Chapter 7
เปลือกตาหนักอึ้งกระพริบลืมขึ้นช้าๆ แสงสว่างทำให้เขาแสบตาจนต้องหลับตาลงอีกครั้งแล้วลืมขึ้นใหม่ อาการปวดหัวทุเลาลงมากแต่เขาก็ยังรู้สึกมึนๆอยู่ ริคโค่ขยับตัวจะพยายามลุกขึ้น มือใหญ่แข็งแรงก็กดเขาให้นอนลงไปตามเดิม
อย่าเพิ่งลุกเลยครับคุณริค ฮวนบอกเสียงอ่อนโยน พาโบลกดปุ่มปรับเตียงให้ตั้งขึ้นเล็กน้อย
ริคโค่ยิ้มอย่างอิดโรยเมื่อเห็นฮวนกับพาโบลที่ข้างเตียง ผมเป็นอะไรไปครับ
คุณหมดสติไปตอนที่คุยกับคุณแมคนีล ฮวนบอกนั่งลงที่เก้าอี้
แย่จัง ผมขอโทษนะครับที่ดื้อรั้นจะไปกับพวกคุณทั้งๆที่ไม่สบาย ริคโค่กล่าวขอโทษ
ช่างเถอะครับ แล้วการเจรจาเป็นยังไงบ้างครับคุณริค พาโบลถาม
ริคโค่ส่ายหน้า ผมแทบจะยังไม่ได้บอกอะไรกับเขาเลย แต่สำหรับคนอย่างเขาข้อมูลเพียงน้อยนิดของผมคงทำให้เขาพบสาเหตุบางส่วน ที่เขาต้องการจะรู้แล้วอย่างแน่นอน
รวมถึงข้อมูลจากคุณอิซาเบล ฮวนเอ่ยขึ้น
พี่อิซซี่เหรอครับ!!! ริคโค่ตกใจ
เธอบอกคุณแมคนีลไปบางส่วนครับ เพื่อที่เขาจะได้ไม่มากดดันคุณอีก
คุณหมอให้คุณพักผ่อนมากๆ ห้ามคิดอะไรที่ทำให้เครียดด้วยนะครับ พาโบลพูดอย่างห่วงใย
ริคโค่ยิ้มเหมือนเยาะตัวเอง ผมจะพยายามนะพาโบล ถ้างั้นคุณสองคนคงช่วยไปดูที่บริษัทให้ผมได้ใช่มั้ยครับ
ฮวนกับพาโบลมองหน้ากัน รู้สึกเหมือนถูกไล่อย่างไรก็ไม่รู้ แต่ฮวนก็ลุกขึ้นโดยดี ได้ครับ พักผ่อนมากๆนะครับ
พาโบลมองริคโค่ที่เหม่อมองไปนอกหน้าต่างอย่างห่วงใย ฮวนจับมือของเขาแล้วดึงเขาออกจากห้องพักฟื้นไป อย่าห่วงนักเลยพาโบล คุณริคเขารู้จักตัวเองดี
ผมรู้ครับ ผมแค่ไม่อยากให้คุณริคต้องมาเจออะไรที่เลวร้ายต่อจิตใจของเขาแบบนี้
ฮวนโอบไหล่พาโบลเข้ามาใกล้ ที่เราทำได้ก็แค่ช่วยคุณริคให้ดีที่สุด ในสิ่งที่เราทำได้เท่านั้น
ในห้องประชุมใหญ่ ที่ชั้นบนสุดของบริษัทแมคนีลเอนเตอร์ไพรซ์ ชายหนุ่มทั้งสี่คนอันประกอบด้วยมาร์ค เจอโรม อเล็กซ์และฟิลล์กำลังคุยกันอย่างเคร่งเครียด บนโต๊ะมีเอกสารวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบให้ทุกคนเห็นชัดๆ
มาร์ครอจนอเล็กซ์ ฟิลล์และเจอโรมไล่สายตาไปตามเอกสารทั้งหมดแล้วเงยหน้าขึ้นมองมาที่เขา นี่เป็นข้อเสนอที่มิคาเอลส่งให้ชั้น และชั้นจะใช้เป็นหลักฐานกลับมาเล่นงานมัน เขาสบตาอเล็กซ์ นายคิดว่าไง
ถ้าเราส่งให้ F.B.I. หรือไม่ก็ส่งให้กองทัพแล้วล่ะก็ รับรองว่ามันไม่รอดแน่ๆ อเล็กซ์ตอบเรียบๆ แต่คุณคงไม่ทำอย่างนั้น
มาร์คยิ้มนิดๆ มันง่ายเกินไป เขาพูด ข้อมูลที่ชั้นให้หาเกี่ยวกับบริษัทมันล่ะ ได้เรื่องยังไงบ้าง เขาหันมาถามฟิลล์
เป็นบริษัทขนาดกลาง มีผู้ถือหุ้นอยู่ห้าคนคือมิคาเอล ริคโค่ อิซาเบลและเพื่อนของประธานคนก่อนอีกสองคนครับ เป็นเพื่อนกับพ่อของมิคาเอล
มาร์คพยักหน้าอย่างใช้ความคิด เจอโรม นายติดต่อให้ประธานบริษัทของ ไอ.ที. คอมพิวเทคมาพบชั้นแล้วใช่มั้ย
บ่ายวันนี้ เจอโรมตอบเพื่อนรัก นายคิดจะให้เขาทำอะไร
รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ชั้นจะปั่นหุ้นของบริษัทมันให้ตกลงซักหน่อยก่อนเป็นอันดับแรก ข้อเสนอของไอ.ที. คอมฯจะกระตุ้นความสนใจของคนที่ถือหุ้นคนใดคนหนึ่งรวมถึงเจ้ามิคาเอลซึ่งโลภมากอยู่แล้ว มันคงรีบคว้าข้อเสนอของชั้นแน่ ส่วนหุ้นของอีกคนที่เหลือชั้นจะจัดการติดต่อซื้อเอง ขอแรงอดีต C.I.A. อย่างนายหน่อยนะ เขาสบตาอเล็กซ์ ชั้นคงต้องทวงบุญคุณจากเจ้านายเก่าของนายซักหน่อย
เอล็กซ์เลิกคิ้ว ก่อนจะยิ้มออกมา คุณจะให้ผมสร้างคนคนหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับประวัติสวยหรู แล้วคุณจะสวมรอยแทน เขาพยักหน้า ได้เลยครับเจ้านาย
ดีมากอเล็กซ์ นายรับหน้าที่นี้ไปจัดการได้เลย
เมื่อหุ้นเกือบครึ่งตกมาอยู่ในมือคุณ แล้วยังไงต่อครับ ฟิลล์ถามขึ้นบ้าง
อย่าลืมความได้เปรียบของชั้นเรื่องอิซาเบลด้วยล่ะ มันมีทางเป็นไปได้สูงว่าอิซาเบลจะมอบหุ้นของเธอให้ริคโค่หรือถ้าดีกว่านั้นเธอก็อาจจะขายให้ชั้น แต่ไม่มีวันที่มิคาเอลจะได้ไปแน่ๆ
ยังไงล่ะ อย่าลืมว่าพวกเขาเป็นสามีภรรยากันนะ เจอโรมท้วง
มาร์คหันมายิ้มให้เพื่อนรัก ชั้นมีวิธีจัดการให้มันเป็นอย่างนั้น เมื่อถึงเวลา เมื่อหุ้นเกือบครึ่งอยู่ในมือชั้นแล้ว หน้าที่สำคัญของไอ.ที. คอมฯอันดับต่อไปคือค่อยๆ กลืนบริษัทของมัน ตัดช่องทางของมันทีละน้อย นี่แค่สั่งสอนเท่านั้น
แล้วถ้ามันรู้ เจอโรมถามขัดขึ้น
ชั้นต้องการให้มันรู้ อย่างช้าๆ นายคิดว่ามันจะรู้สึกยังไงล่ะถ้ารู้เข้า มาร์คถามพร้อมกับยิ้มเหี้ยมๆ
ก็คงแทบกระอักเลือด เจอโรมตอบพร้อมกับกรอกตา คนโง่ขนาดไหนกันนะที่คิดจะเป็นศัตรูกับเพื่อนรักของเขา
นั่นแค่ในกรณีที่มันหยุดคิดเรื่องปองร้ายครอบครัวชั้นเท่านั้น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าคมเข้ม แต่ถ้ามันไม่หยุด ชั้นจะทำลายทุกอย่างที่เป็นของมันซะ!! ไม่มีข้อยกเว้นอีกต่อไป!!!
ชายหนุ่มสามคนที่เหลือต่างกลืนน้ำลายลงคอพร้อมๆกันโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะต่างก็รู้จักเพื่อนและเจ้านายของตัวเองดีว่า มาร์คสามารถโหดเหี้ยมได้แค่ไหนถ้าเกิดอยากจะทำขึ้นมา และยิ่งเป็นการทำเพื่อความปลอดภัยของคนที่เขารักด้วยแล้ว มาร์คจะทำอย่างเด็ดขาดและไม่มีคำว่าเสียใจสำหรับสิ่งที่ทำลงไป
พวกนายเริ่มดำเนินการได้เลย รายงานความคืบหน้าให้ชั้นรู้เป็นระยะ เราจะลงมือเมื่อพร้อม มาร์คพูดอย่างเป็นการเป็นงาน
ทั้งสามคนรับคำแล้วเดินออกไปจากห้องประชุม
มาร์คถอนใจยาวเมื่อประตูห้องประชุมปิดตามหลังเพื่อนทั้งสามของเขา หัวคิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความกังวลใจลึกๆ แผนการทั้งหมดที่เขาวางขึ้นเพื่อจัดการกับมิคาเอลนั้น ย่อมต้องส่งผลถึงริคโค่ด้วยอย่างแน่นอน จิตใต้สำนึกของเขากำลังร้องเตือนไม่ให้เขาทำร้ายจิตใจของริคโค่ แต่ เขาไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปเฉยๆได้ ชีวิตของเชนก็สำคัญต่อเขาที่สุดเหมือนกัน
ถ้าเราไม่อาจเป็นมิตรกันได้ เราก็ต้องอยู่ในฐานะศัตรูเท่านั้น มาร์คพึมพำ ซ่อนความเจ็บปวดไว้ในใจลึกๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับห้องทำงานอย่างมึนชา
ริคโค่ยังคงนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง โดยไม่สนใจกับเวลาที่ผ่านไป ฝูงนกที่บินผ่านหน้าต่างมองเห็นอยู่ไกลๆช่างดูมีอิสระเสียจนเขาต้องทอดถอนใจ ตลอดชีวิตของเขาที่ผ่านมา เขาไม่เคยรู้สึกอย่างจริงจังมาก่อนเลยว่าตัวเขาติดอยู่ในกรงขังของมิคาเอล เรื่องราวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้เขาตาสว่าง ว่าเขาเป็นนกที่อยู่ในกรงที่พี่ชายเขาสร้างขึ้นมานานแสนนานแล้ว
ที่ผ่านมาเขาทำตามความต้องการของพี่ชายโดยไม่เคยขัดเลยซักครั้ง แต่บัดนี้ความคิดนั้นไม่อยู่ในหัวของเขาอีกต่อไป เขาต้องปลดโซ่ที่มิคาเอลพันธนาการเขาออกให้หมด นับแต่บัดนี้เขาจะทำในสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่เห็นแก่มิคาเอลอีกแล้ว แค่ครั้งนี้เท่านั้นที่เขาจะทำเพื่อพี่ชายเป็นครั้งสุดท้าย
เขาหวนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ถ้าไม่รวมถึงตอนที่มาร์คระเบิดโทสะใส่เขาแล้ว ยามที่มาร์คช่วยประคองเขาไว้นั้นช่างอบอุ่นอย่างที่สุด เขาสัมผัสถึงความห่วงใยของชายหนุ่มได้อย่างชัดเจน นึกถึงตรงนี้หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาคลอดวงตา ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่เขาจะไม่ได้สัมผัสมันอีกแล้ว พอคิดอย่างนั้นความโหยหาก็พุ่งขึ้นมาครอบงำจิตใจที่กำลังอ่อนแอของเขา ริคโค่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างสุดกลั้น เขารับปากพี่ชายไปแล้วว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับมาร์คอีก แม้จะเป็นอย่างนั้นแต่ จิตใจส่วนลึกของเขาไม่ยอมรับมันแม้แต่น้อย
ริค เสียงนุ่มนวลอ่อนโยนดังขึ้นข้างตัวเขาทำเอาริคโค่สะดุ้ง
พี่อิซซี่!!!
เขารีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาอิซาเบลมองริคโค่อย่างอ่อนโยนและสงสาร ไม่เป็นไรหรอกริค อยากร้องก็ร้องเถอะ
ไม่ เขาทำท่าจะพูดแล้วก็หยุดไปเฉย ๆ ไปส่งเปรโดมาเหรอครับ
ใช่จ้ะ เธอไม่ว่าอะไรที่ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง เธอเป็นยังไงบ้าง
ดีขึ้นมากแล้วครับ ขอบคุณที่ช่วยผมนะครับ
อิซาเบลรู้ว่าเป็นเรื่องที่เธอคุยกับมาร์คเมื่อวานนี้ ก็เพื่อเธอนะริค ไม่โกรธพี่ใช่มั้ย
ไม่หรอกครับ ริคโค่ยิ้ม แต่ผมกังวลว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น
เลิกคิดได้แล้ว ยังไงซะพี่คิดว่าคุณแมคนีลเขาคงไม่เอาชีวิตพี่ชายเธอหรอก อิซาเบลพูดเสียงเรียบ
ผมรู้ครับ บางครั้งความตายมันก็ง่ายเกินไป แต่ผมกลัวว่าคุณแมคนีลเขาจะทำอะไรทิ่ยิ่งกว่านั้น ริคโค่พูดอย่างครุ่นคิด
มันก็เป็นผลของการกระทำของมิคาเอลเองไม่ใช่เหรอ เธอพูดขรึมๆ ริค เธอคิดมากไปมันก็ไม่มีประโยชน์หรอก ปล่อยมันไปซะเถอะ เธอเตือนอย่างอ่อนโยน
ริคโค่เงยหน้าสบตาคนพูด ผมเองก็อยากทำได้แบบนั้น แต่ผมกลัวครับพี่อิซซี่ เขาหลับตาก้มหน้าลงอีกครั้ง ผมกลัวว่าการปะทะกันของทั้งคู่มันจะไม่มีวันจบลงจนกว่าจะมีใครสักคนต้องย่อยยับลงไปด้วยน้ำมือของอีกฝ่าย
พี่ตอบเธอไม่ได้หรอกเรื่องนั้น อิซาเบลพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้ ถ้ามิคาเอลหยุดสร้างปัญหาขึ้นมาอีกทุกอย่างก็คงจบ
มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะครับ ริคโค่พูดอย่างขมขื่น เพราะผมรับปากมิคไว้แล้วว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับคุณแมคนีลอีกต่อไป มันเป็นเงื่อนไขของการที่มิคจะเลิกคุกคามคุณแมคนีลอีก
อะไรนะ!!!
อิซาเบลร้อง ร้ายกาจที่สุดเลย ชั้นไม่อยากเชื่อจริง ๆ เธอพูดอย่างมีโทสะ แล้วเธอก็ตกลงกับเขาอย่างนั้นเหรอริค โธ่เอ๊ย!!
ผมจำเป็นครับพี่อิซซี่ ริคโค่สบตาพี่สะใภ้น้ำตาคลอหน่วย ผมยอมทุกอย่างถ้าคุณแมคนีลกับครอบครัวของเขาจะปลอดภัยจากมิคเธอรักเขาใช่มั้ย อิซาเบลถามในสิ่งที่เธอรู้อยู่แล้ว
ครับ ริคโค่ตอบตามตรง
อิซาเบลถอนใจ เขาเองก็ห่วงเธอไม่น้อยเลยนะ ถึงเขาไม่อยากจะแสดงออกมาก็เถอะ ทั้งฮวนและพี่เองก็พอจะดูออก
มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ผมรู้ดี คนอย่างผมทำได้ก็แค่รักเขาเท่านั้น ไม่มีวันที่จะยืนเคียงข้างเขาได้ น้ำตาไหลพรากลงมาจากดวงตาแสนเศร้าอีกครั้ง และจากนี้ต่อไป ผมคงทำได้แค่เฝ้าดูเขาอยู่ในที่ที่ห่างไกลที่สุดเท่านั้น
คำพูดของริคโค่แทบจะทำให้อิซาเบลน้ำตาร่วงตามไปด้วย เธอรวบตัวริคโค่เข้ามากอดอย่างปลอบประโลม เธอสงสารชายหนุ่มเหลือเกิน แต่เธอเองก็แทบจะทำอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้เลย
อย่างประเมินค่าตัวเองต่ำแบบนี้สิริค เธอเอ่ยเสียงอ่อนโยน ถ้าเธอรักเขาจริงก็อย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคทั้งที่เธอยังไม่ได้ต่อสู้ จำไว้นะมิคาเอลอาจห้ามเธอไม่ให้พบเขาได้แต่ห้ามหัวใจเธอไม่ได้ เชื่อพี่นะริค ต่อนี้ไปเธอต้องปกปิดความรู้สึกของเธอให้มิดชิดที่สุด แสดงให้พี่ชายเธอเห็นว่าเธอเข้มแข็งได้อย่างไรบ้าง ความรักของเธอจะเป็นพลังให้กับเธอเอง
ริคโค่ตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่พยักหน้ากับไหล่ของพี่สะใภ้ เขารู้ดีว่าสิ่งที่อิซาเบลบอกเขานั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาในอนาคต แต่ตอนนี้เขายังไม่สามารถทำใจให้ยอมรับมันได้เลย
ล่วงเลยมาถึงยามค่ำ สิ่งที่มาร์คมอบหมายให้ทุกคนเตรียมการไว้กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี เจอโรมขอตัวไปเยี่ยมไมล์ตั้งแต่เย็นแล้ว อเล็กซ์ออกไปพบเจ้านายเก่ายังไม่กลับมา
เขาดึงเวลาทำงานไปเรื่อยๆ แต่ในที่สุดเขาก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้นโทรไปโรงพยาบาลจนได้
หลังจากคุยกับหมอเจ้าของไข้อยู่พักใหญ่เขาก็วางหูลง ขมวดคิ้วอย่างไม่สบายใจกับคำตอบของคุณหมอ อาการไข้ของริคโค่ดีขึ้นมากแล้ว แต่เขาก็ยังเคร่งเครียดอยู่แถมยังทานอาหารได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น
คุณหมอเกรงว่าอาการปวดหัวจะกำเริบขึ้นมาอีก และท่าทางของคนไข้นั้นดูไม่มีกำลังใจเลยแม้แต่น้อย คุณหมอจึงจำเป็นต้องให้ยานอนหลับเพื่อที่คนไข้จะได้ไม่ต้องใช้สมองไปคิดฟุ้งซ่านอีก
ความเป็นห่วงวูบขึ้นมารบกวนใจเขาจนแทบนั่งไม่ติด แต่เขาก็ทำใจแข็ง นั่งทำงานต่อไปจนกระทั่งนาฬิกาบนผนังบอกเวลาสองทุ่ม เขาถึงได้โทรเรียกฟิลล์เพื่อกลับบ้าน
ระหว่างทางเดินลงมาที่จอดรถ ฟิลล์ก็ตั้งคำถามกับตัวเองถึงต้นเหตุที่ทำให้เจ้านายของเขาหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนี้ แต่อย่าหวังว่าเขาจะถามออกไปแล้วเสี่ยงกับความหงุดหงิดที่เพิ่มมากขึ้นของมาร์คเด็ดขาด
ฟิลล์นั่งด้านหน้าคู่กับคนขับรถ พลางแอบเหลือบตามองมาร์คที่นั่งอยู่ด้านหลังหลายครั้ง เจ้านายเขาดูท่าทางครุ่นคิดและลังเลใจอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับเขาที่ทำงานกับชายหนุ่มมานาน เขาไม่เคยเห็นมาร์คเป็นแบบนี้มาก่อนเลย
เสียงถอนใจอย่างพ่ายแพ้ดังขึ้นทางด้านหลัง ฟิลล์
ครับ ชายหนุ่มรับคำ
ไปโรงพยาบาลก่อนนะ แล้วค่อยกลับบ้าน
ครับเจ้านาย ฟิลล์พยักหน้าให้คนขับรถให้เลี้ยวรถกลับตามคำสั่งของเจ้านายทันทีกว่าที่มาร์คจะมาถึงโรงพยาบาล ก็เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว เขาเปิดประตูห้องพักฟื้นของริคโค่เข้าไป ฟิลล์นั่งรออยู่นอกห้องอย่างรู้หน้าที่ พยาบาลที่เฝ้าริคโค่อยู่ลุกขึ้นและบอกว่าอย่าอยู่นานเพราะเลยเวลาเยี่ยมแล้ว และขอตัวออกไป
มาร์คเดินมาที่ข้างเตียงยืนมองริคโค่อย่างเงียบกริบ สีหน้าของชายหนุ่มดูดีขึ้นมากแล้ว แต่ร่องรอยความเครียดยังคงอยู่ เพราะชายหนุ่มขมวดคิ้วแม้ขณะหลับ นี่แสดงว่าสิ่งที่หมอบอกเขาเป็นความจริง มีเรื่องที่กวนใจของริคโค่อยู่และมาร์คก็รู้ดีทีเดียวว่ามันคือเรื่องอะไร
ทันใดนั้นริคโค่ก็ส่ายหน้าไปมา สองมือยื่นออกมาข้างหน้าเหมือนกับจะไขว่คว้าอะไรซักอย่าง แล้วละเมอออกมาเหมือนกับกำลังฝันร้าย
ไม่!!! ไม่!!! อย่านะมิค!!! อย่าทำร้ายเขา!!! ได้โปรด เขาร้องเสียงอ้อนวอน เหงื่อแตกเต็มหน้าผาก
มาร์คไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารีบคว้ามือทั้งสองของชายหนุ่มมากุมเอาไว้ ริคโค่จับมือเขาไว้แน่น
ไม่!!!
ริคโค่ตะโกนทั้งที่ยังหลับ น้ำตาไหลพรากออกมาไม่ขาดสาย ไม่!!! มาร์ค!!! ลืมตาสิ ได้โปรด พูดกับผมสิ มาร์ค!!!
ริคโค่!!! มาร์คพยายามเรียกชายหนุ่ม นี่ริคโค่ฝันร้ายว่าเขาถูกพี่ชายตัวเองทำร้ายงั้นเหรอไม่นะ อย่าจากผมไป มาร์ค!!!!
ริคโค่ร้องเรียกชื่อเขาเสียงดัง แล้วลืมตาขึ้นในทันใดริคโค่คงตกใจไม่น้อยที่ลืมตามาเห็นเขากำลังก้มมองอยู่ เพราะชายหนุ่มเบิกตากว้างขึ้น แล้วลุกพรวดขึ้นมากอดเขาไว้อย่างแรง ปากก็พึมพำเรียกชื่อเขาไม่หยุด เขาตกใจแต่ก็กอดตอบพลางลูบศีรษะลูบหลังชายหนุ่มอย่างปลอบประโลม
คุณไม่เป็นอะไร ไม่บาดเจ็บใช่มั้ยครับ ผมแค่ฝันไปเท่านั้นใช่มั้ย ริคโค่ถามเสียงสั่นๆ
ใช่แล้วริคโค่ คุณฝันร้ายไปเท่านั้น ผมยังอยู่นี่ สบายดีไม่บาดเจ็บแม้แต่น้อย มาร์คพูดอย่างอ่อนโยน ได้ยินเสียงถอนใจอย่างโล่งอกดังมาจากปากของชายหนุ่ม ริคโค่ค่อยๆผละออกช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ดวงตาสีทองเป็นประกายแวววาวด้วยน้ำตาดูงุนงงสับสนและเลื่อนลอยนิดๆ
ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่ นี่ผมยังคงฝันอยู่ใช่มั้ย ผมยังฝันอยู่แน่ๆ คุณ คุณไม่มีทางจะมาอยู่ที่นี่ได้ในความเป็นจริง ริคโค่เอ่ยเสียงเครือจากการร้องไห้ สบตามาร์คอย่างสับสน
ริคโค่คงยังสะลึมสะลืออยู่จากฤทธิ์ของยานอนหลับที่หมอให้ มาร์คคิดในใจ เขารู้สึกแปลกใจกับคำพูดของชายหนุ่มมาก ใช่แล้วริคโค่ เขาเช็ดน้ำตาให้ชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล นี่เป็นความฝัน เพราะฉะนั้นบอกผมสิ ว่าทำไมผมถึงมาที่นี่ไม่ได้
ก็ผมเป็นน้องชายของคนที่มุ่งร้ายกับคุณ คุณย่อมต้องเห็นผมเป็นศัตรูอยู่แล้ว
งั้นเหรอ แต่สำหรับผมน้องกับพี่มันเป็นคนละคน ไม่เกี่ยวข้องกัน
อย่าพูดอย่างนั้นเลยครับ อย่าทำให้ผมดีใจมากไปกว่านี้เลย ริคโค่พูดด้วยน้ำเสียงแสนเศร้า
ทำไมล่ะริคโค่ มาร์คถามอย่างอ่อนโยน
ริคโค่ส่ายหน้าพร้อมกับทำหน้านิ่ว ยกมือขึ้นกุมศีรษะ
มาร์ครีบผ่อนร่างชายหนุ่มให้นอนลง ดึงผ้ามาห่มให้ยกมือลูบศีรษะชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา อย่าคิดอะไรอีกเลยนะ คุณต้องพักผ่อนมากๆ เข้าใจมั้ย
ริคโค่มองมาร์คด้วยแววตาเศร้าๆ คุณจะไปแล้วใช่มั้ยครับ
มาร์คสบตาสีทองแสนสวยของชายหนุ่มชายหนุ่ม อีกครั้งที่เขาพ่ายแพ้ใจตัวเอง ไม่หรอก ผมจะอยู่ข้างๆคุณจนกว่าคุณจะหลับ เขานั่งลงข้างเตียงกุมมือของริคโค่ไว้เป็นการยืนยัน
น้ำตาที่ริคโค่กลั้นเอาไว้ไหลออกมาช้าๆ ถ้านี่เป็นความฝันก็เรียกได้ว่าเป็นฝันที่ดีที่สุดของเขาเลยทีเดียว เขากำมือของมาร์คไว้แน่น ถ้านี่เป็นความฝัน ผมก็ไม่อยากตื่นขึ้นอีกเลย คุณจะได้อยู่ตรงนี้ตลอดไป และมิคาเอลก็จะไม่มีวันแตะต้องคุณได้อีก เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อห้ามน้ำตา ผมไม่อยากให้ ให้มีวันพรุ่งนี้ เพราะเมื่อผมตื่นขึ้น เขาพูดขาดห้วงเพราะยานอนหลับกำลังจะออกฤทธิ์อีกครั้ง แล้วพบกับ ความจริงว่า ผมจะต้อง ไม่ พบ คุ คุณอีก ผม .มาร์ค . ภาพของมาร์คเลือนลางท่ามกลางสติที่กำลังดับวูบลง ผม ..ไม่ ..อยาก .ผม .ระ ความมืดมิดครอบคลุมริคโค่ดึงเขาสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
แรงที่กระชับมือเขาจนแน่นคลายออกเล็กน้อยเมื่อเจ้าของมือหลับไปทั้งที่ยังพูดไม่จบ คำพูดของริคโค่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา เขาได้คำตอบของคำถามที่รบกวนใจเขาตั้งแต่ที่อิซาเบลพูดขึ้น
ชั้นแน่ใจว่าเขาทำไปก็เพื่อปกป้อง แต่จะปกป้องใครนั้น คุณคงต้องหาคำตอบเองนะคะแม้ว่าการกระทำของริคโค่จะดูเหมือนปกป้องมิคาเอล แต่ถ้าคิดให้ดีๆอีกทีการที่ชายหนุ่มส่งมิคาเอลไปให้ห่างไกลจากเขา มันก็เท่ากับเป็นการป้องกันไม่ให้มิคาเอลได้ดำเนินการใดๆเป็นการมุ่งร้ายเขาอีก การส่งพี่ชายไปอยู่กับลุงของชายหนุ่มก็เท่ากับเป็นการตัดแขนตัดขาของมิคาเอลไปโดยปริยาย
มิคาเอลก็จะไม่มีวันแตะต้องคุณได้อีกเขาได้มาแล้ว คำตอบของคำถามนั้น ริคโค่กำลังปกป้องเขาต่างหาก
มาร์คมองกลับไปที่ใบหน้าของชายหนุ่ม แล้วที่ริคโค่พูดว่า ต้องไม่พบเขาอีกล่ะมันหมายความว่ายังไง และยังมีคำพูดสุดท้ายที่ชายหนุ่มพูดไม่จบแต่หลับไปเสียก่อน มันคืออะไร
ลมหายใจสม่ำเสมอของริคโค่บอกเขาว่าชายหนุ่มหลับสนิทไปแล้ว ใบหน้าก็ดูผ่อนคลายกว่าตอนแรกที่เขาเห็นมาก มาร์คลุกขึ้นดึงมือออกจากมือของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล ลูบไล้แก้มเนียนอีกครั้ง
ฝันดีนะริคโค่ เขาพูดเบาๆแล้วเดินออกไปจากห้องพักฟื้นอย่างเงียบกริบ
เช้าวันรุ่งขึ้น ริคโค่ตื่นขึ้นด้วยความสบายใจอย่างประหลาด นึกทบทวนถึงความฝันเมื่อคืนที่เขายังจดจำได้ดีถึงไออุ่นของมือใหญ่ที่กุมมือเขาไว้อย่างแน่นหนา เขายกมือตัวเองขึ้นมองอย่างนึกแปลกใจว่า ความฝันเมื่อคืนช่างดูเป็นจริงเป็นจังอย่างน่าแปลก หรือว่าจะเป็นเพราะยานอนหลับที่คุณหมอให้ เขาถึงได้คิดไปเองว่ามาร์คมาหาเขาจริงๆ
พยาบาลที่เฝ้าไข้เขาเมื่อคืนเดินเข้ามาพร้อมกับแจกันดอกกุหลาบสีขาวสวยที่สุดที่เขาเคยเห็น เธอยิ้มให้วางแจกันที่โต๊ะข้างเตียง ตื่นนานรึยังคะคุณดาซิลวา เธอทักทายอย่างสดใส
เมื่อครู่นี้เองครับ ริคโค่มองแจกันอย่างสงสัย ของผมเหรอครับ
ใช่ค่ะ คนส่งดอกไม้เพิ่งเอามาให้เดี๋ยวนี้เอง เธอตอบ เช้านี้คุณดูสดใสมากเลยนะคะ ดีมากค่ะที่ทำตามที่คุณหมอบอก
ริคโค่ยิ้ม ขอบคุณครับ อาจเป็นเพราะว่าผมฝันดีเมื่อคืนก็ได้ หวังว่าผมคงไม่ละเมออะไรแปลกๆออกมานะครับ
ก็ไม่นี่คะ มีกระสับกระส่ายบ้างตอนช่วงหัวค่ำ แต่หลังจากเพื่อนของคุณมาเยี่ยมแล้วกลับไป คุณก็หลับสนิทดีมากเลยค่ะ
เพื่อน!!! ใครเหรอครับ ผมไม่... เขาเบิกตากว้าง นี่เมื่อคืนเขาไม่ได้ฝันหรอกเหรอ
ก็คนที่หล่อมากๆ ตัวสูงๆ ตาสีเขียวสวยไงคะ เธอบอกยิ้มๆ เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวดิชั้นจะเข้ามาดูคุณใหม่นะคะ เธอบอกแล้วเดินออกไป ทิ้งริคโค่ไว้ในความสับสนเพียงลำพัง
เมื่อคืนเขาไม่ได้ฝัน มาร์คมาอยู่ที่นี่กับเขาจริงๆ แล้วนี่เขาพูดอะไรออกไปบ้าง แย่จริงที่ฤทธิ์ของยานอนหลับทำให้เขาจำคำพูดตัวเองไม่ได้เลย จำได้ก็แค่เพียงความรู้สึกอบอุ่นตอนที่มาร์คกุมมือเขาไว้เท่านั้น
ริคโค่เหลือบมองที่แจกันกุหลาบอีกครั้ง ขยับเข้าไปใกล้แล้วก้มหน้าลงสูดกลิ่นหอมหวานของดอกกุหลาบขาวเข้าปอด เขาไม่เคยบอกใครเลยว่าเขาชอบกุหลาบขาวที่สุด ทันใดนั้นเขาก็เห็นการ์ดใบเล็กๆที่ซ่อนอยู่ในช่อกุหลาบ เขาดึงออกมาพลิกดู ลายมือหนักแน่นสวยงามเขียนไว้สั้นๆห้วนๆว่า
หวังว่าคุณจะหายในเร็ววัน แล้วลงชื่อด้านล่างว่า มาร์คริคโค่ยกมือขึ้นปิดปากเพราะกลัวว่าตัวเองจะหลุดปากร้องออกมา เขาต้องพูดอะไรแน่ๆเมื่อคืนนี้ เพราะเขาจำได้ว่าไม่เคยเรียกชายหนุ่มว่า มาร์ค ต่อหน้าเขามาก่อน บ้าจัง!!!! ริคโค่คิด ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับไฟ แล้วนี่เขาพูดอะไรออกไปบ้างนะ ทำไมเขาต้องจำไม่ได้ด้วย ให้ตายเถอะ!!!
อาริคฮะ!!!
เสียงเปรโดดังมาตั้งแต่ประตูเปิด เจ้าตัววิ่งปราดมาถึงข้างเตียงริคโค่อย่างรวดเร็วเปรโด!!! มาได้ยังไงเนี่ย อรุณสวัสดิ์ครับพี่อิซซี่ ริคโค่ทักอย่างยินดี
เปรโดปีนขึ้นเก้าอี้แล้วนั่งลงบนเตียง ริคโค่รวบตัวหลานชายมากอดอย่างคิดถึง ซนรึเปล่าเรา
เด็กน้อยส่ายหน้าดิกๆ
อาริคหายแล้วใช่มั้ยฮะ ผมคิดถึงอาริคจะแย่ รีบกลับบ้านเรานะฮะ เขาส่งเสียงออดอ้อนผู้เป็นอาริคโค่กับอิซาเบลหัวเราะในความน่ารักน่าเอ็นดูของเปรโด จ้ะ อาจะรีบกลับนะ
แล้วทำไมอาริคหน้าแดงแบบนั้นล่ะฮะ เปรโดเอาสองมือจับแก้มริคโค่แล้วดึงใบหน้าของชายหนุ่มลงมาจนหน้าผากชนกัน อืม ไม่มีไข้ซักหน่อย เขาบอกด้วยท่าทางของผู้รู้
ลูกจ๋า อย่าไปกวนอาริคแบบนั้นสิ อิซาเบลรีบปรามลูกชายช่างสังเกตและช่างพูดของเธอ
ไม่เป็นไรครับ ริคโค่บอกกับอิซาเบล แล้วคุณหมอเปรโดคิดว่าอาเป็นอะไรเอ่ย
อืม จากการวิเคราะห์ของผม เขาทำท่าราวกับเป็นหมอจริงๆ อาริคต้องเป็นโรคคิดถึงบ้านแน่เลย
ริคโค่หัวเราะ จริงครับ คุณหมอพูดถูก ลูบหัวหลานชายอย่างเอ็นดู ฮวนกับพาโบลล่ะครับ เขาเงยหน้าขึ้นถามพี่สะใภ้
แวะเข้าออฟฟิตก่อน แล้วจะตามมา คุณหมอว่ายังไงบ้างล่ะ
คุณหมออยากให้พักผ่อนอีกซักหน่อยน่ะครับ แต่ผมว่าจะขอกลับบ้านเลยดีกว่า ผมก็ไม่เป็นอะไรมากแล้วจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากด้วยน่ะครับ
เรื่องนั้นน่ะไม่ต้องห่วงเลย คุณแมคนีลเขาเป็นเจ้าของไข้จ้ะ อิซาเบลบอกยิ้มๆ
ไม่ได้นะครับ ริคโค่บอกเสียงดัง
อย่าไปขัดเขาเลย เธอสู้ไม่ชนะหรอก เขาแค่อยากรับผิดชอบที่ทำให้เธอต้องไม่สบาย
ไม่ใช่ความผิดของเขาซักหน่อย ริคโค่บ่นอุบอิบ
งั้นพี่กับเปรโดอยู่รอแล้วกัน เผื่อว่าคุณหมอจะอนุญาตให้เธอกลับบ้านได้ เราจะได้ไปพร้อมกัน
ครับ ริคโค่รับคำ ผมจะได้กลับบ้านซักที แม้มันจะไม่มีความรู้สึกว่าเป็นบ้านเลยก็ตาม
ริคโค่ยังไม่ได้กับบ้านในวันนั้น เพราะคุณหมอเกรงว่าอาการปวดศีรษะรุนแรงจะย้อนกลับมาอีก จึงให้ชายหนุ่มอยู่ต่ออีกหนึ่งคืน แม้ริคโค่จะไม่ค่อยชอบใจนักแต่ก็จำต้องอยู่ ฮวนกับพาโบลมาเยี่ยมเขาในตอนบ่ายพร้อมกับรายงานเรื่องการทำงาน มีแดนนี่กับลิซ่า เลขาของเขาตามมาด้วย ทั้งสองคนอยู่คุยกับเขาซักพักก็กลับไป ส่วนฮวนกับพาโบลเขาเป็นคนบอกเองว่าคืนนี้ไม่ต้องมาเฝ้าเขา เพราะเขาไม่ได้เป็นอะไรมากมาย
ริคโค่ออกไปยืนดูพระอาทิตย์ตกอยู่ตรงระเบียงด้านนอก วิวของแสงไฟจากตึกต่างๆ กับยวดยานบนท้องถนนพอให้เขาทำใจรื่นรมย์กับมันไปได้บ้าง ริคโค่มองเหม่อไปไกลคิดถึงบ้านพักชายทะเลที่ซีแอตเติ้ลของตัวเองที่คุณลุงซื้อให้ตอนวันเกิดครบรอบยี่สิบเอ็ดปี นอกจากเขา คุณลุงและฮวนแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องบ้านพักหลังนี้แม้แต่มิคาเอล มันเป็นที่พักใจเพียงแห่งเดียวของเขายามที่เขาต้องการอยู่เงียบๆ คนเดียวไม่อยากให้ใครรบกวน เขาไม่ได้ไปที่นั่นหลายปีแล้วแต่ก็จ้างหญิงม่ายชาวสเปนที่ลุงของเขาช่วยเหลือไว้ ให้คอยดูแลบ้านให้ ซึ่งเธอก็ทำงานได้ดีมาก หลังจากเรื่องทั้งหมดนี่จบลงเขาคงจะไปพักที่นี่ซักสองสามอาทิตย์เพื่อพักสมองจากเรื่องวุ่นวายที่รุมเร้าอยู่ในตอนนี้
ออกมายืนตากลม...เดี๋ยวก็ไข้กลับหรอก เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลัง เสียงที่ไม่ว่าจะได้ยินกี่ครั้งเขาก็ยังจำได้ดีและทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะทุกครั้งไป
คุณแมคนีล!!!
ริคโค่ซ่อนความแปลกใจไว้ไม่มิดมาร์คถอดเสื้อสูทของตัวเองแล้วคลุมลงที่ไหล่บอบบาง คลุมไว้ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีก เขาพูดเสียงดุ แล้วคุณออกมายืนทำอะไรที่นี่
ดูพระอาทิตย์ตกน่ะครับ ริคโค่แก้มแดงเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขากระชับเสื้อของชายหนุ่มแน่นเข้า ได้กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นไม้จันทร์โชยมาจากเสื้อสูท เขาเผลอสูดหายใจลึกๆหลายที นี่คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งของชายหนุ่มที่เขาคงไม่อาจลืมได้
ดูอยู่ข้างในก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องออกมา มาร์คคลายเนคไทให้หลวมและปลดกระดุมเม็ดบนออก
ผมอยากรู้สึกถึงความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ด้วยน่ะครับมาร์คยิ้มมุมปากกับคำตอบของชายหนุ่ม โรแมนติกเกินคาดแฮะ เขาคิดในใจ ตอนนี้อาทิตย์ก็ตกไปแล้ว คุณเลยอยู่ดูดาวต่อหรือไง เขาถามยิ้มๆ
ริคโค่สะดุดรอยยิ้มของชายหนุ่มอย่างจัง แล้วนี่พวกเขามายืนคุยเรื่องแบบนี้กันได้ยังไงนะ ทั้งๆ ที่เขาไม่สมควรเลยที่จะพูดคุยกับชายหนุ่มได้อย่างสบายใจอย่างนี้ เขาหันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเห็นแววตาที่สับสนของเขา
มาร์คมองดูริคโค่ท่ามกลางแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ ยิ่งมีสูทตัวใหญ่ของเขาคลุมอยู่แบบนี้ ยิ่งทำให้ชายหนุ่มดูบอบบางมากขึ้นไปอีก
อยากกลับเข้าข้างในหรือยังครับ เขาเอ่ยถาม
ครับ ริคโค่ตอบเบาๆ โดยไม่หันมา ก่อนจะเดินเลี่ยงๆ ผ่านหน้ามาร์คเข้าไปข้างในโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาชายหนุ่มแม้แต่นิดเดียว
มาร์คปิดประตูระเบียงตามหลังชายหนุ่ม เขาไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปโดยฉับพลันของริคโค่เลย เขารู้ว่าชายหนุ่มคงจะลืมไปชั่วขณะว่าพวกเขาอยู่ในฐานะอะไรต่อกัน การพูดคุยสบายๆเมื่อครู่ทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกัน ริคโค่ยืนอยู่ข้างน้ำพุในสวนของโรงแรมเมื่อคืนนั้น พวกเขาพูดคุยกันอย่างสบายๆจนกระทั่งพี่ชายตัวยุ่งของชายหนุ่มโผล่เข้ามา
ริคโค่เดินมานั่งลงที่เตียงคนไข้ พร้อมกับเหลือบตาดูชายหนุ่ม เขากำลังใช้ความเงียบเป็นเกราะกำบังความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง เพราะคำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาในสมอง เขาคงไม่กล้าถามออกไปแน่ๆ สายตาเขามองกลับไปแจกันกุหลาบขาวที่ชายหนุ่มส่งมาให้แวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
ขอบคุณนะครับสำหรับดอกไม้เยี่ยม ริคโค่สบตาชายหนุ่ม อ่านสายตาที่มองมาไม่ออกตามเคย
ผมน่าจะส่งมาเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่มัวแต่วุ่นเรื่องพี่ชายคุณ เขาเสริมในใจ ชอบมั้ยครับ
ครับ ริคโค่ตอบสั้นๆ แอบหันกลับไปยิ้มให้แจกันกุหลาบแวบหนึ่ง
มันเหมาะกับคุณ มาร์คเอ่ย ซ่อนความยินดีไว้ภายใน
ริคโค่แก้มร้อนซู่ หันกลับมาสบตาชายหนุ่มให้แน่ใจว่าได้ยินไม่ผิด ใบหน้าเฉยๆ ของมาร์คไม่ได้บอกอะไรกับเขาเลยถึงความหมายของคำพูดของชายหนุ่ม เขาจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง
แล้วเรื่องที่คุณเป็นเจ้าของไข้ของผม...เอ่อ...ความจริงแล้วคุณไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้นะครับ ที่ผมไม่สบายก็เพราะความดื้อรั้นของผมเอง มันไม่...
ผมเองก็เป็นสาเหตุให้คุณต้องไม่สบายเหมือนกัน รู้สึกว่าจะเป็นสาเหตุใหญ่เสียด้วย มาร์คขัดขึ้น หรือว่าคุณไม่อยากรับน้ำใจจากผม
พี่อิซซี่พูดไว้ไม่ผิดเลย มาร์คเล่นพูดด้วยท่าทางจริงจังแบบนี้ ใครล่ะจะกล้าปฏิเสธ
ไม่ใช่ครับ...เอ่อ...ผมขอบคุณมากนะครับ ริคโค่ถอนใจอย่างยอมจำนน
มาร์คยิ้มนิดๆ เห็นคุณหมอบอกว่าคุณขอออกจากโรงพยาบาลพรุ่งนี้
ครับ ผมสบายดีแล้ว อีกอย่างผมก็ห่วงงานที่บริษัทด้วย
ก็น่าห่วงอยู่หรอก มาร์คพึมพำ ถ้างั้นพรุ่งนี้ผมจะให้รถไปส่งคุณที่บ้านนะ
หา!!!
ริคโค่ร้องออกมาอย่างลืมตัว ไม่ต้องหรอกครับ ผมกลับเองได้อย่าปฏิเสธให้ยากเลยริคโค่ มาร์คพูดเสียงเด็ดขาด
เผด็จการจัง ริคโค่บ่นพึมพำ ทำท่าจะเถียงชายหนุ่ม
อย่างที่คุณพูดนั่นแหละ ผมเป็นจอมเผด็จการ เพราะฉะนั้นทำตามที่ผมบอกคุณซะ ไม่อย่างนั้นคุณไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลแน่ๆ
..... ริคโค่อึ้งจนพูดไม่ออก น้ำเสียงกับแววตาของมาร์คบอกเขาว่าชายหนุ่มหมายความตามนั้นทุกประการ พาให้สมองของเขาสับสนกับท่าทีของมาร์คมากขึ้นไปอีก นี่ชายหนุ่มจะมาไม้ไหนกับเขากันแน่ มันมีอะไรแอบแฝงอยู่รึเปล่า
แต่เอาเถอะ!! อย่างน้อยมาร์คก็ไม่ได้มาซักหน่อย แต่ยังไงเขาก็ไม่เต็มใจอยู่ดี
ขอบคุณมากครับ คุณแมคนีล ริคโค่กัดฟันพูด ย่นหัวคิ้วอย่างไม่ชอบใจ
มาร์ค ชายหนุ่มพูด เรียกผมว่ามาร์คเถอะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนี่ จะมาเรียกกันอย่างห่างเหินทำไม แล้วเขาก็เลิกคิ้วอย่างรอคอย
ริคโค่รู้สึกแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง เขาทั้งเขินทั้งไม่เข้าใจชายหนุ่มเอาเสียเลย
ขอบคุณครับ...มาร์ค เขาหลบตาคมเข้มที่จ้องมาอย่างเขินๆ
มาร์คกลั้นยิ้ม มองแก้มแดงๆ ของริคโค่อย่างชอบใจ เดินเข้ามาใกล้ๆ ชายหนุ่ม ถ้างั้นก็เป็นอันตกลง ผมขอตัวกลับก่อนนะ คุณจะได้พักผ่อน
เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าริคโค่ ยิ่งเห็นว่าชายหนุ่มเขินเขาก็ยิ่งอยากแกล้ง ความจริงเขาจะให้ริคโค่ถอดสูทของเขาส่งคืนมาก็ได้แต่เขาก็ไม่ทำ เขากลับใช้สองมือยกสูทออกจากไหล่ของชายหนุ่มเสียเอง ริคโค่ตัวแข็งไปชั่วครู่เพราะมันเหมือนว่าเขาเกือบจะตกอยู่ในอ้อมกอดของมาร์ค แค่เกือบเท่านั้น มาร์คค่อยๆ อ้อยอิ่งให้ร่างกายของทั้งคู่ใกล้ชิดกันก่อนจะยกแขนข้างหนึ่งข้ามศีรษะของริคโค่มา
ริคโค่เพิ่งเริ่มหายใจเมื่อชายหนุ่มถอยห่างออกไป ความตะหนกที่ชั่วขณะเหมือนเขาอยู่ในอ้อมกอดของมาร์คทำเอาเขาลืมหายใจไปชั่วครู่ แก้มของเขาร้อนผ่าวราวกับยืนอยู่หน้ากองไฟกองใหญ่ ไม่กล้า
แม้แต่จะเงยหน้าสบตากับชายหนุ่ม
มาร์คยิ้มสมใจ พาดสูทไว้ที่แขนข้างหนึ่ง ราตรีสวัสดิ์นะริคโค่ เขาเอ่ย
ระ ราตรีสวัสดิ์ครับ ริคโค่เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
มาร์คเดินไปเปิดประตูออกแล้วหยุดยืนรอเหมือนรู้ว่าริคโค่ต้องเงยหน้ามามองเขาแน่ๆ แล้วริคโค่ก็เงยหน้าขึ้นมาจริงๆ
พักผ่อนมากๆ นะ มาร์คสบตาสีทองแสนสวยของชายหนุ่ม กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะปิดประตูห้องลง ทิ้งให้ริคโค่นั่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกด้วยความเขินอยู่คนเดียว
คนของนายพร้อมมั้ยอเล็กซ์ มาร์คถามเสียงขรึม ขณะที่กำลังนั่งรถกลับบ้าน
พร้อมครับ เอล็กซ์ซึ่งนั่งข้างๆเจ้านายที่ตอนหลังตอบ
ดี พรุ่งนี้ชั้นจะดึงอิซาเบลกับริคโค่ไว้ที่ห้องรับแขก คนของนายลงมือได้เร็วแค่ไหนสิบนาทีไม่เกินสิบห้าครับ ผมทำแผนที่โดยละเอียดไว้แล้วจากการลอบเข้าไปครั้งก่อน
พอชั้นให้สัญญาณ นายก็ลงมือได้เลย
ครับเจ้านาย อเล็กซ์ลอบมองชายหนุ่มอย่างไม่สบายใจ เจ้านายของเขาไม่เคยมีท่าทีเหมือนลังเลใจแบบนี้มาก่อน ไม่เหมือนกับทุกทีที่มาร์คจะทำอย่างเด็ดขาด แน่วแน่ หรือจะเป็นเพราะริคโค่
ชั้นแค่ไม่อยากทำร้ายคนดีๆ ก็แค่นั้น มาร์คพูดขึ้นเมื่อเห็นสายตาของอเล็กซ์ เขารู้ดีว่าทั้งอเล็กซ์และฟิลล์ต่างก็สงสัยกับท่าทีของเขา โดยเฉพาะคนตรงอย่างริคโค่ เขาคงเสียใจถ้ารู้ว่าชั้นหลอกใช้เขา
ไม่ใช่หลอกใช้นะครับ เสียงฟิลล์เอ่ยขึ้นบ้าง เขาหันกลับมาสบตากับเจ้านาย อย่างน้อยคุณก็เป็นห่วงและหวังดีกับเขาจริงๆ เรื่องอื่นมันเป็นแค่ผลพลอยได้เท่านั้น
อย่าช่วยแก้ตัวแทนชั้นเลยน่า มาร์คพูดยิ้มๆ ยังไงก็ตามเขาก็ต้องเสียใจอยู่ดี แต่ถึงไม่อยากทำชั้นก็จำเป็นต้องทำ
ฟิลล์กับอเล็กซ์มองหน้ากันแล้วยักไหล่ ก็มาร์คพูดเองแบบนี้ แล้วใครจะไปกล้าเถียง
เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดนิ่งสนิทที่คฤหาสน์หรูของชายหนุ่ม เขาลงจากรถแล้วกลับขึ้นไปพักผ่อน ส่วนฟิลล์กับอเล็กซ์ก็กลับบ้านของตัวเองตามปรกติ
ไปค้างบ้านนายได้เปล่า อเล็กซ์ถามขึ้นด้วยเสียงออดอ้อน
ทำไมล่ะ ไม่อยากขับรถหรือไง ฟิลล์แกล้งถาม
ก็ทำนองนั้น น่านะ เสื้อผ้าชั้นที่บ้านนายก็มีตั้งหลายตัว เขาอ้อนอีก
ฟิลล์หัวเราะอย่างขำๆที่เห็นผู้ชายตัวโตๆมาทำอ้อนเขาเป็นเด็กๆ จะไปก็รีบขึ้นรถสิ
อเล็กซ์ยิ้มอย่างยินดี รีบเปิดประตูข้างคนขับขึ้นไปนั่งเรียบร้อย ฟิลล์ส่ายหน้านิดๆ ก่อนจะก้าวขึ้นรถ ตกลงว่าพรุ่งนี้มีชั้น นายแล้วก็คนของนายอีกคนใช่มั้ย เขาถามขณะเลื่อนรถออกจากบ้านของเจ้านาย
ใช่ ลูกน้องชั้นจะขับรถแทนคนขับรถเอง นายสแตนบายอยู่ข้างนอก ชั้นกับลูกน้องจะเข้าไปติดกล้องกับเครื่องดักฟังเอง
ถึงจะไม่อันตรายแต่ยังไงก็ระวังหน่อยนะ อย่าคิดว่ามันเป็นงานง่ายๆแล้วประมาทล่ะ ฟิลล์เอ่ยเตือน
คร๊าบผม อเล็กซ์ทำท่าตะเบ๊ะ ทำให้ฟิลล์หัวเราะออกมา
แล้วขานายเป็นไงมั่ง
ไม่เจ็บเลยคงเพราะอากาศไม่เย็นเท่าไหร่ แล้วชั้นก็ไม่ได้ทำงานหนักด้วย อเล็กซ์ยิ้มกว้าง ดีใจที่ฟิลล์เป็นห่วงเขา
งั้นก็ดีแล้ว ยังไงวันนี้นายก็แช่น้ำอุ่นซักหน่อยแล้วกัน กันไว้ก่อน ฟิลล์บอก เลี้ยวรถเข้าสู่ลานจอดรถที่อพาร์ตเมนท์ของเขา
เอางั้นก็ได้
ทั้งสองคนลงจากรถแล้วขึ้นลิฟท์ไปยังอพาร์ตเมนท์ของฟิลล์ เขาเสียบการ์ดเปิดประตูเดินเข้าไป อเล็กซ์เดินตามเข้ามา แล้วสวมกอดฟิลล์จากด้านหลัง
อเล็กซ์!!! ฟิลล์ร้องอย่างตกใจที่ถูกจู่โจมแบบไม่รู้ตัว รู้สึกว่าความร้อนพุ่งขึ้นไปที่สองแก้มแป๊บเดียวน่า ชั้นอยากทำอย่างนี้ตลอดทั้งวันเลย ความจริงอยากทำมาตั้งนานแสนนาน จนจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อไหร่ นะฟิลล์นะ เขาส่งเสียงอ้อนสุดชีวิต
ฟิลล์ยิ้ม ยืนนิ่งๆให้อเล็กซ์กอดอยู่แบบนั้น รู้สึกทั้งอบอุ่นและผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
อเล็กซ์สูดดมกลิ่นแชมพูหอมๆจากเรือนผม ผสมกับกลิ่นผิวกายของชายหนุ่มจากหลังต้นคอ ค่อยๆซุกไซร้จมูกไปที่หลังใบหู เรื่อยลงสู่ด้านข้างลำคอ พอฟิลล์หันหน้ามาเขาก็เกือบจะกดจูบที่ริมฝีปากอิ่มยั่วใจอยู่แล้ว แต่ก็ห้ามใจตัวเองไว้ได้ทัน เลยเสไปจุมพิตที่หน้าผากของชายหนุ่มแทน ก่อนจะค่อยๆคลายวงแขนปล่อยฟิลล์เป็นอิสระอย่างไม่เต็มใจ
ฟิลล์หมุนตัวกลับมามองเขาอย่างพิศวง มองแบบนี้เดี๋ยวพ่อก็ปล้ำซะหรอก!!! อเล็กซ์คิดอย่างฉุนนิดๆ ที่ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนไม่เชื่อว่าเขาจะยุติการกระทำไปเฉยๆ
ชั้นไม่ใช่ผู้ร้ายบ้ากามนะเฟ้ย!!! ก็ชั้นบอกแล้วว่าชอบนาย ไม่ใช่ชอบแต่ร่างกายของนาย หัดสนใจที่คนอื่นพูดบ้างสิ อเล็กซ์บ่นฉุนๆ
ฟิลล์กลั้นหัวเราะเต็มที่ มันก็จริงอยู่หรอกที่เขาแปลกใจ ก็นิสัยอเล็กซ์น่ะเวลาทำอะไรต้องทำให้สำเร็จให้ได้ ไอ้จะเลิกล้มกลางครันไม่มีทาง เขาเป็นคู่หูทำไมจะไม่รู้ แต่ มันก็น่ารักดีแฮะ สงสัยอเล็กซ์จะเป็นแบบนี้กับเขาคนเดียวซะล่ะมั้ง
นายคิดจะหยุดแค่นี้น่ะเหรอ ฟิลล์แกล้งถามเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
อ้าว!!! ถามแบบนี้เดี๋ยวเถอะ คิดจะแหย่เสือหลับหรือไงฟะ แน่ใจนะที่ถามแบบนี้ อเล็กซ์แกล้งทำท่าจริงจังขึ้นมาบ้าง ถ้าเกิดชั้นรุกนายจนถึงที่สุดขึ้นมา ห้ามมาบ่นทีหลังนะ
รุก!!! ถึงที่สุด!!! อเล็กซ์จะเอาจริงรึเปล่านะเนี่ย ไม่น่าเลยแฮะเรา จนคำพูดตัวเองจนได้ ขอโทษ ฟิลล์พูดเบาๆ หน้าแดงก่ำ
ขอโทษทำไมเล่า เฮ้อ!! เอาเถอะยังไงมันก็คงจะมีวันนั้นเข้าซักวันแหละ แต่ตอนนี้ มันยังไม่ถึงเวลานั้นหรอก ชั้นไม่ได้แค่อยากมีอะไรกับนายแล้วก็จบ ที่ชั้นต้องการน่ะคือความผูกพันของเราต่างหาก ชั้นจริงจังกับเรื่องของนายมากนะรู้มั้ยฟิลล์
ฟิลล์สบตาเขา เสียใจนิดๆ ที่แกล้งแหย่ชายหนุ่ม เขาไม่รู้จะพูดอะไรดีเลยพยักหน้าแทน
อเล็กซ์ขยี้หัวชายหนุ่มอย่างเอ็นดู ขนาดเคยมีเมียมีลูกแล้วนะ เจ้าฟิลล์ไหงถึงได้ไร้เดียงสาปานนี้เนี่ย แต่ก็นั่นแหละมันก็เป็นส่วนที่ทำให้เขารักชายหนุ่มนี่นา
นายไปอาบน้ำเถอะเดี๋ยวชั้นจะได้อาบบ้าง แล้วจะได้รีบพักผ่อน พรุ่งนี้เรามีงานหนักรออยู่
ก็ได้ เดี๋ยวชั้นอาบเสร็จจะรองน้ำอุ่นไว้ให้นะ ฟิลล์บอกแล้วเดินไปที่ห้องนอน
ขอบใจ เดี๋ยวชั้นปูที่นอนเองนะ อเล็กซ์ร้องบอก เดินมาที่ครัวเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์กระป๋องมาดื่มดับความร้อนรุ่ม คงพอช่วยได้ล่ะน่า
ไม่ขึ้นมานอนบนเตียงแน่นะ ชั้นลงไปนอนพื้นก็ได้ ฟิลล์ตะโกนถามมาจากในห้องนอน
ไม่ล่ะ แบบเดิมดีแล้ว อเล็กซ์ตะโกนตอบ ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาแล้วเสียงฝักบัวจะดังตามมา
เขาเดินมานั่งที่โซฟา ดื่มเบียร์จนหมดกระป๋อง แล้วนึกภาพแปลนบ้านดาซิลวาในสมอง พร้อมกับวางแผนงานคร่าวๆว่าจะเริ่มจากห้องไหนก่อนดี นึกถึงทางหนีทีไล่จากความทรงจำที่เขาลอบเข้าไปสำรวจเมื่อคืนก่อน ก่อนจะตัดสินใจว่าจะลงมือยังไงถึงจะรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด
ต่อจากนี้ไป ความเคลื่อนไหวของมิคาเอลจะถูกจับตาทุกฝีก้าว เปรียบเหมือนแกะที่อยู่ในกรงเล็บของของราชสีห์ ถ้าคิดตุกติกแม้แต่นิดเดียวมีหวังโดนขย้ำอย่างไม่ปราณีแน่นอน
เขานั่งอยู่นานแค่ไหนไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็เพราะมือเย็นๆของฟิลล์ที่แตะลงที่หลังคอของเขา
คิดอะไรอยู่ ฟิลล์ถาม
อเล็กซ์ยิ้ม วางแผนงานวันพรุ่งนี้ เขาลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอน
ฟิลล์เดินตามมาติดๆ หวังว่าพรุ่งนี้คงไม่มีปัญหานะ เขาพูดแล้วนั่งลงบนเตียง
ก็หวังว่างั้น ที่เราต้องระวังอย่างมากก็คือกอนโดซ่ากับผู้ช่วยนั่นแหละ ถ้าสองคนนี่อยู่ด้วยเราก็คงทำงานได้ยากขึ้น ไม่ก็ต้องล้มแผนไปก่อน อเล็กซ์พูดจบก็หยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
ฟิลล์ล้มตัวลงนอนบนเตียงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างก่อนจะถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ จริงอย่างอเล็กซ์ว่าถ้าสองคนนั่นอยู่ พวกเขาคงทำงานยากแน่ ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้คงไม่มีปัญหายุ่งยากจนเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น แล้วฟิลล์ก็ผล็อยหลับไปพร้อมกับความไม่สบายใจอันนั้น
######################################################