เหม่ออะไรอยู่จ๊ะ?!... ลีน่าเปิดประตูห้องทำงานของริคโค่เข้ามาหลังจากเคาะประตูอยู่หลายครั้งก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับอ่ะ...ลีน่า...ขอโทษครับผมกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ ริคโค่สะดุ้งเล็กน้อย
โอ๊ะโอ!! เจ้านายชั้นนี่ขยันสร้างเรื่องวุ่นวายใจให้เธอซะจริงเลยน๊า... หญิงสาวหัวเราะเบาๆ
ลีน่าครับ!!! อย่าล้อผมสิ... ริคโค่หน้ามุ่ย
คราวนี้เรื่องอะไรอีกล่ะ เธอนั่งลงที่หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม
ก็...ช่างเถอะครับ ริคโค่ไม่อยากจะเล่า แล้วเย็นนี้ลีน่าจะไปงานเลี้ยงของเขารึเปล่า?!
ไปสิจ๊ะ แล้วมาร์คไม่ได้ชวนเธอด้วยเหรอ?! ลีน่าเลิกคิ้วอย่างสงสัย
นั่นเหรอวิธีการชวนของมาร์ค ริคโค่นึกค่อนขอดชายหนุ่มในใจชวนครับ แต่ผมไม่ไป เพราะริคโค่ไม่เห็นหน้าตัวเองยามที่ตอบออกไป จึงไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าแสนงอนขนาดไหน ลีน่าได้แต่แอบยิ้ม และรู้ในทันทีว่ามาร์คคงต้องพูดอะไรให้ริคโค่เข้าใจผิดเป็นแน่
ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ชื่อที่ปรากฏที่หน้าจอทำให้เธออมยิ้มบางๆ
ว่าไงคะที่รัก
ผมกำลังจะไปรับคุณกับริคนะ เจอโรมตอบกลับมา
ค่ะ...ชั้นอยู่ที่ห้องริคนะคะ
งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ... แล้วชายหนุ่มวางสายไป
มองอะไร... ลีน่าหันกลับมาเจอสายตายิ้มๆ ของริคโค่พอดี
เปล่านี่ครับ...แค่อิจฉานิดหน่อย ริคโค่ยิ้ม ก่อนจะถอนใจเฮือกเมื่อนึกถึงตัวเองกับมาร์ค
อิจฉาอะไรกันจ๊ะ...
ก็ที่พวกคุณสามารถแสดงความรู้สึกต่อกันได้อย่างเปิดเผยน่ะสิครับ ชายหนุ่มตอบ เอนตัวลงพิงโต๊ะทำงานแล้วโยกมันเล่นเธอก็ทำได้นี่นา... ลีน่าเอ่ยอย่างจริงจัง
ไม่ได้หรอกครับ......คนอย่างผม......
ริค!! อย่าคิดแบบนั้นนะ!!! เธอไม่รู้เหรอว่าตัวเองน่ะมีค่าขนาดไหน... ลีน่าเอ่ยเสียงดุ ถ้าเธอไม่มีความสำคัญกับเขา คนอย่างมาร์คไม่มีวันให้เธอยืนเคียงข้างหรอก
ผม......ไม่ได้ยืนเคียงข้างเขาซักหน่อยนี่ครับ ริคโค่เอ่ยเสียงเศร้า ...มันเป็นไปไม่ได้หรอก...
เธอไม่ใช่คนที่ท้อแท้แบบนี้นี่นาริค...ถ้าเธอมัวแต่คิดว่าเป็นไปไม่ได้หรือไม่มีทางเป็นได้ เอาแต่รอคอยให้มาร์คทำอะไรซักอย่างอยู่แบบนี้ แล้วมันจะเป็นจริงได้ยังไงล่ะ ทำไมไม่ลองก้าวออกไปไขว่คว้าสิ่งที่ต้องการมาไว้ในมือเธอให้ได้ล่ะ มาร์คน่ะอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว ที่เธอต้องทำก็แค่ยื่นมือออกไปแล้วก็กอดเขาไว้แน่นๆ ไม่ให้หนีไปไหนเท่านั้นเอง...ริคโค่คิดตามที่ลีน่าพูด ใช่! เขาอยากทำแบบนั้นแต่ความหวาดกลัวที่หาที่มาไม่ได้ในใจของเขา ก็ยับยั้งเขาเอาไว้ หลายต่อหลายครั้งที่เขาเกือบจะเผลอเปิดเผยความรู้สึกออกไป แต่เขาก็ยังควบคุมมันไว้ได้เป็นอย่างดี ช่วงหลังมานี่สิ่งที่ทำให้เขาหวั่นไหวก็คือตัวของมาร์คเองนั่นแหละ สิ่งที่มาร์คปฏิบัติกับเขารวมทั้งสายตาที่มองมา ทำให้เขาใจเต้นรัวทุกครั้ง
พูดเหมือนว่าผมจะทำได้ง่ายๆ เลยนะครับ ชายหนุ่มบ่นอุบอิบ ผมน่ะ อยากมีความกล้าหาญอย่างลีน่าบ้างจัง...
ชั้นยอมรับว่ามันไม่ง่าย... ลีน่าพูดต่อ ขยับแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายไปมา ชั้นรู้ตัวตั้งแต่แรกว่าชั้นรักเจอโรม แต่การจะใช้ชีวิตร่วมกันมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง...
กว่าที่ชั้นจะตัดสินใจยอมรับแหวนของเขา ชั้นยังต้องคิดแล้วคิดอีก การมีหน้าที่เป็นเหมือนโล่ให้มาร์คทำให้ชั้นรู้สึกไม่มั่นคง หากชั้นต้องสูญเสียเขาไปล่ะ...จะทำยังไง ชั้นกลัวนะกลัวมาก......แต่หัวใจของชั้นบอกว่า ถ้าชั้นปล่อยมือจากเจอโรมชั้นจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่...
เพราะงั้นเธอควรจะตัดสินใจได้แล้วนะจ๊ะ... ลีน่าสรุปยิ้มๆ
ริคโค่ถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ ผมจะคิดดูนะครับ
ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้อง ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่เจอโรมเปิดประตูแล้วก้าวเข้ามา กำลังคุยอะไรกันอยู่จ๊ะ?
มาเร็วจังนะคะที่รัก ลีน่าส่งยิ้มหวาน ก่อนจะตอบ ก็ปรึกษาปัญหาหัวใจไงคะ
ลีน่าครับ!!
ริคโค่หน้าแดงงั้นเราไปกันเถอะ ชายหนุ่มพยักหน้าให้ลีน่า แกล้งทำเป็นไม่สนใจกับอาการเขินๆ ของริคโค่
ลีน่าลุกขึ้นยืน มองคนรักที่เดินมาหน้าโต๊ะของริคโค่อย่างสงสัย
ริค...คุณด้วยนะ เจอโรมเอ่ยเสียงขรึม
ริคโค่เงยหน้าขึ้นทันควัน ผม!!.....
ใช่...
แต่...ผมบอกมาร์คไปแล้วนี่ครับว่าผมไม่ไป!!
ริคโค่เอ่ยเสียงขุ่นผมรู้...เขาฝากมาบอกคุณด้วยว่า
นี่คือคำสั่ง......ขอโทษนะริค ไม่ว่ายังไงผมก็คงต้องพาคุณไปด้วยให้ได้ริคโค่หน้ามุ่ย ไม่คิดเลยว่าคำพูดของเขาจะกลับมารัดคอตัวเองแบบนี้ นี่สินะ...ต้นเหตุของรอยยิ้มของมาร์คก่อนจะออกไป
มาร์คอยากให้คุณไปจริงๆ นะริค... เจอโรมสำทับ
ร่างบนเก้าอี้ถอนใจเฮือกใหญ่ ผมเสียท่ามาร์คจนได้...ให้ตายสิ!!
ริคโค่บ่นเสียท่า!!!... ลีน่าเลิกคิ้ว
ก็...ผมบอกมาร์คเองแหละครับ ว่าผมจะไปต่อเมื่อเขาสั่ง...
ลีน่าหัวเราะในคอเบาๆ งั้นก็ไปสิจ๊ะ...มันก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอที่เธอจะเรียนรู้และเริ่มตอบโต้มาร์คคืนบ้าง
ผมกลัวว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิ!!
ริคโค่พึมพำเบาๆ ยอมปิดคอมฯ แล้วลุกขึ้นยืนแต่โดยดีคุณจะไม่เสียใจที่ไปงานนี้แน่ริค...ผมรับรองได้เลย เจอโรมเอ่ยยิ้มๆ อย่างมีเลศนัย
ริคโค่แอบค้อนชายหนุ่มนิดๆ พวกคุณก็ต้องเข้าข้างกันอยู่แล้ว...เพื่อนรักกันนี่ครับ
จะว่างั้นก็ได้ เจอโรมหัวเราะ เดินไปเปิดประตูให้คนรักและริคโค่ก้าวออกไป ก่อนที่เขาจะก้าวตามไป เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าริคโค่จะตอบโต้มาร์คยังไง แค่คิดก็สนุกแล้ว...
ตลอดทางจนถึงบ้านแมคนีล ริคโค่เอาแต่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่เบาะหลัง พลางคิดหาวิธีที่จะตอบโต้ชายหนุ่มตัวต้นเหตุแห่งอารมณ์ขุ่นข้องของเขาอยู่ในใจ ลีน่าแอบอมยิ้มพลางส่ายหน้าขำๆ รู้ดีทีเดียวว่ายังไงริคโค่ไม่มีทางเอาชนะมาร์คได้แน่ๆ
ริคโค่ลงจากรถของเจอโรมที่เคลื่อนมาจอดที่หน้าตึกพลางมองไปรอบๆ บริเวณบ้านที่เขาได้กลับมาเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกเขาไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก แต่ครั้งนี้เขาได้เห็นว่าบ้านของมาร์คมีระบบรักษาความปลอดภัยไม่ต่างไปจากที่บริษัทเลย
เจอโรมพาลีน่าเดินนำหน้าเขาเข้าไปในตัวบ้าน ริคโค่สูดหายใจเข้าลึกก่อนจะเดินตามไปติดๆ ด้วยใบหน้าบึ้งตึงบอกถึงความไม่พอใจ
มาร์คลุกขึ้นเดินมาหาพวกเขาทันที สวัสดีอีกครั้งเอลิน่า ชายหนุ่มเอ่ยทักหญิงสาว แล้วจึงหันมาพยักหน้าให้เขาด้วยท่าทีเคร่งขรึม สวัสดีริคโค่
แหม...ทักทายเป็นพิธีรีตรองจังเลยนะคะ ลีน่าทักตอบยิ้มๆ แล้วนี่คุณมาอยู่ท่ามกลางเด็กๆ แบบนี้ได้ไงคะเนี่ย ดูไม่เข้ากับคุณเลยนะคะเจ้านาย
ช่างผมเถอะน่า ชายหนุ่มหัวเราะ แต่ผมเคยบอกแล้วไงว่าไม่ให้เรียกผมแบบนั้นค่ะ.....มาร์ค ลีน่ายิ้มหวาน แล้วจึงเดินไปทักทายกับกลุ่มลูกๆ ของมาร์ค
ริคโค่ได้แต่มองลีน่าทักทายหยอกเย้ากับลูกชายของเจอโรม ในกลุ่มเด็กๆ นั้นเขารู้จักเพียงแค่ไมล์กับเชนเท่านั้น ส่วนอีกสามคนที่เหลือเขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
การทักทายอย่างสนิทสนมราวกับเป็นครอบครัวเดียวกันนั้นพาให้หัวใจเขารู้สึกเจ็บแปลบ ความเหงาความโหยหาที่เก็บซ่อนไว้ลึกๆ เหมือนจะจู่โจมเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว เขาหันไปมองมาร์คช้าๆ ริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มกระตุกยิ้มนิดๆ ไปทางพวกเด็กๆ สายตาที่ทอดมองไปดูอ่อนโยนผิดจากที่เขาเคยเห็นจนชินตา ช่วยไม่ได้ที่มันจะทำให้เขารู้สึกแปลกแยกราวกับเป็นคนนอก
มาร์ครู้สึกถึงสายตาของริคโค่ที่มองตรงมาที่เขาจึงหันไป พอดวงตาของพวกเขาประสานกัน ริคโค่ก็รีบเบนสายตาไปทางอื่น แต่นั่นก็ไม่อาจซ่อนความรู้สึกหงอยเหงาจากเขาได้ เขามองเห็นสองแก้มของชายหนุ่มกลายเป็นสีชมพูแถมยังขบริมฝีปากแน่นจึงได้แต่กลั้นยิ้มไว้ ริคโค่เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่โดนจับได้ว่าแอบมองเขาและมาร์คก็ไม่เคยนึกเบื่อเลยซักครั้งเดียว
มาร์ค... เจอโรมเลิกคิ้วราวกับจะถาม
มาร์คหันกลับมาปะทะสายตาอยากรู้อยากเห็นของทั้งเพื่อนและลูกๆ เลยถลึงตาใส่เจอโรมแบบไม่จริงจังนัก
ริคโค่ มาร์คเรียกชายหนุ่มด้วยเสียงที่อ่อนโยน ปลอบประโลมไปในที
ริคโค่รู้สึกสับสนไม่น้อย กับท่าทีของทุกๆ คนโดยเฉพาะมาร์ค แต่เขาก็เดินเข้าไปหาโดยไม่สบตากับชายหนุ่มเลย
เชนกับไมล์คุณคงรู้จักแล้วนะ มาร์คเอ่ยแนะนำ นี่นาธานลูกชายผมอีกคน แล้วนั่นก็เรียวกับเร็น มอริสแฟนของลูกชายผม พวกเขาเป็นพี่น้องฝาแฝดกันนะถ้าคุณจะสงสัย
ริคโค่ตัวแข็ง นี่เขาได้ยินไม่ผิดใช่มั้ย?!!
แฟนของลูกชายผม มาร์คพูดอย่างนั้นใช่มั้ย?!!
สวัสดีครับคุณดาซิลวา นาธานยิ้มให้ พอจะเดาได้จากอาการหน้าแดงของชายหนุ่มว่าคงตกใจเรื่องพวกเขาอยู่ไม่น้อย และถ้าจะให้คิดต่อไปหากคนนี้ไม่มีความสำคัญกับพ่อของเขาแล้ว คงไม่ได้รับเชิญมาที่นี่ คืนนี้แน่สะ...สวัสดี ริคโค่รีบข่มความหวั่นไหวลงไป
หลังจากทักทายกับเร็นและเรียวแล้ว ริคโค่ก็หาทางหนีจากสถานะการณ์ที่เขารู้สึกว่าเกือบจะรับมือไม่ได้ เขามองไม่เห็นใครอีกแล้วที่ช่วยเขาได้นอกจากลีน่า ชายหนุ่มหันไปสบตากับเธอเพื่อขอความช่วยเหลือ
ลีน่ารู้สึกเห็นใจริคโค่จริงๆ ที่ต้องมาเจอการจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวของมาร์ค
อยากได้เครื่องดื่มกันมั้ยคะ เธอเอ่ยถามขึ้น
ก็ดีนะ เจอโรมรีบสนับสนุน เดินนำทุกคนไปที่บาร์ หลังส่งแก้วให้ริคโค่เป็นคนสุดท้ายแล้ว จึงหลีกทางให้พวกลูกๆ พลางดึงอีกสามคนที่เหลือซึ่งเป็นผู้ใหญ่ให้เดินห่างออกมาคุยอยู่ห่างๆ
ริคโค่ดื่มเครื่องดื่มในแก้วอึกใหญ่ มองไปทางลูกๆ ของมาร์คอย่างสนใจ ทุกๆ อย่างที่เขามองเห็นทั้งการแสดงออกและสิ่งที่เด็กๆ ปฏิบัติต่อกัน ทำให้เขาไม่ข้องใจเลยว่าเด็กทั้งสี่คนเป็นคนรักกันจริงๆ อย่างที่มาร์คบอก สายตาที่บ่งบอกถึงความรักที่สื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมาแบบนั้น เห็นแล้วเขาก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาไม่ได้
เขาเคยมองมาร์คด้วยสายตาแบบนั้นหรือเปล่านะ...มาร์คจะรู้สึกถึงความในใจของเขาหรือเปล่า...
แม้จะยืนคุยอยู่กับเจอโรมและลีน่า แต่สายตาของมาร์คกลับวนเวียนอยู่แต่กับริคโค่ และเขาก็เห็นดวงตาสีทองของชายหนุ่มฉายแววเศร้าๆ ออกมาอีกแล้ว แต่ภายในดวงตาคู่นั้นยังมีความรู้สึกอีกอย่างด้วย ความรู้สึกที่เหมือนกับเจ้าตัวพยายามซ่อนเอาไว้ นี่ริคโค่รู้หรือเปล่าว่ามองพวกลูกๆ ของเขาด้วยสายตาแบบไหน
ริคโค่รู้สึกได้ในทันทีที่สายตาของมาร์คจ้องตรงมา เขาสูดหายใจเข้าลึกพยายามดึงเอาความเข้มแข็งขึ้นมาข่มความอ่อนไหวที่เกิดขึ้น เพียงเพราะคำๆ เดียว ที่มาร์คพูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา คำๆ เดียวที่บอกกับเขาว่ามาร์คจะไม่รังเกียจเรื่องความรู้สึกของเขา
มันเหมือนกับเขามองเห็นแสงสว่างจ้าจากปลายอุโมงค์อันมืดมิด ความยินดีผุดพลุ่งขึ้นในใจของเขาจนแทบจะระงับไว้ไม่อยู่ แค่ยืนเฉยๆ ก็ได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นโลดแทบกระทบหน้าอกของตัวเอง
แต่...เสียงเล็กๆ ในหัวใจของเขากลับร้องห้าม เขายังไม่กล้าเชื่อ.....ยังไม่กล้า...
ร่างบางสะดุ้งเฮือกจนเกือบทำแก้วหลุดมือเมื่อหันไปสบตากับมาร์คเข้าอย่างจัง เขากัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บ เขาเกือบทำเรื่องน่าอายให้ตัวเองอีกครั้งแล้ว ทำไมเขาถึงได้แพ้สายตาคู่นี้ทุกที แม้จะเห็นว่ามาร์คมองมาอย่างห่วงใยก็ตามที แต่ความรู้สึกหลากหลายที่ประดังเข้ามาพร้อมๆ กันทำให้เขารู้สึกแทบทนไม่ได้ ที่เขารู้ก็คือต้องออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
ริคโค่พึมพำขอตัว แล้วผลุนผลันเดินออกจากห้องไป มาร์คกำลังจะก้าวตามไปแต่ลูกชายคนเล็กของเขากลับมาห้ามเขาไว้ก่อน
นาธานแอบสังเกตริคโค่และพ่อของเขาอยู่สักพักแล้ว เขามองเห็นความรู้สึกสับสนจากดวงตาสีทองคู่สวยของริคโค่ และอยากจะช่วย
ให้ผมไปเอง...นะฮะคุณพ่อ เด็กหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาสีเขียวบอกกับผู้เป็นพ่อว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของมาร์คดี
ผู้เป็นพ่อลังเลเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้ นาธานส่งยิ้มอีกครั้งแล้วจึงเดินตามริคโค่ออกไป มาร์คครุ่นคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาระหว่าเขากับริคโค่ ทุกๆ เหตุการณ์ทั้งดีและร้าย ตั้งแต่ชั่วนาทีแรกที่เขาได้สบตาสีทองแสนเศร้าคู่นั้น เขาก็ไม่อาจจะลบเลือนมันออกไปจากใจได้ ความรู้สึกหลากหลายของริคโค่เขารับรู้ทุกอย่าง ยิ่งปฏิเสธความรู้สึกเหล่านั้นก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นทุกที
เป็นอะไรรึเปล่าเพื่อน เจอโรมเอ่ยถามเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าเครียดๆ ของเพื่อนรัก
มาร์คส่ายหน้า ไม่เป็นไร แค่......กังวลนิดหน่อย
เจอโรมดึงมาร์คให้เดินห่างจากคนอื่นเล็กน้อย เรื่องริคโค่?!
ก็ด้วย....ชั้นรู้สึกผิดที่เคยทำร้านเขาเมื่อตอนนั้น เสียงถอนใจเบาๆ ดังจากริมฝีปากได้รูปนายเปลี่ยนไปมากเลยนะตั้งแต่กลับจากอังกฤษ ก่อนหน้านี้ชั้นไม่เห็นนายจะแคร์กับเรื่องที่นายตัดสินใจไปแล้วมาก่อน
ชั้นไม่ได้สนเรื่องของเจ้ามิคาเอลหรอก นายก็รู้ว่าชั้นไม่ได้อยากทำร้ายริคโค่ แต่ก็ยังบีบให้เขาต้องตกอยู่ในสถานะที่เลวร้าย ใช้ความเป็นคนดีของเขาเป็นเครื่องมือเพราะรู้ดีว่าเขาต้องเลือกหนทางที่ชั้นวางล่อเอาไว้
ก็นายต้องทำนี่หว่า เจ้านั่นก็ร้ายกาจใช่ย่อย นี่ยังปรานีด้วยซ้ำไม่งั้นป่านนี้มันคงกลายเป็นผีไม่มีศาลไปแล้ว ไหนจะลูกชายกับเมียมันที่นายช่วยหาที่อยู่หาโรงเรียนให้อีกล่ะ มันน่ะติดหนี้บุญคุณนายด้วยซ้ำไป เจอโรมพูดอย่างดุเดือดมาร์คขยับยิ้มที่เห็นเพื่อนรักใส่อารมณ์กับเรื่องนี้ ชั้นทำเพื่อให้ริคโค่สบายใจต่างหาก ผู้หญิงคนนั้นไม่อยากให้ลูกต้องไปทนรองรับอารมณ์ร้ายๆของคนเป็นพ่ออย่างที่เขาเคยโดน ชั้นก็แค่ช่วยทำให้มันง่ายขึ้นเท่านั้นเอง
ชั้นเดาว่าริคโค่ไม่รู้เรื่องนี้ใช่มะ เจอโรมเลิกคิ้วถามดวงตาเปล่งประกายรู้ทันเสียงหัวเราะหึหึดังมาจากเพื่อนรักของเขาเบาๆเป็นการยืนยัน ไม่...เขาไม่รู้หรอก ชั้นขอให้ปิดไว้เอง
เอ่อ...มาร์ค นายรู้ความรู้สึกของริคโค่ใช่มั้ย?.... เจอโรมถามขึ้นอย่างลังเลมาร์คมองเพื่อนตาเป็นประกาย ความรู้สึกอะไรล่ะ?!
โธ่เจ้าบ้า!! อย่ามาแกล้งไม่รู้หน่อยเลย
มาร์คหัวเราะ ใช่...ชั้นรู้ ชั้นไม่ใช่เสาหินนี่ ที่เวลาถูกมองด้วยสายตาแบบนั้นแล้วจะไม่รับรู้
ถึงตอนนี้แล้ว นายจะเอายังไงกับเขาล่ะ เจอโรมถามอย่างอยากรู้ชั้นอยากคุยกับเขาก่อน มาร์คเลี่ยงที่จะตอบตรงๆ
เจอโรมถอนใจนิดๆ ง้างปากมาร์คเรื่องนี้นี่ท่าจะยากกว่าสู้คนสักสิบคนอีก เอาเหอะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกมาแล้วกัน ชั้นกับลีน่าเต็มใจช่วยนายเต็มที่อยู่แล้ว
ขอบใจ มาร์คยิ้มที่เพื่อนเขาทำท่าเหนื่อยใจ นายคงได้ช่วยแน่ ไม่นานนี้แหละ...
ทำไมถึงหายกันไปนานขนาดนี้นะ มาร์คบ่นเบาๆแต่เจ้าลูกชายหูไวของเขาก็ยังอุตส่าห์ได้ยินเชื่อมือนาธานเถอะฮะพ่อ พ่อก็รู้ว่าไม่มีใครที่จะปฏิเสธนาธานได้ แม้แต่คนใจแข็งอย่างพ่อ เชนบอกยิ้มๆ
มาร์คยิ้มตอบ จริงของแก นาธานเป็นคนที่ทำให้พ่อได้รู้ว่าพ่อเองก็มีด้านที่อ่อนโยนเหมือนกัน
ผมนึกว่าพ่อจะไม่รู้ซะอีก
มาร์คยกมือขึ้นโอบไหล่ลูกชายคนโต และแกเชน ทำให้พ่อเข้มแข็งขึ้น ทั้งแกและนาธานคือความหมายแห่งชีวิตของพ่อนะ
พ่อก็เป็นฮีโร่ในใจผมเหมือนกัน เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงพร่า น้ำตารื้นขึ้นมากระทันหัน แต่พ่อก็ยังต้องการใครอีกซักคนที่มีความหมายต่อพ่อ ใช่มั้ยฮะ
มาร์คยิ้มพลางส่ายหน้า ชั้นนี่ท่าจะแก่จริงๆ แล้วนะ เดี๋ยวนี้ชั้นอ่านออกง่ายขนาดนั้นเชียวรึ
ก็เฉพาะเวลาอยู่กับพวกเราเท่านั้นแหละฮะ เชนบอก แต่พ่ออย่าไปแกล้งคนๆ นั้นมากนักนะฮะ เดี๋ยวเขาหนีไปแล้วพ่อจะต้องอกหักรอบสอง เชนเอ่ยพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์
หนอยแน่ะ!! ยอมให้นิดเดียวเป็นได้ใจนะเจ้าลูกคนนี้ แกคิดว่าชั้นจะพลาดอีกครั้งอย่างนั้นรึ?!!
พวกผมจะคอยเชียร์พ่อนะฮะ เชนหัวเราะอย่างอารมณ์ดี พลางสะกิดพ่อให้มองไปที่ทางเดินนาธานจูงมือริคโค่เหมือนจะมาส่งตัวให้พ่อของเขา ก่อนที่จะเดินผละไปกับเชน เปิดโอกาสให้มาร์คได้คุยกับริคโค่ตามลำพัง
......คุณ...ไม่เป็นไรแล้วนะ มาร์คเอ่ยถามขึ้นก่อนอย่างห่วงใย
ผมขอโทษที่ผละไปแบบนั้นนะครับ ริคโค่ยิ้ม อดที่จะแก้มร้อนผ่าวไม่ได้ นาธานน่ารักมากเลยนะครับใช่ แกน่ารัก อ่อนโยนและร่าเริง ต่างกับผมลิบลับ มาร์คพูดยิ้มๆ
ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นซักหน่อย ริคโค่สะดุ้ง รีบบอกเสียงขุ่น
ผมแค่ล้อเล่นเท่านั้น...อย่าโกรธสิ ผมชอบเห็นคุณยิ้มมากกว่า มาร์คพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย มีเพียงดวงตาสีเขียวเท่านั้นที่เป็นประกายอย่างล้อเลียน
อะ เอ่อ.. ริคโค่ออกจะเขินๆ กับการแสดงออกของชายหนุ่มตรงหน้า พลางคิดในใจว่า จะมีสักวันมั้ยที่เขาจะตามมาร์คทัน
ยิ้มไงริคโค่ ยิ้มน่ะ มาร์คเอ่ยขึ้นแล้วยิ้มให้
เอ่อ ครับ ริคโค่รับคำ ก่อนจะยิ้มตอบด้วยความรู้สึกจริงๆมาร์ครับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวริคโค่ ดวงตาสีทองฉายแววเด็ดเดี่ยวเหมือนตัดสินใจอะไรได้สักอย่าง นาธานคงช่วยได้อย่างที่เชนว่าจริงๆ
ริค...คืนนี้คุณกลับดึกได้รึเปล่า? เขาถามขึ้นอย่างไม่ลังเลอีกต่อไปแล้ว
...ได้ครับ ยังไงผมก็อยู่คนเดียวอยู่แล้ว... ริคโค่สบตาชายหนุ่มอย่างสงสัย
หลังทานข้าวแล้ว ผมมีเรื่องบางอย่างจะคุยกับคุณ...
เรื่องอะไรครับ... ริคโค่กลืนน้ำลายเอื้อก
ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายหรอก...ตกลงนะ มาร์คยิ้มให้ริคโค่อีกครั้ง
......ครับ ริคโค่รับคำ อดที่จะยิ้มตอบรอยยิ้มของชายหนุ่มไม่ได้
เชิญครับ... มาร์คเปิดประตูห้องทำงานออกกว้าง ผายมือให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปก่อน ริคโค่ก้าวเข้าไป มองการตกแต่งเรียบง่ายแต่มีสไตล์อย่างสนใจเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาในนี้
ตามสบายนะ อยากดื่มอะไรหน่อยมั้ย...
ไม่ดีกว่าครับ... ริคโค่ตอบ เดินตรงไปที่โซฟา
มาร์ครอให้ชายหนุ่มนั่งลงก่อนเขาจึงนั่งลงที่โซฟาเดี่ยวอีกตัว
ผมอยากขอโทษเรื่องวันนี้ ที่ผมทำตัวไม่เข้าท่า... มาร์คเอ่ยขึ้นช่างเถอะครับ ผมไม่ได้โกรธอะไร ผมรู้คุณเอ่อ...เป็นห่วงและหวังดีกับผมเสมอ อีกอย่างดูท่าทางคุณเลอองก็สำนึกผิดแล้ว แถมเขายังบอกผมอีกว่าเขาจะไม่เข้าใกล้คุณอีกเป็นครั้งที่สอง ริคโค่เอ่ยยิ้มๆ ...ผมอยากรู้จังว่าคุณทำอะไรให้เขากลัวขนาดนั้น...
คุณไม่รู้จะดีกว่านะ มาร์คกระตุกยิ้มนิดๆ เมื่อนึกถึง จะให้บอกได้ไงว่าเขาเกือบจะหักคอเลอองซะแล้ว
เท่านี้เหรอครับ....เรื่องที่คุณจะคุยกับผม ริคโค่เอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
......ผมจะไม่อ้อมค้อมอีกต่อไปแล้ว ริค...ผม...
เดี๋ยวครับ!!!
ริคโค่ร้องห้าม คุณกำลังจะพูดเรื่องของผม...ใช่มั้ยครับ?!
เรื่องของเรา...สองคน... มาร์คตอบตามตรง เลิกคิ้วอย่างแปลกใจที่เห็นริคโค่หน้าแดงก่ำร่างบางลุกพรวดขึ้นจนมาร์คตกใจ เกรงว่าชายหนุ่มจะวิ่งหนีไปแต่ ริคโค่กลับเดินไปที่ประตูระเบียงแทน
เปิดได้มั้ยครับ...ผมอยากสูดอากาศ... เขาถามโดยไม่หันมา
ข้างนอกนั่นหนาวนะริค แต่ถ้าคุณอยากเปิดก็ตามสบาย มาร์คอดยิ้มกับอาการของริคโค่ไม่ได้
ริคโค่เปิดประตูระเบียงออกข้างหนึ่ง ลมหนาวก็พัดเข้ามาปะทะกับใบหน้า เขาหลับตาลงสูดหายใจเข้าอยู่หลายทีจนรู้สึกแสบจมูก มาร์คคงแปลกใจที่เขาทำอะไรแปลกๆ แบบนี้ เวลานี้ไม่ใช่เหรอที่เขาเฝ้ารออยู่ แต่สมองกลับเหมือนจะสั่งให้วิ่งหนีไป ไม่นะ!! ไม่ใช่....เขากำลังรวบรวมความกล้าต่างหาก!! ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนกับกำลังจะลุยไฟอย่างไรอย่างนั้นเลย
หลังจากการพูดคุยกับนาธานเมื่อตอนเย็น เขาก็ตัดสินใจแน่วแน่แล้วไม่ใช่หรือ...ว่าครั้งนี้เขาจะไม่หนีอีกแล้ว แม้ข้างหน้าจะเป็นอะไร เขาก็จะก้าวไป....เพื่อจุดหมายเดียวในใจเขาคือ มาร์ค
เขาลืมตาขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนจะปิดประตูไว้ตามเดิม
ผมพร้อมแล้วครับ ริคโค่หันกลับมา แต่ก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อหันมาปะทะกับร่างสูงใหญ่ที่มายืนอยู่ข้างหลังของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ได้
ตัวคุณเย็นหมดแล้ว มาร์คเอ่ยขึ้น ก่อนจะดึงริคโค่มากอดไว้หลวมๆ
มะ...มาร์ค!!
ริคโค่พูดได้เพียงแค่นั้น เมื่อเงยหน้าขึ้นพบกับดวงตาที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งที่กำลังจ้องตรงมา และเขาก็ถูกตรึงไว้ด้วยความล้ำลึกของสีเขียวเข้มนั้นคุณทำเหมือนจะวิ่งหนีผมไปตลอดเวลาเลย แต่คืนนี้ผมไม่ให้คุณหนีไปไหนเด็ดขาด มาร์คก้มลงจุมพิตที่ปลายจมูกเย็นๆ ของริคโค่ ก่อนจะเลื่อนมาแตะที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน
เขาไล้ปลายนิ้วไปบนผิวแก้มของริคโค่อย่างทะนุถนอม จ้องลึกเข้าสู่ดวงตาสีทองที่หลงใหล
ผมจะไม่ปล่อยมือนี้จากคุณอีกแล้วริค...อยู่เคียงข้างผมเถอะนะ
น้ำตาอุ่นๆ รื้นขึ้นมาคลอดวงตา ภาพใบหน้าคมเข้มพร่าเลือนจนแทบมองไม่เห็น ช่วยบอกทีสิครับว่านี่ไม่ได้เป็นแค่ความฝัน... ริคโค่เอ่ยเสียงเบาหวิว
พิสูจน์เลยดีกว่า... พูดจบมาร์คก็ก้มลงครอบครองริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้น เขาไม่คิดเลยว่าแค่จูบเบาๆ แค่นี้จะทำให้รู้สึกมีความสุขมากขนาดนี้ และมาร์คก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าการมีริคโค่อยู่ในอ้อมกอดแบบนี้ ได้สัมผัสแตะต้องชายหนุ่มแบบนี้ คือความฝันของเขาเช่นกัน
เชื่อหรือยังริค... ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตที่เปลือกตาชื้นๆ ของริคโค่อีกครั้ง
ดวงตาคู่สวยกระพริบลืมขึ้น ประสานกับดวงตาของมาร์คอย่างแน่วแน่
.....ผมจะไม่หนีตัวเองอีกแล้ว ริคโค่เอ่ยอย่างเด็ดเดี่ยวมั่นคง ผมจะอยู่เคียงข้างคุณครับมาร์ค ผมจะไม่ปล่อยมือของผมจากคุณเหมือนกัน ทั้งคู่สบตากันราวกับจะต้องการจดจำนาทีนี้เอาไว้ในจิตใจตลอดไป
วินาทีนี้พวกเขาทั้งสองคนต่างก็รู้แล้วว่า เรื่องราวต่างๆ ทั้งร้ายและดีที่ผ่านมา ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว ช่วงเวลาต่อจากนี้ต่างหากที่มีความหมาย เวลาที่จะปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อกัน เวลาที่พวกเขาทั้งคู่จะอยู่เคียงข้างกัน สร้างความสุขร่วมกันในอนาคต
ริคโค่ขยับเข้าใกล้มาร์คอีกก้าว สองแขนโอบกอดชายหนุ่มไว้สุดแรง
ผมรักคุณครับมาร์ค เขากระซิบที่ข้างหู
ร่างสูงใหญ่ของเขากำลังสั่นเทา ริคโค่ก็คงรู้สึกได้ มาร์คกอดรัดร่างบอบบางจนแทบจะจมหายไปอ้อมกอด
พูดอีกครั้งสิ...
ผมรักคุณครับ ริคโค่แนบใบหน้ากับข้างแก้มของมาร์คที่ก้มลงมา รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวตรงผิวที่สัมผัสกัน แม้ว่ามาร์คจะไม่เอ่ยคำรักตอบกลับมา แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกของชายหนุ่มที่แทรกซึมเข้ามาสู่จิตใจของเขา ความรู้สึกร้อนแรงของความรักที่ไม่ต่างจากเขาเลย
อีกครั้ง...
รักคุณครับมาร์คแตะริมฝีปากที่ข้างแก้มเนียน ขอบคุณนะริค
ริคโค่เงยหน้าขึ้น จ้องเข้าสู่ดวงตาสีเขียวที่ทอดมองเขาอย่างอ่อนโยนก่อนจะยิ้มออกมา มาร์คไล้ข้อนิ้วกับข้างแก้มนิ่มไปมา ไม่อาจห้ามใจไม่ให้สัมผัสริคโค่ได้ รอยยิ้มอ่อนหวานที่ชายหนุ่มมอบให้เขานั้นช่างงดงามเหลือเกิน
ผมชอบรอยยิ้มของคุณ มาร์คเอ่ยขึ้น ผิวแก้มที่เขาสัมผัสอยู่นั้นร้อนวูบขึ้นมาจนรู้สึกได้
ความจริงแล้ว.... ใบหน้าหวานเริ่มแดงนิดๆ ผมเองก็ชอบเวลาคุณยิ้มเหมือนกัน
แสดงว่าไม่ชอบหน้าตาปกติของผม... มาร์คแกล้งถาม
ไม่ใช่นะครับ!!
ริคโค่รีบบอก ไม่ว่าจะตอนไหนผมก็...เอ่อ...ก็ก็...
ตอนไหนผมก็ชอบครับ...เพราะว่าเป็นคุณ... ริคโค่หน้าแดงก่ำไปถึงใบหูงั้นเหรอ... มาร์คหัวเราะหึๆ ตอนบอกรักเขาตั้งหลายครั้งไม่เขิน แต่ตอนนี้กลับเขินมากขนาดนี้ หมายความว่าคุณชอบผมตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันเลยล่ะสิ
คนถูกถามก้มหน้างุด ......ครับ...
มาร์คเชยคางชายหนุ่มขึ้นมา ดวงตาประสานกันแน่วแน่ ผมก็เหมือนกัน...
อะไรนะครับ?!!
ริคโค่ตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้รู้ผมรู้จักชื่อของคุณก่อนที่จะได้พบคุณซะอีก มาร์คสารภาพ
จากลีน่า...เหรอครับ?
นั่นก็ด้วย...แต่ไม่ว่าผมจะรู้จักคุณได้ยังไง มันก็ทำให้ผมอยากพบคุณ...
แต่คืนนั้นไม่เห็นคุณจะดูดีใจที่พบผมเลยซักนิด... ริคโค่พูดกึ่งตัดพ้อ
สังเกตขนาดนั้นเชียว.... มาร์คแซวยิ้มๆ ที่ผมพบกับคุณที่น้ำพุกลางสวนนั่นน่ะ ไม่ใช่เหตุบังเอิญหรอกนะ
คุณจงใจ!!!.... ความจริงที่รู้ทำให้หัวใจของริคโค่เต้นแรง
ใช่.....ผมอยากทำความรู้จักกับคุณ กว่าจะรู้ตัวสองเท้าก็พาผมเดินตามคุณออกมาแล้ว
ผมดีใจจังครับ...
มาร์คยิ้มอ่อนโยน จุมพิตที่หน้าผากมนเบาๆ ก่อนจะรั้งศีรษะของริคโค่ให้ซบกับไหล่ ผมอยากทำแบบนี้มานานแล้ว อยากกอดคุณไว้แบบนี้ไม่ปล่อยไปไหนเลย แต่กว่าจะได้ทำมันก็เกือบสายเกินไป.......ขอโทษนะริค
อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ริคโค่ส่ายหน้า ถ้าจะให้โทษใคร เราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่....
งั้นก็อย่าไปพูดถึงมันเลย มาร์ครีบสรุป ต่อไปนี้ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณได้อีกแล้ว ผมจะดูแลปกป้องคุณเอง
คุณพูดเหมือนจะเป็นบอดี้การ์ดให้ผมมากกว่าจะเป็น....เอ่อ....
คนรัก มาร์คต่อประโยคที่ริคโค่พูดไม่จบ
ริคโค่แก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ ครับ...คนรัก
คุณไม่ต้องเขินหรอกริค เพราะมันเป็นความจริง มาร์คลูบกลุ่มผมนุ่มมืออย่างอ่อนโยน ผมเป็นได้ทุกอย่างที่คุณต้องการ
....เป็นตัวคุณก็พอครับ ผมไม่ต้องการใครอื่น ขอแค่คุณคนเดียวเท่านั้น ริคโค่กระชับอ้อมกอดของเขา เพื่อเป็นการยืนยัน
งั้นผมก็จะเป็น
มาร์ค ของคุณคนเดียว มาร์คเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคงจริงจัง สองแขนของเขาโอบกอดร่างบอบบางไว้ด้วยความทะนุถนอมริคโค่ตื้นตันจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ตัวตนจริงๆ ของมาร์คนั้นช่างอ่อนโยนเหลือเกิน นี่เขาจะเป็นคนเดียวที่ได้รู้จักชายหนุ่มในแบบนี้หรือนี่....แค่คิดก็มีความสุขราวกับอยู่บนสวรรค์แล้ว
จะปล่อยคุณกลับบ้านดีมั้ยนะ....หรือว่าจะจับตัวไว้ที่นี่ดี... ร่างสูงใหญ่เอ่ยขึ้น เมื่อเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังห้อง พวกเขายืนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันจนลืมแม้กระทั่งเวลา นี่ก็เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว
คุณจะไม่ทำอย่างนั้นใช่มั้ยครับ ริคโค่เงยหน้าขึ้นถามยิ้มๆ
ก็ไม่แน่!!
มาร์คพูดทีเล่นทีจริงมาร์ค!!....อย่าแกล้งผมสิครับ
ผมเปล่าแกล้งซักหน่อย ร่างสูงแก้ตัว งั้นคืนนี้ผมจะปล่อยคุณกลับก็ได้.....ความจริงนี่มันก็ดึกมากแล้ว...
....งั้นผมคงต้องพูดว่า Good Night สินะครับ
เอาไว้พูดตอนผมไปส่งคุณที่หน้าประตูห้องก็แล้วกัน มาร์คคลายอ้อมกอด จูงมือริคโค่ให้เดินตาม หันไปหยิบกุญแจรถที่เคาน์เตอร์ข้างประตู
คุณจะขับไปเองเหรอครับ!!
ริคโค่แปลกใจเล็กน้อย เพราะไม่ค่อยเห็นมาร์คขับรถบ่อยนักแน่ล่ะ....แต่ยังไงก็คงต้องมีพวก BG ตามไปอยู่ดี หวังว่าคุณคงไม่รำคาญนะ
ไม่หรอกครับ ผม...ชินซะแล้ว ริคโค่บอกยิ้มๆ ก็สองปีมานี่ เขาค่อนข้างจะไปไหนมาไหนกับมาร์คและเจอโรมบ่อยๆ อยู่แล้ว
งั้นคุณก็ต้องเริ่มทำตัวให้ชิน ที่จะมีผมไปเป็นแขกที่อพาร์ทเมนท์ของคุณบ่อยๆ ได้แล้วนะ... มาร์คยิ้มเจ้าเล่ห์ จูงมือริคโค่เดินออกจากบ้านไปที่โรงรถ
คะ...ครับ ริคโค่ตอบเขินๆ ก้าวขึ้นรถที่มาร์คเปิดประตูให้
เตรียมตัวไว้....ก่อนที่คุณจะย้ายมาอยู่กับผมที่นี่ไง มาร์คเอ่ยขึ้นก่อนจะออกรถ
อะ...อะไรนะครับ!!!.... ริคโค่หันขวับมาทันที
มาร์คเพียงแค่หันมายิ้ม แต่แววตาจริงจังของชายหนุ่มทำให้ริคโค่รู้ว่า มาร์คพูดจริงและจะทำจริงๆ ริคโค่ยิ้มเขินๆ พลางหันไปมองทางหน้ารถแทน
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการมาตลอดหรอกหรือ?!!! แล้วใครจะปฏิเสธมาร์คได้กันล่ะ!!.....
####################################################