..
6..“
ไอ้หนูยก P ขาว”
ทอมชะงักเท้าเมื่อเห็นร่างเล็กนั่งคอยอยู่ที่ขั้นบันได เด็กชายรีบลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นเขา
"กู๊ดมอร์นิ่ง แม็กกี้.." ทอมจำต้องทักทายและฝืนยิ้มให้ แม้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเขาจะไม่ได้เป็นคนก่อแต่มันก็ทำให้เขามองหน้าเจ้าหนูไม่ติด
"มีธุระอะไรหรือเปล่า.. จิมกลับไปนอนที่คอนโดของเขาแล้ว ไม่ต้องกลัวแล้วนะ.. " ทอมกล่าวปลอบเมื่อเห็นสีหน้าของเด็กชาย
"ผมเสียใจที่ทดสอบแบบนั้นกับคุณจิมไม่ได้ ทำไมคุณทอมไม่ทดสอบเองล่ะครับ ถ้าเป็นคุณทอมผมจะอดทน.. ผมจะไม่…"
ทอมใจหายวาบกับคำพูดของเด็กชาย เอามือปิดปากเจ้าหนูแทบไม่ทัน
"ลืมมันซะ แม็กกี้.. จะไม่มีเรื่องอย่างเมื่อคืนเกิดขึ้นอีก จะไม่มีการทดสอบอะไรบ้าๆ แบบนั้นอีก เข้าใจมั้ย.."
สีหน้าละห้อยของเด็กชายและดวงตาสีน้ำทะเลคู่งามมีน้ำใสเอ่อรื้นขึ้น ทำให้เขาต้องรีบตัดบทก่อนจะใจอ่อนลงมากกว่านี้
"ไว้ค่อยคุยกันใหม่ ฉันต้องรีบไปทำงานแล้ว"
เด็กชายยืนหน้าละห้อยมองทอมเดินจากไป
…ทำไมคุณทอมไม่ค่อยอยากพูดกับผมเลย คุณทอมกลัวว่าจะต้องรับผมเป็นลูกเหรอครับ ผมแค่อยากรู้ความจริง แค่อยากให้คุณทอมใช่พ่อของผมจริงๆ เท่านั้น ผมไม่อยากเป็นลูกไม่มีพ่อเหมือนที่คนอื่นๆ ล้อ…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"คุณจิมมีเรื่องอะไรกับคุณทอมหรือเปล่าเอ๊ดดี้..ไม่เห็นนอนที่บ้านสองคืนแล้ว.."
"เปล่านี่..ก็คุยกันปกติ แต่ดูคุณจิมเงียบๆ ไปเหมือนกัน ไม่ค่อยคุยเล่นกับเจ้านายเลย เป็นไปได้ว่าอาจมีเรื่องขัดใจกันนิดหน่อย.."
นายเอ๊ดสันนิษฐานอย่างผู้รู้
"แล้วมันเรื่องอะไรล่ะวะ เอ็งรู้หรือเปล่า"
"จะไปรู้หรือป้า ฉันไม่ได้ตามติดเจ้านายตลอด 24 ชั่วโมงนี่ คนที่ควรจะรู้คือเจ้านี่.." นายเอ๊ดพยักหน้าไปที่เด็กชายซึ่งนั่งก้มหน้าทานข้าว ไม่พูดไม่จากับใครเอาแต่ฟังอย่างเดียว
"นอนอยู่บนตึกน่าจะรู้อะไรบ้าง ใช่มั้ยแม็กกี้.. รู้มั้ยว่าคุณทอมมีเรื่องขัดใจกับคุณจิมหรือเปล่า"
แม็กกี้เงยหน้าขึ้นส่ายหน้าพร้อมกับตอบปฏิเสธว่าไม่รู้ รีบขอตัวเอาจานไปล้างเพราะอิ่มพอดี แม็กต้องรีบผละจากวงสนทนาเพราะไม่อยากถูกซักมากความ แม็กไม่มีวันบอกเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นกับใครหรอก ไม่อยากให้ทุกคนมองคุณจิมไม่ดี คุณจิมทำไปเพราะต้องการให้งานที่ได้รับมอบหมายจากคุณทอมลุล่วง แต่คืนนั้นคุณจิมเมามากจึงคิดแผนทดสอบร้ายๆ แบบนั้นขึ้นมา เพราะวันรุ่งขึ้นคุณจิมแอบมากระซิบขอโทษแม็กแล้ว
"แม็กกี้.."
จิมคว้าข้อมือเล็กไว้เมื่อเด็กชายทำท่าจะเดินหนี
"ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไร.. ฉันอยากขอโทษเรื่องเมื่อคืน ยกโทษให้ฉันได้มั้ยแม็กกี้.."
"ผมไม่ได้โทษคุณ ผมไม่ได้โกรธ"
เด็กชายตอบโดยไม่ยอมมองหน้าจิม หวนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วใจเต้นตุ้บตับ ยังรู้สึกกลัวอยู่เลย
"เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับคุณทอมนะแม็กกี้.. คุณทอมไม่รู้เรื่องด้วย ฉันคิดเองทำเองทั้งหมด ฉันขอรับผิดคนเดียว"
แม็กกี้เห็นสีหน้าและดวงตาของคุณจิมตอนนั้นแล้วหายกลัวทันที นอกจากไม่นึกโกรธแล้วยังดีใจและโล่งอกมากที่ได้รู้ว่าคุณทอมไม่ได้เป็นคนสั่งให้คุณจิมทำเรื่องแบบนั้น….
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"ถึงบ้านแล้วทอม.. ทอม.." จิมกระซิบข้างหูเทพบุตรสุดรักของเขา
แม้รู้ว่าทอมไม่มีใจให้เขาอย่างแน่นอนแล้ว แต่จิมก็ยังตัดใจจากทอมไม่ได้ ไม่ว่าทอมจะรู้สึกกับเขาอย่างไร ขอเพียงแค่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดได้ดูแลปรนนิบัติ ตราบเท่าที่ทอมยังไม่มีใคร เขาก็มีความสุขไม่หวังและต้องการอะไรอีก
"ถึงแล้วเหรอ..."
ทอมรู้สึกตัวแต่ไม่ยอมลืมตา วันนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆ ถ่าย Outdoor กลางแดดร้อนเปรี้ยงร่วมกับนายแบบชื่อดังคนอื่นๆ อีกหลายคน ใช้เวลาหลายชั่วโมงเพราะมากคนก็มากเรื่อง
"เหนื่อยมากเลยจิม.. ไม่รับงานแบบนี้อีกแล้วนะ "
"รับทราบครับบ๊อส.. "
จิมเห็นสภาพความวุ่นวายในวันนี้ก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่รับงานประเภทนี้ให้ทอมอีก จริงๆ แล้วงานนี้ถ้าไม่ใช่เจ้าของหนังสือขอร้องเองเขาก็คงไม่รับ
ทอมก้าวลงจากรถด้วยอาการเหนื่อยและเพลียจริงๆ วนไปมาอยู่กลางแดดร้อนเปรี้ยงตลอดบ่ายไม่จับไข้ก็เก่งแล้ว จิมเดินตามในระยะกระชั้นชิดเมื่อเห็นท่าเดินของทอม ไม่จำเป็นจริงๆ เขาพยายามเลี่ยงไม่แตะต้อง แต่แล้วเมื่อทอมเดินเซขณะก้าวขึ้นบันได จิมก็ถลาเข้าไปประคองเทพบุตรของเขาไว้ในวงแขนทันทีด้วยความลืมตัว
ทอมหลับตาหงายหลังลงบนที่นอนทันที่ที่จิมประคองลงนั่ง จิมผละไปเตรียมน้ำอุ่นให้สักครู่ก็เดินเข้ามาก้มลงกระซิบ
"เตรียมน้ำอุ่นให้แล้วนะทอม.. อาบเสร็จก็รีบพักผ่อนซะ หลับให้สบาย พรุ่งนี้ว่างทั้งวัน"
"หือ.. มีงานไม่ใช่เหรอ เมื่อเช้านายยังบอกอยู่เลย"
"ฉันขอเลื่อนน่ะ วันนี้เหนื่อยมากฉันอยากให้นายพัก"
ทอมลืมตาขึ้นก็สบสายตาคมเข้มที่จ้องมองเขาอยู่ด้วยความรักใคร่และห่วงใยเหมือนเดิม
"ฉันกลับก่อนนะ พรุ่งนี้จะโทรหา กู๊ดไนท์ทอม.. หลับฝันดีนะ"
ทอมนอนนิ่งตาปริบ ๆ เมื่อจิมตัดบทบอกลาดื้อๆ เขามองจิมเดินผละจากไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นในคืนนั้นจะทำให้จิมตัดใจจากเขาได้ ห้าคืนแล้วที่จิมขอแยกกลับไปนอนที่คอนโดของตัวเอง และยังเป็นห้าวันเต็มๆ ที่จิมไม่กระเซ้าหรือหยอกเย้าด้วยการสวมกอด ไม่แม้แต่จะจูบราตรีสวัสดิ์เหมือนที่เคยทำ
"เมื่อไรอ่ะ จิม.. เมื่อไร.."
จิมชะงักเท้าที่หน้าประตูหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แต่เพียงแค่เห็นสีหน้าของเทพบุตรสุดรักจิมก็เข้าใจความหมายของคำถามแล้ว อยากจะเข้าไปสวมกอดและจูบลาใจจะขาด แต่เท่าที่ทำได้ขณะนี้คือแสร้งยืนงงไม่เข้าใจคำถาม ทอมนอนนิ่งจ้องมองมาที่เขา ไม่ยอมพูดอะไรต่อจนจิมต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถาม
"อะไรหรือทอม.."
"เปล่า.. ไม่มีอะไร.. กู๊ดไนท์จิมมี่.. ขับรถระวังด้วย"
จิมขับรถออกจากบ้านแม็คกิลล์ด้วยอาการเจ็บแปลบที่หัวใจ เขาไม่ได้อยากทำเย็นชากับทอมแบบนี้เลยแต่เขาต้องฝืนใจทำให้ได้ เพราะทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น เขารู้สึกว่าตัวเองเลวร้ายเกินกว่าที่จะได้รับการให้อภัย เขาทำลายความเชื่อใจและไว้ใจที่ทอมมีต่อเขาจนหมดสิ้น
….นายจะรักฉันด้วยความรู้สึกแบบไหนก็เรื่องของนาย แต่สำหรับฉัน…. ฉันรักนายแบบพี่ชาย และเชื่อว่านายเป็นพี่ชายที่ดีของฉัน ไม่รังแกหรือบังคับฝืนใจในสิ่งที่ฉันไม่ชอบ…..
คืนนั้นเขาทำเรื่องที่ชั่วร้ายและน่าอายถึงสองครั้ง นอกจากจะรังแกเด็กชายวัยแค่ 12 ปีที่ไม่มีทางสู้แล้ว เขายังใช้กำลังบังคับทอมจนตกอยู่ในอาการช็อคอีก
วันนี้เขาจึงต้องอดทนกับความเจ็บปวดเพราะการกระทำของตัวเอง เขาไม่ได้แตะต้องทอมด้วยความเสน่หามา 5 วันเต็มๆ แล้ว แค่จับแขนหรือโอบไหล่ในเวลางานเท่านั้น เขาต้องใช้ความอดกลั้นอย่างสูงบังคับใจตัวเองไม่ให้เผลอสวมกอดเทพบุตรสุดรักของเขาซึ่งบางครั้งยืนอยู่ห่างไม่ถึงคืบ ถ้าไม่ได้อยู่ใกล้ชิดก็ว่าไปอย่าง แต่นี่…. บางขณะเหมือนทอมจงใจประชิดตัวเขา บางครั้งนั่งซบ บางครั้งยืนพิงด้วยอาการเหนื่อยอ่อน สิ่งที่เขาทำได้คืออาการนิ่งเฉย แสร้งเบือนความสนใจหาเรื่องพูดคุยหรือหันไปทำกิจกรรมอื่นๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอดทนได้นานแค่ไหน…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"เป็นอะไรแม็กกี้.. กับข้าวไม่ถูกปากใช่มั้ย วันไหนไม่ได้กินของเหลือเจ้านายก็งี้แหล่ะ ทนๆ กินเข้าไปเถอะ"
สาวใช้แววค่อนขอดแม่บ้านทิพย์เรื่องอาหารเพราะตัวเองรู้สึกเช่นนั้นแต่ไม่กล้าบ่น ถือโอกาสเหน็บเมื่อเห็นเด็กชายมีท่าทางเบื่ออาหาร เอาแต่เขี่ยข้าวในจานไปมา
"เอ็งว่าอะไรนะ นังแวว หาว่าอาหารที่ข้าทำไม่ได้เรื่องงั้นเหรอ"
"ฉันไม่ได้พูดงั้นซะหน่อย แค่บอกว่ากินของเหลือเจ้านายอร่อยกว่าเท่านั้น"
"หน็อย!... เจ้านายไม่อยู่จะทำอะไรเลิศหรูนักหนา ต่อไปเอ็งอยากกินอะไรก็ทำเอง ข้าไม่ใช่ขี้ข้าเอ็ง "
"เอ่อ.. ป้าครับ อาหารอร่อยแต่ผมทานไม่ลงเอง ผมปวดท้อง"
แม็กกี้รีบตัดบททันทีก่อนที่ป้าทิพย์และน้าแววจะมีปากเสียงกัน
"อ้าว! ปวดท้องเหรอ เห็นมั้ยนังแวว เอ็งมันรู้มาก เด็กปวดท้องถึงกินไม่ลงดันมาหาว่าข้าทำไม่อร่อย.."
แม่บ้านทิพย์หันไปโวยสาวใช้ต่อ เด็กชายเห็นท่าไม่ดีรีบยกจานข้าวไปเก็บล้างและเลี่ยงออกจากครัว แม็กทานข้าวไม่ค่อยลงมาสองวันแล้ว ทานไปได้หน่อยก็อยากจะอาเจียร วันนี้นอกจากจะทานไม่ลงแล้วยังปวดท้องอีกด้วย
แม็กกี้กลับเข้ามาในห้องพักคว้าสมุดบันทึกมากอดไว้ ตอนแม่ยังอยู่ทุกครั้งที่ไม่สบายหรือเจ็บปวดจากอะไรก็ตาม แม็กจะรู้สึกดีขึ้นทุกครั้งที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของแม่ แต่วันนี้แม็กไม่มีแม่แล้ว มีแค่สมุดบันทึกเล่มนี้แทนตัวแม่แอนนาและแด๊ดดี้ของแม็ก
ร่างเล็กหน้านิ่วงอตัวลงเพราะรู้สึกปวดจี๊ดที่ท้องน้อยขวาเป็นระยะๆ แม็กปวดแบบนี้มาหลายวันแล้วแต่วันนี้ปวดมากกว่าทุกวัน เด็กชายขยับตัวลงนอนเอาสมุดบันทึกใส่ไว้ในปลอกหมอนและเอาหมอนทับท้องไว้ คิดว่าควรจะหลับสักงีบหนึ่ง ตื่นขึ้นมาอาการปวดจะได้ทุเลาขึ้นเหมือนทุกๆ ครั้ง
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
เด็กชายผวาตื่นกลางดึกอีกครั้งด้วยอาการบีบตัวอย่างแรงบริเวณท้องน้อยด้านขวา รู้สึกปวดท้องมากจนร้องครางออกมาด้วยความลืมตัว
"อือ…แม่จ๋า.. ผมปวดท้อง..โอย.. ฮือ...."
แม็กกี้น้ำตาไหลเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแม่จากไปแล้ว และห้องที่นอนอยู่ตอนนี้ก็เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว อีกไม่กี่วันแม็กก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว ที่นี่เป็นคฤหาสน์หลังงามของคุณทอม แม็คกิลล์ นายแบบชื่อดัง รูปหล่อและสง่างามราวเทพบุตร ถ้าเปรียบคุณทอมเป็นเทวดา แม็กก็เป็นแค่เด็กผู้ชายเดินดินที่ได้แต่เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ไม่มีทางได้สัมผัสหรือจับต้องเทวดาผู้สูงศักดิ์
"โอ้ยยยย.. อือ…"
แม็กกี้ร้องครางและงอตัวด้วยความปวด รู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ เหมือนกับจะเป็นไข้ ไม่เคยปวดมากขนาดนี้มาก่อน ตอนเด็กๆ แม็กชอบปวดท้องกลางดึกเป็นประจำแต่ไม่เคยปวดแบบนี้ ส่วนใหญ่ปวดเพราะนอนไม่ห่มผ้าแถมยังชอบถกเสื้อขึ้นมาอีก แม็กถูกแม่ดุเป็นประจำแต่ถึงดุแม่ก็ปลอบไปด้วย ทายาให้และกล่อมจนแม็กหลับไป
….. 6 สัปดาห์กว่าแล้วที่แม็กพักอาศัยอยู่ที่นี่ ครั้งนี้กำลังเป็นครั้งที่ 3 ที่แม็กไม่สบาย ครั้งแรกป่วยเป็นไข้เพราะตากฝนหากุญแจให้คุณทอม ครั้งที่ 2 ปวดเมื่อยไปทั้งตัวและไข้ขึ้นเพราะขุดอ่างปลาให้คุณทอมทั้งวันจนหมดแรง แต่ครั้งนี้คุณทอม
ปล่อยให้แม็กอยู่สบายๆ แท้ๆ แต่แม็กก็ไม่สบายอีกจนได้ แม็กไม่อยากทำให้คุณทอมเดือดร้อนเลย….
"เราต้องอดทน เราจะไม่ทำให้คุณทอมเดือดร้อนอีก…"
แม็กกี้ดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มเพราะรู้สึกหนาว เอาหมอนทับท้องไว้อีกชั้นเพื่อให้อุ่นขึ้น อาการปวดทุเลาลงเล็กน้อย กำลังจะเคลิ้มหลับก็ต้องผวาขึ้นมาอาเจียรลงข้างเตียง พร้อมๆ กับอาการปวดอย่างรุนแรงกำเริบขึ้นอีก
เด็กชายใจหายวาบ แค่เอามือแตะบริเวณที่ปวดก็รู้สึกเจ็บแล้ว หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แม็กและเพื่อนๆ เล่นฟุตบอลที่โรงเรียน จู่ๆ บุญโชคก็ล้มลงนอนบิดไปมาเพราะปวดท้อง แม็กจำได้ว่าบุญโชคบอกปวดที่ท้องน้อยด้านขวาแม็กและเพื่อนพาบุญโชคไปส่งบ้าน เช้าวันต่อมาคนที่บ้านบุญโชคมาส่งข่าวว่าบุญโชคตายแล้ว เป็นไส้ติ่งอักเสบและแตกตั้งแต่ตอนเล่นฟุตบอล แต่พ่อเลี้ยงของบุญโชคเอาแต่กินเหล้าเมา แม่ก็ไม่สนใจเอาแต่เล่นไพ่ ตอนนั้นบุญโชคเพิ่งอายุได้ 10 ขวบเอง
"ฮือ ๆ… แม่จ๋า.. ผมปวดท้อง ผมเป็นไส้ติ่งหรือเปล่า…"
เด็กชายน้ำตาไหลพรากตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าจะอดทนนอนต่อไปหรือลุกขึ้นไปหาคนช่วยดี ดึกป่านนี้ทุกคนคงกำลังหลับสบาย แม็กไม่อยากรบกวนใครๆ เลย…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
ทอมสะดุ้งตื่นเมื่อลูกแก้วที่ถืออยู่ในมือตกแตก เขาฝันประหลาดคล้ายๆ กันมา สองคืนแล้ว ฝันว่าเขาเป็นเจ้าของลูกแก้วสีน้ำทะเลซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากำปั้น ส่องประกายสวยงามมาก แต่แล้วก็มีหญิงสาวรูปงามยื่นลูกแก้วอีกสองดวงให้เขา ขนาดเล็กกว่าที่อยู่ในมือแต่เป็นสีรุ้งสวยงามไปอีกแบบ เขารับลูกแก้วสองดวงจากหญิงสาวมาถือไว้ในมือรวมเป็นสามดวง เขาประคองลูกแก้วทั้งหมดไว้ด้วยความระวังแล้ว แต่กลับพลาดทำลูกแก้วดวงแรกตกลงกับพื้นแตกกระจาย…
ทอมส่ายหน้าเมื่อนึกถึงความฝันไร้สาระของตัวเอง เขาลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่ม เหลือบดูเวลาเพิ่งจะเที่ยงคืนกว่าเอง ไม่อยากเชื่อเลยเพิ่งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมงก็ฝันเป็นตุเป็นตุ แต่ถึงจะเป็นแค่ความฝันความรู้สึกก็ยังตามติดออกมา
….เสียดายจัง ไม่น่าทำลูกแก้วสีน้ำทะเลดวงแรกแตกเลย…
ทอมเดินกลับมาที่เตียง กำลังจะล้มตัวลงนอนก็ได้ยินเสียงกุกกักอยู่ชั้นล่าง ดึกป่านนี้แล้วใครยังทำอะไรอยู่ อาจเป็นสาวใช้แววหรือแม่บ้านทิพย์ ทอมไม่สนใจล้มตัวลงนอนต่อ เขาไม่เคยห่วงเรื่องขโมยขึ้นบ้าน เพราะบ้านแม็คกิลล์มีระบบรักษาความปลอดภัยรอบตัวบ้านและตลอดแนวรั้ว สัญญาณส่งตรงไปที่ป้อมตำรวจหน้าหมู่บ้านและสถานีตำรวจในท้องที่ เขาไม่จ้าง รปภ. เพราะวุ่นวาย ลำพังคนรับใช้ 4 คนก็มากเพียงพอแล้ว
กำลังจะเคลิ้มหลับทอมก็สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเหมือนของตก เขานอนนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะลุกพรวดขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ว่าจิมไม่ได้นอนที่นี่แล้ว หากไม่ใช่แม่บ้านหรือสาวใช้ล่ะ….
ทอมเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียงหยิบปืนพกขึ้นมาถือกระชับไว้ในมือ ถ้าเป็นจิมคงลงไปตรวจตั้งแต่ได้ยินเสียงกุกกักตอนแรกแล้ว นี่ถ้าไม่ใช่เพราะตกใจตื่นจากฝันประหลาดล่ะก็ เขาไม่มีทางตื่นขึ้นมาเพราะเสียงกุกกักแค่นี้แน่
ทอมย่องออกจากห้องนอนอย่างเงียบกริบ เขาไม่ได้กลัวแค่ตื่นเต้นเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าจิมอยู่อย่าหวังเลยว่าจะได้ถือปืนเดินหน้าลงมาหาคนร้ายแบบนี้…
ทอมเดินสำรวจเกือบทั่วทุกห้องตั้งแต่โถงหน้าบันได.. ห้องพักผ่อน.. ห้องหนังสือ.. ห้องอาหารและห้องครัว ไม่พบอะไรผิดปกติเลย ไม่มีร่องรอยว่าจะมีใครเข้ามาทำเสียงกุกกักอะไรได้ ประตูบ้านก็ปิดอยู่ในสภาพเรียบร้อย จึงเดินไปสำรวจที่ประตูหลัง ก็พบประตูห้องนอนของเด็กชายเปิดแง้มอยู่ ทำให้นึกขึ้นได้ว่ายังมีเจ้าหนูแม็กกี้อยู่เป็นเพื่อนเขาอีกหนึ่งคนในตึกใหญ่หลังนี้
แต่แล้วทอมก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็นเด็กชายอยู่ในห้อง หรือว่าเสียงกุกกักที่ได้ยินเป็นฝีมือของแม็กกี้เอง… ทอมเปลี่ยนความตั้งใจในการค้นหาคนร้ายเป็นเดินหาเจ้าหนูแม็กแทน แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่วางใจ ยังคงถือปืนกระชับไว้ในมือ
ทอมชะงักขณะเดินผ่านห้องน้ำ เสียงครางโอดโอยของเด็กชายดังแว่วออกมา หัวใจเต้นแรงขึ้นทันทีเมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์ในคืนที่จิมเข้าไปรังแกเจ้าหนูในห้องนอน ทอมถือปืนกระชับไว้ในท่าเตรียมพร้อม หากเด็กชายถูกรังแกอีกครั้งนี้ต้องเป็นฝีมือคนร้ายอย่างแน่นอนแล้ว
….ให้ตายเถอะ! เวลาแบบนี้จิมกลับไม่อยู่ เขาต้องเล่นบทบู๊ด้วยตัวเองจริงๆ หรือนี่….
ทอมสูดหายใจรวบรวมความกล้าก่อนจะผลักประตูห้องน้ำเปิดออก…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
ร่างเล็กนอนขดตัวอยู่ที่พื้นห้องน้ำ หลับตานิ่วหน้าและส่งเสียงครางเหมือนกำลังเจ็บปวด ทอมยืนตะลึงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะวางปืนลงในอ่างล้างหน้าและทรุดตัวลงช้อนร่างเด็กชายไว้ในวงแขน มือสำรวจไปทั่วร่างกายของเจ้าหนูเพื่อหาบาดแผล
"แม็กกี้.. เป็นอะไร เฮ้!.. ไอ้หนู…"
ทอมเสยผมที่ปกระใบหน้าเด็กชายจึงพบว่าเจ้าหนูมีไข้และยังมีสีหน้าซีดเซียวจนน่าตกใจ
"ฉันทอมนะแม็กกี้.. ไม่สบายเหรอ… หือ.."
เด็กชายพยักหน้าเหมือนรับรู้แต่ยังหลับตาส่งเสียงคราง ทำให้เขาใจหายอย่างบอกไม่ถูก
"อือ… อือ… เจ็บ… อือ…"
"เจ็บตรงไหนแม็กกี้..บอกซิว่าเจ็บตรงไหน ไม่สบายตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่บอก"
ทอมขยับร่างเล็กไปมาเพื่อหาบาดแผลก็พบว่าเจ้าหนูนิ่วหน้าเหมือนเจ็บปวดมากขึ้น จึงเปลี่ยนมาลูบคลำแขนขาและลำตัวเบาๆ เขาเพิ่งสังเกตุเห็นร่องรอยเศษอาหารที่อาเจียร แสดงว่าเด็กชายไม่สบายมากจริงๆ
"ไม่สบายตรงไหนล่ะแม็กกี้.. บอกซิว่าเจ็บตรงไหน"
"คุณทอม.." เด็กชายปรือตาขึ้นและเรียกชื่อเขา
"ใช่.. ฉันเอง ไม่สบายเป็นอะไร เจ็บตรงไหนบอกซิแม็กกี้ หือ…"
ทอมถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ความขุ่นเคืองและไม่ชอบใจในตัวเด็กชายซึ่งนับวันจะลดน้อยลงเรื่อยๆ จนถึงนาทีนี้…ความรู้สึกเหล่านั้นมลายหายไปจนหมดสิ้น เขาเสยผมเจ้าหนูไปมาเผื่ออาจจะช่วยให้รู้สึกสบายและผ่อนคลายความเจ็บปวดลงบ้าง แต่คงไม่ได้ผล..แม็กกี้นิ่วหน้าและกัดฟันเหมือนอาการเจ็บกำเริบขึ้นอีก
ทอมเพิ่งสังเกตเห็นเด็กชายเอามือกุมท้องน้อยไว้ ยังไม่ทันจะเอ่ยถามเจ้าหนูก็ร้องครางขึ้นอีกด้วยน้ำเสียงสะอื้น
"อือ... ผมปวดท้อง… เจ็บอ่ะ.. ฮึก.. ฮือ…"
"ปวดท้องเหรอ.. ปวดตรงไหนแม็กกี้.. "
ทอมเอามือเด็กชายออกและเลิกเสื้อยืดขึ้น หน้าท้องเจ้าหนูเกร็งและแข็งผิดปกติ เขาใช้นิ้วคลำและกดเบาๆ วนไปรอบๆ ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกและร้องครางขึ้นอีกเมื่อเขาแตะถูกท้องน้อยด้านขวา
"โอ๊ย!…. เจ็บ.. ผมเจ็บ.. อือ…"
....โอ! พระเจ้า.. เขาแค่แตะถูกเบาๆ เจ้าหนูก็ร้องเจ็บ แสดงว่าอาการคงไม่น้อยแล้ว ดูจากตำแหน่งที่ปวดน่าจะเป็นไส้ติ่ง…
"อดทนนะแม็กกี้.. จะพาไปหาหมอนะ"
ทอมอุ้มเด็กชายออกจากห้องน้ำพามานอนที่โซฟาร์ เขาเงยหน้าขึ้นจะตะโกนเรียกจิมก็นึกขึ้นได้ว่าจิมไม่ได้นอนนี่แล้ว จึงคว้าโทรศัพท์กดสายในไปที่เรือนคนรับใช้ ระหว่างรอสายก็พูดปลอบเด็กชายไปด้วย
"ไม่เป็นไรนะแม็กกี้.. คงจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ เดี๋ยวหมอให้ยามาทานก็หาย"
ทอมไม่กล้าพูดอะไรมากกว่านี้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าอาการของเด็กชายอาจต้องผ่าตัด แต่ขนาดบอกเพียงสั้นๆ แม็กกี้ก็ยังผวาและตกใจกลัว
"ไม่เอา.. ผมไม่อยากเป็นไส้ติ่ง ผมกลัว.."
"ไม่ต้องกลัว... ไส้ติ่งไม่ใช่โรคร้ายแรง ไม่มีอันตรายเลยรู้มั้ย"
"ไม่ฮะ ผมไม่อยากเป็นไส้ติ่ง.. ฮึก.. ฮือ ๆ…" เด็กชายสะอื้น.. น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม
เป็นครั้งแรกที่ทอมเห็นเจ้าหนูแสดงความอ่อนแอและร้องไห้อย่างเด็กๆ ไม่เข้มแข็งและอดทนเหมือนเวลารับการทดสอบจากเขาและจิม รู้สึกสงสารจนอยากกอดปลอบแต่ก็ทำได้เพียงเช็ดน้ำตาให้และปลอบโยนด้วยคำพูด
"ไม่เป็นไร แม็กกี้.. ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัว.."
"ผมเอ๊ดดี้ครับเจ้านาย.." เสียงจากปลายสายดังขึ้น
ทอมสั่งนายเอ๊ดให้เอารถออกพาแม็กกี้ไปโรงพยาบาลโดยด่วน อีกฝ่ายรีบรับคำโดยไม่มีคำถามใดๆ เพียงชั่วครู่คนรับใช้ในบ้านก็เข้ามายืนเรียงหน้าสลอน รอรับ
คำสั่งด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
ทอมสั่งให้นายแก้วอุ้มเด็กชายไปรอที่รถ ก่อนจะวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า
"จิม.. แม็กกี้ปวดท้องมาก สงสัยจะเป็นไส้ติ่ง ฉันจะพาไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ ถ้าหมอถามว่าฉันเป็นอะไรกับเด็ก จะตอบว่าไง"
ทอมคุยโทรศัพท์ไปด้วยขณะเปลี่ยนเสื้อผ้า น้ำเสียงตื่นตระหนกจนปลายสายต้องกล่าวปลอบ
"ใจเย็นทอม..ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันจัดการเอง...ไปเจอกันที่โรงพยาบาล..."
"โอเค!.. ไปเดี๋ยวนี้เลยนะ"
ทอมวางสายจิมด้วยความโล่งอก เขาไม่ได้ทำอะไรตัวคนเดียวมานานมากแล้ว ปัญหาทุกเรื่องของเขาต้องมีจิมช่วยตัดสินใจให้เสมอ
ทอมกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาที่รถ นายเอ๊ดเตรียมเปิดประตูตอนหน้าให้ เพราะเด็กชายนอนยาวยึดที่นั่งตอนหลังไว้หมดแล้ว ทอมกำลังจะก้าวขึ้นรถเห็นเจ้าหนูนอนบิดสีหน้าเจ็บปวดก็เปลี่ยนใจ บอกนายเอ๊ดว่าเขาจะนั่งข้างหลัง
ทอมนั่งนิ่งรู้ว่าร่างเล็กที่กำลังนอนหนุนตักเขาอยู่ขณะนี้กำลังได้รับความเจ็บปวดอย่างมาก แต่ทั้งๆ ที่เจ็บมากขนาดนี้...เจ้าหนูก็ไม่ได้ร้องโอดครวญงอแงอย่างที่เด็กควรจะทำ มีเพียงเสียงครางเบาๆ เป็นระยะๆ เท่านั้น ทอมสั่งเอ๊ดดี้ลดแอร์เมื่อเห็นแม็กกี้มีอาการสั่น มือซ้ายของเจ้าหนูกุมท้องน้อยบริเวณที่ปวด ในขณะที่มือขวากอดลำตัวไว้เหมือนให้ความอบอุ่นกับตัวเอง
ทอมไม่สามารถนั่งนิ่งอยู่ต่อไปได้ ทั้งๆ ที่เด็กชายนอนหนุนตักเขาอยู่แท้ๆ แต่กลับต้องอดทนและกัดฟันสู้กับความเจ็บปวดเพียงลำพัง เขาดึงแจ็กเก็ตของจิมที่วางพาดอยู่ที่พนักเบาะหน้ามาห่มให้ร่างเล็ก และปลอบโยนด้วยการลูบศีรษะเจ้าหนูไปมา มืออีกข้างจับมือเด็กชายกุมไว้ แม้จะไม่ได้ช่วยคลายความเจ็บปวดลงแต่ก็ดีกว่าที่เขาจะนั่งอยู่เฉยๆ อย่างน้อยแม็กกี้จะได้รู้ว่ามีเขาอยู่เป็นเพื่อน
ทอมรู้สึกว่าเด็กชายกำลังเจ็บมาก มือของเขาถูกบีบอย่างแรง เสียงครางที่ลอดออกจากริมฝีปากเจ้าหนูกลายเป็นชื่อเขา
"..อือ..คุณทอม.."
"ว่าไง แม็กกี้.. อดทนหน่อยนะ จะถึงแล้ว"
ทอมไม่รู้จะปลอบเด็กชายยังไงนอกจากบอกให้อดทน
"ผมจะ..ตาย..มั้ย ถ้าตายแล้ว...จะไปอยู่..ไหน…"
โอ! พระเจ้า.. ทอมขนลุก ไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้จากปากเด็กชายวัยเพียง 12 ปี ไม่รู้ว่าถ้าเป็นเมื่อหนึ่งเดือนก่อนคำถามนี้จะทำให้เขารู้สึกใจหายแบบนี้หรือเปล่า…
"เหลวไหล แค่ปวดไส้ติ่งเท่านั้น จะตายได้ยังไง หือ.."
ทอมเอื้อมมือเปิดไฟ เขาต้องการเห็นหน้าเจ้าหนูแม็กกี้คนเก่ง ที่อดทนต่อการทดสอบโหดๆ มาได้ทุกครั้ง แต่แค่ปวดท้องไส้ติ่งเท่านั้นก็ทำท่าจะบอกลาแล้ว
"บุญโชคยังตายเลย.. เขาปวดไส้ติ่งเหมือนผม"
ทอมนิ่งอึ้ง เดาเอาว่าบุญโชคคงเป็นใครสักคนที่เด็กชายรู้จัก
"มันไม่เกิดขึ้นกับทุกคนหรอกแม็กกี้.. หมอที่กรุงเทพฯเก่งๆทั้งนั้น ผ่าตัดออกมา 3 วันก็วิ่งเล่นได้แล้ว"
"ผมต้อง…ผ่าตัดเหรอ.." น้ำเสียงสะอื้น น้ำใสที่เอ่อคลออยู่ร่วงผล็อยลงอีกเมื่อได้ยินว่าต้องผ่าตัด
"เอ่อ.." ทอมโมโหตัวเองไม่น่าหลุดปากออกไปเลย ทำให้เด็กชายใจเสียและกลัวมากขึ้น
"แค่อาจจะเท่านั้น แม็กกี้.. ไม่ต้องกลัวนะ เหมือนนอนหลับเลย ตื่นขึ้นมาก็หายปวด สองวันก็กลับบ้านได้"
นายเอ๊ดแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่เคยได้ยินน้ำเสียงและคำปลอบโยนที่อ่อนโยนเช่นนี้จากเจ้านายทอมมาก่อนโดยเฉพาะกับเจ้าหนูแม็กกี้.. เด็กชายที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายและไม่สบอารมณ์ให้เมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน อย่าว่าแต่จะพูดคุยด้วยเลย.. แม้แต่หน้าเจ้านายก็ยังไม่อยากจะเห็น
"แต่ถ้าผมตายล่ะ.. ผมต้องถูกเผาเหลือแต่กระดูกเหมือนแม่.. ใช่มั้ย.. คุณ ทอม… อือ…"
เด็กชายร้องครางและบีบมือทอมอย่างแรง เหมือนอาการเจ็บปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังพยายามพูดต่อ
"ให้กระดูกผม..อยู่ที่บ้านคุณทอมได้มั้ย.. ตรงไหนก็ได้.. อยู่ใกล้ๆ อ่างปลาก็ได้ ผมชอบปลา…"
โอ! พระเจ้า!!.. ทอมรู้สึกใจหายอย่างแรง เจ้าหนูแม็กกี้กำลังสั่งเสียเขาหรือนี่…
"เหลวไหลนะแม็กกี้.. ถ้าอยากจะอยู่กับฉันต้องมีชีวิตอยู่ ตายไม่ได้นะรู้มั้ย.. ฉันไม่ต้องการแค่กระดูกของเธอ ได้ยินมั้ยไอ้หนู.. ลืมเรื่องสำคัญระหว่างเราไปแล้วเหรอ.. ความจริงยังไม่ได้พิสูจน์เลย คิดจะยอมแพ้หรือไง หือ.."
ทอมไม่รู้ว่าเขารั้งเด็กชายขึ้นมาสวมกอดตั้งแต่เมื่อไร รู้สึกตัวอีกทีเมื่อเจ้าหนูซบหน้าลงกับอกเขาด้วยสีหน้าที่ยังเจ็บปวด เขาไม่เคยปวดไส้ติ่งไม่รู้ว่ามันเจ็บและทรมานขนาดไหน รู้แต่ว่าหากเขาเจ็บแทนร่างเล็กในอ้อมกอดขณะนี้ได้ เขายินดี…
"ผมไม่น่า..มาหาคุณทอมเลย..ทำให้คุณ...เดือดร้อน…ต้องเสียเงิน….รักษาผมอีก.. แล้ว…"
น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นดังอู้อี้เพราะซบอยู่กับอก ทอมไม่รู้จะพูดปลอบอะไรอีกแล้ว ได้แต่กอดเด็กชายไว้และลูบศีรษะไปมา
"หลับซะแม็กกี้.. ไม่พูดอะไรแล้วนะ นอนหลับซะ เด็กดี.."
แม็กกี้ไม่พูดอะไรอีกยอมหลับตาแต่โดยดี ทอมยังสัมผัสความเจ็บปวดของเจ้าหนูได้จากร่างกายที่ผวาขึ้นเป็นระยะๆ และมือเด็กชายที่ดึงรั้งแขนเสื้อเขาทุกครั้งที่รู้สึกเจ็บ
ทอมกระซิบบอกเด็กชายเมื่อรถเลี้ยวเข้าโรงพยาบาล
"ถึงโรงพยาบาลแล้วนะแม็กกี้.. เข้มแข็งนะ ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ใกล้ๆ"
ทอมไม่รู้หรอกว่าร่างเล็กในอ้อมกอดของเขาสงบลงไม่ใช่เพราะหลับ แต่ หมดสติไปเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับมากมายเกินกว่าที่ร่างกายเด็กชายจะรับไหว
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"ทอม.. ทอม.." เสียงทุ้มกระซิบปลอบชายหนุ่ม
จิมเปิดห้องพักพิเศษรอไว้ เพื่อให้ทอมขึ้นมานอนพักระหว่างรอเด็กชายผ่าตัด
"แม็กกี้ออกจากห้องผ่าตัดรึยัง จิม.." ทอมเอ่ยประโยคแรกทันทีที่สะดุ้งตื่น
"ยังเลย นายกลับก่อนดีมั้ย ฉันจะอยู่เฝ้าเอง"
"แค่ไส้ติ่งเองทำไมนานจัง เกือบ 3 ชั่วโมงแล้วนะ "
"แม็กกี้ไส้ติ่งแตกตอนหมอลงมีดพอดี...."
"วะ.. ว่าไงนะ… ไส้ติ่งแตก..แปลว่าอะไร เค้าจะตายมั้ย" ทอมละล่ำละลักถามสีหน้าตื่นตกใจ เล่นเอาจิมตกใจไปด้วย
"เฮ้! ทอม.. ทำไมต้องตื่นเต้นด้วย แม็กกี้ปลอดภัยดี แค่ไส้ติ่งแตกหมอต้องใช้เวลานานหน่อยเท่านั้น ตอนนี้คงใกล้เสร็จแล้ว ฉันอยากให้นายกลับไปพักผ่อนที่บ้าน อย่านอนแกร่วอยู่ที่นี่เลย"
"ไม่.. ฉันยังไม่กลับ จะรอจนกว่าแม็กกี้จะออกมา ให้ฉันเห็นกับตาก่อนว่าเขาปลอดภัย"
ทอมโล่งอกเมื่อรู้ว่าเด็กชายปลอดภัย ก็เจ้าหนูเล่นพูดจาสั่งเสียเขาไว้มากมายขณะอยู่ในรถ จะไม่ให้เขากังวลใจได้ยังไง
จิมลอบถอนใจ ความรู้สึกของทอมที่มีต่อเด็กชายแม็คกิลล์ สแตนลีย์ ในวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง ไม่รู้ว่าทอมรู้ตัวหรือเปล่าว่าความรู้สึกที่ตัวเองมีต่อเจ้าหนูแม็กกี้วันนี้คืออะไร เขาควรจะอยู่เฉยหรือทำอะไรสักอย่างดี หรือปล่อยให้เรื่องทั้งหมดเป็นไปตามที่สวรรค์ลิขิต
การก้าวไปสู่เวทีนายแบบโลกของทอมอาจชะงักลง ซึ่งโอกาสจะหลุดลอยและผ่านไปโดยไม่มีทางหวนกลับคืนมาอีก ไม่ใช่เรื่องง่ายที่นายแบบวัย 27 ปี จะได้รับการเสนอชื่อให้เข้าร่วมเวทีคัดเลือกนายแบบระดับโลก เป็นเพราะทอมมีความงดงามสมบูรณ์แบบจนโดนใจกรรมการ ดังนั้นถ้าปล่อยให้โอกาสนี้ผ่านไป ความฝันที่จะได้ตำแหน่งสุดยอดนายแบบโลกของทอมก็ต้องจบลงอย่างน่าเสียดาย
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"ให้เอ๊ดดี้อยู่เฝ้าจะดีเหรอ.."
จิมเลิกคิ้ว น้ำเสียงทอมเนือยๆ เหมือนพูดเปรยโดยไม่ต้องการคำตอบ เขาจึงย้อนถามกลับไป
"ทำไมล่ะ นายอยากอยู่เฝ้าเหรอ.."
"เอ่อ..เปล่า.. ใครจะมีเวลาไปเฝ้าล่ะ ฉันหมายถึงเฉพาะตอนที่เด็กรู้สึกตัวขึ้นมา
ถ้าได้เห็นหน้านายหรือฉันอยู่ด้วยเขาคงมีกำลังใจดีขึ้น ฉันแค่ไม่อยากให้เด็กคิดว่าเราทอดทิ้งเขา"
จิมส่ายหน้าลอบยิ้มในใจ
"เด็กผ่าตัดไส้ติ่งนะ ทอม.. ศีรษะไม่ได้กระทบกระเทือน รับรองว่า.. ตื่นขึ้นมาแม็กกี้ยังจำได้ว่านายเป็นคนพาเขาไปส่งโรงพยาบาล ไม่ต้องได้เห็นหน้าหรอก แค่นึกถึงตอนที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคุณทอม เจ้าหนูแม็กก็หายวันหายคืนแล้ว.."
จิมกระเซ้าเล่นแต่ทอมกลับหน้างอไม่ชอบใจคิดว่าจิมพูดค่อนขอดเขา
"ทำไมต้องประชดด้วย ฉันแค่ทำในสิ่งที่ควรจะทำเท่านั้น เด็กปวดท้องจนคิดว่าตัวเองกำลังจะตายอยู่แล้ว นายจะให้ฉันใจแข็งทำโหดร้ายใจดำอยู่ได้ยังไง ฉันไม่ใช่นายนี่ จะได้บังคับอารมณ์และจิตใจตัวเองให้ทำดีหรือเลวร้ายเมื่อไรก็ได้ ฉันเก็บอารมณ์และฝืนความรู้สึกตัวเองไม่เป็น ฉันไม่หน้าตาย ไม่เย็นชาอย่างนายนี่….นายมันคนไม่มีหัวใจ…"
จิมตกใจกับอารมณ์ของทอม เขาชะลอรถเข้าข้างทางก่อนจะเหยียบเบรคให้รถหยุด เสียงยางล้อรถเบียดถนนดัง เอี๊ยดดด!!!!!…. ความเร็วของรถที่วิ่งมาในยามวิกาลเช่นนี้ แม้รถจะถูกชะลอก่อนแต่ถูกบังคับให้หยุดกระทันหันด้วยอารมณ์ฉุนนิดๆ ของเขา เหตุการณ์ไม่คาดฝันจึงเกิดขึ้น!!! ร่างของทอมถลาไปกระแทกกับคอนโซลรถ ศีรษะกระแทกกับกระจกด้านหน้าอย่างแรง…
จิมใจหายวาบ เขาไม่รู้และไม่ทันสังเกตุว่าทอมไม่ได้คาดเซฟตี้เบลท์
"โอ! พระเจ้า… ขอโทษ ทอม.. ฉันขอโทษ…เจ็บตรงไหนบ้าง.. "
จิมรีบสำรวจอาการบาดเจ็บของทอมในขณะที่เจ้าตัวยังอยู่ในอาการมึนงง
"เกิดอะไรขึ้น หยุดรถทำไมอ่ะ จิม.." ทอมคลำศีรษะป้อย ไม่ได้ร้องโอดครวญทั้งๆ ที่ได้รับบาดเจ็บ
"เอ่อ.." จิมอึ้งกับคำถาม
…ใช่! หยุดรถทำไม.. เขาหยุดรถกระทันหันเพราะฉุนที่ถูกทอมต่อว่า ให้ตายเถอะ !.. นี่เขาทำเรื่องบ้าอะไรลงไป ถ้าเกิดอุบัติเหตุและทอมได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้เขาจะทำยังไง…
จิมสวมกอดทอมและพร่ำขอโทษ
"ขอโทษทอม.. ฉันขอโทษ… ไม่รู้ว่านายไม่ได้คาดเข็มขัด ฉันเสียใจที่ทำนายเจ็บ ขอโทษนะทอม.. เจ็บตรงไหนบ้าง เจ็บมากมั้ย.. "
จิมจูบหน้าผากเทพบุตรสุดรักเบาๆ ก่อนจะลูบคลำศีรษะบริเวณที่เจ็บให้
ทอมนั่งนิ่งไม่ได้ต่อว่าหรือย้อนถามอีกว่าเพราะอะไรถึงหยุดรถ แต่กลับเอ่ยประโยคที่ทำให้จิมคลายอ้อมแขนและผละออกทันที
"ถ้าฉันไม่เจ็บนายไม่คิดจะกอดฉันอีกแล้วซีนะ"
"นายตัดใจจากฉันได้แล้วเหรอ จิมมี่.."
ทอมรุกคำถามต่อเมื่ออีกฝ่ายนิ่งเงียบไป ทำเอาจิมอึ้งหนักเข้าไปอีก จู่ๆ เทพบุตรทอมก็เบนประเด็นการสนทนาจากเจ้าหนูแม็กกี้มาเป็นเรื่องเขา
"เอ่อ.." จิมอึกอัก ความอดกลั้นกำลังจะสิ้นสุดลงเมื่อทอมซบศีรษะกับไหล่เขาและกล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อน
"ทำไมอ่ะ จิม.. ทำไมต้องเป็นแบบนี้ เหมือนเดิมไม่ได้เหรอ.. ถึงฉันจะไม่ได้รักนายแบบเดียวกับที่นายรักฉัน แต่ฉันก็อยากให้นายอยู่ใกล้ๆ ฉันขาดนายไม่ได้"
…โอ! พระเจ้า จิมไม่สามารถบังคับและฝืนหัวใจตัวเองได้อีก เขาสวมกอดทอมด้วยความรักสุดหัวใจ ความรู้สึกที่เขามีให้ทอมไม่ใช่รักร่วมเพศอย่างที่คนอื่นเป็น ถ้าไม่ใช่ทอมแล้วเขาไม่เคยมองชายหนุ่มรูปงามคนไหนด้วยความเสน่หา เขายังต้องการที่จะคบหาและมีเซ็กซ์กับผู้หญิงเหมือนผู้ชายปกติทั่วไป เพียงแต่หัวใจของเขาไม่มีที่ว่างสำหรับใครอื่นแล้ว เทพบุตรทอมนั่งอยู่ทุกห้องในหัวใจเขา
"ฉันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้ แต่ฉันจำเป็นต้องฝืนใจออกห่างจากนาย ไม่อยากให้มีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นระหว่างเราอีก"
จิมคลายอ้อมแขนและผละออก จ้องมองเทพบุตรแสนรักในความมืดสลัว
"ฉันไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนอื่น ฉันไม่ใช่เกย์.. ฉันไม่ได้รักผู้ชาย.. แต่ฉันรักโธมัส แม็คกิลล์ ไม่ว่านายจะเป็นหญิงหรือชาย นายคือคนที่ฉันรัก ไม่มีใครแทนที่นายได้ และไม่มีวันที่ฉันจะตัดใจเลิกรักนายได้"
ทอมนั่งอึ้ง เขาเข้าใจที่จิมพูดและกำลังสับสนความรู้สึกของตัวเอง
"ฉันก็รักนายนะจิม.. ไม่มีใครแทนนายได้เหมือนกัน ความรู้สึกของฉันเหมือนของนายหรือเปล่า.."
"อยากรู้ว่าเหมือนหรือไม่เหมือน ง่ายนิดเดียว นายอยากมีเซ็กซ์กับฉันหรือเปล่าล่ะ หือ.." ประโยคสุดท้ายจิมกล่าวกระซิบข้างหู
"เอ่อ.. ซ..เซ็กซ์เหรอ.. หมายถึงที่นายชอบทำกับฉัน กอดและจูบ.. ใช่มั้ย"
"ใช่.. แต่ไม่ใช่แค่นั้น นายมีเซ็กซ์กับผู้หญิงยังไงก็ยังงั้นแหล่ะ"
จิมหัวเราะเมื่อทอมนั่งอึ้งไม่พูดอะไรต่อ
"รู้หรือยังว่าความรู้สึกของนายเหมือนฉันหรือเปล่า สำหรับฉัน… ไม่ใช่แค่อยากมีเซ็กซ์กับนายเท่านั้น บางครั้งฉันอยากจะกลืนกินนายเลยรู้มั้ย.."
ทอมสะดุ้งโหยง ถอยร่างพิงประตูโดยไม่ตั้งใจ
จิมหัวเราะลั่น
"ล้อเล่นน่ะ ทอม.. นั่งดีๆ รัดเข็มขัดซะ ใกล้จะเช้าแล้ว…จะได้รีบกลับไปพักผ่อนต่อ โชคดีที่วันนี้ไม่มีคิว นายนอนได้ทั้งวันเลย.."
สองหนุ่มนั่งนิ่งเงียบมาในรถด้วยความรู้สึกต่างกัน จิมขับรถกลับบ้านด้วยความสบายใจที่ได้มีโอกาสบอกความรู้สึกที่แท้จริงของเขาให้ทอมรู้ แม้ว่าทอมจะไม่สามารถสนองตอบได้ ขอเพียงรับรู้และเข้าใจความรู้สึกที่เขามีให้ก็พอ..
ในขณะที่จิมรู้สึกสบายใจ ทอมกลับกังวลและสับสนกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อจิมจนลืมเรื่องของแม็กกี้ไปชั่วขณะ คำพูดของจิมทำให้ทอมนั่งครุ่นคิดมาตลอดทาง เขาเคยมั่นใจว่าไม่ได้รักจิมแบบเดียวกับที่จิมรักเขา แต่วันนี้ชักไม่แน่ใจแล้ว….
เขารู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มผู้นี้ และรู้สึกดีทุกครั้งที่จิมจูบปลอบขวัญหรือหยอกเย้าเล่น และที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นก็คือ วันที่เขาถูกจิมใช้กำลังบังคับขณะถูกจูบความรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยไปอีกโลกหนึ่ง บอกไม่ถูกว่าชอบหรือไม่... รู้แต่ว่าถ้าจิมจะทำแบบนั้นกับเขาอีก เขาจะไม่ดิ้นรนและขัดขืนเลย
ทอมขนลุกเมื่อนึกถึงคำพูดของจิมเรื่องมีเซ็กซ์ แต่ถ้าถึงขนาดมีเซ็กซ์แบบเดียวกับที่ผู้ชายและผู้หญิงมีต่อกันแล้วเขาคงรับไม่ได้ และเมื่อเขาไม่รับนั่นหมายถึงเขาคงรักจิมแบบพี่ชายหรือเพื่อนสนิทจริงๆ กระมัง
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
ทอมยืนมองเด็กชายแม็คกิลล์ แสตนลีย์ ที่กำลังหลับสนิทอยู่อย่างพิจารณา พิศดูดีๆ แล้ว เค้าหน้าของเจ้าหนูถอดแบบผู้เป็นแม่มาเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะดวงตาและจมูก เขายอมรับว่าจำหญิงสาวที่ชื่อแอนนาไม่ได้แล้วจริงๆ เด็กชายผู้นี้พาตัวเองมาหาเขาและยังมารื้อฟื้นความหลังที่เขาไม่ต้องการจะจำ ความรู้สึกที่มีต่อแม็กกี้ในวันแรกๆ จึงเต็มไปด้วยความเกลียดชัง แต่ ณ เวลานี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าความไม่ชอบใจและความรู้สึกเกลียดชังในตัวเจ้าหนูแม็กหายไปไหนและตั้งแต่เมื่อไร
วันนี้เป็นวันที่สองที่เด็กชายนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อวานเขาไม่ได้มาเยี่ยมเพราะกว่าจะได้นอนก็เกือบรุ่งเช้า ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ปาเข้าไปบ่าย 2 จริงๆ แล้วเขาอยากจะมาแต่จิมบอกให้มาวันนี้จะดีกว่า จิมไม่อยากให้เขาแสดงความห่วงใยเด็กชายมากเกินไปเพราะจะทำให้เจ้าหนูตัดใจไปจากเขาลำบาก หากไม่ยอมกลับขึ้นมาจะยุ่ง จิมคงไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเด็กชายวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว..
สีหน้าของเด็กชายเหมือนกำลังอยู่ในห้วงของความฝัน และคงฝันไม่ค่อยดีเท่าไร คิ้วขมวดเล็กน้อยและส่งเสียงพึมพำเบาๆ เหมือนเรียกหาใคร ทำให้ทอมไม่อาจยืนนิ่งอยู่ได้ โน้มตัวลงเงี่ยหูฟังด้วยความอยากรู้
"แด๊ด.. แด๊ดดี้.. แด๊ดดี้.."
ทอมใจหายวาบ หัวใจเต้นแรงจนต้องผละจากเตียงมานั่งพักที่โซฟาร์ เขาไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องกลัวการพิสูจน์ความจริงด้วย เขาไม่น่ายื้อและพยายามหาวิธีหลีกหนีความจริงด้วยการตั้งเงื่อนไขบ้าๆ หาวิธีทดสอบและรังแกเด็กชายทุกวิถีทางเพียงเพื่อให้เจ้าหนูยอมแพ้และหนีกลับบ้าน
…… แม้หลายเรื่องเขาจะไม่ได้กระทำด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่ใช่เพราะความต้องการของเขา จิมก็ไม่มีวันทำเรื่องเช่นนั้นได้ นึกถึงความทารุณต่างๆ ที่เด็กชายได้รับจากการทดสอบแต่ละครั้ง เขารู้สึกว่าตัวเองเลวร้ายมาก การกระทำของเขาไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่รังแกเด็กเท่านั้น เขาต้องหยุดการกระทำที่เลวร้ายตั้งแต่วินาทีนี้ ก่อนที่เขาอาจจะกลายเป็นพ่อใจยักษ์ เพราะหากความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแม็กกี้พิสูจน์แล้วเป็นความจริง ไม่ว่าเขาจะรับเจ้าหนูเป็นลูกหรือไม่ ก็ไม่สามารถหลีกหนีความจริงได้ว่า เขาคือ "พ่อ" และแม็กกี้ เป็น "……"
"คุณทอม.. คุณทอมครับ"
ทอมออกจากภวังค์ รู้สึกตัวก็พบเด็กชายกำลังจ้องมองเขาตาแป๋วและส่งยิ้มให้ สีหน้าซีดเซียวขณะหลับเมื่อครู่สดชื่นขึ้นอย่างประหลาด เขาจึงลุกขึ้นเดินเข้าไปหา
"Hi!.. แม็กกี้ ไง!.. หายปวดท้องหรือยัง"
"หายแล้วครับ ผมไม่ปวดท้องแล้ว แต่ยังเจ็บอยู่"
ทอมขยับเข้าไปใกล้เตียงและก้มลงถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เจ็บแผลใช่มั้ย.. เจ็บมากหรือเปล่า หือ.."
"ไม่มากครับ ผมทนได้ ไม่เหมือนตอนปวดท้อง ผมนึกว่าผมต้องตายแล้ว"
ทอมใจหายเมื่อได้ยินเด็กชายพูดถึงเรื่องตายอีก
"เหลวไหล..แค่ปวดไส้ติ่งจะตายได้ยังไง ตอนนี้หายปวดเป็นปลิดทิ้งแล้วใช่มั้ย"
"ครับ ขอบคุณคุณทอม..ที่ช่วยพาผมมาโรงพยาบาล ผมทำความเดือดร้อนให้คุณทอมต้องเสียเงินรักษาผมตั้งหลายครั้ง ผมเป็นหนี้บุญคุณ เป็นหนี้ชีวิตด้วย… ผมสัญญาว่าจะไม่ทำความเดือดร้อนให้คุณทอมอีก ผมไม่ต้องการรู้ความจริงอะไรแล้วครับ ผมหายดีเมื่อไรผมจะไปจาก…"
ทอมเอามือปิดปากแม็กกี้ไว้ทัน เขาเป็นฝ่ายรอคอยอยากจะให้เด็กชายพูดคำนี้มานานแล้ว แต่พอเจ้าหนูจะพูดเขากลับไม่อยากได้ยิน
"พอแล้ว.. หยุดเดี๋ยวนี้ ห้ามพูดอะไรอีก ไม่ใช่เวลาที่เธอจะพูดมากแบบนี้ แม็กกี้.. ตอนนี้ต้องพักผ่อนมากๆ เข้าใจมั้ย"
ทอมปล่อยมือเด็กชายก็พูดต่อทันที
"แต่ผมมีเรื่องอยากจะบอกคุณ อยากให้คุณเข้าใจ"
ทอมขมวดคิ้ว รู้สึกระอาใจกึ่งไม่พอใจ
"เธอพูดเหมือนฉันไม่เข้าใจอะไรยังงั้นแหล่ะ ตกลง… อยากจะบอกอะไรก็บอก เพราะฉันเองก็มีเรื่องอยากจะบอกเธอด้วย"
"ผม.. เอ่อ.. ผมอยากจะบอกคุณว่าผมไม่ได้..."
"เฮ้!.. แม็กกี้... หวัดดีไอ้หนู หายปวดท้องหรือยัง"
หนุ่มน้อยเอ่ยความในใจได้เท่านี้เพราะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงทักทายของผู้มาเยือน
"หวัดดีครับ คุณจิม.."
แม็กกี้จำใจทักตอบก่อนจะแอบถอนใจด้วยความเสียดาย โอกาสที่จะได้อยู่ตามลำพังกับคุณทอมมีไม่บ่อยนัก ที่สำคัญแม็กกำลังจะได้บอกความในใจของตัวเองให้คุณทอมรู้แล้ว คุณจิมไม่น่าเข้ามาขัดจังหวะเลย…
ทอมผละจากเตียงเลี่ยงมานั่งที่โซฟาร์ เขานัดจิมให้มารับตอนบ่าย 2 นี่ยังไม่บ่ายเลย ไม่รู้ว่าจะรีบมาทำไม…
….เป็นครั้งแรกที่ทอมและเด็กชายมีความรู้สึกตรงกัน สายใยสัมพันธ์เริ่มเกาะกุมหัวใจชายหนุ่มอย่างไม่รู้ตัวแล้ว.…