Chapter 5
สองวันต่อมามาร์คก็ได้รับรายงายจากคนของเขาที่ส่งไปตามประกบมิคาเอลที่สเปน หลังจากนั่งอ่านอย่างรวดเร็วอยู่ร่วมห้านาที เขาก็โยนแฟ้มลงบนโต๊ะทำงาน เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วถอนใจเฮือกใหญ่
การลากตัวเจ้ามิคาเอลกลับมา มันไม่ง่ายอย่างที่เขาคิดเสียแล้ว นึกไม่ถึงจริงๆว่าลุงของริคโค่ที่เขาเคยได้รับรายงานจากอเล็กซ์นั่นก็คือ อังเคล กอนโดซ่าหัวหน้ากลุ่มมาเฟียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของสเปน เพียงแต่ล้างมือไปจากวงการนี้ร่วมสิบปีแล้ว แต่อิทธิพลของเสือเฒ่าไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย ฐานกำลังของกอนโดซ่ายิ่งมั่นคงมากขึ้นเมื่อปรับจากแก๊งค์มาเฟียมาเป็นบริษัทก่อสร้างที่ตอนนี้อยู่ในอันดับต้นๆของประเทศ
ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม รูปร่างสูงใหญ่ที่เขาเห็นอยู่ข้างกายริคโค่วันนั้นก็คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ฮวน คาลอส กอนโดซ่ามือขวาและลูกบุญธรรมของอังเคล เป็นคนที่เขาประมาทไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะชายหนุ่มเป็นคนก่อร่างสร้างบริษัทของกอนโดซ่ามาตั้งแต่ต้น ถ้าเขาไม่แน่จริงคงนำบริษัทมาไม่ได้ถึงขนาดนี้
ริคโค่ได้คนอย่างฮวนมาช่วย คงไม่ต้องห่วงเรื่องที่มิคาเอลไม่อยู่อย่างแน่นอน แต่นั่นจะทำให้งานของเขายากมากขึ้นไปอีก
เสียงเคาะประตูห้องขัดจังหวะความคิดของชายหนุ่ม มาร์คลุกขึ้นนั่งตัวตรงก่อนจะเอ่ยปากอนุญาตเสียงห้วนตามอารมณ์ที่ขุ่นมัว
อเล็กซานเดอร์ ฟรอส์สก้าวเข้ามาตามด้วยฟิลล์ ทั้งคู่เดินมานั่งที่หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่มเมื่อเขาพยักหน้าให้
ไงอเล็กซ์ งานไม่ราบรื่นเหรอไง มาร์คถาม มองผ้าคล้องแขนของชายหนุ่มอย่างล้อๆ อารมณ์ดีขึ้นมานิดที่เห็นอเล็กซ์ปลอดภัยกลับมา
อเล็กซ์ยักไหล่ข้างที่ไม่เจ็บพลางเหลือบมองคนข้างๆ ก็แค่กระสุนถากต้นแขนไปหน่อยเดียวเท่านั้นแหละครับ ไม่เป็นอะไรมากซักหน่อย แต่มีบางคนทำเหมือนกับว่าแขนผมจะพิการอย่างงั้นแหละ
ฟิลล์แก้มเป็นสีระเรื่อขึ้นมาเมื่อถูกพาดพิงถึง แต่เขาก็ทำเป็นเฉยๆพลางแอบค้อนคู่หูเล็กๆ
มาร์คยิ้ม แล้วมาด้วยกันได้ไงล่ะ เขาแกล้งถาม
ก็บ้านหมอนี่ใกล้สนามบินมากกว่าบ้านผม แล้วเมื่อคืนผมก็แทบจะลืมตาไม่ขึ้นอยู่แล้ว กว่าจะกลับมาถึงก็ตีหนึ่ง ผมเลยแวะไปนอนบ้านเขาน่ะครับ อเล็กซ์บอกเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นบ่อยๆ
คราวหน้าถ้าจะให้ดี กรุณาไปโรงพยาบาลทำแผลซะก่อนที่จะมาด้วยนะ ผมไม่ใช่หมอ!!! ฟิลล์พูดฉุนๆ
โธ่เอ๊ย!!! แผลจิ๊บจ๊อยแค่นั้น ทำอะไรชั้นไม่ได้หรอกน่าฟิลล์ ห่วงไปได้ อเล็กซ์พูดยิ้มๆ
ชิ...ใครบอกว่าชั้นห่วงนาย ชั้นกลัวพรมเปื้อนต่างหากล่ะ เขาพูดพลางส่งสายตาข่มขู่
เอาเข้าไป ตกลงพวกนายจะเป็นคู่กัด หรือคู่หูกันแน่ มาร์คส่ายหน้า เวลาสองคนนี้ไม่ได้ทำงานด้วยกันก็ชอบต่อปากต่อคำกันเป็นประจำ แต่เวลาทำงานแล้วล่ะก็เรียกได้ว่าเป็นคู่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลยทีเดียว
ถึงขนาดที่หัวหน้าเก่าของอเล็กซ์มาตามตื้อทั้งคู่อยู่พักใหญ่ให้ไปทำงานกับเขา แต่พวกเขาก็ไม่ไป
เข้าเรื่องดีกว่า มาร์คปรับเสียงและสีหน้าเป็นจริงจัง นายคงได้ฟังเรื่องจากฟิลล์แล้วนะ คิดว่านายจะเอาตัวมันกลับมาได้มั้ย เขาถามอย่างจริงจัง
ทีมของผมพร้อมลงมือเสมอครับ ถ้าเจ้านายต้องการ อเล็กซ์บอกเสียงขรึม
ชั้นรู้อเล็กซ์ แต่มันไม่ง่ายซะแล้วน่ะสิ มาร์คบอก ดันแฟ้มไปข้างหน้าชายหนุ่ม
อเล็กซ์เลิกคิ้วเล็กน้อย หยิบแฟ้มมาเปิดดูพร้อมๆกับคนที่นั่งข้างๆ อ่านไปได้ครู่หนึ่ง สองคนก็เงยหน้าขึ้นสบตากัน แล้วก้มลงอ่านต่อจนจบ อเล็กซ์ปิดแฟ้มฉับ ขมวดคิ้วอย่างที่มาร์คไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
คิดว่าไง มาร์คถามสั้นๆ
ปัญหาใหญ่มากสำหรับเราครับเจ้านาย หลายคนคิดว่ากอนโดซ่าเป็นแค่เสือกระดาษแก่ๆ แต่ผมรู้ว่ามันไม่ใช่แน่ๆ กอนโดซ่าเป็นเสือที่แกล้งหลับเพื่อรอตะครุบเหยื่อที่หลงเข้ามาต่างหาก เขาเปรียบเทียบ อีกอย่าง คนที่หนุนหลังกอนโดซ่าอยู่ในรัฐบาลก็มีมาก ถ้าเกิดเราลงมือแบบไม่รอบคอบอาจเกิดปัญหาระดับประเทศได้
ชั้นก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน มาร์คเอ่ยเสียงเครียด ถ้างั้นก่อนอื่น พวกนายไปจัดการไอ้พวกที่ถูกจ้างมาไม่ว่ามันจะมีกี่คน ลากมันมาชดใช้สิ่งที่พวกมันทำให้ได้ ไม่ว่าวิธีใด มาร์คพูดเสียงเหี้ยมเกรียมเด็ดขาด ส่วนเรื่องของเจ้ามิคาเอลชั้นจะคุยกับเจอโรมอีกที ก็คงต้องรอให้ไมล์ดีขึ้นก่อนเจ้านั่นถึงจะมีกะใจกลับมาลุยเรื่องนี้อีกครั้ง
ครับผม เจ้านาย ทั้งสองคนรับคำแล้วขอตัวออกไปทำงานทันทีมาร์คนั่งจมอยู่ในความคิดตัวเองอีกครั้ง เขานึกไม่ถึงเลยว่าริคโค่จะมีญาติเป็นผู้ทรงอิทธิพลขนาดนี้ ก็ชายหนุ่มไม่เคยอวดอ้างตัวแม้แต่น้อย เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมสองพี่น้องถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้ มิคาเอลหยาบกระด้าง ท่าทางวางโต ชอบดูถูกผู้อื่น แต่ริคโค่ช่างดูบอบบาง ท่าทางราวกับจะแตกหักหากเขาสัมผัสด้วยความรุนแรง ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกอยากทะนุถนอมมากขนาดนี้มาก่อน!!! แม้แต่ซาร่า!!!
ชายหนุ่มตบโต๊ะดังปัง!!! จนมือชาไปหมด หงุดหงิดอย่างหาสาเหตุไม่ได้ที่เขาเอาแต่นึกถึงริคโค่ทุกครั้งเวลาที่สมองว่าง เขารู้ว่าริคโค่รู้ดี ถ้าให้มิคาเอลหนีไปที่อื่นเขาจะต้องลากคอมิคาเอลกลับมาได้ เลยส่งพี่ชายให้ไปอยู่ภายใต้การคุ้มครองของอังเคล กอนโดซ่าคนที่เขาไม่สามารถแตะต้องได้อย่างรวดเร็วพอ ทำให้ริคโค่มีเวลาหาทางมาต่อรองกับเขา
แต่ไม่มีทาง!!! มันต้องมีทางที่เขาจะจัดการกับมิคาเอลแน่ แต่ก่อนอื่นต้องจัดการพวกตัวกระจอกที่ลงมือเสียก่อน เมื่อนั้นล่ะ!!!...
เขาอยากจะจัดการกับพวกมันเอง แต่เขาก็ไม่ใช่ฆาตกรเลือดเย็นที่จะสั่งฆ่าใครได้ง่ายๆ เขารู้คนทุกคนต่างก็รักชีวิตด้วยกันทั้งนั้น เขาจะปล่อยให้กฎหมายเป็นคนจัดการคนพวกนี้เอง แต่กับมิคาเอลมันจะต้องได้รับรู้ความเจ็บปวดบางอย่างเป็นบทเรียนจากเขาก่อน
เขาจะต้องรู้สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้มิคาเอลคิดจะทำร้ายเขาหรือคนที่เขารักเสียก่อน แล้วจะได้ตีให้ตรงจุดที่มันจะเจ็บปวดที่สุด ชายหนุ่มคิดอย่างเหี้ยมเกรียม แล้วใครล่ะที่จะบอกเขาได้ดีที่สุดถ้าไม่ใช่...
ริคโค่!!!!...
คุณริคครับ แดนนี่เรียกชายหนุ่มที่กำลังนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจากริคโค่แม้แต่น้อย คุณริค!!! แดนนี่แทบจะตะโกนใส่ชายหนุ่มริคโค่สะดุ้ง หันกลับมายิ้มฝืนๆให้ผู้ช่วย โทษทีแดนนี่ นายว่าไงนะ
แดนนี่ถอนใจเฮือกใหญ่ นี่คุณริคไม่ได้ฟังเขาเลยซักนิดใช่มั้ยเนี่ย ก็เรื่องของบริษัทXXX ที่เราทำสัญญากับเขาเมื่อสองเดือนก่อนน่ะฮะ เขาจะให้เราไปคุยเรื่องที่จะขยายเครือข่าย
ริคโค่เอามือนวดขมับเบาๆ แดนนี่อย่าว่ากันเลยนะ นายจัดการต่อรองและตัดสินใจไปได้เลย นายทำได้ดีอยู่แล้ว ถือว่านายเป็นตัวแทนชั้นก็แล้วกัน
คุณริค!!! ผม ให้ผมรับผิดชอบเหรอฮะ แดนนี่ถามอย่างตกใจใช่ จัดการเลยนะ ริคโค่บอกยิ้มๆ
ก็ได้ครับ อย่าลืมพักบ้างนะฮะคุณริค สีหน้าคุณดูไม่ดีเลย แดนนี่เอ่ยอย่างเป็นห่วง
ขอบใจแดนนี่ ริคโค่ยิ้มให้ผู้ช่วยหนุ่ม แดนนี่มองเขาอย่างห่วงใยอีกครั้งก่อนจะออกจากห้องไป
ริคโค่เอนตัวพิงเก้าอี้แล้วยกขาขึ้นพาดโต๊ะอันเป็นท่าประจำของเขา มองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง สองวันมาแล้วที่เขาแทบไม่ได้หลับเลย ความกังวลใจ ความเครียด ความหวาดกลัวถาโถมมาใส่เขาจนเขาแทบทนไม่ไหว ทั้งฮวนและพาโบลช่วยเขาได้แค่ตามสืบเรื่องที่เขาอยากรู้ แต่เรื่องของจิตใจของเขาเล่า ตอนนี้มันอยู่ในภาวะกดดันอย่างหนัก เขาอยากรู้เหลือเกินว่ามาร์คจะทำยังไงกับพี่ชายของเขา ถ้าเกิดมาร์คต้องการพาตัวมิคาเอลกลับมา คนของเขาก็ต้องปะทะกับคนของคุณลุง... ใช่สิ!!! บ้าจริง!!! ทำไมเขาถึงได้ไม่คิดถึงเรื่องนี้ก่อนนะ!!! เขาขอร้องให้คุณลุงคุ้มกันมิคาเอล ก็เท่ากับทำให้ลุงของเขากับมาร์คต้องปะทะกัน!!!
ริคโค่เอาขาลงผุดลุกขึ้นนั่ง รีบหยิบโทรศัพท์มาโทรเรียกตัวฮวนกับพาโบลที่ออกไปสืบข่าวให้กลับเข้ามาที่บริษัททันที...
ครับ...ตกลงครับ...ผมจะรอฟังข่าวดีจากคุณ...ขอบคุณครับสารวัตร มาร์ควางหูโทรศัพท์ลงอย่างเบามือผิดกับอารมณ์ที่กำลังขุ่นมัวอยู่ภายใน ชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานลอบมองหน้ากันก่อนจะหันกลับไปมองผู้เป็นเจ้านายที่กำลังครุ่นคิดด้วยสีหน้าว่างเปล่าตำรวจว่าไงบ้างครับเจ้านาย ฟิลล์เสี่ยงถามขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด
พวกมันห้าคนโดนรวบมาหมดแล้วอย่างที่นายบอกชั้น...แต่พวกมันไม่รู้ว่าคนที่จ้างเป็นใคร นอกจากชื่อ มาสเตอร์
ที่มันใช้ติดต่อ รูปพรรณที่พวกมันให้ก็ไม่ตรงกับแฟ้มไหนเลย ตำรวจก็จนปัญญาไม่มีทางตามรอยได้ แต่ยังไงพวกมันก็โดนข้อหาพยายามฆ่าโดยเจตนาอยู่แล้ว พรุ่งนี้ชั้นจะพาเชนไปชี้ตัวพวกมัน มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา แต่ทั้งอเล็กซ์และฟิลล์ต่างรู้ดีว่า มาร์คกำลังเดือดปุดๆที่เล่นงานตัวต้นเหตุด้วยวิธีที่ถูกต้องไม่ได้
แล้วอีกฝ่ายหนึ่งล่ะครับ อเล็กซ์ถามชั้นให้สารวัตรจัดการเรียกพวกนั้นให้มาเป็นพยานแล้ว มาร์คตอบเรียบ
คุณจะลงมือกดดันเอง... อเล็กซ์พูดเชิงถาม น้อยครั้งนักที่มาร์คจะลงมือด้วยตัวเองแบบนี้
ใช่...ก็เพราะริคโค่เป็นคนดี ชั้นจะกดดันเขาด้วยสิ่งนั้นล่ะ
จะให้ผมจัดคนเตรียมไว้มั้ยครับ ฟิลล์ถาม
แค่นายกับอเล็กซ์ก็พอ พวกนายไปเตรียมตัวเถอะ มาร์คบอก
อเล็กซ์กับฟิลล์ลุกขึ้นตามคำสั่ง กล่าวลาแล้วเดินออกไป
มาร์คลุกขึ้นไปรินวิสกี้ใส่แก้วเกือบครึ่งแก้ว เดินกลับมานั่งที่โซฟา พลางครุ่นคิดถึงสิ่งที่เขาเพิ่งคุยกับลูกน้องทั้งสองไป ใช่...ริคโค่เป็นคนดี เขารู้อยู่เต็มหัวใจ แค่ได้พบ ได้คุยแค่นิดหน่อยเขาก็รู้แล้ว แต่ตัวริคโค่เองก็เป็นคนบีบให้เขาทำแบบนี้ ในเมื่อชายหนุ่มเหลือทางเลือกไว้ให้เขาไม่มากนัก
มาร์คกระดกแก้ววิสกี้รวดเดียวหมด รสหวานปนขมบาดคอของมันเทียบไม่ได้เลย กับความรู้สึกของเขาที่จะต้องทำร้ายจิตใจของคนที่เขาไม่เคยคิดอยากจะทำ
คุณบังคับผมเองนะริคโค่ มาร์คพูดกับตัวเองพรุ่งนี้ล่ะริคโค่...ที่นายจะได้พบกับมาร์คัส แมคนีลตัวจริง!!!
ริคโค่เดินไปเดินมาราวกับเสือติดจั่นอยู่ในห้องนั่งเล่น ตั้งแต่ได้รับโทรศัพท์จากตำรวจให้ไปช่วยเป็นพยานในวันพรุ่งนี้ การรอคอยเป็นสิ่งที่เขาแทบจะทนไม่ได้ในตอนนี้ ยามที่ฮวนกับพาโบลสืบหาคำตอบที่เขาต้องการไม่ได้ เขาไม่มีกะใจที่จะคุยกับใครแม้แต่จะโทรหาคุณลุงของเขา ริคโค่แทบจะกระโจนเข้าใส่ฮวนกับพาโบลทันทีที่ทั้งคู่เดินเข้ามา
ฮวน!!!...ว่าไงครับ ได้เรื่องอะไรบ้าง ริคโค่ถามอย่างร้อนรน
นั่งก่อนเถอะครับคุณริค ฮวนบอก ดันชายหนุ่มให้นั่งลงที่เก้าอี้ ตัวเขากับพาโบลก็นั่งลงเหมือนกัน
แมคนีลเองแหละครับที่ทำให้คุณต้องไปเป็นพยานวันพรุ่งนี้ พาโบลตอบคำถามแทน ขณะที่ฮวนกำลังคลายเนคไทออกให้หลวม
เขากำลังกดดันคุณ เขาคงต้องการอะไรบางอย่างจากคุณแน่ๆ ฮวนพูดอย่างหนักใจ เขาลงมือได้รวดเร็วมาก คนของเขาเป็นคนจัดการจับเจ้าพวกนั้นแล้วส่งให้ตำรวจ โชคดีที่ผมให้เจ้าคนกลางที่ไปติดต่อพวกมันปลอมตัวแล้วใช้ชื่อปลอม ตำรวจก็เลยตามรอยไม่ได้
คุณเหรอครับ!!!...ทำไม... ริคโค่ตกใจ
เจ้าคนกลางไม่เชื่อใจมิคาเอลนัก ก็เลยติดต่อกับผมหลังจากที่พี่ชายคุณติดต่อกับเขา ผมเลยบอกให้เขากันไว้ก่อน ฮวนบอกเสียงเรียบ แมคนีลเลยเอาผิดกับพี่ชายคุณไม่ได้เพราะไม่มีตัวเชื่อม แต่ว่า...
แต่อะไรครับ!!!
ริคโค่รีบถามอย่างใจร้อนจากนี้ไปเขาจะยิ่งอันตรายมากขึ้น ผมไม่เชื่อว่าเขาจะรามือเพียงแค่นี้ ฮวนบอกเสียงเครียด
ริคโค่ทิ้งตัวพิงพนักอย่างหมดแรง ยกมือขึ้นกุมขมับ แล้วเขาจะทำยังไง!!! ทำยังไงดี!!!
มีโอกาสที่คุณแมคนีลจะปะทะกับคุณลุงมั้ยครับฮวน ริคโค่ถามเสียงอ่อนล้า
ถ้าเขาต้องการตัวพี่คุณจริงๆ ก็อาจจะเป็นได้ครับ ฮวนตอบเสียงขรึม ผมบอกตามตรงว่าไม่อยากให้ท่านต้องยื่นมือเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เลยผมเองก็ลืมนึกถึงเรื่องนี้ไป ผมทำให้เรื่องมันยุ่งไปเองใช่มั้ยครับ ริคโค่ถามเสียงอ่อย
คุณทำดีที่สุดแล้วนะครับคุณริค อย่าโทษตัวเองเลยครับ พาโบลพยายามปลอบใจ
ริคโค่ยิ้มฝืนๆ สะกดกลั้นน้ำตาที่กำลังจะรื้นขึ้นมา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วลุกขึ้น พึมพำราตรีสวัสดิ์กับทั้งสองคนเบาๆ
พวกเราจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอนะครับคุณริค ฮวนบอกตามหลังชายหนุ่มไปอย่างห่วงใย
ริคโค่หันมายิ้มให้ทั้งสองคนอีกครั้งแล้วเดินออกไป ชายหนุ่มเดินเข้ามาในห้องนอน ถอดเสื้อผ้าออก เข้าไปยืนใต้ฝักบัว เปิดน้ำให้รดลงบนตัวเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วเขาจึงปล่อยให้น้ำตาให้ไหลออกมาปนกับน้ำอุ่นๆจากฝักบัว จิตใจของเขาช่างอ่อนล้าเหลือเกิน ความรับผิดชอบที่เขารับมาแบกไว้บนบ่า ช่างหนักหน่วงจนเขาแทบจะรับไม่ไหว ต่อหน้าคนอื่นเขาอาจแสดงออกว่าสบายดี แต่ยามที่เขาอยู่คนเดียวนั้นเขารู้ดีว่าตัวเองอ่อนแอแค่ไหน มาร์คแทบยังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ เขาก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว หากชายหนุ่มลงมือขึ้นมาจริงๆ เขาจะทนไหวหรือ
ริคโค่ปิดน้ำ เช็ดตัวแล้วหยิบชุดนอนมาใส่อย่างมึนชา เดินมาล้มตัวลงนอนอย่างคนไร้เรี่ยวแรง เขานอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืดพลางครุ่นคิด
ทำไมนะ...ทำไมชีวิตของเขาถึงได้ยุ่งเหยิงปานนี้ เขาอยากเป็นแค่คนทั่วไปคนหนึ่ง ที่มีความรัก ได้อยู่กับคนที่รัก แค่นั้นไม่ได้หรือไง!!!เขาไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว!!! อยากจะให้โลกหยุดหมุนเสียเดี๋ยวนี้ ไม่ให้อะไรต่ออะไรได้ดำเนินต่อไปอีก เขาไม่อยากต้องต่อสู้กับคนที่เขารักเลยแม้แต่น้อย โชคชะตาใยถึงเล่นตลกกับเขาแบบนี้
ริคโค่พลิกตัว กดใบหน้านองน้ำตาลงกับหมอนแล้วสะอื้นออกมาอย่างสุดกลั้น อยากให้หมอนดูดซับความอ่อนแอของเขาออกไปให้หมด เขาจะต้องเข้มแข็งกว่านี้ ไม่อย่างนั้นแล้วจิตใจของเขาคงต้องแหลกสลายไม่มีชิ้นดีแน่...
วันรุ่งขึ้นที่สถานีตำรวจ มาร์คพาเชนไปชี้ตัวผู้ต้องหา โดยมีอเล็กซ์และฟิลล์กับพวกBGที่คอยคุ้มกันเชนติดตามมาด้วย ชายหนุ่มมองเห็นริคโค่กับสองคนติดตามอยู่ในห้องที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ หลังจากเชนชี้ตัวเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็เชิญพวกของมาร์คเข้ามาในห้องที่พวกริคโค่รออยู่
ริคโค่รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวตั้งแต่เช้าแล้ว เขารู้สึกเหมือนจะเป็นไข้แต่ก็ไม่ได้บอกใคร และตอนนี้เขาก็รู้สึกปวดหัวมาก พาโบลกับฮวนมองด้วยความเป็นห่วงกับใบหน้าที่แดงน้อยๆของชายหนุ่ม ทั้งสองคนห้ามริคโค่ไม่ให้มาแล้ว แต่ริคโค่ก็ดื้อมาจนได้
บรรยากาศตึงเครียดก่อตัวขึ้นทันทีที่มาร์คก้าวเข้ามาในห้อง ริคโค่พยายามทำหน้าเฉยชาให้มากที่สุด ปิดบังความหวาดกลัวไว้ในใจ หลังจากเจ้าหน้าที่ซักถามเรื่องราวเล็กน้อยจากเชน และฮวนที่เข้าไปช่วยเหลือ ทั้งสองคนก็ลงชื่อในเอกสาร ริคโค่กับพาโบลเซ็นเป็นพยาน เจ้าหน้าที่รับเอกสารมาตรวจเช็ค แล้วยิ้มและบอกว่าเสร็จแล้ว ให้กลับได้
ฮวนจะเข้ามาช่วยพยุงแต่เขาส่ายหน้าปฏิเสธ เรื่องอะไรที่เขาจะมาแสดงความอ่อนแอให้มาร์คเห็น เขาลุกขึ้นช้าๆแล้วรีบก้าวออกจากห้องไป โดยมีฮวนกับพาโบลเดินตามไปติดๆ
มาร์คให้สัญญาณคนของเขาที่ด้านนอก ให้สกัดทั้งสามคนไว้ที่ประตูทางออก ตัวเขารีบตามออกไป บอกเชนให้กลับไปกับBGที่รออยู่ด้านนอก เชนมองพ่อกับพวกของริคโค่อย่างอดสงสัยไม่ได้ แต่ก็ทำตาม
ริคโค่หันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่เฉยชาดุจเดียวกัน สายตาคมกล้าสองคู่จดจ้องกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ริคโค่รู้ดีว่าเขาสู้ความกดดันจากดวงตาของมาร์คได้ไม่นาน แต่ตอนนี้เขาไม่มีกำลังแม้แต่จะเบือนหน้าหนี แววตาของเขาคงอ่อนล้าลงจนมาร์คสังเกตเห็น ชายหนุ่มจึงเป็นฝ่ายเบือนสายตาไปเสียเอง
ริคโค่ลอบถอนใจเบาๆ ถ้ามาร์คไม่ถอนสายตาไป เขาต้องแย่แน่ๆ
มาร์คหันกลับไปจ้องหน้าฮวนแทน คงไม่ว่าอะไรนะ ถ้าผมจะขอเวลาพวกคุณซักครู่
ฮวนเลิกคิ้วสูง ไม่รู้ว่ามาร์คจะมาไม้ไหน มันก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า คุณต้องการเวลาของพวกผมไปทำไม
มาร์คยิ้มมุมปาก พูดคุยอย่างคนมีอารายธรรมไง คุณกอนโดซ่า
ไม่น่าแปลกที่มาร์คจะรู้ว่าเขาเป็นใคร ฮวนหันไปมองริคโค่ที่ทำท่าเหมือนจะยืนไม่อยู่ สบตากับพาโบล ชายหนุ่มส่ายหัวเหมือนจะบอกว่าริคโค่คงไม่ไหว ฮวนหันกลับมา กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ
ที่ไหนครับ ริคโค่ถามโพล่งขึ้นมา ฮวนกับพาโบลหันควับมามองชายหนุ่มอย่างตกใจ
คุณริค...ไม่ได้นะครับ พาโบลร้องท้วง
.
ฮวนสบตาชายหนุ่ม แววตาอ่อนล้าเมื่อครู่กลับมาเด็ดเดี่ยวอีกครั้ง เขาถอนใจอย่างรู้ดี ว่าไม่มีประโยชน์ที่จะห้าม เขาส่ายหน้าไปทางพาโบล ซึ่งชายหนุ่มทำหน้าขัดใจพร้อมกับตวัดสายตามองมาร์คตาขุ่นร้านอาหารแถวนี้แหละ มาร์คบอกเสียงเรียบ เชิญครับ
มาร์คผายมือให้ริคโค่เดินนำไปก่อน ชายหนุ่มเชิดหน้าขึ้นแล้วเดินออกไป มาร์คยิ้มนิดๆอย่างสมใจเดินตามออกไป คนที่เหลือเดินตามออกไปที่รถที่จอดอยู่ด้านนอก
อเล็กซ์เดินไปเปิดประตูด้านหลังรถให้ มาร์คทำท่าเหมือนจะให้ริคโค่ไปกับเขา ชายหนุ่มลังเลมองกลับไปที่ฮวนกับพาโบล คนหนึ่งพยักหน้าอีกคนส่ายหน้าดิกๆ ริคโค่อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เขาพยักหน้าให้ทั้งสองคน หันมามองหน้ามาร์คแว่บหนึ่งแล้วก้าวขึ้นรถไป
เดี๋ยวผมจะไปกับพวกคุณนะครับ เสียงฟิลล์ดังอยู่ข้างหลังชายหนุ่มทั้งสองฮวนกับพาโบลหันกลับมาตามเสียง ฟิลล์ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ฮวนยิ้มตอบนิดๆ เปิดประตูด้านหน้าให้เขา พยักหน้าให้พาโบลไปนั่งด้านหลัง พาโบลมองรอยยิ้มของฮวน มองกลับไปที่ใบหน้าหล่อเหลาที่จะเรียกว่าสวยก็ได้ของฟิลล์ แล้วส่งสายตาพิฆาตกลับมาที่ฮวนอีกครั้ง ก่อนจะขึ้นรถแล้วกระแทกประตูปิดเสียงดัง ฮวนกับฟิลล์หันมามองหน้ากันงงๆ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
ขอโทษแทนเขาด้วยนะครับ ฮวนบอกยิ้มๆ ดีใจที่เห็นพาโบลหึงเขา
ไม่เป็นไรครับ ฟิลล์ยิ้มรับคำขอโทษ แล้วก้าวขึ้นรถ
ฮวนหันกลับมาจะเดินไปขึ้นรถบ้างก็ปะทะเข้ากับสายตาสีน้ำเงินเข้มคมกริบของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างรถของมาร์คเข้า ฮวนเลิกคิ้วอย่างสนใจ มองกลับไปที่คนในรถแล้วเชิดหน้าใส่ชายหนุ่มราวกับจะท้าทาย แม้จะอยู่ไกลกันพอควรเขาก็เห็นว่าชายหนุ่มบดกรามแน่น ฮวนยิ้มนิดๆแล้วก้าวขึ้นรถไป
อเล็กซ์ก้าวขึ้นประจำที่คนขับ กระแทกประตูปิดอย่างหงุดหงิด ที่เห็นฟิลล์กับฮวนยิ้มให้กัน หัวเราะให้กัน ทีกับเขาที่เป็นคู่หู รู้จักกันมานานแท้ๆยังไม่ค่อยจะยิ้ม หรือหัวเราะกับเขาเลย คิดแล้วมันน่าเจ็บใจจริงๆ อเล็กซ์คิดอย่างไม่สบอารมณ์แล้วก็ออกรถไปยังร้านที่มาร์คบอกไว้...
ริคโค่เอนตัวพิงเบาะรถอย่างอ่อนล้า ยกหลังมือขึ้นแตะแก้มตัวเองก็พบว่ามันร้อนผ่าว หัวก็ปวดจี๊ดๆอย่างกับมีใครเอาเข็มแทง แต่ไม่อยากแสดงอาการให้คนที่นั่งข้างๆรู้ กลัวว่าจะหาว่าเขาแกล้งทำเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
คุณมีผู้ช่วยดีนี่ริคโค่ ผมประมาทคุณไปหน่อย ไม่คิดว่าคุณจะลงมือรวดเร็วปานนี้ เสียงเย็นชาจากมาร์คดังขึ้น
การที่ผมจำเป็นต้องปกป้องชีวิตของพี่ชาย ถึงแม้จะเป็นการปกป้องจากการกระทำที่โง่เขลาของเขาเอง มันก็เป็นเหตุผลที่สมควรแล้วไม่ใช่เหรอครับ
ริคโค่โต้ตอบโดยไม่หันมา
แม้ว่าเขาจะทำผิดร้ายแรง อย่างสั่งฆ่าใครสักคนอย่างนั้นเหรอ มาร์คถามเสียงเหี้ยมเขาไม่ได้อยากจะฆ่า ริคโค่หันควับมาจ้องหน้าชายหนุ่ม
งั้นพี่ชายที่รักของคุณเขาต้องการอะไรจากผมล่ะ มาร์คจ้องกลับด้วยดวงตาแข็งกร้าว
ริคโค่หรี่ตามองชายหนุ่ม นี่ใช่มั้ยครับ จุดประสงค์ที่คุณให้ผมมาในวันนี้
ก็เพราะคุณเป็นคนตรง...ผมถึงไม่อยากใช้เล่ห์เหลี่ยมกับคุณ งั้นก็อย่าอ้อมค้อมกันอีกเลย บอกผมมาสิริคโค่ มาร์คพูดสายตาไม่คลาดไปจากกัน
ริคโค่สบตาชายหนุ่มนิ่ง บอกเหรอ!!! บอกความจริงว่ามิคาเอลลงมือเรื่องนี้เพราะเขางั้นเหรอ!!! ถ้าเขาบอก มาร์คก็จะรู้สิ่งที่เขาคิดอยู่ในใจน่ะสิ!!! ไม่ได้เด็ดขาด!!! ชายหนุ่มคิดอย่างสับสน ริคโค่เบือนหน้าหนีสายตาที่จ้องเขาราวกับอ่านทะลุไปด้านนอกรถ
สายตาของมาร์คแข็งกร้าวขึ้นเมื่อความเงียบคือคำตอบของชายหนุ่ม
อย่าบังคับชั้นเลยริคโค่ เขานึกในใจ เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มเห็นด้านที่น่ากลัวของเขา ไม่อยากให้ชายหนุ่มหวาดกลัวเขาอย่างคนอื่นๆอเล็กซ์พารถมาจอดที่หน้าร้านอาหาร ทั้งหมดลงจากรถ มายืนรออีกสามคนที่เพิ่งมาถึง มาร์คเดินนำทุกคนเข้าไปในร้าน บริกรพาทั้งหมดเข้าไปด้านในสุดที่เป็นห้องจัดเลี้ยงที่แยกออกมาเป็นส่วนตัว ทั้งหกคนนั่งประจันหน้ากันอยู่สองฟากของโต๊ะ
คุณฉลาดมากริคโค่ที่ส่งพี่ชายคุณไปอยู่กับคุณลุงของคุณ มาร์คเปิดฉากก่อน คิดว่าผมคงไม่มีทางเอาตัวพี่ชายคุณกลับมาได้สินะ
คุณคิดจะลงมือ...
ใช่...แม้ว่าคนคนนั้นคืออังเคล กอนโดซ่า คิดว่าผมจะกลัวงั้นเหรอ
ริคโค่สบตากับมาร์คอย่างหวาดหวั่น สายตาแข็งกร้าวบอกเขาว่ามาร์คทำจริงแน่ เขาหลับตาลง อาการปวดแปล๊บที่หัวของเขาเกิดขึ้นอีกแล้ว และไม่มีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ ชายหนุ่มลืมตาขึ้นอย่างตัดสินใจเด็ดขาด
ฮวนครับ...คุณกับพาโบลออกไปรอผมข้างนอกก่อน ผมจะคุยกับคุณแมคนีลเป็นการส่วนตัว ริคโค่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
พาโบลทำท่าจะท้วง แต่ฮวนบีบมือเขาไว้ ดึงพาโบลให้ลุกขึ้นตามคำสั่งของริคโค่ ทั้งสองคนมองชายหนุ่มที่มองตรงไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่อย่างเป็นห่วงแล้วเดินออกไป
มาร์คเลิกคิ้วอย่างแปลกใจแต่ก็พยักหน้าให้อเล็กซ์และฟิลล์ออกไปด้วยเช่นกัน
ริคโค่นั่งเงียบเฉยอย่างครุ่นคิด ซึ่งมาร์คก็ให้เวลาชายหนุ่มตัดสินใจ เขาลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆตัวของริคโค่และรอคอย
...คุณต้องการชีวิตของพี่ชายผมหรือเปล่าครับ... ริคโค่ถามออกมาเป็นคำแรกหลังจากนั่งเงียบมานาน
........ มาร์คถึงกับอึ้งเพราะไม่คิดว่าจะชายหนุ่มจะถามแบบนี้
ถ้าคุณต้องการชีวิตหนึ่งเพื่อแลกกับความเจ็บปวดที่ไมล์กับเจอโรมได้รับ เขาหยุดกลืนน้ำลายลงคอ หันมาสบตามาร์คอย่างแน่วแน่ คุณก็เอาชีวิตผมไปแทนเถอะ
มาร์คลุกพรวดขึ้นทันทีที่ชายหนุ่มพูดจบ จ้องกลับไปยังดวงตาสีทองเด็ดเดี่ยว เขาโกรธ!!! โกรธอย่างที่ไม่เคยรู้สึกโกรธเท่านี้มาก่อน!!! นี่ริคโค่เห็นว่าเขาเลวร้ายขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ เป็นคนที่สามารถฆ่าใครได้อย่างง่ายดายโดยไม่รู้สึกอะไรเลยหรือยังไง ยิ่งคิดเพลิงโทสะยิ่งลุกวาบในดวงตาสีเขียวมรกต สองมือกำหมัดแน่นไม่อย่างนั้นเขาคงต้องจับตัวชายหนุ่มมาเขย่าให้สมกับที่เขาโกรธเป็นแน่
ริคโค่สะดุ้งเฮือกกับประกายโทสะในดวงตาสีมรกตที่จ้องเขม็งมาที่เขา อาการปวดหัวของเขาทวีขึ้นจากความกดดันในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป จนเขาต้องนิ่วหน้าและหลับตาลง
คุณคิดว่าผมเป็นคนเลือดเย็นอย่างพี่ของคุณงั้นเหรอ มาร์คถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง คิดว่าผมเป็นพวกกระหายเลือดหรือฆาตรกรอย่างนั้นสินะ
ริคโค่ลืมตาขึ้น เขาหูฝาดหรือเปล่าที่เหมือนได้ยินกระแสน้อยใจปนเจ็บปวดนิดๆในคำพูดของมาร์คด้วย!!! เป็นไปได้เหรอ!!! ผม...ผมแค่อยากให้เรื่องทุกอย่างยุติลงก็เท่านั้น เขาบอกตะกุกตะกัก
ยุติ!!! ไม่มีทางหรอกริคโค่!! จนกว่าผมจะรู้ว่าทำไม พี่คุณถึงได้อยากทำร้ายลูกชายของผม มาร์คบอกอย่างโกรธเกรี้ยว เขากระชากตัวชายหนุ่มขึ้นมา บีบแขนสองข้างของชายหนุ่มแน่น ทำไมล่ะ!!! ทำไมคุณถึงบอกผมไม่ได้!!! ทำไมคุณต้องให้ผมบังคับคุณแบบนี้!!! ทั้งที่ผมไม่อยากทำ!!!
เขาเขย่าตัวริคโค่จนชายหนุ่มสั่นไปทั้งตัว ฟันกระทบกันกึกๆ ดวงตาเบิกกว้างปรากฏแววหวาดหวั่นตกตะลึง ชีวิตของคุณน่ะ ผมไม่ต้องการหรอก!!! มันทดแทนกันไม่ได้เลยหากพวกผมต้องเสียไมล์ไป!!! คุณคิดว่าผมเป็นคนประเภทไหนกัน คิดว่าผมโหดเหี้ยมอำมหิตขนาดที่จะฆ่าคุณได้อย่างนั้นเหรอ อยากให้ผมเลือดเย็นขนาดนั้นเลยใช่มั้ยริคโค่ได้แต่ยืนตัวแข็ง เพราะมัวแต่ตกใจมากที่มาร์คระเบิดอารมณ์ออกมากับเขาแบบนี้ ทั้งๆที่ชายหนุ่มมักจะควบคุมตัวเองอยู่เสมอ ดวงตาสีเขียวแข็งกร้าวที่ซ่อนความเจ็บปวดไว้ลึกๆ แต่เขาก็มองเห็นมันได้
การนิ่งเงียบอีกครั้งของริคโค่ยิ่งเพิ่มทวีโทสะในใจเขามากขึ้นไปอีก เขาดึงมือของริคโค่ขึ้นมา ด้วยความโกรธจึงไม่ทันสังเกตว่ามันร้อนผ่าวมากขนาดไหน จับมือของริคโค่ทาบลงกับหน้าอกของตัวเอง สัมผัสดูสิริคโค่!!! ดูสิว่าเลือดที่ไหลเวียนในร่างของผมมันเย็นอย่างที่คุณคิดมั้ย หรือว่ามันก็ร้อนเหมือนๆกับคนอื่นทั่วไป
มาร์คทาบฝ่ามือทับมือของริคโค่ที่วางอยู่ตรงตำแหน่งหัวใจของเขา เสียงหัวใจเต้นเร็วแรงด้วยความโกรธของเขาดังประสานกับของริคโค่ ชายหนุ่มมัวแต่ตกตะลึงกับการกระทำของมาร์คเลยไม่ได้ดึงมือกลับ และถึงแม้จะอยากทำเขาก็ไม่มีแรงจะทำได้ เพราะตอนนี้เขาแทบจะทรงตัวไม่อยู่อยู่แล้ว ห้องทั้งห้องหมุนติ้วไปหมดจากที่มาร์คเขย่าตัวเขาอย่างไม่ปรานี ทำให้หัวของเขาปวดจนแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ริคโค่หลับตา กัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวดแทบทนไม่ได้
มาร์คเห็นสีหน้าเจ็บปวดของริคโค่ เขาก็เพิ่งตระหนักถึงความร้อนจากมือที่ทาบอยู่ที่อกเขา มาร์คตกใจปล่อยมือของชายหนุ่ม ยกขึ้นแตะที่หน้าผากก็พบว่ามันร้อนราวกับไฟ เพราะความโกรธแท้ๆที่ทำให้เขาไม่ทันสังเกตใบหน้าแดงน้อยๆของชายหนุ่มตั้งแต่แรก
ริคโค่!!!...คุณไม่สบายนี่!!!...บ้าจริง แล้วทำไม...ริคโค่!!!!
มาร์คร้องอย่างตกใจรีบพยุงร่างของริคโค่ไว้ก่อนที่ชายหนุ่มจะทรุดฮวบลงไป เขาดึงริคโค่มาแนบตัว ความร้อนผ่าวแผ่กระจายออกมาจากร่างบอบบางจนเขารู้สึกได้ทั้งๆ ที่มีสูทหนาๆ ขวางอยู่ เขาพยุงชายหนุ่มให้นั่งลงที่เก้าอี้ ร่างของริคโค่อ่อนปวกเปียกราวกับหมดสติ มาร์คกำลังจะผละไปเรียกคนของเขาที่ด้านนอก ฝ่ามือร้อนผ่าวก็ยกขึ้นรั้งเขาเอาไว้อย่าครับ...ผมไม่อยากให้สองคนนั่น...เป็นกังวลเรื่องของผมอีก...อุ๊บส์... อาการปวดหัวย้อนกลับมาหาเขาอีกครั้งอย่างรุนแรงจนเขาต้องยกมือกุมขมับ
เป็นอะไร!!! ริคโค่...ปวดหัวมากเหรอ มาร์คถาม ไม่อาจปิดบังความห่วงใยได้ ริคโค่เอนศีรษะพิงกับพนักพิงด้านหลัง หลับตาลงอย่างอ่อนล้า
มาร์คหยิบแก้วน้ำแล้วคุกเข่าลงข้างๆเก้าอี้ ริคโค่... ชายหนุ่มเรียกเสียงอ่อนโยน ดื่มน้ำหน่อยนะ
ริคโค่ลืมตาขึ้น มาร์คทำให้เขาสับสนอีกแล้ว เมื่อกี้ยังทำเหมือนอยากจะบีบเขาให้แหลกคามืออยู่เลย ตอนนี้ชายหนุ่มกลับอ่อนโยนกับเขา ไม่เข้าใจเลยซักนิด เขามองแก้วที่ยื่นมาให้อย่างลังเล
แต่มาร์คไม่ปล่อยให้ริคโค่คิดนาน เขายกแก้วขึ้นจ่อที่ปากของชายหนุ่ม ริคโค่จึงจำเป็นต้องจิบน้ำจากการป้อนของเขา น้ำเย็นช่วยให้คอของเขาที่แห้งผาดจากพิษไข้ชุ่มชื่นขึ้นจนเขาเผลอจิบเข้าไปหลายอึก มาร์ครีบดึงแก้วออกเพราะกลัวว่าริคโค่จะสำลักแล้วเอาแก้ววางบนโต๊ะ
ทำไมไม่บอกผมว่าคุณไม่สบาย ชายหนุ่มถามเสียงดุ
ริคโค่ก้มหน้าหลบตา เขาทำให้มาร์คโกรธอีกแล้วเหรอ ผมกลัวว่าคุณจะหาว่าผมจงใจหลบหน้าคุณ...
บ้าน่ะสิ!!!
มาร์คพูดเสียงเข้ม ในสายตาคุณ ผมเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ
ไม่ใช่นะครับ!!! ริคโค่รีบบอกมาร์คถอนใจ ช่างเถอะ...เดี๋ยวผมจะไปตามคนของคุณให้ มาร์คลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่าลืมว่าคุณยังไม่ได้ตอบคำถามของผมนะริคโค่ วันนี้ผมจะปล่อยให้คุณกลับไปก่อน แต่คุณต้องเจอกับผมอีกแน่ พูดจบเขาก็ผละไป
ริคโค่รวบรวมกำลังที่พอจะฟื้นคืนมาบ้าง ลุกตามไปเรียกชายหนุ่ม คุณแมคนีลครับ...ผม...ผมขอร้อง
มาร์คชะงักฝีเท้าหันกลับมา เห็นชายหนุ่มกำลังเดินโซเซตามเขามา เขาสบถเบาๆในความดื้อดึงของร่างบาง แล้วเขาก็เดินกลับมาประคองร่างชายหนุ่มที่จะล้มมิล้มแหล่ไว้ในอ้อมแขนแข็งแรงอีกครั้ง อย่าฝืนสิ คุณนี่ก็ดื้อเหมือนกันนะ
ผมไม่เป็นไรหรอกครับ...คุณแมคนีลครับ...พี่ชายผมเคยเสนออะไรบางอย่างให้คุณ...พอจะจำได้มั้ยครับ...โอ๊ย!!!
ริคโค่ร้องอย่างเจ็บปวด ยกสองมือกุมขมับ แล้วทรุดฮวบหมดสติไปทันทีริคโค่!!!
มาร์คร้องเสียงดัง รับร่างของชายหนุ่มไว้ได้ก่อนที่ร่างบางจะล้มลงไปฟาดพื้น เขาก้มลงมองใบหน้าซีดขาวของริคโค่อย่างห่วงใย ตัดสินใจช้อนร่างบอบบางขึ้น ตะโกนเรียกคนของเขาทันทีอเล็กซ์!!!...ฟิลล์!!!
ชายหนุ่มที่รออยู่ด้านนอกทั้งสี่คน รีบเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วแทบจะพร้อมกัน อเล็กซ์สบตามาร์คแล้วรีบออกไปเตรียมรถทันที
ฮวนกับพาโบลก้าวยาวๆเข้ามาตรงหน้ามาร์ค คุณริค!!!...
ริคโค่ไม่สบายมาก ทำไมพวกคุณถึงได้ปล่อยให้เขามาอีก มาร์คถามเสียงเข้ม จ้องตาฮวนด้วยสายตาติเตียนไม่ปิดบัง ผมจะพาเขาไปโรงพยาบาล
ฮวนกับพาโบลหลบให้มาร์คอุ้มริคโค่ออกไป ฟิลล์พยักหน้าให้ทั้งคู่ตามเขาไป ทั้งสามคนเดินมาทันเห็นรถของมาร์คขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ขอกุญแจรถผมเถอะครับ เราจะได้รีบตามไป ฟิลล์บอกพลางเดินอ้อมไปด้านคนขับฮวนรีบโยนกุญแจให้ฟิลล์ ทั้งสามคนรีบขึ้นรถแล้วขับตามไปโรงพยาบาลทันที
#################################################