Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

..2.

…แผนเผด็จศึก..

 

'ทอม แม็คกิลล์' (Tomus Mcgill) นายแบบหนุ่มสุดฮ็อทแห่งปีวัยย่างเข้า 27 เชื้อชาติอเมริกันแต่มีสัญชาติไทยเพราะเกิดและเติบโตที่นี่ บิดาชาวอเมริกันเป็นกงศุลใหญ่สหรัฐประจำประเทศไทย มารดาซึ่งเป็นอดีตนางแบบสาวชั้นแนวหน้าก็เป็นลูกครึ่งไทย-แคนาดา ทอมจึงดูเป็นฝรั่งแท้มากกว่าที่จะเป็นลูกครึ่ง

….ท่านทูตจอนห์ แม็คกิลล์ และภริยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทิ้งหนุ่มน้อยแม็คกิลล์ซึ่งเป็นทายาทเพียงคนเดียวไว้ ทอมไม่อาจใช้ชีวิตอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่แต่เพียงลำพังได้ จำต้องจากบ้านแม็คกิลล์ในเมืองไทยไปอยู่กับย่าที่แคลิฟอร์เนีย และศึกษาต่อที่นั่นเป็นเวลานานกว่า 7 ปี

….ทอมเดินทางกลับมาเมืองไทยเมื่อ 3 ปีที่แล้วก็เข้าสู่วงการนายแบบเลย เพียงปีแรกก็ได้ตำแหน่งนายแบบแห่งปีมาครอง เป็นที่หลงใหลได้ปลื้มของสาวน้อยวัยรุ่นถึงสาวใหญ่ตระกูลไฮโซ ไม่เว้นแม้กระทั่งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในวงการเกย์ ฉายา 'เทพบุตรแห่งเวทีแคทวอล์ค' กับตำแหน่งท๊อปโมเดล 3 สมัยติดต่อกัน ส่งให้ทอม แม็คกิลล์ กำลังจะได้ก้าวขึ้นสู่เวทีนายแบบระดับโลก ซึ่งตำแหน่งสุดยอดนายแบบของโลก คือ ความฝันสูงสุดของทอมในขณะนี้

….ทอม แม็คกิลล์ เป็นนายแบบที่ฮอทที่สุดในช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา เขาเป็นนายแบบอิสระที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับมากที่สุด ทอมปฏิเสธโมเดลลิ่งทุกค่ายไม่ยอมเข้าร่วมสังกัดกับค่ายใด รับและจัดคิวงานด้วยตัวเองอยู่เกือบปีจนได้มาพบปะกับจิมโดยบังเอิญ

‘เจมส์ การ์เซีย’ (James Menendes Garcia) หนุ่มเม็กซิกันวัย 35 ปี บิดาและมารดาเป็นชาวเม็กซิกัน แต่มารดามีเชื้อสายไทย - คิวบาอยู่ด้วย ใบหน้าคมเข้มตามเชื้อชาติและดูเป็นหนุ่มลูกครึ่งมากกว่าทอมทั้งๆ ที่มีเชื้อสายไทยแค่ 1 ใน 8

จิมเป็นนายแบบรุ่นพี่ของทอม แต่งานเดินแบบเป็นแค่งานอดิเรก อาชีพหลักเป็นครูฝึกเทควันโด เขาจึงมีรูปร่างกำยำสมส่วนอย่างนักกีฬาและตัวใหญ่กว่าทอมมากทั้งๆ ที่สูงกว่าเพียงเล็กน้อย

จิมได้รู้จักกับทอมในงานเลี้ยงฉลองตำแหน่งท็อปโมเดลเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาพูดคุยถูกคอกับทอมและยังคบหากันในเวลาต่อมาจนพรรคพวกในวงการประหลาดใจ เนื่องจากทอมไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครสนิทสนมด้วยเกินคนรู้จัก ทอมจึงไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทในวงการเดียวกัน จิมเห็นแววในตัวทอมและทึ่งในความหล่องดงามไม่มีที่ติ เชื่อว่านายแบบหนุ่มรุ่นน้องผู้นี้จะต้องประสบความสำเร็จตามที่วาดฝันไว้ แต่การไม่เข้าสังกัดโมเดลลิ่งค่ายใดและยังทำงานเพียงลำพังโดยไม่มีผู้ช่วยเช่นนี้ ทอมอาจไปไม่ถึงดวงดาวดังที่ฝัน จิมอยากช่วยจึงลองออกปากขอทำงานในตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัวให้โดยไม่เกี่ยงค่าตอบแทน เขาเตรียมหาเหตุผลมากมายไว้กล่อมหากทอมปฏิเสธ แต่ทอมกลับตอบตกลงในทันทีอย่างคาดไม่ถึง

ระยะหลังจิมเริ่มรู้ซึ้งถึงจิตใจตัวเองว่า อะไรคือความปรารถนาที่แท้จริงของเขา แต่ในฐานะที่เขาเป็นคนใกล้ชิดของทอม เขาไม่สามารถแสดงความรู้สึกที่แท้จริงได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า..เขาหลงรักทอมเข้าแล้วและรักมากขึ้นเรื่อยๆ เขาคบหาสาวสวยและเปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้าเพื่อปิดบังตัวตนที่แท้จริงและเพื่อสนองความต้องการในยามที่เขามีความปรารถนาในตัวทอม

จิมพยายามซ่อนและปิดบังความรู้สึกที่มีต่อทอมไว้ หญิงสาวที่ทอมคบหาและออกเดทด้วยมาจากการจัดหาของเขาเป็นส่วนใหญ่ จิมน้อมรับคำสั่งและความต้องการของทอมทุกเรื่อง เขามีความสุขที่ได้จัดการทุกอย่างให้ทอมโดยลุล่วง มีเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียวที่เขาต้องฝืนยิ้มและหัวเราะต่อหน้าทอมในขณะที่ภายในใจเหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่..

บางครั้งทอมทำเหมือนล่วงรู้และเข้าใจความรู้สึกของจิม.. หลายครั้งที่อยู่ด้วยกันตามลำพัง จิมลองแหย่และกระเซ้าทอมด้วยการจูบเบาๆ ที่มือบ้าง หน้าผากบ้าง และแม้กระทั่งที่แก้มทอมก็ยินยอมด้วยดี ไม่ได้แสดงความไม่ชอบใจหรือเอ่ยต่อว่าใดๆ มันทำให้เขารู้สึกชุ่มฉ่ำหัวใจและหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง แต่ถึงทอมไม่ว่าจิมก็ไม่อาจหาญรุกคืบไปมากกว่านี้ เพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับทอมจบลง แค่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดขนาดนี้ เขาก็เป็นที่อิจฉาตาร้อนของคนรอบข้างแล้ว

หากแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนวันหนึ่งทำให้จิมต้องเตือนตัวเองไว้ตลอดเวลาว่า หากยังต้องการอยู่ใกล้ชิดกับเทพบุตรทอมอย่าบังอาจแตะต้องหรือมีความสัมพันธ์ใดๆ กับทอมเกินกว่าความเป็นเพื่อนเด็ดขาด

…..จิมพิศมองความงามของเทพบุตรหนุ่มของเขา แค่หัวถึงหมอนเท่านั้นทอมก็สามารถหลับสนิทภายในเวลาไม่กี่นาที เขาไม่รู้ตัวว่าหลงจ้องมองใบหน้าของทอมอยู่นานแค่ไหน รู้สึกอีกทีด้วยอาการสะดุ้งเมื่อดวงตาของทอมลืมขึ้นและประสานกับดวงตาของเขาซึ่งอยู่ห่างไม่ถึงคืบ

"ทำอะไร" คำถามของทอมทำเอาจิมผละออกแทบไม่ทัน

"เอ่อ…" จิมอึกอักเหมือนเด็กกำลังจะขโมยขนมกินแล้วถูกจับได้

"มีอะไรติดอยู่ที่ขนตาน่ะ ทอม.. กำลังจะเป่าออกให้" เขารู้ว่าเป็นคำแก้ตัวที่หลุดออกไปด้วยเหตุผลโง่ๆ แต่ตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกจริงๆ

"ฉันคงกลับไปทำงานคนเดียวไม่ได้แล้วนะ จิม.. มันเหนื่อยเกินไป และฉันก็ไม่อยากเปลี่ยนผู้จัดการใหม่ด้วย.. ปวดฉี่อ่ะ จิม.. ขี้เกียจลุก หยิบให้หน่อย "

"เอ่อ.. โอเค.."

จิมล้วงมือเข้าไปใต้เตียงหยิบคอมฟอร์ทร้อยออกมาส่งให้ เขานั่งหันหลังขณะที่ทอมจัดการปล่อยทุกข์เบาออกจากร่างกาย คำพูดของทอมก้องอยู่ในหู ….ฉันไม่อยากเปลี่ยนผู้จัดการใหม่…

"เสร็จแล้วจิม.. จิม…"

จิมสะดุ้งอีกครั้งกับเสียงเรียกของทอม เขารับคอมฟอร์ทมาถือไว้และกล่าวขอโทษ

"ขอโทษที่เข้ามากวน .. หลับต่อเถอะ "

"ใครกวนใคร ฉันต่างหากที่กวนนาย ปวดฉี่แต่ขี้เกียจลุก" ทอมหลับตาพริ้มพึมพำ 2 ประโยคสุดท้ายก่อนจะหลับไปอีกครั้ง

"ฉันแค่ไม่เชื่อว่านายจะใช้ตาเป่าลมได้ บอกว่ามีอะไรติดอยู่ที่ปากยังจะน่าเชื่อกว่า"

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

จิมชะงักเท้าที่หน้าประตูยืนทำใจอยู่ชั่วครู่เหมือนเตรียมเข้าสู่สมรภูมิรบ เพราะทันทีที่ย่างก้าวเข้าไปในห้อง ระเบิดจะต้องลงตรงหน้าเขาแน่นอน ทางเดียวที่จะรอดคือ ต้องรีบหาทางถอดสลักให้ทันก่อนที่จะระเบิด

ทอมครึ่งนั่งครึ่งนอนอยู่บนโซฟาร์ตัวโปรดด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ ร่างสูงเดินอ้อมไปด้านหลังโน้มตัวลงสวมกอดและจูบเบาๆ ที่แก้มก่อนจะกระซิบข้างหูบ๊อสหนุ่มของเขา

"อรุณสวัสดิ์ ทอม.. เพิ่งจะ 2 โมงเช้าเองรีบตื่นทำไม บอกว่าจะปลุกตอนเที่ยงไง พักต่ออีกหน่อยดีกว่าวันนี้นายต้องเหนื่อยทั้งวันเลยนะ"

"ทำไมไอ้เด็กบ้านั่นยังอยู่ในบ้าน" ทอมเอ่ยประโยคแรกด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนแค่รู้สึกข้องใจธรรมดา แต่จิมรู้ดีว่าประโยคถัดไปจะไม่ใช่น้ำเสียงเดิมแล้ว

"ทำไม.. จิม นายบอกว่าจะจัดการเด็กนั่นให้ แล้วทำไมยังปล่อยให้มันอยู่ในบ้านอีก"

ทอมตะคอกใส่ด้วยอารมณ์โกรธ เขานอนหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืนเพราะกังวลกับเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้น เพิ่งจะหลับสนิทไปเมื่อตอนใกล้สว่าง แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเอะอะที่สนามหน้าบ้าน ลุกขึ้นไปดูจึงพบว่าเด็กชายที่เขาเกลียดขี้หน้าจับใจยังอยู่ในบ้าน หนำซ้ำทั้งจิมและเจ้าเอ็ดดี้ยังพยายามช่วยกันพาเด็กนั่นลงจากต้นไม้ด้วยท่าทีห่วงใย มันทำให้ทอมโกรธจนพูดไม่ออก

"อย่าโมโหซีทอม ฟังฉันอธิบายก่อน"

"ฉันไม่ฟัง ฉันไม่สนใจคำอธิบายของนายทั้งนั้น เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็จัดการให้ไม่ได้ นายยังเป็นผู้จัดการของฉันอยู่หรือเปล่า"

"ไม่เอาน่ะ ทอม.. อย่าโมโหซี ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้น ฉันปล่อยให้เด็กออกไปจากบ้านตอนนี้ไม่ได้"

"ทำไม.. นายก็รู้ว่าฉันเกลียดเด็กนั่น มันกำลังจะทำให้ชีวิตฉันพัง หรือว่านายเชื่อที่มันพูด จิม.. นายเชื่อมันใช่มั้ย นายเชื่อไอ้เด็กผีนั่นใช่มั้ย"

ทอมเขย่าแขนร่างสูง อารมณ์โกรธที่ออกมาพร้อมกับความตื่นกลัวทำให้ จิม ตกใจจนต้องสวมกอดเทพบุตรของเขาไว้และรีบกล่าวปลอบ

"ไม่นะทอม.. ไม่ใช่นะ ฉันจะเชื่อเด็กนั่นได้ยังไง ฉันเกลียดเจ้าหนูนั่นยิ่งกว่านายซะอีก ฉันไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายชีวิตของนาย เชื่อฉันนะ ทอม ฉันไม่เคยทำให้นายผิดหวังแม้เพียงสักครั้งเลยไม่ใช่เหรอ หือ.."

ทอมคลายอารมณ์โกรธลงก็ซุกหน้ากับอกกว้างร้องไห้เหมือนเด็กๆ

"ฉันกลัวอ่ะ จิม.. ฉันไม่อยากเห็นหน้าเด็กนั่น ทำไมถึงไล่มันไปไม่ได้"

จิมเงยหน้าทอมขึ้นเช็ดน้ำตาให้

"อย่าร้องไห้ซี.. มีฉันอยู่ข้างๆ ยังจะกลัวอะไรอีก ฟังนะ ทอม.. เด็กนั่นเข้ามาหาเราในบ้านก็ดีแล้ว ถ้าไปหาหนังสือพิมพ์หรือสื่ออื่นๆ เราจะยิ่งเดือดร้อน"

ดวงตาคู่สวยของเทพบุตรทอมเบิกโพลง เหตุการณ์ที่จิมหยิบยกขึ้น รุนแรงและเลวร้ายมากในความรู้สึกของเขา ทอมอ้าปากจะโวยก็ถูกมือใหญ่ปิดปากไว้

"เราจะไม่ใล่เด็กนั่นออกไปจากบ้านในเวลานี้ ฉันมีแผนที่จะให้ไอ้หนูแม็กกี้ เป็นฝ่ายขอลาจากไปเอง โดยไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ความจริงอะไรทั้งนั้น ฉันจะทำให้เด็กนั่นออกไปจากชีวิตของนายโดยไม่หวนกลับมาอีกเลย เชื่อฉันซีทอม.."

จิมปล่อยมือจากปากเปลี่ยนเป็นบีบนวดที่ขมับและเสยผมทอมไปมา เขาทำเช่นนี้ทุกครั้งที่ทอมเริ่มเครียดและเหนื่อยจากงาน มันทำให้ทอมรู้สึกผ่อนคลายจนบางครั้งผล็อยหลับไปเลย

สัมผัสที่ได้รับทำให้ทอมผ่อนคลายความรู้สึกลง นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ต้องการสนิทสนมกับใคร เขาเป็นคนเจ้าอารมณ์ เวลาโกรธมากๆ บางครั้งควบคุมตัวเองไม่ได้ จิมเป็นคนเดียวที่ไม่เคยตกใจกลัวหรือหนีห่างเขาเหมือนคนอื่นๆ แต่จะรีบเข้ามาสวมกอดและปลอบโยนจนเขารู้สึกดีขึ้น หลายครั้งที่เขารู้สึกตัวเมื่ออารมณ์สงบลงและพบว่าเขาทำจิมบาดเจ็บ เขาได้แต่บอกว่าเสียใจและขอโทษ ในขณะที่จิมก็เอาแต่พูดประโยคเดิมทีเล่นทีจริงทุกครั้งว่า

ไม่ต้องขอโทษครับบ๊อส.. ผมเป็นผู้จัดการของคุณ ถ้าจัดการให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจไม่ได้ ผมจะทำงานให้คุณได้ยังไง”

ขอโทษนะจิม ฉันงี่เง่ากับนายอีกแล้ว”

อย่าว่าตัวเองแบบนี้ซี.. ฉันไม่อยากเห็นนายโกรธ มันทำให้เครียดและเสียสุขภาพรู้มั้ย”

ฉันรักนาย จิม.. นายเป็นพี่ชายที่แสนดีของฉัน” คำพูดของทอมทำให้หัวใจของจิมพองโตและวูบลงในทันทีเช่นกัน

นายมีแผนจะจัดการเด็กนั่นยังไงหรือ จิม..”

จิมฉุดทอมลุกขึ้นจากโซฟาร์และพาเดินมานั่งที่เตียง

ฉันมีแผนอยู่ในหัวแล้วทอม.. แต่ก่อนที่เราจะคุยกันเรื่องแผนการกำจัดเด็กนั่น นายต้องตอบคำถามฉันก่อน เพราะคำตอบของนายจะทำให้ฉันเลือกใช้แผนได้ถูก”

ถามอะไรเหรอ..”

จิมรั้งทอมนอนลงบนตัก

หลังตอบคำถามของฉันแล้ว ฉันอยากให้นายหลับต่ออีกสัก 2 - 3 ชั่วโมง OK....”

แต่ฉันไม่ง่วง แล้วก็นอนไม่หลับหรอก”

แต่นายต้องนอน ทอม.. นายไปแคทวอล์ค 3 งานติดต่อกันโดยไม่นอนไม่ได้” จิมไม่พูดเปล่าเริ่มกล่อมอีกฝ่ายด้วยมือ ทอมเองอยู่ในสภาพที่อ่อนล้าทั้งใจและกาย สัมผัสที่ได้รับทำให้เขารู้สึกสบายและผ่อนคลายขึ้นในทันที

ตกลง.. นายจะถามอะไรล่ะ”

จิมชั่งใจอยู่ชั่วครู่ และเตรียมพร้อมที่จะรับอารมณ์โกรธที่อาจจะเกิดขึ้นอีก

เรื่องที่เด็กเล่าเกี่ยวกับแม่ เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนายกับเธอคืนนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า”

ทอมหน้าเสียลงทันทีที่ได้ยินคำถาม ลุกพรวดขึ้นนั่งทันที

ไม่.. ฉันไม่รู้ ฉันจำไม่ได้ ทำไมนายต้องถามเรื่องนี้ด้วย”

ไม่เอาน่าทอม.. อย่าหนีความจริงซี มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่เด็กวัยรุ่นชายหญิงจะมีเซ็กซ์กัน ผู้ชายทุกคนต้องผ่านเรื่องนี้มาแล้วทั้งนั้น รู้อะไรมั้ยทอม.. ฉันมีเซ็กซ์กับผู้หญิงครั้งแรกตอนอายุ 16 มากกว่านายแค่ 2 ปี ไม่เห็นรู้สึกผิดหรือต้องอายใครเลย”

มากกว่าแค่ปีเดียวก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยนายก็ไม่ได้ใช้คำนำหน้าว่าเด็กชาย แล้วนายก็ไม่ได้เจออย่างที่ฉันเจอ จู่ๆ ลูกของผู้หญิงที่เราเคยมีอะไรด้วยในตอนเด็กก็ตรงเข้ามาประจานเรื่องการมีเซ็กซ์ครั้งแรกของฉัน หนำซ้ำยังจะมาขอพิสูจน์เรื่องบ้าๆ บ้อๆ อีก ถ้าเป็นนายล่ะ จิม.. นายรับไหวเหรอ..”

นายไม่ต้องรับอะไรทั้งนั้น ทอม.. บอกแล้วไงว่าฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง แค่ฉันรู้ว่าเด็กนั่นพูดจริงไม่ได้โกหกก็พอแล้ว ฟังนะ ทอม.. สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับเด็กผู้ชาย เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าเป็นความผิดอีก”

ฉันไม่ได้รู้สึกผิดที่มีอะไรกับเธอในคืนนั้น แต่เรื่องที่เด็กนั่นพูดมา... เรื่องที่เธอยืนยันกับลูกว่าฉันเป็น.....”

ทอมอยู่ในอาการสั่นอีกครั้งด้วยความกลัว

เป็นไปไม่ได้ใช่มั้ย จิมมี่... เธอโกหกใช่มั้ย ตอนนั้นฉันอายุแค่ 14 เองนะ ถ้าเป็นเรื่องจริงฉันจะทำยังไง ฉันเป็นพ่อเด็กโตขนาดนี้ไม่ได้หรอก ช่วยฉันด้วยจิม.. ฉันกลัวอ่ะ...”

…ให้ตายเถอะ! สิ่งที่ทอมกังวลอยู่ในใจ คือเรื่องเป็นพ่อเด็กโตขนาดเจ้าหนูนั่นไม่ได้… ไม่ได้ห่วงอนาคตและชื่อเสียงของตัวเองหรอกหรือ...

ไม่ต้องกลัว ทอม.. ไม่ต้องกลัว ระหว่างนายกับเด็กนั่นไม่มีทางเป็นเรื่องจริงไปได้เลย ไม่มีทาง... มันจะจบลงในเร็วๆ นี้ ฉันจะทำทุกวิถีทางให้เด็กนั่นออกไปจากชีวิตนายโดยไม่หวนกลับคืนมาอีกเลย”

จริงๆ นะ จิม.. นายต้องสัญญานะ”

จริงซี ทอม.. ฉันให้สัญญา" จิมรั้งทอมลงนอนอีกครั้ง

"ฉันจะจัดการเรื่องนี้แทนโดยที่นายไม่ต้องทำอะไรเลย ถึงเวลาทุกอย่างจะเรียบร้อย นอนพักต่อนะ ทอม.. ไม่ต้องคิดอะไรอีก หลับให้สบาย หลับซะ..”

ทอมยิ้มออก เขาไม่เคยผิดหวังกับคำสัญญาของจิมเลยสักเรื่องเดียว เมื่อความวิตกกังวลคลายลงทอมจึงยอมหลับตาลงอย่างว่าง่าย ในขณะที่จิมเองแอบลอบถอนใจ เขาจำเป็นต้องบอกกับทอมว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีโอกาสเป็นไปได้ นอกเสียจากว่า... แม่ของเจ้าหนูแม็กกี้จะมีใครอื่นนอกจากทอม

..... ผมเชื่อแม่... แม่ไม่โกหกผมหรอก แม่ไม่มีทางมีอะไรกับผู้ชายที่ไม่ได้รัก แม่ไม่ใช่ผู้หญิงไม่ดีซะหน่อย ......

.....เสียใจด้วยนะไอ้หนู ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง คำตอบที่นายจะได้รับกลับไปคือไม่ใช่ และนายก็จะกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อทันที นายเลือกเองนะ แม็กกี้.. ช่วยไม่ได้ ฉันไม่ปล่อยให้ทอมเจ็บปวดเพราะนายแน่.....

จิมขยับศีรษะทอมนอนลงบนหมอนเมื่อรู้สึกว่าเทพบุตรของเขาผล็อยหลับไปแล้ว แสดงว่าทอมสบายใจและหยุดความคิดวุ่นวายในหัวสมองลงแล้ว

…อีกครั้งที่จิมอดพิศความงามของใบหน้าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้ จ้องมองเท่าไรก็ไม่เคยเบื่อเลย ทั้งคิ้ว ตา จมูกและปาก ถูกสรรค์สร้างมาได้อย่างงดงาม และไม่ใช่แค่เพียงใบหน้าเท่านั้นที่ตรึงใจผู้ที่ได้พบเห็น รูปร่างของทอมงามสมส่วนอย่างชายชาตรีโดยแท้ สมแล้วที่ตำแหน่งสุดยอดนายแบบจะตกเป็นของทอมมาถึง 3 ปีซ้อน ยังไม่มีนายแบบหน้าใหม่คนไหนแย่งชิงความสุดยอดของทอมไปได้ แต่ก็เถอะ... ด้วยวัยที่มากขึ้นอีกไม่นานก็จะต้องมีใครมาแทนที่ แต่ก่อนจะถึงวันนั้นเขาต้องพาทอมเดินไปสู่เส้นทางยอดนายแบบอินเตอร์ ซึ่งเขาเชื่อว่าทอมสามารถไปถึงตำแหน่งสูงสุดได้

…อีกครั้งเช่นกันที่จิมแอบจุมพิศชายหนุ่มในดวงใจของเขา เริ่มจากหน้าผากเบาๆ ลงมาที่จมูกก่อนจะชะงักที่ริมฝีปาก

จูบซีจิม.. ฉันอนุญาต”

จิมสะดุ้งเมื่อริมฝีปากงามได้รูปเอื้อนเอ่ยวาจาเชิญชวนทั้งๆ ที่ดวงตาทั้งคู่ยังปิดสนิท

แต่ต้องสัญญาว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยนอกเหนือจากจูบ”

ประโยคถัดมาทำเอาจิมอึ้งไปและรีบผละออกทันที

ทอมปรือตาขึ้นและส่งยิ้มหวานให้ทำเอาจิมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ใบหน้างามตรงหน้าช่างมีเสน่ห์ยั่วยวน ชวนให้อยากลิ้มรสความหอมหวานของริมฝีปากบางสวยตามคำเชื้อเชิญเหลือเกิน แต่ไม่ว่าจะรู้สึกอยากกก…ขนาดไหน เขาก็ไม่มีวันหลงกลรับปากให้สัญญาหรอก…

ขอบใจนะทอม.. แต่ฉันไม่...”

ทอมเลิกคิ้วเหมือนประหลาดใจ หัวเราะในลำคอและหลับตาลงพึมพำเบาๆ

เห็นป้วนเปี้ยนอยู่ที่ปากฉันหลายครั้งแล้ว ก็แค่อยากตอบแทนให้นายสมหวังบ้าง ไม่เอาก็ตามใจ ห้ามมาลักจูบฉันตอนหลับก็แล้วกัน”

จิมส่ายหน้า หัวเราะในลำคอ

.....ที่ฉันไม่.. ไม่ใช่ไม่จูบนะ แต่ฉันไม่สัญญาต่างหาก ฉันไม่ผูกมัดตัวเองกับเรื่องที่ฉันทำไม่ได้หรอกทอม.. สำหรับเรื่องจูบ… ยังมีเวลาอีกเยอะ ฉันจะรอจนกว่านายจะใจอ่อนและยอมให้โดยไม่มีเงื่อนไข.....

"พร้อมหรือยังแม็กกี้.. ถ้าพร้อม เรามาคุยกันได้แล้ว"

จิมให้เด็กชายพักอยู่หนึ่งวันและเรียกตัวมาคุยเพื่อตกลงเงื่อนไขในวันรุ่งขึ้น

"ผมพร้อมแล้วครับ เอ่อ.. แล้วคุณทอมล่ะครับ"

เด็กชายถามหาทอม เพราะเห็นมีเพียงจิมคนเดียวนั่งอยู่

"คุณทอมยังไม่ตื่น ฉันจะคุยและตกลงกับนายเอง ทุกเรื่องที่ฉันตัดสินใจคือความต้องการของทอมทั้งหมด"

"แต่ผมอยากให้คุณทอมอยู่ฟังด้วย ผมจะไม่คุยกับคุณสองคน ผมจะรอให้คุณทอมตื่นก่อน"

จิมถอนใจเฮือก คุยกับเจ้าหนูนี่ทีไรเลือดขึ้นหน้าทุกที

"นายนี่ท่าทางจะเป็นเด็กดื้อนะ แม็กกี้.. ถ้าเป็นลูกเป็นหลานฉัน ฉันจะจับตีก้นให้ลายเลย"

"ผมยอมให้คุณตี ถ้าคุณคุยกับคุณทอมให้ยอมพิสูจน์ความจริงกับผม"

จิมทั้งฉุนทั้งขำที่จู่ๆ เด็กชายก็หาทางให้เขาเป็นพวกด้วย และในที่สุดทอมก็ต้องมาร่วมนั่งฟังข้อตกลง แม้ว่าจะไม่ชอบและไม่อยากเห็นหน้าเด็กชาย แต่เพราะจิมขอร้องและบอกให้เข้ามานั่งเฉยๆ ไม่ต้องพูดอะไร คอยเออออตามที่เขาพูดก็พอ

"ฟังนะ แม็กกี้.. ก่อนที่นายจะขอพิสูจน์ความจริงกับคุณทอม นายต้องพิสูจน์ตัวเองให้คุณทอมเห็นก่อนว่านายมีความตั้งใจและความอดทนมากแค่ไหน ที่จะเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบาก เพื่อให้ได้มาซึ่งความจริงที่นายต้องการ"

จิมหยุดพูดเมื่อเห็นเด็กชายเอาแต่จ้องมองทอมแทนที่จะมองหน้าเขาซึ่งเป็นคนพูด

"เข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า แม็กกี้.."

"เข้าใจครับ คุณอยากทดสอบความอดทนของผม"

"ถูกต้อง เข้าใจง่ายดีนี่ เฮ้!.. ช่วยมองหน้าฉันเวลาคุยได้ไหม ไอ้หนู.."

"มันเป็นการตกลงระหว่างผมกับคุณทอม คุณแค่พูดแทนคุณทอมไม่ใช่หรือครับ"

จิมอึ้งกับคำพูดของเด็กชายและพยักหน้าให้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่ทอมกลับส่งสายตาแข็งกร้าวแสดงความไม่พอใจใส่ก่อนจะเมินหน้าหนีอย่างไม่ใยดี ทำเอาหนุ่มน้อยหน้าเสียรีบก้มหน้าลงไม่กล้าเงยขึ้นสบตากับทอมอีก

จิมรีบสรุปเรื่องก่อนที่ทอมจะหมดความอดทน

"เอาล่ะ ! เข้าใจจุดประสงค์ของเราก็ดีแล้ว ระยะเวลาที่ต้องการทดสอบคือ 2 เดือน คุณทอมจะให้นายพักอยู่ที่นี่ ถ้านายสามารถอยู่ครบกำหนด คุณทอมยินดีให้นายพิสูจน์ความจริง"

"ผมตกลงครับ" เด็กชายรีบตอบรับทันที่โดยไม่เสียเวลาคิด

"เฮ้!.. ทำไมตกลงง่ายจัง ไม่ถามหรือว่านายต้องทำอะไรบ้าง"

"ทำทุกอย่างที่คุณสั่งใช่มั้ยครับ"

"ก็…ทำนองนั้นล่ะ รับรองว่าไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงสำหรับเด็กอย่างนาย แค่งานในบ้านธรรมดาแต่อาจจะเหนื่อยหน่อยเท่านั้นเอง คิดว่ารับไหวหรือเปล่าล่ะ แม็กกี้.."

"ไหวครับ"

เด็กชายเงยหน้าขึ้นสบตากับจิม น้ำใสเอ่อรื้นดวงตาคู่สวย จิมใจหายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาใจอ่อนกลับนึกเงื่อนไขเด็ดๆ ขึ้นมาได้อีก

"ดีมาก คราวนี้มาฟังกติกากันหน่อย นายต้องทำงานที่ฉันหรือคุณทอมสั่งให้สำเร็จลุล่วงทุกครั้ง โดยไม่มีสิทธิปฏิเสธว่าไม่… หรือต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น และไม่ว่าจะเหนื่อยหรือลำบากขนาดไหน อย่าบ่นหรือร้องไห้ให้ฉันหรือคุณทอมเห็น นายมีสิทธิที่จะไม่ทำหรือขอหยุดก็ได้ แต่เมื่อไรที่หยุดหมายถึงนายแพ้ และนั่นหมายถึงจบเกมการทดสอบ นายต้องยอมจากไปโดยไม่ร้องขอพิสูจน์ความจริงใดๆ อีก คุณทอมจะให้เงินนายเป็นค่าใช้จ่ายและค่ารถกลับบ้าน"

เด็กชายนั่งนิ่งฟังโดยไม่มีข้อโต้แย้ง และเมื่อจิมกล่าวจบก็ย้ำถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

"แต่ถ้าผมอดทนอยู่จนครบ 2 เดือน คุณทอมจะยินดีพิสูจน์ความจริงกับผมใช่มั้ยครับ"

จิมเห็นสีหน้าทอมยังไม่สบอารมณ์อยู่ ก็รีบกล่าวตอบเด็กชายทันที

"แน่นอน… แต่หลังจากพิสูจน์แล้วไม่ว่าผลจะออกมายังไง นายแค่ต้องการรู้ว่าที่แม่นายพูดมาจริงหรือเปล่า และยอมจากไปแต่โดยดีโดยไม่หวังอะไรเช่นกัน"

…ให้ตายเถอะ !.. คำว่าผู้ใหญ่รังแกเด็ก แว่บเข้ามาในความรู้สึกของจิม อย่างฉับพลัน เขากำลังเอาเปรียบเด็กชายทุกวิถีทาง ช่วยไม่ได้นี่..เขาทำตามหน้าที่ เขาต้องปกป้องชื่อเสียงของทอม แม็คกิลล์…

จิมรู้สึกอึ้งเมื่อสีหน้าเจ้าหนูแสดงความยินดี คงไม่รู้สึกว่าถูกเขาเอาเปรียบ จึงยิ้มให้พร้อมๆ กับอาการดีใจ

"ครับ ผมสัญญาว่าจะไปทันที และจะไม่กลับมาให้คุณทอมเห็นหน้าอีก"

จิมพยักหน้าหงึกๆ จนนาทีนี้ก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเจ้าหนูแม็กกิลล์ต้องการรู้ความจริงเพียงเพื่อให้ตัวเองนึกถึงหน้าพ่อถูกคนเท่านั้น จะยังไงก็ช่างเถอะ เขาจำเป็นต้องหาทางเลี่ยงไว้ก่อน ไม่พิสูจน์ได้จะเป็นการดีที่สุดสำหรับทอม

"OK.. ถ้ายังงั้นเราจับมือรับข้อตกลงกันหน่อยดีมั้ย" จิมยื่นมือให้แต่เด็กชายกลับทำตาปริบๆ มองหน้าจิมและมือสลับกันก่อนจะชำเลืองแว่บไปที่ทอมและก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไรและไม่ยอมยื่นมือมาจับด้วย จิมส่ายหน้าอยากจะหัวเราะ แต่เขาต้องอยู่ในอาการสำรวมเพราะกำลังทำหน้าที่สำคัญ

"OK.." จิมชักมือกลับและหันไปหาทอมซึ่งนั่งทำหน้าเบื่ออยู่

"จับมือตกลงกับเจ้าหนูแม็กหน่อยครับ คุณทอม"

ทอมขมวดคิ้ว เริ่มออกอาการหงุดหงิด ไม่พอใจความเรื่องมากของจิม แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้รีบยื่นมือออกไปด้วยความเต็มใจ

"เอาล่ะ แม็กกี้.. อยากจับมือตกลงกับคุณทอมอย่างลูกผู้ชายมั้ย"

หนุ่มน้อยเงยหน้าขึ้น ยิ้มดีใจเมื่อเห็นมือของทอมยื่นออกมาคอยอยู่ รีบยื่นมือของตัวเองสัมผัสมือของทอมทันที

"ยินดีต้อนรับ แม็คกิลล์ สแตนลีย์ "

ทอมส่งยิ้มหวานให้เด็กชายและกล่าวต้อนรับด้วยน้ำเสียงเรียบ เด็กชายยิ้มตอบก็จริงแต่สีหน้าและดวงตาของเจ้าหนู ทำให้จิมรู้ในทันทีว่าถูกทอมทดสอบความอดทนเข้าให้แล้ว

"ปล่อยมือได้แล้วทอม…." จิมกล่าวกระซิบกับทอมเมื่อเห็นว่าหยอกเล่นพอแล้ว

"เดี๋ยวซี จะรีบปล่อยไปไหน ไม่มีใครที่ได้จับมือกับทอม แม็คกิลล์แล้วอยากจะปล่อยมือง่ายๆ หรอกนะ จริงมั้ย แม็กกี้.."

ทอมยิ้มละมัยขณะพูดพร้อมกับออกแรงบีบมือเล็กๆ ที่อยู่ในอุ้งมือเขาหนักขึ้น สีหน้าเจ็บปวดของเจ้าหนูทำให้จิมต้องจับมือทอมไว้พยายามแยกออก

"ปล่อยมือเด็ก ทอม.. พอแล้ว… ปล่อยได้แล้ว"

ทอมปล่อยมือเด็กชายพร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจที่ได้แกล้ง จิมส่ายหน้า เหนื่อยใจกับเทพบุตรสุดรักของเขา ที่เริ่มแผนการเผด็จศึกก่อนโดยไม่ทันให้เจ้าหนูได้ตั้งตัว…..

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

"นี่ที่พักของเธอนะ แม็กกี้.. พออยู่ได้หรือเปล่า เดี๋ยวจะทยอยเอาของออกไปเก็บที่อื่นจะได้กว้างขึ้นหน่อย"

นายเอ๊ดได้รับคำสั่งให้จัดหาที่พักให้เด็กชายที่เรือนคนรับใช้ แต่เนื่องจากไม่มีห้องว่างเหลือหนุ่มน้อยจึงต้องมาอาศัยมุมหนึ่งในห้องเก็บของนอน

"ไม่ต้องหรอกครับน้า แค่นี้ก็กว้างพอแล้ว ผมอยู่ไม่นานหรอกครับ แค่ 2 เดือนเอง"

นายเอ็ดทำหน้างง ระยะเวลาที่เจ้าหนูบอกไหงถึงต่างจากที่คุณจิมบอก

…หาที่พักให้เด็กด้วย เอ็ดดี้.. เอาแค่พอซุกหัวนอน อยู่ได้ไม่กี่วันหรอก…

.เอ! ถ้าจะอยู่ถึง 2 เดือน ให้พักในที่แบบนี้จะดีเร้อ..

นายเอ๊ดรำพึงอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เห็นสมบัติของเด็กชายมีกระเป๋าเป้ขนาดย่อมเพียงใบเดียวก็ชักไม่แน่ใจ

"จะอยู่ตั้ง 2 เดือน แล้วมีเสื้อผ้ามากี่ชุดล่ะ ไอ้หนู.."

"เอ่อ.. ผมเอามาแค่ 2 ชุดครับ ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่นาน แต่ไม่เป็นไรครับ ผมซักทุกวันอยู่แล้ว"

นายเอ๊ดพยักหน้าหงึก

"อืมม์.. เอาเถอะ เดี๋ยวจะแบ่งเสื้อผ้าตัวเล็กๆ มาให้ เอาของเก็บซะ แม็กกี้.. แล้วตามไปที่โรงรถ น้าจะสอนวิธีล้างและทำความสะอาดรถให้"

"ครับผม"

แม็คกิลล์น้อยพยักหน้ารับด้วยความยินดี รู้ว่าการทดสอบบทที่ 1 กำลังจะเริ่มต้นแล้ว แค่อดทนอยู่จนครบ 2 เดือนเท่านั้น เขาก็จะได้รู้ความจริงเรื่อง "พ่อ" ที่เคลือบแคลงมาตลอดชีวิตเสียที…

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

"นี่น่ะเหรอ แผนของนาย จิม.. แค่ให้ทำงานบ้าน ตัดหญ้า ล้างรถ เนี่ยนะ.. เด็กที่ไหนก็ทำได้ ไม่เห็นต้องใช้ความอดทนอะไรเลย"

ทอมโวยใส่จิมเมื่อเห็นเวลาผ่านไปหลายวันแล้ว เด็กชายยังมีความเป็นอยู่อย่างสบายๆ งานที่จิมสั่งให้ทำก็ไม่เห็นหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เด็กวัย 12 ปีจะทำได้สักนิด แถมยังมีเวลาว่างนั่งพูดคุยหัวเราะสนุกกับคนรับใช้คนอื่นๆ ในบ้าน

จิมหัวเราะ เดินเข้ามาโอบไหล่เทพบุตรของเขา

"ใจเย็นๆ ซี ทอม.. จู่โจมเร็วเกินไป เด็กตกใจหนีกลับบ้านก็หมดสนุกกันพอดี"

"นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นสนุกนะ ตกใจหนีกลับไปให้เร็วที่สุดยิ่งดี นายก็รู้ว่าฉันไม่อยากเห็นหน้าเด็กนั่น อยากให้ออกไปจากบ้านนี้เร็วๆ"

"วางใจเถอะน่า ทอม.. ตั้งแต่พรุ่งนี้นายจะได้เห็น และถึงเวลานั้นเจ้าหนูแม็กจะได้รู้ซึ้งว่า "นรกมีจริง"

จิมหัวเราะน้ำเสียงเย็นเยือกจนทอมใจหาย แม้ในใจจะรู้สึกว่าวิธีการของจิมและเขาเป็นการรังแกเด็กที่ไม่มีทางสู้ แต่จะทำไงได้ล่ะ.. เขาจำเป็นต้องให้เจ้าหนูคนนี้ไปให้พ้นจากชีวิตเขาและโดยเร็วที่สุดด้วย

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

"ลุงแก้วลากลับบ้านที่ต่างจังหวัด คงอีกหลายวันกว่าจะกลับ ตั้งแต่วันนี้ไปนายต้องรับหน้าที่แทนลุงแก้วทั้งหมด มีปัญหามั้ยแม็กกี้.. ดูแลสวนและต้นไม้เป็นหรือเปล่า… ทำไหวมั้ย… "

"พอเป็นครับ ทำไหวครับ " เด็กชายตอบรับแต่อึกอักเล็กน้อย ขืนปฏิเสธว่าไม่เป็นหรือบอกว่าไม่ไหวก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มทดสอบเลยน่ะซี

"ดี.. แต่ไม่ใช่งานสวนอย่างเดียวนะที่นายต้องดูแล งานทำความสะอาดรถยังเป็นหน้าที่ของนายเหมือนเดิมด้วยนะ"

"ครับ"

"ทุกงานที่ได้รับมอบหมายต้องเรียบร้อยไม่มีที่ติ ก่อน 7 โมงเช้ารถทั้ง 3 คันต้องอยู่ในสภาพใหม่พร้อมใช้งาน ถนนและสนามหญ้าต้องไม่มีเศษไม้ใบหญ้าเกลื่อนรก.."

จิมหยุดพูดเมื่อเห็นเด็กชายยังมีสีหน้ายิ้มแย้มและนิ่งฟังโดยไม่โต้แย้งใดๆ เขาลอบยิ้มในใจ ยังไม่หมดหรอกนะ ไอ้หนู…

"อ้อ! ยังมีอีกเรื่องที่นายต้องรับผิดชอบแทนลุงแก้วคือ รอเปิดประตูให้ฉันและคุณทอม ไม่ว่าจะกลับดึกขนาดไหนเป็นหน้าที่ของนายต้องคอย งานหลักๆ ก็มีเท่านี้ ไม่หนักหนาเกินไปใช่มั้ย แม็กกี้.. "

"ไม่ครับ"

"ดีมาก ไอ้หนู… ฉันขอบอกอะไรไว้อย่าง คุณทอมเป็นคนรักต้นไม้มาก เพราะมันช่วยให้เขาคลายเครียดและหายเหนื่อย วันไหนว่างจะใช้เวลาอยู่ในสวนและนั่งอยู่ที่สนามนานๆ หวังว่านายคงจัดการต้นไม้ทุกต้นให้งดงามได้ไม่แพ้ลุงแก้ว อ้อ! แล้วก็สนามหญ้า.. อย่าให้ยาวเกินกว่าที่ลุงแก้วเคยดูแลไว้"

"ครับ" รอยยิ้มเด็กชายค่อยๆ จางลงเพราะเริ่มหนักใจเรื่องงานดูแลสวน แต่ยังคงพยักหน้ารับคำสั่งด้วยความยินดี

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

สามวันแล้วที่หนุ่มน้อยแม็คกิลล์ต้องรับหน้าที่เป็นทั้งคนสวนและผู้ช่วยนายเอ๊ดคอยดูแลทำความสะอาดรถ รวมถึงเป็นยามคอยเปิดประตูให้รถเข้าออก สองคืนแรกรอจนถึง 5 ทุ่มเศษ… แต่เมื่อคืนเด็กชายนั่งคอยที่ระเบียงหน้าตึกจนหลับและสะดุ้งตื่นตั้งหลายครั้งเจ้านายหนุ่มทั้งสองก็ยังไม่กลับ จนกระทั่งมาสะดุ้งตื่นอีกทีตอนฟ้าใกล้สางเพราะเสียงแตรรถ

แม็กกี้ยืนงงหลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน คุณจิมแบกคุณทอมขึ้นตึกคงจะหลับทั้งๆ ที่เมา เพราะเดินผ่านไปตั้งนานแล้วกลิ่นเหล้ายังคลุ้งอยู่เลย ส่วนน้าเอ๊ดดี้ก็หายแว่บไปทันทีหลังจากเอารถเข้าจอดเรียบร้อยแล้ว

แม็กกี้ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไร รู้แต่ว่าใกล้สว่างแล้ว ใครจะยังหลับสบายอยู่ก็ช่าง แต่สำหรับแม็กงานแรกของวันเริ่มต้นแล้ว ถึงแม้วันนี้คุณทอมกับคุณจิมจะไม่ใช้รถในช่วงเช้าแน่นอน แต่คำสั่งของคุณจิม รถทุกคันต้องสะอาดพร้อมใช้ก่อน 7 โมงเช้า ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ก็ตาม…

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

สัปดาห์ที่ 2 ของการทดสอบ…

แม็กกี้ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น แม้จะเตรียมใจไว้แล้วแต่ก็อดนึกหวาดไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าของคุณทอมและคุณจิมไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร โดยเฉพาะคุณทอมหน้างอและบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด น้าเอ็ดดี้บอกว่าวันนี้คุณทอมว่างไม่มีงานเดินหรือถ่ายแบบที่ไหนและจะพักผ่อนอยู่กับบ้านทั้งวัน เพราะฉะนั้นแม็กจึงทำใจเตรียมพร้อมไว้แล้วว่า ยังไงซะ.. วันนี้ต้องได้รับการทดสอบความอดทนจากคุณจิมแน่นอน

"สั่งแล้วใช่มั้ย แม็กกี้.. ว่าอย่าให้หญ้ายาวเกินกว่าที่ลุงแก้วเคยดูแลไว้ วันนี้คุณทอมอุตส่าห์ตื่นเช้าจะออกไปเดินเล่นที่สนาม แต่กลับต้องหงุดหงิดเพราะนาย.. ดูแลสนามหญ้าประสาอะไร หา!!"

ทอมชักสีหน้าไม่พอใจและแสดงอาการหงุดหงิดทันทีเมื่อถูกจิมอ้างถึง

"เอ่อ.." เด็กชายหน้าจ๋อยรู้สึกผิดที่ทำให้คุณทอมหงุดหงิด

ขอโทษครับ คือ.. ผมหาเครื่องตัดหญ้าไม่เจอ ไม่รู้ว่าลุงเอาไปเก็บไว้ที่ไหน"

"ว่าไงนะ !.. หาเครื่องตัดหญ้าไม่เจอก็เลยไม่ตัด นายมีมือหรือเปล่า.."

"เอ่อ.. มีครับ" เด็กชายตอบรับเสียงอ่อย

"ดี.. กรรไกรตัดหญ้าคงไม่ได้หายไปด้วยใช่มั้ย"

"ครับ"

"ถ้างั้นนายคงรู้นะว่าต้องทำยังไงหญ้าถึงจะสั้นลงได้"

"ครับ"

"ดี.. ไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย ฉันให้เวลาหนึ่งชั่วโมง พอหรือเปล่า.."

"พอครับ" แม็กต้องรับปากทุกเรื่องโดยไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะถ้าเผลอตอบว่าไม่ นั่นหมายถึงต้องแพ้เกมทดสอบ แม็กไม่หลงกลคุณจิมง่ายๆ หรอก

"โอเค.. นับจากเวลาตอนนี้ เที่ยงครึ่ง.. สนามหญ้าต้องเรียบร้อย ไปจัดการได้ แม็กกี้.."

"ครับ"

แม็กกี้รีบรับคำและลุกขึ้นเพราะไม่อาจเสียเวลาแม้เพียงนาทีเดียว สนามหญ้ากว้างขนาดนั้นขนาดใช้เครื่องตัดแม็กยังเห็นลุงแก้วใช้เวลาเป็นชั่วโมง เพราะไหนจะต้องเก็บเศษหญ้าทิ้งอีก ถ้าใช้มือตัดเวลาแค่ชั่วโมงเดียวจะทันหรือเปล่าก็ไม่รู้..

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

"เอ๊ะ!.. นั่นเจ้าหนูแม็กใช่มั้ย พี่เอ๊ดดี้.. แดดร้อนเปรี้ยง ทำไมไปนั่งตัดหญ้าอย่างนั้นล่ะ"

นายเอ๊ดมองตามสาวใช้แววภรรยาสุดที่รักของเขาแล้วพยักหน้าหงึก รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

"คงเป็นคำสั่งของคุณจิมน่ะ"

"เอ๊ะ! คุณจิมไม่ใช่คนใจร้ายใจดำสักนิด เธอน่ารักและใจดีจะตาย เพราะอะไรถึงใช้เด็กทำงานกลางแดดแบบนั้น สงสัยแม็กกี้ทำเรื่องอะไรให้โกรธแล้วถูกลงโทษกระมัง พี่.."

"ช่างเถอะ แวว.. เอ็งอย่าซักมากเลย พี่ก็ไม่รู้อะไรหรอก.."

นายเอ๊ดบอกปัดทั้งๆ ที่พอจะรู้เหตุผล เขามีจรรยาบรรณของคนขับรถที่ดีไม่แพร่งพรายความลับของเจ้านายให้ใครล่วงรู้เด็ดขาด ถึงจะเป็นเมียก็เถอะ…

"เฮ้! แม็กกี้.. งานเร่งเหรอ.."

คนรถหนุ่มกล่าวทักสั้นๆ เด็กชายเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ เหงื่อไหลย้อยเพราะอากาศและแดดร้อนเปรี้ยง สองมือจับกรรไกรตัดหญ้าฉับๆ นายเอ๊ดรีบสวมหมวกไว้ที่ศีรษะเจ้าหนูด้วยความสงสารพร้อมกับโยนถุงมือให้

"สวมถุงมือซะ ไอ้หนู เดี๋ยวมือจะพองซะก่อน"

แม็กกี้หยุดมือและรีบคว้าถุงมือขึ้นมาสวม เพราะเริ่มรู้สึกเจ็บบ้างแล้ว

"ขอบคุณครับน้าเอ๊ดดี้"

"ยังไม่ได้กินกลางวันเลยไม่ใช่หรือ แม็กกี้.. ไปกินก่อนแล้วค่อยมาจัดการต่อดีมั้ย"

"ไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวงานเสร็จไม่ทัน ผมยังไม่หิวด้วย"

"ต้องเสร็จกี่โมงเหรอ? "

นายเอ๊ดตกใจเมื่อรู้ว่าคุณจิมให้เวลาเด็กชายเพียงหนึ่งชั่วโมง กับสนามหญ้าพื้นที่เกือบ 200 ตร.วา โดยใช้กรรไกรตัดหญ้า มีวิธีเดียวที่พอจะทันคือตัดอย่างเดียวโดยไม่ต้องเก็บกวาด และดูเหมือนเจ้าหนูแม็กก็คงจะทำตามที่เขาคิดเช่นกัน และยังฉลาดพอที่จะเลือกตัดบริเวณที่หญ้ายาวมากๆ ก่อน

ให้ตายเถอะ !.. นี่ถ้าครูยุ่นจากมูลนิธิคุ้มครองเด็กมาเห็นล่ะก็ เจ้านายสุดหล่อของเขามีหวังได้ขึ้นหนังสือพิมพ์หน้า 1 แน่….

อีก 10 นาทีก็จะเที่ยงครึ่งแล้วเหลือพื้นที่ไม่ถึง 20 ตร.วา มือและแขนของเด็กชายล้าและเจ็บจนขยับแทบไม่ไหว แต่พยายามกัดฟันอดทน นึกถึงวันที่ตัวเองจะได้พิสูจน์ความจริงกับคุณทอมแล้ว..ยังไงซะ.. แม็กก็แพ้ไม่ได้…

"เครื่องตัดหญ้าจะหายได้ยังไง เด็กนั่นหาถูกที่หรือเปล่า.."

ทอมพึมพำขณะชะเง้อมองเด็กชายนั่งยองๆ ตัดหญ้าด้วยกรรไกรอยู่ที่สนาม จิมนั่งอมยิ้มจิบเบียร์เย็นๆ อย่างสบายใจ

"คงต้องให้เอ๊ดดี้ไปหาดูอีกที ถ้าหายจริงจะได้ให้ไปซื้อใหม่"

"ไม่ต้องหาหรอก หาก็ไม่เจอ แล้วก็ไม่ต้องซื้อใหม่ด้วยเพราะไม่ได้หาย"

"อะไรของนายน่ะ จิม.. หมายความว่าไง"

"จะซื้อทำไมล่ะ ฉันแค่ยืมเครื่องตัดหญ้าของนายไปใช้ที่คอนโดสัก 2 - 3 วันเดี๋ยวก็เอามาคืน"

"อะไรนะ?..ตัดหญ้าที่คอนโด.."

ทอมพึมพำเบาๆ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าเป็นแผนทดสอบของจิม แต่นึกไม่ถึงว่าจิมจะหาวิธีแกล้งเด็กได้แนบเนียนขนาดนี้ มิน่าล่ะ! ทั้งๆที่วันนี้ไม่มีคิวงาน จู่ๆ ก็ปลุกให้ตื่นขึ้นมาชวนลงไปสูดอากาศที่สนาม ( ที่เห็นนั่งหน้าบูดเมื่อครู่ไม่ใช่เพราะหงุดหงิดเรื่องสนามหญ้าหรอก แต่ยังเมาขี้ตาอยู่และฉุนจิมที่มาปลุกให้ตื่นทั้งๆ ที่วันนี้เขาควรจะได้นอนทั้งวันด้วยซ้ำ)

จิมยืนอึ้งเมื่อเด็กชายสามารถตัดหญ้าในสนามได้เสร็จตามเวลาที่กำหนด แม้จะยังเก็บกวาดเศษหญ้าไม่หมด แต่เขาจำต้องอนุโลมให้เพราะเจ้าหนูจอมแสบรีบออกตัวด้วยสีหน้าละห้อย

"ผมตัดหญ้าเสร็จตามเวลาที่สั่งแล้วครับ เหลือเก็บกวาดเศษหญ้าออก คุณจะกำหนดเวลาด้วยหรือเปล่า ถ้ายังไงผมขออนุญาตไปทานข้าวก่อนได้มั้ยครับ ผมหิว…"

ที่จริงเด็กชายไม่ได้หิว แค่อยากหาทางขอพักสักเดี๋ยวเพราะเหนื่อยและเจ็บมือมาก ปวดเมื่อยระบมไปทั้งแขน เสี่ยงขออนุญาตไปยังงั้นเอง ถ้าคุณจิมบอกให้ทำต่อ เจ้าหนูคงล้มทั้งยืนแน่

ทอมรีบอนุญาตก่อนที่จิมจะหาทางแกล้งทดสอบเด็กต่อ ถึงจะไม่ชอบขึ้หน้าเจ้าหนูตรงหน้าแค่ไหนก็ตาม แต่เกมทดสอบระหว่างเขากับเด็กจะต้องดำเนินไปอย่างมีมนุษยธรรม

จิมส่ายหน้าเมื่อทอมรีบเข้ามาตัดบทเอ่ยอนุญาตให้เด็กชายไปทานข้าว ทั้งๆ ที่บอกว่าไม่อยากเห็นหน้าและไม่อยากคุยด้วยแท้ๆ

ทำไมล่ะทอม สงสารเหรอ”

"เปล่าซะหน่อย" ทอมชักสีหน้าไม่พอใจ

“ตกลงกันก่อนนะ จิม.. ทำยังไงก็ได้..ให้ไอ้หนูนี่เผ่นแน่บออกไปจากบ้าน แต่อย่าแกล้งทรมานเด็กให้เจ็บหรือหิว " ทอมผละจากจิมเดินกลับเข้าบ้านไปนอนต่อ

จิมยืนนิ่งมองตามตาปริบๆ…

…ไม่ให้เจ็บหรือรู้สึกทรมานบ้าง เด็กมันจะเผ่นแน่บหรือครับบ๊อส…