..
3.Ñ
กุญแจกลางสายฝน Û
สัปดาห์ที่ 3…
วันนี้เป็นอีกวันที่นายแบบหนุ่มสุดฮอทแห่งปีได้มีเวลาพักผ่อนอยู่กับบ้าน จริงๆ แล้ววันนี้ทอมมีคิวถ่ายแบบ แต่เป็นการถ่ายนอก Studio ฝกตกหนักติดต่อกัน 2 วันทำให้คิวถ่ายชุดนี้ต้องเลื่อนไปจนกว่าท้องฟ้าจะโปร่ง
ทอมยืนกอดอกมองดูสายฝน เสียงฟ้าคะนองและแสงจากฟ้าแลบทำให้ภาพในอดีตฉายซ้อนขึ้นมาในความนึกคิด
....."ฝนตกแล้ว กลับบ้านเถอะค่ะ คุณทอม.. "
สาวน้อยวัย 16 ปี พยายามประคองเจ้านายหนุ่มน้อยวัย 14 ด้วยความทุลักทุเล แม้เธอจะอายุมากกว่าแต่รูปร่างกลับเล็กและบอบบางกว่ามาก จะไม่ให้คุณหนูของเธอสูงใหญ่กว่าได้ยังไง ในเมื่อคุณพ่อเป็นฝรั่ง คุณแม่เป็นลูกครึ่ง หนำซ้ำคุณหนูยังเป็นนักกีฬาของโรงเรียนด้วย
ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก สาวน้อยประคองกอดคุณหนูของเธอเอาไว้แน่น แต่กำลังของเธอสู้หนุ่มน้อยที่กำลังเมาไม่มีสติไม่ได้
"ไม่.. ฉันไม่กลับ เธอนั่นแหล่ะ กลับไป.. อย่ามายุ่ง" หนุ่มน้อยผลักพี่เลี้ยงสาวล้มลง
"อย่าไปนะคะคุณทอม กลับบ้านเถอะค่ะ คุณพ่อเป็นห่วงนะคะ"
หนุ่มน้อยไม่ฟังเสียงวิ่งหนีฝ่าสายฝนไป แต่ไปได้เพียง 3 ก้าวก็สะดุ้งสุดตัวเพราะปรากฎแสงจากฟ้าแลบผ่าเป็นสายลงมา สองมือกุมศีรษะและหมอบลงกับพื้นด้วยความตกใจกลัว พี่เลี้ยงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าไปสวมกอดคุณหนูของเธอพร้อมๆ กับที่เสียงฟ้าคะนองดังขึ้น
"ไม่ต้องกลัวนะคะคุณทอม.. แค่ฟ้าร้องเท่านั้น กลับบ้านกับแอนเถอะนะคะคนดี…"
หนุ่มน้อยยังเกเรไม่เลิก สะบัดตัวออกจากอ้อมกอดพี่เลี้ยงสาวและกลับเป็นฝ่ายสวมกอดเธอแทน
"ฉันไม่กลับ ฉันจะไม่กลับบ้าน นอกจากเธอจะยอมเป็นของฉันก่อน"
สาวน้อยนิ่งตะลึงอยู่ในอ้อมกอดคุณหนูของเธอท่ามกลางสายฝนและฟ้าคะนองในซอยเปลี่ยวกลางดึก เธอไม่รู้ว่าคุณหนูพูดด้วยความเมาไม่มีสติหรือเพราะโกรธเกลียดเธอกันแน่
"ล้อเล่นใช่มั้ยคะ คุณทอม.."
พี่เลี้ยงสาวถูกคุณหนูของเธอผลักล้มลง และร่างสูงใหญ่ของหนุ่มน้อยที่อ่อนวัยกว่าก็โถมทับลงมาแทนคำตอบ....
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
ทอมบันดาลโทสะขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต รู้สึกเกลียดชังหญิงสาวและลูกชายขึ้นมาจับใจที่จู่ๆ ก็มาอ้างว่าเขาเป็นพ่อ ทั้งๆ ที่เขามีอะไรกับเธอแค่คืนนั้นเพียงครั้งเดียวและด้วยวัยเพียงแค่ 14 ปี หนำซ้ำยังเป็นครั้งแรกของเขาที่มีอะไรกับหญิงสาว ท่ามกลางสายฝนและฟ้าคะนองอย่างนั้นทุกอย่างดำเนินไปด้วยความทุกลักทุเล ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นเรื่องที่ผิด แต่นาทีนั้นเขาหยุดความต้องการของตัวเองไม่ได้
…เพราะเธอคนเดียว ทำไมถึงไม่หนี ทำไมถึงยอม เรื่องบ้าๆ ในคืนนั้นไม่มีวันเกิดขึ้นถ้าเธอไม่ตามฉันไป ฉันเกลียดเธอแอนนา.. เธอทำให้ฉันมีความหลังที่น่าละอาย กว่าฉันจะลืมวันนั้นได้ต้องใช้เวลากว่า 10 ปี จู่ๆ ไอ้หนูบ้านี่ก็โผล่มา เธอโกหกใช่มั้ย แอนนา.. เธอมีผู้ชายคนอื่น.. เธอโกหกลูกของเธอเพื่อให้เขากลับมาแก้แค้นฉันใช่มั้ย…
ทอมสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกจิมจับไหล่เบาๆ ทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้งตาม
"โธ่เว้ย! จิม.. ตกใจหมดเลย เข้ามาเงียบๆ"
จิมยืนตาปริบๆ เขาเรียกทอมตั้งหลายครั้งก่อนจะเดินเข้ามาเอามือแตะไหล่
"ขอโทษที่ทำให้ตกใจทอม.. คิดอะไรอยู่"
"เปล่า.. ไม่ได้คิด แค่ยืนดูสายฝนเฉยๆ ตอนเด็กๆ นายกลัวฟ้าร้องมั้ยจิม.."
จิมเลิกคิ้วนึกแปลกใจกับคำถาม
"ฟ้าร้องไม่กลัวหรอกกลัวฟ้าผ่ามากกว่า แล้วนายล่ะ.. กลัวหรือเปล่า"
"ฉัน.. เอ่อ.. ฉันก็ไม่กลัว.." ทอมหลบสายตาจิมขณะตอบเหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับโกหกได้
"แต่เฉพาะเด็กบางคนหรอกที่ไม่กลัว" ทอมรำพึงอย่างครุ่นคิดก่อนจะหันมายิ้มกับจิมอย่างมีแผน
"มาทดสอบกันดีกว่าจิม.. ว่าเด็กผู้ชายอายุ 12 ปี กลัวฟ้าร้องหรือเปล่า.."
ทอมฉุดแขนจิมเดินออกไปที่เทอเรซหน้าบ้าน จิมอ้าปากหวอเมื่อทอมเขวี้ยงกุญแจรถออกไปกลางสนาม สีหน้าและแววตาส่อความโกรธแค้นและชิงชัง ไม่ต้องบอกเขาก็รู้ว่าใครที่ทอมกำลังรู้สึกเกลียดชังอยู่ในขณะนี้ เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าจู่ๆ ทำไมอารมณ์ถึงพลุ่งขึ้นมา
"ทำอะไรน่ะ ทอม.. อย่าบอกนะว่าจะให้…."
"ใช่" ทอมสวนขึ้นทันควันก่อนจะตะโกนเรียกหาสาวใช้
"ตอนนี้เลยเหรอ.."
จิมถามย้ำและนิ่งอึ้งเมื่อทอมพยักหน้ารับ ทอมออกปากยกหน้าที่จัดการเด็กให้เขา ไม่ใช่เพราะเกลียดเด็กจนไม่อยากพูดจาด้วยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะโดยนิสัยแล้วทอมเป็นคนอ่อนโยน ใจไม่แข็งพอที่จะกระทำทารุณกับเด็กได้ ยกเว้นเวลาโกรธจนเลือดขึ้นหน้าเหมือนที่เกิดขึ้นในคืนนั้น
วิธีที่ทอมกำลังจะทดสอบเจ้าหนูแม็กในขณะนี้ เป็นเรื่องที่เขานึกไม่ถึงและถึงนึกได้ก็ไม่กล้าทดสอบด้วยเพราะอันตรายและเสี่ยงเกินไป ไม่อยากเชื่อเลยว่าทอมกล้าที่จะทดสอบเจ้าหนูด้วยวีธีที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้…
"ไปเรียกเจ้าหนูแม็กมาหาฉันเดี๋ยวนี้"
"ค่ะ คุณทอม.." สาวใช้รับคำสั่งและรีบเดินกลับเข้าไปตามเด็กชาย
"จะดีหรือ ทอม.. ฟ้าลงขนาดนี้ มันอันตรายนะ"
"ไม่มีอันตรายหรอกน่า จิม.. อย่างมากก็แค่ตกใจกลัว ร้องไห้เท่านั้นเอง"
ทอมหัวเราะชอบใจและกล่าวแดกดันจิม
"ฉันไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ประโยชน์หรอก นี่มันสัปดาห์ที่ 3 เข้าไปแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะครบเดือน เรามีเวลาแค่ 2 เดือนนะ จะให้ฉันนั่งใจเย็นอย่างนายได้ยังไง ไม่ใช่นายนี่หว่าที่เด็กนั่นอยากจะพิสูจน์ด้วย"
"ไม่เอาน่าทอม อย่าโมโหซี.."
จิมเหนื่อยใจ พูดถึงเรื่องนี้ทีไรเทพบุตรของเขาจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นทันที เขาเตรียมแผนสุดท้ายที่จะจัดการกับเด็กชายเอาไว้แล้ว ซึ่งแผนนี้เขาไม่สามารถบอกให้ทอมรู้ได้ รู้แต่ว่าจัดการเรียบร้อยเมื่อไรเจ้าหนูแม็กจะต้องเก็บเสื้อผ้าหนีกลับบ้านทันที
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
แม็กกี้ใจเต้นระทึกขณะทรุดตัวลงตรงหน้าชายหนุ่มทั้งสอง อุตส่าห์ทำใจไว้แล้วว่าวันนี้คงเป็นอีกวันที่ตัวเองจะต้องถูกทดสอบ ถ้าเป็นคุณจิมเรียกหาแม็กคงไม่ตื่นเต้นเท่าไร แต่นี่เป็นคุณทอม แถมน้าแววยังแอบกระซิบบอกว่าคุณทอมอารมณ์ไม่ค่อยดี ให้ระวังด้วย…
"ฉันมีเรื่องอยากให้เธอช่วยหน่อย"
เด็กชายหน้าตื่นรู้สึกตื่นเต้นและยินดีเพราะเป็นครั้งแรกที่คุณทอมยอมพูดด้วย เกือบ 3 สัปดาห์ที่อยู่ที่นี่ทอมไม่เคยพูดหรือออกคำสั่งอะไรกับเด็กชายด้วยตัวเองเลย
"ครับ" แม็กพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ดีใจที่วันนี้คุณทอมเป็นคนออกคำสั่งเอง
"ฉันทำกุญแจรถหาย คิดว่าคงหล่นที่สนาม เธอช่วยไปหาให้หน่อย"
"ได้ครับ ฝนหยุดเมื่อไร ผมจะออกไปหาทันที"
"เดี๋ยวนี้" ทอมย้ำสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา รู้สึกสะใจที่เห็นเด็กชายหน้าถอดสีและหันไปมองสายฝนที่กำลังเทลงมาอย่างหนัก
"เอ่อ.. แต่ฝนกำลังตกหนัก นะ..ครับ"
"แล้วไง.. กะอีแค่ฝน กลัวด้วยเหรอ.." ทอมทรุดตัวลงส่งยิ้มหวานให้เด็กชาย
"บอกซีว่าเธอกลัวและทำไม่ได้ การทดสอบจะได้จบลงซะที ฝนหยุดเมื่อไร เธอจะยอมเก็บกระเป๋าออกจากบ้านฉันไปแต่โดยดีใช่มั้ย"
ทั้งคำพูดสีหน้าและสายตาของทอมราวกับจะหลอมเด็กชายตรงหน้าให้ละลายไปพร้อมกับสายฝน
"ผมไม่กลัว ผมจะไปหาเดี๋ยวนี้ครับ"
แม็กกี้รีบส่ายหน้าและตอบรับเสียงสั่น ทำใจดีสู้ทั้งที่หัวใจเต้นแรง คุณทอมไม่รู้หรอกว่าแม็กกลัวฟ้าร้องฟ้าผ่าขนาดไหน ตอนเด็กๆ เคยเห็นฟ้าผ่าลงตรงหน้ามาแล้วต้นมะพร้าวถูกแยกเป็น 2 ส่วน ไหม้เป็นตอตะโกทันที แต่ถึงจะกลัวแค่ไหนแม็กก็ไม่มีวันยอมแพ้ง่ายๆ หรอก
"ตกอยู่แถวไหนหรือครับ จะได้หาถูกที่"
"หึ! ถ้าฉันรู้ว่าตกที่ไหนคงไม่เรียกเธอไปหาหรอก เร็วๆ เข้า ฉันจะออกไปข้างนอก" ทอมจำเป็นต้องเร่งเวลาก่อนที่ฝนจะหยุดตก
"เอ่อ.. ครับ" แม็กกี้รับคำและลุกขึ้นยืน ตาปริบๆ มองสายฝนที่กำลังเทลงมาอย่างหนัก
แม็กกี้ยืนทำใจอยู่ใต้ชายคาโรงรถชั่วอึดใจก่อนจะวิ่งฝ่าสายฝนออกไปที่สนาม แต่เพียงแค่วูบแรกก็สะท้านแล้ว… จุดแรกที่ต้องหาก่อนคือ บริเวณที่คุณทอมนั่งพักผ่อนเป็นประจำ แม็กกี้ทรุดตัวลงพยายามใช้สองตาและสองมือให้เป็นประประโยชน์ที่สุด ฝนตกหนักมากจนแทบจะมองไม่เห็นเพราะไม่สามารถลืมตาได้ ต้องก้มหน้าคลานไปตามพื้นสนาม บริเวณใต้โต๊ะและเก้าอี้ที่คุณทอมนั่งประจำ ไม่มีกุญแจหล่นอยู่ มันควรจะตกอยู่ตรงไหนเหรอ คุณทอมเดินไปตรงไหนบ้างนะ…
"เปรี้ยง!!!!…" แม็กกี้สะดุ้งเฮือกสุดตัว หัวใจแทบหยุดเต้น จู่ๆ ฟ้าก็คะนองโดยไม่ส่งแสงแว่บลงมาให้รู้ตัวก่อน
"เร็วๆ หน่อย อย่ามัวแต่หลบอยู่ ฉันต้องรีบไป"
แม็กไม่รู้ว่าคลานเข้ามาหลบใต้โต๊ะตั้งแต่เมื่อไร รู้สึกตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงคุณทอมดังแว่วฝ่าสายฝนมา จึงรีบคลานออกจากใต้โต๊ะและตัดสินใจลุกขึ้นยืน เพราะถ้ายังขืนคลานอยู่อย่างนี้ทัศนวิสัยในการมองหาคงไม่ดีแน่ แม็กก้มลงมองที่พื้นสนามและกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ ขยับถอยหลังไปเรื่อยๆ มีแสงแว่บเมื่อไรก็ยกสองมือกุมศีรษะไว้ทุกครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบังอะไรได้
เด็กชายเดินหาเกือบรอบสนามแล้วก็ยังไม่เจอ ฝนก็ไม่ยอมหยุดตกซะที ไม่มีทีท่าว่าจะเบาลงด้วย เหมือนเป็นใจให้กับการทดสอบของทอม หนุ่มน้อยใช้สองมือสวมกอดตัวเองไว้ เพราะหนาวจับใจจนถึงกระดูกแล้ว ปากสั่นจนฟันกระทบกัน ขาสองข้างก้าวแทบไม่ออกเพราะอาการสั่นสะท้าน
"… หนาวจังเลย แม่จ๋า… กุญแจ… กุญแจคุณทอม… อยู่ไหน… แม่จ๋า…กุญแจ…"
จิมรู้สึกไม่ค่อยชอบใจกับวิธีทดสอบของทอม เป็นคนบอกเขาเองว่าอย่าทำทารุณหรือทรมานเด็กให้เจ็บหรือหิว แต่ที่ตัวเองทำอยู่ตอนนี้มันทารุณเด็กเห็นๆ
"พอเถอะน่า ทอม.. หาไม่เจอหรอก เรียกขึ้นมาเถอะ"
ทอมยืนกอดอกดูเด็กชายยืนตัวสั่นอยู่ท่ามกลางสายฝนด้วยความสะใจ
"ถึงเรียกก็ไม่ยอมขึ้นหรอก เด็กนั่นคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ"
"ไม่เอาน่าทอม.. บอกเด็กว่านายไม่ต้องการกุญแจแล้ว หาวิธีทดสอบอย่างอื่นดีกว่า"
"ไม่.. ฉันต้องการกุญแจ นายจะใช้วิธีไหนก็เรื่องของนาย คิดเตรียมไว้ด้วยก็แล้วกัน ฉันเชื่อว่าเด็กนั่นต้องหาเจอแน่ แค่อยากจะแกล้งให้ตกใจเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าบ้างเท่านั้นเอง"
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"พี่เอ๊ดดี้.. คุณทอมเธอให้แม็กกี้ออกไปหาอะไรที่สนามน่ะ ..."
นายเอ๊ดส่ายหน้าความหมายไม่รู้ว่าให้หาอะไร รู้แต่ว่าเป็นการทดสอบจากเจ้านายหนุ่มทั้งสองอีกแน่ รู้สึกไม่ชอบใจการกระทำของเจ้านายและคุณจิมที่ผลัดกันหาวิธีทดสอบเด็กชายวัยเพียง 12 ปี คนนี้อย่างโหดร้ายทารุณผิดวิสัยของชายหนุ่มทั้งสองหน้ามือเป็นหลังมือ
…ทำไมเจ้านายถึงไม่ยอมพิสูจน์ความจริงกับเด็กไปซะ เรื่องจะได้จบๆ ไป ยังไงก็ไม่ใช่อยู่แล้ว เอ๊ะ...แต่ถ้าเกิดใช่..ขึ้นมาล่ะ… เฮ้อ! เป็นคนมีชื่อเสียงนี่ลำบากชะมัด เพื่อรักษาภาพพจน์ซีนะ เจ้านายและคุณจิมถึงต้องสวมหน้ากากยักษ์แสร้งโหดร้ายใจดำผิดวิสัยแบบนี้…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
แม็กกี้ยืนตัวสั่นอยู่ท่ามกลางสายฝนและฟ้าคะนอง ไม่รู้ว่าจะเริ่มหาตรงไหนต่อดี ฟ้าแลบแปลบปลาบขึ้นอีกครั้ง พลันมีแสงแว่บสะท้อนขึ้นมาจากพื้นสนามข้างหน้า แม็กเบิกตาโพลงด้วยความดีใจ ลืมไปเลยว่าจะต้องยกสองมือปิดหู รีบสาวเท้าเดินตรงไปด้วยอาการสั่นสะท้าน และมัวแต่จับจ้องอยู่ที่พื้นสนามข้างหน้า จึงสะดุดก้อนหินล้มลง สายตาหลายคู่ที่กำลังจับจ้องอยู่กลางสนามเบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อเจ้าหนูแม็กกี้ล้มลงพร้อมกับเสียงฟ้าร้อง จิมอุทานและเผลอเรียกเด็กชายด้วยความเป็นห่วงรีบหันมาเพื่อบอกให้ทอมเลิกทดสอบเด็กชายด้วยวิธีนี้ ก็พบว่าเทพบุตรของเขายืนหน้าถอดสีอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นกัน
ยังไม่ทันที่จิมจะเอ่ยอะไรนายเอ๊ดก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา มือถือร่มคันใหญ่เตรียมพร้อม
"เจ้านายครับ จะให้ผมออกไปรับเด็กมั้ยครับ"
ทอมยังอยู่ในอาการตะลึงไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปและไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไป
"รีบไปพาแม็กกี้เข้ามา เอ๊ดดี้.. บอกว่าคุณทอมไม่ต้องการของแล้ว"
จิมฉวยโอกาสตัดบทและจบการทดสอบเด็กชายแต่เพียงเท่านี้ ไม่สนใจว่าทอมจะคัดค้านหรือไม่ เกือบครึ่งชั่วโมงที่เจ้าหนูต้องทนหนาวอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาอย่างหนัก มันมากเพียงพอที่จะผ่านการทดสอบแล้ว
จิมโล่งอกเมื่อเห็นเด็กชายขยับตัวขึ้น คงแค่ตกใจเสียงฟ้าร้องจึงล้มลง แต่เทพบุตรทอมที่สวมวิญญาณมารร้ายเมื่อสักครู่ยังยืนอึ้งอยู่ สีหน้ารู้สึกผิดจนจิมแอบลอบยิ้มในใจ มารร้ายคงออกจากร่างแล้วกระมัง
"แม็กกี้.. แม็กกี้.. เป็นอะไรหรือเปล่า.. เฮ้! ไอ้หนู.. กลับเข้าไปข้างในกันเถอะ ไม่ต้องหาแล้ว คุณทอมไม่ต้องการแล้ว"
นายเอ๊ดประคองเด็กชายขึ้นยืน ทั้งๆ ที่ร่างกายสั่นสะท้านแต่เจ้าหนูกลับส่งยิ้มให้เขาและโชว์ของในมือให้ดู
"ผมหาเจอแล้ว… หาเจอแล้ว..ครับ กุญแจ..รถ..คุณทอม ในที่สุด..ผ..ผมก็หาเจอ.." เด็กชายเสียงสั่นจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ หากแต่กุญแจรถในมือเจ้าหนูทำให้นายเอ๊ดถึงกับตะลึงและอึ้งไป
….ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณทอมให้เด็กชายออกมาหากุญแจรถทั้งๆ ที่กุญแจสำรองก็มีอยู่ที่เขาและคุณจิมคนละชุด คุณทอมจงใจแกล้งเจ้าหนูแม็กอย่างไม่มีเหตุผลเอาซะเลย….
นายเอ๊ดประคองเด็กชายเดินกลับเข้ามาและกล่าวถามด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรแน่นะ แม็กกี้.. รีบไปอาบน้ำแล้วเช็ดตัวให้แห้งเถอะ เดี๋ยวไม่สบาย"
"ไม่.. ไม่เป็นไรครับ.. ผมต้องเอากุญแจไปให้คุณทอมก่อน.."
จิมคว้าแขนทอมซึ่งทำท่าจะเดินกลับเข้าบ้านเมื่อเห็นเด็กชายเดินเข้ามาหา
"จะไปไหนทอม.. รู้สึกว่าไอ้หนูจะหา ของ ให้นายได้แล้วนะ รับของจากเด็กก่อน"
“ไม่.. นายรับล่ะกัน จิม.. ฉันจะเข้าข้างใน"
ทอมพยายามจะเดินหนีแต่ถูกจิมฉุดไว้
"ไม่ได้นะทอม.. นายต้องรับด้วยตัวเอง คำสั่งของนายไม่ใช่ของฉัน"
"โธ่เว้ย! จิม.. ช่วยรับหน่อยไม่…"
"คุณทอมครับ.. ผมหากุญแจได้แล้ว…"
ทอมชะงักเมื่อเสียงสั่นสะท้านของเด็กชายดังขึ้นด้านหลัง เขาจำต้องหันไปเผชิญหน้าด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เพียงแว่บแรกที่เห็นก็ใจหายวาบแล้ว..
เด็กชายในสภาพมะล่อกมะแล่ก น้ำหยดเป็นทาง ยืนตัวสั่นอยู่ที่ขั้นบันไดไม่ยอมก้าวขึ้นมา ริมฝีปากบางซีดจนเกือบจะเขียวเผยอยิ้มให้เขาพร้อมๆ กับยื่นกุญแจที่อยู่ในมือให้ดู
"ใช่..อันนี้..หรือเปล่า..ครับ คุณทอม.." เสียงเจ้าหนูขาดหายเป็นห้วงๆ เพราะอาการสะท้าน มือที่ยื่นกุญแจให้สั่นระริกจนทอมต้องรีบหยิบขึ้นมาถือไว้
"ใช่.. ขอบใจ" ทอมไม่อาจกล่าวอะไรได้มากกว่านี้ ไม่รู้ว่าอารมณ์โกรธแค้นและชิงชังเด็กชายอย่างรุนแรงเมื่อสักครู่หายเป็นปลิดทิ้งได้อย่างไร
"ขอบใจ แม็กกี้.. หมดธุระแล้ว รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ" จิมกล่าวตัดบทเมื่อทอมยืนนิ่งไม่ยอมพูดอะไรต่อ
"ครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมไปอาบน้ำนะครับ คุณทอม.."
เด็กชายเอ่ยขออนุญาตทอมเสียงสั่น ทอมพูดอะไรไม่ออกได้แต่พยักหน้าให้
"กุญแจก็ได้มาแล้ว จะออกไปเที่ยวไหนหรือ ทอม.. อากาศเย็นสบายแบบนี้นอนอยู่บ้านไม่ดีกว่าเหรอ.."
จิมกระเซ้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ และชะงักทันควันเมื่อทอมออกอาการฉุนด้วยการปากุญแจรถใส่เขา ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านด้วยความไม่สบอารมณ์
อีกครั้งที่จิมต้องกล่าวตัดบทให้เทพบุตรของเขา เพราะขืนให้ทอมพูดมากกว่านี้ ประโยคต่อไปอาจเป็นคำขอโทษก็ได้ เขารู้ว่าทอมใจเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะอารมณ์ชั่ววูบของตัวเอง แม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วยกับการทดสอบของทอมในครั้งนี้ แต่เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ทอมแสดงความใจอ่อนกับเด็กชายได้
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
แม็กกี้รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีที่กลับเข้าห้องเพราะรู้สึกหนาวจนถึงกระดูกแล้ว ถ้าต้องอาบน้ำก่อนอาจแข็งตายอยู่ในห้องน้ำก็ได้ แต่จนถึงตอนนี้แม็กนั่งกอดเข่าห่มผ้าอยู่บนที่นอนนานเกือบชั่วโมงแล้วก็ยังไม่หายหนาวเลย
"ขอบคุณฮะแม่.. ขอบคุณที่ช่วยหากุญแจให้ผม.."
แม็กกี้พึมพำขอบคุณแม่ไปมา สะดุ้งเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงเรียกของนายเอ๊ด
"แม็กกี้.. ทำอะไรอยู่ น้าเข้าไปนะ"
นายเอ๊ดวางชามข้าวต้มลงข้างๆ เด็กชาย
"เป็นไงมั่ง ยังหนาวอยู่เหรอ"
"ค่อยยังชั่วแล้วครับ"
"อือ.." นายเอ๊ดพยักหน้าหงึก หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กบนที่นอนเช็ดผมที่ยังชื้นอยู่ให้เด็กชายด้วยความรู้สึกเวทนา
"อาบน้ำแล้วใช่มั้ย เช็ดผมให้แห้งซี เดี๋ยวไม่สบาย "
เด็กชายสั่นศีรษะ "ยังไม่ได้อาบครับ ผมหนาว เดี๋ยวค่อยอาบตอนเย็น.."
"อ้าว! แล้วกัน เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก งั้นทานข้าวต้มร้อนๆ ก่อนจะได้อุ่นขึ้น"
"ขอบคุณครับ" แม็กกี้รับถาดข้าวต้มจากนายเอ๊ดมาถือไว้ และตักทานทันทีเพราะกำลังรู้สึกหิวพอดี
"คุณทอมไปแล้วหรือครับน้าเอ๊ดดี้ ไปกับคุณจิมใช่มั้ย ทำไมวันนี้คุณทอมไม่ให้น้าขับรถให้ล่ะครับ"
"เอ่อ.." นายเอ๊ดอึกอักตอบไม่ถูก ยังไงคุณทอมก็เป็นเจ้านายที่เขารักและเคารพมาก
"คุณทอมเปลี่ยนใจไม่ไปแล้วล่ะ คงเห็นเราลำบากต้องออกไปตากฝนก็เลยไม่สบายใจ"
นายเอ๊ดจำต้องบอกไปเช่นนั้นเพื่อให้เด็กชายสบายใจและมีกำลังใจต่อสู้กับเกมทดสอบสุดโหดต่อไป ซึ่งเขาเองก็แอบเอาใจช่วยเจ้าหนูแม็กกี้ให้ชนะเพราะอยากรู้ความจริงด้วยเช่นกัน
"จริงเหรอครับ แย่จัง เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วที่ต้องทำตามคำสั่งให้สำเร็จ ผมไม่อยากให้คุณทอมไม่สบายใจเลย ผมไม่ได้ลำบากอะไรซะหน่อย แค่หนาวนิดหน่อยเอง"
นายเอ๊ดส่ายหน้า เมื่อเห็นเจ้าหนูแม็กกี้ห่วงความรู้สึกของคุณทอมมากกว่าตัวเอง
"ถามจริงๆ เถอะ แม็กกี้.. จะทำยังไงต่อไปถ้าสามารถพิสูจน์ความจริงกับคุณทอมได้.. และถ้าคุณทอมเป็นพ่อจริงๆ แต่เขาไม่ยอมรับล่ะ จะทำยังไง?.."
"ผมไม่ได้ต้องการให้คุณทอมยอมรับ ผมแค่อยากรู้ความจริงเฉยๆ รู้แล้วผมก็จะไป ผมจะไม่กลับมากวนใจคุณทอมอีก.."
"จริงเหรอ" นายเอ๊ดหน้าตื่น ตกใจกับคำตอบที่ได้รับ
"คุณทอมรู้เรื่องนี้หรือเปล่า ว่าเราไม่ต้องการอะไรน่ะ.."
"ทราบครับ คุณจิมทราบ คุณทอมก็ทราบ"
"อือ…ไม่อยากเชื่อเลย " นายเอ๊ดส่งเสียงครางและพึมพำเบาๆ กับตัวเองก่อนจะซักคำถามต่อไปด้วยความอยากรู้
"แล้วจะกลับไปไหนเหรอ.. กลับบ้านที่เมืองกาญจน์หรือเปล่า"
"ไม่ครับ ผมไม่กลับไปที่นั่น"
"อ้าว! แล้วจะไปไหนล่ะ บอกหน่อยได้มั้ย เผื่อวันหน้าวันหลังน้าจะได้ไปเยี่ยมไง.."
"ผมก็ยังไม่รู้เลยครับว่าอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าเป็นเกาะ ญาติของแม่เปิดร้านอาหารที่นั่น เคยชวนแม่กับผมไปอยู่ด้วย ก่อนแม่ตายแม่สั่งให้ผมไปอยู่กับเขา ไปช่วยทำงานด้วยครับ.." เสียงเด็กชายอ่อยลงเมื่อพูดถึงแม่ และวางชามข้าวต้มที่เหลือกว่าครึ่งลง
"อ้าว! อิ่มแล้วเหรอ ทำไมกินน้อยจัง"
"อิ่มแล้วครับ เดี๋ยวผมจะเอาที่อยู่ให้ดู น้าช่วยบอกทางให้ผมด้วยนะครับว่าไปยังไง"
นายเอ๊ดพยักหน้ารับ รู้สึกเวทนามากขึ้นเมื่อรู้ว่าเด็กชายต้องการรู้ความจริงเฉยๆ ไม่ได้หวังหรือต้องการอะไรจากเจ้านายหนุ่มของเขาสักนิด แม้ว่าความจริงจะใช่ก็ตาม ถ้าเป็นเช่นนั้นคุณทอมจะพยายามหลบเลี่ยงโดยการเปิดเกมทดสอบเด็กทำไมกัน
แม็กกี้หยิบสมุดที่หัวนอนออกมาเปิดและพลิกหน้ากระดาษไปมา นายเอ๊ดจึงได้มีโอกาสเห็นว่าสมุดเล่มนี้คงเป็นทั้งไดอารี่และอัลบั้มคนพิเศษของเด็กชาย เพราะมีทั้งตัวหนังสือและรูปถ่ายคละไปมาเกือบทุกหน้า
"เอ่อ.. แม็กกี้ อย่าหาว่าน้าเสียมารยาทเลยนะ ภาพในสมุดนั่นใช่คุณทอมหรือเปล่า.."
"ใช่ครับ อ๊ะ ! เจอแล้ว.." เด็กชายหยิบซองจดหมายเปล่าที่เสียบอยู่ในหน้าท้ายๆ ของสมุดยื่นให้นายเอ๊ด
"นี่ครับ น้าเอ๊ดดี้ ที่อยู่ญาติของแม่.."
นายเอ๊ดรับซองจดหมายไว้แต่ตายังจับจ้องอยู่ที่สมุดบนตักเจ้าหนู
"เอ่อ.. ขอน้าดูรูปคุณทอมหน่อยได้มั้ย แม็กกี้.. ไปหาตัดมาจากไหนเหรอ ภาพสวยๆ ทั้งนั้นเลยนะ"
"ได้ซีครับ ผมขอตัดมาจากหนังสือแฟชั่นและนิตยสารของร้านเสริมสวยที่แม่ทำงานอยู่ครับ"
เด็กชายเปิดสมุดหน้าที่มีรูปทอม แม็คกิลล์ 2 รูปใหญ่ๆ ยื่นให้นายเอ๊ดดู
"ดูซีครับน้าเอ๊ดดี้.. คุณทอมหล่อจังเลยเนอะ ดูเท่าไรก็ไม่เบื่อเลย ผมมีความสุขที่สุดเวลาได้ดูรูปคุณทอม โชคดีนะที่คุณทอมเป็นนายแบบมีชื่อเสียง ไม่งั้นผมคงไม่มีปัญญาทำอัลบั้มรูปพ่อในฝันของผมได้หรอก.."
เด็กชายพูดถึงคุณทอมด้วยสีหน้าเป็นสุขจริงๆ และยังเปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นว่าคุณทอมเป็นพ่อของตัวเองแน่นอน บรรยากาศรอบตัวเจ้าหนูสดชื่นขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ทำเอานายเอ๊ดนั่งอึ้ง ไม่เข้าใจความต้องการของเด็กชาย ในเมื่อเชื่อมั่นขนาดนี้จะมาขอพิสูจน์ความจริงทำไมอีก…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"หลังจากวันพรุ่งนี้ คุณทอมไม่มีคิวว่างให้เวลาทั้งวันแล้วนะ ลูซี่.. ถ้าไม่จบภายในพรุ่งนี้ เธอเตรียมแก้ปัญหาเองล่ะกัน"
จิมตัดสายโทรศัพท์จบการนัดหมายงานถ่ายแบบสำหรับวันพรุ่งนี้ เขาต้องเคลียร์คิวและจัดตารางการทำงานให้ทอมล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ โดยพยายามให้มีวันว่างอาทิตย์ละหนึ่งวัน เพื่อให้ทอมได้พักผ่อน
"พรุ่งนี้มีถ่าย Location สายๆ แต่เราต้องออกเดินทางไม่เกินสองโมงเช้า คืนนี้เข้านอนเร็วหน่อยนะทอม.." จิมพูดขณะก้มหน้าก้มตาจดคิวงาน
เงียบ!!! ไม่มีเสียงโวยหรือบ่นว่าใดๆ กลับมา ซึ่งผิดวิสัยของทอม
จิมเงยหน้าขึ้นก็พบเทพบุตรของเขากำลังตกอยู่ในภวังค์ ร่างสง่างามยืนกอดอกอยู่ริมหน้าต่าง สายตาทอดยาวออกไปถึงไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าที่เขาพูดไปเมื่อสักครู่ทอมไม่ได้ยินแน่
จิมวางมือ ลุกขึ้นเดินเข้าไปโอบไหล่ทอมและกระซิบถาม
"เป็นอะไรทอม.. ไม่สบายใจเหรอ อย่าคิดมากซี "
"รู้เหรอว่าฉันคิดอะไรอยู่"
จิมหัวเราะ
"ทำไมจะไม่รู้ล่ะ นายไม่สามารถปิดบังอะไรฉันได้ เพราะนายเก็บซ่อนความรู้สึกไม่เป็น ฟังนะ ทอม.. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นแค่เกมทดสอบ และเด็กก็เป็นฝ่ายชนะเราด้วย ไม่ต้องคิดมากและไม่ต้องเสียใจกับเรื่องที่ทำลงไป"
ทอมถอนใจเฮือก
"แต่ภาพตอนที่เด็กล้มลงไปพร้อมๆ กับเสียงฟ้าร้องยังติดตาฉันอยู่เลย ถ้ามันไม่ใช่ฟ้าร้องแต่เป็นฟ้าผ่า… อะไรจะเกิดขึ้น นายเตือนฉันแล้วแต่ฉันไม่ฟัง มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยถ้าเด็กเป็นอะไรไปเพราะคำสั่งบ้าๆ ของฉัน"
อารมณ์และความรู้สึกของทอมที่มีต่อเด็กชายในนาทีนี้ไม่ได้เกลียดหรือชิงชังแต่กลัว.. ทอมหันมาสวมกอดและซบลงที่ไหล่จิม
"เมื่อไรเด็กจะไปจากเราซะที ฉันไม่อยากเห็นหน้าไอ้หนูแม็กกี้อีกเลย จิม.."
"ใจเย็นๆ น่าทอม เด็กนั่นอยู่ได้ไม่ถึง 2 เดือนหรอก ปล่อยฉันจัดการเอง นายไม่ต้องทำอะไรเหมือนเมื่อกลางวันนี้อีกแล้ว อยู่เฉยๆ แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย ฉันสัญญา… ไอ้หนูแม็กกี้จะต้องไปจากเราโดยไม่มีโอกาสได้พิสูจน์อะไรทั้งนั้น และจะไม่กล้าหวนกลับคืนมาอีกด้วย…"
ทอมรู้สึกสบายใจและคลายความกังวลเป็นปลิดทิ้ง เขาไม่เคยผิดหวังกับเรื่องที่จิมรับปากหรือให้สัญญาเลย
"ขอบใจนะ จิม.. พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าใช่มั้ย ฉันควรจะไปนอนได้แล้วซีนะ"
จิมพยักหน้าพร้อมส่งยิ้มและสายตาสื่อความรักใคร่และห่วงใยจนทอมรู้สึกเขินรีบผละออก แต่ขยับจะก้าวเดินก็ชะงักและหันกลับมาจูบแก้มผู้จัดการส่วนตัวของเขาก่อนจะขยับลงมาจุ๊บที่ริมฝีปากอย่างแผ่วเบาอีก 1 ครั้งแถมให้
"จูบที่นายต้องการ ฉันให้เป็นรางวัล ขอบใจอีกครั้งนะ จิมมี่.. กู๊ดไนท์.."
ทอมเดินตัวปลิวขึ้นไปนอนอย่างสบายอารมณ์ ทิ้งให้จิมยืนตะลึงกับรางวัลที่ได้รับ เป็นอาการตะลึงที่แฝงไว้ด้วยความผิดหวัง…
"นั่นไม่ใช่จูบที่ฉันต้องการ ฉันไม่ใช่เด็ก 2 ขวบนะ ทอม.. ถือซะว่านายยังติดรางวัลฉันอยู่ และฉันจะรอจนกว่านายจะใจอ่อน ถึงวันนั้นฉันจะทบทั้งต้นทั้งดอกให้สาแก่ใจเลย แม็คกิลล์..."
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"ป้า.. อาหารเช้าตั้งโต๊ะ 2 ที่นะจ๊ะ วันนี้คุณทอมมีงานเช้า อ้อ! แล้วช่วยเตรียมอาหารว่างเผื่อให้เธอระหว่างทางด้วย เพราะต้องนั่งรถยาวไปถึงเขาใหญ่นู่น...แน่ะ "
"ใครให้เอ็งมาสั่งข้า นังแวว.. แล้วรู้ได้ไงว่าคุณทอมออกเช้า"
"อุ๊ย! ฉันจะกล้าสั่งป้าได้ยังไง คำสั่งคุณจิมเธอนะ ไม่เชื่อถามพี่เอ๊ดดี้ดูซิ"
นายเอ๊ดเดินหน้ามุ่ยเข้ามาในครัวพอดี
"วันนี้คุณทอมมีงานเช้าหรือวะ เอ๊ดดี้.. ทำไมคุณจิมไม่เห็นบอกข้า"
“ใช่.. ป้า ออกเดินทาง 2 โมงเช้านี่ล่ะ คุณจิมคงลืมสั่งมั้ง"
"จริงด้วย คุณจิมคงงานยุ่งน่ะ เมื่อวานเห็นติดต่อนัดคิววุ่นวายไปหมด มาเถอะป้า เร่งมือเถอะ ฉันช่วยเอง"
สาวใช้แววรีบเออออตามสามีและกุลีกุจอเข้าไปช่วยป้าทิพย์เตรียมอาหาร เพราะจริงๆ แล้วจิมสั่งงานไว้ที่เธอและฝากให้บอกป้าทิพย์ด้วย คนที่ลืมคือตัวเธอเอง
นายเอ๊ดยืนหมุนตัวไปมานึกไม่ออกว่าเข้ามาทำอะไรในครัวสักครู่ก็อุทานขึ้นมาเพราะนึกขึ้นได้
"เออ! ใครเห็นเจ้าหนูแม็กบ้าง"
"โอ๊ย! ตกใจหมดพี่เอ๊ดดี้ ตะโกนขึ้นมาได้ ฉันไม่เห็นหรอก ป้าเห็นมั้ย"
"ข้าก็ไม่เห็น อยู่ที่สนามหรือเปล่า เวลานี้ถ้าไม่กวาดถนนก็รดน้ำต้นไม้ แต่เมื่อวานฝนตกหนักเลยไม่ต้องลดล่ะมั้ง"
"เอ..ไม่เห็นที่สนามเลยนะป้า ใบไม้เกลื่อนเต็มถนนก็ยังไม่ได้กวาด ที่สำคัญรถ 3 คันก็ยังไม่ได้ปัดเช็ด ดีนะที่เมื่อวานเจ้านายไม่ได้ออกไปไหน"
นายเอ๊ดยืนรำพึงก่อนจะเสียงดังขึ้นอีกเพราะนึกขึ้นได้
"เฮ้! หรือจะออกไปตลาดนัด เมื่อวานเห็นบอกกับป้าว่าอยากออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวไม่ใช่เหรอ"
"จะบ้าหรือวะ เอ๊ดดี้.. แม็กกี้จะกล้าออกไปข้างนอกทั้งๆ ที่งานยังทำไม่เรียบร้อยได้ยังไง ไม่ใช่แกกับนังแววนี่..จะได้กล้าทำแบบนั้น"
ป้าทิพย์บ่นแต่ปาก ส่วนมือก็จัดเตรียมอาหารไปด้วย
สาวใช้แววค้อนแม่บ้านที่เหน็บเธอ แต่นายเอ๊ดไม่สนใจพยายามนึกว่าเด็กชายจะไปไหนได้อีกล่ะ นอกจากยังไม่ตื่น…หรือว่า..
"ฉันว่าอาจจะยังไม่ตื่นก็ได้นะ พี่เอ๊ดดี้.. ลองไปดูที่ห้องซิ เมื่อวานตากฝนอยู่นานอาจไม่ค่อยสบายก็ได้ อ้าว! ไปไหนแล้วล่ะ… "
สาวใช้แววตาปริบๆ ไม่รู้ว่าสามีผลุบออกไปตอนไหน...
เกือบ 7 โมงเช้าแล้วเด็กชายยังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ปกติจะตื่นตั้งแต่ตี 5 และสามารถตื่นได้เองโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาหรือให้ใครมาปลุก
"แม็กกี้.. แม็กกี้.. 7 โมงเช้าแล้วนะ ไอ้หนู.. เฮ้!.."
นายเอ๊ดส่ายหน้า คิดว่าเด็กชายคงจะเหนื่อยหรือไม่ก็อาจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายเพราะเมื่อวานตากฝนอยู่นาน คงต้องหายาให้ทานกันไว้ก่อน เขาทรุดตัวลงข้างที่นอนและดึงผ้าห่มออก แม็กกี้ซึ่งนอนขดตัวนิ่งอยู่ก็ส่งเสียงพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์อยู่ในลำคอ
"อือ.. อือ.."
นายเอ๊ดรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องอึดอัดและอบอ้าว สีหน้าคิ้วขมวดของเด็กชายทำให้เขาต้องขยับเข้าไปใกล้ ใจหายเพราะรับรู้ในทันทีว่าต้นเหตุของความอบอ้าวส่งผ่านออกมาจากร่างเล็กๆ ที่นอนขดตัวอยู่ ขณะสัมผัสเพียงแค่ลมหายใจยังร้อนขนาดนี้ นายเอ๊ดอังฝ่ามือที่หน้าผากของเจ้าหนูก็ต้องสะดุ้งและใจหายวาบอีกครั้ง ถึงจะนึกไว้แล้วว่าเด็กชายอาจจะไม่สบาย แต่ไม่คิดว่าจะมีอาการจับไข้สูงแบบนี้
เสียงพึมพำในลำคอของเด็กชายชัดเจนขึ้นแต่ขาดหายเป็นห้วงๆ นายเอ๊ดต้องเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้ว่าเจ้าหนูพูดอะไร
"กุญแจ.. กุญแจ.. คุณทอม… อือ.. กุญแจ.. กุญแจ …"
นายเอ๊ดใจหาย เหตุการณ์เมื่อวานคงยังอยู่ใต้จิตสำนึกของเด็กชายจนเก็บมาเพ้อ
"แม็กกี้.. แม็กกี้.. เฮ้! ไอ้หนู.. กุญแจหาเจอแล้วไง คุณทอมได้กุญแจแล้ว.."
แม็กกี้สงบลงเล็กน้อยแต่ยังมีเสียงงึมงำในลำคอเพราะอาการไข้
"ไม่เป็นไรนะ แม็กกี้.. น้าจะพาไปหาหมอนะ"
นายเอ๊ดช้อนร่างเด็กชายไว้ในวงแขน ขยับจะลุกขึ้นก็นึกขึ้นได้ว่าต้องขับรถไปส่งเจ้านายเช้านี้ จำต้องปล่อยเด็กชายนอนลงก่อนและห่มผ้าให้
"คอยเดี๋ยวนะ แม็กกี้.. แป๊บเดียว เดี๋ยวน้ามา"
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
จิมคุยโทรศัพท์นัดหมายกับทีมงานขณะเดินลงบันได นึกแปลกใจเมื่อเห็นนายเอ๊ดยืนรีรออยู่ เมื่อเขาเดินผ่านก็เดินตามและวนเวียนอยู่ใกล้ๆ จิมจบการสนทนาก็หัน
มาเอ็ด
"อะไรของแกวะ เอ๊ดดี้.. มายืนรอรับเสด็จใคร รถราเช็คเรียบร้อยหรือยัง วิ่งทางไกลนะโว้ย"
"รถเช็คเรียบร้อยแล้วครับ ผมมารอคุณจิมมีเรื่องสำคัญจะรายงานครับ"
จิมขมวดคิ้ว นายเอ๊ดก็รีบรายงานทันที
"แม็กกี้ไม่สบายมากครับ คุณจิม.. นอนจับไข้ไม่ได้สติอยู่ในห้อง คงเป็นเพราะตากฝนเมื่อวาน"
"ว่าไงนะ" จิมอึ้งไปชั่วอึดใจก่อนจะพยักหน้าให้ตามไปคุยนอกบ้าน
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
จิมทรุดตัวลงข้างๆ ที่นอน เป็นครั้งแรกที่เขาได้มีโอกาสเข้ามาในห้องพักของเด็กชาย ซึ่งแต่เดิมเป็นห้องเก็บของแต่ของถูกขนย้ายออกไปกว่าครึ่งแล้ว จึงเหลือพื้นที่เป็นมุมพักผ่อนของเจ้าหนูเกือบครึ่งห้องตามที่นายเอ๊ดเคยรายงานให้ทราบ ฟังดูแล้วเหมือนน่าจะอยู่สบายพอสมควร หากแต่สภาพของห้องจริงๆที่เห็นอยู่ในขณะนี้ นอกจากจะมีกลิ่นอับจากข้าวของที่วางอยู่แล้ว มุมที่เด็กชายพักผ่อนสามารถนั่งและเดินไปมาได้มีพื้นที่เพียง 3X2 ตร.เมตรเท่านั้น
จิมตกใจมากเมื่อเห็นเด็กชายจับไข้จนเพ้อฟังไม่ได้ศัพท์ ยิ่งเมื่อรู้จากนายเอ๊ดว่าเจ้าหนูเพ้อหากุญแจและเรียกหาทอม ทำให้จิมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดในอาการป่วยของเด็กชายได้
"แม็กกี้.. แม็ก.." จิมสะดุ้งเมื่อพบว่าเจ้าหนูตัวร้อนจี๋และยังมีอาการผวา ไข้สูงมากแบบนี้หากปล่อยไว้อาจเกิดอาการช็อคได้
"เอ๊ดดี้.. อุ้มเด็กขึ้นมา ต้องรีบให้ถึงมือหมอเร็วที่สุด"
นายเอ๊ดรีบปฏิบัติตามสั่งและเดินตามจิมออกไป จิมจ้ำอ้าวไปที่รถและเปิดประตูให้
"แกพาเด็กไปหาหมอนะ เอ๊ดดี้.. คลีนิคปากทางเข้าหมู่บ้าน ด่วนจี๋เลย"
"ครับคุณจิม ถ้ายังไงผมเอาแววไปด้วย ให้แววอยู่ดูเด็ก ผมจะได้รีบกลับมาให้ทัน 2 โมงครับ"
"ไม่ต้อง ฉันขับไปเอง แกอยู่ดูแลเด็ก ให้นอนพักที่คลีนิคจนกว่าไข้จะลดถึงจะพากลับมาได้ รีบไปก่อนที่ทอมจะลงมา"
"ครับผม"
จิมไม่อยากให้ทอมรู้ว่าเด็กชายป่วย ขนาดเขายังรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมเป็นต้นเหตุ แล้วทอมล่ะ ! ถ้ารู้ว่าเด็กไม่สบายเพราะตากฝนเมื่อวาน มีหวังวันนี้ทั้งวันคงไม่เป็นอันทำงานแน่…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"ให้เอ๊ดดี้ไปไหนหรือ จิม.. จะออกเดินทางแล้วไม่ใช่เหรอ.."
ทอมจิบกาแฟและจัดการอาหารเช้าตรงหน้าด้วยความเร่งรีบ อีก 5 นาทีจะ 2 โมงเช้า จิมขึ้นไปปลุกตั้งแต่ 7 โมงแล้ว แต่เขาไม่ยอมตื่นขอนอนต่ออีกหน่อยจน 7 โมง 40
"ฉันให้เอ๊ดดี้ไปทำธุระให้น่ะ วันนี้ฉันขับเอง ทอม.."
ทอมชะงัก เลิกคิ้วแปลกใจก่อนจะงับเบคอนเข้าปาก
"ธุระสำคัญมากเลยเหรอ ถึงขนาดยอมขับรถแทน"
"ทำไมล่ะ นายไม่ไว้ใจฉันขับเหรอ" จิมพยายามเลี่ยงไม่ตอบคำถาม
"เปล่า… ไม่ได้ไม่ไว้ใจ ไม่อยากให้นายเหนื่อย นี่มันทางไกลนะ"
"ขับให้เจ้านายสุดที่รักนั่ง ไกลแค่ไหนก็ไม่เหนื่อยหรอกครับ "
จิมหยอดคำหวานด้วยสีหน้าและสายตากรุ้มกริ่ม ก่อนจะรีบตัดบทเมื่ออีกฝ่ายค้อนประหลับประเหลือก
"อิ่มแล้วเหรอ.. ถ้างั้นไปกันเลย"
ทอมวางแก้วน้ำดื่มและลุกขึ้นยืน
"ตกลงยังไม่ได้บอกเลยว่าธุระสำคัญอะไร"
"เอาเถอะน่า เดี๋ยวจะบอกในรถ"
จิมโอบไหล่ทอมตรงไปที่รถ เป็นนิสัยปกติของทอมที่ขึ้นรถได้ไม่ถึง 5 นาทีก็จะง่วงและหลับสนิทจนถึงที่หมาย ยิ่งถ้าต้องตื่นเช้าเพื่อเดินทางไกลด้วยแล้ว หลับยาวหายห่วงแน่…
"แม็กกี้ไปไหนน่ะ" ทอมถามถึงเด็กชายเมื่อเห็นสาวใช้เป็นคนวิ่งไปเปิดประตูให้
"ทำไมปล่อยให้ใบไม้เกลื่อนถนนอย่างนี้ ทำงานไม่เรียบร้อย เดี๋ยวปรับให้แพ้ซะเลย"
จิมใจหาย รีบเลี้ยวรถออกจากบ้านก่อนที่ทอมจะเห็นอะไรน่าสงสัยมากยิ่งขึ้น
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
โทรศัพท์มือถือดัง……จิมเอื้อมมือจะรับแต่ถูกทอมคว้าขึ้นมาถือไว้และทำท่าจะกดรับ
"ฉันรับเอง ทอม.."
"ไม่เป็นไร ฉันรับให้ นายขับรถเถอะ"
"อย่าดีกว่า ฉันคุยเอง ส่งมาทอม"
ทอมขมวดคิ้ว รู้สึกเหมือนจิมมีอะไรปิดบังอยู่จึงไม่ยอมส่งโทรศัพท์ให้
"ทำไม.. มีอะไรที่ไม่อยากให้ฉันรู้งั้นเหรอ หรือว่านายทำงานให้คนอื่นนอกจากฉันด้วย"
"เปล่านะทอม.. โอเค!.. อยากรับก็รับ" จิมตัดบทไม่อยากมีเรื่องกับทอมเวลานี้ ภาวนาให้ใครโทรมาก็ได้ยกเว้นเจ้าเอ๊ดดี้
ทอมกดรับสายด้วยอารมณ์ไม่สู้ดี ปกติเขาสามารถรับโทรศัพท์แทนจิมได้ทุกสาย เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องงานและเกี่ยวข้องกับตัวเขาเองเองทั้งนั้น น้อยครั้งที่จะเป็นเรื่องส่วนตัวของจิม
"Hello.."
"คุณจิมครับ คลีนิคหน้าหมู่บ้านคุณหมอเวรเพิ่งกลับไป พยาบาลให้คอยครึ่งชั่วโมงและจะช่วยลดไข้ให้เด็กก่อน แต่เด็กอาการไม่ค่อยดีผมไม่ไว้ใจเลยพามาโรงพยาบาลแล้วนะครับ ตอนนี้อยู่ในห้องตรวจ ถ้าได้เรื่องยังไงผมจะโทรรายงานให้ทราบอีกครั้งครับ" สายถูกตัดไป !!!!!…
ทอมนั่งอึ้ง ในขณะที่โชเฟอร์จิมใจเต้นไม่เป็นจังหวะ หนาวๆ ร้อนๆ เพราะได้ยินเสียงเจ้าเอ๊ดดี้ดังแว่วออกมานอกหูอย่างชัดเจน
"จอดรถ" ทอมกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบและแผ่วเบา
จิมแสร้งทำใจดีสู้ "จอดทำไม ทอม.. ลืมอะไรเหรอ.."
"ฉันไม่ได้ลืม คนที่ลืมคือนาย จิม.. ทำไมไม่ตอบคำถามฉันซะทีว่าให้เอ๊ดดี้ไปทำธุระอะไร นายให้มันพาเด็กที่ไหนไปหาหมอ อย่าบอกนะว่าเด็กนั่นคือ แม็กกี้"
"เอ่อ.." จิมอึกอักนึกโมโหเจ้าเอ๊ดดี้ …ทำไมต้องโทรมารายงานตอนนี้ด้วยฟะ!..
"ว่าไงล่ะ จิมมี่.. ตอบฉันซี หยุดรถด้วย!!!.. ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นตราบใดที่ฉันยังเป็นไอ้โง่อยู่.." ทอมตะวาดใส่ด้วยอารมณ์โกรธ
"โอเค! ทอม .. โอเค!.."
จิมชะลอรถและจอดเข้าข้างทาง ถอนหายใจเฮือกก่อนจะหันมาสบตาเขียวปั้ดของทอม
"อย่าโมโหซี ทอม.. ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดนาย ยังไงก็ต้องบอกให้รู้อยู่แล้ว รอเอ๊ดดี้โทรมารายงานก่อน"
"งั้นเหรอ.. แล้วนายอยากรู้มั้ยว่าเอ๊ดดี้รายงานว่าอะไร"
"เอ่อ.. วะ.. ว่ายังไงเหรอ"
คลีนิคหน้าหมู่บ้านไม่มีหมอ เด็กอาการไม่ค่อยดีเลยพาไปโรงพยาบาล ตอนนี้รอหมอตรวจอยู่ รู้แล้วยังไงล่ะ จิมมี่.. ถ้าฉันไม่ได้เป็นคนรับสาย นายจะบอกฉันแบบนี้หรือเปล่า เห็นฉันเป็นเด็ก 10 ขวบหรือไง เรื่องที่ฉันควรรู้ก็ไม่ให้รู้ ทำไม จิม.. ทำไม.."
"ใจเย็นซี ทอม.. บอกแล้วไงว่าฉันไม่คิดจะปิดนาย แล้วเด็กก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่จับไข้.. เอ่อ.. นิดหน่อย"
"แล้วนายคิดจะบอกฉันตอนไหน…รู้ก็ทั้งรู้ว่าเด็กนั่นป่วยเพราะคำสั่งของฉัน ฉันแกล้งเด็กด้วยความเกลียดชังจนทำให้เด็กไม่สบาย นายน่าจะรีบบอกให้ฉันรู้ ฉันจะได้ดีใจและสะใจยังไงล่ะ จิมมี่...”
จิมส่ายหน้าเมื่อทอมกล่าวประชดตัวเอง นี่คือเหตุผล...ว่าทำไมเขาถึงบอกทอมตอนนี้ไม่ได้…
"ถ้านายรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ ฉันคงรีบวิ่งขึ้นไปบอกตั้งแต่นายยังนอนอยู่บนเตียงแล้ว ฉันทำทุกอย่างเพราะแคร์ความรู้สึกของนายนะ ทอม..”
“ไม่ว่าฉันจะรู้สึกยังไง นายก็น่าจะบอกให้ฉันรู้” ทอมเสียงอ่อนลงเมื่อจิมเริ่มเสียงดังบ้าง
“เด็กไม่สบายก็เพราะฉันสั่งให้ออกไปตากฝน ไม่คิดเลยว่าฉันจะทำเรื่องแบบนั้นได้ ฉันรังแกเด็ก.... เพราะอยากให้ไอ้หนูนั่นไปจากชีวิตฉันเร็วๆ ฉันเป็นผู้ใหญ่ที่แย่มากเลยใช่มั้ย จิมมี่..”
“ไม่เอาน่ะทอม.. หยุดโทษตัวเองและเลิกคิดว่านายรังแกเด็กได้แล้ว เราคุยเรื่องนี้กันแล้วไม่ใช่หรือว่ามันเป็นแค่เกมทดสอบ แม็กกี้เองก็ยอมรับและยอมทำทุกอย่างที่เราสั่ง เพราะมีจุดมุ่งหมายที่จะเอาชนะเพื่อให้ได้พิสูจน์ความจริงกับนาย คิดหรือว่าเด็กฉลาดอย่างเจ้าหนูแม็กจะยอมให้เรารังแกได้”
ทอมนั่งนิ่งอารมณ์สงบลง สีหน้าเรียบเฉยจนจิมเดาความรู้สึกไม่ออก
“ไปโรงพยาบาลก่อน จิม..”
“อะไรนะ”
“ให้ฉันเห็นว่าเขาปลอดภัย ไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ ค่อยเดินทางต่อ”
จิมลอบถอนใจ เริ่มกังวลและไม่แน่ใจกับความรู้สึกที่ทอมมีต่อเด็กชายในเวลานี้ เขาคงต้องหาทางยับยั้งไม่ให้ความเกลียดชังถูกแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอื่น
“ฉันไม่อยากขัดนายนะ ทอม.. อยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าลืมว่านายไม่ใช่แค่ชายหนุ่มหน้าตาดีธรรมดา ทันทีที่ก้าวลงจากรถและเหยียบย่างเข้าไปในโรงพยาบาล นายต้องมีคำตอบเตรียมไว้สำหรับทุกคำถาม ...คุณทอม แม็คกิลล์ มาทำอะไรที่โรงพยาบาลครับ… ไม่สบายเป็นอะไรคะ… มาเยี่ยมไข้หรือคะ… เด็กเป็นอะไรกับคุณทอมครับ… เป็นญาติ เป็นน้อง เป็นหลานชาย หรือว่าเป็น....”
“พอแล้ว พอ... หยุด โอย....”
ทอมเอามือกุมศีรษะเพราะรู้สึกเครียดจนปวดหัวตึบ จิมรีบขยับที่นั่งเอนลงเพื่อให้เทพบุตรของเขาอยู่ในท่าที่ผ่อนคลายขึ้น
“ใจเย็นๆ ซีทอม... เอางี้ดีมั้ย..” จิมปลอบโยนพร้อมกับบีบนวดที่ขมับให้เหมือนทุกครั้ง
“เราออกเดินทางกันไปเรื่อยๆ ฉันจะขับช้าๆ ระหว่างรอเอ๊ดดี้โทรมารายงาน ถ้าหากมีอะไรร้ายแรงเราก็จะวกรถกลับไปโรงพยาบาลทันที”
ทอมทำหน้าเหมือนไม่ค่อยชอบใจกับข้อเสนอ จิมจำต้องรีบตัดบท
“เชื่อฉันซีทอม.. แม็กกี้ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ไข้หวัดเท่านั้น ถึงมือหมอแล้วก็หมดห่วง ที่สำคัญเอ๊ดดี้ก็อยู่ด้วย ฉันอุตส่าห์ยอมขับรถแทนเพื่อให้หมอนั่นไปทำหน้าที่สำคัญแทนเรา นายยังจะห่วงอะไรอีก”
ทอมพยักหน้าและหลับตาลง จะยังไงก็ได้แล้ว เพราะเขารู้สึกเหนื่อยและเครียดมาก
จิมสตาร์ทรถออกเดินทางต่อเมื่อเทพบุตรของเขาสงบลงและยอมโอนอ่อนด้วยดี ซ้ำยังหลับสนิทไปภายในเวลาไม่กี่นาที จิมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตัดเสียงเรียกเข้าเป็นสั่นเตือน อยากให้ผู้โดยสารของเขาหลับยาวโดยไม่มีเรื่องมารกสมองและกวนใจอีก
…ครึ่งชั่วโมงต่อมา.. นายเอ๊ดโทรมารายงานว่าอาการไข้ของเด็กชายทุเลาลงเล็กน้อย หมอเตือนว่าอย่าให้เด็กเล่นน้ำฝนอีก ความเย็นจากน้ำฝนไม่เหมือนน้ำธรรมดา โชคดีที่รีบพามาหาหมอเพราะเด็กมีไข้สูง ถ้าปล่อยไว้จะเกิดอาการปอดบวมแทรกซ้อนแน่
“... หมอดุผมใหญ่เลยครับ คุณจิม.. หาว่าผมปล่อยให้หลานวิ่งเล่นน้ำฝนอยู่ได้ยังไงตั้งครึ่งค่อนชั่วโมง..”
จิมนึกขันอยู่ในใจ สมควรแล้วที่หมอจะดุแก เอ๊ดดี้.. เรื่องอะไรไปบอกว่าเด็กเล่นน้ำฝน แต่จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องบอกเรื่องจริงกับหมอเพื่อการวินิจฉัยโรค ถ้าเป็นเขาก็คงต้องบอกว่าเด็กถูกฝนเหมือนกัน
....แต่เรื่องที่บอกว่าเจ้าหนูแม็กเป็นหลานแกนี่ซิ คิดได้ไงวะ เอ๊ดดี้...
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
หนุ่มน้อยแม็กกี้ต้องนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาล 1 คืนตามคำสั่งของหมอ ทอมสบายใจขึ้นเมื่อเด็กชายไม่เป็นอะไรมาก นึกอยากจะไปเยี่ยมแต่แล้วก็เปลี่ยนใจกระทันหันซึ่งจิมเองก็รู้สึกโล่งอก เพราะเขาไม่อยากให้ทอมแสดงความห่วงใยให้เด็กชายเห็น
กลับจากโรงพยาบาลทอมอนุญาตให้เด็กชายพักผ่อนต่อจนกว่าจะหายและแข็งแรงดีค่อยทำงาน แต่แม็กกี้เมื่อไม่มีอาการไข้ก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นปกติดี ไม่อาจนั่งอยู่เฉยๆ ได้
“เฮ้!.. ทำอะไรน่ะ แม็กกี้.. เพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้เอง ลุกขึ้นมาทำอะไรแต่เช้า เดี๋ยวไข้ขึ้นอีกหรอก”
แม็กกี้เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้นายเอ๊ด ในมือถือฟองน้ำกำลังทำความสะอาดล้อรถ
“ผมค่อยยังชั่วแล้ว ไม่มีไข้แล้วครับ”
นายเอ๊ดทรุดตัวลงนั่งยองๆ
“ถึงไม่มีไข้ก็ใช่ว่าจะหายนะ วางมือเถอะ เดี๋ยวคุณทอมรู้ก็ถูกดุหรอก ท่านสั่งให้พักก็พักเถอะ เวลาที่จะได้ทำงานมีอีกเยอะ”
“เยอะที่ไหนกันครับ ผมจะอยู่ที่นี่อีกแค่เดือนเดียวเท่านั้น ผมอยากทำงานให้คุณทอมเยอะๆ แลกเปลี่ยนกับความจริงที่ผมจะได้รู้”
นายเอ๊ดกลืนน้ำลายเอื๊อก ในหัวสมองเด็กชายมีแต่เรื่องความจริงที่อยากจะพิสูจน์
“ถามจริงๆ เถอะแม็กกี้.. พิสูจน์แล้วจะได้อะไรขึ้นมา ถ้าหากรู้ว่าไม่ใช่จะไม่เสียใจเหรอ..”
เด็กชายชะงักมือเล็กน้อย ก่อนจะบรรจงเช็ดถูแม็กรถต่อด้วยความตั้งใจ
“เสียใจครับ เสียใจที่แม่หลอกผม แต่ผมเชื่อว่าแม่พูดจริง ผมถึงมั่นใจว่าใช่..”
นายเอ๊ดยกมือเกาหัว
“มั่นใจว่าใช่..ในเมื่อเชื่อที่แม่พูดแล้วจะมาพิสูจน์ความจริงทำไมอีกล่ะ หือ..”
“เป็นเหตุผลส่วนตัวของผมครับ น้าเอ๊ดดี้อยากรู้เหรอ..”
“เอ่อ.. ฮะ ฮะ ก็.. ไม่เป็นไร บอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร”
เอ๊ดดี้หัวเราะแห้งๆ รู้สึกว่าตัวเองชักจะเป็นผู้ใหญ่ที่สอดรู้สอดเห็นเรื่องของเด็กมากไป
“บอกก็ได้ครับ แต่น้าต้องสัญญาว่าจะไม่บอกใคร ได้มั้ยครับ”
นายเอ๊ดนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้าและรับปากให้สัญญา..
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
.....ผมเชื่อว่าคุณทอมเป็นพ่อ..เพราะแม่บอก ผมเชื่อที่แม่พูด… ผมเชื่อมาตั้งแต่เด็กแต่พอโตขึ้นผมชักไม่แน่ใจ เด็กผู้ชายอายุ 14 แถวบ้านผมหลายคนตัวเท่าผม
บางคนเล็กกว่าผมก็ยังมี คุณทอมอาจตัวใหญ่กว่าเพราะเป็นฝรั่ง แต่ผมก็ไม่อยากเชื่อว่าจะทำให้ผู้หญิงมีลูกได้ ถ้าได้พิสูจน์แล้วว่าใช่.. ผมก็มีความสุขมากขึ้น ต่อไปเวลามองดูรูปคุณทอม ผมก็เรียกเขาว่าพ่อได้สนิทใจ แต่ถ้าเกิดไม่ใช่... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงต่อไป รู้แต่ว่าผมคงต้องกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อจริงๆ อย่างที่คนอื่นเข้าใจ แต่ถึงผมจะเสียใจผมก็ไม่โกรธแม่หรอกครับ ผมรู้ว่าแม่ทำเพราะรักผม แม่อยากให้ผมมีพ่อเหมือนเด็กคนอื่นๆ เลยให้คนที่แม่รักเป็นตัวแทนพ่อของผม บางที.. ผมอาจจะให้คุณทอมเป็นตัวแทนพ่อตลอดไปก็ได้...
...เหตุผลสำคัญที่ผมต้องจากไปโดยไม่หวนกลับมาอีก แม้ว่าผลการพิสูจน์คุณทอมจะเป็นพ่อของผม เพราะความจริงที่ได้รับรู้เป็นความจริงสำหรับผมคนเดียว แต่ความจริงสำหรับคุณทอม ผมไม่ใช่ลูกเขา คุณทอมไม่มีวันรับเรื่องนี้ได้ เป็นใครใครก็รับไม่ได้ที่จู่ๆ ก็จะต้องมามีลูกชายตัวโตเท่านี้ ในสายตาของคุณทอม ผมเป็นแค่เด็กแปลกหน้าคนหนึ่ง เป็นเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตคุณทอม ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณทอมครับ ผมถึงไม่ต้องการอะไร ผมไม่ต้องการเป็นลูกของคุณทอม ผมขอเป็นแค่เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่คุณทอมเคยรู้จักก็พอครับ....