Chapter 8
ริคโค่แต่งตัวและเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว เมื่อตอนที่มาร์คเปิดประตูห้องพักฟื้นเข้าไป ชายหนุ่มตะลึงมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตา เขายิ้มมุมปากแล้วเดินเข้ามาประชิดตัวชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
คุณพร้อมจะกลับบ้านหรือยังครับ มาร์คเอ่ยถามเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่เขามายืนอยู่ตรงนี้
คุ คุณแมคนีล ทำไมคุณถึง ริคโค่แทบจะพูดไม่ออก
ก็ผมบอกแล้วไงว่าจะมารับคุณกลับบ้าน ชายหนุ่มตอบ
คุณบอกว่าจะให้รถมารับผมไปส่งที่บ้านต่างหาก ริคโค่ท้วง
งั้นผมก็คงลืมบอกคุณว่าผมจะไปด้วย มาร์คยิ้มนิดๆ
ริคโค่มองชายหนุ่มตาขุ่น นี่มาร์คมีแผนอะไรหรือเปล่านะ ถึงได้อยากจะไปที่บ้านเขา
เชิญครับ มาร์คเอ่ย ยกกระเป๋าของชายหนุ่มที่อยู่บนเตียงขึ้น ริคโค่ไม่มีทางเลือกจึงเดินนำหน้าเขาออกจากห้องไปด้วยใบหน้าบึ้งตึง อเล็กซ์รับกระเป๋าจากมือของเจ้านายแล้วเดินตามทั้งสองคนไปห่างๆ
ริคโค่นิ่งเงียบตลอดทางที่เดินมาด้วยกัน มาร์คไม่ปล่อยให้ชายหนุ่มคิดมากไป เพราะเกรงว่าอาการปวดหัวของริคโค่จะกำเริบขึ้นมาอีก
คุณกำลังสงสัยอยู่ใช่มั้ยริคโค่ มาร์คหันมาจ้องชายหนุ่ม ว่าทำไมผมถึงไปกับคุณด้วย
ริคโค่หันมาสบตาคนถามแว่บหนึ่งก่อนจะมองตรงไปข้างหน้าตามเดิม คุณก็ทราบดี แล้วจะถามผมทำไมครับ เขาพูดเสียงเรียบ
มาร์คยิ้มมุมปาก รู้จักยียวนคนอื่นเหมือนกันเหรอเนี่ย ผมแค่อยากไปส่งคุณ ก็แค่นั้นเอง
คนอย่างคุณน่ะเหรอครับ อย่าทำให้ผมสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยครับคุณแมคนีล ผมเป็นใครแล้วคุณเป็นใคร ริคโค่พูดเยาะๆ
อเล็กซ์สะดุ้งอยู่ในใจ เห็นท่าทางอ่อนโยนแบบนี้ แต่ริคโค่กลับกล้ายั่วอารมณ์มาร์คด้วย ทั้งที่เขายังไม่เคยเห็นมีใครกล้าทำมาก่อน แม้แต่เขาเองยังไม่เคยคิดเลย
มาร์คนิ่งงันไปเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าริคโค่จะพูดกับเขาแบบนี้ รู้สึกเจ็บปวดอยู่ภายในกับน้ำเสียงเยาะๆ ของชายหนุ่มที่เปรียบเหมือนกับมีดคมๆ ที่กรีดลงไปที่หัวใจของเขา มาร์คมองเมินไปอีกทางพยายามข่มอารมณ์คุกรุ่นของตัวเองลงไป ไม่อย่างนั้นแผนที่เขาวางเอาไว้อาจจะเสียหมด
ทั้งสามคนเดินไปขึ้นรถที่จอดรออยู่หน้าตึกด้วยบรรยากาศเคร่งเครียด คนขับเคลื่อนรถออกไปสู่การจราจรที่ถนนภายนอก ตรงสู่บ้านของริคโค่
ความเงียบที่เกิดขึ้นในรถแฝงไว้ด้วยความกดดันจนทุกคนรู้สึกได้ อารมณ์อันตรายที่แผ่รังสีออกมาจากตัวมาร์ค ทำให้สามคนที่เหลือบนรถ ต่างขยับตัวไปมาอย่างอึดอัด
ริคโค่รู้สึกเสียใจกับความปากกล้าของตัวเอง ที่ไปพูดจาเช่นนั้นกับชายหนุ่ม ทั้งที่เขาเองก็เคยรู้แล้วว่ามาร์คจะมีปฏิกิริยาแบบไหนยามที่มีคนมาพูดกับเขาเช่นนี้ เขาค่อยๆ หันมามองเสี้ยวหน้าเย็นชาที่จดจ้องออกไปนอกหน้าต่างอย่างรู้สึกผิด
คุณแมคนีลครับ เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ
ไม่มีสิ่งใดตอบกลับมานอกจากความเงียบ แววตาเย็นชาเป็นประกายวาบขึ้น ความเจ็บปวดหรือไงนะที่เขามองเห็นแค่ชั่วแว่บนั้น แต่มีผลกับจิตใจของเขาอย่างมหาศาล ทั้งๆ ที่เขาตั้งใจว่าต่อไปนี้เขาจะต้องทำใจ และตัดใจเรื่องของชายหนุ่มแล้ว แต่การจู่โจมแบบไม่คาดฝันด้วยความเย็นชาของมาร์ค ทำให้เกราะที่อ่อนแอของเขาพังทลายลงอีก
มาร์ค ริคโค่เรียกเขาอีกครั้ง
ครั้งนี้มาร์คหันมาสบตาเขาพร้อมกับคิ้วที่เลิกขึ้นข้างหนึ่ง
ผมขอโทษครับ เขาเอ่ยอย่างจริงจัง ผมไม่ควรพูดแบบนั้นเลย ผมเสียใจ
ผมเชื่อว่าคุณเสียใจ มาร์คเอ่ยขึ้นในที่สุด ทำไมล่ะริคโค่ คุณกับผมจะเป็นมิตรกันไม่ได้เลยเหรอ หรือว่าคุณอยากให้เราอยู่ในฐานะของศัตรูกันจริงๆ เขาถามเสียงเรียบ
ไม่ครับ ผมไม่เคยอยากให้เราเป็นอย่างนั้นเลย เขาได้แต่คิดแต่ไม่ได้ตอบออกไป ยังไงเราก็หลีกเลี่ยงสถานะนั้นไม่พ้นหรอกครับ ถ้าคุณยังมาทำดีกับผมแบบนี้ ผมคงลำบากใจ และยากจะตัดใจด้วย เขาพูดต่อในใจคุณลำบากใจที่จะเป็นเพื่อนกับผม ผมก็เข้าใจนะ พี่ชายคุณยืนขวางทางอยู่ทั้งคนนี่ มาร์คแค่นเสียงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงคนที่ไม่อยากพูดถึง แต่ผมจะบอกคุณไว้อย่างนะริคโค่ สำหรับคนอย่างผมแล้วคุณมีค่ามากพอที่จะเป็นเพื่อนของผมได้ ถ้าเพียงแค่คุณต้องการ เขาสบตากับริคโค่อย่างแน่วแน่เมื่อชายหนุ่มหันมามองเขาด้วยดวงตาที่สับสนระคนตกตะลึง แล้วสำหรับคุณล่ะ คนอย่างผมคู่ควรจะเป็นเพื่อนกับคุณหรือเปล่า
คำถามของมาร์คเสียดแทงหัวใจเขาอย่างรุนแรงราวกับถูกบีบ ความเจ็บปวดรุมเร้าจิตใจเขาจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว เขาหันหน้าหนีชายหนุ่มไปอีกทางเพื่อจะซ่อนแววตาเจ็บปวดที่เขาไม่อาจปิดบัง กับน้ำตาที่ไหลออกมา เขายกมือขึ้นเช็ดมันออกก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์
มาร์คมองเห็นทุกอย่างทั้งแววตาเจ็บปวด ทั้งน้ำตาของชายหนุ่ม เขารู้ดีว่าริคโค่เองก็ไม่ได้อยากให้สถานะของพวกเขากลายเป็นแบบนี้ ช่างเถอะริคโค่ ผมคงจะบังคับให้คุณเป็นเพื่อนกับผมไม่ได้ หากคุณไม่ต้องการ ถือว่าผมไม่ได้ถามคุณก็แล้วกัน ผมไม่อยากให้อาการปวดหัวของคุณกำเริบขึ้นมาอีก เขาพูดอย่างห่วงใยชายหนุ่มอย่างแท้จริง คุณพักผ่อนเถอะ จะหลับก็ได้นะ ถึงบ้านของคุณแล้วผมจะปลุก
ริคโค่หับกลับมาสบตาชายหนุ่มอีกครั้ง รู้สึกซาบซึ้งในความห่วงใยและเข้าใจของมาร์คเหลือเกิน และนั่นยิ่งยากสำหรับเขามากขึ้นไปอีกในการตัดใจจากชายหนุ่ม เขาเอียงศีรษะลงซบกับเบาะรถนุ่มๆ ทางด้านหลัง ขอแค่เวลานี้เท่านั้น เวลาแค่สั้นๆ ให้เขาได้จดจำใบหน้าคมสันและดวงตาเย็นชาสีเขียวสวยที่เขาคงไม่มีวันลบออกไปจากใจได้ ขอแค่เวลานี้ที่เขาจะมีชายหนุ่มอยู่ข้างๆ เป็นของเขาแค่คนเดียวเท่านั้น
มาร์คยกมือขึ้นสัมผัสข้างแก้มของชายหนุ่มเบาๆ อย่างอดใจไม่อยู่ แววตาแสนเศร้าของริคโค่ที่ทอดมองเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน หลับซะริค เขาเอ่ยอย่างอ่อนโยน มองชายหนุ่มหลับตาลงอย่างเชื่อฟัง เขาละมือลงมาวางไว้ที่หน้าขาและกำหมัดไว้แน่นด้วยเกรงว่าเขาจะพ่ายแพ้ต่อใจตัวเองอย่างเมื่อครู่อีก เขาเกือบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาไปที่บ้านริคโค่ทำไม เขาสบตากับอเล็กซ์ผ่านกระจกส่องหลัง ชายหนุ่มพยักหน้าให้เพื่อบอกว่าทุกอย่างยังเรียบร้อยดีอยู่
มาร์คพยักหน้ารับรู้ เหลือบมองคนที่หลับอยู่ข้างๆ เขาแว่บหนึ่งก่อนจะเมินมองออกไปนอกหน้าต่างรถ หัวคิ้วขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิด
รถเคลื่อนเข้าไปจอดนิ่งสนิทที่บ้านของริคโค่ ชายหนุ่มลืมตาขึ้น ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรง สูดหายใจเข้าลึกๆ หลายที คนขับรถมาเปิดประตูให้ ยามที่เขาก้าวลงจากรถเวลาสั้นๆ ของเขาก็หมดลงด้วยเช่นกัน
มาร์คลงจากรถ มองไปทั่วบริเวณด้วยสายตาคมกริบ ฟิลล์รายงานเขาเมื่อเช้าว่ากอนโดซ่ากับผู้ช่วยออกไปบริษัท ตอนนี้ที่บ้านของริคโค่จึงมีแค่อิซาเบลกับคนรับใช้อีกสามคนเท่านั้น
อิซาเบลออกมาเปิดประตูรับริคโค่ เธอรีบเชิญมาร์คเข้าไปข้างในอย่างยินดี แม้จะสังเกตเห็นอาการผิดปรกติของริคโค่ก็ตาม เธอแอบบีบมือให้กำลังใจกับน้องชายก่อนจะเดินนำทุกคนเข้าไปที่ห้องรับแขก
มาร์คส่งสัญญาณให้อเล็กซ์กับลูกน้องลงมือทันที ก่อนจะเดินตามทั้งสองคนเข้าไป
หลังจากได้รับสัญญาณแล้ว อเล็กซ์กับลูกน้องก็หยิบถุงมือหนังกับหูฟังติดไมโครโฟนอันเล็กๆ มาใส่ทันที เขาเดินนำไปตามทางที่ศึกษามาอย่างดี ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องของเขาแยกไปปฏิบัติงาน
อเล็กซ์ลอบเข้ามาที่ห้องทำงานชั้นล่างอย่างง่ายดาย กำลังจะเริ่มติดเครื่องดักฟัง ก็ได้ยินเสียงเคาะเรียกจากฟิลล์หนึ่งครั้งซึ่งหมายถึงการถามสถานการณ์ปัจจุบัน อเล็กซ์ยิ้มที่ชายหนุ่มเป็นห่วง เขาเคาะที่ไมโครโฟนตอบกลับไปสองครั้งหมายถึงว่าสบายดี
ระวังตัวนะ เสียงฟิลล์ดังขึ้นเบาๆ ทำให้เขาอมยิ้มอีกครั้ง
อเล็กซ์ติดตั้งเครื่องดักฟังตามจุดที่ลับสายตาใต้โต๊ะทำงาน ก่อนจะติดตั้งกล้องขนาดจิ๋วในมุมที่เหมาะสมที่สามารถเห็นการเคลื่อนไหวของคนในห้องได้ทั่วถึง เขาเคาะที่ไมโครโฟนหนึ่งครั้ง แล้วเคาะติดกันสองครั้ง หมายถึงงานเสร็จเรียบร้อย แล้วรอฟังสัญญาณจากฟิลล์
ปรับกล้องไปทางซ้ายอีกนิด เสียงฟิลล์บอกมา อเล็กซ์ทำตาม
โอเค ซีหนึ่งออนไลน์เรียบร้อย รอสัญญาณซีสอง ฟิลล์บอก
ชั้นจะกลับออกไปแล้วนะ อเล็กซ์บอกกลับไปก่อนจะมองซ้ายมองขวาตรวจดูทุกอย่างให้เหมือนตอนที่เขาเข้ามา ก่อนจะหลบกลับออกไปอย่างง่ายดาย
เขาพบกับลูกน้องที่ด้านนอกบ้าน ทั้งคู่ถอดถุงมือและหูฟังออกเก็บก่อนจะเดินกลับมาที่รถอย่างระมัดระวังไม่ให้ใครสังเกตเห็น
ระหว่างที่ให้อเล็กซ์และลูกน้องไปทำงานที่ได้รับมอบหมาย มาร์คก็นั่งคุยกับอิซาเบลเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ ริคโค่นิ่งเงียบและมองเขาอย่างครุ่นคิดหลายครั้ง มาร์คแอบยิ้ม เพราะนอกจากริคโค่จะฉลาดเฉลียวแล้ว ยังมีสัญชาตญาณที่ดีอีกด้วย ชายหนุ่มคงกำลังรู้สึกสงสัยอยู่แน่ๆ
เขาดึงเวลาของทั้งคู่ไว้สิบห้านาทีตามที่อเล็กซ์บอกไว้ ก่อนจะขอตัวกลับ อิซาเบลพยักหน้าให้ริคโค่เดินออกไปส่งชายหนุ่ม ริคโค่ส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธในตอนแรก ก่อนจะลุกขึ้นอย่างยอมแพ้
มันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้ใกล้ชิดเขานะ เธอกระซิบบอกเบาๆ ก่อนจะขอตัวขึ้นไปข้างบน
ริคโค่มองตามเธอไป ก่อนจะหันมาสบตากับมาร์คที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว
ครั้งสุดท้ายอะไรเหรอครับ มาร์คถามอย่างสงสัย
หูดีเป็นบ้า!!! ริคโค่คิด ไม่มีอะไรครับ... ริคโค่พูดแล้วเดินนำชายหนุ่มออกไปที่รถของเจ้าตัวที่จอดรออยู่ เขารู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เมื่อเห็นบอดี้การ์ดของชายหนุ่มส่งความนัยบางอย่างทางสายตากับเจ้านาย
รักษาตัวให้ดีนะ อย่าให้เจ็บป่วยไปอีกล่ะ เพราะเราต้องเจอกันอีกแน่ในอนาคต มาร์คพูดต่อในใจ
ขอบคุณนะครับคุณแมคนีล สำหรับทุกอย่าง ริคโค่พูดด้วยความรู้สึกที่แท้จริง
มาร์ค เขาทำหน้านิ่วที่ชายหนุ่มไม่ยอมเรียกชื่อเขา
ริคโค่เงยหน้าขึ้นสบตามาร์ค
นี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้าย เสียงของอิซาเบลแว่วมาในห้วงสำนึก
ขอบคุณครับมาร์ค ริคโค่เอ่ย ยิ้มอย่างจริงใจให้ชายหนุ่มพร้อมกับยื่นมือออกมามาร์คมองรอยยิ้มที่เขาแทบจะไม่ได้เห็นอีกเลย หลังจากคืนแรกที่พบกัน ความรู้สึกหวงแหนและอยากปกป้องรอยยิ้มนี้ของชายหนุ่มก็พุ่งเข้ากระแทกใจเขาอย่างแรง
เขาจับมือของชายหนุ่มมาบีบกระชับแน่นก่อนจะปล่อย ด้วยความยินดี เขายิ้มตอบ ก่อนจะหันไปขึ้นรถที่คนขับเปิดประตูไว้รอ เขาหยุดแล้วหันกลับมาสบตาริคโค่อีกครั้ง ก่อนจะขึ้นรถแล้วปิดประตู
อเล็กซ์ก้มหัวให้ริคโค่เป็นการบอกลา ก่อนจะก้าวขึ้นรถเช่นกัน
ริคโค่มองตามรถที่กำลังเคลื่อนออกไปจากบ้านของเขาช้าๆ รู้สึกเหน็บหนาวจับขั้วหัวใจ ราวกับมาร์คได้พาเอาความอบอุ่นจากไปด้วย น้ำตาไหลพรากออกจากดวงตาสีทองโดยไม่อาจสะกดกลั้นไว้ได้อีกต่อไป เขานั่งลงที่บันไดหน้าบ้านแล้วซบหน้าลงกับหัวเข่า ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา และหวังว่าความอ่อนแอของเขาจะไหลออกมาพร้อมกับมันด้วย จากนี้ไปเขาต้องการแต่ความเข้มแข็ง และเขาจะต้องเข้มแข็งเพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ไม่ว่าจะต้องเจ็บปวดสักเท่าไหร่ก็ตาม
เรียบร้อยดีมั้ย มาร์คถามเสียงเรียบ ดวงตายังคงมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างรถครับเจ้านาย อเล็กซ์ตอบ ทั้งเครื่องดักฟังกับกล้องวงจรปิดออนไลน์เรียบร้อยแล้วครับ
มาร์คพยักหน้านิดๆ ทั้งสีหน้าและดวงตามีแววอ่านไม่ออก อเล็กซ์มองเจ้านายอย่างครุ่นคิด นานมากแล้วที่เขาไม่เคยเห็นใครมีผลกับเจ้านายของเขาอย่างริคโค่ ดาซิลวามาก่อน เป็นไปได้หรือเปล่าที่มาร์คจะหลงรักคนคนนั้นและหากเป็นอย่างนั้น แผนการทั้งหมดที่มาร์ควางไว้เพื่อจัดการกับเจ้ามิคาเอลย่อมส่งผลถึงตัวของริคโค่อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง แล้วมาร์คจะเป็นอย่างไรหากต้องเห็นคนที่รักต้องเจ็บปวดด้วยมือของตนเอง
ฟิลล์กำลังตามหลังมาใช่มั้ย เสียงทุ้มต่ำถามขัดจังหวะความคิดของเขาขึ้นมา
ใช่ครับ อเล็กซ์รีบตอบ
ดี ถึงบริษัทแล้วนายกับฟิลล์จัดการงานให้เรียบร้อย อีกครึ่งชั่วโมงไปพบชั้นที่ห้องประชุมด้วย
ครับเจ้านาย อเล็กซ์รับคำ
คุณสืบอะไรจากทางโน้นได้บ้างครับ ริคโค่ถามขึ้นเมื่อเขา ฮวนและพาโบลมานั่งกันอยู่ในห้องนั่งเล่นเพื่อดื่มอะไรเล็กน้อยหลังอาหารเย็น
พวกนั้นกำลังดำเนินการบางอย่างอยู่ คงจะเกี่ยวกับบริษัทของคุณ ฮวนตอบ สายของผมรายงานว่ามีคนติดต่อขอซื้อหุ้นบริษัทของคุณจากเพื่อนคุณพ่อของคุณทั้งสองคนแต่ยังไม่สรุปครับ
งั้นคุณแมคนีลก็จะตอบโต้มิคด้วยการโจมตีเขาทางธุรกิจ ริคโค่ทำทางครุ่นคิด เขาคิดจะทำลายบริษัทของเรางั้นหรือครับ
คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ฮวนขมวดคิ้ว เขาอาจจะแค่ตัดช่องทางธุรกิจของคุณลงบ้าง ตัดตอนลูกค้าของคุณ หรืออย่างแรงที่สุดก็คือเข้าควบกิจการของคุณ
นั่นไม่ทำให้บริษัทล้มแต่คงทำให้คนอย่างมิคาเอลแทบกระอักเลือด พาโบลออกความเห็น
มันทำร้ายเขายิ่งกว่าตายเสียอีก บริษัทแทบจะเป็นทุกอย่างของมิค หากต้องโดนควบกิจการเสียอำนาจบริหาร มิคคงไม่มีวันยอมแน่ ริคโค่ถอนใจอย่างหนักหน่วง คุณแน่ใจนะครับว่าคุณแมคนีลจะไม่เอาชีวิตของมิคเพื่อแก้แค้น
คุณคิดว่าเขาจะทำแบบนั้นมั้ยล่ะครับ ฮวนย้อนถามกับชายหนุ่ม
ไม่มีทาง!!!
ริคโค่ตอบในทันที จนแม้แต่ตัวเองก็ยังสะดุ้ง รู้สึกถึงเลือดที่พุ่งขึ้นไปที่สองข้างแก้มเมื่อคุณมั่นใจในตัวเขาขนาดนั้น ก็คงเลิกกังวลได้แล้วล่ะครับ ฮวนยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่คุยกัน นี่แสดงว่าครั้งที่แล้วพวกคุณไม่ได้คุยกันเลยสิครับ
ก็พูดกันแค่ว่าเขาไม่ต้องการชีวิตของมิค ริคโค่หลบสายตาคมกริบที่มองมา
คุณคงเสนอให้เขาเอาชีวิตของคุณแทน ฮวนถามอย่างรู้ดี
ริคโค่พยักหน้ารับอย่างไม่อาจปฏิเสธ เพราะฮวนรู้จักเขาดี ปฏิเสธไปก็เหมือนเป็นการโกหก
คุณห้ามไม่ให้เขาโกรธเรื่องนี้ไม่ได้หรอกนะครับคุณริค เป็นผม ผมก็คงโกรธคุณเหมือนกัน ฮวนพูดเสียงเรียบ แต่ยังไงก็ตาม กาารขัดขวางไม่ให้เขาตอบโต้พี่ชายคุณก็คงทำได้ยากเช่นกัน ต้องยอมรับว่าแมคนีลมีคนชั้นยอดที่เป็นแขนขาให้เขา ผมเองยังไม่สามารถเจาะเข้าไปวงในได้เลยทำให้พวกเรารู้แค่การเคลื่อนไหวแค่ผิวเผินเท่านั้น ไม่มีทางล่วงรู้ว่าเขาจะทำอะไรจริงๆและแม้จะรู้เราก็คงทำอะไรไม่ได้
ผมต้องยอมรับใช่มั้ยครับ ริคโค่ถามเสียงเบาใช่ครับคุณริค คุณต้องปล่อยให้มันเป็นไป คุณทำดีที่สุดแล้วที่จะช่วยพี่ชายของคุณ แต่อย่าลืมนะครับ ชีวิตของคุณเป็นของคุณเอง อย่าเอามันไปผูกติดกับใคร เลือกเดินในทางที่คุณต้องการเถอะครับ ใช้ชีวิตให้คุ้มค่าอย่าทิ้งโอกาสที่มาถึง ชีวิตคนเรามันสั้นนะครับ ฮวนพูดอย่างให้ข้อคิด
จริงด้วยครับคุณริค เลือกทำในสิ่งที่คุณจะไม่ต้องเสียใจไปจนตลอดชีวิตนะครับ พาโบลพูดบ้าง
ขอบคุณนะครับ พวกคุณเป็นเพื่อนแท้ของผมจริงๆ ผมคงเสียใจมากเมื่อพวกคุณกลับไป ริคโค่เอ่ยอย่างซาบซึ้งใจในความหวังดีของทั้งคู่
ไปพักผ่อนเถอะครับ นี่ก็ดึกแล้ว ฮวนเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้น
ริคโค่หันไปมองนาฬิกาบอกเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว นั่นสิครับ ผมคงต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ซะแล้วราตรีสวัสดิ์นะครับ ริคโค่เอ่ยก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป
น่าสงสารคุณริคจังนะครับ พาโบลพูดขึ้น
ฮวนโอบไหล่ชายหนุ่มเข้ามาใกล้ คุณริคต้องการกำลังใจมากกว่าความสงสารนะ
ผมรู้ครับ พาโบลกอดร่างแข็งแรงของฮวนไว้แน่น นี่พวกเรากำลังจะได้กลับบ้านแล้วใช่มั้ยครับ เขารีบเปลี่ยนเรื่อง
ฮวนลูบหัวชายหนุ่มอย่างเอ็นดู เขาจูบลงที่หน้าผากที่ซุกซบอยู่กับอกกว้าง คิดถึงบ้านหรือไง เขาถามแล้วผละออก จูงมือพาโบลขึ้นไปที่ห้องนอน
เปล่าหรอกครับ พาโบลตอบเสียงเบา
ฮวนปล่อยมือชายหนุ่มเพื่อถอดเสื้อผ้า หันมามองพาโบลที่ทำหน้ายุ่งเดินไปนั่งที่ขอบเตียงอย่างสงสัย เขาเอาผ้าขนหนูพันรอบเอวแล้วเดินมานั่งลงข้างๆชายหนุ่ม
เป็นอะไรไปฮึ ทำหน้ามุ่ยเชียว เขาวางมือบนศีรษะของชายหนุ่มอย่างเอ็นดู
พาโบลเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม ที่นี่มันต่างจากบ้านของเราใช่มั้ยครับ
ฮวนพยักหน้า ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
คุณกับผมจะยังคงเป็นแบบนี้ ตอนที่เรากับไปสเปนมั้ยครับ พาโบลถามโพล่งขึ้น
ฮวนยิ้มกว้าง โธ่เอ๋ย!!! เด็กหนอเด็ก นายไม่มั่นใจในตัวชั้นหรือไง
เปล่าหรอกครับ ก็ผมบอกคุณแล้วว่าคุณจะให้ผมอยู่ในฐานะอะไรก็ได้ ขอแค่ได้อยู่ข้างๆคุณ
ฮวนดึงพาโบลมากอดไว้แนบอก นายอยู่ในฐานะคนสำคัญของชั้นมาตั้งแต่แรกแล้วรู้มั้ย เขาดันตัวพาโบลออก เชยคางชายหนุ่มขึ้นให้สบตากัน นายเป็นคนที่ชั้นรัก ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนชั้นก็รักนาย ทีนี้เข้าใจหรือยัง ฮวนถามยิ้มๆ
พาโบลยิ้มกว้าง เข้าใจแล้วครับ
ดีมาก ฮวนพูด สองมือเริ่มแกะกระดุมเสื้อของพาโบล
เดี๋ยว เดี๋ยวครับ คุณจะทำอะไรน่ะ พาโบลรีบดึงมือฮวนไว้อย่างเขินอาย
ก็จะให้นายไปอาบน้ำไง
คุณก็ไปอาบก่อนสิครับ
ไม่เอา อาบด้วยกันดีกว่า
ไม่เอาหรอกครับ ก็ผมอายนี่
น่านะ ฮวนอ้อน เมื่อเห็นว่าพาโบลยังไม่ยอมเขาเลยลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มชายหนุ่มขึ้นมา
ฮวน!!! ปล่อยผมนะ ไม่เอานะครับ ปล่อยผมก่อน พาโบลดิ้นไปดิ้นมา แต่สู้แรงชายหนุ่มไม่ได้
เอาน่าอย่าดื้อสิ นายอยากไม่มั่นใจทำไมล่ะ เดี๋ยวชั้นจะทำให้นายมั่นใจในความรักของชั้นจนลืมไม่ลงเลยเชียว ฮวนบอกแล้วหัวเราะที่เห็นพาโบลหน้าแดงไปถึงไปหู แล้วรีบเดินเข้าห้องน้ำไปก่อนที่ชายหนุ่มจะร้องท้วงขึ้นมาอีกรอบ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
การเตรียมการทุกอย่างเพื่อล่อให้มิคาเอลตกลงสู่กับดักก็พร้อม มาร์คเรียกประชุมลูกน้องคนสนิททั้งสามอีกครั้ง เมื่อเจอโรมกับมาร์คฟังรายงานสรุปจากอเล็กซ์และฟิลล์จบลง สายตาของลูกน้องทั้งสามก็มองไปที่มาร์คเป็นตาเดียว
สีหน้าของมาร์คเย็นชาราวกับใส่หน้ากาก แววตาว่างเปล่าจนอ่านไม่ออกว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ เขาหลับตาลงชั่วครู่แล้วลืมขึ้นใหม่ ดวงตาเป็นประกายเด็ดขาด
อเล็กซ์ เขาพูดเสียงเรียบ ให้คนของนายที่สเปนจู่โจมมิคาเอลได้ หลีกเลี่ยงการปะทะกับกอนโดซ่าโดยตรง แค่ให้มันร้อนรนก็พอ
ได้ครับ อเล็กซ์รับคำ เจ้านายไม่ต้องการตัวมันกลับมาเหรอครับ
มาร์คยิ้มเหี้ยมๆ มันต้องกลับมาแน่ แต่ไม่ใช่ด้วยฝีมือของเรา
นายมีแผนอะไรอีกอย่างนั้นรึ เจอโรมเลิกคิ้วสูง
การก่อกวนกอนโดซ่าจะทำให้ใครต้องร้อนใจล่ะ มาร์คถามเพื่อนรัก เมื่อเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าชั้นจะลงมือกับพี่ชายของเขาหรือเปล่า เขาก็จะต้องมาหาชั้นแน่ เขาคงไม่ปล่อยให้คุณลุงของเขาต้องเดือดร้อนเพราะเขากับพี่ชายแน่ มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้ความรู้สึก
นายจะใช้ริคโค่งั้นเหรอ!!!
เจอโรมถามอย่างตกใจเล็กน้อย มาร์ค เขาคือกุญแจที่จะทำให้แผนการทั้งหมดนี่เริ่มดำเนินการ มาร์คขัดขึ้นเพราะรู้ว่าเจอโรมจะพูดอะไร
เจอโรมมองหน้าเพื่อนรักตรงๆ มาร์คกำลังทำแบบนั้นอีกแล้ว ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงไม่แสดงความรู้สึกอะไรเลย ซึ่งหมายความว่าเพื่อนของเขาเก็บความรู้สึกทั้งหลายไว้ในส่วนที่ไม่มีใครเข้าถึง แม้แต่เพื่อนสนิทที่สุดอย่างเขา มาร์คกำลังฆ่าความรู้สึกของตัวเองอีกครั้งแล้ว นี่ริคโค่มีความหมายกับเพื่อนของเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ
นายไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เจอโรมท้วงเพื่อนด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แม้จะรู้ว่าไม่มีประโยชน์
แววตาว่างเปล่าของมาร์คเลื่อนมาสบตาเพื่อนนิ่ง นายรู้จักชั้นดีกว่านั้นเพื่อน...ชั้นจะทำ
เจอโรมสบตาเพื่อนรักไม่ยอมหลบไปไหน ก่อนจะถอนใจเบาๆ แล้วแต่นายตัดสินใจอยู่แล้ว
มาร์คเลื่อนสายตากลับมามองลูกน้องอีกสองคนที่เหลือ พวกนายไปดำเนินการตามแผนได้ เขาสั่งเสียงเฉียบขาด
อเล็กซ์และฟิลล์รับคำแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานของเจ้านายไป
ความเงียบเข้าครอบคลุมห้องทำงานของมาร์คอีกครั้ง เจอโรมมองเพื่อนรักเงียบๆ อยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้น
มาร์ค...นายกำลังทำแบบนั้นอีกแล้วใช่มั้ย
ทำอะไร มาร์คถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารตรงหน้า
ริคโค่มีความหมายบางอย่างกับนาย... เจอโรมพูดเรียบๆ รอดูปฏิกิริยาของเพื่อน นายกำลังถอยเข้าไปสู่เกราะที่นายเคยสร้างขึ้นมากั้นความรู้สึกในใจของนาย
เพื่อนรักของเขาเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง คล้ายจะปฏิเสธ แต่ไม่พูดอะไรออกมา
เจอโรมรุกต่อ การแสดงออกของนายเหมือนตอนเรื่องของซาร่ากับเชนไม่มีผิด
มันเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกเพื่อน มาร์คพูดบังคับเสียงไม่ให้แข็งกร้าวจนเกินไป เจอโรมรู้จักเขาดีเกินไปจริงๆ
เจอโรมทำเสียงหึ!! ในลำคอ นายไม่มีวันยอมรับแม้แต่กับตัวเอง
เพราะชั้นไม่อยากจะยอมรับ!!!
มาร์คเงยหน้าขึ้นสบตาเพื่อนรักด้วยดวงตาวาววับ ซาร่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่ชั้นรัก เชนเป็นลูกชายของชั้น แล้วริคโค่เป็นใครกันล่ะ!!!
คนที่นายหลงรักอย่างไม่รู้ตัวไง เจอโรมตอบในใจ นายไม่มีใครมานานเกินไปแล้ว เพราะนายไม่ยอมให้ใครได้เข้าใกล้นายมากพอ...แต่ริคโค่ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย เพราะอะไรล่ะมาร์ค เจอโรมถามมาร์คสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง รู้ดีแก่ใจถึงคำตอบของคำถามที่เจอโรมเอ่ยถาม
นายเปิดรับเขาเข้ามา โดยที่นายก็หาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไม เจอโรมตอบคำถามนั้นเสียเอง
ชั้นไม่ได้อยากทำร้ายเขาเลยเจอโรม แต่ชั้นต้องทำ สิ่งที่ชั้นเลือกทำเป็นสิ่งที่เขาจะเจ็บปวดน้อยที่สุด มาร์คพูดราวกับตัวเองเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกนายไม่มีทางรู้หรอกมาร์คว่าเขาจะเจ็บปวดมากหรือน้อย ตัวเขาเท่านั้นที่จะรู้ได้
นายทำให้ชั้นรู้สึกผิดมากขึ้น มาร์คแค่นเสียง ยังไงก็ตามริคโค่ก็ต้องเดินตามทางที่ชั้นขีดไว้แน่
เพราะเขาเป็นคนอย่างนั้น เจอโรมต่อประโยคของเพื่อนรัก และไม่ว่าจะยังไง ชั้นก็อยู่ข้างนายเสมออยู่แล้ว
ขอบใจเจอโรม มาร์คพูดในที่สุด หมอให้ไมล์กลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้วใช่มั้ย เขาเปลี่ยนเรื่อง
ใช่ คิดว่านายไม่รู้นะเนี่ย เจอโรมเลิกคิ้ว
มาร์คยิ้มมุมปาก เจ้าเชนร้องตะโกนลั่นบ้านขนาดนั้น ชั้นก็ไม่ได้หูหนวกนี่
ชั้นไปทำงานของตัวเองก่อนล่ะนะ เจอโรมเอ่ยแล้วลุกขึ้น
มาร์คพยักหน้าให้เพื่อน มองตามจนประตูปิดลง เขาวางปากกาลงบนโต๊ะ หมุนเก้าอี้หันสู่หน้าต่าง มองเหม่อออกไปสู่ท้องฟ้าด้านนอก
ความคิดเรื่องแผนที่เขาสั่งการไปวันนี้วนเวียนอยู่ในสมองของเขาตั้งแต่วันที่ริคโค่ออกจากโรงพยาบาล ภาพรอยยิ้มสุดท้ายของชายหนุ่มเฝ้าหลอกหลอนมโนสำนึกของเขาทั้งยามหลับยามตื่น แววตาแสนเศร้าที่ทอดมองตามรถของเขาจนลับตานั้นบอกอะไรแก่เขามากมาย
เจอโรมพูดถูก เขากำลังฆ่าความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง และเขากำลังลงมือทำลายความรู้สึกที่ริคโค่มีต่อเขาด้วยความโหดเหี้ยม ให้ชายหนุ่มเจ็บปวดตั้งแต่ตอนนี้ บาดแผลของริคโค่คงไม่หนักหนาเท่ากับที่ชายหนุ่มจะถลำลึกกับความรู้สึกของตัวเองไปมากกว่านี้
หัวใจของเขาชินชากับความเจ็บปวดทำนองนี้มานานแล้ว โดนกรีดอีกซักแผลสองแผลมันก็ไม่ทำให้เขาเจ็บปวดมากไปกว่าที่เป็นอยู่
โกรธชั้น แค้นชั้นเถอะริค มันจะเป็นผลดีกับนายมากกว่าที่จะมารักชั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ชายหนุ่มกลายเป็นแค่
ริค สำหรับเขา เขายอมให้ชายหนุ่มโกรธแค้นเขาได้อย่างไม่สะทกสะท้าน แต่ความรู้สึกที่ส่วนลึกในจิตใจของเขาหวังว่ามันคงไม่เกิดขึ้นในจิตใจที่อ่อนโยนของริคโค่ก็คือ ความเกลียดชังที่มีต่อเขาครบสองอาทิตย์พอดีตั้งแต่ริคโค่ออกจากโรงพยาบาลมา เวลาทั้งหมดของเขาหลังจากวันนั้น ทุ่มเทให้กับงานที่บริษัททั้งหมด
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของฮวนดังขึ้นเมื่อชายหนุ่มพร้อมด้วยพาโบลและริคโค่เดินเข้ามาในห้องทำงานหลังการประชุมงานในตอนสาย
ฮวนหยิบออกมาเมื่อมองเห็นเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฏที่หน้าจอ เขาก็รีบรับแทบจะทันที
ครับท่าน เสียงทุ้มห้าวตอบกลับไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ครับ ได้ครับ เขาพูดแล้วตัดสายโทรศัพท์ไป
ฮวน!!!
ริคโค่ถามอย่างตกใจเดี๋ยวท่านจะโทรมาหาคุณครับ ฮวนบอก เดินมานั่งลงที่หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม ข้างๆ พาโบล
ริคโค่ขมวดคิ้วจนแทบจะติดกัน คุณลุงเหรอครับ!!! ทำไม... เขาหันมาสบตาฮวน หรือว่ามิค...
เสียงโทรศัพท์ดังขัดคำพูดของเขาเสียก่อน ริคโค่รีบกดสปีคเกอร์ทันทีทันใด
คุณลุงครับ ผมเอง เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ร้อนใจอย่างยิ่ง
ริค...ฮวนกับพาโบลก็อยู่ใช่มั้ย เสียงทุ้มต่ำแฝงด้วยอำนาจดังมาจากโทรศัพท์
อยู่นี่ครับ ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน
ดีมาก...คนของแมคนีลเริ่มเคลื่อนไหวทางนี้แล้วนะ แต่ยังไม่มีการปะทะกันกับคนของลุงที่ตามคุ้มกันมิคาเอลอยู่ไม่ต้องห่วง อังเคล กอนโดซ่าพูดอย่างเยือกเย็น เขาหลีกเลี่ยงอย่างฉลาด จงใจแค่ก่อกวนประสาทของมิคาเอลเท่านั้น รู้สึกว่าแมคนีลจะศึกษาพี่ชายเธอมาอย่างดีทีเดียว
ฟังจากน้ำเสียงแล้ว คุณลุงกำลังชื่นชมเขาใช่มั้ยครับ ริคโค่ต่อว่ากลายๆ ได้รับเสียงหัวเราะเบาๆ เป็นคำตอบ แล้วมิคเป็นยังไงบ้างครับ
พี่ชายเธอก็หงุดหงิดงุ่นง่านตามประสาของเขานั่นแหละ แล้วเธอเคลียร์ปัญหาแล้วหรือยังล่ะ
ผมก็พยายามอยู่ครับ แต่ผมแน่ใจว่าคุณแมคนีลไม่ได้ต้องการชีวิตของมิคาเอล
บางครั้งความตายสำหรับคนบางคน มันก็สบายเกินไป แต่เขาไม่ปล่อยพี่ชายเธอแน่ๆ จริงมั้ย
เราเข้าถึงเขายากมากครับท่าน...คนของเขามีศักยภาพมากเหลือเกิน แม้แต่สายที่ดีที่สุดของผมยังตามเรื่องนี้ไม่ได้เลย ฮวนเอ่ยขึ้นบ้าง
เธอเองก็ชื่นชมเขาไม่น้อยเลยนี่ฮวน ลุงชักจะอยากเจอคุณแมคนีลคนนี้เสียแล้วสิ
ผมไม่อยากนำความเดือดร้อนมาให้คุณลุงอีก ตอนที่ผมส่งมิคไปสเปน ผมเองก็ไม่ได้นึกถึงว่าคุณแมคนีลเขาสามารถทำอะไรได้แค่ไหนบ้าง ผมขอโทษนะครับคุณลุง ริคโค่เอ่ยอย่างรู้สึกผิดริคเอ๊ย...เธอเป็นหลานเพียงคนเดียวของลุงนะ ถ้าแค่นี้ยังช่วยเธอไม่ได้จะเรียกว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันเหรอ อีกอย่างลุงอยู่ทางนี้ก็เบื่อๆ มีอะไรมาให้ตื่นเต้นบ้างก็ดีเหมือนกัน
คุณลุงก็พูดเป็นเล่นไปได้ครับ ริคโค่หัวเราะเบาๆ แล้วเขาก็ปรับเสียงเป็นจริงจัง คุณลุงคิดว่ามิคควรจะอยู่ที่นั่น ไม่ต้องกลับมาเพื่อหลีกหนีการเผชิญหน้ากับคุณแมคนีลจะดีกว่ามั้ยครับ
ไม่มีทางหรอก คนอย่างมิคาเอลไม่มีวันยอมอยู่ที่นี่ตลอดไปเด็ดขาด อังเคลถอนใจเสียงเหนื่อยหน่าย บอกตามตรงนะริค ลุงเองก็ไม่ได้ชอบมิคาเอลเลย ทั้งนิสัยเห็นแก่ตัว คิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นอยู่เสมอ ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นคนที่เธอส่งให้มาอยู่ภายใต้การคุ้มครองของลุงแล้วล่ะก็ เขาก็อยู่ที่นี่ไม่ได้เหมือนกันแหละ
นี่มิคเขาสร้างปัญหาให้คุณลุงด้วยหรือครับ!!! ริคโค่ถามอย่างตกใจ บ้าจังเลย!!! ทำไมนะ!!!
ช่างเถอะเรื่องนั้นน่ะ ว่าแต่เธอสบายดีแล้วใช่มั้ยสบายดีแล้วครับ ไม่ต้องห่วง ริคโค่ตอบ แล้วนี่ผมจะทำยังไงดีครับ
ผมจะสืบเรื่องนี้ให้แน่ชัดอีกครั้งเองครับ ฮวนรับปาก
จะทำอะไรกันก็รีบหน่อยนะ เพราะลุงคิดว่าพี่ชายของเธอคงอยู่เฉยๆ ได้อีกไม่นาน เขาต้องหาทางกลับไปเองแน่ แต่ก็ดีกลับไปยอมรับผลการกระทำของตัวเองให้สมกับเป็นลูกผู้ชายหน่อยก็ดี อังเคลพยายามพูดไม่ให้ฟังดูเยาะเย้ยมากนัก
ขอบคุณครับคุณลุงที่โทรมาบอกผม ริคโค่เอ่ย ผมคงต้องทำอะไรซักอย่างกับเรื่องนี้แน่ๆ ครับ
ฮวน พาโบล พวกเธออยู่ช่วยริคจนกว่าเรื่องจะจบนะ อังเคลสั่ง และเธอริค...อย่าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงจนเกินไป เข้าใจมั้ย ลุงจะคอยฟังข่าวของเธอนะ เท่านี้ล่ะ
ครับ ทั้งสามคนรับคำพร้อมๆ กัน เสียงโทรศัพท์ทางปลายสายตัดไป ริคโค่จึงกดปิดสปีคเกอร์
ผมจะติดต่อสายของผมอีกที เผื่อว่าเขาจะมีข้อมูลอะไรให้เราในเรื่องนี้บ้าง ฮวนบอกแล้วลุกขึ้นพร้อมกับพาโบล
ช่วยทีนะครับ ริคโค่พูดได้เพียงแค่นั้น ทั้งสองคนพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเดินออกไป
หลังจากประตูปิด ริคโค่เอนหลังพิงเก้าอี้ราวกับคนไร้เรี่ยวแรง มาร์คเริ่มลงมือแล้ว และเขาก็พอจะเดาจุดประสงค์ของชายหนุ่มได้ การแก้แค้นจะมีประโยชน์อะไรหากคนที่ทำไม่ได้อยู่รับผลแห่งการกระทำของเขา มาร์คกำลังบีบให้มิคเอลกลับมาจากสเปน และที่แอลเอนี่กงเล็บของราชสีห์ก็กำลังรอที่จะตะบบพี่ชายของเขาอยู่
เขาเชื่อว่ามาร์คไม่ได้ต้องการชีวิตของพี่ชายเขา มันง่ายเกินไป แต่คงไม่มีครั้งที่สองแน่สำหรับมิคาเอล หากพี่ชายของเขายังคิดจะมุ่งร้ายชายหนุ่มอีก หากเป็นอย่างนั้นเขาก็คงช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว
ครั้งนี้ครั้งเดียว เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะทำเพื่อพี่ชาย ริคโค่ตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขาลุกขึ้นเดินไปหยุดยืนที่หน้าต่าง จ้องดูดวงอาทิตย์ที่สาดแสงแรงกล้าจนแสบตา
เขากับมาร์คคงต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง และมันก็อาจจะเป็นครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายของเขาอย่างแท้จริง มาร์คเคยพูดว่าเขามีค่าพอที่จะเป็นเพื่อนของชายหนุ่ม แต่สำหรับเขาแล้วมาร์คมีค่ามากเกินกว่าจะมาเป็นเพื่อนกับคนอย่างเขา
ครั้งที่แล้วมาร์คเป็นฝ่ายที่เริ่มกดดันเขาก่อน ครั้งนี้เป็นทีของเขาที่จะโต้ตอบคืนไปบ้าง ริคโค่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ในตอนนี้เมื่อสายของฮวนไม่สามารถบอกอะไรกับพวกเขาได้ คนที่จะให้คำตอบที่เขาต้องการที่ดีที่สุด จะเป็นใครล่ะถ้าไม่ใช่ตัวของมาร์คเอง...
#####################################################