Free Web Hosting Provider - Web Hosting - E-commerce - High Speed Internet - Free Web Page
Search the Web

..8..

สัตว์ 2 เท้า ลาภหรือเคราะห์ ?

 

"ถึงบ้านแล้วครับคุณจิม.. ตื่นเถอะครับ"

จิมลืมตาขึ้น เขาไม่ได้หลับแค่พักสายตาเท่านั้น ใครจะหลับเข้าไปลงในภาวะอารมณ์และสถานการณ์แย่ๆ แบบนี้

"กลับไปคอยคุณทอมที่โรงแรมนะเอ๊ดดี้.. เปิดโทรศัพท์ไว้ด้วย เผื่อฉันหรือคุณทอมโทรหา" จิมสั่งนายเอ๊ดก่อนก้าวลงจากรถ

"ครับผม"

เขาเดินขึ้นตึกด้วยอารมณ์และความรู้สึกร่อนรุ่มใจไม่เป็นสุข โกรธตัวเองที่ทำใจไม่ได้ซะทีกับเรื่องของทอม ทั้งๆ ที่รู้ว่าทอมไม่ได้มีใจให้เขานอกเหนือไปจากความเป็นเพื่อนและพี่ชายแล้ว ทำไมเขาถึงไม่สามารถหยุดความรู้สึกที่มีต่อทอมไว้เพียงแค่นี้ เขาไม่เคยคิดตัดใจจากทอม แค่คิดว่าจะคงความรู้สึกของตัวเองไม่ให้มากขึ้นและเกินเลยไปกว่านี้ แต่เขาก็ทำไม่ได้.. เหตุการณ์เมื่อตอนหัวค่ำยืนยันความรู้สึกที่เขามีต่อทอมในวันนี้ว่ามันมากขึ้นกว่าเมื่อวานและวันก่อนๆ ที่ผ่านมาจริงๆ เพราะมันทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลกๆ และร้อนรุ่มในอกจนถึงนาทีนี้

 

…เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน เวลาที่มีหญิงสาวล้อมรอบทอมหรือแม้แต่เวลาที่เขานัดสาวที่ทอมถูกใจให้ เขาจะส่งเธอขึ้นรถให้ทอมควงไปเดทต่อหน้าต่อตาด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง เสมือนเป็นภาระหน้าที่หนึ่งที่ได้กระทำลุล่วง..

…การนัดเดทสาวของทอมน้อยครั้งที่ทอมจะนัดด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่จะให้เขานัดให้ ยกเว้นเป็นสาวที่เดินแบบด้วยกันและเกิดต้องชะตากันขึ้น ซึ่งมีไม่บ่อยนัก แต่เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมานี้ทอมไม่ได้สั่งให้เขานัดเดทสาวให้เลย อาจเพราะเป็นช่วงที่ทอมมีงานมากและเหนื่อยเกือบทุกวัน หัวถึงหมอนก็หลับแล้ว แถมยังมีปัญหาของแม็กกี้เข้ามาสร้างความปั่นป่วนและกังวลใจให้ด้วย

…เขาแน่ใจว่าทอมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับหญิงสาวเลยในช่วง 2 เดือนนี้ เพราะถึงทอมนัดเองเขาก็ต้องรู้ ทอมจะบอกเขาก่อนทุกครั้งว่าจะไปไหนกับใครและกลับเมื่อไร

…หากแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนหัวค่ำและคำพูดของทอมก่อนจากกันเมื่อสักครู่ ทำให้เขาตะลึงและอึ้งไปเพราะคาดไม่ถึง…

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

"แคธรีน" นางแบบสาวลูกครึ่งออสซี่ นั่งคลอเคลียทอมไม่ห่างในงานแฟชั่นโชว์แสดงแบบเสื้อของเหล่าดีไซเนอร์ชั้นนำ ทุกการเคลื่อนไหวของทอมอยู่ในสายตาจิมตลอด เขาจะไม่รู้สึกแปลกใจเลยถ้าทอมเอาแต่ยิ้มและหัวเราะเหมือนทุกครั้ง แต่ที่เห็นในคืนนี้ไม่ใช่แคธรีนคลอเคลียทอมแต่เพียงฝ่ายเดียว มือไม้ของทอมก็อยู่ไม่สุขเช่นกัน ไม่โอบไหล่ก็จับมือถือแขนหญิงสาวไว้จนนางแบบคนอื่นๆ ยอมล่าถอยกันไปทีละคนสองคน

จิมรู้สึกแปลกใจเพราะจำได้ว่าไม่เคยนัดแคธรีนให้มาจับคู่เดทกับทอมเลย นางแบบสาวผู้นี้มีประวัติฉาวพอควร อยู่ในวงการได้เพราะมี Back ดี ทอม แม็คกิลล์เป็นนายแบบสุดฮอท เป็นเทพบุตรรูปงามที่สาวๆ หมายปอง เวทีไหนมีทอมเดินด้วยนายแบบคนอื่นๆ จะตกเป็นรองทั้งบนแคทวอล์คและหลังเวที แต่เพราะทอมวางตัวดี ต่อหน้าทีมงานและนายแบบคนอื่นๆ เขาไม่เคยตอบสนองนางแบบสาวที่มาคลอเคลียอยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำ ทอมวางเฉยกับหญิงสาวต่อหน้ากลุ่มคน

จนนายแบบหนุ่มผลัดกันเดินตบเท้าเข้ามาขอคบด้วย เพราะเข้าใจผิดคิดว่าทอมเป็นเกย์

…การกระทำของทอมในคืนนี้ผิดจากทุกครั้ง นอกจากจะไม่วางเฉยแล้วยังสนองกลับด้วยกิริยาและท่าทีที่ดูเหมือนสนิทสนมกันมาก ทั้งๆ ที่เวทีนี้เป็นเวทีแรกที่ทอมได้ร่วมงานกับเธอ หากเป็นการพบกันครั้งแรกทั้งคู่ไม่น่าจะแสดงความสนิทสนมกันขนาดนี้ หรือเป็นเพราะว่า..ทอมเก็บอารมณ์ตัวเองไว้ไม่อยู่ เพราะไม่ได้ผ่อนคลายความต้องการของตัวเองกับหญิงสาวเลยเป็นเวลานานมากแล้ว…

…ให้ตายเถอะ ! ... ถึงทอมไม่ได้สั่งเขาก็น่าจะเอ่ยถามสักคำ เป็นเพราะมัวแต่ยุ่งกับปัญหาของเจ้าหนูแม็ก และวุ่นวายใจกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อทอมจนลืมเรื่องสำคัญสำหรับชายหนุ่มไป…

…แต่แล้ว.. ความสนิทสนมที่แสดงให้เห็นอย่างออกนอกหน้าของทอมและแคธรีนในคืนนี้กลับไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้เพียงอย่างเดียว เหตุผลที่ทอมให้เขาก่อนแยกจากกันทำให้เขาเกือบช็อค พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ยืนอึ้งมองทอมควงเธอเดินหัวร่อต่อกระซิกเข้าลิฟต์ไป..

"จิม.. นายกลับก่อนนะ ฉันจะเข้าไปดื่มต่อ …คืนนี้ฉันมีเดทน่ะ.."

จิมใจหายวาบกับประโยคสุดท้ายที่ทอมขยับเข้ามากระซิบข้างหู ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมต้องใจหายด้วย ขนาดทำใจไว้แล้วว่ายังไงซะคืนนี้ทอมต้องมีนัด

"อืมม์.. กับเธอเหรอ" จิมชายตามองไปที่กลุ่มนางแบบซึ่งมีแคธรีนยืนรวมกลุ่มอยู่ด้วย เขาไม่ได้เอ่ยชื่อว่าใคร อยากให้ทอมเป็นคนบอกเอง

"ใช่.. แคธรีน.. เธอน่าหม่ำใช่มั้ย จิม.."

ทอมพูดกับจิมขณะสายตาจ้องมองไปที่เธอด้วยความรู้สึกเดียวกับที่พูด ทำให้จิมรู้สึกผิดมากขึ้นที่ละเลยความต้องการของเทพบุตรสุดรักของเขา

"ใช่.. น่าหม่ำมากโดยเฉพาะเวลาที่กำลังหิวโซ.. ถึงรสชาดจะแย่แค่ไหนก็ให้ความรู้สึกว่ามันอร่อยที่สุด เพราะนายกำลังหิว"

ทอมขมวดคิ้วหันมามองหน้าจิมเพราะคำพูดแปลกๆ จิมกล่าวต่อด้วยสีหน้าสำนึกผิด

"ขอโทษนะทอม.. ขอโทษที่ละเลยความต้องการในเรื่องเซ็กซ์ของนาย เกือบ 2

เดือนแล้วที่นายไม่ได้นัดเดทกับสาวเลย ฉันน่าจะถามนายสักคำว่าต้องการหรือเปล่า"

"บ้าน่าจิม.. ไม่ใช่หน้าที่และเรื่องที่นายต้องรับผิดชอบซะหน่อย คืนนี้นายกลับก่อนนะ ไม่ต้องคอยด้วย ฉันคงกลับดึกมากหรือไม่ก็เช้าเลย"

"เดี๋ยวก่อนทอม.." จิมดึงแขนทอมไว้

"ต้องเป็นแคธรีนด้วยเหรอ คนอื่นได้มั้ย ฉันนัดให้นายคืนนี้เลยก็ได้"

ทอมเข้าใจว่าจิมโยกโย้เพราะหวงเขา กัดฟันกระซิบด้วยสีหน้าไม่พอใจ

"จะบ้าหรือจิมมี่.. ฉันไม่ได้ต้องการมีเซ็กซ์แค่เพื่อระบายอารมณ์ใคร่นะ สำหรับคืนนี้และตอนนี้ฉันต้องการแคธรีน เข้าใจมั้ย.. สาวอื่นที่ว่า..นายนัดให้ตัวเองเถอะ นายเองก็ควรจะระบายออกบ้าง ถ้าจะอดกลั้นไว้เพื่อคอยฉันเปลี่ยนใจ นายอาจจะลงแดงก่อนก็ได้นะ จิม.."

จิมหน้าชาไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแรงๆ เช่นนี้จากปากทอม

"ฉันขอโทษ .. กู๊ดไนท์ทอม.. เจอกันพรุ่งนี้เช้า"

จิมรีบเอ่ยขอโทษและเดินผละจากมาอย่างรวดเร็ว ไม่อยากสร้างความไม่พอใจให้เทพบุตรของเขามากไปกว่านี้

ทอมหน้าเสียรีบวิ่งตามไปโอบไหล่จิมและกล่าวขอโทษ

"ขอโทษ จิม.. ฉันปากไม่ดี อย่าโกรธนะ เฮ้!.. หยุดก่อนซิ.. จะรีบไปไหน"

ทอมรั้งจิมไว้ไม่ให้เดินต่อ

"บอกซีว่านายไม่โกรธ ถ้าไม่พูดฉันจะกลับบ้านพร้อมนายเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ ไม่ปงไม่ไปมันแล้ว"

จิมส่ายหน้าหันมายิ้มหวานให้เทพบุตรสุดรัก

"โกรธเรื่องอะไร ที่ฉันรีบก็เพราะเห็นจริงตามที่นายพูด ฉันจะไปหาที่ระบายของฉันบ้าง"

"จริงเหรอ"

"จริงซี.. รีบไปทอม.. เธอเรียกนายแล้ว ขอให้แฮปปี้นะ อ้อ! อย่าลืมใส่เกราะล่ะ มีติดตัวหรือเปล่า.."

" NO " ทอมสั่นศีรษะ ระบายยิ้ม

"เดี๋ยวค่อยไปหาซื้อ ไม่ต้องห่วงหรอกจิม..ฉันจะไม่ยอมเสี่ยงแบบครั้งที่แล้วแน่"

จิมใจหายวาบ รีบถามกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มทั้งที่ในใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

"ครั้งที่แล้ว… กับใคร?…"

"ก็กับเธอไง อ้อ!..จริงซี.. ฉันไม่เคยบอกเรื่องแคธี่กับนาย ฉันเคยมีเดทกับเธอมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ตอนนั้นนายไม่อยู่ไปติดต่องานที่สิงคโปรค์ คืนนี้ฉันก็เลยอยากสานสัมพันธ์กับเธอต่อ นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นเธอไงล่ะจิม"

เสียงแคธรีนตะโกนเรียกทอมอยู่ด้านหลัง

"ฉันไปล่ะนะ กู๊ดไนท์จิมมี่.. เจอกันพรุ่งนี้เช้า"

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

เกือบตีหนึ่งแล้ว.. จิมยังข่มตานอนไม่หลับ เขายอมรับว่าทั้งตกใจและเสียใจกับเรื่องที่ได้ยิน ไม่อยากเชื่อเลยว่าทอมเคยมีอะไรกับนางแบบสาวผู้นี้มาแล้วโดยที่เขาไม่รู้

…ความจริงการที่ทอมจะนัดเดทหรือมีเซ็กซ์กับใครไม่ใช่เรื่องที่จะต้องบอกให้เขารับรู้ ไม่ใช่สัญญาหรือข้อตกลงในการทำงานร่วมกัน แต่ที่ผ่านมาทอมจะบอกเขาทุกครั้งโดยให้เหตุผลว่าเขาต้องรู้ว่าทอมอยู่ที่ไหนกับใคร เผื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นจะได้ตามไปปกป้องและช่วยเหลือได้ นับเป็นเหตุผลที่เข้าท่า และอาจเป็นเพราะเขามั่นใจมาตลอดว่าทอมไม่เคยปิดบังเรื่องนี้กับเขาเลยสักครั้ง การรับรู้เรื่องแคธรีน อย่างไม่คาดฝันในวันนี้จึงทำให้เขาตกใจมาก และไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่ตามมาเป็นความห่วงใยหรือห่วงหวงกันแน่…

จิมพยายามทบทวนความรู้สึกของตัวเองในขณะที่ทอมเดินควงแคธรีนหายเข้าลิฟต์ไป แล้วเขาก็พบว่าความหวงและห่วงเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน

…ใช่.. เขาหวงทอม.. ก่อนหน้านั้นทุกครั้งที่ทอมควงสาวขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกของเขาคือยินดีและดีใจเหมือนได้ส่งทอมไปพักผ่อนหาความสุขหลังจากเครียดและเหนื่อยจากงานมาทั้งวัน แต่ความรู้สึกในคืนนี้ไม่ใช่… เป็นเพราะความรักที่เขามีต่อทอมในวันนี้ ลึกซึ้งและพิเศษมากขึ้นกว่าเมื่อ 3 - 4 เดือนก่อน …

…ใช่.. เขารักทอมมากขึ้นทุกๆ วัน จนไม่สามารถยืนนิ่งเฉยมองดูทอมควงสาวออกเดทด้วยความรู้สึกยินดีได้อีกแล้ว…

ทว่า…ในความหวงของเขามีความห่วงใยแฝงอยู่ เขาห่วงเพราะผู้หญิงที่ทอมควงไปเป็นแคธรีน เธอไม่คู่ควรกับทอมเลยสักนิดแม้จะแค่ชั่วครั้งชั่วคราวก็ตาม ไม่ใช่เพราะเธอมีประวัติฉาวนอนกับใครมามากต่อมาก หญิงสาวที่ทอมออกเดทและคบหาส่วนใหญ่ก็เป็นสาวสมัยใหม่ที่เปลี่ยนคู่ควงไม่ซ้ำหน้าเหมือนกัน

จิมบอกไม่ถูกว่าทำไมเขารู้สึกกังวลอย่างมากเมื่อเป็นแคธรีน สายตาที่เธอแว่บมองและยิ้มทักทายเขาก่อนจะควงทอมเดินจากไป เหมือนกับจะบอกว่า…

…เทพบุตรรูปงามผู้นี้จะต้องเป็นของเธอคนเดียว และเธอจะไม่ยอมปล่อยมือจากเขาเป็นอันขาด..

… โอ!.. ไม่นะ ทอม.. ได้โปรดอย่าไปกับเธอ อย่า…

… จิมลุกพรวดขึ้นนั่ง เมื่อรู้สึกว่าสมองฟุ้งซ่านเกินไปแล้ว….

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

จิมรู้สึกตัวอีกครั้งบรรยากาศรอบตัวยังมืดสลัว ยังไม่สว่างอีกหรือนี่.. เขาเคลิ้มหลับไปก็เกือบจะตี 3 อยู่แล้ว ทำไมช่วงเวลาแค่ 2 - 3 ชั่วโมง มันยาวนานขนาดนี้ เขาหลับๆ ตื่นๆ ตั้งหลายครั้งแล้วก็ยังไม่สว่างซะที อยากให้เช้าเร็วๆ จะได้โทรตามทอมกลับบ้าน เขาจะอ้างว่ามีงานด่วนเข้ามาตอนสาย ช่วยไม่ได้… เขาเชื่อลางสังหรณ์ของตัวเอง… ต้องหาทางแยกทอมจากนางแบบสาวคนนั้นให้ได้

จิมพลิกตัวขยับแขนไปชนถูกร่างๆ หนึ่ง เขาสะดุ้งหดแขนกลับนอนนิ่งอยู่อึดใจก่อนจะลุกพรวดขึ้น

…ใครมานอนอยู่ข้างๆ เขา เขานอนอยู่กับใคร ตั้งแต่เมื่อไรกัน…

แสงสลัวภายในห้องสว่างพอที่จิมจะมองเห็นว่ามีร่างของชายหนุ่มนอนตะแคงหันหลังให้ แถมยังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มของเขาอีกต่างหาก

…ใครวะ !.. มานอนข้างเขาตั้งแต่เมื่อไร หลับๆ ตื่นๆ เกือบทั้งคืนทำไมเขาไม่รู้สึกตัวเลย…

จิมเอี้ยวตัวเปิดลิ้นชักข้างเตียงหยิบปืนก่อนจะขยับผ้าห่มออกช้าๆ ไม่แน่ว่าชายผู้นี้อาจเป็นคนร้ายแอบย่องเบาเข้ามาในบ้านแล้วเกิดง่วงนอนหรือเปล่า

"อ๊ะ !.. เฮ้ย !.."

จิมอุทานด้วยความตกใจ ตั้งใจจะดึงผ้าห่มออกเพื่อดูว่าเป็นใคร แต่ร่างนั้นกลับลุกพรวดขึ้นมาสวมกอดและซบลงกับไหล่เขา

…สัมผัสที่ได้รับและกลิ่นกรุ่นจากร่ายกายและเรือนผม ทำเอาจิมนั่งอึ้งด้วยความคาดไม่ถึง รู้สึกตัวก็รีบโยนปืนทิ้งและสวมกอดร่างนั้นกลับด้วยความตกใจ..

"เป็นอะไรทอม.. กลับมาตั้งแต่เมื่อไร.. ทำไม.. เกิดอะไรขึ้น.. บอกฉันซิ.. มีเรื่องอะไร นายบาดเจ็บหรือเปล่า หือ.."

จิมรัวคำถามเป็นชุดด้วยความตื่นตกใจ จะไม่ให้ตกใจได้ยังไง สัมผัสที่ได้รับจากการสวมกอดจากเทพบุตรสุดรักของเขา คืออาการสะอื้น..

"ช่วยด้วยจิมมี่.. ช่วยฉันด้วย.."

…โอ! พระเจ้า.. จิมใจหายอย่างแรงเมื่อสัมผัสถึงความทุกข์ใจอย่างแสนสาหัสของคนที่เขารัก เกิดอะไรขึ้นกับทอม ทำไมจึงกลับมานอนอยู่ข้างเขาในสภาพเหมือนนกปีกหักเช่นนี้ นี่เขาฝันไปหรือเปล่า…

"ช่วยด้วยจิม.. ฮึก…"

ทอมสะอื้นและปล่อยโฮเหมือนเด็กทำให้จิมไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้ เขาคลายอ้อมกอดและรั้งทอมออกห่างก่อนจะขยับไปเปิดไฟที่หัวเตียง ใจหายวาบกับสภาพของเทพบุตรแสนรัก แม้จะยังอยู่ในชุดหล่อเนี้ยบแต่ผมเผ้ายุ่งเหยิง สีหน้าหม่นหมอง น้ำตาไหลเป็นทาง

"โอ! พระเจ้า.. เกิดอะไรขึ้น ทอม.. นายบาดเจ็บหรือเปล่า"

จิมจับต้องและสำรวจร่างกายของทอม สิ่งแรกที่เขากังวลก่อนเรื่องอื่นๆ คืออาการบาดเจ็บทางกาย

"ฉันเปล่าบาดเจ็บ" ทอมสั่นศีรษะน้ำเสียงยังสะอื้น

จิมใช้สองมือซุกเรือนผมของทอมและเสยไปมาช้าๆ

"ไม่ต้องกลัวทอม.. ค่อยๆ เล่าให้ฉันฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เอนลงนอนซะ จะได้สบายขึ้น"

จิมผลักทอมนอนลงช้าๆ มือหนึ่งเสยผมและนวดศีรษะให้ ในขณะที่อีกมือแก้เข็มขัดและดึงเสื้อออกจากกางเกงให้คลายความอึดอัดลง ปากก็พร่ำปลอบโยน

"ไม่ต้องกลัว..ฉันอยู่นี่ ตราบใดที่มีฉันอยู่เคียงข้าง ฉันไม่มีวันปล่อยให้นายทุกข์ ปัญหาของนายคือปัญหาของฉัน ฉันจะแก้ปัญหาทั้งหมดให้นายเอง"

"ฉันรักนาย จิมมี่.. รักมากกว่าใคร รักที่สุด"

จิมจับมือเทพบุตรแสนรักของเขาขึ้นจูบและยิ้มให้ ไม่อยากเชื่อว่าในภาวะอารมณ์เช่นนี้ ทอมบอกรักเขาหน้าตาเฉย

"ฉันเป็นพี่ชายที่แสนดีของนายไม่ใช่หรือทอม.. ทุกข์ของน้องคือทุกข์ของพี่ด้วย ถ้าฉันรับทุกข์แทนนายได้ทั้งหมด ฉันจะขอรับไว้คนเดียว"

ทอมผวาขึ้นกอดร่างสูงสะอื้นไห้ จิมใจหายวาบอีกครั้ง ตระหนักแล้วว่าความทุกข์ของเทพบุตรแสนรักครั้งนี้คงสาหัสแน่ๆ …

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

ทอมกลับถึงบ้านประมาณตี 4 และตรงมาหาจิมที่ห้องในสภาพที่ถ้าจิมได้เห็นต้องตกใจมากกว่าตอนนี้หลายเท่า ทอมเห็นจิมหลับอยู่อยากจะโผเข้าไปกอดในทันทีแต่กลัวจิมตกใจตื่น จึงซุกตัวลงนอนข้างๆ

ทอมรับถ้วยกาแฟจากจิมดื่มได้ 2 คำก็วางลง เพราะไม่ได้ทำให้ความทุกข์ที่อัดแน่นอยู่ในอกคลายลง

"ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไง.. " ทอมกล่าวเสียงอ่อยสีหน้าหม่นหมองลงอีกจนจิมต้องกล่าวปลอบอีกครั้ง

"บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกลัว… เริ่มจากจุดไหนก็ได้ที่จะทำให้ฉันรู้ความทุกข์ของนาย ถ้าเริ่มไม่ถูกจริงๆ ฉันถามแล้วนายตอบเอามั้ย หือ.."

"นายรู้เหรอ..ว่าเรื่องอะไร"

"ไม่รู้.. แต่ฉันถามให้นายตอบได้"

"งั้นถามซี.."

"ทุกเรื่องที่ฉันถาม นายต้องไม่ปิดบังคำตอบเพราะเขินหรืออาย โอเค.."

"โอเค"

จิมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ เขาไม่รู้หรอกว่าทอมทุกข์ใจเรื่องอะไร รู้แต่ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับแคธรีน..นางแบบสาวที่เขาไม่ต้องชะตาด้วยแน่นอน

"เรื่องที่ทำให้นายทุกข์ใจ มาจากแคธรีนใช่มั้ย"

ทอมพยักหน้า สีหน้าสลดลงอีก

"มีคนอื่นเกี่ยวข้องหรือเปล่านอกจากเธอ"

"ไม่"

"แสดงว่าเป็นเรื่องระหว่างนายกับเธอใช่มั้ย"

ทอมพยักหน้าอีก จิมนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะตรงเข้าประเด็นที่เขาจำเป็นต้องรู้แม้จะรู้สึกแสลงใจกับคำตอบที่จะได้รับ

"นายอยู่กับเธอหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ได้นอนกับเธอหรือเปล่า"

ทอมเอาแต่พยักหน้ารับ ไม่ยอมตอบด้วยคำพูด

"นายไม่ลืมที่ฉันเตือนใช่มั้ย ได้แวะซื้อหรือเปล่า"

"ฉันไม่ลืม แต่ไม่ได้แวะซื้อ"

จิมใจหายเล็กน้อย หากแต่คำตอบถัดมาของทอมก็ทำให้เขารู้สึกโล่งอก

"เธอมีติดตัวอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้ซื้อ"

"นายแฮปปี้มั้ย หือ.. เธอทำให้นายมีความสุขหรือเปล่า.."

ทอมเบือนหน้าหนีเหมือนไม่ชอบใจคำถาม

"ฉันไม่อยากเรียกการมีเซ็กซ์กับเธอว่าคือ ความสุข ความสุขที่ตามมาด้วยความทุกข์ นายว่ามันแฮปปี้มั้ย" ทอมย้อนคำถามกลับมาที่จิมและเริ่มบอกเล่าเรื่องราวด้วยตัวเอง

"จำได้มั้ย จิม.. ฉันบอกนายว่าฉันเคยมีอะไรกับเธอเมื่อ 3 เดือนที่แล้วตอนที่นายไม่อยู่"

จิมพยักหน้า เขาปลอบทอมว่าอย่ากลัว แต่ตัวเองกลับตื่นเต้นและกังวลกับเรื่องที่ทอมกำลังจะบอกจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

"ฉันบอกนายด้วยหรือเปล่า.. ว่า..ฉันไม่ได้ใส่.. ไม่ได้ป้องกัน..."

ทอมกล่าวด้วยน้ำเสียงปนสะอื้นเล่นเอาจิมใจหายวาบ สมองนึกไปถึงผลร้ายที่จะเกิดขึ้นตามมาทันที

"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไม่ใส่ คืนนั้นฉันเมาอ่ะ จิม.. แล้วเธอก็ทำท่าโกรธหาว่าเธอยังไว้ใจฉัน ฉันก็ต้องไว้ใจเธอด้วย เธอว่าเธอไม่ใช่โสเภณี เธอใส่ฉันเป็นชุด ฉันจะอธิบายเธอก็ไม่ยอมฟัง เธอขึ้นคร่อมฉันตอนไหนไม่รู้ ฉันมึนมากตั้งตัวไม่ทัน ต้องปล่อยเลยตามเลย.."

…โอ! พระเจ้า.. จิมเดาเรื่องที่ทอมกำลังจะบอกได้แล้ว.. หัวใจเขาแทบหยุดเต้น เขาต้องไม่ให้ทอมรู้ว่าเขาตื่นกลัวแค่ไหน แข็งใจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ

"เธอบอกอะไรหรือ ทอม.. บอกหลังจากนอนกับนายเมื่อครู่นี้ใช่มั้ย.."

ทอมพยักหน้าหงึก ก้มหน้าลงไม่กล้าสบตากับจิม

"เธอเพิ่งไปหาหมอตรวจเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หมอว่า..เธอ…"

ทอมพูดไม่จบก็ถูกจิมเอามือปิดปากและรั้งศีรษะเขาไปซบอก จิมกอดเขาแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นเป็นกลองรัว

"ไม่ต้องพูดต่อก็ได้ ฉันรู้ปัญหาของนายแล้ว ทอม.."

"หัวใจเต้นแรงจัง… นายกลัวเหรอ จิม.. "

น้ำเสียงทอมอู้อี้แต่ก็ฟังได้ศัพท์ จิมรั้งศีรษะของทอมแนบกับอกไม่อยากให้เงยขึ้นมาเห็นสีหน้าของเขาตอนนี้

"อย่ากลัวเลย จิมมี่.. แค่นายอยู่ข้างๆ รับฟังฉันระบายทุกข์ก็พอ จริงๆ แล้วปัญหาส่วนตัวของฉันไม่ใช่หน้าที่ของ.."

ทอมถูกจิมเอามือปิดปากไม่ให้พูดอีก จึงพยายามเงยหน้าขึ้นสบตาด้วย ตกใจเมื่อเห็นน้ำใสคลอดวงตาคมเข้ม ทอมรีบผละออกจากอ้อมกอด

"อย่าร้องไห้ซี จิม.. มันเป็นปัญหาที่เกิดจากการกระทำของฉันเอง นายช่วยฉันมาเยอะแล้ว ครั้งนี้ฉันจะหาทางยุติปัญหาทั้งหมดด้วยตัวเองบ้าง"

ทอมไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเข้มแข็งขึ้นมาได้ อาจเป็นเพราะเห็นจิมอยู่ในสภาพที่ตกใจกลัวมากกว่า แทนที่จิมจะปลอบเขา เขากลับเป็นฝ่ายปลอบจิมเสียเอง

จิมรั้งทอมเข้ามาสวมกอดอีก ตกใจที่ได้ยินทอมบอกจะยุติปัญหาด้วยตัวเอง

"ไม่นะ ทอม.. อย่าทำอะไรโง่ๆ บอกแล้วใช่มั้ยว่าตราบใดที่ฉันยังอยู่เคียงข้างนาย ฉันจะไม่ปล่อยให้นายทุกข์ ถ้าปัญหานั้นแก้ไขไม่ได้ ฉันจะอยู่ร่วมทุกข์กับนายด้วย ฉันจะไม่ปล่อยมือจากนาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่มีวันตัดใจเลิกรักนาย ฉันรักนายหมดหัวใจนะ ทอม.. รักมาก.. มากกว่าชีวิตของฉันเอง ถ้าแลกได้ฉันขอรับความทุกข์ของนายมาไว้ที่ฉันคนเดียว"

"ขอบใจนะ จิมมี่.. แต่ปัญหานี้นายคงรับแทนฉันไม่ได้"

"ฉันรู้.. แต่นายแบ่งปันความทุกข์ของนายมาให้ฉันได้ นายจะได้เชื่อว่าฉันไม่มีวันหนีนายไปไหน เราจะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน นายเจ็บฉันก็เจ็บด้วย"

จิมผลักทอมนอนลงบนเตียงและตามลงไปประกบร่างกายที่แสนจะงดงามนั้น

"จะทำอะไรอ่ะ จิม.."

"อย่าขัดขืนเลยนะ ทอม.. ฉันรู้ว่านายไม่ชอบ แต่แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ครั้งเดียวก็เพียงพอที่ฉันจะเดินร่วมทุกข์ไปกับนายได้แล้ว ได้โปรดเถอะนะ ทอม.. ให้ฉันเดินไปกับนาย ฉันปล่อยให้นายเจ็บคนเดียวไม่ได้.."

จิมประทับริมฝีปากแผ่วเบาที่หน้าผากของเทพบุตรแสนรัก เหมือนที่เคยทำทุกครั้งเวลาปลอบโยน แต่ครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าผาก ริมฝีปากร้อนผ่าวของจิมเลื่อนลงมาประกบกับริมฝีปากบางได้รูปสวยโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว

"อ๊ะ… อือ.. อืมม์.."

ทอมนอนนิ่งเพราะกำลังงงและไม่เข้าใจความคิดและการกระทำของจิม พอรู้สึกตัวก็เคลิ้มไปกับรสจูบแล้ว สัมผัสจากปลายลิ้นของจิมทำให้สมองของเขาละความกังวลจากปัญหาต่างๆ ไปชั่วขณะ

จิมประทับจูบบนเรียวปากนุ่มของเทพบุตรทอมอย่างดื่มด่ำและหนักหน่วง ลิ้นอุ่นซอกซอนไปทั่วทุกพื้นผิวภายใน… ลิ้มรสอ่อนหวานด้วยอารมณ์เสน่หาและรักใคร่อย่างจับจิตจับใจ โดยเฉพาะในเวลานี้เขาไม่สามารถปล่อยมือทอมให้เดินไปสู่หนทางของความทุกข์เพียงลำพังได้

"อือ.."

ทอมส่งเสียงครางในลำคอ จิมไม่ยอมถอนริมฝีปากจากเขา ในขณะที่เขาเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะขัดขืน ฝ่ามือร้อนผ่าวของจิมเริ่มสัมผัสและลูบไล้ร่างกายของเขาจากแผงอก..หน้าท้อง..ไล้เรื่อยลงไปที่… …โอยยย...ไม่ไหวแล้ว…

ทอมสะดุ้งเฮือกตั้งสติดึงอารมณ์ที่เตลิดไปให้กลับคืนมา และใช้กำลังที่มีอยู่ทั้งหมดผลักร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับเขาออกอย่างแรงจนอีกฝ่ายเกือบตกเตียง

ทอมลุกพรวดขึ้นนั่ง สีหน้าโกรธจัดมองจิมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

"ทำบ้าอะไรวะ จิมมี่.. นายมันบ้าตัณหาไม่เลือกเวลา ชั่วร้ายจริงๆ "

จิมได้สติรีบขยับเข้าไปคุกเข่าขอโทษ

"ขอโทษทอม.. ฉันไม่ได้บ้าตัณหานะ ฉันไม่ได้ทำด้วยอารมณ์ ฉันทำเพราะรักนาย.."

"รัก..รัก..รัก...พูดแต่คำนี้… นี่เป็นเวลาที่นายจะมาทำรักกับฉันหรือไง จิม.. โธ่เว้ย!.. นายไม่รู้หรือว่าฉันกลุ้มใจ จะบ้าตายอยู่แล้ว ฮึก…."

ทอมทึ้งผมตัวเองและซุกหน้าลงกับหมอน จิมก้มลงสวมกอดเทพบุตรของเขาด้วยความรักและสงสารจับใจ

"ไม่เป็นไรนะ ทอม.. ไม่ต้องกลัว ฉันจะอยู่ข้างๆ ไม่จากไปไหนตลอดชีวิตนี้"

ทอมเงยหน้าขึ้น คิ้วเรียวขมวดมุ่น

"มีประโยชน์อะไร แค่อยู่ข้างๆ จะช่วยอะไรได้ ถ้าอยากช่วยก็รับเป็นพ่อเด็กไปเลยซิ ทำได้มั้ยล่ะ จิม.. นายรับเป็นพ่อเด็กแทนฉันได้มั้ย.." ทอมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและอ้อนวอน น้ำใสเอ่อรื้นดวงตาคู่สวย

จิมนั่งอึ้ง ทอมไม่ได้เป็นห่วงตัวเองแต่เป็นห่วงแม็กกี้หรอกเหรอ…

"เอ่อ.. ให้ฉันรับเป็นพ่อ.. แทนนาย.." จิมทวนคำขอของทอมอย่างไม่แน่ใจ

"ใช่.. ได้มั้ย… "

"เอ่อ.. ก..ก็ได้นะ ทอม.. ฉันไม่มีปัญหาหรอกแต่เด็กจะยอมเหรอ.. เค้ารักนายนะทอม ไม่มีใครแทนที่นายได้หรอก"

ทอมทึ้งผมตัวเองอีก รู้สึกขัดใจและไม่สบอารมณ์กับการกึ่งรับกึ่งปฏิเสธของจิม

"โธ่เว้ย!. . รักบ้ารักบออะไรกัน นายไม่รับก็ไม่ต้องมาโยกโย้ ไม่ต้องมาบอกว่าจะช่วยฉันอีกต่อไป ไม่ต้องมาอยู่ข้างๆ แค่นี้ช่วยไม่ได้ก็ไม่ต้องมาบอกว่ารักฉันอีกด้วย ฉันเกลียดนาย จ…"

จิมปิดปากทอมไว้ทันก่อนที่จะหลุดชื่อเขาออกมา

"โอเค.. ทอม.. โอเค.. ฉันรับเป็นพ่อแม็กกี้เอง ได้โปรดอย่าเกลียดฉันเลย.. นะทอมนะ "

จิมปล่อยมือและคลายอ้อมกอดออกเมื่อทอมนิ่งเงียบไป เสียงทอมพึมพำเบาๆ

"แม็กกี้.. แม็กกี้.. โอ! พระเจ้า…"

ทอมหงายหลังตึงลงบนที่นอน

"ช่วยด้วย จิมมี่.. ฉันรับไม่ไหวแล้ว ฉันไม่พร้อมจะมีครอบครัว ฉันยังไม่อยากมีเมีย ไม่อยากมีลูก.. ทำไมต้องเป็นฉันด้วย ทำไมอ่ะ จิม..ทำไม.."

ทอมสะอื้นเหมือนเด็กๆ จิมเริ่มไม่เข้าใจและคิดว่าทอมอาจเครียดจนคิดมากไปทุกๆ เรื่อง

"อย่าร้องไห้ ทอม.. นายเครียดมากไปแล้ว พักผ่อนก่อนดีกว่านะ หลับตาซะ. นายต้องพักผ่อน ตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะดีขึ้น โอเค.."

จิมกล่าวปลอบอย่างอ่อนโยนและก้มลงจูบซับน้ำตาให้ ในขณะที่ทอมยอมสงบลงอย่างว่าง่าย คงเพราะเครียดและเหนื่อยมากจริงๆ

"จริงเหรอ.. ตื่นขึ้นมาปัญหาจะจบลงมั้ย" ทอมตาปรือเสียงอ่อนลง

"แน่นอน ทอม.."

จิมกระซิบแผ่วเบาสองมือเสยผมสลวยของทอมไปมา อยู่กับเขาเพียงลำพังในเวลาที่มีเรื่องไม่สบายใจ ทอมจะเหมือนเด็กชายที่ชอบโวยวายงอแงและเอาแต่ใจ

"อย่าไปไหนนะ จิม ฉันมีเรื่องต้องคุยต่อตอนตื่นขึ้นมา.." ทอมสั่งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"ฉันจะไม่ไปไหน นายจะได้เห็นหน้าฉันทันทีที่ลืมตาขึ้น โอเค.."

ทอมพยักหน้า ก่อนจะม่อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียเพราะยังไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

"ฉันจะอยู่ข้างๆ นายตลอดไป ไม่มีวันจากไปไหน ความตายเท่านั้นที่จะพรากฉันจากนายได้ ทอม.."

จิมก้มลงประทับจูบแผ่วเบาบนริมฝีปากบางสวยของทอมอีกครั้ง ก่อนจะขยับตัวลงนอนเคียงข้างสวมกอดเทพบุตรแสนรักไว้ด้วยความรู้สึกห่วงหวงจับใจ

จิมสะดุ้งเมื่อโทรศัพท์มือถือของทอมมีสัญญาณเรียกเข้า มันสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงของทอมและกระทบมาที่ต้นขาเขา เขาสะดุ้งแต่ทอมยังนอนนิ่ง หลับสนิทไปด้วยความเครียดและเพลียมากขนาดนี้อย่าหวังเลยว่าจะรู้สึกตัว ..

จิมล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงทอมขึ้นมากดรับสาย

"ที่รักคะ.. ทำไมหนีกลับมาก่อนล่ะ.." เสียงใสๆ จากปลายสายโวยเข้ามาก่อนทันที

จิมสะอึกรู้สึกเกลียดชังน้ำเสียงนี้จับใจ เป็นแค่เพื่อนนอนชั่วครั้งคราว ถือดีมาเรียกเทพบุตรทอมของเขาว่า…ที่รัก..

"คุณหนีไม่ได้ตลอดหรอกนะคะ ทอม.. แคธี่ให้เวลาคุณตัดสินใจ 3 วัน ยอมรับเงื่อนไขที่เสนอโดยดีเถอะนะคะ เมื่อคืนคุณเองก็มีความสุขมากไม่ใช่เหรอ.. ถ้ายังไงลองปรึกษาผู้จัดการของคุณดูก่อนก็ได้ ชื่ออะไรนะคะ แคธี่จำไม่ได้แล้ว ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเคยเป็นนายแบบด้วย รูปร่างหน้าตาก็เพอร์เฟ็ค ได้สังกัดดีๆ ก็จะไปได้ไกลกว่านี้ ทำไมถึงลดตัวลงมาเป็นผู้จัดคิวให้คุณก็ไม่รู้นะคะ ทอม.. หวังว่าคงไม่ได้แอบชอบคุณหรอกนะคะ ผู้ชายสมัยนี้ดูยาก อยู่ใกล้ชิดกันมากๆ ไม่ค่อยน่าไว้ใจ คุณอย่าเผลอนะคะ ทอม.."

จิมหน้าชา นี่คือเหตุผลหนึ่งที่เขาไม่ชอบคบหาผู้หญิงเป็นเพื่อน นิสัยอิจฉาริษยาและนินทาให้ร้ายคนอื่นอย่างสนุกปาก โดยเฉพาะแคธรีนด้วยแล้ว สวยเสียเปล่า.. คำพูดที่ออกจากปากเธอแต่ละคำช่างน่ารังเกียจเหลือเกิน ทอมไม่น่าไปข้องแวะด้วยเลย

"ผม เจมส์ เมเนนเดส การ์เซีย ผู้จัดการ คู่ใจ ของ ทอม แม็คกิลล์ ขออภัยด้วยนะครับ ถ้าทำให้คุณรู้สึกว่าผมไม่น่าไว้ใจสำหรับทอม"

จิมกล่าวทักปลายสายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่สุภาพบุรุษพึงกระทำ

"อุ๊ย!.. คุณ.."

หญิงสาวส่งเสียงอุทานและเงียบไป จิมรีบตัดบทก่อนที่เธอจะโวย

"คุณทอมเพลียมากหลับไปเมื่อสักครู่นี้เอง ผมคุยเรื่องของคุณกับทอมค้างไว้ ถ้าไม่รังเกียจที่จะคุยด้วย ผมขอรับทราบปัญหาและเงื่อนไขจากคุณอีกครั้งได้มั้ย แคธรีน.."

+ + + ส า ย ใย รั ก + + +

เที่ยงวันแล้ว… ทอมยังหลับสนิทอยู่บนเตียงนอนของจิม สีหน้าขณะหลับผ่อนคลายขึ้นเพราะร่างกายได้พักผ่อนนานกว่า 7 ชั่วโมงแล้ว

จิมยืนกอดอกมองเทพบุตรรูปงามที่นอนหลับสนิทอยู่ตรงหน้าอย่างแสนรัก ตั้งแต่รู้ตัวว่าความรู้สึกพิเศษที่เขามีให้ทอมนั้นคือความรักฉันท์คนรัก จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว

เขาไม่เคยเบื่อที่ต้องคอยแก้ปัญหาให้ทอม ไม่เคยโกรธเวลาที่ทอมโมโหและอารมณ์เสียใส่ ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยที่บางครั้งเขาต้องดูแลปรนนิบัติทอมไม่ต่างจากคนรับใช้ เขาทำทุกอย่างให้ด้วยความรู้สึกรื่นรมย์และยินดี ยกเว้นเรื่องเดียวที่ในระยะหลังเขาไม่อยากทำ ไม่อยากได้ยินคำสั่งนั้น นั่นคือการหาหญิงสาวมาเป็นคู่เดทให้ แต่ถึงยังงั้นก็เถอะ เขายินดีจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองดีกว่าปล่อยให้ทอมเที่ยวไปปิ๊งใครต่อใครและพาไปนอนด้วยโดยที่เขาไม่รู้อย่างรายนางแบบสาวแคธรีน จนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันและเลวร้ายเกินกว่าที่ความรู้สึกของทอมจะรับได้

ทอมพยายามจะบอกเล่าให้เขาฟัง แต่ด้วยท่าทีและอาการที่ตื่นตระหนกอย่างมากทำให้เขาเข้าใจผิด จนเกือบจะแก้ปัญหาที่เข้าใจผิดนั้นด้วยวิธีการที่ผิดเช่นกัน

…ดิฉันมีเรื่องต้องตกลงกับทอมค่ะ ดิฉันตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว มันเป็นอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง หมอว่าเพราะยาฉีดคุมกำเนิดหมดฤทธิ์ก่อนกำหนด ดิฉันไม่สามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องปรึกษาทอมเพราะทอมเป็นพ่อของเด็กในท้องค่ะ ทอมต้องรับผิดชอบดิฉันและลูกอย่างเปิดเผย เพื่อให้ดิฉันสามารถอยู่ในวงการต่อไปได้หลังจากคลอดเด็กแล้ว…

…เงื่อนไขก็คือ ดิฉันขออยู่ในฐานะภรรยาของทอม 1 ปี และจะขอแยกทางจากไปโดยไม่เรียกร้องทะเบียนสมรส แค่ให้ทอมรับเด็กเป็นลูกตามกฎหมายก็พอ แต่ถ้าทอมปฏิเสธไม่รับผิดชอบ นอกจากดิฉันจะไม่เอาเด็กไว้ ทอมอาจจะได้ขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับว่าเป็นต้นเหตุให้ดิฉันแท้งลูกเพราะไม่รับผิดชอบ คุณคงเข้าใจดีนะคะว่าข่าวอื้อฉาวแบบนี้จะกระทบกับชื่อเสียงของทอมขนาดไหน สุดยอดนายแบบทอม แม็คกิลล์ ผู้กำลังจะก้าวขึ้นสู่เวทีนายแบบโลก จะสามารถไปถึงจุดสูงสุดที่ฝันไว้หรือเปล่า…

…ดิฉันให้เวลาทอมตัดสินใจ 3 วัน ในฐานะที่คุณเป็นผู้จัดการส่วนตัวของ ทอม ช่วยแนะนำด้วยนะคะว่าเขาควรจะเลือกข้อเสนอไหนดี อ้อ! ดิฉันมีลูกสาวบุญธรรมอายุ 3 ขวบอยู่ 1 คน ถ้าทอมจะกรุณารับเป็นพ่อเด็กด้วยก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง แต่ถึงยังไงทอมก็จะต้องอยู่ในฐานะพ่อเลี้ยงแกอยู่แล้ว และถ้าโชคดีกว่านั้น เด็กในท้องดิฉันอาจจะเป็นลูกแฝดก็ได้ เพราะครอบครัวดิฉันเป็นกรรมพันธุ์แฝดค่ะ เท่ากับว่าทอมอาจจะได้เป็นพ่อเด็กถึง 3 คนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากใช่มั้ยคะ คุณการ์เซีย…

จิมระบายยิ้มด้วยความรู้สึกโล่งอก อย่างน้อยปัญหานี้ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงและคอขาดบาดตายอย่างที่เขาหลงเข้าใจในตอนแรก เขาใจหายอย่างแรงหัวใจแทบหยุดเต้นเพราะนึกว่าแคธรีนไปตรวจร่างกายแล้วพบว่าตัวเองติดเชื้อเอชไอวี ก็เพราะอาการร้องไห้ตกใจกลัวของทอมนี่แหล่ะ ทำให้เขาเข้าใจผิด…

….เชื่อหรือยังล่ะ ทอม.. ว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่ควรเข้าใกล้….

จิมถอนใจเบาๆ เทพบุตรของเขากำลังมีเคราะห์หรือกำลังจะได้ลาภกันแน่ เรื่องของเจ้าหนูแม็กกี้ยังไม่เรียบร้อย ปัญหาใหม่ก็เกิดขึ้นอีก คราวนี้ยกขบวนมาทั้งแม่ทั้งลูกเลย.. …มิน่าล่ะ…

…ช่วยด้วย จิมมี่.. ฉันรับไม่ไหวแล้ว ฉันไม่พร้อมจะมีครอบครัว ฉันยังไม่อยากมีเมีย ไม่อยากมีลูก ทำไมต้องเป็นฉันด้วย ทำไม…

…นั่นซีนะ.. ทำไมต้องเป็นทอมด้วย… เข้าใจเลือกนะแคธรีน.. คิดจะครอบครองเทพบุตรทอมของผมโดยการเอาเด็กมาต่อรองงั้นเหรอ เพ้อฝันเกินไปแล้ว...

จิมทรุดตัวลงนั่ง โน้มตัวลงกระซิบข้างหูเทพบุตรสุดรักของเขา

"นายเป็นดวงใจของฉัน ทอม.. ฉันจะยอมให้ใครมาครอบครองนายได้ยังไง ดวงใจของฉันก็ต้องอยู่กับฉันซี.."

ทอมขยับตัวส่งเสียงงึมงำในลำคอ ดวงตายังปิดสนิท ริมฝีปากบางได้รูปสวยเผยอยิ้มเล็กน้อย ทำเอาหัวใจจิมเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาจ้องมองด้วยความรู้สึกกระหายใคร่อยากจะสัมผัส ช่างยั่วยวนและเชิญชวนเหลือเกิน…จะโกรธก็ยอมแล้ว…

จิมก้มลงประทับจูบบนริมฝีปากบางสวยตรงหน้าด้วยสัมผัสที่แผ่วเบา แค่ภายนอกยังให้ความรู้สึกหอมหวานขนาดนี้ ถ้าได้สัมผัสถึงภายในจะวิเศษขนาดไหน…

ทอมขยับตัวและเผยอริมฝีปากขึ้นเหมือนกับจะพึมพำอะไร จิมไม่รีรอรีบฉวยโอกาสเข้าไปดื่มด่ำความหอมหวานภายในด้วยลิ้นอุ่นของเขาทันที

"อือ.." ทอมรู้สึกตัวลืมตาขึ้น นอนงงอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะใช้มือแตะหน้าอกร่างสูงใหญ่ไว้เพื่อดันออก แต่แขนสองข้างกลับไม่มีแรงเอาดื้อๆ

"อื้อ… อือ…"

ใบหน้าทอมร้อนผ่าวเมื่อรู้ตัวว่าถูกขโมยจูบอีกแล้ว.. ทำไมครั้งนี้ไม่มีแรงปัดป้องยอมนอนนิ่งให้จูบแต่โดยดี ลิ้นอุ่นๆ ของจิม.. ทำไมถึงรู้สึกดียังงี้นะ.. หญิงสาวที่

ถูกหมอนี่จูบคงรู้สึกแบบนี้ทุกคนซีนะ แต่… เอ๊ะ !.. เขาไม่ใช่หญิงสาวซะหน่อย ทำไมต้องนอนนิ่งปล่อยให้จิมมี่เจ้าเล่ห์แสดงฝีปากแต่เพียงฝ่ายเดียวด้วย เพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและอ่อนแรงลงไปมากกว่านี้ เขาต้องรีบตัดกำลังอีกฝ่ายด้วยการเป็นฝ่ายรุกบ้าง

จิมแอบดีใจอยู่ในส่วนลึกที่วันนี้เขาจูบทอมได้นานกว่าทุกวัน

…ไม่อยากเชื่อเลย เป็นครั้งแรกที่ทอมยอมนอนนิ่งให้เขาดื่มด่ำความหวานจากริมฝีปากบางสวยได้เนิ่นนานขนาดนี้ แต่พอแค่นี้ก่อนดีกว่านอนนิ่งแบบนี้ชักไม่ค่อยไว้ใจ…

จิมชะงักเมื่อไม่สามารถถอนริมฝีปากออกมาได้ ใจหายเมื่อทอมคิดจะเอาคืนด้วยการใช้ฟันกัดลิ้นเขาไว้

"อือ…"

จิมเป็นฝ่ายส่งเสียงอึกอักบ้าง สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อทอมงับลิ้นเขาอย่างแรงก่อนจะยอมปล่อย จิมรีบถอนริมฝีปากออกแต่กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อลิ้นนุ่มของทอมตามติดเข้ามาพัวพันกับลิ้นของเขา ให้ตายเถอะ.. นี่เขาฝันไปหรือเปล่า ทอมสนองตอบการกระทำของเขา ลิ้นอุ่นๆของทอมกำลังซุกซนอยู่ในปากของเขาอย่างช่ำชองไม่แพ้กัน

หัวใจของจิมพองโตเมื่อเทพบุตรแสนรักยังหลับตาพริ้มเหมือนเคลิบเคลิ้มกับการถูกกระทำ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายรุกอยู่แท้ๆ

"อือ.. อืมม์.."

จิมส่งเสียงครางเบาๆ เมื่อครู่เขาแค่ต้องการจะหยอกเล่นเท่านั้น แต่การสนองตอบของทอมทำให้อารมณ์ปรารถนาของเขาคุกรุ่นขึ้นจนไม่สามารถอดกลั้นและเลิกลาแต่เพียงเท่านี้ได้แล้ว เขาสนองตอบทอมด้วยการบดจูบอย่างหนักหน่วงและอ่อนโยนสลับกันไป ดูดดื่มความหอมหวานจากปลายลิ้นและเรียวปากนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า สองมือปลดกระดุมเสื้อนอนของอีกฝ่ายออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสัมผัสและลูบไล้เรือนร่างงดงามปานเทพบุตรด้วยความปรีดา ความคิดเตลิดไปไกล

…วันนี้เขาจะได้มีเซ็กซ์กับทอมแล้วยังงั้นหรือ ฝันไปหรือเปล่า จิมมี่..

ทอมหยุดสนองตอบและนอนนิ่งเหมือนเริ่มรู้สึกตัว จิมไม่ยอมให้เวลาเสียไปแม้เพียงเสี้ยววินาที เขาผละจากริมฝีปากฝังใบหน้าคมเข้มกับซอกคอ ซุกไซ้เลื่อนลงไป

ตามแนวบ่าและแผ่นอก จูบสัมผัสด้วยปลายลิ้นที่ยอดอกทั้งสองข้างและขบเบาๆ ด้วยฟัน ก่อนจะไซ้เรื่อยลงไปที่หน้าท้องแบนราบซึ่งกำลังอยู่ในอาการเกร็ง

จิมระบายยิ้มเมื่อได้ยินทอมส่งเสียงเครือครางแผ่วเบา ไร้การต่อต้านใดๆอย่างไม่น่าเชื่อ ลิ้นอุ่นของเขาซอกซอนต่ำลงไปเรื่อยๆ ใช่…ทอมกำลังมีอารมณ์.. เขาจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสนี้เสียไป…

ทอมผวาสะท้านไปทั่วร่าง กางเกงนอนของเขาถูกจิมถอดออกไปตอนไหนก็ไม่รู้ ไม่น่าเผลอไปสนองตอบเลย นึกว่าจะทำให้จิมอ่อนแรงลงเพื่อที่เขาจะได้มีแรงผลักไสได้ แต่คนที่อ่อนแรงกลับเป็นตัวเองซะได้…

ทอมสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกถึงการครอบครองด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวที่เบื้องล่าง หมดแรงยับยั้งหรือผลักไสแล้วโดยสิ้นเชิง อารมณ์ปรารถนาที่ถูกปลุกขึ้นลุกโชนเกินหักห้ามแล้ว ยอมนอนนิ่งให้อีกฝ่ายกระทำแต่โดยดีแม้จะรู้สึกโกรธมากมายเพียงใด แต่ตอนนี้เขาต้องให้จิมรับผิดชอบการกระทำของตัวเองก่อน อยากมาปลุกเร้าอารมณ์และความต้องการของเขาทำไม…

ทอมหลับตาปี๋รีบดึงหมอนที่หนุนอยู่ขึ้นมาปิดใบหน้าไว้ เพราะไม่อาจมองดูจิมแสดงบทรักกับตัวเขาซึ่งเป็นผู้ชายเหมือนกันได้ ถึงเขาจะรู้สึกพึงพอใจจิมบ้างในบางอารมณ์ แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดที่จะยอมมีความสัมพันธ์ด้วย

ทอมผวากอดหมอนไว้แน่น ใบหน้าเขาตอนนี้คงแดงเป็นลูกตำลึงแน่เพราะมันร้อนวูบวาบไปมา จะไม่ให้รู้สึกสะท้านได้ยังไง ก็ลิ้นอุ่นๆ ของจิมกำลังปลอบน้องชายของเขาให้หายจากอาการตื่นกลัวด้วยความอ่อนโยนและเร่าร้อนสลับกันไป ไม่อยากเชื่อเลยว่าจิมสามารถทำเรื่องแบบนี้ได้ กับผู้ชายด้วยกันแท้ๆ..

…ให้ตายเถอะ!.. ทำไมร่างกายของเขาถึงว่าง่ายเชื่อฟังจิมขนาดนี้…

"อ๊ะ! … อา… อา... จิมมี่..." ทอมทั้งโกรธและอายที่เผลอเรียกชื่อจิมในขณะที่อารมณ์ถูกปลดปล่อย ….โชคดีที่เอาหมอนปิดไว้ หมอนั่นคงไม่ได้ยิน…

ทอมนอนหอบอยู่ใต้หมอนใบใหญ่ ไม่สนใจอีกฝ่ายที่ยังอ้อยอิ่งอยู่กับร่างกายส่วนล่างของเขา คิดว่าหากเขาไม่สนใจเดี๋ยวหมอนั่นก็เลิกลาและวิ่งเข้าห้องน้ำไปเอง แต่เขาคิดผิดเพราะจิมไม่หยุดแค่นั้น…

ทอมสะดุ้งเฮือกอีกครั้งเมื่อเรียวขาของตนถูกดันขึ้นสูงด้วยอุ้งมือแกร่ง รู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าทั้งโกรธทั้งอาย อ๊ะ!.. ไอ้บ้าจิมมี่.. อย่าหวังเลยว่าครั้งนี้ฉันจะยอมนอน

นิ่งให้นายเล่นสนุกกับร่างกายฉันตามใจชอบอีก ทอมโมโหมากจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ยกเท้าสองข้างถีบออกจากตัวอย่างแรง

"โอ๊ะ! " เสียงจิมร้องสั้นๆ เพียงคำเดียว

ทอมดึงหมอนที่ปิดหน้าออกเมื่อรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลง ไม่มีใครมาเกาะแกะนัวเนียกับร่างกายเขาแล้ว ทอมนอนยิ้มอย่างสะใจที่จัดการกับจิมมี่เจ้าเล่ห์ได้

เสียงจิมร้องครางเบาๆ อยู่ตรงไหนสักแห่ง ทอมรีบลุกขึ้นคลานมาที่ขอบเตียง ร่างสูงใหญ่นอนหลับตานิ่วหน้าสองมือคลำป้อยอยู่ที่หน้าอกและท้อง รู้สึกเสียใจที่ทำรุนแรงเกินไป แต่พอนึกถึงเรื่องที่ถูกกระทำเมื่อครู่แล้วก็ฉุนกึกและโมโหขึ้นมาอีก

"ไง.. สมน้ำหน้า ไม่ขอโทษหรอก นายทำตัวนายเอง.."

จิมลืมตาขึ้นสบสายตาละห้อยกับเทพบุตรสุดรัก ไม่คิดว่าทอมจะโหดร้ายขนาดนี้ เท้าสองข้างของทอมถีบเข้าที่หน้าอกและท้องเขาอย่างแรงจนจุก อารมณ์ปรารถนาที่คุโชนอยู่เมื่อครู่วูบดับไปในเสี้ยววินาทีนั้น

"โหด… ร้าย… จัง.." น้ำเสียงจิมกระท่อนกระแท่นเพราะยังจุกอยู่

ทอมกัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกฉุนที่เป็นฝ่ายถูกต่อว่า

"นายน่ะแหล่ะ ร้าย.."

ทอมกระโดดลงจากเตียงในสภาพเกือบจะเปลือย เพราะสวมแต่เสื้อนอนที่ไม่ได้ติดกระดุมไว้เพียงตัวเดียว แต่เพราะโกรธจึงไม่สนใจกับสภาพของตัวเอง

"นายมันจอมวายร้ายคอยคิดแต่จะลักหลับฉัน ฉันยอมเพราะความรำคาญ นายกลับได้ใจคิดจะเล่นประตูหลังฉัน บอกแล้วใช่มั้ย จิมมี่.. ว่าฉันไม่มีรสนิยมแบบนี้ ฉันไม่ได้รักนายแบบที่นายต้องการ และไม่มีทางเป็นไปได้ด้วย…"

ทอมตวาดใส่และใช้เท้าเตะที่ลำตัวของอีกฝ่ายด้วยความโมโห

จิมอ้าปากค้างไม่ได้เจ็บเพราะถูกเตะ แต่ตกใจกับอารมณ์โกรธของทอมนึกไม่ถึงเลยว่าจนถึงนาทีนี้ทอมยังไม่มีใจให้เขาฉันท์คนรักเลยแม้เพียงสักนิด ที่ทอมบอกรักเขาอยู่ทุกวันนี้ยังเป็นแค่ความรักแบบพี่ชายจริงๆ เขาคิดว่าทอมอาจจะสับสนกับความรู้สึกของตัวเองและคิดว่ามันอาจจะเปลี่ยนได้ แต่จนถึงวันนี้ความรู้สึกที่ทอมมีต่อเขาก็ยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง ทอมรักเขาในฐานะพี่ชายตลอดมา และก็คงตลอดไปด้วย

… ฉันยอมเพราะความรำคาญ แต่นายกลับได้ใจ…

…ทอมยอมเขาเพราะตัดความรำคาญหรอกหรือ นี่เขาทำอะไรลงไป ทอมจำใจให้คนที่ตัวเองรักอย่างพี่ชายแสดงความรักกับร่างกายตัวเอง เวลานั้นทอมต้องรู้สึกฝืนใจมากขนาดไหน เขาปล่อยให้อารมณ์และความปรารถนาครอบงำจนไม่สนใจความรู้สึกของทอมเลย เขาทำผิดเป็นครั้งที่ 2 แล้วซีนะ…

จิมเจ็บแปลบที่หัวใจอย่างแรง แต่เขากลับห่วงความรู้สึกของทอมโดยไม่สนใจความเจ็บปวดของตัวเอง เขาใช้มือแตะที่สีข้างเพิ่งรู้สึกว่าถูกอีกฝ่ายเตะด้วยกำลังพอเหมาะพอควรที่จะทำให้รู้สึกเจ็บได้..แต่เขากลับไม่รู้สึก เพราะความเจ็บปวดที่หัวใจได้รับขณะนี้มากมายกว่าความเจ็บปวดทางกายหลายเท่า

ทอมหน้าเสีย สีหน้าตื่นตระหนกและดวงตาฉายแววเจ็บปวดของจิมทำให้เขารู้สึกตัวว่าทำรุนแรงเกินไป แต่แม้จะรู้สึกเสียใจที่ต่อว่าและใช้กำลัง แต่ก็ทำไปแล้วนี่..ทำไงได้..

จิมยันตัวขึ้นนั่งในขณะที่ทอมยังยืนนิ่ง เขาคุกเข่าตรงหน้าทอมและกล่าวขอโทษโดยไม่เงยหน้าขึ้นสบตาด้วย

"ฉันขอโทษ.. และสัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ฉันจะฝังความรู้สึกที่มีต่อนายให้อยู่ก้นบึ้งของหัวใจ นายจะไม่ได้ยินคำพูดและเจอการกระทำที่ น่ารำคาญ ของฉันอีกต่อไป นับจากนาทีนี้.. นายจะเห็นฉันเป็นเพื่อน.. พี่ชาย.. หรือลูกจ้างก็ได้ แต่สำหรับฉัน… ไม่มีสิทธิเห็นนายเป็นอื่น..นอกจาก "นายจ้าง" ฉันจะทำทุกงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วง ให้สมกับหน้าที่และค่าจ้างที่ฉันได้รับ"

จิมลุกขึ้นยืนเมื่อกล่าวจบในขณะที่ทอมยังตกอยู่ในอาการตะลึง ทั้งสองยืนเผชิญหน้าด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่ต่างกัน

ทอมใจหายวาบ สีหน้าของจิมเรียบเฉยแฝงไว้ซึ่งความอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง หากแต่ดวงตาที่จ้องประสานมาเย็นชาจนให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกลกันมาก ไม่.. มันไม่ใช่แค่ห่างไกล เหมือนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ไม่ใช่จิม…

…นับจากนาทีนี้ไปฉันไม่มีสิทธิเห็นนายเป็นอื่น นอกจาก " นายจ้าง "..

…นี่มันอะไรกัน…เกิดอะไรขึ้น…ล้อเล่นหรือเปล่า จิม.. ทำไมนายมองฉันด้วยสายตาแบบนี้...

"วันนี้ไม่มีงานนะครับ บ๊อส.. ผมขอเลื่อนไปพรุ่งนี้ " จิมกล่าวด้วยสีหน้าและรอยยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัวออกมา

"อาบน้ำที่นี่เลยล่ะกัน เดี๋ยวจะไปเอาเสื้อผ้ามาให้ อาหารกลางวันมื้อนี้ผมสั่งป้าทิพย์ทำผัดไทยกุ้งสดของโปรดด้วย ทานกลางวันเสร็จแล้วเราจะคุยปัญหาของแคธรีนกันต่อ.."

จิมส่งผ้าเช็ดตัวให้แต่ทอมกลับยืนเฉยไม่ยอมรับ หน้าจ๋อยลงอย่างเห็นได้ชัด จิมคลี่ผ้าเช็ดตัวออกและขยับเข้าไปพันท่อนล่างที่ยังอยู่ในสภาพเปลือยให้ จิมคิดว่าทอมคงตกใจเมื่อเขาพูดถึงแคธรีน จึงกล่าวปลอบให้หายจากความกังวล

"อย่ากังวลเลย ทอม.. วางใจเถอะนะ ไม่ว่าปัญหาจะหนักหนาแค่ไหน ฉันจัดการให้นายได้ทุกเรื่อง ขอแค่สั่งมาว่าต้องการให้จบแบบไหน เท่านั้น.."

"เจอกันที่โต๊ะอาหารนะ" จิมยิ้มอ่อนโยนก่อนจะเดินออกจากห้องไป

ทอมยืนอึ้ง เขาไม่ได้เห็นสายตาและรอยยิ้มแบบนี้ของจิมมานานมากแล้ว เป็นรอยยิ้มสมัยที่เพิ่งคบหากันใหม่ๆ แค่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและจริงใจเท่านั้น ไม่มีความรู้สึกพิเศษใดๆ หลงเหลืออยู่เลย

"..อ.. เอาจริงเหรอ จิมมี่.. จะทำอย่างที่พูดจริงเหรอ.."

ทอมทรุดตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง

…เกิดอะไรขึ้น เราเป็นอะไร ทำไมถึงใจหายแบบนี้ หรือว่าเรายังกลัวและตกใจกับเรื่องแคธรีน.. ไม่..ไม่ใช่…ที่กังวลอยู่ตอนนี้คือรอยยิ้มและความรู้สึกของจิมต่างหาก...

"..ฉันแค่โมโหเหมือนทุกๆ ครั้งที่นายเข้ามาแหย่ เคยว่าแรงๆตั้งหลายครั้ง ไม่เห็นโกรธ ทำไมวันนี้ต้องโกรธจริงจังขนาดนั้นด้วย.."