..
7..“
เทพบุตรยอมจำนน”
"จิม.."
"หือ.."
ทอมนั่งเงียบมาในรถกว่า 10 นาทีแล้ว ผิดวิสัยที่เคยเป็นปกติถ้าไม่หลับทอมมักจะมีเรื่องเล่าหรือไม่ก็บ่นเรื่องงานให้เขาฟังเสมอ
"ฉันมีเรื่องจะปรึกษา…"
"เรื่องแม็กกี้ใช่มั้ย" จิมดักคอเทพบุตรของเขาอย่างรู้ทัน
"ใช่... "
"ว่ามาซี ปรึกษาเรื่องอะไร"
"ฉัน.. เอ่อ.. ฉันตัดสินใจจะพิสูจน์ความจริงกับแม็กกี้ จะไม่เลี่ยงหรือหลบหลีกด้วยวิธีใดๆ อีกแล้ว ที่ผ่านมาฉันขี้ขลาดและเลวร้ายมากเกินกว่าจะให้อภัยตัวเองได้ ฉันเคยว่านายชั่วร้ายแต่จริงๆ แล้วฉันต่างหากที่ชั่วไม่ใช่นาย "
"เฮ้!.. หยุดนะทอม.. อย่าว่าตัวเองแบบนั้น ฉันต่างหากที่ทำเรื่องชั่วร้ายกับเด็ก ไม่ใช่นาย.."
"แต่นายทำตามคำสั่งของฉัน ถ้าไม่ใช่เพราะฉันสั่งให้นายหาวิธีกำจัดเด็ก นายจะทำเรื่องแบบนั้นได้หรือจิม.."
"จะยังไงก็ช่าง ฉันไม่อยากให้นายโทษตัวเองแบบนี้ นายว่าฉันชั่ว.. ฉันยังไม่รู้สึกแย่เท่ากับได้ยินนายว่าตัวเอง ถ้าเป็นคนอื่นพูดว่านายให้ฉันได้ยินแบบนี้ ป่านนี้ถูกอัดลงไปกองอยู่กับพื้นแล้วรู้มั้ย เพราะฉะนั้นอย่าว่าตัวเองแบบนั้นให้ฉันได้ยินอีก"
ทอมเอ่ยถามเสียงอ่อย
"นายจะอัดฉันลงไปกองด้วยเหรอ.."
"เปล่า.. ฉันจะปิดปากนายไม่ให้มีโอกาสได้พูดอีก ไม่ใช้มือปิดด้วย รู้ใช่มั้ย.. ว่าจะใช้อะไร.." จิมหันมาส่งยิ้มและสายตาเจ้าเล่ห์ให้
ทอมหน้าแดงรีบตัดบทเข้าเรื่องที่คุยค้างไว้
"ตกลงฉันจะพิสูจน์ความจริงกับแม็กกี้ นายเห็นด้วยมั้ย"
"……… " จิมนิ่งคิด
…..จริงๆ แล้วเขาเห็นด้วยถ้าทอมตัดสินใจพิสูจน์ความจริงตั้งแต่ตอนที่เด็กชายมาใหม่ๆ เพราะแม้ความจริงที่ปรากฎเจ้าหนูจะเป็นสายเลือดของทอม แต่ความรู้สึกของทอมที่มีต่อเด็กชายในขณะนั้น นอกจากจะไม่มีความผูกพันใดๆ ต่อกันแล้ว ยังรู้สึกไม่ชอบใจถึงขั้นเกลียดชังเลยด้วยซ้ำ หากเด็กชายทำตามสัญญาที่ให้ไว้ คือยอมจากไปด้วยดีโดยไม่หวนกลับคืนมาอีก ในเวลานั้นย่อมเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับทอม …แต่ ณ วันนี้ ความจริงที่ปรากฎ ไม่ว่าแม็กกี้จะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของทอมหรือไม่ การจากไปของเจ้าหนูต้องไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีสำหรับทอมอย่างแน่นอน….
"ว่าไงจิม เห็นด้วยหรือเปล่า" ทอมถามย้ำเมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปนาน
"ไว้เราค่อยคุยเรื่องนี้หลังเสร็จงานแล้วดีมั้ย"
"ทำไมคุยตอนนี้ไม่ได้ โยกโย้แบบนี้แปลว่านายไม่เห็นด้วยใช่มั้ย" ทอมหน้ามุ่ยเริ่มหงุดหงิดเพราะถูกขัดใจ
"ทำไมล่ะจิม.. ลืมแล้วเหรอว่านายเคยบอกให้ฉันพิสูจน์ความจริงไปซะ ถึงยังไงเด็กนั่นก็ต้อง..ไปจากเรา.. อยู่แล้ว.."
ทอมอึ้งกับคำพูดของตัวเอง ...จริงซิ.. ตัวเขาเองก็ลืมเรื่องนี้ไปด้วย เพิ่งนึกขึ้นได้ตอนพูดนี่เอง…
จิมลอบถอนใจเมื่อเทพบุตรแสนรักหน้าเสียลงกับคำพูดของตัวเอง …บอกแล้วว่าการจากไปของเจ้าหนูแม็กในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีสำหรับ ทอม….
"ฟังนะ ! ทอม.. ไม่ว่านายจะเชื่อใจฉันในฐานะอะไร ขอให้รู้ว่าถ้าเป็นความต้องการจากใจจริงของนายแล้ว ไม่ว่าจะมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรขวางอยู่ ฉันจะจัดการเคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย อะไรที่นายต้องการแม้จะอยู่ไกลสุดขอบฟ้า ฉันจะไขว่คว้าหามาให้จนได้"
ทอมหน้าเหรอ
"ฉันแค่อยากพิสูจน์ความจริงกับแม็กกี้นะ จิม.. ไม่ได้ต้องการอะไรที่อยู่ไกลสุดขอบฟ้าเลย"
จิมหัวเราะ
"ฉันเปรียบให้ฟังน่ะ ทอม.. หากมีปัญหาหรือสถานการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นหลังความจริงปรากฎ ฉันมีหน้าที่แก้ปัญหาให้นายไม่ใช่เหรอ.."
"หมายความว่าไง จะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ.."
จิมชะลอรถและมองหาที่จอดข้างทาง ไหนๆ ทอมก็ดันทุรังจะคุยให้ได้ เขาควรจะหยุดพูดเรื่องสำคัญนี้อย่างเป็นการเป็นงานเสียก่อน
"ปัญหาจะเกิดหรือไม่อยู่ที่ตัวนาย ทอม.. ถ้าความจริงปรากฎออกมาว่าแม็กกี้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของนายจริงๆ จะทำยังไงต่อไปคิดไว้หรือยัง "
"เอ่อ.." ทอมนั่งนิ่ง จริงๆ แล้วปัญหานี้แหล่ะ ที่เขาจะมาขอคำปรึกษาจากจิมว่าควรจะทำยังไง
"แล้วนายคิดว่าฉันควรทำยังไงล่ะ ควรรับเค้าเป็น…เอ่อ… เป็นลูก.. หรือเปล่า"
"ไม่ควร.."
คำตอบชัดถ้อยชัดคำทำเอาทอมหน้าเสีย จิมรีบขยายความต่อทันที
"ไม่ควรให้คนอื่นนอกจากคนในบ้านล่วงรู้ ไม่ควรเปิดเผยกับสังคม"
"หมายความว่ารับได้.. แต่ปิดไม่ให้ใครรู้ใช่มั้ย" สีหน้าทอมดีขึ้น น้ำเสียงส่อแววยินดี
"ใช่.. รับได้.. ถ้าแม็กกี้ยินดีให้นายรับนะ "
"หมายความว่าไง ถ้ายินดี…"
"ก็นายเพิ่งบอกฉันเองว่า ไม่ว่าผลพิสูจน์จะออกมายังไงเด็กก็ต้องไปจากเราอยู่แล้ว"
"ก็.. นายเป็นคนเสนอเงื่อนไขนี้ให้เด็กไม่ใช่เหรอ คิดดูแล้วมันเป็นการเอาเปรียบเกินไป เราขอเปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ได้นี่.."
จิมอมยิ้มอยากจะหัวเราะก๊ากด้วยซ้ำ เทพบุตรของเขาเพิ่งรู้ตัวว่าเอาเปรียบเด็ก วันที่นั่งตกลงกันเห็นยิ้มสะใจกับเงื่อนไขของเขา
"จะบอกอะไรให้นะ ทอม.. จริงๆ แล้วเงื่อนไขนี้เป็นความต้องการของแม็กกี้เอง เขาขอแค่ได้พิสูจน์ความจริงให้รู้ว่านายใช่พ่อหรือไม่ใช่เท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้นายรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น แค่อยากรู้ว่าตัวเองไม่ได้กำพร้าพ่อ ก็พอ.."
"ถ้ายังงั้นจะมาพิสูจน์หาอะไร" ทอมไม่สบอารมณ์ทันทีเมื่อรู้ว่าเงื่อนไขนี้เป็นความต้องการของเด็กชาย
"ทำไมนายไม่บอกฉันล่ะ ถ้ารู้ตั้งแต่แรกฉันจะไม่รอให้ถึงวันนี้เลย ป่านนี้เรื่องวุ่นวายต่างๆ คงจบไปนานแล้ว ทั้งฉันและนายก็ไม่ต้องกลายเป็นผู้ใหญ่ใจยักษ์โหดร้ายใจดำ รังแกเด็กให้เสียความรู้สึกแบบนี้…"
จิมส่ายหน้า เพราะคนที่กำลังเสียความรู้สึกไม่ใช่เขาแต่เป็นทอม และไม่ใช่แค่เสียความรู้สึกธรรมดา สีหน้าของทอมขณะนี้เหมือนคนผิดหวังจากความรัก…
"ฟังนะ ! ทอม.. นี่คือเหตุผลที่ฉันบอกกับนายว่ามีปัญหารออยู่ข้างหน้า แต่ทุกปัญหาฉันแก้ไขให้นายได้ขอแค่นายยอมพูดความจริง ตอบคำถามฉันด้วยความรู้สึกจากใจจริงเหมือนหมอรักษาคนไข้ คนไข้ต้องให้ความร่วมมือบอกอาการที่แท้จริงด้วย"
ทอมพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้
"รู้สึกยังไงกับแม็กกี้ ทอม.. ฉันหมายถึงวันนี้.. เวลานี้..”
"ฉัน.. เอ่อ.."
จิมถอนใจเมื่อเห็นสีหน้าครุ่นคิดของทอม …โธ่เอ๊ย! ทอม.. มันไม่ใช่คำตอบที่ต้องใช้เวลาคิดเลยนี่นา แค่บอกตามที่หัวใจรู้สึกเท่านั้น…
จิมเปลี่ยนคำถามใหม่เมื่อเห็นทอมยังนั่งนิ่งอยู่
"นายยังเกลียดเด็กอยู่หรือเปล่า ทอม.. เกลียดเท่าวันแรกที่เห็นหน้ามั้ย"
"ไม่.. เอ่อ.. จริงๆ แล้วฉันไม่ได้เกลียด.. แค่ไม่ค่อยชอบหน้า.."
"ไม่ได้เกลียด… แปลว่ารักหรือเปล่า.."
"เปล่านะ ฉันไม่ได้รัก.. เอ่อ.." ทอมรีบปฏิเสธแต่กลับชะงักด้วยด้วยความไม่แน่ใจ "ฉัน..แค่ไม่ได้เกลียด แต่ฉันก็.. เอ่อ.. ฉันยังไม่ได้รัก…"
ทอมก้มหน้าลงเอามือกุมศีรษะเหมือนอยู่ในอาการกดดัน จนจิมต้องรีบผ่อนคลายด้วยการพูดปลอบ
"โอเค! ทอม.. ฉันเข้าใจแล้ว นายไม่ได้เกลียดเด็กแต่ก็ยังไม่ได้รัก แปลว่าแค่ชอบเฉยๆ รู้สึกดีกับเจ้าหนูมากกว่าเมื่อก่อนใช่มั้ย ตอบแค่ว่า.. ใช่หรือไม่..ก็พอ"
จิมบีบมือให้กำลังใจเทพบุตรของเขา ที่ทำเหมือนกำลังตกหลุมรักสาวแล้วไม่กล้าพูดหรือยอมรับความจริงว่าตัวเองชอบ..
ทอมไม่พูดแต่พยักหน้าให้ทั้งๆ ที่ยังก้มหน้างุดอยู่ ทำให้จิมอดหัวเราะไม่ได้
"โอเค !.. ถ้างั้นก็เดินหน้าพิสูจน์ความจริงกับแม็กกี้ได้เลย จะเป็นวันนี้หรือพรุ่งนี้หรือรอให้ครบ 2 เดือนก่อนก็ได้ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน แต่ควรบอกให้เด็กรู้ตัวก่อนจะได้มีกำลังใจและหายเร็วๆ ปัญหาอะไรที่จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันจัดการเอง โอเค!.."
ทอมยิ้มออก
"โอเค!.. งั้นไปทำงานกันได้แล้ว เสร็จจากงานเราแวะไปเยี่ยมแม็กกี้ก่อนกลับบ้านนะ อ้อ!.. มีอีกเรื่อง.. ตั้งแต่คืนนี้นายต้องย้ายกลับมานอนที่บ้านนะ จิม.. นี่เป็นคำสั่งไม่ใช่เรื่องปรึกษา.."
จิมอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะรับคำสั่งอย่างแข็งขัน
"รับทราบครับ บ๊อส.. จิม การ์เซีย จะปฏิบัติตามคำสั่งครับผม"
จิมสตาร์ทรถออกเดินทางต่อ เขาลอบยิ้มในใจกับอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของ ทอม
…นี่ไม่ใช่แค่รู้สึกดีธรรมดา ชอบก็ยังน้อยไป นายหลงรักเด็กเข้าแล้ว ทอม.. แต่รักหมดใจหรือยังต้องรอดูกันต่อไป…
…ไม่อยากเชื่อเลยว่าเกมทดสอบครั้งนี้ เจ้าหนูแม็กกี้เป็นฝ่ายชนะขาดลอย ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแม็คกิลล์ได้ไม่ถึง 2 เดือน ก็กุมหัวใจเทพบุตรทอมของเขาไว้ในกำมือแล้ว ดีนะที่เป็นเด็กและอยู่กันคนละฐานะ ไม่ยังงั้น.. นายต้องกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของฉันแน่ แม็กกี้...
หนุ่มน้อยแม็คกิลล์เปิดสมุดบันทึกมองภาพคุณทอมและแม่แอนนาสลับไปมาอย่างมีความสุข ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง…. คุณทอมยินดีพิสูจน์ความจริงแล้ว แต่มีเงื่อนไขว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ และไม่ว่าความจริงจะปรากฏออกมาว่าใช่หรือไม่ก็ตาม คุณทอมจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าจะให้แม็กจากไปหรือไม่ คุณจิมเป็นคนกลางเจรจาตกลงให้เหมือนเดิม ครั้งนี้คุณทอมอารมณ์ดีแถมยังมองหน้าและยิ้มอย่างใจดีให้แม็กด้วย ไม่เหมือนครั้งที่แล้วนอกจากจะหน้าบึ้งไม่สบอารมณ์แล้วยังไม่ยอมชายตามองสักนิดเลย
แม็กกี้ออกจากโรงพยาบาลได้ 3 วันแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะครบกำหนด 2 เดือนที่คุณทอมนัดว่าจะพิสูจน์ความจริงด้วย คุณจิมบอกว่าจะไม่ใช้วิธีเจาะเลือดเพราะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้ แต่จะเป็นวิธีไหนถึงเวลาแล้วจะรู้เอง…
“
ดีใจด้วยนะ แม็กกี้.. ในที่สุดคุณทอมก็ใจอ่อนยอมพิสูจน์ความจริงด้วย ถ้าผลออกมาว่าใช่.. ก็ต้องกลายเป็นคุณหนูแม็กแล้วล่ะซี ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วยนะครับ คุณหนู..""อย่าล้อซีครับ น้าเอ๊ดดี้.. ผมไม่มีโอกาสได้เป็นคุณหนูหรอก"
"อ้าว! ทำไมล่ะ ถ้าใช่ก็ต้องได้เป็นซี.."
"เอ่อ.."
แม็กกี้ก้มหน้านิ่ง พอว่าจะได้พิสูจน์จริงๆ ก็เริ่มกลัว ..กลัวว่าถ้าไม่ใช่ลูกคุณทอมจริงๆ ก็จะต้องกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อ..
"ผมไม่ได้เป็นหรอกครับ น้าเอ๊ดดี้.. รู้ความจริงแล้วผมก็ต้องไปจากที่นี่ตามสัญญา"
"เฮ้!.. เอาจริงเหรอ แม็กกี้.. จะทำตามสัญญาจริงๆ เหรอ บางทีคุณทอมอาจเปลี่ยนใจยอมรับก็ได้นะ.."
"ไม่หรอกครับ คุณทอมรับผมไม่ได้หรอก คุณทอมมีชื่อเสียง อายุก็ยังน้อยเกินกว่าที่จะมีลูกโตๆ อย่างผม ผมจะไม่ทำให้คุณทอมลำบากใจหรอกครับ ผมต้องไป…"
นายเอ๊ดถอนใจเฮือกกับความตั้งใจแน่วแน่ของเจ้าหนูแม็กกี้ ทั้งๆ ที่รักและเทิดทูนคุณทอมมากขนาดนี้ก็ยังพร้อมจะเป็นฝ่ายจากไป แต่จะว่าไป.. เด็กชายก็
เตรียมที่จะมาพบเพื่อจากอยู่แล้ว คนที่น่าเป็นห่วงดูท่าจะเป็นเจ้านายของเขามากกว่า ความรู้สึกของคุณทอมที่มีต่อเจ้าหนูแม็กวันนี้เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ดูรูปการณ์แล้วคงไม่ยอมปล่อยให้เด็กชายจากไปแต่โดยดีแน่…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"แม็กกี้.. บอกแล้วไงว่าอย่าเข้ามายุ่มย่ามในครัว รีบวางมือแล้วไปนอนพักผ่อนซะ ยังไม่หายดีเลย ถ้าคุณทอมมาเห็นเข้าป้าจะถูกดุ"
"แต่ผมนอนทั้งวันจนเบื่อแล้วนี่ครับ ผมอยากออกมาช่วยทำอะไรบ้าง"
แม่บ้านส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูกึ่งระอาใจ เด็กชายยังล้างผักต่อไปเรื่อยๆ ไม่ยอมวางมือ
"แม็กกี้ ๆ… อยู่ในครัวหรือเปล่า.." เสียงสาวใช้แววเรียกหาเด็กชายอยู่ด้านนอกก่อนจะเดินเข้ามาในครัว
"เสียงมาก่อนตัวเลยนะ นังแวว.. ตามหาแม็กกี้ทำไม ถ้าจะให้ไปช่วยเอ็งถูบ้านล่ะก็ หยุดเลยนะ.."
"อะไรกันป้า อยู่ๆ ก็มาหาเรื่อง อ๊ะ! ..ทีป้าล่ะ ใช้ไอ้หนูล้างผักทำไม เดี๋ยวจะฟ้องคุณทอม"
"เอ่อ.. อย่าเถียงกันครับ ผมเป็นคนเข้ามาช่วยป้าเอง"
แม็กกี้รีบขัดจังหวะ ไม่อยากให้ป้าทิพย์และน้าแววมีปากเสียงกันเพราะตัวเอง รีบวางมือจากงานล้างผักและเดินเข้าไปหาสาวใช้แวว
"น้าแววมีอะไรให้ผมช่วยหรือครับ"
"อุ๊ย! น้าไม่กล้าหรอกจ๊ะ คุณจิมโทรมาสั่งว่าอาหารเย็นมื้อนี้คุณทอมจะให้แม็กกี้ทานร่วมโต๊ะด้วย อีกประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะกลับถึงบ้านแล้ว"
แววเมียงมองเด็กชาย เธอได้รับคำสั่งให้มีหน้าที่เป็นพยาบาลพิเศษ คอยดูแลเด็กชายในระหว่างที่แผลผ่าตัดยังไม่หายดี
"ก็ไม่มอมแมมเท่าไร แต่น้าว่าไปอาบน้ำปะแป้งให้หอมๆ สักหน่อยดีกว่า เออ!.. จริงซี.. แผลยังไม่หายดีคงต้องเช็ดตัวไปก่อน มาเถอะ.. น้าจะช่วยจัดการให้"
"อะไรนะครับ ให้ผมทานร่วมโต๊ะด้วยจริงเหรอ"
"นั่นน่ะซี แวว.. เอ็งหูฝาดหรือเปล่า"
"ตอนแรกฉันก็นึกว่าตัวเองหูฝาด ย้ำถามคุณจิมไปตั้ง 3 รอบกว่าจะรู้เรื่อง"
"รู้เรื่องว่าไง.."
"รู้ว่า.. คุณจิมปากจัดน่ะซี เธอว่าฉันหัดแคะหูซะบ้าง ถ้าแคะเองไม่ได้ก็ให้พี่เอ๊ดดี้แคะให้ อย่ามัวแต่เอาเวลาไปแคะอย่างอื่น ดู๊.. ดู.. ป้า.. ปากคุณจิม มิน่าล่ะ!. ถึงยังไม่มีเมีย.."
"นี่..พอแล้วนังแวว.. เจ้านายว่าขี้ข้าเป็นเรื่องปกติ แต่ขี้ข้าแอบนินทาเจ้านาย ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ" แม่บ้านเอ็ดสาวใช้จบก็หันมากล่าวกับเด็กชายเสียงอ่อนลง
"ไปเช็ดตัวเปลี่ยนชุดใหม่ซะ แม็กกี้.. เดี๋ยวรอทานอาหารพร้อมคุณๆ"
"ผมต้องทานร่วมโต๊ะด้วยจริงเหรอ ไม่ทานได้มั้ยครับ"
แม็กกี้รำพึงเสียงอ่อย ก็เจอสาวใช้แววเสียงแข็งใส่ทันที
"ไม่ได้นะ แม็กกี้.. นี่เป็นคำสั่งคุณทอม"
"ก็ได้ครับ งั้นผมไปเช็ดตัวก่อน ผมจัดการเองได้ครับ น้าแววอยู่ช่วยป้าทำอาหารเถอะครับ " เด็กชายหมดทางโยกโย้เมื่อได้ยินว่าเป็นคำสั่งของคุณทอม
"แปลกจังนะป้า จู่ๆ คุณทอมก็เกิดเอ็นดูแม็กกี้ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ตอนมาใหม่ๆ หน้าก็ยังไม่อยากจะมอง "
"เรื่องของเจ้านายอย่าอยากรู้ให้มากนักเลย มาช่วยกันทำอาหารเร็วเข้า"
แม่บ้านทิพย์กล่าวอย่างไม่สนใจ ทั้งๆ ที่ในใจเองก็นึกสงสัยแต่เธอก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากไปกว่าสาวใช้แวว รู้แต่เพียงว่าเด็กชายวัย 12 ปีคนนี้ต้องเข้ามาในบ้านแม็คกิลล์ด้วยจุดประสงค์บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเจ้านายหนุ่มของเธออย่างแน่นอน และคนรับใช้เพียงคนเดียวที่รู้เรื่องทั้งหมดดีก็คือนายเอ๊ด แต่คงเป็นเรื่องลับเฉพาะที่เจ้านายไม่ต้องการให้ใครรู้ นายเอ๊ดจึงปิดปากเงียบ ขนาดเมียรักเซ้าซี้ถามอยู่ทุกคืนยังไม่ยอมบอก บอกแต่เพียงว่าถึงเวลาก็จะรู้เอง…
+ + + ส า ย ใย รั ก + + +
"กับข้าวไม่ถูกปากหรือ แม็กกี้.."
ทอมตั้งคำถามหวังให้เด็กชายเงยหน้าขึ้นตอบ เพราะเจ้าหนูเล่นก้มหน้าก้มตาตักข้าวในจานเข้าปากโดยไม่สนใจกับข้าวตรงหน้า
เด็กชายเงยหน้าขึ้นก็เจอะสายตาสองคู่กำลังจ้องมองมาที่ตัวเอง คุณจิมอมยิ้ม.. แต่คุณทอมซิ… คิ้วขมวดเหมือนไม่พอใจ
"เอ่อ.. ถูกครับ"
"ถูกแล้วทำไมไม่ตักกับข้าวทานล่ะ ฉันไม่ได้ให้เธอมานั่งทานข้าวเปล่านะ"
"ครับ"
เด็กชายรีบตักกับข้าวใส่จานมือไม้สั่นจนทอมสงสาร เขาไม่ได้ดุสักหน่อยแค่เสียงดังนิดเดียวเท่านั้น ทำไมต้องกลัวด้วยนะ…
ทอมตักปลาทอดใส่จานให้เจ้าหนูและกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
"ทานเยอะๆ จะได้หายเร็วๆ จริงซิ.. ยังเจ็บแผลอยู่หรือเปล่า"
"ถ้าไม่แตะถูกก็ไม่เจ็บครับ"
"หมอนัดตัดไหมพรุ่งนี้ใช่มั้ย แม็กกี้.." จิมกลัวน้อยหน้าจึงชวนเด็กชายคุยบ้าง แต่แทนที่จะได้รับคำตอบจากเจ้าหนูกลับได้รับคำถามจากทอมแทน
"ตัดไหม?.. ต้องตัดด้วยเหรอ.."
"อ้าว! ตัดซีครับ บ๊อส.. จะรอให้มันเปื่อยเองเหรอ"
"แย่จัง ทำไมหมอไม่ใช้ไหมที่เย็บแล้วไม่ต้องตัดล่ะ ตัดยังไง เจ็บมั้ยจิม.."
จิมหัวเราะ ทอมบ่นอุบเหมือนถูกเย็บแผลเองยังงั้นล่ะ ในขณะที่เจ้าตัวทำท่าจะตอบคำถาม แต่ไม่มีโอกาสได้ตอบเพราะโดนทอมแทรกคำถามขึ้นอีก
"ก็คงเจ็บๆ คันๆ นิดหน่อย เหมือนดึงด้ายออกจากผ้ามั้ง"
ทอมนิ่วหน้าในขณะที่แม็กกี้นั่งตาปริบๆ ฟังด้วยความสนใจเช่นกัน
"แค่เจ็บๆ คันๆ นิดหน่อย ทนได้ใช่มั้ยแม็กกี้.. ปวดมากกว่านี้ยังทนไหวเลยนี่นา..." ทอมหันมาพูดให้กำลังใจเด็กชาย
"พรุ่งนี้จะให้เอ๊ดดี้พาไปโรงพยาบาลนะ ฉันกับคุณจิมไม่ว่าง…"
"ไม่เป็นไรครับ ผมไปเองได้ครับ.."
ทอมสั่งเด็กชายหลังเรียบร้อยจากอาหารมื้อเย็นวันนี้
"ต่อไปวันไหนที่ฉันและคุณจิมอยู่ทานข้าวที่บ้าน ให้มานั่งร่วมโต๊ะทุกครั้งนะ แม็กกี้.. แต่ถ้าไม่อยู่ก็ให้ทานในครัวเหมือนเดิม เข้าใจมั้ย.."
"เอ่อ.. จะดีเหรอครับ"
"ต้องตอบว่าเข้าใจครับ ไม่ใช่ถามว่าจะดีหรือครับ "
"เข้าใจครับ คุณทอม.."
จิมอมยิ้มเมื่อแม็กกี้ตกที่นั่งเดียวกับเขา คำสั่งของคุณทอมไม่มีใครกล้าขัดหรือไม่เข้าใจหรอก…
ทอมห่วงใยเจ้าหนูแม็กมากขึ้นทุกวัน ถึงขนาดชวนให้มานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยก็ไม่ใช่แค่ความรู้สึกชอบแล้ว…