตัวคุณเลย เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ? ริคโค่เอ่ยถามด้วยความห่วงใย รู้สึกถึงความอ่อนล้าบางอย่างของชายหนุ่มได้ชัดเจน
มาร์คหัวเราะเบาๆ ในคอ ผมพูดจาเหมือนคนแก่อย่างนั้นสิ ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นหรอกริค เพียงแต่ตอนนี้ลูกชายของผมเติบโตขึ้นมาก เขาเป็นผู้ใหญ่แล้วและรับผิดชอบงานที่ผมมอบหมายให้ได้เป็นอย่างดี ผมก็เลยอดที่จะรู้สึกว่าตัวเองแก่แล้วไม่ได้
ไม่จริงหรอกครับ!!
ริคโค่รีบท้วง คุณไม่ได้ดูแก่เลยซักนิดมาร์คหันมาสบตาสีทองคู่สวยด้วยแววตาอ่านไม่ออก ก่อนจะยิ้มนิดๆ ขอบใจนะ ความจริงมันก็แค่ความรู้สึกเท่านั้น
ริคโค่อดที่จะยิ้มตอบรอยยิ้มอ่อนโยนของชายหนุ่มไม่ได้ ทั้งไม่สามารถเบนสายตาไปจากดวงตาสีมรกตที่ประสานกันได้ แววตาอ่อนโยนของมาร์คกำลังแปรเปลี่ยนไปและนั่นคือสิ่งที่ตรึงริคโค่ไว้จนไม่อาจขยับเขยื้อน หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับตีกลอง ช่องท้องก็เหมือนกับมีผีเสื้อนับพันโบยบินอยู่
ความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ร้อนแรงกว่านั้น ความเป็นเจ้าของฉายชัดในดวงตาสีมรกต ความปรารถนาร้อนแรงที่เหมือนได้รับการปลดปล่อยจากกรงที่กักขังพุ่งทะยานสู่จิตใจของริคโค่อย่างแม่นยำ
ริคโค่สูดหายใจราวกับขาดอากาศ ตลอดเวลาที่ผ่านมามาร์คไม่เคยให้เขาได้รับรู้ความคิดในใจของชายหนุ่มที่มีต่อเขาเลย แล้วทำไมวันนี้มาร์คถึงเปิดเผยมันให้เขารู้ล่ะ แม้จะไม่มีคำพูดใดๆ แต่เขาก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดเป็นหมื่นพันเสียอีก
รถคันหรูของมาร์คจอดลงที่หน้าโรงแรมมีชื่อแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มละสายตาจากริคโค่เพื่อก้าวลงจากรถ ก่อนจะยืนรอให้อีกฝ่ายก้าวลงมาแล้วเดินเข้าไปในโรงแรมพร้อมกัน
ผู้จัดการโรงแรมโค้งต่ำให้มาร์ค คุณเจอโรมกับคณะ ล่วงหน้าขึ้นไปก่อนแล้วครับท่าน
ขอบใจมาก ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่มั้ย มาร์คเอ่ยถาม ก่อนจะดันหลังริคโค่ให้เข้าไปในลิฟท์
เรียบร้อยอย่างที่ท่านต้องการทุกอย่างครับ ผู้จัดการเอ่ยขึ้นพร้อมกับโค้งอีกครั้งก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดลง
มาร์คเหลือบมองริคโค่ที่หน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะแอบยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย เขารู้ดีว่าริคโค่คงคิดไม่ถึงในสิ่งที่เขาเปิดเผยให้ชายหนุ่มได้รู้
ระวังตัวนะริคเพราะผมกำลังจะเริ่มเดินหน้าแล้ว มาร์คคิดอยู่ในใจ ความสบายใจและวางใจที่ได้เห็นลูกชายเติบโตขึ้นและพร้อมที่จะรับภาระในส่วนของเขา ทำให้มาร์คเริ่มหันกลับมามองตัวเอง สิ่งที่เขาต้องการและปรารถนา เวลาที่เขาปล่อยให้ผ่านไปอย่างเสียเปล่าและเขาจะเริ่มเดินหน้าเอาสิ่งเหล่านั้นกลับคืนมาให้คุ้มค่ายิ่งกว่าเวลาที่เสียไปความคิดที่มุ่งมั่นและจริงจังนั้นทำให้มาร์คอดยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้
นายคิดจะทำอะไรกันแน่เพื่อน เจอโรมเอ่ยถามเพื่อนรักที่ยืนพิงราวระเบียงจิบเครื่องดื่มอยู่อย่างสบายอารมณ์
นายไม่รู้เหรอ? มาร์คเลิกคิ้ว แต่สายตาไม่ละจากริคโค่ที่นั่งคุยกับลีน่าและลูกชายของพวกเขาห่างออกไปอีกฝากหนึ่งของระเบียง
พักนี้นายแปลกๆ ไปนะ แล้วไอ้สายตาอย่างกับเสือดำจ้องตะครุบเหยื่อนี่ล่ะ เจอโรมแกล้งโบกมือตรงหน้าเพื่อนรัก เรียกเสียงหัวเราะเจ้าเล่ห์เบาๆ ให้ดังขึ้น
ชั้นก็แค่คิดได้ว่าควรจะทำอะไรซักอย่างได้แล้ว มาร์คเอ่ยขึ้น
อ้อเหรอ!!!
เจอโรมเลิกคิ้วสูงอย่างล้อเลียน แล้วชั้นควรจะดีใจหรือเห็นใจริคโค่ดีล่ะเนี่ยนายควรจะยินดีกับชั้นต่างหาก มาร์คหัวเราะ และชั้นก็ควรจะยินดีกับนายด้วย
มีอะไรบ้างมั้ยที่นายไม่รู้น่ะ เจอโรมยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าครบ
แล้วนายคิดว่าลีน่าจะตกลงรับแหวนของนายมั้ย มาร์คเอ่ยแซว
ถ้าเจ้าหล่อนไม่รับ ชั้นก็จะลักพาตัวยัยจอมยุ่งนี่ไปแล้วก็จับแต่งงานมีลูกซักคนสองคนก่อนแล้วค่อยพากลับมา เป็นความคิดที่ใช้ได้เหมือนกันนะว่ามั้ย
ยังไงก็ลูกน้องคนสำคัญของชั้นนะเพื่อน เบามือหน่อยก็แล้วกัน
แล้วเพื่อนรักทั้งสองก็หัวเราะออกมาดังลั่น ยกแก้วขึ้นอวยพรให้กันและกัน
เสียงหัวเราะของทั้งคู่ทำให้อีกสี่คนที่นั่งคุยกันอยู่หันไปมองด้วยความสนใจ
ลีน่าหันกลับมาเห็นริคโค่จ้องตรงไปยังเจ้านายของเธอนิ่งๆ หัวคิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างคนกำลังใช้ความคิด เธออมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น กำลังสงสัยเจ้านายอยู่เหรอจ๊ะ พ่อคนเก่ง
ริคโค่สะดุ้งก่อนจะหันกลับมาสบตาหญิงสาว ก็นิดหน่อยครับ เขาไม่ปฏิเสธ
ผมกับไมล์ขอตัวไปหาอะไรใส่ท้องก่อนนะฮะ คุณลีน่ากับคุณริคจะเอาอะไรมั้ยฮะ เชนเอ่ยถาม สะกิดเพื่อนรักให้ลุกขึ้น
เดี๋ยวชั้นกับริคค่อยตามไปดีกว่า ตามสบายเถอะจ้ะเพราะมื้อนี้พ่อเธอเป็นคนจ่าย ลีน่าเอ่ยขึ้นยิ้มๆเชนกับไมล์หัวเราะ งั้นพวกผมขอตัวนะฮะ เด็กหนุ่มทั้งสองผละไปอย่างรู้หน้าที่
เกิดอะไรขึ้นรึเปล่าจ๊ะ? ลีน่าเอ่ยถามกับชายหนุ่ม เมื่อเชนกับไมล์เดินห่างออกไป
ไม่รู้สิครับ ริคโค่เอ่ยตอบอย่างลังเล พักนี้มาร์คดู เอ่อ แปลกๆ มั่งมั้ยครับกับลีน่าน่ะ
หืม!! ก็ไม่นี่แต่ชั้นว่าพักนี้เขาออกจะสนใจเธออย่างผิดปกติอยู่นะ หญิงสาวทำตาเจ้าเล่ห์ สังเกตมั้ยว่าพักนี้เธอเจอกับมาร์คบ่อยมากกว่าปกติ
ก็ใช่ครับ แต่มันก็เรื่องงานนี่นา แต่วันนี้มาร์คเขา เอ่อ
เขา ลีน่าแอบลิงโลดอยู่ในใจ พลางรีบกระตุ้นให้ริคโค่เล่าต่อ
เขาแปลกกว่าทุกครั้งเลยน่ะครับ ริคโค่ตอบเลี่ยงๆ
แต่ใบหน้าแดงๆ ของชายหนุ่มก็บอกอะไรมากมายแล้วสำหรับลีน่า หญิงสาวแอบส่งสายตาไปค้อนเจ้านายของเธอแว่บหนึ่ง
คู่ต่อสู้ของเธอเริ่มเปลี่ยนกลยุทธแล้วน่ะสิ ลีน่าเอ่ยยิ้มๆ มาร์คเริ่มรุกแล้วนะริค เธอคิดว่าจะทำยังไงดีจ๊ะ
รุก!!! หมายความว่าไงครับ ริคโค่หน้าแดงยิ่งกว่าเดิม
ไม่รู้จริงเหรอริค? ลีน่าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆ
ริคโค่ถอนใจเบาๆ เขารู้สิ!! รู้ดีถึงความหมายของสิ่งที่ลีน่าพูด เหมือนมาร์คกำลังปั่นหัวผมอยู่เลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้
คงเพราะว่ามาร์คเรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วล่ะมั้ง แล้วเธอจะว่าไงล่ะจ๊ะ
ผมไม่ยอมให้มาร์คมาปั่นหัวผมเล่นง่ายๆ หรอกครับ คอยดูไปก็แล้วกัน ริคโค่เอ่ยอย่างมุ่งมั่น แต่ก็ไม่กล้าหันไปเพราะรับรู้ถึงดวงตาสีมรกตที่จ้องแน่วแน่อยู่ที่เขามาพักใหญ่แล้ว
ลีน่าลอบยิ้มนิดๆ เธอรู้ว่ามาร์คไม่ได้คิดปั่นหัวริคโค่เล่นๆ หรอก ชายหนุ่มกำลังเอาจริงต่างหาก!!และเธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้านายผู้เก่งกาจของเธอจะใช้วิธีไหนทำให้ริคที่กำลังสับสนและตั้งใจจะดื้อดึงจนถึงที่สุดยอมใจอ่อนลงได้
แต่ยังไม่ทันที่มาร์คจะได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการ วี่แววของความยุ่งยากบางประการก็ปรากฏขึ้นมาเสียก่อน และต้นเหตุแห่งความยุ่งยากทั้งมวลนั้นยังปรากฏตัวในรูปลักษณ์ราวเทพบุตรกรีกอีกด้วย
วินาทีแรกที่มาร์คได้พบเลออง เดอแจร์สัญชาตญาณในตัวเขาก็ร้องเตือนทันทีว่าเจ้าหมอนี่คือ ความยุ่งยาก
เดอแจร์เป็นชายหนุ่มที่เหมาะสมอย่างยิ่งกับคำว่าเจ้าชาย ใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรมาพร้อมกับดวงตาสีฟ้ากระจ่างและผมสีทองเป็นประกาย ร่างกายเพรียวสมส่วนแบบที่ไปเป็นนายแบบของเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำได้สบาย เป็นภาพลักษณ์ที่สามารถดึงดูดใจคนได้อย่างง่ายดาย
ภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท มาร์คนั่งที่หัวโต๊ะด้านหนึ่ง ข้างขวาของเขาคือริคโค่ เคลย์ตันและลีน่า ส่วนด้านซ้ายคือเลดี้สเตฟานี่ วินเซนท์เทียร์เจ้าของชุดเครื่องเพชรที่จะนำออกแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ถัดไปคือเลออง เดอแจร์ผู้เป็นน้องชาย ถัดไปอีกก็คือตัวแทนของพิพิธภัณฑ์และตัวแทนของบริษัทที่รับประกันเครื่องเพชร อีกฟากของห้องมีวิลเลี่ยมกับแดนนี่ที่กำลังทำหน้าที่พรีเซนท์งานให้ทุกคนในห้องประชุมได้ฟัง
นี่เป็นโปรเจคใหญ่สุดท้ายของปีนี้ที่มีสามบริษัทของเขา ริคและเคลย์ร่วมงานกันอีกครั้ง
ขณะที่ทุกคนกำลังตั้งใจฟังการพรีเซนท์งานอยู่นั้น มาร์คสังเกตเห็นว่าสายตาของเดอแจร์กลับจ้องมายังริคโค่บ่อยครั้ง และบางครั้งก็ปลายตามาทางเขาราวกับต้องการท้าทาย ริมฝีปากได้รูปสวยนั่นหยักยิ้มราวกับรู้ว่าเขากำลังไม่พอใจ มาร์คจ้องกลับไปด้วยสายตาเย็นเยียบเหมือนกับจะรับการท้าทายนั้น
มีอะไรรึเปล่าครับมาร์ค เสียงกระซิบถามเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงอารมณ์บางอย่างที่แผ่รังสีอันตรายมาจากร่างสูงข้างกาย
ไม่มีอะไร มาร์คเอนตัวเข้าไปกระซิบตอบริคโค่อย่างจงใจ ก่อนจะยิ้มอ่อนโยนให้ชายหนุ่ม
ริคโค่ยิ้มตอบ แล้วหันไปสนใจการพรีเซนท์เหมือนเดิม ไม่ได้รู้สึกอะไรถึงสายตาแปลกๆ ของเดอแจร์แม้แต่น้อย
ได้มาฟังอย่างนี้ชั้นก็วางใจอย่างมากเลยค่ะ เลดี้วินเซนท์เทียร์เอ่ยขึ้น เมื่อฟังการพรีเซนท์จบ
ทางผมก็ยินดีอย่างยิ่งที่คุณวางใจ รับรองว่าพวกผมจะจัดการให้เรียบร้อยที่สุดครับ มาร์คเอ่ยรับรองด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
นั่นก็ต้องดูกันต่อไปล่ะ เดอแจร์พูดขึ้นมาลอยๆ
เลออง เงียบนะ!!!
สเตฟานี่หันไปดุน้องชาย ก่อนจะหันกลับมา อย่าถือสาน้องชายชั้นเลยนะคะ เขาชอบพูดจาไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังแบบนี้แหละค่ะผมไม่ถือสาเด็กหรอกครับ มาร์คยิ้มเย็น แต่ดวงตาไม่ได้ยิ้มด้วยเลย
สเตฟานี่อดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้ เธอรู้ดีว่าคนอย่างมาร์คัส แมคนีลไม่ใช่คนที่ใครจะมาล้อเล่นได้ง่ายๆ สงสัยเธอคงต้องปรามๆ น้องชายช่างเอาแต่ใจของเธอเสียหน่อยแล้ว
เลอองยักไหล่ก่อนจะหันไปหาเป้าหมายของเขาที่กำลังยืนคุยกับหนึ่งในคนที่พรีเซนท์งานวันนี้ ชายหนุ่มเดินตรงไปหาอย่างไม่ลังเล
สวัสดีครับคุณดาซิลวา เลอองเอ่ยขึ้น พยักหน้าให้ริคโค่ด้วยท่าทางโอ่อ่า
สวัสดีครับคุณ ริคโค่ออกจะงงๆ เล็กน้อยที่ชายหนุ่มรู้จักเขา
เลอองครับ ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักครับ เลอองยื่นมือไปจับมือริคโค่เสียเฉยๆ
ยินดีครับคุณเดอแจร์
ด้วยมารยาทริคโค่เลยไม่อาจดึงมือตัวเองออกได้ในทันที เขาได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ เมื่อรู้สึกถึงสายตาคมปราบที่จ้องมองข้ามห้องมาเจ้านายให้หาน่ะริค เสียงเคลย์ดังขึ้นราวกับสัญญาณช่วยชีวิตเขาก็ไม่ปาน
ขอตัวก่อนนะครับ ริคโค่รีบเอ่ยขึ้น ดึงมือออกจากมือของชายหนุ่มอย่างไม่ให้เสียมารยาทมากนักแล้วผละไปหามาร์คในทันที
เลอองมองตามด้วยสายตาอ่านไม่ออก ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่เดินเข้ามาใหม่
เคลย์ดึงแดนนี่มาอีกทางอย่างปกป้อง ก่อนจะเอ่ยขึ้น ผมคิดว่าเลดี้วินเซนท์เทียร์กำลังเรียกคุณนะครับคุณเดอแจร์
เลอองหันไปสบตากับพี่สาวก่อนจะหันกลับมา
ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์มาบอก ชายหนุ่มยิ้มอย่างยียวนก่อนจะเดินกลับไปหาพี่สาว
เคลย์หรี่ตามองชายหนุ่มอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก ก่อนจะหันมายิ้มให้แดนนี่ที่เอื้อมมือมาแตะแขนเขาเบาๆ เหมือนจะถาม
ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวคุณมาร์คคงจัดการเองแหละ เขากระซิบบอกเบาๆ
แดนนี่พยักหน้ารับรู้ มองไปทางริคโค่อย่างอดเป็นห่วงไม่ได้
ยินดีที่ได้รู้จักกับคนที่มีความสามารถอย่างคุณนะคะคุณดาซิลวา สามีชั้นพูดถึงผลงานของพวกคุณบ่อยๆ จนชั้นอยากพบตัวจริง สเตฟานี่เอ่ยกับริคโค่พร้อมกับสายตาชื่นชมคุณยอผมเกินไปแล้วล่ะครับ ริคโค่อดเขินไม่ได้ที่โดนชมต่อหน้าแบบนี้
แหม ถ่อมตัวจังนะคะทั้งคุณทั้งคุณแมคนีลเลย เธอเอ่ยอย่างชื่นชมอย่างแท้จริง
ขอบคุณมากนะครับ มาร์คเอ่ยยิ้มๆ ความจริงแล้วเขากับไวส์เคาน์ทวินเซนท์เทียร์เคยพบกันแล้วสองสามครั้งแต่ก็ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว
เอ่อ เห็นทีชั้นคงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ รบกวนพวกคุณมาตั้งนานแล้ว สเตฟานี่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าน้องชายของเธอเดินมาสมทบ
เชิญครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ มาร์คกล่าวขึ้นอย่างเป็นการเป็นงาน
ยินดีเช่นกันค่ะ เธอเอ่ยอย่างจริงใจ หันไปสะกิดน้องชายที่เอาแต่จ้องริคโค่
แล้วพบกันใหม่นะครับ เลอองจงใจเอ่ยกับริคโค่คนเดียว ก่อนจะเดินตามพี่สาวไป แต่ก่อนออกจากห้องชายหนุ่มก็ยังอุตส่าห์หันมาหลิ่วตาให้ริคโค่อีกครั้ง
ริคโค่ได้แต่ยิ้มแหยๆ กับการกระทำแปลกของชายหนุ่ม
มาร์คพยักหน้าให้ฟิลล์ที่รออยู่ที่หน้าประตู ตามไปส่งคณะของสเตฟานี่ ก่อนจะเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ของเขาอย่างหงุดหงิด
ท่าทางเอาเรื่องเลยนะคะ พ่อหนุ่มคนนี้ ลีน่าทักขึ้น เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างตัวของเจ้านาย
มาร์คยิ้มเย็น คิดจะท้าทายผมโดยตรงเลยเชียวล่ะ เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ไม่อยากให้ริคโค่ได้ยิน มองตามชายหนุ่มที่เดินไปรวมกลุ่มกับพวกของเคลย์อีกด้านของห้อง
นี่ริคโค่ไม่ได้รู้สึกรู้สากับสายตาของเจ้าบ้านั่นเลยซักนิดหรือไงนะ!!!
ริคน่ะไม่รู้อะไรหรอกค่ะ เขาค่อนข้างซื่อกับเรื่องแบบนี้นะคะ ยกเว้นกับคุณ ลีน่าเอ่ยยิ้มๆผมรู้!!
มาร์คถอนใจเบาๆ แต่นั่นแหละที่น่ากลัวคุณน่ะต้องรีบลงมือแล้วนะคะเจ้านาย คู่แข่งครั้งนี้น่ะค่อนข้างน่ากลัวนะคะ หญิงสาวเอ่ยแซว
ผมไม่ถือเอาเจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั่นมาเป็นคู่แข่งหรอก!!!
มาร์คเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด ฝากบอกให้เคลย์กับริคไปพบผมที่ห้องด้วยนะ เขาบอกกับลีน่าก่อนจะเดินกลับเข้าห้องทำงานของตัวเองไปลีน่าหัวเราะเบาๆ แม้จะไม่ยอมรับแต่เธอคิดว่ามาร์คก็คงคิดอยู่เหมือนกัน ไม่งั้นก็คงไม่หงุดหงิดแบบนี้แน่ เธอเดินมาสมทบกับพวกของริคที่กำลังคุยกันอยู่ด้วยท่าทางซีเรียสไม่น้อย
มีอะไรกันเหรอจ๊ะหนุ่มๆก็หมอนั่นน่ะสิครับ วิลเลี่ยมเอ่ยขึ้น สายตาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
นายคงไม่ได้คิดว่าเขา...กับคุณลีน่า... แดนนี่เอ่ยขึ้น มองไปที่หญิงสาวอย่างลังเล
ที่วิลพูดน่ะคงไม่ได้หมายถึงชั้นหรอกจ้ะ ลีน่าหัวเราะเบาๆ มองไปยังริคโค่เป็นนัยน์ๆ
แดนนี่หันไปมองริคโค่ตามสายตาของหญิงสาวก่อนจะเบิกตากว้าง คุณริค!!!
คงไม่มีอะไรหรอกครับ เขาก็คงแค่คนแปลกๆ คนหนึ่งเท่านั้น ริคโค่บ่นอุบอิบ ที่สายตาของสี่คนที่เหลือพุ่งมาที่เขาเป็นตาเดียวเคลย์แค่นเสียงขึ้นจมูก!!! ถ้าแค่นั้นคุณมาร์คคงไม่ทำตาน่ากลัวอย่างนั้นหรอก อย่าว่าแต่เจ้านายเลย ชั้นอาจจะไม่ใจเย็นอย่างคุณมาร์คหรอกหากหมอนั่นจ้องแดนนี่อย่างที่จ้องนาย
เคลย์!!!
แดนนี่ส่งเสียงท้วงด้วยความเขินเอาล่ะจ้ะ!! เรื่องนี้ให้มันผ่านไปก่อนเถอะ อ้อ!! เคลย์ ริค เจ้านายให้หาที่ห้องแนะ อย่าลืมนะจ๊ะ ชั้นกลับไปทำงานก่อนล่ะนะ ลีน่าบอกกับทั้งคู่ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไป
ชั้นรอนายที่ห้องกาแฟก็แล้วกัน วิลเลี่ยมบอกกับเพื่อน ก่อนจะหยิบแฟ้มงานแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปบ้าง
ริคโค่มองเคลย์กับแดนนี่ยิ้มๆ ก่อนจะขอตัวไปที่ห้องมาร์คก่อน ทิ้งให้ชายหนุ่มทั้งสองอยู่กันตามลำพัง
แดนนี่... เคลย์เรียกชายหนุ่มที่เดินหนีไปเก็บแฟ้มบนโต๊ะประชุม
ว่าไงครับ ร่างบางก้มหน้างุด ไม่ยอมหันไปสบตาคมที่จ้องมา
ชั้นพูดจริงๆ นะ ถ้านายไม่พอใจก็ขอโทษด้วยแล้วกัน เคลย์เอ่ยอย่างจริงจัง
แดนนี่ถอนใจเบาๆ ผมไม่ได้โกรธหรอกครับ...ผม...กำลังดีใจต่างหาก
อะไรนะ!!! เคลย์ร้องอย่างดีใจ ดึงร่างบางให้หันมา จริงเหรอ!! เขาถามเสียงอ่อนโยนจนป่านนี้แล้วคุณยังถามผมแบบนี้อีกเหรอ แดนนี่ก้มหน้าลงจ้องที่เข็มกลัดเน็คไทของเคลย์แทนเพราะเขินจัดจนไม่กล้าสบตาชายหนุ่ม ผมรู้ว่าคุณมักจะคิดถึงความรู้สึกของผมก่อนเสมอ คุณยืนยันว่าเราจะเป็นแค่เพื่อนกันแต่คุณก็ให้ความสำคัญกับผมอย่างที่ผมไม่เคยได้รับจากใครที่ไหนมาก่อนเลย ผมแค่อยากจะบอกคุณว่าผมรู้ว่าคุณคิดยังไงกับผมนะครับ ความร้อนผ่าวลามจากใบหน้าไปถึงใบหูของเขายามที่พูดออกมา
ลมหายใจที่เคลย์กลั้นเอาไว้ถูกปล่อยออกมายืดยาวเมื่อแดนนี่พูดจบ
คุณคงไม่รู้หรอกแดนนี่ว่าผมดีใจแค่ไหนที่ได้ยิน เคลย์ก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกก้าว ก่อนจะดึงแดนนี่มากอดไว้อย่างอ่อนโยน
รีบไปพบคุณแมคนีลเถอะครับ เดี๋ยวท่านจะรอนาน แดนนี่เอ่ยเตือนเขินๆ รีบดันตัวออกจากอ้อมกอดอบอุ่นของชายหนุ่ม
เย็นนี้ทานข้าวด้วยกันนะ เคลย์เอ่ยชวน
ครับ แดนนี่รับคำอย่างไม่ลังเล
เคลย์ยิ้มกว้าง ก้มลงแตะริมฝีปากที่หน้าผากมนเร็วๆ ทีหนึ่งแล้วผละออกอย่างแสนเสียดายก่อนจะรีบเดินออกจากห้องประชุมไปยังห้องทำงานที่มาร์คกับริคโค่กำลังรออยู่
ริคโค่แกล้งเลิกคิ้วแซวเพื่อนเมื่อเคลย์เดินยิ้มกริ่มเข้ามา ก่อนจะส่งสายตาบอกเคลย์ว่ามาร์คกำลังอารมณ์ไม่ดีจริงๆ อย่างที่เคลย์ทำนายไว้ก่อนหน้านี้
งานนี้คงไม่ยากเท่าไหร่ เคลย์นายจัดคนไปประจำที่พิพิธภัณฑ์ด้วยก็แล้วกัน เห็นทางนั้นบอกว่าจะยกห้องควบคุมให้เราใช้อย่างเต็มที่ มาร์คเอ่ยขึ้นทันทีที่เคลย์นั่งลง
ครับคุณมาร์ค เคลย์รับคำสั่ง แล้วเจ้าของงาน...
ทางเลดี้วินเซนท์เทียร์ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ทางพิพิธภัณฑ์จัดคนประสานงานแล้ว มาร์คสบตาเคลย์รู้ว่าชายหนุ่มไม่ได้หมายถึงผู้เป็นพี่สาว แม้แต่เคลย์ยังสังเกตเห็นเหมือนกัน แต่เจ้าตัวดูท่าจะไม่รู้เรื่องจริงๆ ด้วย
ส่วนงานของคุณคงเพิ่มจากการป้องกันส่วนกลาง เกี่ยวกับระบบเซ็นเซอร์ที่จะเพิ่มเติมเป็นบางจุดที่เป็นตู้แสดงชิ้นงาน มาร์คหันไปบอกกับริค ที่พยักหน้ารับพร้อมกับจดรายละเอียดลงสมุดโน๊ต
ทั้งนี้และทั้งนั้นเราคงต้องรอแผนผังที่แน่นอนจากทางพิพิธภัณฑ์ก่อน การดูสถานที่จริงคงต้องให้นายกับแดนนี่รับผิดชอบไปนะเคลย์ มาร์คส่งสายตาเป็นเชิงขอโทษให้ชายหนุ่ม
เคลย์ยิ้มรับอย่างเข้าใจ ได้ครับ ได้แปลนมาเมื่อไหร่ผมจะดำเนินการทันที
แต่นั่นมันงานของผมนี่ครับ ริคท้วงอย่างจริงจัง
แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของแดนนี่ใช่มั้ย ผมคิดว่าเขาน่าจะทำได้ดีนะ อีกอย่างคุณเองก็ต้องปรับระบบให้พร้อมรับโปรแกรมใหม่ที่จะติดตั้งด้วยไม่ใช่รึ? มาร์คยกเหตุผลทางการทำงานขึ้นมาจนริคโค่เถียงไม่ออก
หากเขาปฏิเสธก็เท่ากับคิดว่าแดนนี่ไม่มีความสามรถพอ และสิ่งที่มาร์คพูดขึ้นมาก็เป็นเรื่องจริงที่เขาโต้แย้งไม่ได้เสียด้วย
งั้นก็ตกลงครับ ริคโค่พยักหน้าอย่างเห็นด้วยในที่สุด
มาร์คยิ้มนิดๆ ที่ริคไม่ได้สงสัยอะไรในเรื่องนี้ เพราะถ้าชายหนุ่มรู้ว่าเหตุผลเดียวที่เขาออกคำสั่งแบบนี้คือการป้องกันไม่ให้เดอแจร์เข้าถึงตัวชายหนุ่มได้ง่ายๆ แล้วล่ะก็ ริคคงไม่พอใจเป็นแน่...
แต่แค่นั้นก็ไม่สามารถกันชายหนุ่มอย่างเลออง เดอแจร์ได้
ในอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา เลอองก็มาปรากฏตัวที่เอนเตอร์ไพรซ์พร้อมกับกุหลาบแดงช่อใหญ่ ฟิลล์เดินเข้าไปบอกเจ้านายด้วยความหวั่นใจนิดๆ แต่มาร์ครับฟังด้วยท่าทางสงบนิ่ง มีเพียงแค่ดวงตาสีเขียวที่เป็นประกายวาบขึ้นแว่บหนึ่งเท่านั้น ที่บอกฟิลล์ได้ว่าภายในใจเจ้านายของเขาไม่ได้สงบอย่างที่แสดงออกภายนอก
ขอบใจฟิลล์ ต้อนรับคุณเดอแจร์อย่างดีด้วยล่ะ มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ ที่แม้แต่ฟิลล์ยังต้องกลืนน้ำลายฝืดคอ
ครับเจ้านาย ฟิลล์รับคำก่อนจะเดินออกไป สวนกับเจอโรมที่เดินเข้ามา
ไอ้หมอนี่ท่าจะเอาจริงแฮะ เอาไงดีล่ะเพื่อน เขาเอ่ยถามก่อนจะนั่งลงที่โซฟา
ถ้าเจ้าเด็กนั่นอยากเล่นเกมที่เขาไม่มีวันชนะ ก็ปล่อยไปซักพัก มาร์คก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่อ
นายมั่นใจขนาดนั้นเชียว?!!
เจอโรมพูดล้อๆชั้นมั่นใจในตัวริคต่างหาก!!!
มาร์คพูดอย่างเชื่อมั่น แม้จะอดหงุดหงิดไม่ได้ นายจะให้ชั้นสั่งยามหน้าประตูไม่ให้เดอแจร์เข้าตึกของชั้นหรือไงล่ะ ชั้นไม่ทำอะไรเด็กๆ แบบนั้นหรอกแต่หมอนั่นก็เหมือนมาเหยียบจมูกนายถึงถิ่นเลยนะ เจอโรมแกล้งยั่วเพื่อนรัก
งั้นนายก็ไปทำหน้าที่เพื่อนรักให้ชั้นซะสิ!!!
มาร์คเงยหน้าขึ้นยิ้มเย็นๆ ให้เพื่อนได้ครับผมเจ้านาย!!!
เจอโรมลุกขึ้นตะเบ๊ะอย่างแข็งขัน ก่อนจะเดินหัวเราะออกจากห้องทำงานของมาร์คไปมาร์คอดค้อนเพื่อนรักไม่ได้ที่เห็นความหงุดหงิดของเขาเป็นเรื่องสนุก ที่เขาทำได้ตอนนี้ก็มีแค่รอดูว่าริคโค่จะจัดการยังไงกับเรื่องนี้เท่านั้น
สำหรับคุณครับ เลอองเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มและยื่นกุหลาบช่อใหญ่ที่ถือมาให้ริคโค่ ในห้องทำงานที่ชายหนุ่มถือวิสาสะเดินเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของห้อง
ริคโค่มองช่อกุหลาบสีแดงก่อนจะมองหน้าชายหนุ่มงงๆ แต่ก็รับมาแล้ววางไว้บนโต๊ะ
ขอบคุณครับ แต่คุณกำลังรบกวนเวลาทำงานของผม เขาเอ่ยปากว่าตรงๆ คิดว่าเลอองคงจะได้คิด แต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะเสียงดังลั่น
คุณเป็นคนตรงเผงแบบนี้เสมอเลยเหรอครับ ดีจริงอย่างนี้ผมชอบ เลอองเอ่ยขึ้นพร้อมกับสายตากรุ้มกริ่ม
คุณเดอแจร์ครับ!!!
ริคโค่พยายามใจเย็นที่สุด โดยการนับหนึ่งถึงร้อยในใจ ตอนนี้ผมกำลังทำงานที่ถือว่าเป็นความลับของบริษัท ถ้าคุณเข้าใจก็ช่วยออกไปข้างนอกก่อนจะได้มั้ยครับ
แต่ผมอุตส่าห์มาพบคุณเพราะทนคิดถึงคุณไม่ไหวนะ จะไม่คุยกันหน่อยเหรอครับ อย่างน้อยผมก็เป็น ผู้ว่าจ้าง ของคุณนะ ชายหนุ่มจงใจเน้นคำว่า ผู้ว่าจ้าง เพื่อไม่ให้ริคโค่ปฏิเสธริคโค่แทบจะสำลักเมื่อได้ฟังคำพูดแสนเลี่ยนของชายหนุ่ม ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ ก็เดอแจร์เล่นเอาคำคำนี้มาค้ำคอแล้วจะให้เขาปฏิเสธยังไงได้
ยังไงก็เชิญคุณไปรอที่ห้องรับรองก่อนเถอะครับ ขอเวลาผมเคลียร์งานซักครู่ ริคโค่พูดอย่างสุภาพที่สุด
เลอองยิ้มสมใจก่อนจะเดินผิวปากออกไปจากห้อง หลังชายหนุ่มพ้นประตูไปแล้ว เสียงถอนหายใจยาวเหยียดก็ดังออกจากริมฝีปากได้รูป
มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ เสียงฟิลล์ถามมาจากประตูห้องทำงานของเขา
ริคโค่หันไปยิ้มแกนๆ ช่วยเอากุหลาบนี่ไปจัดการทีก็ดีนะครับ
ฟิลล์เดินเข้ามาหยิบช่อกุหลาบที่ริคโค่บอก ไม่ชอบเหรอครับ
กุหลาบแดงกลิ่นมันหอมหวานรุนแรงเกินไปน่ะครับ ริคโค่บอกชายหนุ่ม
สู้กลิ่นอ่อนบางของกุหลาบขาวไม่ได้ ฟิลล์เอ่ยขึ้นยิ้มๆ อย่างรู้ความหมาย
ริคโค่แก้มร้อนวาบขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล เมื่อนึกถึงกุหลาบขาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยได้จากมาร์ค ก็ทำนองนั้นแหละครับ
ไม่ต้องรีบออกไปก็ได้นะครับ คุณเจอโรมไปรับหน้าแล้ว ฟิลล์บอกก่อนจะหมุนตัวจากไป
คุณเจอโรมเหรอ!!
ริคโค่พึมพำ ก่อนจะยิ้มออกมานิดหนึ่ง แล้วก็รีบจัดการงานตรงหน้าให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินออกจากห้องไปใช่ว่าเขาจะอยากพบเลออง เพียงแต่อยากจะรู้ว่ามีเหตุผลอะไรที่ชายหนุ่มทำแบบนี้ เพราะความรู้สึกที่เขาพอจะจับได้จากชายหนุ่มรูปงามผู้นี้ ไม่ใช่ความชื่นชมอย่างที่เลอองแสดงออกเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่การปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาของริคโค่ก็ไม่เป็นผล เลออง เดอแจร์ยังคงวนเวียนมาหาเขาแทบจะทุกวันจนริคโค่ไม่มีสมาธิทำงานเพราะต้องคอยผวา หวั่นๆ ว่าเมื่อไหร่ชายหนุ่มจะบุกมาหาเขาอีก ครั้นจะต่อว่าแรงๆ ก็เกรงว่าจะทำให้บริษัทของมาร์คเสียลูกค้าจึงได้แต่อดทนเอาไว้
แต่ความอดทนก็มีจุดสิ้นสุด แม้แต่คนที่คิดว่าตัวเองใจเย็นที่สุดอย่างเขา เกือบเดือนมานี่เขาทำงานแทบไม่เป็นปกติสุขเลยแม้แต่วันเดียวเพราะเลอองคอยมาป้วนเปี้ยนชวนเขาออกไปทานกลางวันบ้าง ชวนเขาไปเที่ยวบ้าง เขายอมแค่ออกไปกินกลางวันด้วยแต่นั่นต้องมีลีน่าไม่ก็เจอโรมไปด้วยทุกครั้งและนับตั้งแต่ที่เลอองมาตามตื้อเขา ริคโค่แทบจะไม่ได้เจอหน้ามาร์คเลย
วันนี้ริคโค่ตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องคุยกับชายหนุ่มให้รู้เรื่องให้ได้ เพราะยังไงการแสดงเครื่องเพชรที่พิพิธภัณฑ์ก็จะเริ่มวันมะรืนแล้ว และงานที่บริษัทของมาร์ค เคลย์และเขาต้องรับผิดชอบร่วมกันก็ทำเสร็จและส่งมอบงานไปเรียบร้อยแล้วด้วย
อย่างนี้เขาคงไม่ต้องเกรงใจอีกแล้วสินะ!!!
แต่วันนี้เลอองกลับไม่ปรากฏตัว มีเพียงช่อกุหลาบแดงเหมือนทุกครั้งส่งมาพร้อมกับการ์ดเชิญใบหนึ่ง เพื่อเชิญให้ริคโค่ไปดินเนอร์ที่ห้องชองชายหนุ่มที่ห้องสวีทของโรงแรมหรูใจกลางเมือง
ริคโค่เคาะการ์ดใบนั้นกับโต๊ะทำงานอย่างชั่งใจ ความจริงเขาไม่ได้อยากไปสักนิด แต่ประโยคที่ชายหนุ่มเขียนลงท้ายมาในการ์ดนี่สิ ทำให้เขาต้องคิดหนัก
คืนนี้ผมจะบอกทุกอย่างที่คุณกำลังสงสัยรวมถึงเรื่องเกี่ยวกับคนสำคัญข้างกายของคุณด้วยคนสำคัญข้างกายของเขา เลอองคงไม่ได้หมายถึงมาร์คใช่มั้ย!!!
เขาไม่รู้ว่าเลอองมีจุดประสงค์อะไรและรู้เรื่องนี้ได้ยังไง แต่ถ้านั่นเกี่ยวข้องกับมาร์คแล้วล่ะก็ เขาก็จะลองเสี่ยงกับมันดูซักครั้ง แม้สัญชาตญาณในใจเขาจะร้องเตือนถึงอันตรายบางอย่างก็ตาม
คุณริคออกไปแล้วครับเจ้านาย ฟิลล์เดินเข้ามาบอกมาร์คตามที่ได้รับคำสั่งให้เฝ้าดูชายหนุ่ม
นายไม่ต้องไปเจอโรม ชั้นจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง มาร์คลุกขึ้น บอกกับเพื่อนรักที่ทำท่าจะเดินตามเจอโรมสบตาเพื่อน ก่อนจะพยักหน้านิดๆ อย่างไม่เต็มใจ นายรู้เหรอว่าริคโค่จะไปไหน
ไม่มีอะไรที่ชั้นไม่รู้ถ้าเป็นเรื่องของริค!!
มาร์คเอ่ยขึ้น พยักหน้าให้ฟิลล์ตามเขาออกไปฝากมาร์คด้วยนะฟิลล์ เจอโรมสั่งเบาๆ ตามหลัง
ฟิลล์พยักหน้าอย่างหนักแน่นก่อนจะเดินตามมาร์คออกไป
คิดอยู่แล้วว่าคุณต้องมา!!
เลอองเปิดประตูออกกว้าง ให้ริคโค่เดินเข้ามา ยิ้มสมใจนิดๆ กับท่าทางเคร่งเครียดของชายหนุ่มนั่งสิครับ!!
เขาเชื้อเชิญด้วยท่าทีโอ่อ่า ก่อนจะนั่งลงที่โซฟากลางห้องริคโค่นั่งลงตามคำเชิญ คุณต้องการอะไรกันแน่คุณเดอแจร์
จนป่านนี้คุณก็ยังไม่ยอมเรียกชื่อของผม... เลอองหัวเราะในคอ ผมก็แค่ถูกใจคุณเท่านั้น อยากได้คุณมาเป็นของผม ผมชอบดวงตาสีทองเย้ายวนของคุณอยากเห็นความปรารถนาระริกไหวอยู่ในนั้น
เลิกล้อเล่นซักทีเถอะครับ!!
ริคโค่ตกตะลึงเล็กน้อยกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกมา คุณไม่ได้ชอบผมด้วยซ้ำไป!!เลอองเงยหน้าขึ้นหัวเราะเสียงดัง ที่ผมทำอยู่เนี่ยไม่ได้บอกว่าผมชอบคุณหรอกเหรอ?!!
ชายหนุ่มลุกขึ้น เดินไปยังถังแชมเปญก่อนจะรินมันลงแก้วสองใบ แล้วหมุนตัวกลับมาส่งแก้วให้ริคโค่ดื่มให้ใจเย็นๆ ลงหน่อยดีกว่านะครับ ก็ผมบอกคุณไปแล้วไงว่าผมจะบอกคุณทุกอย่าง
แล้วเรื่องคนสำคัญข้างกายที่คุณพูดถึงละ?!!
ริคโค่กำก้านแก้วแชมเปญแน่นอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ดื่มก่อนสิครับ เลอองเลิกคิ้ว ยกแก้วของตวเองขึ้นดื่มจนหมด
ริคโค่มองชายหนุ่มอย่างชั่งใจ ก่อนจะดื่มแชมเปญในแก้วของตัวเองจนหมดเหมือนกัน
เลอองกระตุกยิ้มน่ากลัวแว่บหนึ่ง ก่อนจะรับแก้วในมือริคโค่ไปวางไว้ที่โต๊ะข้างโซฟา
ผมเห็น...สายตาของคุณแมคนีล เวลาที่เขามองคุณอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ เลอองพูดขึ้น หมุนตัวไปทางหน้าต่างทำให้ริคโค่ไม่อาจมองเห็นสีหน้าของชายหนุ่มได้
คุณคงไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานของเขาแน่ๆ จริงมั้ยครับ
ไม่จำเป็นที่ผมต้องตอบคำถามของคุณ... ริคโค่พยายามคิดว่าเลอองพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม แต่ก็จับอะไรในน้ำเสียงเรื่อยๆ ของชายหนุ่มไม่ได้เลย
แล้วคุณกับเขามีความสัมพันธ์กันไปถึงขั้นไหนแล้วล่ะครับ ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเยาะๆ
ริคโค่ลุกพรวดขึ้นในทันใด ความโกรธแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ กับคำถามหยาบคายนั้น แต่เขาก็ต้องทรุดฮวบลงนั่งกับโซฟาอีกครั้ง เมื่อความวิงเวียนแล่นเข้าจู่โจมอย่างไม่ทันรู้ตัว
นะ...นี่มันอะไรกัน!!!
ริคโค่พยายามทรงตัวขึ้น แต่แขนขากลับไร้เรี่ยวแรงให้ตายเถอะ!!! ในแชมเปญนั่น!!!...
อยู่นิ่งๆ ซักพักเถอะนะคุณดาซิลวา เลอองหันกลับมาแววตาวาววับอย่างน่ากลัว อยู่นิ่งๆ ให้ผมได้เล่นกับเรือนร่างที่น่ารักของคุณจนกว่าผมจะพอใจ
สติของริคโค่เลือนลางเต็มที แต่ก็ยังได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มพูด เขาพยายามดันตัวลุกขึ้นแต่ก็ทำไม่ได้ สิ่งสุดท้ายที่เขาจำได้ก่อนจะหมดสติไปก็คือใบหน้าหล่อเหลาของเลอองที่กำลังยิ้มแต่ดวงตากลับเย็นชาอย่างน่ากลัว...
เลอองอุ้มร่างปวกเปียกของริคโค่ไปวางลงที่เตียงนอน ค่อยๆ ปลดเน็คไทและกระดุมเสื้อออกทีละเม็ดจนแผ่นอกเปลือยเปล่าปรากฏแก่สายตา ก่อนจะลากมือลูบไล้อย่างแผ่วเบาไปตามแผ่นอกและหน้าท้องแบนราบ
คุณชอบแบบนี้เองหรอกเหรอ...แล้วถ้าหากมันแปดเปื้นไปด้วยน้ำมือของคนอื่นล่ะ... ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ ด้วยดวงตาวาววับ
ก็อกๆๆๆ...
เลอองเหลือบมองประตูอย่างหงุดหงิดที่โดนขัดจังหวะ ก่อนจะเดินไปที่หน้าประตู เขาชะงักนิดหนึ่งก่อนจะถามออกไป ใครน่ะ!!
รูมเซอร์วิสครับเลอองหยัดยิ้มก่อนจะเปิดประตู แล้วชะงักกึก!!!
ดวงตาคมกริบสีเขียวเข้ม จ้องตรงมาด้วยแววตาที่ทำให้คนเห็นรู้สึกเย็นเยียบไปทั่วร่าง!!!
มาร์คผลักประตูให้เปิดออกกว้าง ก่อนจะก้าวเข้ามาอย่างวางอำนาจ ทำให้เลอองต้องถอยหนีอย่างไม่รู้ตัว
ริคอยู่ที่ไหน?!! มาร์คถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเลอองสะดุ้งสุดตัว หลบสายตาคมกริบที่จ้องมาแต่ยังไม่ยอมตอบ
ฟิลล์เดินตามเข้ามาในห้องก่อนจะปิดประตูแล้วยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตู เพราะได้รับคำสั่งอย่างเด็ดขาดจากมาร์คว่าห้ามยุ่งจนกว่าชายหนุ่มจะสั่ง
มาร์คหรี่ตาลงมองชายหนุ่มที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า เหลือบไปมองถังแชมเปญกับแก้วที่ตั้งอยู่สองใบ แล้วก้าวยาวๆ ไปทางห้องนอนทันที
นี่เป็นความต้องการของริคเองนะ มันไม่เกี่ยวกับคุณไม่ใช่เหรอ? เลอองวิ่งมาขวางหน้ามาร์คไว้ แต่ก็ต้องสะดุ้งถอยหลัง เมื่อถูกจ้องด้วยดวงตาเย็นชา
ถ้าเป็นริคโค่ล่ะก็ ต้องเกี่ยวแน่!!!
มาร์คพูดเสียงเย็นเขามีอะไรดีนักหนาคุณถึงได้เป็นเดือดเป็นร้อนขนาดนี้!!
เลอองตะโกนใส่ชายหนุ่มอย่างหมดความอดกลั้น ที่เขามานอนแผ่อยู่ในห้องผมง่ายๆ แบบนี้คุณยังไม่เห็นอีกเหรอว่าเขางะ ยังไม่ทันที่เลอองจะพูดจบ มือใหญ่ก็คว้าเข้าที่คอก่อนจะออกแรงบีบมากพอที่จะทำให้ลมหายใจขาดห้วง
ริคโค่ไม่มีวันเป็นอย่างที่คุณพูด!!!
มาร์คเอ่ยเสียงกร้าว จ้องหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาเหี้ยมๆเลอองหายใจแทบไม่ได้ ตัวสั่นเทาเมื่อมองเห็นเพลิงโทสะที่ลุกวาบอยู่ในดวงตาสีมรกต หากแต่เขายังพยายามหยัดยิ้มเย้ยหยัน
คุณไม่มั่นใจใช่มั้ยล่ะ ผมไม่เห็นว่าผู้ชายคนนั้นจะมีดีกว่าผมตรงไหน ไม่มีอะไรที่เขาจะเทียบผมได้ซักนิด
มาร์คแค่นยิ้มเหี้ยมๆ หลังจากอึ้งไปชั่วครู่เมื่อรับรู้ความจริงที่ชายหนุ่มเปิดเผยออกมา
ตัวเขาเองต่างหากที่เลอองต้องการ!!!
คุณผิดแล้วเดอแจร์ คุณต่างหากที่ไม่มีอะไรเทียบริคโค่ได้เลย มาร์คปล่อยมือที่บีบคอชายหนุ่มอย่างแรง เลอองทรุดฮวบลงไปคุกเข่ากับพื้น พยายามสูดหายใจเข้าจนสำลักอากาศมาร์คมองเลอองอย่างเย็นชาแล้วเดินผ่านชายหนุ่มไปอย่างไม่สนใจ เขาพุ่งเข้าไปที่เตียงทันทีที่เห็นสภาพของริคโค่ มาร์คแตะมือข้างหนึ่งไปที่ใบหน้าอย่างอ่อนโยน อีกมือดึงมือชายหนุ่มมากุมไว้
ริค ริคคุณได้ยินผมมั้ย?!!!
มาร์คถามด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนไม่น้อย เมื่อริคโค่นอนนิ่งไม่รู้สึกตัวเลยมาร์คกัดฟันแน่น ดวงตาวาววับไปด้วยโทสะที่โหมกระหน่ำ!! เขาผละจากข้างกายริคโค่ออกมาข้างนอก เดินมากระชากคอเสื้อของเลอองจนแทบจะขาดติดมือ!!
แกใช้ยาอะไรกับเขา!!!เลอองคิดว่าเขาคงตายไปแล้วหากสายตาฆ่าคนได้ แค่ยะ ยานอนหลับ
มาร์คโยนชายหนุ่มทิ้งไปอย่างไม่สนใจราวกับเป็นขยะชิ้นหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องนอนอีกครั้งอุ้มร่างบอบบางของริคโค่ออกมา
จำคำของผมไว้ให้ดีเดอแจร์!!
มาร์คพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบ ค่าชดเชยที่คุณกล้ามาแตะต้องคนสำคัญของผม อาจทำให้คุณนึกเสียใจที่มีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้!!!มาร์คหันหลังเดินออกจากห้องสวีทที่ฟิลล์เปิดประตูไว้รอท่าไปโดยไม่เหลียวกลับมามองเลอองที่เข่าอ่อนทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างตกตะลึงอีกเลย
มาร์ควางร่างของริคโค่ลงบนเตียงอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะหันไปบอกให้ฟิลล์ลงไปรอหมอที่ชั้นล่าง ชายหนุ่มรับคำแล้วออกจากห้องไปตามคำสั่ง ร่างสูงถอดสูทของตัวเองออกพร้อมกับเน็คไทแล้วพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น เดินเข้าห้องน้ำไปและกลับมาพร้อมกับอ่างใส่น้ำและผ้าขนหนูผืนเล็กๆ
มาร์คพาริคโค่ออกจากโรงแรมโดยใช้ทางออกด้านที่จอดรถที่คนไม่พลุกพล่าน มาที่บ้านของเขาแทนที่จะไปยังอพาร์ทเมนท์ของชายหนุ่ม
ริคโค่ย้ายออกจากบ้านหลังจากที่พี่สะใภ้และหลานชายขอออกไปหาที่อยู่ใหม่สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เพื่อให้ลืมเรื่องของมิคาเอล แต่ที่ริคโค่ไม่รู้ก็คือเขาเองที่เป็นผู้ช่วยเหลือสองแม่ลูกนั่นตามที่เคยให้สัญญาไว้กับอิซาเบล
ร่างสูงลงมือถอดเสื้อผ้าและเช็ดตัวให้ริคโค่อย่างรวดเร็ว หลังจากสวมชุดนอนของตัวเองให้ชายหนุ่มและห่มผ้าให้อย่างเบามือแล้ว เขาก็ลากเก้าอี้นวมมาที่ข้างเตียงแล้วนั่งลงมองใบหน้ายามหลับใหลของริคโค่ด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปนกัน
ความหวาดกลัวที่เขาเคยรู้จักดี!!! พุ่งเข้ากระแทกใจเขาราวระรอกคลื่น ตลอดทางจากบริษัทจนถึงหน้าห้องที่โรงแรม!!!
ถ้าหากวันนี้เขาเข้าไปช้าอีกนิดเดียว เขาคงทำให้ริคต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ ยิ่งรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มเกือบโดนคนสารเลวนั่นขืนใจเป็นเพราะตัวเองแล้วด้วยก็ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น เขาควรจะห้ามริคตั้งแต่ที่ทำงานแล้วไม่ควรปล่อยให้ชายหนุ่มออกไปก่อนแล้วค่อยตามไปอย่างนี้!!!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ประตูจะเปิดออกและชายสูงอายุท่าทางใจดีจะก้าวเข้ามา
มาร์คลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ขอโทษนะครับที่ไปรบกวนเวลาพักผ่อน
ไม่เป็นไรหรอกมาร์คัส คุณหมอผู้คุ้นเคยกับตระกูลของชายหนุ่มดีตอบยิ้มๆ แล้วคนไข้เป็นอะไรล่ะ
โดนยานอนหลับครับ มาร์คถอยหลังออกไปให้คุณหมอได้ทำงาน
หมอนั่งลงที่เก้าอี้ที่มาร์คยกมาให้ก่อนจะลงมือตรวจริคโค่อย่างละเอียดโดยไม่ถามอะไรอีก ซักพักก็เก็บหูฟังลงกระเป๋า
เขากำลังหลับเพราะฤทธิ์ยาไม่เป็นอะไรหรอก ตื่นมาให้ดื่มน้ำมากๆ ก็แล้วกัน คุณหมอลุกขึ้นพลางตบไหล่ชายหนุ่ม ดูแลเขาดีๆ ล่ะมาร์คัส คนสำคัญไม่ใช่รึ?!!
ครับ สำคัญที่สุด มาร์คไม่คิดปิดบังบุคคลที่เปรียบเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของเขาคุณหมอยิ้มกว้างก่อนจะขอตัวกลับ มาร์คเดินตามมาส่งที่หน้าประตูห้อง บอกฟิลล์ให้ไปส่งคุณหมอแล้วเดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง
ร่างสูงนั่งลงข้างกายริคโค่ ไล้ข้อนิ้วอย่างแผ่วเบาไปตามแนวโค้งของใบหน้าก่อนจะดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างอ่อนโยน มือข้างที่ว่างอีกข้างปัดผมที่ปรกหน้าผากชายหนุ่มออกแล้วก้มลงแตะริมฝีปากที่หน้าผากของร่างบางอย่างทะนุถนอม
ผมจะไม่ยอมให้ใครได้แตะต้องคุณอีกแล้วริค สาบานด้วยชีวิตของผมว่าผมจะปกป้องคุณด้วยทุกๆ อย่างที่ผมมี มาร์คกระซิบชิดหน้าผากมน คุณคือจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไปจากชีวิตของผม หากผมไม่มีคุณชีวิตของผมคงไม่มีวันสมบูรณ์
มาร์คเลื่อนริมฝีปากจากหน้าผากสู่ดวงตาที่ปิดสนิท จมูกโด่งรั้นก่อนจะแนบจุมพิตลึกซึ้งเนิ่นนานที่ริมฝีปากบาง
หลับให้สบายคนดี เมื่อคุณตื่นขึ้นมาผมจะอยู่ตรงนี้และจะไม่ยอมให้คุณห่างจากข้างกายผมอีกแล้ว มาร์คกระซิบบอกชายหนุ่มอีกครั้ง ก่อนจะวางมือชายหนุ่มลงอย่างอ่อนโยน
เขาเดินไปกลับไปนั่งลงที่เก้าอี้นวมตัวเดิม เหยียดขายาวๆ ไปที่ริมเตียง ไม่น่าเชื่อว่าการนั่งมองใบหน้าสุขสงบยามหลับของริคจะทำให้เขามีความสุขมากถึงขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะเขารู้ว่าชายหนุ่มอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าเขาจะไม่หายไปไหนก็เป็นได้
นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เขาจะไม่ยอมให้ริคไปอยู่ที่ไหนอีกนอกจากที่ข้างกายเขา เขาไม่สนใจอะไรหรือใครอื่นอีกแล้ว สิ่งที่เขาทำลงไปทำให้ริคเป็นทุกข์มามากพอแล้ว เขาจะทำลายกำแพงที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นเองให้ราบเป็นหน้ากลองและก้าวออกมาจากมันเสียที
######################################################