Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

ติณนัย-มธุกร

ตอนที่ 2

 

“ไง หน้าใสกลับมาเลยนะแก…” ธวัชทักเมื่อเห็นลูกชายเดินเข้าบ้านมา

“โธ่พ่อ~ ก็คนเขามีความสุข” มธุกรที่เดินตามมายกมือไหว้พ่อสามีนอบน้อม

“เออ~ ฉันให้แกไปพักผ่อนแล้วกลับมานี่ก็ทำงานให้ฉันเต็มที่ด้วยล่ะ

กรมาเหนื่อย ๆ ไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนเถอะ เจ้าติณอยู่คุยกับฉันก่อน”

เด็กหนุ่มทำตามอย่างว่าง่ายส่วนติณนัยทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาวตรงข้ามผู้เป็นพ่อ

“พ่อมีอะไรล่ะ?”

“เรื่องที่ฉันคุยกับแกไว้ก่อนที่แกจะพักไปน่ะ”

“อ๋อ…. ผมบอกแล้วว่าผมต้องมีผู้ช่วย”

“ฉันก็หามาให้แล้วไง”

“ใคร?” คิ้วหนาขมวด

“ก็แกต้องการให้ใครมาช่วยล่ะ…” ธวัชก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์ในมือต่อ

“พ่อเรียกมาเหรอ!?”

“เออ~ เดี๋ยวเย็นนี้เขาจะมากินข้าวด้วย”

“งั้นพ่อไม่ต้องห่วง โครงการนี้สำเร็จแน่”

ร่างสูงพูดอย่างมั่นใจก่อนจะเดินขึ้นห้องไป

…………………………………………………..

“อื้อหือ~ น่ากินจังเลยครับ” เด็กหนุ่มยื่นหน้าไปสูดกลิ่นอาหารเย็น

“วันนี้จะมีแขกมาทานข้าวด้วยน่ะค่ะเลยต้องจัดเพิ่ม”

“ครับคุณติณก็บอก” พูดจบก็ได้ยินเสียงรถจอดหน้าบ้าน

“มาแล้วมั้งครับ” มธุกรเดินออกมาดูก็เห็นสามีมายืนต้อนรับแขกหน้าบ้าน

“สวัสดีค่ะ…” ‘แขก’ ยกมือไหว้ธวัช

เด็กหนุ่มเห็นแล้วก็ได้แต่ตกตะลึงเพราะผู้มาเป็นหญิงสาวหน้าตางดงามอ่อนหวาน

เส้นผมยาวสีน้ำตาลเข้มริมฝีปากทาลิปสีชมพูอ่อนสดใส นัยน์ตาหวานชวนฝัน

“ไม่นึกว่าพ่อจะเรียกเธอมาได้” ติณนัยทักอารมณ์ดี

“ก็แล้วทำไมจะมาไม่ได้ งานของคุณพ่อนายฉันเคยขัดรึไง? แล้วนั่น?….”

“อ๋อ…. นี่มธุกรเมียฉันเอง” ร่างบางตีแขนแรงเขิน ๆ

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ รินลดาค่ะ” รอยยิ้มหวานเป็นกันเอง

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“ไป~ ไปกินข้าวกันก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกัน” ทั้งหมดจึงได้ไปที่โต๊ะอาหาร

ระหว่างมื้อเย็นธวัช ติณนัยและรินลดาคุยกันอย่างถูกคอ

มธุกรนั่งฟังอยู่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่จึงได้ขอตัวขึ้นห้องไป

…………………………………………………..

“คุณกรคะ ลองทานขนมหวานเจ้านี้สิคะ อร่อยนะ” อรทัยเสิร์ฟขนมหวานน่ากิน

“ขอบคุณครับป้าอร …คุณติณยังคุยอยู่ข้างล่างเหรอครับ?”

“ค่ะ คงจะคุยเรื่องสำคัญเห็นคุณรินทำหน้าเครียดเชียว”

“คุณริน?”

“อ๋อ… คุณรินลดาน่ะค่ะ”

“ป้าอรรู้จักเหรอครับ?”

“ค่ะ เธอเป็นเพื่อนสนิทของคุณติณน่ะค่ะคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว”

ร่างบางลองชิมขนมแล้วก็ยิ้มให้

“อร่อยครับป้าอร …เอ่อ…คุณติณไม่เคยเล่าให้ผมฟังเลย…..”

ท้ายประโยคเสียงเล็กพูดเบา

“เมื่อตอนคุณตินเธอมาอยู่ที่ใหม่ ๆ คุณรินยังมาเยี่ยมบ่อย ๆ

แต่เดี๋ยวนี้คงงานยุ่งน่ะค่ะก็เลยไม่ค่อยได้พบกัน

ตอนที่คุณติณมาป้ายังนึกว่าคุณรินเธอเป็นแฟนคุณติณซะอีก”

“….เอ่อ…เขาสนิทกันมากเหรอครับ?”

“คุณธวัชยังคิดว่าคุณติณจะแต่งงานกับคุณรินเลยค่ะ

แต่แล้วคุณรินเธอก็กลับอังกฤษไปเพิ่งจะมาก็วันนี้ล่ะค่ะ”

“………………..” มธุกรนั่งฟังเงียบ ๆ

เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยแต่ว่าก็ไม่แปลกหรอกเพราะเขาเพิ่งแต่งงานกับติณนัยได้ไม่นาน

แล้วการแต่งงานครั้งนี้ก็เป็นเพียงแค่การกันผู้หญิงไม่ดีออกจากติณนัยเท่านั้นเอง

…………………………………………………..

“RRRRR”

“ครับ…

มีอะไรครับคุณติณ….กลับดึกเหรอครับ…..ไม่เป็นไรครับผมอยู่คนเดียวได้….ครับ….”

มือบางวางหูโทรศัพท์ลงช้า ๆ ติณนัยกลับดึกอีกแล้ว

ร่างสูงกลับดึกมาหลายวันแล้ววันนี้ก็ยังคงกลับดึกอีกเช่นเคย

อรทัยเห็นเด็กหนุ่มนั่งเหงาก็นึกสงสาร

“คุณกรคะ ไปซื้อของกันมั้ยคะ?” เด็กหนุ่มยิ้มตอบ

ดีเหมือนกันเขาจะได้ไม่ต้องมานั่งเบื่อแบบนี้

…………………………………………………..

“นี่เธอ นั่นแฟนคุณติณนัยรึเปล่าน่ะ?”

“ไหน… อืมใช่นี่ สงสัยโดนเบื่อเข้าแล้วล่ะมั้งถึงได้มากับคนใช้”

สองสาวหัวเราะคิกคักกันข้าง ๆ เด็กหนุ่ม

ใบหน้าหวานสลดลงเขารู้ว่าคนดังอย่างติณนัยมักเป็นที่สนใจเสมอไม่แปลกที่เขาจะโดนผลกระทบของการสนใจนั้นไปด้วย

“คุณกรคะ” มือนิ่มจับต้นแขนเล็ก

“ไม่เป็นไรครับป้าอร” ทั้งสองเดินซื้อของต่อไปและกลับทันทีที่ได้ของครบ

“คุณกรไปพักผ่อนซะหน่อยเถอะค่ะดูหน้าซีด ๆ ”

ร่างบางเดินขึ้นห้องไปอย่างอ่อนล้า

……………………………………….

เพล้ง!! มธุกรสะดุ้งสุดตัวตื่นเมื่อได้ยินเสียงนั้น

เมื่อกวาดตาไปก็เห็นเด็กรับใช้ก้มหน้าก้มตาเก็บแจกันอยู่ที่ปลายเตียง

“ขอโทษค่ะคุณกร… คือ…หนูแค่…”

“ไม่เป็นไร รีบเก็บเถอะระวังบาดมือด้วยนะ…..”

ร่างเล็กลุกขึ้นเดินไปล้างหน้าแล้วรีบลงมาชั้นล่าง

เย็นมากแล้วแต่ไม่มีใครอยู่บ้านเลยทั้งผู้เป็นสามีและพ่อสามี

เท้าเล็กเดินเข้าไปดูในครัวเผื่อจะมีอะไรให้เขาทำบ้าง

“นี่ป้า หนูนะคิดว่าคุณรินเธอคงคิดจะกลับมาแต่งงานกับคุณติณนะ..”

เด็กสาวผู้เป็นหลานลอยหน้าลอยตาพูดขณะปอกหัวหอม

“ฉันก็ว่างั้นแหล่ะ แหมคุณรินเธอส๊วยสวยนะ สวยกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย”

“ใช่ ๆ ดูแล้วฉันว่าเธอเหมาะกับคุณติณมากกว่าคุณกรซะอีก”

“แกสองคนเลิกพูดแล้วก็ปอกหัวหอมไป พูดอยู่ได้เป็นต่อยหอย

อย่าพูดให้ได้ยินอีกนะถ้าคุณกรเธอได้ยินเข้าเธอจะเสียใจ”

อรทัยเอ็ดหลานเมื่อเห็นว่าชักจะพูดมากขึ้นทุกที

“ไม่เป็นไรหรอกครับป้าอร เขาก็พูดถูกแล้ว” รอยยิ้มเศร้าปรากฏบนใบหน้าหวาน

เด็กสาวสองคนรีบก้มหน้างุดทำงานของตนต่อ

หญิงสูงวัยรีบเดินเข้ามาหาร่างเล็ก

“คุณกรอย่าไปฟังเลยค่ะ แม่พวกนี้ก็พูดพล่อย ๆ ไปแบบนั้นเอง”

พลางฉุดแขนบางเดินออกไปจากครัว

“ป้าอรไปทำงานเถอะครับ ผมว่าจะไปหาหนังสืออ่านซักหน่อย”

“อย่าคิดมากนะคะคุณกร”

คำพูดเป็นห่วงทำให้มธุกรยิ้มตอบก่อนจะเดินขึ้นห้องไป

อรทัยถอนหายใจเฮือกใหญ่สงสารเด็กหนุ่มแล้วก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในครัวหมายจะจัดการเจ้าตัวดีทั้งสองให้เนื้อเขียว

…………………………………………………..

“คุณติณจะนอนพักก่อนมั้ยครับ?” มือบางรับเสื้อสูทจากสามีมาถือไว้

“ไม่ล่ะ เดี๋ยวมีงานต่อกลับเข้ามาอาบน้ำเฉย ๆ ”

ร่างสูงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเตรียมจะออกไปอีก

“อาจจะกลับดึก ไม่แน่คืนนี้อาจไม่กลับไม่ต้องรอนะ”

ชายหนุ่มก้มลงจูบหน้าผากมนก่อนจะรีบเดินออกไป

มธุกรยืนมองจนรถขับออกไปนับวันติณนัยยิ่งมีเวลาให้เขาน้อยลงจนเหมือนกับบ้านนี้มีเพียงเขาและคนรับใช้อยู่เท่านั้น

ผู้เป็นเจ้าของบ้านทั้งสองคนแทบจะไม่อยู่บ้านตัวธวัชเองรู้สึกว่าจะต้องไปติดต่อต่างประเทศส่วนผู้เป็นสามีของเขาก็กำลังยุ่งอยู่กับโครงการอะไรซักอย่างที่เขาไม่รู้

ในแต่ละวันกิจกรรมของเขามีเพียงแค่เดินเล่นในบ้านอ่านหนังสือและเข้านอนเท่านั้นเอง

…………………………………………………..

นานวันเข้าเด็กหนุ่มรู้สึกอึดอัดจนไม่อยากจะทนอีกแล้วเขาตั้งใจว่าถ้าร่างสูงกลับมาเขาก็จะพูดถึงเรื่องหน้าที่ของเขาซักที

แต่จนแล้วจนรอดติณนัยก็ยังไม่มีเวลาให้เขา

“RRR”

“ครับ…

คุณติณมีอะไรครับ?….กระเป๋าเอกสารสีน้ำเงิน….ครับเดี๋ยวผมเอาไปให้….”

มธุกรรีบคว้ากระเป๋าเอกสารของชายหนุ่มแล้วออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว

เอกสารสำคัญแต่ลืมไว้ที่บ้านเสียนี่ก็ดีเขาจะได้ขอเวลาพูดเรื่องที่อยากพูดเสียที

เมื่อไปถึงก็ขึ้นไปที่ห้องทำงานของสามีทันที

“เจ็บใจชะมัด…ไอ้แก่นั่นเห็นว่าเป็นโครงการของฉัน

รีดค่าน้ำร้อนน้ำชาจนเลือดซิบเลย”

หลังจากเปิดประตูเข้ามาก็เห็นติณนัยกำลังนั่งคุยอยู่กับรินลดาในห้อง

“คุณก็ยื่นเรื่องเลยสิ ไม่ต้องผ่านตาเฒ่านั่นพ่อคุณก็สนิทกับท่านอยู่แล้วนี่นา”

“จริงสิ!! งั้นต้องรีบทำเรื่อง” มือใหญ่กดโทรศัพท์

“ประวิช เดี๋ยวเตรียมเอกสารไว้ให้ฉันเข้าประชุมตอนบ่ายด้วย

แล้วนายก็เข้าประชุมด้วยล่ะ”

“ครับ…คุณติณครับ คุณกรเข้าไปในห้องแล้วนะครับ”

ชายหนุ่มเงยหน้าจากโต๊ะทำงาน

“อ้าว เข้ามาสิกร” เด็กหนุ่มส่งกระเป๋าเอกสารให้

รินลดายิ้มหวานแล้วก็เดินออกไปรอที่หน้าห้อง

“เอ่อ…คุณติณครับ”

“อะไร?”

“พอจะมีเวลาให้ผมซักนิดมั้ยครับ”

“..?..” อยู่ ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังเข้ามา ติณนัยรีบกดรับสายในทันที

“ว่าไง?”

“คุณอังคณามารออยู่ที่ชั้นล่างครับ”

“อืม~ขอบใจ…” ร่างสูงหันมาหาภรรยาที่ยืนหน้าเศร้าอยู่

ใช่ว่าเขาไม่อยากคุยกับเด็กหนุ่มแต่งานเขารัดตัวจนแทบจะไม่มีเวลานอน

“กรฉันยุ่งมากนะตอนนี้ เอาไว้คุยกันที่บ้านก็แล้วกัน”

“แต่คุณติณ…ผมแค่ขอเวลา…..” มือบางฉุดแขนติณนัยไว้

“กร… ฉันบอกว่าเอาไว้คุยกันที่บ้าน ตอนนี้ฉันไม่มีเวลา”

ชายหนุ่มดุเสียงดังก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป

มธุกรรีบตามออกมาเขาอยากได้เวลาซักนิด 10 นาทีก็ยังดี

แต่แล้วเขาก็ต้องยืนนิ่งอยู่หน้าห้องเมื่อเห็นภาพผู้เป็นสามีประคองรินลดาอย่างแนบแน่น

“เดินดี ๆ หน่อยสิเธอ ไม่ระวังตัวอย่างนี้อันตรายนะ”

ร่างเล็กยืนมองนิ่งจนคนทั้งคู่เดินจากไป เด็กหนุ่มหมุนตัวช้า ๆ

เดินไปหาประวิชที่โต๊ะทำงาน

“คุณกรมีอะไรเหรอครับ?”

“ผมอยากให้คุณประวิชช่วยอะไรหน่อย”

“คุณกรสั่งมาได้เลยครับ”

“ผมอยากได้….ใบหย่า…”

…………………………………………………..

ติณนัยเร่งงานอยู่หลายวันไม่ได้กลับบ้านเลย

แล้ววันนี้งานของก็เสร็จเสียที

“ไง…สบายแล้วสิ โครงการผ่านแล้วนี่” รินลดายิ้มอย่างรู้ทัน

“แน่ล่ะสิ คืนนี้กลับไปจะนอนกอดเมียให้หายคิดถึงเลย

เธอก็เถอะพักผ่อนซะบ้างเดี๋ยวหลานฉันพิการหมด”

“ย่ะ ไม่ต้องมาเตือนหรอกเดี๋ยววันนี้สามีที่รักของฉันก็มารับแล้ว”

“งั้นฉันไปก่อนแล้วกัน

วันก่อนดุกรไว้ไม่รู้น้อยใจอะไรรึเปล่าต้องรีบไปง้อซะหน่อย”

“อื้อ โชคดีเมียทิ้ง”

“ปากนะนั่น” เขากับรินลดาสนิทกันมากจนเกินกว่าจะโกรธกันได้แล้ว

รินลดาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดและตอนนี้ก็กำลังท้องอ่อน ๆ

เขาไม่อยากให้ต้องมาเหนื่อยมากเพราะเขาจึงรีบเร่งงานให้เสร็จโดยเร็ว

ร่างสูงเดินฮัมเพลงอารมณ์ดีและไม่ลืมแวะซื้อดอกไม้ไปฝากภรรยาขี้งอนที่น่ารักด้วย

…………………………………………………..

“กรจ๋า…..” ชายหนุ่มโผล่หน้าเข้าไปในห้องแต่ก็ไม่พบใครเลย

ร่างสูงเดินหาทั่วห้องก็ไม่พบภรรยาเห็นที่หัวเตียงมีกระดาษแผ่นนึงวางอยู่จึงได้เดินเข้าไปดู

ใบหย่า!!

เซ็นชื่อไว้เรียบร้อยแล้วด้วยเหลือแค่ที่เป็นช่องกรอกด้วยลายมือเขาเท่านั้น

มือใหญ่ขยำกระดาษยับยู่ยี่ใบหน้าคมกร้าวลงจนน่ากลัว

ติณนัยเดินกระแทกเท้าลงไปชั้นล่าง

“ป้าอร!! ป้าอร!!” เสียงเรียกดังไปทั้งบ้าน

“คะคุณติณ”

อรทัยรีบออกมาเมื่อรู้สึกได้ว่าเจ้าของเสียงที่เรียกตนนั้นโกรธมากจนแทบจะฆ่าคนได้

“กรไปไหน!?”

“เห็นหิ้วกระเป๋าออกไปเมื่อวันก่อนค่ะบอกว่าจะไปค้างกับเพื่อน”

มือหนาส่งกระดาษยับในมือให้

“เอาไปทิ้งซะ อย่าให้ผมเห็นมันอีก” ว่าแล้วก็วิ่งขึ้นห้องไป

“ประวิช มาหาฉันที่บ้านเดี๋ยวนี้!!”

ติณนัยโทรเรียกเลขาเพราะประวิชเป็นคนเดียวที่จะจัดการเรื่องใบหย่านี้ได้

“กรไปไหน?” เมื่อเลขาหนุ่มมาถึงร่างสูงไม่ให้มีโอกาสได้พักรีบถามทันที

“ผมบอกไม่ได้ครับ คุณกรไม่ให้บอก”

“ใครเป็นเจ้านายแก ฉันหรือกร!?”

“ในกรณีคนไทยถือว่าคำสั่งนายผู้หญิงศักดิ์สิทธิ์กว่าครับ”

ติณนัยแทบจะชกเลขาคว่ำถ้าประวิชไม่ชูกระดาษแผ่นนึงขึ้นแล้วเก็บลงกระเป๋าเสื้อซะก่อน

“ผมไม่ได้บอกท่านครับ ท่านขู่เอาจากผม” เลขาหนุ่มลอยหน้าลอยตาพูด

ร่างสูงหยิบกระดาษออกมาจากกระเป๋าเสื้อเลขา

“โทษไล่ออกยกเลิก ประวิช”

…………………………………………………..

“น้องบาร์เทนเดอร์จ๋า พี่ขอมินท์จูเลบซักแก้วซิจ๊ะ”

ชายวัยกลางคนไว้หนวดเฟ้มยิ้มใช้นิ้วเขี่ยแผ่นป้ายชื่อเด็กหนุ่มผู้เป็นบาร์เทนเดอร์ไปมา

“เอ่อ… กรุณารอสักครู่นะครับ”

มธุกรรีบเบี่ยงตัวออกให้พ้นแล้วรีบผสมเครื่องดื่มทันที

“ชื่ออะไรน้า อ๋อ…มธุกร น้องกรคืนนี้เลิกงานแล้วจะไปไหนต่อ?…”

“…กลับบ้านครับ…”

มือหนากร้านดึงแขนบางเข้ามาประชิดตัวขณะที่ร่างเล็กเลื่อนแก้วเครื่องดื่มไปให้จนเครื่องดื่มหกรดเสื้อ

“แหม…น้องกร เสื้อพี่เปื้อนหมดแล้วช่วยไปซักให้หน่อยสิจ๊ะ…”

“เอ่อ…..เดี๋ยวครับ!!….เดี๋ยว!!…” เด็กหนุ่มพยายามปฏิเสธแต่ก็ไม่ทัน

ร่างสูงรีบดึงแขนเขาให้เดินออกมาแล้วลากไปทางห้องน้ำทันที

เมื่อถึงหน้าห้องน้ำชายกลางคนไม่สนใจคำทักท้วงก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาวมธุกรพยายามจะดิ้นให้หลุดแต่ตัวเขาเล็กเกินไปเสียงเพลงในบาร์ก็ดังเกินกว่าเสียงเขาจะลอดออกให้ใครได้ยิน

พลั่ก!! เสียงเหมือนอะไรซักอย่างกระทบพื้นอย่างแรง

เมื่อลืมตาดูเด็กหนุ่มก็เห็นลูกค้าของตนกระเด็นลงไปกองกับพื้นและยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเห็นหน้าคนที่ช่วยเขาไว้

“คุณติณ!!”

“ทุกท่านครับ

ผมวิชาญเจ้าของบาร์ต้องแสดงความเสียใจกับทุกท่านด้วยแต่ว่าคืนนี้มีลูกค้าท่านนึงได้เหมาบาร์ของเราแล้วครับ

ผมขอรบกวนทุกท่านให้มาใช้บริการใหม่ในวันพรุ่งนี้นะครับ ขอขอบคุณครับ”

เสียงเจ้าของบาร์ประกาศออกไมค์ผู้คนที่อยู่ในบาร์ต่างก็ค่อย ๆ ทยอยเดินออกไป

“แกเป็นใครวะ มาขัดความสุขของฉันกับน้องกร”

ใบหน้าคมกร้าวแทบจะเข้าไปชกปากนั้นอีกหมัด

“หึ..เป็นใคร ก็เป็นผัวเค้าน่ะสิ” คำพูดนั้นทำเอาคนที่นั่งอยู่นิ่งอึ้ง

“คุณติณ!!”

“รีบออกไปซะก่อนที่แกจะเป็นเศษผงติดเท้าฉัน”

ชายผู้หาเรื่องใส่ตัวรีบลนลานออกไปเมื่อเห็นร่างสูงชักปืนออกมา

ติณนัยหันมาหาร่างบางมือหนากระชากปกเสื้อออกกว้าง

รอยจูบแดงหลงเหลืออยู่บนซอกคอขาว

ร่างสูงจ้องด้วยนัยน์ตาเกรี้ยวกราดมธุกรหลับตาเม้มปากแน่นเขาไม่เคยเห็นติณนัยโกรธจัดอย่างนี้

เขาคิดว่าวันนี้คงต้องโดนชายหนุ่มตบหน้าเป็นครั้งแรกแน่ แต่…. ไม่ใช่!!..

มือใหญ่ไม่ได้กระทบใบหน้าเขา

สิ่งที่เขารู้สึกได้คือริมฝีปากนั้นสัมผัสเบา ๆ ที่ซอกคอเขา

“คุณติณ~….” มือบางโอบรอบอกหนา

“กร… เธอใจร้ายมาก…. เธอฆ่าฉัน…” ศีรษะใหญ่ซบลงกับซอกคอเล็ก

ร่างบางรู้สึกได้ถึงอาการสั่นน้อย ๆ ของคนในอ้อมแขน คุณติณร้องไห้!!

“คุณติณ… ผมขอโทษ~….” หยดน้ำตาใสไหลลงอาบแก้มนวล

“เธอหนีฉันมาทำไม? ฉันทำอะไรผิดทำไมเธอไม่บอกฉัน

เธอไม่พอใจอะไรเธอก็บอกฉันสิ แต่เธอทำอย่างนี้เธอจะฆ่าฉันทั้งเป็น…”

แขนเรียวบางกอดชายหนุ่มไว้แน่น

“ผมขอโทษ….

….คุณติณผมก็เจ็บปวดมากนะที่ต้องพยายามคิดว่าตลอดมามันเป็นแค่เรื่องที่ผมฝันไปเท่านั้น

แต่ในเมื่อคุณรินลดาเธอกลับมา หน้าที่คอยกันผู้หญิงไม่ดีออกจากคุณที่ผมทำอยู่ก็ต้องจบลง

….เธอเป็นคนที่เหมาะสมกับคุณทุกอย่าง ไม่ว่าหน้าตา ฐานะ สังคม

หรือว่าแม้แต่ร่างกาย….”

“เดี๋ยวกร!?… เธอพูดอะไรน่ะ?” มือใหญ่จับต้นแขนมนออกมองใบหน้าหวาน

“เธอจะให้ฉันไปแต่งงานกับผู้หญิงที่ท้องอ่อน ๆ นั่นน่ะเหรอ?”

“ท้อง!?…”

“ใช่สิ ยัยรินน่ะแต่งงานมาตั้งสองปีกว่าแล้ว แล้วตอนนี้ก็ท้องแล้วด้วย”

“แต่คุณติณไม่ได้บอก….”

“ถ้าฉันบอกเธอไอ้ที่ฉันทำมาทั้งหมดก็เปล่าประโยชน์น่ะสิ

แต่ถ้าไม่บอกแล้วมันทำให้เธอคิดไปขนาดนี้ฉันก็จะบอกจะไม่ปิดอะไรเธออีกแล้ว

ขอโทษนะ…” ร่างสูงดึงคนรักเข้ามากอดไว้ เด็กหนุ่มกอดตอบเบา ๆ

ซบใบหน้าลงกับอกกว้างที่ห่างหายไปเกือบเดือน

“คุณติณอย่าทำอย่างนี้อีกนะครับ ผมรักคุณติณมากผมไม่อยากรู้สึกแบบนี้อีก”

“ฉันสัญญากร ฉันก็รักเธอมากเหมือนกัน…” ชายหนุ่มจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปากบางอ่อนหวาน

“แล้วคุณติณทำอะไรเหรอครับ?…”

“นี่ไง…” มือหนาหยิบกระดาษแผ่นนึงออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้านหลัง

มธุกรมองงง ๆ โบรว์ชัวร์โครงการบ้าน?

แต่แล้วนัยน์ตาหวานก็มีน้ำใสคลออีกครั้งเมื่อเห็นชื่อโครงการ ‘บ้านมธุกร’

“โครงการนี้ฉันทำเพื่อเธอนะ….” เรียวปากหนาจูบเบาที่หางตากลม

“คุณติณ~…..” ร่างบางโผกอดคนรักแน่น

“กลับกันเถอะนะ กลับบ้านเรา….”

“ครับ… กลับไปบ้านเรา”

ชายหนุ่มกดจูบริมฝีปากบางใสอ่อนหวานเนิ่นนานราวกับไม่รู้จักเบื่อ

แม้แต่เมื่อขึ้นรถมาแล้วก็ยังคงไม่ยอมปล่อยร่างเล็กออกจากอ้อมแขนจนคนขับรถรู้สึกอิจฉา

 

โครงการบ้านมธุกรจะมีแต่ความอบอุ่นและอ่อนหวานเหมือนกับผู้เป็นเจ้าของชื่อโครงการที่มีแต่ความอบอุ่น

และความอ่อนโยนอ่อนหวานของสามีผู้เป็นที่รัก ตลอดไป……….

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++