Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

สายใยรัก ฉบับ fanficiton

By… peebee

 

++++++++++++++

*คนนี้แหละแฟนฉัน*

“ซื๊ด…ฮึก...”  

เสียงสูดน้ำมูกน้ำตาดังมาจากชายร่างใหญ่ที่นั่งอยู่หน้าทีวี แถมด้านหน้ายังกองไปด้วยกระดาษทิชชู่ที่ม้วนเป็นก้อนๆ นายจิม กราเซีย เห็นแล้วก็อดถอนหายใจไม่ได้ เขายิ้มอย่างเอ็นดู นี่ถ้าแฟนๆทอมมาเห็นเข้าละก็คงอ้าปากค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ ที่นายแบบเทพบุตรรูปงามขวัญใจสาวๆ ทอม แมกกิล จะมานั่งร้องไห้เพราะดูหนังไทยเด็กๆแบบนี้ ถึงแม้จะบอกว่าหนังเรื่องนี้ทำลายสถิติเกินร้อยล้านขนาดแซงหน้าหนังฮอลลีวู๊ตในขณะนั้นก็เถอะ

“นายไม่ต้องมาหัวเราะเยาะชั้นเลยน่า” เสียงสะอื้นงอนๆ ดังออกมาจากร่างที่กำลังสั่งน้ำมูกอยู่

“ไม่ได้หัวเราะสักหน่อย..ก็หนังเรื่องนี้นายดูมาตั้งสิบกว่ารอบแล้ว ติดยิ่งกว่าเด็กอีกนะ” จิม กราเซีย พูดยิ้ม เขาดูแลทอมมาตั้งหลายปีไม่เคยเห็นชายหนุ่มนั่งร้องไห้กับหนังเรื่องไหนแท้ๆ

“ใครบอกว่าสิบกว่ารอบ แค่ไม่กี่รอบเองนายไม่ต้องมาตู่น่า” ร่างงามขมวดคิ้ว ถึงแม้ตาหูจมูกจะแดง แต่ในสายตาจิมแล้ว ทอมตอนนี้ดูน่ารักน่าทะนุถนอมเป็นที่สุด อยากจะเข้าไปจับฟัดสักรอบ ถ้ายังไม่เกรงอารมณ์น้ำขึ้นน้ำลงของทอมละก็

ร่างสูงเดินอ้อมเข้ามานั่งที่โซฟาใกล้ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นนับนิ้ว
“ใครว่าผมตู่เล่า เดี๋ยวจะนับให้ฟัง ครั้งแรกก็ตอนที่ผมชวนเข้าไปดูในโรง ทำอิดๆออดๆเสียอีกแนะบอกว่าหนังเด็กไม่อยากดู แต่พอดูแล้วยังมาออดอ้อนชวนผมไปดูอีกรอบหนึ่ง รวมเป็นสอง ส่วนครั้งที่สามผมรู้นะว่าแอบชวนเจ้าแมกกี้ไปดูที่เมเจอร์ เพราะแมกกี้กลับมาเล่าให้ฟังว่าแด๊ดติดหนวดปลอม ใส่แว่นกันแดดไปดู แถมตอนซึ้งโผเข้ามากอดร้องไห้หนวดตำหน้าเจ็บแทบแย่ ส่วนครั้งที่สี่ผมได้ข่าวว่าทอมจ้างเด็กไปซื้อซีดีก๊อปมาจากพันธุ์ทิพย์ ทั้งๆที่ทักษิณก็กำลังรณรงค์เทปผีซีดีเถื่อนแท้ๆ ตัวเองก็ดันไปอุดหนุนเสียอีก...หลังจากนั้นก็มานั่งดูกันที่บ้านเสียหกรอบ ครั้งสุดท้ายที่ดูที่บ้านแมกกี้หลับกองอยู่ที่พื้นตั้งแต่เริ่มเรื่อง...”

“พอแล้วๆๆๆ ทำไมนายต้องไปจำไอ้เรื่องบ้าๆพวกนี้ด้วยนะ” ทอมหน้าแดงเมื่อฟังพฤติกรรมตัวเองที่จิมสาธยายออกมา

“ก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องของนายไง....” จิมพูดเสียงอ่อน ทอดสายตาหวานเชื่อมมองไปยังคนร่างคนรัก ทอมสะบัดหน้าพรืดไม่ยอมสบตา

จิมถอนหายใจก่อนจะพูดต่อ
“แถมช่วงที่เรามีเวลาว่างจะอยู่กันสองคน...ผมอุตส่าห์ชวนมาเที่ยวทะเลแท้ๆ แต่ทอมก็ยังพกวีซีดีเรื่องนี้มาดูเสียอีก” คราวนี้จิมเป็นฝ่ายทำเสียงน้อยใจบ้าง ทอมเหลือบสายตามามองนิดหนึ่ง

จริงๆใครเล่าจะไม่ให้น้อยใจ พ่อเทพบุตรทอมของเขานั้น มีแต่งานๆๆๆอยู่ในหัว นอกจากเรื่องงานก็ยังมีเรื่องลูกๆๆๆๆเสียอีก หลังจากทอมเลิกอาชีพนายแบบหันมาจับงานดีไซเนอร์เต็มตัวเขาก็ยิ่งวุ่นแทนที่จะยิ่งว่าง แถมต่อมาลูกเขากับลูกทอมก็เริ่มโต เด็กผู้ชายสองคนรับมือยากกว่าเด็กผู้หญิงแยะ แต่ละตัวอย่างกับลูกลิงลูกค่างมาเกิด

ช่วงปีใหม่ จิมอุตส่าห์หลอกล่อจนกระทั่งแมกกี้กับแอนแดรสยอมตามภรรยาเก่ากลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างประเทศ เจ้าแมกกี้อยากเห็นเขาจุดพลุฉลองปีใหม่สวยๆ ต้นคริสมาสต์ใหญ่โตอย่างที่เขาร่ำลือกัน เพราะเด็กหนุ่มมีชีวิตอย่างน่าสงสารมาตั้งแต่เด็ก ข้างฝ่ายเจ้าแอนเดรส พอเห็นพี่ชายจะไปที่ไหนเจ้านั่นก็ติดหนึบราวกับตุ๊กแก ร่ำร้องจะตามไปด้วย จิมก็เลยได้โอกาสฉลองปีใหม่กับสุดที่รักของเขาสองต่อสอง...

เขาโทรจองบ้านพักตากอากาศริมทะเลสุดหรูไว้ให้ผู้เป็นที่รัก ถึงแม้จะค่อนข้างฉุกละหุกก็ตาม แต่ความที่เขาเป็นคนกว้างขวางมีเพื่อนมาก แถมด้วยยูโดและคาราเต้หลายดั้งทำให้ได้บ้านพักมาอย่างง่ายดาย
แต่ทำไม๊!!!!!! ชีวิตเขาถึงยังต้องมีมารมาผจญอีกนะ.......ถึงแม้จะเป็นแค่หนังก็เถอะ นี่เขาจะมาแพ้เด็กป.4 ในหนังหรือไง...หรือสเน่ห์ของเขามันสู้เด็กป.4 ไม่ได้ฟะ (-.-*) ก็ทอมเล่นดูวีซีดีมันทุกคืน แถมพอหัวถึงหมอนก็ดั๊นเสือกหลับเป็นตายอีกแนะ เพราะตอนกลางวันเอาแต่ไปเที่ยวดูโน่นดูนี่ตลอด

“สงสารน้องเจี้ยบ...จากกันทั้งที่เข้าใจผิดแบบนั้น” ทอมพูดเสียงเบาๆ เขาเริ่มรู้สึกตัวว่าติดหนังมากเกินไป
“ครับ..สงสารน้องเจี๊ยบ แล้วน้องจิมละครับ...จะให้กลับไปทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรนี่เลยเหรอครับ” จิมพูดเสียงน้อยใจอีกรอบ...แน่ละสิ...ห้องที่เขาจองนี่คืนละเท่าไหร่ แถมเตียงสุดหรูดับเบิลซุปเปอร์คิงไซส์นี่อีก..

ตุ๊บๆๆๆๆ ตับๆๆๆๆ เสียงหมัดทุบเขาแบบไม่ยั้ง...แว๊ก นี่มันอาไรกันอีกละเนี่ย..ทำไมอารมณ์เปลี่ยนไปอีกแล้ว หรือทอมอยู่ในช่วงวันนั้นของเดือนกันหว่า

“หนอย...จะให้กลับไปทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไรเหรอ..” ทอมกัดฟันพูด “นี่สมองนายเอาแต่คิดเรื่องนี้อย่างเดียวเลยใช่มั๊ย...ชั้นโมโหแล้วนะ ชั้นไม่ใช่ที่ระบายสักหน่อย อยากทำโน่น..ริมหาด ไปลองหาลิงสักตัวก็แล้วกัน หรือไม่ก็ไปหาผู้หญิงที่อื่น” ทอมพูดเสียงเขียว

“ขะ..ขอโทษ ชั้นแค่โมโหนิดหน่อยที่เห็นนายติดหนังน่ะ” จิมรีบหันกลับไปดึงแขนทอมที่กำลังทุบเขาอยู่ พร้อมกับรั้งร่างงามเข้ามากอดซบอก
“นายก็รู้ ชั้นรักนาย..ถ้าไม่ใช่นายไม่ได้หรอก” จิมกระซิบที่ข้างหูทอมเบาๆ เขารู้ดีว่าพ่อเทพบุตรของเขาชอบแบบไหน...ทอมก้มหน้าซบอกเขา
“ทำไมชอบเรื่องนี้นักนะ ทอม” จิมถามเรื่อยๆ ทอมหน้าแดง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตา
“ก็...สมัยเด็กชั้นเองก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้” ทอมพูดอายๆ ก่อนจะถอนหายใจ “ชั้นเองก็เคยทะเลาะกับเพื่อน พวกเรายังไม่ทันจะได้ปรับความเข้าใจกัน เพื่อนคนนั้นก็มาย้ายบ้านไปเสียก่อน ตอนนั้นชั้นร้องไห้แทบตายแนะ”
จิมลูบหลังทอมเบาๆ
“จริงหรือ...แล้วนายมีโอกาสเจอเธออีกไหมล่ะ” จิมถาม
“ใครบอกว่าผู้หญิงล่ะ ผู้ชายต่างหากเล่า” ทอมพูดงอนๆ จิมอึ้งไป เขารู้ว่าทอมเป็นผู้ชายแท้ๆมาตั้งแต่เด็ก แต่ทำไมทอมถึงยังจำเพื่อนสมัยเด็กคนนั้นได้อีกนะ หรือว่ารักแรกของทอมคือเด็กคนนั้น....จิมพยายามเปลี่ยนเรื่องพูด ถึงจะอดีตก็เถอะแต่เขาก็หึงทอมนะ..
“แล้วนายชอบเล่นเกมเหมือนกับในหนังหรือเปล่า” จิมเปลี่ยนเรื่อง ทอมยิ้มร่าผุดลุกขึ้นมานั่ง
“ชอบสิ..ชั้นนะเก่งที่สุดในกลุ่มเลยนะ” ทอมพูดแบบภูมิใจ “ไม่มีใครสู้ชั้นได้สักคน”
“อะไรหรือ กระโดดยางหรือเป่ากบล่ะ” จิมถามอย่างแย้มยิ้ม ก่อนจะถูกหมัดสวนเข้าไปนอนนับดาวอีกรอบ
“ไอ้บ้าจิม..นายเห็นว่าชั้นเป็นอะไร..หนอยกระโดดยาง นั่นมันเกมผู้หญิงเฟ้ย ส่วนเป่ากบน่ะ เก่งที่สุดมันน่าภูมิใจตรงไหน” ทอมพูดเสียงกระฟัดกระเฟียด จนจิมลืมความเจ็บรีบเข้ามาปลอบอีก

“โอ๋ๆๆ เอาน่าทอม ผมขอโทษ ก็ผมไม่เคยเล่นของพวกนี้ตอนเด็กนี่นา...ผมอยู่เมืองนอกตลอดก็เลยไม่รู้จักเกมพวกนี้ ทอมบอกหน่อยสิว่าเก่งอะไร”

ทอมเริ่มหายงอนกับคำแก้ตัวของเจ้าคนรักร่างใหญ่บ้าง
“มันก็ต้องกีฬาลูกผู้ชายฟุตบอลกับขี่จักรยานสิ” ทอมพูดเสียงหนักแน่น “ตอนเด็กๆชั้นเก่งฟุตบอลถึงขนาดเป็นตัวจริงของโรงเรียนไปแข่งกระชับมิตรระหว่างโรงเรียนมาแล้วนะ นี่ถ้าไม่มีคนชวนมาเข้าวงการนายแบบล่ะก็ ป่านนี้ชั้นอาจจะดังสูสีกับนายแบกแฮม บักหำ อะไรนั่นแล้วก็ได้” ทอมได้ทีคุยโว

“จริงหรือ..ผมเองตอนอยู่มหาลัยก็ได้เล่นให้กับทีมประจำรัฐที่อยู่ เล่นไปไม่เท่าไหร่ก็มีทีมชาติจะมาซื้อตัวแต่ผมก็ปฏิเสธไปเพราะชอบเล่นยูโดมากกว่า” จิมพูดเรื่อยๆแบบอยากมีส่วนร่วม แต่ก็ทำให้ทอมหน้าหงิกลงไปอีกรอบ...หนอย ตัวจริงของโรงเรียนใครจะมาสู้ตัวจริงของรัฐ ได้ล่ะ

“แล้วจักรยานล่ะ” ทอมถามแบบไม่ใส่ใจ ก็แหม พ่อบอร์ดี้การ์ดคนนี้ของเขามันช่างเก่งไปซะทุกเรื่องจริงๆ จะมีอะไรที่เขาพอจะสู้ได้บ้างไหมเนี่ย นอกจากความหล่อที่ชนะขาด(เฉพาะความคิดของทอม แมกกิลคนเดียว)
คราวนี้จิมเงียบไปบ้าง ทอมได้ทีถามซ้ำ

“ผมขี่ไม่เป็น” เสียงบอกเบาๆดังลอดออกจากริมฝีปาก ทอมยิ้มร่าหน้าบานเป็นกระด้ง
“จริงหรือ”
“จริงสิ..นี่จะถามทำไมเนี่ย เปลี่ยนเรื่องเถอะ” จิมเริ่มงอนอีกรอบ
“เปลี่ยนไม่ได้หรอก...รู้ไว้ด้วยนี่มันกีฬาพิสูจน์ความเป็นลูกผู้ชาย” ทอมได้ทีขี่แพะไล่ เขาลุกขึ้นพร้อมดึงจิมให้ยืนตาม
“เราออกไปขี่จักรยานกัน”

“หา

จิมหันไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง สามทุ่มครึ่ง! เวลาแบบนี้ยังจะมีใครไปบ้าออกไปขี่จักรยานเล่นอีกล่ะ แถมคืนนี้มันคือวันที่สามสิบเอ็ดธันวาคมอีกด้วย อีกไม่นานเท่าไหร่ก็จะปีใหม่แล้ว เขาอุตส่าห์คิดว่าจะนอนเคาท์ดาวน์วันขึ้นปีใหม่บนเตียงอบอุ่นกับทอมสองต่อสอง จิบไวน์ จูบกันให้ดูดดื่มก่อนจะขึ้นไปนอนนับดาวบนสวรรค์ชั้นเจ็ด..แต่นี่.....ฮือ...จิมอยากจะร้องไห้ออกมา ยิ่งเห็นทอมเตรียมตัวใส่ร้องเท้ากีฬาแล้วด้วย...

เอาเถอะ...ไหนๆก็ไหนๆ สิ่งที่ทำให้เทพบุตรทอมของเขาพอใจได้ละก็ จิมยอมเสมอแหละ

เอี๊ยด...อ๊าด....เสียงล้อบดกับถนนดังไปตลอดทาง ที่บ้านพักมีจักรยานเก่าๆสองคันจอดทิ้งไว้ให้กับลูกค้า มันค่อนข้างจะได้รับการดูแลอย่างดี แต่สำหรับนักขี่ฝึกใหม่ร่างใหญ่โตขนาดนี้ มันก็ยังไม่ได้เตรียมใจมาก่อนเช่นเดียวกัน น้ำหนักของจิมกดจนล้อแทบจะแบนไปติดพื้น เวลาปั่นก็เลยมีเสียงแบบเครื่องฝืดตลอดเวลา ทอมขึ้นไปขี่อีกคันหนึ่ง ร่างงามปั่นไปบนถนนหน้าบ้านพักหลายรอบจนเริ่มมีเหงื่อไหล ท่าทางทอมจะสนุกกับการโชว์ให้เขาเห็นว่าเก่งขนาดไหน

ฮึ่ม แค่ขี่จักรยานเขาไม่ยอมแพ้หรอกน่า ของแค่นี้ทำไมนักกีฬาระดับชาติอย่างเขาจะทำไมได้ล่ะ ลูกแม่ค้าขายของชำหน้าบ้านอายุแค่ห้าขวบมันยังปั่นสองล้อได้ปร๋อ แล้วอย่างเขานายจิม กราเซียร์ทำไมจะใช้เวลาแค่สิบหรือสิบห้านาทีหัดปั่นจักรยานไม่ได้เล่า

โครม เสียงรถล้มรอบแล้วรอบเล่าจนจิมแทบจะฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัว ข้างฝ่ายทอมก็เอาแต่หัวเราะเยาะ

“นี่...ลูกผู้ชายน่ะจะต้องขี่จักรยานเป็นน่ะ” ทอมแซวจนจิมอดจะพูดย้อนไม่ได้
“ครับ ลูกผู้ชายครับ...ลูกโตเป็นหนุ่มแล้วด้วยนี่...คงเพราะปั่นจักรยานเก่งนี่เอง” จิมแทบจะตบปากตัวเองเมื่อเห็นรอยยิ้มของทอมหายไป โธ่เว๊ย..เขาไม่น่าจะพูดออกไปเลย ทอมหันหลังปั่นจักรยานลิ่วๆไปอีกทาง จิมจะวิ่งตามก็คงไม่ทัน เขารีบจับจักรยานให้มั่นก่อนจะเริ่มปั่นตามไป

“ทอม...!! อันตรายนะ อย่าไปไหนไกลเลย...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่านายนะ แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง” เสียงจิมดังไล่หลัง ถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นคืนก่อนสิ้นปีก็ตาม แต่เนื่องจากที่พักของเขาเป็นบังกะโลริมหาดส่วนตัว จึงแทบไม่มีคนภายนอกเข้ามาให้เห็นเลย

ข้างฝ่ายทอมหลังจากที่เขางอนจิมปั่นจักรยานหนีออกมาแล้ว เขาก็หันหน้ากลับไปมองเจ้าบอร์ดี้การ์ดร่างยักษ์อีกครั้งก่อนจะอ้าปากยิ้มอย่างดีใจแทบจะลืมเรื่องขุ่นใจเมื่อกี้ไปหมด

“จิม! นายปั่นจักรยานได้แล้วนี่” ทอมตะโกนพร้อมกับชี้มือไปที่เขา จิมเองก็พึ่งรู้สึกตัวว่าเขาปั่นจักรยานตามทอมมาได้ตั้งไกล นี่เขาปั่นจักรยานได้แล้วจริงๆหรือนี่ ตอนที่ตั้งใจกลับทำไมได้ แต่พออารามตกใจกลับถีบไปได้

“ผมถีบได้แล้วจริงๆด้วย” จิมตะโกนอย่างดีใจ เขาปั่นเข้าไปหาทอมที่ยืนรออยู่ ทั้งคู่กระโดดเข้าหากัน

“มีรางวัลให้ผมหรือเปล่า” จิมพูดออดอ้อนก้มหน้าลงไปจะสูดดมกลิ่นหอมจากร่างในอ้อมอก แต่ก็ถูกทอมยกมือขึ้นปิดปาก ร่างเตี้ยกว่ายิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

“เดี๋ยวก่อน” ทอมจิ้มไปที่จมูกร่างตรงข้าม “รางวัลจะให้ได้ก็ต่อเมื่อนายพิสูจน์ได้ว่าเป็นลูกผู้ชาย รู้หรือเปล่าว่าลูกผู้ชายจะต้องทำอะไรได้...” จิมฟังจนอ้าปากค้างเล็กน้อย...ทอมยกนิ้วชี้ขึ้น

“ข้อหนึ่ง จะต้องขี่บีเอ็มเอ็กซ์ปล่อยมือ”

จิมตะโกนลั่นอยู่ในใจ...เขาถอนหายใจอย่างแรง นี่ทอมยังไม่วายเอาหนังเข้ามาเกี่ยวด้วยหรือนี่...ทอมดูหนังกี่ครั้งเขาเองก็ดูเท่านั้นครั้งทำไมเขาจะไม่รู้ว่าในหนังเด็กมันเล่นกันยังไง อยากจะบอกจริงๆว่าจักรยานที่เขาปั่นมันไม่ใช่บีเอ็มเอ็กซ์สักหน่อย แต่กลัวว่าถ้าหลุดปากพูดออกไปล่ะก็ คราวนี้ทอมคงปั่นจักรยานกลับกรุงเทพฯเลยล่ะมั้ง

เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ..สี่ทุ่มสี่สิบห้า...แง๊...เกือบครึ่งคืนเข้าไปแล้ว พรุ่งนี้พวกเขาก็จะต้องเข้ากรุงเทพฯตอนเย็นแล้วด้วย...เวลาคืนนี้ของเขาจะผ่านไปยังไงล่ะเนี่ย

จิมเริ่มหัดปั่นจักรยานปล่อยมือตามที่ทอมบอก...แรกๆเขาก็ล้มไม่เป็นท่า แต่หลังจากผ่านการฝึกฝนไปได้อีกห้าหกเที่ยวเขาก็ปั่นจักรยานแบบปล่อยมือได้ในระยะทางค่อนข้างไกล

“พอ..พอ นายผ่านแล้วนายผ่าน” ทอมตะโกนบอกเขา จิมถอนหายใจโล่งอก

“ข้อสอง...” ทอมตะโกนไปทางเขา จิมล้างหูรับฟังข้อต่อรองของชายในดวงใจ ตอนนี้พวกเขาสองคนปั่นจักรยานห่างจากบ้านพักพอสมควร..เสียงคลื่นซัดเข้าสู่ฝั่งเป็นระยะๆ ระดับน้ำขึ้นค่อนข้างสูงจนแทบมองไม่เห็นหาดเท่าไหร่

“นายไปกระโดดน้ำที่สะพานปลาตรงนั้นสิ” ทอมชี้มือไปที่สะพานเล็กๆที่ทอดลงสู่ทะเลไม่ห่างไกลจากจุดที่เขายืนอยู่

“ทอม..แต่นี่มันดึกแล้วนะ จะมีใครไปว่ายน้ำอีก แล้วนี่ก็หน้าหนาวด้วย” จิมพูดแบบไม่อยากจะเชื่อ

“ทำไมล่ะ หน้าหนาวเมืองไทยมันมีซะทีไหน...หรือนายไม่ยอมฟังคำขอร้องของฉัน ไหนบอกว่าจะยอมตายแทนฉันไงล่ะ” ทอมหน้ามุ่ยลงไป จิมจึงต้องถอนหายใจตอบตกลง

“ได้สิ..เพื่อทอมผมทำได้อยู่แล้ว จิมเดินลงไปที่ชายหาด เขาเดินลุยน้ำทะเลลงไปได้เกือบถึงสะพานปลาก็ได้ยินทอมตะโกนมา

“นายจะปล่อยให้เสื้อผ้าเปียกทำไม ชั้นไม่กลับบ้านพร้อมกับคนตัวเปียกหรอกนะ ถอดเสื้อออกพาดไว้ที่นี่สิ”

ทอมชี้มือไปที่ต้นไม้ริมหาด จิมเดินกลับมาพร้อมกับถอดเสื้อเชิ้ตตัวบางที่สวมอยู่ เขาโยนมันขึ้นไปเกี่ยวต้นไม้ก่อนจะถอดกางเกงจนเหลือกางเกงในสีขาวตัวเดียว แผงอกกำยำเป็นประกายท่ามกลางแสงจันทร์ จิมรู้สึกดีเมื่อเห็นทอมมองเขาพร้อมกับยิ้มให้ แน่นอนจิมภูมิใจกับร่างกายกำยำสมส่วนไม่มีไขมันส่วนเกินของเขาที่สุด

“อีกชิ้นนึงล่ะ”  ทอมชี้นิ้วไปที่ปราการด่านสุดท้าย จิมเริ่มหน้าแดง..เขาตัดสินใจถอดมันโยนทิ้ง พยายามทำหน้าให้เฉยที่สุด ก็ในเมื่อเห็นกันเป็นประจำอยู่แล้วยังจะมีอะไรต้องอายอีกล่ะ เขาเดินลงน้ำไปก่อนที่จะไปกระโดดน้ำ จิมรู้ได้ถึงสายตาของทอมที่จ้องมองเขาตลอดร่าง

ตูม เสียงน้ำแตกกระจายสะท้อนก้องไปพร้อมกับเสียงคลื่น จิมดำผุดดำว่ายไปท่ามกลางน้ำทะเลสีดำสนิท ร่างกายที่ออกเหงื่อเมื่อสักครู่รู้สึกดีขึ้นเมื่อสัมผัสกับกระแสน้ำเย็น การว่ายน้ำตอนกลางคืนให้ความรู้สึกต่างจากตอนกลางวันไปอีกแบบ มันให้ความรู้สึกเวิ้งว้างน่ากลัวแต่ก็น่าค้นหาภายใต้น้ำสีดำมืด แสงไฟจากเรือหาปลาหลากหลายจุดสะท้อนอยู่ที่เส้นขอบน้ำและขอบฟ้า จิมมองจนเพลินจนเขาแทบจะลืมทอมไปเสียเลย

“หึ..เข้าภวังค์ไปแล้วเหรอไง”

เสียงเบาๆพูดติดตลกกระซิบข้างริมหู จิมสะดุ้งเฮือกหันไปมองเจ้าของเสียง ก็เห็นทอมว่ายอยู่ด้านหลังเขา ช่วงไหล่ของนายแบบหนุ่มลอยอยู่เหนือน้ำ เผยให้เห็นผิวขาวนวลฉาบด้วยแสงจันทร์สีเหลืองละมุน ผมสีทองถูกเสยขึ้นไปด้านหลังทำให้เห็นวงหน้ากระจ่างสวยงามไร้ที่ติ ตาเป็นประกายสีเขียวระยิบระยับล้อกับเกลียวคลื่น เรียวปากนุ่มสีชมพูชุ่มชื้นยิ้มขึ้นน้อยๆ ฟันสีขาวเรียงตัวอย่างสวยงามเป็นระเบียบ จิมรู้สึกราวกับว่าเห็นเทพบุตรมายืนอยู่ตรงหน้าจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นนางเงือกหรือนางอัปสรสวรรค์ไหนๆ คงจะงดงามไร้ที่ติสู้ทอมของเขาตอนนี้ไม่ได้แน่ จิมดึงทอมเข้ามากอดอย่างไม่รู้สึกตัว ปากต่อปากสัมผัสกันอย่างแผ่วเบาก่อนจะเริ่มรุนแรงดูดดื่มขึ้น น้ำทะเลเย็นๆรอบตัวแทบไม่เป็นอุปสรรคต่อพายุอารมณ์ร้อนที่ถูกจุดขึ้น ทอมยกแขนขึ้นมาโอบรอบศีรษะจิม ทั้งคู่กอดจูบกันอยู่นานก่อนจะถูกคลื่นทะเลลูกใหญ่ซัดจนเข้าสำลัก ทอมผละออกมาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เขาไม่เคยรู้สึกสบายใจขนาดนี้มานานแล้ว จิมเองก็รู้สึกตัวขึ้นมา เขายิ้มให้ทอมก่อนจะวักน้ำทะเลสาดเข้าใส่ทอม ทั้งคู่ไล่จับกันในน้ำหัวเราะจนกระทั่งเหนื่อย

ผ่านไปสักพักจิมก็ไล่จับทอมได้ก่อนที่ทั้งคู่จะแอบอิงกันอยู่กลางทะเล ทอมเอนตัวซบไหล่จิม เขาหลับตาน้อยๆ ความเงียบเข้ามาอยู่รอบตัว จิมสูดหายใจลึกๆดมกลิ่นกายของคนรักที่ซบเขาอยู่ เขาอยากจะให้เวลาหยุดลงที่ตรงนี้ตลอดไป เสียงเพลงเบาๆดังขึ้นมาจากปากของร่างที่หลับตา ถึงแม้จะมีเสียงคลื่นและเสียงลมรบกวน แต่เสียงเพลงของทอมก็ดังสะท้อนอยู่กลางใจของจิมกลบเสียงของทุกสรรพสิ่งลงพร้อมๆ กัน เสียงของทอมหวานลุ่มลึก..เทพบุตรของเขาเก่งไปเสียทุกอย่าง แม้แต่ร้องเพลง.....

It's amazing how you can speak right to my heart
Without saying a word you can light up the dark
Try as I may I could never explain
What I hear when you don't say a thing

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes sayin' you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me if ever I fall
You say it best when you say nothing at all

All day long I can hear people talking out loud
But when you hold me near, you drown out the crowd
Old Mr. Webster could never define
What's being said between your heart and mine

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes sayin' you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me if ever I fall
You say it best when you say nothing at all

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes sayin' you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me if ever I fall
You say it best when you say nothing at all

ปัง ปัง ปัง...เสียงพลุจุดฉลองปีใหม่ดังขึ้นมาปลุกทั้งสองคนให้รู้สึกตัว ทอมกับจิมเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า ลูกไฟหลากหลายสีวิ่งไล่กันขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะแตกระเบิดออกเป็นรูปดอกไม้สีต่างๆมากมายเต็มไปทั่ว น้ำทะเลสะท้อนสีของดอกไม้ไฟวิบวับได้ยินเสียงคนโห่ร้องกันมาแต่ไกล ในที่สุดก็เริ่มวันใหม่ของปีใหม่แล้ว ทอมหันมายิ้มให้จิมก่อนที่ทั้งสองคนจะพูดออกมาพร้อมๆกัน

“สุขสันต์วันปีใหม่น่ะ” ทอมจูบจิมเบาๆที่ริมฝีปาก ก่อนที่ทั้งสองคนจะเตรียมตัวเดินไปที่ฝั่งเพื่อเตรียมตัวกลับที่พัก

“นี่ถ้าจู่ๆ ชั้นหายจากชีวิตนายไป นายจะจดจำชั้นไว้ในใจตลอดเหมือนเด็กคนนั้นไหม” จู่ๆจิมก็ถามทอมขึ้นมา เขานึกถึงเพื่อนสมัยเด็กของทอมที่เคยเล่าให้เขาฟัง ทอมมองหน้าเขางงๆ

“นายไม่ได้ยืมเงินฉันไปนี่...แล้วทำไมชั้นจะต้องไปคิดแค้นนายด้วย” ทอมพูดแบบไม่เข้าใจ จิมเองก็งงกับปฏิกิริยาของทอม เขาถามซ้ำ

“ชั้นหมายถึงเพื่อนนายที่นายเล่าให้ฟังต่างหากล่ะ เพื่อนที่นายคิดถึงจนถึงตอนนี้น่ะ...” จิมอธิบายต่อ

“ชั้นคงบอกนายไม่ละเอียดละมั้ง ก็ไอ้เหลิมเพื่อนคนนั้นของฉันน่ะ มันยืมเงินชั้นไปตั้งสองร้อย พอชั้นไปทวงมันก็ไม่ยอมคืนให้จนมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน ผ่านไปอีกอาทิตย์นึงมันก็ดันย้ายบ้านหนี ชั้นแค้นมันก็เลยจำมันขึ้นใจจนถึงบัดนี้แหละ..” ทอมอธิบายให้จิมฟังก่อนจะหันไปมองคนรักที่ยืนอึ้งอยู่

“แล้วอีกอย่าง..ชั้นไม่ยอมให้นายหนีห่างไปจากชีวิตชั้นแน่...นายห้ามมาพูดประโยคนั้นให้ฉันฟังอีกนะ” ทอมพูดเสียงเครียดแต่จิมฟังแล้วเหมือนกับสัญญารัก..

แน่นอน เขาไม่มีวันปล่อยทอมให้ห่างกายเขาแน่ไม่ว่าตอนนี้และตอนไหน..........

อวสาน