..
4..“
อ่างปลาô คุณทอม”
“เข้าไปทำ อะไรน่ะ แวว..”
จิมเอ่ยทักสาวใช้ที่กำลังก้าวออกจากห้องพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด
“ทำความสะอาดค่ะ"
"ใครสั่ง?"
จิมถามด้วยความสงสัยเพราะไม่ใช่ที่ทางที่ต้องทำความสะอาดทุกวันตามหน้าที่ เนื่องจากเป็นห้องพักสำหรับคนรับใช้ที่ปิดว่างไว้ และไม่มีทางที่สาวใช้แววจะนึกขยันเข้าไปทำความสะอาดโดยไม่ได้รับคำสั่ง
"คุณทอมค่ะ คุณทอมสั่งพี่เอ๊ดดี้ไว้เมื่อคืน ให้ทำความสะอาดห้องพักคนรับใช้บนตึกด้วย"
"ทำไมรู้มั้ย"
"ไม่ทราบค่ะ คุณทอมไม่ได้สั่งอะไรต่อค่ะ"
จิมผละจากสาวใช้เดินกลับขึ้นไปชั้นบน ทอมไม่เห็นบอกเขาสักคำว่ากำลังทำอะไร หรือว่า….
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
จิมเพลินกับการยืนชมความงามของเทพบุตรทอมจนลืมไปเลยว่าเข้ามาทำอะไร เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจึงไม่รู้สึกเบื่อเลย ทั้งๆ ที่ได้เห็นหน้าและพูดคุยใกล้ชิดอยู่ทุกวัน
ไม่ว่าในยามหลับหรือตื่น ทอม แม็คกิลล์ ก็ยังคงความงดงามราวเทพบุตรอยู่เสมอ ในยามหลับเป็นความงดงามที่อ่อนโยนน่าทะนุถนอม ชวนให้อยากสัมผัสและอยู่ใกล้ ต่างจากเวลาตื่นความงามมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอารมณ์ ด้วยใบหน้าที่หล่อและมีเสน่ห์ชวนฝัน เมื่อไรที่ยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข บรรยากาศรอบๆ เหมือนอยู่บนแดนสวรรค์ยังไงยังงั้น.. แต่ถ้าโกรธหรือไม่พอใจขึ้นมาเหมือนมีเมฆดำแผ่กระจายรอบๆ บรรยากาศมาคุ… เราดีๆ นี่เอง
จิมยอมรับว่าความรู้สึกที่เขามีให้ทอมในวันนี้ ไม่ใช่แค่ในฐานะเพื่อนหรือลูกจ้าง ถึงวันนี้เขาพร้อมที่จะทำงานให้ทอมโดยไม่ต้องการค่าจ้างหรือผลตอบแทนสักบาท ขอแค่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดก็เพียงพอแล้ว
…เมื่อไรจะใจอ่อนซะที ทอม.. นายรู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับนาย นายให้ความหวังฉันโดยการไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ยอมตอบรับความรู้สึกของฉันซะที…
จิมโน้มตัวลงไปใกล้เทพบุตรของเขา จึงสังเกตุเห็นว่าทอมไม่ได้กลัดกระดุมเสื้อนอน เปลี่ยนเสื้อเสร็จคงกระโดดขึ้นเตียงหลับปุ๋ยไปเลย จิมขยับเสื้อนอนของทอมให้เข้าที่และกลัดกระดุมให้
"อืมม์.. อย่านะ ไม่…" เสียงพึมพำจากริมฝีปากบางสวย คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเหมือนตกอยู่ในอาการฝันร้าย
"ทอม.. ทอม.." จิมปลุกทอมให้ตื่นจากภวังค์ร้าย
ทอมลืมตาขึ้นก็ผวาเฮือกและผลักร่างสูงออกก่อนจะลุกขึ้นโวยเสียงดัง
"ทำบ้าอะไรน่ะจิมมี่.. ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าฉันไม่ใช่… ฉันไม่ชอบและไม่มีรสนิยมแบบเดียวกับนาย กลับไปพักที่คอนโดของนายบ้างก็ได้นะ จะได้หาใครมาระบายความใคร่ได้บ้าง ไม่ต้องนอนที่นี่ทุกคืนก็ได้…"
จิมอ้าปากหวอตกใจกับอารมณ์และถ้อยคำต่อว่าที่รุนแรงของทอม มันไม่ใช่อารมณ์โกรธของคนที่กำลังหลับสบายและถูกปลุกให้ตื่น ทุกถ้อยคำเหมือนเก็บความโกรธและไม่พอใจไว้นานแล้ว แต่ทอมคงไม่กล้าพูดและต่อว่าให้เขาเสียน้ำใจ หรือไม่ก็จำต้องอดทนเพราะเขาต้องทำงานให้
แม้จะรู้สึกเจ็บปวดและเสียใจแต่จิมก็สามารถซ่อนความรู้สึกได้อย่างมิดชิด สีหน้าของเขาขณะนี้จึงเป็นสีหน้าของคนที่ไม่เข้าใจและอยู่ในอาการงุนงงเท่านั้น
"เรื่องอะไร ทอม.. ฉันแค่ปลุกนายเฉยๆ"
"ปลุกทำไม" ทอมเหลือบดูเวลาที่หัวเตียงและหันมาโวยต่อ "เพิ่งจะ 3 โมงเช้าเอง วันนี้มีงานตอนเย็นไม่ใช่เหรอ มันไม่ใช่เวลาที่ฉันควรจะตื่นซะหน่อย"
"เอ่อ.. ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปลุกให้ตื่น แค่จะให้ออกจากฝันร้ายเท่านั้น"
"ฝันร้ายอะไร รู้ได้ไงว่าฉันฝัน หรือว่านายเข้าไปอยู่ใน…"
ทอมชะงักเมื่อรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าเขากำลังฝันจริงๆ และในฝันก็มีจิมอยู่ด้วยจริง บอกไม่ถูกว่ามันคือฝันร้ายหรือเปล่า ไม่ซิ เขาฝันดีต่างหาก…
….เขาฝันว่าได้ก้าวไปสู่เวทีนายแบบระดับโลกด้วยการผลักดันของจิม เขาให้รางวัลจิมเป็นสิ่งที่เจ้าตัวอยากได้แต่ไม่เคยได้รับจากเขานั่นคือ การจูบด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่ยินยอม แต่มีข้อแม้ว่าให้แค่จูบเท่านั้น ห้ามเกินเลยมากไปกว่านี้ จิมรับปากและตรงรี่เข้ามาขอรับรางวัลจากเขาทันที เขาและจิมผลัดกันให้และรับรางวัลกันอย่างดูดดื่ม แม้จะรู้สึกดี… แต่เขาก็มีขอบเขตของการให้ ก่อนที่อารมณ์ของเขาและจิมจะเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ เขาก็ขอหยุดและพยายามจะผละออก แต่จิมไม่ยอมกลับผลักเขาล้มลงและตัดกำลังด้วยการชกที่ท้องเขาจนจุก อย่างนี้แล้วจะไม่ให้เขารู้สึกโกรธมากได้ยังไง เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบใบหน้าของจิมอยู่ห่างไม่ถึงฟุต และมือก็กำลังปลดกระดุมเสื้อของเขาอยู่….
ทอมหน้าแดงรู้สึกละอายกับความฝันบ้าๆ ของตัวเอง แต่ถึงจะเป็นแค่ความฝันเขาก็รู้สึกโกรธคู่กรณีในฝันที่กำลังนั่งหน้าเหรออยู่ตรงหน้าขณะนี้
"ตกลงนายฝันร้ายหรือเปล่า ถ้าเปล่า.. ฉันก็ขอโทษด้วยที่รู้มากไปหน่อย หลับต่อเถอะ.. "
จิมลุกขึ้นยืนผละออกจากเตียงไปได้ 2 ก้าวก็หันกลับมาสั่งเสียเทพบุตรแสนรักของเขาด้วยความห่วงใยจากใจจริง
"ยังติดกระดุมเสื้อไม่หมดจัดการต่อเองนะ ต่อไปเวลานอนอย่าลืมติดกระดุมล่ะ ถ้าขี้เกียจก็สวมเสื้อยืดซะ นายชอบเปิดแอร์ซะหนาว.. และยังนอนไม่ห่มผ้าด้วย เดี๋ยวจะเป็นหวัดนะ "
ร่างสูงชะงักอีกครั้งขณะก้าวออกจากห้อง
"อ้อ! เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอก ถ้าไม่ติดธุระอะไรจะกลับมารับนายตอน 4 โมงเย็น แต่ถ้าไม่มาฉันจะโทรบอกก่อนแล้วนัดเจอกันที่โรงแรมเลย ไปเองได้ใช่มั้ย ทอม"
ทอมนั่งอึ้งรู้สึกเสียใจที่เข้าใจผิดคิดว่าจิมกำลังจะ… เขาพยักหน้าหงึกทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าจะออกจากบ้านไปไหนคนเดียวได้หรือเปล่า นานมากแล้วที่เขาไม่ได้ทำอะไรหรือไปไหนคนเดียวโดยไม่มีชายหนุ่มผู้นี้อยู่ข้างกายด้วย
"เดี๋ยวก่อน.."
จิมเลิกคิ้วเมื่อบ๊อสหนุ่มออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอีกครั้ง
"จู่ๆ ก็มีธุระ จะไปไหนอ่ะ ทำไมไม่บอกล่วงหน้า"
จิมเริ่มเหนื่อยใจ เขาเคยคิดว่าสามารถอดทนกับความเจ้าอารมณ์ของทอมได้ แต่ตอนนี้เขาชักไม่แน่ใจแล้ว ไม่รู้ว่าจะอดทนไปเพื่ออะไร
จิมพยายามตอบคำถามด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด
"ขอโทษนะครับ บ๊อส.. ผมไม่รู้ล่วงหน้าเหมือนกันว่าจะมีธุระ ก็แค่จะขนของใช้ส่วนตัวกลับไปที่คอนโด แล้วก็อยู่เก็บกวาดทำความสะอาดสักหน่อย คืนนี้กลับเข้าไปจะได้นอนสบาย"
ทอมอ้าปากหวอนั่งตะลึงโดยไม่พูดอะไรอีก จิมจึงรีบตัดบท
"ผมจะพยายามกลับมารับให้ทันล่ะกัน ถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวนะครับ บ๊อส.. ขอโทษด้วยที่เข้ามารบกวน "
จิมกลับไปที่ห้องตัวเองเพื่อเก็บเสื้อผ้า เป็นเวลากว่า 1 ปีแล้วที่เขาพักอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสุดยอดนายแบบชื่อดัง ระยะแรกจะพักเฉพาะคืนที่กลับดึกมากเท่านั้น แต่ช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมานี้ทอมมีงานดึกเกือบทุกคืนจึงชวนให้เขาย้ายมาพักอยู่ด้วย
ถึงเวลาที่เขาควรจะแยกกลับไปอยู่ในที่ทางของตัวเองซะที นึกแล้วก็น่าขัน เขาหอบเสื้อผ้ามาพักอยู่ที่นี่ก็เพราะทอมชวนให้มา ไม่คิดเลยว่าเขาจะต้องกลับไปเพราะทอมเอ่ยปากไล่…
จิมชะงักเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เขาดึงเสื้อออกจากไม้แขวนและโยนไปที่เตียงก่อนจะเดินไปเปิด เพียงแค่ขยับลูกบิดปลดล็อคประตูก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมๆ กับร่างของทอมถลาเข้ามาสวมกอดโดยที่จิมไม่ทันตั้งตัว
"อย่าไปนะจิม.. ฉันขอโทษ... ฉันไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้หมายความว่าให้นายจากไป" ทอมละล่ำละลักบอกกล่าวความในใจ
"นายไปแล้วฉันจะอยู่กับใคร ใครจะช่วยฉันดูคิวงาน ใครจะจัดการเจ้าหนูแม็กกี้ให้ฉัน อย่าไปนะ จิมมี่.. อย่าทิ้งฉันไป ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้.."
ทอมซบไหล่จิมสะอื้น จิมตกใจรีบสวมกอดและปลอบโยนเทพบุตรแสนรักที่กำลังอยู่ในอาการขวัญหายเพราะกลัวถูกเขาทิ้งให้อยู่คนเดียว
"ใจเย็นๆ ทอม ฉันไม่ได้ไปไหน แค่กลับไปนอนที่คอนโดเท่านั้น ฉันไม่ได้ขอลาออกจากงานซะหน่อย ทุกอย่างยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เสร็จจากงานก็พานายกลับบ้าน รอจนนายเข้านอนแล้วฉันถึงจะกลับ และทันทีที่นายตื่นก็จะเห็นฉันยืนอยู่ตรงหน้าเหมือนทุกวัน เห็นมั้ยว่าไม่มีเวลาไหนที่ฉันจากไปหรือทิ้งให้นายอยู่คนเดียวเลยยกเว้นเวลานอนเท่านั้น ทุกวันนี้ก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือทอม หือ.."
ทอมผละจากจิมเดินไปที่เตียงรื้อเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า
"ไม่เอา ฉันไม่ให้ไป ทำไมต้องกลับไปนอนที่คอนโดด้วย แค่นี้ยังเหนื่อยไม่พออีกหรือไง เทียวไปเทียวมาทำไมอีก ฉันไม่ให้นายไป!!! "
จิมส่ายหน้าเอาใจบ๊อสหนุ่มแสนรักไม่ถูก เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย.. เดี๋ยวรักเดี๋ยวเกลียด.. เดี๋ยวไล่ให้ไปเดี๋ยวสั่งให้อยู่…
"แน่ใจหรือทอม..ว่าอยากให้ฉันนอนที่นี่เหมือนเดิม ไม่กลัวฉันเกิดอารมณ์ใคร่ขึ้นมาแล้วย่องเข้าไปหานายอีกเหรอ"
ทอมหน้าจ๋อยรู้สึกเสียใจที่พูดจารุนแรงออกไป เพราะในความเป็นจริงจิมไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น ไม่มีทางใช้กำลังทำร้ายและบังคับเขาอย่างในฝันแน่
"ฉันเสียใจ ฉันขอโทษที่พูดจาไม่ดีกับนาย ฉันกำลังฝันร้ายจริงๆ ตื่นขึ้นมาก็เลยตกใจต่อว่านายรุนแรง ยกโทษให้ฉันได้มั้ย จิมมี่.."
จิมลอบยิ้มในใจแสร้งตีหน้าเครียดเดินเข้าไปจับไหล่
"ไม่ได้หรอก ฉันยกโทษให้ไม่ได้"
คิ้วเรียวขมวดมุ่น จิมรีบกล่าวต่อ
"ฉันไม่ได้โกรธ จะให้ยกโทษเรื่องอะไรล่ะ หือ.."
"แต่นายกำลังจะเก็บของกลับไปนอนที่คอนโด ก็แปลว่านายแคร์คำพูดของฉัน…"
"ฉันไม่ได้แคร์คำพูดของนายเลย ทอม.. ฉันแคร์ความรู้สึกของนายต่างหาก อยากให้นายสบายใจ เวลานอนจะได้ไม่ต้องผวาและกังวลว่าฉันจะเข้าไปทำอะไร"
ทอมทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ เขาไม่เคยมีฟอร์มอย่างที่เห็นในเวลาเดินแบบหรืออยู่ต่อหน้าสาธารณชนเวลาอยู่กับจิม ทอมเหมือนเด็กชาย หงุดหงิดอารมณ์เสียเวลาโกรธ หัวเราะเวลาสุขและร้องไห้เมื่อเสียใจ
"ฉันไม่เคยผวาหรือกังวลเรื่องของนายมาก่อนเลยนะ จิม.. เมื่อเช้าฉันกำลังฝันถึงนายพอดี ตื่นขึ้นมาเห็นหน้าก็เลยตกใจอ่ะ…"
จิมเลิกคิ้วความหมายว่าไม่เข้าใจ ทอมจึงเล่าความฝันของตัวเองให้ฟัง
………………….
"หัวเราะอะไร นี่ไม่ใช่เรื่องตลกนะ" ทอมฉุนและตาเขียวใส่เมื่อจิมหัวเราะความฝันของเขา
จิมทรุดตัวลงนั่งบนเตียงและฉุดเทพบุตรแสนรักของเขานั่งลงข้างๆ
"ไม่ใช่เรื่องตลกแต่เป็นเรื่องที่น่าดีใจ ไม่อยากเชื่อว่านายยอมให้ฉันจูบแล้ว"
ทอมกระเถิบออกห่าง หน้าแดงเมื่อถูกล้อ
"บ้าเหรอ.. นั่นมันในฝัน ไม่ใช่เรื่องจริงซะหน่อย"
"ฉันอยากให้ความฝันเป็นจริง"
จิมส่งสายตาหวานซึ้งให้ แต่ทอมกลับทำตาเขียวใส่
"ถ้าฝันเป็นจริงฉันก็จะไม่รั้งนายให้อยู่ที่นี่อีกต่อไป นายไม่รักษาคำพูด ใช้กำลังบังคับฉัน ทำฉันเจ็บ ฉันจะเกลียดนายชั่วชีวิตเลยถ้านายทำอย่างนั้นกับฉันจริงๆ"
จิมจับไหล่ทอมเขย่าให้รู้สึกตัว
"เฮ้! ทอม.. ฉันอยากให้เป็นจริงเฉพาะเรื่องจูบเท่านั้นนะ เรื่องที่ฉันทำร้ายนายไม่มีทางเป็นจริงไปได้"
จิมสวมกอดและจูบหน้าผากเทพบุตรแสนรักเบาๆ โดยอีกฝ่ายยอมก็นั่งนิ่งแต่โดยดี
"ฉันสัญญาว่าจะไม่แตะต้องและมีอะไรเกินเลยกับนายนอกเหนือจากกอดและจูบ.. เมื่อนายไม่ชอบฉันก็จะไม่ฝืน นายชอบและรักผู้หญิงก็เป็นเรื่องที่ดีแล้ว ฉันขอแค่เป็นฝ่ายชอบนายคนเดียวก็พอ ลืมฝันร้ายเมื่อเช้านี้ซะ โอเค.."
"ถ้างั้นนายก็จะไม่กลับไปนอนที่คอนโดแล้วใช่มั้ย"
ทอมยิ้มออกเมื่อจิมพยักหน้าให้ ร่างเพรียวงามหงายหลังลงบนที่นอน คว้าหมอนหนุนของจิมมาสวมกอดและหลับตาลงด้วยความสบายใจ
"ฉันขอนอนต่อที่ห้องนายนะ จิม.."
...อยากเป็นหมอนใบนี้จังเลย… จิมรำพึงในใจก่อนจะเอ่ยเรียกเมื่อนึกขึ้นได้
"ทอม.."
"หืมม์.." ทอมขานรับโดยไม่ลืมตา
"สั่งให้ทำความสะอาดห้องคนรับใช้บนตึกเหรอ.."
"อือ.. ลืมไปเลย สั่งเอ๊ดดี้ให้บอกแวว บอกหรือยังก็ไม่รู้"
"บอกแล้ว ฉันเห็นแววเข้าไปเก็บกวาดอยู่ จะให้แม็กกี้ขึ้นมาพักเหรอ.."
ทอมลืมตาและลุกพรวดขึ้นนั่ง
"รู้ได้ไง ฉันบอกนายแล้วเหรอ.."
"เปล่า.. ถ้าบอกแล้วฉันจะถามทำไม แค่สังหรณ์ว่าต้องเป็นเจ้าหนูแม็ก ทำไมล่ะ ทอม.."
"เอ่อ…ก็... เมื่อสองวันก่อนฉันได้ยินนายเปรยว่าที่พักของเด็กเล็กกว่าห้องน้ำบนตึกนี้เกือบ 2 เท่าอ่ะ… คิดๆ ดูแล้วรู้สึกว่าเราโหดร้ายใจดำเกินไป ก็เลยอยากให้เขาพักที่สบายกว่านี้หน่อย ผิดหรือจิม ไม่ควรทำแบบนี้เหรอ.."
"เปล่า.. ไม่ผิดหรอกทอม.. นายสมควรทำ เราต้องการชนะแค่ในเกมเท่านั้น นอกเกมเราสามารถเอื้อเฟื้อต่อเด็กได้ตามความเหมาะสมและสมควร ฟังนะ ทอม.. อีกไม่กี่วันก็จะครบหนึ่งเดือนที่เจ้าหนูแม็กพักอยู่ที่นี่ เหลือเวลาหนึ่งเดือนที่เราจะทดสอบเด็ก ฉันอยากฟังความต้องการของนายตอนนี้อีกครั้ง ว่ายังยืนยันที่จะให้เด็กออกไปให้พ้นจากชีวิตโดยหลีกเลี่ยงการพิสูจน์ความจริงด้วยหรือเปล่า"
ทอมอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะยืนยันความต้องการของตนเอง แต่ไม่ยอมสบตาจิมขณะพูด
"ทำตามที่เคยตกลงกันไว้น่ะแหล่ะ จิม.. อย่ามาถามเซ้าซี้อีก ฉันจะนอนต่อห้ามกวนนะ"
จิมตาปริบๆ มองทอมล้มตัวลงนอนต่อ
… ห้ามกวน!! ทั้งๆ ที่นอนอยู่บนเตียงคนอื่นเนี่ยนะ…
… หึ! ขอให้หมายความตามที่พูดจริงๆ เถอะ ทอม.. ช่างไม่รู้ตัวเลยว่าความเกลียดชังในตัวเด็กของนายลดน้อยลงไปแล้ว ลดลงไม่เป็นไรหรอก แต่อย่าเปลี่ยนความรู้สึกจากเกลียดเป็นรักก็แล้วกัน ฉันไม่อยากเห็นนายเจ็บ เพราะฉันไม่มีวันยอมให้เจ้าหนูนี่มาขัดขวางอนาคตที่กำลังรุ่งโรจน์ของนายหรอก แม็คกิลล์…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"เจอหรือยังวะเอ๊ดดี้.. ทำไมไม่ไว้กับกุญแจรถ หรือว่าลืม.." จิมชะโงกหน้าไปถามเมื่อรู้สึกว่ารถจอดนิ่งอยู่หน้าประตูบ้านนานเกินไปแล้ว
นายเอ๊ดล้วงกระเป๋ากางเกงซ้ายขวาหารีโมทประตูซึ่งปกติจะติดตัวไว้ตลอดเวลา
"เอ!.. ผมว่าผมเอามานะครับคุณจิม.. หรือว่าจะหล่นหายก็ไม่ทราบ"
"ถึงบ้านแล้วเหรอ…"
ทอมงัวเงียตื่นขึ้นเพราะเสียงพูดคุย คืนนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆ แคทวอล์คคนเดียว 20 ชุด จากที่ตกลงกันไว้เพียง 10 ชุด เพราะนายแบบที่เดินคู่กับทอมเกิดป่วยกระทันหัน เจ้าของห้องเสื้อขอร้องให้ทอมช่วยเดินแทน เพราะมีเขาเท่านั้นที่เข้ากับ Concept ของชุด จิมขอต่อรองเหลือแค่ 15 ก็ไม่ยอม อ้างว่าไม่คุ้มค่าใช้จ่ายที่ลงทุนจัดงาน และแบบเสื้อ 20 ชุดที่ว่าก็เป็นดีไซน์ใหม่ล่าสุดที่ตั้งใจมาเปิดตัวในงานนี้โดยเฉพาะ
"เดี๋ยวก่อนทอม.. ถึงแล้วแต่ยังไม่ได้เข้าบ้าน" จิมรีบบอกเมื่อเห็นทอมทำท่าจะเปิดประตูรถ
"หารีโมทเจอรึยัง เอ๊ดดี้.." จิมหันไปเอ็ดประตูรั้วก็เปิดออกพอดี
"ต่อไปเก็บไว้กับกุญแจรถเลยนะ เอ้า! เข้าบ้านซีวะ นั่งเซ่ออยู่ทำไม"
"ครับผม"
นายเอ๊ดรีบเคลื่อนรถเข้าบ้าน เขาไม่ได้เป็นคนเปิดประตูเพราะยังหารีโมทไม่เจอ และเมื่อเขาไม่ได้เปิดก็แปลว่า…..
"อ้าว! แม็กกี้นี่.. แสดงว่าแกยังหากุญแจไม่เจอล่ะซี เอ๊ดดี้.."
จิมกล่าวอย่างรู้ทันแต่ไม่ได้โวยวายต่อว่า ในขณะที่ทอมเหลียวหลังมองก็เห็นเจ้าหนูกำลังบังคับรีโมทปิดประตู
"ไม่ได้บอกเด็กหรือ เอ๊ดดี้.. ว่าไม่ต้องมารอเปิดประตู ให้พักจนกว่าจะแข็งแรงดีก่อนน่ะ"
ทอมเอ็ดนายเอ๊ดเมื่อเห็นเด็กชายมายืนรอเปิดประตูให้ทั้งๆ ที่เวลาขณะนี้เกือบจะเที่ยงคืนเข้าไปแล้ว และเจ้าหนูก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ 3 วัน
"เอ่อ.. บอกแล้วครับเจ้านาย แต่แม็กกี้บอกว่าค่อยยังชั่วมากแล้ว ไม่อยากนั่งเฉยๆ ครับ"
"เชอะ! เด็กบ้า อวดเก่ง.."
ทอมเปิดประตูและก้าวลงจากรถด้วยอารมณ์ไม่สู้ดี จิมซ่อนยิ้มไว้ในหน้า รีบรับปากจัดการให้
"ไปนอนเถอะทอม.. ฉันจัดการเอง ถ้าหายดีแล้วจะได้เปิดเกมทดสอบกันต่อ"
ทอมพยักหน้าทำท่าจะเดินขึ้นตึกแต่แล้วก็ชะงัก
"เฮ้! เดี๋ยวก่อนจิม จะทดสอบอะไร ไม่ใช่ตอนนี้นะ"
"โอ! ทอม.. เห็นฉันเป็นยักษ์เป็นมารหรือไง ไม่ใช่ตอนนี้แล้วก็ไม่ใช่พรุ่งนี้ รออีก 2-3 วัน ฉันแค่จะเกริ่นให้เจ้าหนูรู้ล่วงหน้าก่อนเท่านั้น อย่าห่วงเลยน่ะ บ๊อส… ไปนอนซะ"
"แม็กกี้.."
จิมกวักมือเรียก เด็กชายก็วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา
"หายแล้วเหรอ"
"ครับ"
จิมโอบไหล่เด็กชายพาเดินเข้าบ้าน
"ฉันจะไปส่งที่ห้อง ห้องพักใหม่เป็นไงบ้าง สบายมั้ย"
"สบายครับ เอ่อ..ผมไปที่ห้องเองได้ครับ คุณจิม.."
"ไม่เป็นไร ฉันอยากไปส่ง มีเรื่องจะคุยด้วย"
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
ทอมกำลังจะก้าวขึ้นรถก็ต้องชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปที่สนามเห็นร่างเล็กกำลังขุดดินด้วยพลั่วขนาดใหญ่เกือบเท่าตัว
"แม็กกี้ทำอะไรอยู่น่ะ เอ๊ดดี้.. อย่าบอกว่าขุดดินนะ" ทอมรีบดักคอก่อนจะได้รับคำตอบที่ไม่สร้างสรรค์
"เอ่อ.. คุณจิมสั่งให้ขุดครับเจ้านาย เห็นว่าจะทำบ่อเลี้ยงปลา"
"อะไรนะ"
ทอมยืนนิ่ง จิมคงเริ่มเกมทดสอบแล้วกระมัง ทำไมไม่บอกเขาสักคำว่าจะทำอะไร!!
"อ้าว! ยังไม่ขึ้นรถอีกเหรอทอม.. รีบไปเถอะ เดี๋ยวสาย.."
จิมเดินตามออกมา เป็นครั้งแรกที่ทอมเป็นฝ่ายออกมาคอยเพราะเขาติดโทรศัพท์ทางไกลอยู่
"ให้เด็กขุดดินทำไมจิม.. จะทำอะไรน่ะ"
"อะไร.. อ๋อ.."
จิมมองไปที่สนามและยิ้มด้วยความพอใจ หารู้ไม่ว่ารอยยิ้มของเขาทำให้ทอมรู้สึกไม่ชอบใจ
"ได้ยินนายบ่นว่าอยากมีบ่อเลี้ยงปลาในบ้านไม่ใช่เหรอ…"
ทอมตาโต สีหน้าไม่พอใจจนจิมต้องรีบขัดขึ้นก่อน
"ล้อเล่นน่า.. แค่บ่อ เอ้ย! อ่างเลี้ยงปลาเท่านั้น เล็กๆ ไม่ใหญ่มากหรอก"
"ไม่ใหญ่มากน่ะ แค่ไหน"
ทอมถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยพอใจเท่าไร ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องฉุนด้วย รู้ก็รู้ว่าจิมทำไปเพราะช่วยเขา
"ก็.. แค่ 4-5 ตารางเมตรเท่านั้นแหล่ะทอม.. ไม่หนักหนาเท่าไรหรอก แล้วครั้งนี้ฉันก็ให้เวลาทั้งวัน เย็นนี้ค่อยกลับมาดูผลงาน ไปกันเถอะ เดี๋ยวสาย"
ทอมยังยืนนิ่งอยู่ จิมลอบถอนใจเมื่อเห็นสายตาที่ทอมมองดูเด็กชาย
"ถ้านายไม่สบายใจ ฉันจะไปบอกแม็กกี้ให้เลิกขุดเดี๋ยวนี้ โอเค.."
ทอมไม่ตอบ จิมถอนใจเฮือกและเดินดุ่มไปที่สนามทันที
"จะไปไหนจิม.. ไม่รีบไปเดี๋ยวจะสายนะ "
จิมชะงักหันกลับไป ทอมเรียกเขาขึ้นรถด้วยสีหน้าและรอยยิ้มที่เปลี่ยนไปจากเมื่อครู่
"เย็นนี้ค่อยกลับมาดูว่าจะได้อ่างปลาหรืออ่างบัว"
ทอมก้าวขึ้นรถ นายเอ๊ดตามมาปิดประตูให้และเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ จิมส่ายหน้าเดินกลับไปขึ้นรถ…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"แม็กกี้.. พักก่อนเถอะ น้าเอาข้าวกลางวันมาให้" สาวใช้แววพยายามเรียกเด็กชายเป็นครั้งที่ 3
"ขอบคุณครับ ผมยังไม่หิว"
เด็กชายกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ อุปกรณ์ขุดดินหลายชนิดวางกองอยู่
….ขุดด้วยเครื่องมืออะไรก็ได้ที่นายถนัดให้ได้ขนาดเท่าที่ฉันมาร์คไว้ ความลึก 60 ซม. ต้องเผื่อเทปูนด้วย พรุ่งนี้ฉันจะให้ช่างปูนมาทำงานต่อจากนาย อีก 2 วันคุณทอมก็จะได้อ่างปลาคราฟไว้นั่งดูเล่นคลายเครียด ครั้งนี้ฉันไม่กำหนดเวลา แต่งานต้องเสร็จเมื่อฉันและคุณทอมกลับมา ไม่เร็วกว่า 5 โมงเย็นหรอก บางทีอาจจะช้ากว่านั้นด้วยซ้ำ และด้วยสัญญาของลูกผู้ชาย นี่เป็นงานของนายเพียงคนเดียวนะแม็กกี้.. คนอื่นไม่เกี่ยว…
เด็กชายตักดินใส่ถังเพื่อขนออกไปเทไว้ข้างๆ อ่างปลารูปวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 2.5 เมตร มันก็ไม่ใหญ่มากนักหรอกแต่มันก็ไม่เล็ก และที่สำคัญต้องให้ได้ความลึกถึง 60 ซม.นี่ซิ ! มันทำให้แม็กต้องขุดดินออกไปกองไว้ข้างๆ ผ่านไป 3 ชั่วโมงแล้วยังขุดได้ไม่ถึงครึ่งเลย เหลือเวลาอีก 5 ชั่วโมง… ไม่รู้ว่าจะขุดทันหรือเปล่า.. เรี่ยวแรงก็ชักจะหมดลงแล้ว…
"แม็กกี้.. ขึ้นมาพักกินข้าวก่อนเถอะ จะบ่ายอยู่แล้ว"
แม่บ้านทิพย์นั่งยองๆ อยู่ข้างหลุมที่เด็กชายกำลังขุด เมื่อสาวใช้แววไม่สามารถเรียกแม็กกี้ขึ้นมาจัดการอาหารกลางวันได้ จึงเดือดร้อนถึงแม่บ้านต้องมาช่วยเรียกแทน
แม็กกี้เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มอ่อนระโหยให้ ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนแต่ก็มีกำลังใจที่จะสู้เพราะคนที่นี่ดีกับแม็กทุกคน แม้แต่คุณจิมเองนอกเหนือจากเกมทดสอบแล้ว บางครั้งคุณจิมก็เข้ามาพูดคุยหยอกล้อด้วยความเอ็นดู ส่วนคุณทอมถึงจะพูดคุยด้วยนับคำได้ แต่แม็กก็เชื่อว่าจริงๆ แล้วคุณทอมเป็นคนใจดี และคงไม่เย็นชาแบบนี้ถ้าแม็กไม่ได้เข้ามาในบ้านเพื่อต้องการพิสูจน์ความจริงในเรื่องที่ร้ายแรงและรับไม่ได้สำหรับคุณทอม
"ผมยังไม่หิวครับป้า ผมต้องรีบขุดด้วย เดี๋ยวไม่ทัน"
"โถ! พ่อคุณ มันไม่ได้เสียเวลาเท่าไรหรอก ขึ้นมาก่อนเถอะไอ้หนู… พักดื่มน้ำก่อนก็ยังดี.."
แม็กกี้วางจอบในมือและลุกขึ้นยืนจะปีนขึ้นจากหลุม แต่หน้ามืดเสียหลักล้มลงเพราะลุกขึ้นเร็วเกินไป
"ผมไม่เป็นไรครับป้า หน้ามืดนิดเดียว"
แม่บ้านทิพย์ร้องเรียกสาวใช้แววให้เอายาดมออกมา และช่วยฉุดเด็กชายขึ้นจากหลุมพาไปหลบแดดใต้ร่มไม้
"เดี๋ยวให้แววออกมาช่วยนะ แม็กกี้.. จะได้เสร็จทันเวลา" แม่บ้านส่งน้ำให้เด็กชายดื่ม
"ไม่ได้หรอกครับ ผมต้องทำเอง"
"โธ่เอ๊ย! แม็กกี้.. ให้แววช่วยจะได้เสร็จเร็วขึ้น ไม่มีใครรู้หรอก ป้าจะไม่บอกใคร"
"ไม่ได้ครับ ผมขี้โกงไม่ได้ คำสั่งของคุณทอมผมต้องทำให้เสร็จครับ"
เด็กชายทานข้าวเพียงครึ่งจานก็วางช้อนลง และลุกขึ้นกระโดดลงไปทำงานต่อ แม็กกี้ไม่สามารถพูดอะไรให้ป้าทิพย์หรือน้าแววเข้าใจได้มากกว่านี้ เพราะเรื่องระหว่างแม็กกับคุณทอม คุณจิมสั่งห้ามไม่ให้พูดหรือบอกใคร ยกเว้นน้าเอ๊ดดี้เท่านั้นที่รู้…
"เฮ้อ! คุณทอมกับคุณจิมทำไมถึงใจร้ายอย่างนี้นะ ใช้งานเด็กอย่างกับทาส ผิดวิสัยจริงๆ"
แม่บ้านรำพึงด้วยความเวทนา…
อีก 15 นาทีจะ 5 โมงเย็น…
ร่างเล็กปวดระบมและล้าไปหมดทั้งตัว ไม่มีแรงลุกขึ้นยืนหรือแม้แต่จะยกแขนขึ้น อ่างปลาของคุณทอมถูกขุดเป็นวงได้ขนาดตามที่คุณจิมต้องการแล้ว เหลือแต่ความลึกที่ยังขุดได้ไม่ทั่วทั้งวง ฝ่ามือทั้งสองข้างของเด็กชายบวมช้ำจนไม่สามารถจับเครื่องมือใดๆ ได้แล้ว แต่ตราบเท่าที่ยังมีแรงอยู่แม็กก็จะไม่หยุด ที่ยังพอทำได้ขณะนี้คือใช้เท้ากระแทกดินให้ร่อนออก แล้วใช้ขันพลาสติคตักดินใส่กระป๋อง
แม็กกี้รู้ดีว่าความหวังที่จะผ่านการทดสอบครั้งนี้หมดลงแล้ว ถึงคุณทอมและคุณจิมจะกลับมาช้ากว่านี้ แม็กก็ไม่สามารถทำงานนี้สำเร็จเพราะแม็กกำลังจะหมดแรงแล้ว…..
…แม่จ๋า.. ผมไม่ได้พิสูจน์ความจริงแล้ว… ผมคงต้องไปจากที่นี่… ไปจากคุณทอม.. ผมไม่ไหว… ผมแพ้….แล้ว…
ในที่สุดเด็กชายก็หมดสติไปเพราะความเหนื่อยและเพลียที่สุดเท่าที่ร่างกายเคยได้รับ..
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"แวว.. เอ็งออกไปดูซิ แม็กกี้เป็นยังไงบ้าง"
"อุ๊ย! ไม่เอาหรอกป้า คุณจิมโทรมากำชับว่าไม่ให้เข้าไปช่วยเด็กทำงาน ฉันไม่อยากขัดคำสั่ง เดี๋ยวถูกไล่ออก"
"ข้าให้เอ็งออกไปดูเฉยๆ ให้มันรู้ไปซีวะ ว่าแค่ยืนดูจะถูกไล่ออก เจ้านายของพวกเราน่ะ คุณทอมนะไม่ใช่คุณจิม"
"โธ่.. ป้า คุณจิมก็อ้างคำสั่งคุณทอมน่ะแหล่ะ เอาเถอะ ! เดี๋ยวฉันจะออกไปดูให้ ป้าเร่งมืออาหารเย็นด้วยก็แล้วกัน คุณจิมว่ากลับมาถึงก็ให้เตรียมตั้งโต๊ะเลย คืนนี้คุณทอมต้องพักผ่อนเร็วหน่อย เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ามืดเดินทางไปถ่าย โลเคชั่นที่เมืองกาญจน์ "
"เฮ้อ! ทำไมรับงานเยอะเหลือเกิน คุณทอม.. มรดกทรัพย์สินของตระกูลก็มีมากมาย ไม่รู้จะทำงานให้เหน็ดเหนื่อยไปทำไม"
เสียงแตรรถดัง!!!
สาวใช้แววแสดงอาการยินดีรีบวิ่งออกไปเปิดประตูรับ แม่บ้านค้อนให้ด้วยความหมั่นไส้ รู้ว่าอาการดีใจของแววไม่ใช่เพราะเจ้านายกลับ แต่เพราะสามีของเธอกลับมาแล้วต่างหาก
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"โอ้โฮเฮะ !… อะไรกันเนี่ย… นายเห็นอย่างที่ฉันเห็นหรือเปล่า ทอม.."
จิมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เด็กชายวัย 12 ปีคนนี้เอาเรี่ยวแรงมากมายมาจากไหน ถึงสามารถขุดหลุมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 เมตรขึ้นมาจนได้ เศษดินกองเป็นแนวรอบปากหลุม สูงพอประมาณจนทำให้ไม่สามารถมองเห็นร่างเด็กชายได้ (ถ้าเจ้าหนูยังอยู่ในนั้น)
จิมก้าวลงจากรถตรงดิ่งไปที่หมายทันที ทอมวิ่งหน้าตื่นตามมาติดๆ ตกตะลึงและทึ่งกับผลงานของเด็กชายเช่นกัน
"กลับมาแล้วเหรอพี่เอ๊ดดี้ อ้าว! นั่นคุณทอมกับคุณจิมวิ่งไปไหนกันน่ะ"
นายเอ๊ดคว้าแขนเมียรักเข้ามาถาม
"นี่ แวว.. เธออยู่บ้านทั้งวัน ได้เข้าไปช่วยเจ้าหนูแม็กขุดดินหรือเปล่า"
"อุ๊ย! ใครจะกล้าช่วย คุณจิมเธอสั่งไว้ไม่ให้เข้าไปยุ่ง"
"อย่าบอกนะว่าหลุมขนาดนั้น แม็กกี้ขุดคนเดียว" นายเอ๊ดเขย่าแขนเมียด้วยความตกใจ
"จะบ้าเหรอ พี่เอ๊ดดี้.. ทำไมต้องตื่นเต้นด้วย" แววสะบัดแขนออก ค้อนสามี
"ก็เล่นขุดตั้งแต่เช้าจนป่านนี้ยังไม่ยอมพักเลย ข้าวกลางวันกินไปได้แค่ไม่กี่คำ นี่ฉันกำลังจะออกไปดูพอดี พี่ก็พาคุณๆ กลับมา"
นายเอ๊ดหายจากอาการตกตะลึงก็หันมาเอ็ดเมียต่อ
"ทำไมไม่เข้าไปช่วยเด็กล่ะ แวว.. ไม่มีน้ำใจเลย"
"เอ๊ะ! อย่ามาหาเรื่องนะ พี่เอ๊ดดี้ เด็กนั่นยอมให้ช่วยซะที่ไหน พูดแต่ว่าเป็นงานของตัวเอง ต้องรับผิดชอบเอง แพ้ไม่ได้ แพ้ชนะเรื่องอะไร พี่รู้มั้ย.."
นายเอ๊ดไม่พูดอะไรอีก ผละจากเมียวิ่งไปหาเจ้านายที่สนาม สังหรณ์ว่าจะต้องเกิดเรื่องอะไรอีกแน่..
"โอ! พระเจ้า.."
จิมและทอมร้องครางด้วยคำอุทานเดียวกัน เมื่อเห็นสภาพของเด็กชายเนื้อตัวมอมแมมไปด้วยขี้ดิน นอนหงายเหยียดยาวไม่ได้สติอยู่ในหลุมที่ตัวเองขุด
จิมกระโดดลงไปทรุดตัวลงช้อนร่างเด็กชายไว้ในวงแขน ในขณะที่ทอมทรุดตัวลงนั่งข้างกองดิน หน้าเสียด้วยความตกใจ
"แม็กกี้.. แม็กกี้.. เฮ้!.. ตื่นได้แล้ว ไอ้หนู… อย่าอู้งานซี"
จิมแสร้งทำใจเย็นปลุกเด็กชาย ทั้งๆ ที่กำลังรู้สึกตกใจและเสียใจกับการกระทำของตัวเอง แต่เขาต้องซ่อนความรู้สึกไว้ไม่อาจแสดงความใจอ่อนให้ทอมเห็นได้
แม็กกี้รู้สึกเหมือนมีคนกำลังเรียก อยากจะขยับตัวแต่ขยับไม่ไหว ทำได้แค่เพียงพยายามลืมตาขึ้น
"แม็กกี้ เฮ้! ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไรใช่มั้ย.."
จิมลอบถอนใจด้วยความโล่งอกเมื่อเด็กชายลืมตา มือช่วยบีบนวดแขนขาที่ไร้เรี่ยวแรงของเจ้าหนูเพื่อให้รู้สึกสบายขึ้น
"คุณ.. จิม.."
เด็กชายเอ่ยเรียกจิมเสียงแผ่วเบา สีหน้าแสดงความกังวลก่อนจะรายงานผลงานที่ตัวเองทำด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น
"ผมขุด.. อ่างปลา.. เกือบเสร็จแล้ว.. แต่.. ขุดได้ลึกแค่.. ฟุตเดียว… ผมทำไม่ไหว..แล้ว.. มือผม… เจ็บ.. ผม… ไม่มีแรงแล้ว ผมยอมแพ้… ผมทำไม่ได้… พรุ่งนี้.. ผมจะไปจากที่นี่…"
"เฮ้! เฮ้!… เดี๋ยวก่อนซี.." จิมเสยผมเด็กชายไปมา
"ใครบอกว่าแพ้ หือ…นายชนะพวกเราอีกแล้วต่างหาก คุณทอมเปลี่ยนใจอยากได้อ่างตื้นๆ จะจัดเป็นสวนน้ำตกแทน ที่นายขุดไว้ลึกเกินพอแล้ว แม็กกี้.."
จิมไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป รู้แต่ว่าพูดตามอารมณ์และความรู้สึก หากทอมเป็นเขาก็ต้องพูดแบบเดียวกัน ดีไม่ดีอาจเอ่ยขอโทษเด็กชายด้วยก็ได้
"จริง… เหรอครับ"
"จริงซี ไม่เชื่อถามคุณทอมดูก็ได้" จิมหันหน้าเด็กชายไปหาคู่กรณี
"ใช่มั้ย ทอม.. ความลึกแค่นี้ใช้ได้แล้วใช่มั้ย"
"ใช่"
ทอมพยักหน้าและส่งยิ้มให้ด้วย รอยยิ้มของทอมทำให้หัวใจของหนุ่มน้อยพองโตด้วยความยินดีและเป็นสุข จนแทบจะหายจากอาการปวดล้าที่เป็นอยู่ เพราะกว่าหนึ่งเดือนที่พักอยู่ที่นี่ นี่เป็นครั้งแรกที่คุณทอมยิ้มให้แม็ก…
"งั้นผมก็.. ยังไม่ต้องไป.. จากที่นี่ใช่มั้ยครับ"
"ใช่" จิมและทอมตอบรับพร้อมๆ กัน
"ขอบคุณครับ.. ขอบคุณคุณทอม.. ขอบคุณคุณจิม.."
เด็กชายยิ้มอย่างอ่อนระโหย รู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง แต่ก็เป็นเพียงความรู้สึกทางใจเท่านั้น ครั้งนี้หนุ่มน้อยไม่สามารถใช้กำลังใจบังคับร่างกายให้ลุกขึ้นได้ เพราะเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกใช้ไปเพื่อขุดอ่างปลาให้คุณทอมหมดแล้ว
แม็กกี้คอพับไปในอ้อมแขนของจิมอีกครั้งด้วยสีหน้าเป็นสุข ทอมตกใจทำท่าจะโวยแต่จิมรีบขัดขึ้นก่อน
"หลับน่ะ ทอม.. ไม่เป็นไร เกมนี้เขาเหนื่อยมาก เหนื่อยมากจริงๆ"
จิมสวมกอดเด็กชายด้วยความลืมตัว บอกความรู้สึกของตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจที่เกมทดสอบครั้งนี้เขาเป็นฝ่ายขอแพ้
นายเอ๊ดวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาดูสถานการณ์
"เอ๊ดดี้.. ช่วยคุณจิมพาเด็กไปพักผ่อนหน่อย เช็ดตัวทำความสะอาดให้ด้วย"
"ครับ เจ้านาย"
นายเอ๊ดเข้าไปช่วยรับเด็กชายจากจิมเพื่อพากลับไปพักผ่อนที่ห้อง เสียงจิมตะโกนไล่หลังให้ดูแผลที่มือเด็กด้วย
"ไม่ว่าใช่มั้ย ทอม.. ที่ครั้งนี้เราเป็นฝ่ายขอยอมแพ้…"
ทอมยิ้ม ส่งมือให้จิมและฉุดขึ้นจากหลุม
"ทุกเรื่องที่นายทำมีเหตุผลเสมอไม่ใช่หรือ จิม.. แล้วนายจะว่ามั้ยถ้าฉันจะขอให้ครั้งนี้เป็นการทดสอบครั้งสุดท้าย... ที่เราจะใช้วิธีทารุณเด็ก.. "
จิมอึ้งไปก่อนจะพยักหน้ารับ
…..ฉันเข้าใจความรู้สึกของนายตอนเจ้าหนูแม็กไม่สบายเพราะออกไปตากฝนแล้ว เราสองคนนี่มันมือสมัครเล่นจริงๆ ไอ้พวกเดนมนุษย์ที่มันชอบรังแกและทำทารุณกับเด็ก จิตใจทำด้วยอะไรนะ…..