Chapter 9
วันรุ่งขึ้นฮวนและพาโบลต่างก็แปลกใจที่เห็นริคโค่สะพายกระเป๋าใส่แลปท็อปใบใหญ่ไปที่บริษัทด้วย พอพวกเขาถาม ริคโค่ก็ยิ้มแปลกๆ แต่ไม่ยอมบอกอะไร พอไปถึงห้องทำงานเมื่อชายหนุ่มบอกถึงงานที่พวกเขาทั้งสองคนต้องทำในวันนั้นแล้ว ริคโค่ก็ให้ทั้งสองคนออกไปแล้วจัดการล็อคประตู ขังตัวเองอยู่ในห้องทำงาน โดยสั่งว่าไม่ให้ใครรบกวนอย่างเด็ดขาด ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่า ริคโค่กำลังทำอะไรอยู่
ริคโค่เปิดแลปท็อป เอาสายมาต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ในห้องของเขา แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ด้วยสีหน้าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหยิบแผ่นดิสก์ในกระเป๋าออกมา เขาเคาะแผ่นดิสก์กับมืออย่างกำลังตัดสินใจ
การจะเข้าถึงตัวมาร์คด้วยตัวเองนั้นยากเหลือเกิน เขาพอจะรู้ว่าที่ตึกของชายหนุ่มนั้นมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดในแอลเอก็ว่าได้ การจะผ่านการรักษาความปลอดภัยที่ชั้นล่างนั้นไม่ยากเท่าไหร่ แต่การจะขึ้นลิฟท์ไปยังชั้นบริหารที่มาร์คอยู่นั้นจะต้องมีการ์ดที่มีรหัสผ่านที่ถูกต้องเท่านั้น
ริคโค่จับจ้องออกไปข้างนอกหน้าต่าง ความจริงแล้วเขาแค่ติดต่อขอพบมาร์คก็ได้ แต่ชายหนุ่มคงไม่ยอมให้เขาพบแน่ เพราะมาร์ครู้ดีว่าเขาต้องการพบด้วยเรื่องใด การบุกเข้าไปซึ่งๆ หน้าแบบนี้แหละที่เขาต้องทำ เท่านี้เขากับมาร์คก็เสมอกันแล้ว
ประกายมุ่งมั่นปรากฏขึ้นในดวงตาสีทองของริคโค่ เขามองกลับมาที่แผ่นดิสก์ในมือ แผ่นที่เขาบรรจุโปรแกรมแฮคกิ้งที่เขาเขียนขึ้นมาเอง และด้วยโปรแกรมที่เขาเขียนขึ้นตอนเรียนปริญญาตรีปีสามนี้ เขาเคยแฮคเข้าไปในเมนเฟรมของเอฟบีไอและเพนตากอนมาแล้ว และไม่มีใครตามรอยมาจับเขาได้ด้วย ความจริงที่เขาทำโปรแกรมนี้ขึ้นมาก็แค่ความคะนองของวัยรุ่นที่อยากลองวิชาเท่านั้น ไม่ได้คิดจะเอาไปใช้ขโมยข้อมูลอะไรของใครทั้งนั้น
เขาเอาแผ่นดิสก์ใส่ในแลปท็อป แล้วเปิดโปรแกรมของตัวเองขึ้นมา ขอโทษนะมาร์คที่ผมต้องใช้วิธีนี้ ริคโค่รำพึงเบาๆ แต่คุณก็เหลือทางให้ผมเดินแค่ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น แววตาของเขาแข็งกล้าขึ้น
ริคโค่กดปุ่มเอนเทอร์ เพื่อเริ่มสตาร์ทโปรแกรม ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าระบบป้องกันของคุณจะต้านฝีมือของผมได้หรือเปล่า เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์น้อยๆ ที่ไม่ค่อยมีใครเคยได้เห็น
ลิซ่าครับ พาโบลเอ่ยขึ้นเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของริคโค่ คุณริคยังไม่ออกมาอีกเหรอครับ
เลขาหน้าห้องของริคโค่เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน ยังเลยค่ะ นี่มันก็จะบ่ายสามแล้วนะคะ เธอเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
พาโบลถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปเคาะประตูห้อง คุณริคครับ
เงียบสนิท ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับมา พาโบลขมวดคิ้วอย่างสงสัย คุณริค เขาเรียกอีกครั้ง ลองหมุนลูกบิดประตูห้องดู ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อค!!!
พาโบลเปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว ห้องทำงานของริคโค่ว่างเปล่า!!! ชายหนุ่มหายตัวไปแล้ว!!!
เขากลับออกมา ลิซ่า คุณไม่ได้ไปจากหน้าห้องเลยใช่มั้ย พาโบลถามอย่างร้อนรน
ลิซ่าลุกพรวดขึ้น เปล่าค่ะ เอ่อ ไม่ค่ะชั้นลุกไปแผนกบัญชีเมื่อประมาณสิบห้านาทีก่อน
แย่แล้ว!!!! พาโบลพึมพำแล้ววิ่งไปตามฮวนด้วยความรวดเร็ว
คุณพาโบล อ้าว!!! แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย เลขาสูงวัยพึมพำด้วยความงุนงง
ฮวนครับ!!! แย่แล้ว!!! คุณริคหายตัวไป!!! พาโบลวิ่งพรวดเข้ามาในห้องที่ฮวนนั่งทำงานอยู่แล้วรายงานอย่างรวดเร็วอะไรนะ!!!
ฮวนลุกพรวดขึ้นอย่างตกใจ ให้ตายสิ!!! เขาสบถอย่างดุเดือด นายโทรไปที่ร.ป.ภ.ชั้นล่างเดี๋ยวนี้ ฮวนบอกแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปที่ทางออกลานจอดรถด้านล่างหลังจากคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ฮวนก็ได้คำตอบว่าริคโค่ขับรถของบริษัทออกไปเมื่อสิบนาทีที่ผ่านมา
คุณริคไปหาแมคนีลแน่ๆ พาโบลเอ่ยขึ้นเมื่อฮวนทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง
มันมีแค่ที่เดียวเท่านั้นที่เขาจะไป ฮวนถอนใจหนักๆ
แล้วเราจะปล่อยคุณริคไปแบบนี้เหรอครับ พาโบลถาม สีหน้าหนักใจ
ไม่หรอกพาโบล ฮวนตอบ เราจะตามไป อย่างน้อยก็ให้เวลาคุณริคได้ทำในสิ่งที่เขาตั้งใจก่อน
มันอันตรายนะครับ พาโบลท้วงผู้ชายคนนั้นหรือสิ่งที่คุณริคจะทำล่ะที่อันตราย ฮวนถามกลับ
พาโบลตอบไม่ได้ในทันที
ผมว่าทั้งสองอย่างแหละครับ เขาตอบในที่สุด หลังจากนิ่งคิดอยู่สักพัก
แมคนีลจะไม่ทำร้ายคุณริคหรอก ชั้นแน่ใจ นอกจาก
นอกจากอะไรครับ พาโบลถามอย่างร้อนรน
ฮวนถอนใจอีกครั้ง นอกจากคุณริคจะทำอะไรที่จะทำร้ายตัวเองน่ะสิ
ริคโค่จอดรถห่างจากบริษัทของมาร์คไปสองช่วงตึก เดินลงจากรถด้วยหัวใจที่หวาดหวั่นว่าเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ การแฮคกิ้งเข้าในเมนเฟรมของแมคนีลเอนเตอร์ไพรซ์ทำได้ยากมาก เขาต้องยอมรับเลยว่าคนที่ทำโปรแกรมป้องกันการเจาะข้อมูลนั้นทำได้ดีมากๆ มันเป็นการวางกับดักถึงสามชั้น ถ้าเขาไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อเรื่องนี้ เขาก็คงหลงกับดักไปแล้วเหมือนกัน และตอนนี้เขาก็ได้รหัสผ่านเขียนลงการ์ดเรียบร้อยแล้ว
เขาตบกระเป๋าเสื้อนอกที่เก็บการ์ดเบาๆ สูดหายใจเข้าเรียกกำลังใจหลายๆ ครั้ง ก่อนจะก้าวตรงไปที่บริษัทของมาร์คอย่างมั่นคงและมุ่งมั่น
การผ่านเจ้าหน้าที่ทางด้านล่างทำได้ไม่ยาก เขาแจ้งชื่อปลอมและบอกว่ามาพบกับเอลิน่า สมิธสันทางด้านล่างโทรขึ้นไปแจ้ง เขาก็ได้ผ่านมาถึงลิฟท์ เขารอให้ลิฟท์มาด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ด้วยเกรงว่าจะมีใครที่รู้จักเขามาเห็นเข้า เมื่อลิฟท์เปิดออกเขารีบก้าวเข้าไปแล้วกดปิด พยายามก้มหน้าหลบมุมกล้องวิดีโอที่อยู่ในลิฟท์ แล้วเสียบการ์ดที่เขาทำขึ้นมาที่ช่องที่เห็นทางด้านล่าง
ลิฟท์เคลื่อนตัวขึ้นไป ตัวเลขกำลังวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ สู่ชั้นบนสุด ที่ๆ เขาจะได้เผชิญกับมาร์คอีกครั้ง
ฟิลล์กำลังนั่งอ่านรายงานของลูกน้องที่ส่งให้อยู่ในห้องควบคุม พลันสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นรูปร่างคุ้นตาในจอมอนิเตอร์
ซูมกล้องที่ลิฟท์ตัวบีซิ เขาสั่งลูกน้องที่อยู่หน้ามอนิเตอร์แล้วเดินมาดูใกล้ๆ
ลูกน้องทำตามคำสั่ง ขยายภาพในจอให้ใหญ่ขึ้น จนเห็นคนในกล้องอย่างชัดเจน
คุณริคโค่!!!
เขาพึมพำอย่างแปลกใจ เช็คสิว่าลิฟท์จะไปจอดชั้นไหนลูกน้องเช็คตามคำสั่ง ชั้นนี้ครับ
หา!!! เป็นไปไม่ได้ ทำไมเขาถึงได้ ฟิลล์พูดอย่างไม่เข้าใจ เฝ้าดูไปเรื่อยๆ ชั้นจะไปบอกเจ้านายก่อน เขาบอกแล้วออกจากห้องควบคุมไปที่ห้องทำงานของมาร์คในทันที
เขาเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต
มีอะไรฟิลล์ มาร์คเงยหน้าจากเอกสารบนโต๊ะขึ้นอย่างแปลกใจ
คุณริคโค่กำลังขึ้นลิฟท์มาที่นี่ครับ ฟิลล์รายงาน
อะไรนะ!!!
มาร์คอุทาน ทำไม ริคโค่ไม่น่าจะมีการ์ดของเราได้นี่นั่นสิครับ แต่ตอนนี้ลิฟท์ก็กำลังจะมาถึงแล้ว คุณจะให้ทำยังไงครับเจ้านาย
ในเมื่อเขาอยากพบชั้นขนาดนั้น มาร์คยิ้มมุมปากนิดๆ รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา นายก็ไปรอรับเขาแล้วพามาที่นี่สิ
ฟิลล์สบตาแข็งกร้าวของมาร์คแล้วกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ รู้สึกกลัวแทนริคโค่ขึ้นมานิดๆ ได้ครับ เขารับคำแล้วรีบออกไปทำตามคำสั่งทันที
มาร์คทุบโต๊ะทำงานเสียงดังจนมือชาหลังจากที่ฟิลล์ออกไป ริคโค่ทำให้เขาแปลกใจ ไม่สิประหลาดใจอย่างมากและโกรธมากด้วย เขารู้ดีว่าริคโค่ต้องลงทุนทำแบบนี้ทำไม ก็เขาเองไม่ใช่เหรอที่วางแผนไว้แบบนี้ กดดันให้ริคโค่ต้องมาพบเขาอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่คิดว่าริคโค่จะรุกเขาด้วยตัวเองแบบนี้ การบุกเดี่ยวมาพบเขาก็นับได้ว่าริคโค่กล้าหาญมากทีเดียว มันบอกเขาได้เป็นอย่างดีว่าชายหนุ่มเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวได้ถ้าคิดจะทำ
คุณกำลังท้าทายผมใช่มั้ยริคโค่ มาร์คพึมพำกับตัวเอง ประกายตาลุกวาบขึ้น แต่อย่างหวังว่าผมจะใจอ่อนเรื่องของพี่ชายคุณนะ ไม่มีวันหรอก ไม่ว่าคุณจะขอร้องผมแบบไหนก็ตาม
ลิฟท์หยุดและเปิดออก ริคโค่หยุดลังเลแค่ชั่วอึดใจก่อนจะก้าวออกมา นึกถึงภาพของนักรบที่กำลังเดินเข้าสู่โคลอสเซียมในยุคโรมันเฟื่องฟูขึ้นมา แต่เขาไม่ใช่นักรบและมาร์คก็ไม่ใช่สิงโตสักหน่อย ชายหนุ่มเป็นยิ่งกว่านั้นต่างหาก
ริคโค่ชะงักกึกทันทีที่เดินออกจากลิฟท์มาพบกับบอดี้การ์ดของมาร์คยืนรออยู่
เชิญทางนี้ครับคุณริคโค่ ฟิลล์ยิ้มให้อย่างเป็นมิตรและจริงใจที่สุด เจ้านายของผมกำลังรอพบคุณอยู่
ริคโค่เดินตามฟิลล์ไปเงียบๆ ไม่น่าแปลกที่พวกเขาจะรู้ เขาเองก็อยากเห็นปฏิกิริยาของมาร์คเหมือนกันเมื่อชายหนุ่มรู้ว่าระบบข้อมูลของบริษัทตัวเองถูกเขาเจาะได้
ฟิลล์เคาะประตูแล้วเปิดออกเมื่อได้ยินเสียงอนุญาตจากภายใน
เชิญครับ เขาผายมือให้ริคโค่เดินเข้าไปพร้อมกับยิ้มอย่างให้กำลังใจเล็กน้อย
ริคโค่สบตากับฟิลล์คล้ายจะถามว่าเขาไม่เข้าไปด้วยเหรอ ฟิลล์เห็นแววหวาดหวั่นลึกๆ ในดวงตาสีทอง ก่อนจะยิ้มอย่างขออภัย แล้วปิดประตูตามหลังชายหนุ่ม แม้จะรู้ว่าไม่ค่อยดีนักที่จะรู้สึกเห็นใจริคโค่ แต่เขาก็อดจะช่วยภาวนาให้ชายหนุ่มไม่ได้ในการเผชิญหน้ากับเจ้านายของเขาครั้งนี้
ริคโค่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูราวกับเท้าของเขายึดติดกับพื้นพรมใต้เท้า มองเห็นมาร์คนั่งมองออกไปภายนอกหน้าต่างหันข้างให้กับเขา แต่กระแสกดดันจากชายหนุ่มยังส่งมาถึงเขาราวกับระลอกคลื่น ใบหน้าหล่อเหลาทว่าเย็นชาเหมือนที่เห็นจนชินตา ยังคงทำให้หัวใจของเขาเต้นโลดได้เหมือนกับทุกที สีหน้าด้านข้างว่างเปล่าไม่บ่งบอกสิ่งใดกับเขาเลย
เขาสูดหายใจเข้าลึก แล้วเรียกชายหนุ่มอย่างหยั่งเชิง คุณแมคนีลครับ พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นแต่เขาก็ทำไม่สำเร็จ
คุณขึ้นมาถึงที่นี่ได้ยังไง น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งถามขึ้น ความโกรธขึงปรากฏอยู่ในคำถามนั้นทุกคำพูด
ผมคิดว่าคุณน่าจะทราบดี ริคโค่ตอบเรียบๆ
คิดจะยั่วโทสะผมหรือไง...ตอบ...คำถาม...ของผม มาร์คเน้นทุกคำพูดของเขา ประกายตาลุกวาบราวกับเปลวไฟสีเขียว
ผม...ผมแฮคกิ้งเข้าระบบของคุณ...คุณลงทุนทำเรื่องผิดกฎหมายขนาดนี้เชียว มาร์คทำเสียงเย้ยหยัน เพื่ออะไรริคโค่...คุณอยากพบผมมากขนาดนี้เชียวรึ
ใช่สิครับ!!!
ริคโค่ฉุนกึกขึ้นมาที่ได้ยินเสียงเย้ยหยันของชายหนุ่ม ก็เพราะคุณไม่ใช่เหรอ...นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการหรือไง...ที่ผมต้องดิ้นรนมาพบคุณให้ได้แบบนี้น่ะ เขาระเบิดโทสะออกมามาร์คแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งกับอารมณ์หงุดหงิดของชายหนุ่ม ทำไมผมจะต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ
ริคโค่กัดฟัน กำหมัดแน่น ข่มอารมณ์พลุ่งพล่านของตัวเองลงไป เราจะคุยกันดีๆ ได้มั้ยครับ
คุยเหรอ!!!
มาร์คเลิกคิ้วสูงขึ้นไปอีก คุยเรื่องอะไรล่ะ เขาทำท่าไม่ยี่หระริคโค่ก้าวฉับๆ มาที่หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม พร้อมกับท้าวโต๊ะด้วยท่าทางเอาเรื่อง คุณรู้ดีว่าผมอยากคุยเรื่องอะไร
มาร์คหมุนเก้าอี้มาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มพร้อมกับยิ้มเย็น บอกผมหน่อยสิ
คุณแมคนีล!!!
ริคโค่เรียกชายหนุ่มอย่างหมดความอดทนจะนั่งก่อนมั้ยล่ะ มาร์คถามด้วยท่าทางกวนโทโส
ริคโค่มองชายหนุ่มตาคว่ำ ก่อนจะลากเก้าอี้มาแล้วนั่งลงอย่างแรง
พูดไปสิ...ผมจะรับฟัง
ริคโค่สูดหายใจลึกอย่างข่มอารมณ์ ผมอยากขอร้องคุณ...ผมไม่อยากให้คุณลุงของผมต้องเดือดร้อน
งั้นคุณก็ควรคิดให้ดี ก่อนที่จะส่งพี่ชายของคุณไป มาร์คขัดขึ้น คิดว่าคุณลุงของคุณจะช่วยคุ้มครองพี่ชายคุณได้ตลอดไปอย่างนั้นเหรอ คุณน่าจะรู้จักผมดีกว่านั้นนะริคโค่
ก็เพราะว่าผมรู้จักคุณดีน่ะสิครับ หรือไม่ใช่อย่างนั้น ริคโค่โต้ชายหนุ่มกลับบ้าง ผมเชื่อในสิ่งที่ผมมองเห็น คุณไม่ใช่คนที่จะฆ่าใครอย่างเลือดเย็น และคุณก็บอกผมเองว่าคุณไม่ต้องการชีวิตของพี่ชายผม หรือว่าคุณจะเปลี่ยนใจแล้วแล้วถ้าผมเปลี่ยนใจล่ะ มาร์คถามกลับด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่คำพูดของริคโค่ก็ทำให้เขารู้สึกยินดีอยู่ภายในใจ
ริคโค่สบตาชายหนุ่มอย่างแน่วแน่ คุณไม่ได้เปลี่ยนใจ
มาร์คยิ้มนิดๆ ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวผมขนาดนั้น เขาเอนหลังพิงกับเก้าอี้ รู้เป้าหมายของผมหรือยังไง เขาถามอย่างท้าทาย
คุณแค่ต้องการบีบให้เขากลับมา คุณลุงของผมบอกว่าคุณหลีกเลี่ยงการปะทะกับคนของท่าน
แล้วไงอีก
คุณแมคนีลครับ คุณจะเชื่อมั้ยถ้าผมบอกว่าพี่ชายของผมจะไม่มายุ่งกับพวกคุณอีก
ผมเชื่อคุณ มาร์คตอบในทันที แต่ที่ผมไม่เชื่อคือพี่ชายของคุณ
ถ้าผมรับประกันล่ะครับ
มาร์คสบตาชายหนุ่ม คุณทำไม่ได้หรอก
ริคโค่หลับตาลงอย่างตัดสินใจ ก่อนจะลืมตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเขียวคมกริบ ทำได้สิครับ เมื่อมิคาเอลตกลงสัญญากับผมแล้ว
สัญญา!!!
มาร์คเลิกคิ้วอย่างสงสัยถ้าผมเลิกยุ่งกับคุณ ไม่มีการข้องเกี่ยวในทุกๆ ทาง เหมือนว่าคุณกับผมไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
มาร์คถึงกับตะลึงเมื่อริคโค่พูดจบ จ้องหน้าชายหนุ่มเขม็ง สัญญาบ้าอะไรเนี่ย!!!
เขาพูดอย่างไม่เชื่อหู แล้วคุณก็บ้าพอที่จะเชื่อคำสัญญาของเขา!!!
ใช่ครับ!!!! ผมบ้าพอ...ถ้าผมเลิกยุ่งกับคุณและอยู่กับเขาตลอดไป เขาบอกผมว่าเขาจะลืมว่ามีคุณอยู่ในโลกนี้ไม่มีทาง!!!
มาร์คพูดอย่างโกรธขึง เพลิงโทสะแล่นพล่านไปทั้งร่าง นี่คุณยังไม่รู้จักพี่ชายคุณดีพออีกอย่างนั้นเหรอ!!! ผมถามจริงๆ เถอะริคโค่ เขาลุกขึ้นยืนเพราะไม่อาจนั่งเฉยได้อีกต่อไปแล้ว เขาแค่หลอกล่อคุณให้คุณตกปากสัญญากับเขา เพราะรู้ว่าคุณต้องทำตามที่คุณพูดไว้ คุณเป็นคนแบบนั้น...ริคโค่ส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ใจเขารู้ดีว่ามันเป็นอย่างที่มาร์คพูดทุกคำ
พี่ชายคุณน่ะร้ายเสียยิ่งกว่างูพิษ!!!
มาร์คเดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่มาถึงตัวริคโค่อย่างรวดเร็ว แล้วดึงชายหนุ่มขึ้นมา บีบไหล่ทั้งสองข้างของริคโค่ไว้แน่น ผมไม่เคยคิดว่าคุณเข้ามายุ่งหรือว่าทำให้ผมเดือดร้อนเลยซักครั้งเดียว ถ้าไม่มีเรื่องพี่ชายคุณ พวกเราก็คงเป็นเพื่อนกันไปนานแล้วแต่...ผมสัญญาไปแล้วครับ ริคโค่พูดเสียงเบาเงยหน้าขึ้นสบตาแข็งกร้าวของชายหนุ่มที่มองลงมา ตราบใดที่ผมยังอยู่ข้างกายเขา เขาจะไม่คิดที่จะหาเรื่องปองร้ายคุณ เขาพูดอย่างแน่วแน่ สองมือยกขึ้นจับที่แขนทั้งสองข้างของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มทั้งสองจ้องตากันอย่างแน่วแน่ เพลิงโทสะที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างของมาร์คกำลังสงบลงด้วยแววตาอ้อนวอนของริคโค่ เสียงหัวใจสองดวงเต้นเสียงดังเป็นจังหวะสอดประสาน เนื่องจากต่างก็รับรู้ถึงความใกล้ชิดที่เกิดขึ้น อากาศรอบตัวของทั้งคู่ราวกับกำลังปะทุด้วยกระแสความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างกัน
ความโกรธกรุ่นดับลงไปแล้ว แต่ไฟอีกอย่างหนึ่งกำลังวิ่งพล่านอยู่ภายในของมาร์ค ริคโค่อยู่ใกล้เขามาก ใกล้เหลือเกิน แค่เขาออกแรงอีกนิดเดียวก็รวบตัวชายหนุ่มเข้ามาในอ้อมกอดได้แล้ว
พี่ชายของคุณจะต้องรับผลของการกระทำของเขาคุณรู้ใช่มั้ย มาร์คถามเสียงกร้าวจากการข่มอารมณ์ ริคโค่ทำสีหน้าหวาดหวั่น ก่อนจะพยักหน้า ถ้าอย่างนั้นตอนนี้คุณต้องการอะไรจากผม...ริคโค่
แค่เชื่อผม...ผมจะไม่มีวันยอมให้มิคมาทำร้ายคุณอีก ริคโค่อ้อนวอน ขอโอกาสให้เขาสักครั้งนะครับ อย่างเพิ่งทำอะไรตอนนี้เลย ผมจะควบคุมเขาให้ได้ ไม่ให้เขามายุ่งกับคุณอีก...นะครับได้โปรด
ทำไมคุณถึงต้องลงทุนทำเรื่องผิดกฎหมาย ลงทุนอ้อนวอนผม ทั้งๆ ที่คนอย่างคุณไม่เคยยอมอ้อนวอนใคร เพียงเพื่อคนที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุดคนนั้นงั้นเหรอ
ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายเพียงคนเดียวของผม...ผมรู้ครับว่าสิ่งที่เขาขอจากผมมันเห็นแก่ตัวแค่ไหน แต่มันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่ผมจะปกป้องทั้งเขาและคุณด้วยผมไม่ต้องการให้คุณมาปกป้องผม...คุณคิดแต่จะปกป้องคนอื่น แล้วตัวคุณเองล่ะ ใครจะปกป้องคุณจากความบ้าของพี่ชายคุณ มาร์คถามแทบจะเป็นการตะโกน
ผมไม่เป็นไรหรอกครับ...ผมดูแลตัวเองได้ดีพอ
มาร์คทำเสียงขึ้นจมูก การที่คุณกล้าบุกเดี่ยวมาหาผมถึงนี่ มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่ามันยังไม่ดีพอ เขาแทบอยากจะจับชายหนุ่มเขย่าให้หัวสั่นหัวคลอน แล้วกอนโดซ่าเขาไม่ห้ามคุณหรือไง
ไม่มีใครรู้ว่าผมออกมา ริคโค่บอกเสียงอ่อย
อะไรนะ!!!
มาร์ครู้สึกอยากบีบคอชายหนุ่มขึ้นมาตะงิดๆ แล้วถ้าผมจับคุณไว้เป็นตัวประกันล่ะ คุณจะทำยังไง...หา!!!
..... ริคโค่ตอบไม่ถูกกับคำถามที่จู่โจมเข้ามา คุณคงไม่ทำอย่างนั้นใช่มั้ยครับ เขาถามเสียงอ่อยมากขึ้นไปอีกให้ตายสิ!!!
มาร์คสบถใส่ชายหนุ่มอย่างดุเดือด แล้วดันชายหนุ่มให้นั่งลงที่เก้าอี้ นั่งลง!!! เขาสั่งเสียงเฉียบขาด แล้วเดินหนีไปที่หน้าต่างเอาสองมือล้วงกระเป๋าอย่างหงุดหงิดริคโค่มองมาร์ค ตอนนี้เขางงไปหมดแล้วเพราะตามอารมณ์ชายหนุ่มไม่ทัน เขาเห็นมาร์คสูดหายใจเข้าหลายที ก่อนจะหันควับกลับมาจนเขาสะดุ้งโหยงกับแววตาคมกริบที่เหมือนมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ข้างใน
ถ้าผมเป็นกอนโดซ่า ผมจะจับคุณมัดไว้กับเก้าอี้!!
เขาพูดอย่างโกรธๆ คุณเป็นอัจฉริยะหรือคนปัญญาอ่อนกันแน่ แม้แต่เด็กสิบขวบยังรู้เลยว่ามันอันตรายขนาดไหน ถ้าผมเป็นพวกชั่วร้ายคุณจะทำยังไงแต่คุณไม่ใช่นี่ครับ ริคโค่เถียง ก่อนจะหลบสายตาดุๆ ที่จ้องกลับมา
แน่ล่ะที่ผมไม่ใช่!!!...อย่าทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้อีกนะริคโค่...
ก็คุณบีบให้ผมทำแบบนี้เองนี่ครับ ผมรู้ว่าคุณต้องดึงเกมไม่ยอมพบผมแน่ๆ ถึงผมจะติดต่อมา ริคโค่โต้กลับ
มันก็จริงอย่างที่ชายหนุ่มว่า นับว่าริคโค่เก่งมากที่มองออก เอาล่ะ...ถือว่าเรื่องนี้จบไปก็แล้วกัน แต่จำไว้นะริคโค่ ห้ามคุณทำแบบนี้อีก เข้าใจมั้ย!!!
มาร์คพูดอย่างจริงจัง พร้อมกับเลิกคิ้วข้างหนึ่งเพื่อรอฟังคำตอบครับ ริคโค่รับปาก อดดีใจไม่ได้ที่รู้ว่ามาร์คเป็นห่วงเขา แม้น้ำเสียงจะฟังดูโกรธๆ แต่ความหมายที่สื่อออกมาทำให้เขารู้สึกอบอุ่นเข้าไปถึงข้างใน
ส่วนเรื่องที่คุณขอร้องผม... มาร์ควกกลับมาเข้าเรื่อง ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ...ผมจะไม่ลงมือทำลายพี่ชายคุณให้ย่อยยับลงไปกับตาผมในตอนนี้หรอก แค่สั่งสอนเบาะๆ ให้พอจดจำผมก็พอใจแล้ว...แต่ถ้ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับคนในครอบครัวผมอีกล่ะก็ ผมจะไม่ฟังคำขอร้องอะไรของคุณอีกแล้ว ไม่มีการพูดคุยหรือเจรจาทั้งนั้น ผมจะจัดการกับเขาด้วยมือของผมเอง...จำไว้นะริคโค่ มาร์คสบตาริคโค่ ทั้งท่าทางและคำพูดของเขาคงบอกได้เป็นอย่างดี ว่าเขาหมายความตามนั้นทุกๆ คำ
ริคโค่กลืนน้ำลายฝืดคอ ผมจะจำไว้ครับ...ขอบคุณมากครับคุณแมคนีล เขาเอ่ยอย่างจริงใจแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม เวลาของผมหมดแล้วล่ะครับ...ขอบคุณมากนะครับสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมยังคงยืนยันคำเดิมว่าผมยินดีและดีใจมากที่ได้รู้จักคุณ ผมจะเก็บความทรงจำที่ผ่านมาไว้ในใจตลอดไป ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกที่คอของเขาจนแทบจะพูดไม่จบ รู้ตัวว่าถ้าไม่รีบพูดตอนนี้เขาคงต้องร้องไห้ต่อหน้าชายหนุ่มอีกครั้งแน่
คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลยริคโค่ มาร์ครู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อรู้ว่าริคโค่ตั้งใจทำอย่างที่พูดจริงๆ
จำเป็นสิครับ...ผมไม่อยากเสี่ยงอะไรอีก ผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำเพื่อพี่ชายแค่ครั้งนี้เท่านั้น ถ้าเขาคิดจะทำบ้าอะไรขึ้นมาอีกผมคงไม่อาจช่วยเขาได้อีกแล้ว แต่ผมคงจะทำเพียงคนเดียวไม่ได้ คุณคงต้องช่วยผมด้วย
ให้แกล้งทำเป็นไม่เคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นเหรอ...ไม่พบ...ไม่มีการพูดคุยกันอีก...ให้ลืมว่าคุณมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ใช่มั้ย...คุณทำได้อย่างนั้นหรือริคโค่ มาร์คถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบปิดบังความหวั่นไหวไว้ภายในอย่างมิดชิด
ต้องได้ครับ...ผมต้องทำให้ได้...หลังจากที่ผมเดินออกจากห้องของคุณไปในวันนี้ เราจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน ริคโค่พูดด้วยเสียงสั่นเครือ ไม่อาจปิดบัง
คำพูดทุกคำของริคโค่เปรียบเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจเขา เขาแทบจะมองเห็นมิคาเอลยืนหัวเราะอย่างเย้ยหยันอยู่ใกล้ๆ ได้เลยทีเดียว ที่สามารถทำลายมิตรภาพของเขากับริคโค่ลงได้ เขาเห็นและรู้สึกได้ว่าริคโค่เจ็บปวดกับเรื่องนี้เช่นเดียวกัน เพียงแต่พวกเขาไม่อาจแสดงออกไปให้อีกฝ่ายรับรู้ได้เท่านั้น
นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้พบกันแล้วใช่มั้ยริค เขาเอ่ยถามทำลายความเงียบที่เกิดขึ้นในชั่วอึดใจที่ผ่านมา
ริคโค่พยายามจะฝืนยิ้มออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ ตาของเขากำลังจะพร่าเลือนด้วยน้ำตา ครับ
มาร์คยื่นมือออกมาข้างหน้า ริคโค่ลังเลอยู่ชั่วแวบเดียว ก่อนจะยื่นมือสั่นๆ ของตัวเองออกไปจับมือกับชายหนุ่ม ฝ่ามือใหญ่อบอุ่นที่เขาจะไม่ได้สัมผัสอีกแล้ว แรงบีบกระชับที่หนักแน่นทว่ากลับอ่อนโยนอย่างประหลาด ส่งผ่านความรู้สึกมากมายมาสู่เขา อบอุ่น อ่อนโยน ให้กำลังใจ มอบให้เขาทั้งความเข้มแข็งและพละกำลัง
มือที่สั่นไหวของริคโค่ทั้งบอบบางและอ่อนนุ่มอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นสัมผัสที่บ่งบอกถึงความเอื้ออาทรและห่วงใยในตัวเขา ไม่เคยมีใครก่อให้เกิดผลกระทบกับเขาอย่างที่ริคโค่ทำได้ ไม่เคยมีใครที่เข้าถึงจิตวิญญาณส่วนลึกในตัวเขาเท่ากับที่ริคโค่เป็น นี่เขากำลังจะสูญเสียชายหนุ่มไปใช่มั้ย แต่....ริคโค่ไม่ได้เป็นของเขานี่
จิตใต้สำนึกในตัวเขาไม่ยอมรับสิ่งที่เขาคิด ริคโค่เป็นของเขา มันร่ำร้องบอกเขาอยู่อย่างนั้น
ก่อนจะทันรู้ตัวมือซ้ายของเขาก็ยกขึ้นสัมผัสใบหน้าของชายหนุ่มเสียแล้ว มาร์ครู้ตัวว่าเขาพ่ายแพ้ต่อจิตวิญญาณของตัวเอง...
อีกครั้ง!!!
เขารั้งตัวริคโค่เข้ามาสู่อ้อมกอดแข็งแกร่ง กอดร่างบอบบางของชายหนุ่มไว้และหวังว่าโลกจะหยุดหมุนลง ณ วินาทีนั้น
ริคโค่กอดมาร์คไว้สุดแรง ปลดปล่อยสิ่งที่พันธนาการความรักของเขาออก ขอแค่นาทีนี้ก็พอ ให้เขาได้เก็บเป็นความทรงจำที่เขาคงไม่มีวันลืมถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดแข็งแกร่งที่โอบกอดเขาอยู่ขณะนี้
แต่ก็เป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายผละออกก่อน ลาก่อนครับ มาร์ค เขาเอ่ยขึ้นโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม ปิดบังน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ก่อนจะหันหลังเพื่อเดินจากไป
ลาก่อน...ริค เสียงชายหนุ่มเอ่ยอย่างแผ่วเบามาจากด้านหลัง ริคโค่หลับตาลง เจ็บปวดแทบขาดใจ เขายกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง สูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น ชีวิตของเขาจากนี้ไปแม้จะต้องเจ็บปวดแต่เขาจะเข้มแข็งขึ้น บางทีวันหนึ่งข้างหน้า มันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ เขาแอบหวังอยู่ในใจ
เขาค่อยๆ ก้าวช้าๆ อย่างมั่นคง ไม่อาจหันหลังกลับไปมองมาร์คได้ทั้งที่มันเป็นสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุด เขาต้องตัดใจนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป แต่เขาก็ยังรับรู้ถึงสายตาร้อนแรงของชายหนุ่มที่แผดเผาแผ่นหลังของเขาตลอดทางจนเขาเดินถึงหน้าประตู
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม...มาร์ค...ผมจะรักคุณตลอดไปครับ เขาสาบานกับตัวเองก่อนจะหมุนลูกบิดประตูแล้วก้าวออกจากห้องของชายหนุ่มไปมาร์คมองตามแผ่นหลังบอบบางที่ก้าวเดินจากเขาไปด้วยหัวใจที่ปวดร้าว การจะกระทำอย่างที่ริคโค่ต้องการนั้นไม่ยากเย็นเลยสำหรับเขาที่จะแสดงออกแบบนั้น แต่จะให้จิตใจของเขาลืมเลือนชายหนุ่มไปนั้น มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย
มีเสียงเคาะประตูและฟิลล์เป็นคนที่เปิดเข้ามา เจ้านายครับ...
ไปส่งเขาทีนะฟิลล์ มาร์คสั่งเสียงอ่อนล้า แล้วก็อย่าให้ใครมารบกวนชั้น ถ้าชั้นจะกลับเมื่อไหร่จะโทรเรียกนายครับผม ฟิลล์มองเจ้านายของตนอย่างเห็นใจ เขาเองก็ไม่รู้ว่าสองคนนี้คุยอะไรกัน แต่ดูจากสภาพของทั้งสองคนแล้ว มันคงไม่ค่อยดีนัก เขาปิดประตูห้องเจ้านาย แวะสั่งกับเลขาหน้าห้องเจ้านาย แล้วรีบวิ่งไปที่ลิฟท์ในทันที
ริคโค่ยืนรอลิฟท์ด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย ดวงตาสีทองจ้องไปข้างหน้าดูว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวาแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง
คุณริคโค่ครับ ฟิลล์เรียกชายหนุ่ม เมื่อริคโค่หันมา เขาจึงเอ่ยขึ้น เจ้านายให้ผมไปส่งคุณครับ
ตอนแรกริคโค่ทำท่าจะปฏิเสธ ขอบคุณครับ เขาตอบสั้นๆ แล้วฝืนยิ้มให้
นี่ครับ ริคโค่ยื่นการ์ดที่เขาทำขึ้นให้กับฟิลล์ตอนที่ทั้งคู่อยู่ในลิฟท์ ผมทำมันขึ้นมาเอง แต่ผมคงไม่จำเป็นต้องใช้อีกแล้ว ขอโทษนะครับ
ฟิลล์รับการ์ดมา ก่อนจะเก็บลงกระเป๋า ริคโค่เป็นคนดีมากอย่างที่เจ้านายของเขาเคยพูดจริงๆ ไม่เป็นไรครับ
ริคโค่กับฟิลล์เดินออกจากลิฟท์ ตรงออกไปนอกอาคารจนถึงรถที่เขาจอดไว้ ฮวนกับพาโบลยืนรอเขาอยู่ข้างรถ ริคโค่ยิ้มนิดๆ อย่างไม่แปลกใจเลย
สวัสดีครับคุณฮวน คุณพาโบล ฟิลล์ทักชายหนุ่มทั้งสอง
สวัสดีครับ ทั้งคู่ทักตอบ
ขอบคุณมากครับที่มาส่งผม ริคโค่หันมาเอ่ยตัดบทกับฟิลล์ ก่อนจะส่งกุญแจรถให้ฮวน
ฟิลล์ยิ้มอย่างเข้าใจ ยินดีอย่างยิ่งครับ เขากล่าว ค้อมศีรษะให้ฮวนกับพาโบล แล้วเดินกลับไป
ฮวนไขกุญแจรถ เปิดให้ริคโค่ไปนั่งที่ด้านหลัง พยักหน้าให้พาโบลไปนั่งกับริคโค่ ตัวเขาเดินอ้อมมาด้านคนขับ เข้าไปนั่งประจำที่ก่อนจะขับรถออกไป เขามองริคโค่ผ่านกระจกส่องหลังอย่างห่วงใย ชายหนุ่มดูเหมือนคนหัวใจสลายอย่างไรอย่างนั้น
กลับบ้านเถอะนะครับคุณริค เขาเอ่ยเชิงบังคับ
ริคโค่ที่มองออกไปนอกหน้าต่างรถพยักหน้ารับรู้แค่นิดเดียว
พาโบลอยากถามริคโค่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ติดที่ฮวนปรามเขาไว้ก่อนล่วงหน้า เขาสบตากับชายหนุ่มทางกระจกก่อนจะถอนใจเบาๆ
บอกคุณลุงแทนผมทีนะครับว่าถ้ามิคอยากจะกลับมา ก็ปล่อยเขามาได้เลย ริคโค่เอ่ยขึ้น หลังจากนั่งเงียบมาตลอดทาง
ได้ครับ ฮวนรับคำ
ผมคงช่วยเขาได้เพียงแค่นี้...หลังจากนี้ก็อยู่ที่ตัวเขาเองแล้ว หากเขาคิดอะไรบ้าๆ ขึ้นมาอีก...ผมคงช่วยเขาไม่ได้อีกแล้ว
คุณเสียสละตัวเองมาพอแล้วครับคุณริค พาโบลเอ่ยขึ้น อย่าคิดมากอีกเลยครับ
ขอบคุณพาโบล ริคโค่หันมายิ้มให้
ชีวิตของเขาจะเป็นยังไงต่อไปนะ ความเหน็บหนาวอ้างว้างที่เขารู้สึกอยู่ตอนนี้ จะคงอยู่กับเขาไปอีกนานแค่ไหน ทางเดินข้างหน้าของเขาช่างมืดมนเหลือเกิน คนที่ต้องการมากที่สุดเป็นคนที่เขาไม่อาจไขว่คว้ามาไว้ในมือได้ แล้วเขาจะต้องทนอยู่กับความรู้สึกพวกนี้ไปจนถึงเมื่อไร เป็นคำถามที่เขาเองก็ไม่อาจที่จะล่วงรู้คำตอบได้เลย...
###############################################